‘สมเด็จพระสังฆราช’ เสด็จบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/509152

'สมเด็จพระสังฆราช'เสด็จบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส

‘สมเด็จพระสังฆราช’เสด็จบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส

วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 20.05 น.

สมเด็จพระสังฆราช เสด็จบำเพ็ญกุศลวาระคล้ายวันสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส 

2 สิงหาคม 2563 เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปวัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ทรงเป็นประธานในการบำเพ็ญกุศลในพระบรมราชูปถัมภ์ เนื่องในวาระคล้ายวันสิ้นพระชนม์ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็นปีที่ 99 

โอกาสนี้ ทรงบำเพ็ญพระกุศลอุทิศถวายเจ้าพระคุณ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร และพระพรหมมุนี (สุวจเถร) อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารด้วย

อาชีวะยุคใหม่ เน้นพลังสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/509157

อาชีวะยุคใหม่ เน้นพลังสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาชาติ

อาชีวะยุคใหม่ เน้นพลังสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 18.50 น.

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2563 นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และนโยบาย ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คุณหญิง ดร.กัลยา โสภณพนิช ร่วมประชุมจัดตั้งองค์กรวิชาชีพ “ฅนอาชีวะ” ใช้พลังสร้างสรรค์ พัฒนาชาติ เพื่อเตรียมก่อตั้งสมาคมศิษย์เก่าอาชีวะแห่งประเทศไทย โดยความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการอาชีวะศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

การประชุมครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการประชุมเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 โดยเน้นระดมสมองคนอาชีวะ ให้ร่วมออกแบบองค์กร กำหนดวิสัยทัศน์และทิศทางขับเคลื่อนภารกิจอาชีวะ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาสังคมไทย

นายภูมิสรรค์ กล่าวว่า รมช.ศึกษาธิการ เห็นว่าการพัฒนาประเทศต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และมองว่านักเรียนอาชีวะมีศักยภาพ “ฅนอาชีวะ” คือกลุ่มวิชาชีพที่มีศักยภาพมาก มีเครือข่าย สามารถประสานความร่วมมือระหว่างศิษย์เก่าและปัจจุบันได้ดี จึงสามารถจัดตั้งสมาคมศิษย์เก่าอาชีวะเเห่งประเทศไทยได้ และมั่นใจว่าสมาคมนี้จะมีส่วนช่วยเหลือทั้งด้านวิชาการ เศรษฐกิจ และสังคมได้เป็นอย่างดี

“ฅนอาชีวะ” ยุคนี้ มีพลังสร้างสรรค์ สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลกันเพื่อสร้างความเจริญให้บ้านเมือง

อาวุธของ “ฅนอาชีวะ” ในยุคนี้คือปัญญา ไม่ใช่อาวุธที่ใช้ต่อสู้ทำร้ายกันอย่างในอดีต

อาชีวะซ่อมได้! ลดรายจ่ายให้ชุมชน พัฒนาทักษะผลิตตรงความต้องการตลาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/509139

อาชีวะซ่อมได้! ลดรายจ่ายให้ชุมชน พัฒนาทักษะผลิตตรงความต้องการตลาด

อาชีวะซ่อมได้! ลดรายจ่ายให้ชุมชน พัฒนาทักษะผลิตตรงความต้องการตลาด

วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 18.04 น.

2 สิงหาคม 2563 นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีนโยบายการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาคนที่มีทักษะฝีมือเข้าสู่โลกอาชีพ เน้นการผลิตกำลังคนในระดับฝีมือ ระดับช่างเทคนิค และระดับเทคโนโลยี ให้มีสมรรถนะตรงตามความต้องการของภาคการผลิตและยังปลูกฝังให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ควบคู่กันไป โดยอาชีวศึกษามีโครงการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center) เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง 

ซึ่งวัตถุประสงค์ของกิจกรรมศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชนนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยการให้คำแนะนำ ถ่ายทอดความรู้ วิธีการใช้งาน การดูแลรักษาอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในครัวเรือน การสอนอาชีพให้ประชาชน เพื่อเป็นการลดรายจ่ายในครัวเรือน อีกทั้งกิจกรรมนี้ถือว่าเป็นการส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา มีจิตสำนึกในการเป็นผู้ให้ ผู้เสียสละ มีจิตอาสา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ นำทักษะความรู้ออกให้บริการและช่วยเหลือสังคมตามสาขาวิชาชีพของตนเอง

ดร.รุ่งนภา ปุณยานุเดช ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างธนบุรี กล่าวว่า โครงการพัฒนารูปแบบและยกระดับคุณภาพศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center) ของวิทยาลัยสารพัดช่างธนบุรีได้จัดกิจกรรมบริการฝึกอบรม ซ่อมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ จำนวน 35 คัน/วัน การซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน จำนวน 35 เครื่อง/วัน การเปลี่ยนและซ่อมมุ้งลวด จำนวน 35 บาน/วัน การบริการล้างเครื่องปรับอากาศ ชุมชนละ 6 เครื่อง/วัน และการสร้างที่เหยียบเจลแอลกอฮอล์ จำนวน 20 อัน

โดยการฝึกอบรม แบ่งเป็น 2 รอบ รอบเช้า เวลา 9.00-12.00 น. และรอบบ่าย เวลา 13.00-16.00 น. การฝึกอบรมประกอบด้วย ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำแดง 25 คน ขนมเปี๊ยะกุหลาบนมสด 25 คน เครื่องดื่มเพื่ออาชีพ เช่น น้ำใบเตย จำนวน 50 คน เจลล้างมือแอลกอฮอล์ 50 คน ทาเล็บสีเจล 50 คน หน้ากากแฟนซี 50 คน นอกจากนี้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยครูได้นำนักเรียน นักศึกษาไปเรียนรู้และนำเทคโนโลยีไปใช้กับชุมชน เช่น การผลิตร่มสำหรับร้านค้า จำนวน 20 คัน การผลิตป้ายร้านอาหารและเมนูแจ้งราคา จำนวน 20 ป้าย และมีการผลิตหน้ากากอนามัยแบรนด์อาชีวะฝีมือชนคนสร้างชาติ มอบให้กับชุมชนด้วย

ผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ กล่าวต่อไปว่า วิทยาลัยสารพัดช่างธนบุรี ได้ลงนามความร่วมมือกับโรงเรียนวัดใหญ่ศรีสุพรรณ ชุมชนแยกถนนเชียงใหม่ ชุมชนหลังโรงเรียนสารพัดช่าง ชุมชนวัดทองธรรมชาติ ชุมชนท่าดินแดงแยก 14-16 ชุมชนตากสินสัมพันธ์ ชุมชนสามัคคีศรีสุพรรณ และชุมชนศรีภูมิ ซึ่งมีเป้าหมายให้บริการแก่ประชาชนในชุมชน โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ด้านนายชาติชาย กุละนำพล ผู้อำนวยการเขตคลองสาน กล่าวว่า โครงการดังกล่าว มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคม และประเทศชาติ เพราะประชาชนสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการนำรถจักรยานยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน หน้าต่างมุ้งลวด และเครื่องมือในการประกอบอาชีพ มาซ่อมให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ และยังนำความรู้ที่ได้รับจากการฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้น นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน หรือเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ สามารถพัฒนาอาชีพเดิมของตน และยังเป็นโอกาสอันดีที่แสดงให้สาธารณชนได้เห็นถึงศักยภาพของบุคลากร ครู-อาจารย์ในการจัดการศึกษาของวิทยาลัยสารพัดช่างธนบุรี ซึ่งเป็นสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ที่มีความมุ่งมั่นจัดการศึกษาเพื่อประชาชน และชุมชนอย่างแท้จริง

นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการฯ กล่าวปิดท้ายว่า ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชนนี้ นอกจากจะเปิดโอกาสให้ครู นักเรียน นักศึกษา ได้นำความรู้ออกไปช่วยชุมชนแล้วยังเป็นการส่งเสริม สนับสนุนให้ครู นักเรียน นักศึกษา ได้มีเวทีในการใช้ทักษะความรู้ เพื่อให้เกิดประสบการณ์ตรงและเกิดความชำนาญในวิชาชีพมากยิ่งขึ้น

ฝรั่งหัวใจไทยตระเวนถวายสิ่งของ พร้อมดูแลคนไทยในอังกฤษ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/509050

ฝรั่งหัวใจไทยตระเวนถวายสิ่งของ พร้อมดูแลคนไทยในอังกฤษ

ฝรั่งหัวใจไทยตระเวนถวายสิ่งของ พร้อมดูแลคนไทยในอังกฤษ

วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 21.29 น.

วันที่ 1 สิงหาคม 2563 เวลา 10.00 น. ตามเวลาในประเทศอังกฤษ มิสเตอร์เดวิท มาแชล (Mr. David  Marshall )ได้ไปถวายเจลล้างมือ แอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัยและปัจจัย แด่พระอาจารย์สุทัศน์ อมรสุทฺธิ ณ.วัดพุทธประทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นสิ่งของที่จำเป็นอย่างมากในช่วงวิกฤตโรคโควิค-19 

โดย มิสเตอร์เดวิท  เป็นชาวอังกฤษที่ชื่นชอบการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยและชื่มชมในวัฒนธรรม อันดีงาม อีกทั้งยังรักในความเป็นคนไทย โดยได้เดินทางไปถวายสิ่งของจำเป็นยังวัดต่างๆในประเทศอังกฤษ และมียังต้องการที่จะช่วยเหลือคนไทยในประเทศอังกฤษอีกด้วย

ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ทุกคนต่างต้องดูแลตัวเอง กอปรกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ที่ส่งผลถึงรายได้ จึงถือได้ว่า มิสเตอร์เดวิท เป็นคนที่มีน้ำใจต่อคนไทยในต่างแดนเป็นอย่างยิ่ง

‘มท.’ สั่งทุกจังหวัดจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 12 ส.ค.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/508922

‘มท.’ สั่งทุกจังหวัดจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 12 ส.ค.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

‘มท.’ สั่งทุกจังหวัดจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 12 ส.ค.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 09.46 น.

“มท.” สั่งทุกจังหวัดจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 ส.ค.

เมื่อวันที่ 1สิงหาคม 2563  นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า สำนักนายกรัฐมนตรีแจ้งว่า วันพุธที่ 12 สิงหาคม 2563 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อให้ส่วนราชการและหน่วยงานภาครัฐ ได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎร รัฐบาลเห็นสมควรดำเนินการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2563

นายฉัตรชัย  กล่าวต่อว่า เพื่อให้การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2563 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ จึงได้แจ้งไปยังจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการพร้อมแจ้งส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดดำเนินการ

1.ประดับพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมเครื่องราชสักการะ บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัด ประดับธงชาติไทยร่วมกับธงอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. ประดับผ้าระบายสีฟ้าและผ้าระบายสีขาว บริเวณรั้วศาลากลางจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 1-31 สิงหาคม 2563 รวมทั้งตกแต่งซุ้มและประดับไฟบริเวณศาลากลางจังหวัดและถนนสายสำคัญให้สวยงามตามระยะเวลาที่เห็นสมควร

2.จัดสถานที่ลงนามถวายพระพรชัยมงคล ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดที่เหมาะสม โดยประดับพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โต๊ะหมู่บูชาพร้อมเครื่องราชสักการะ สมุดลงนามถวายพระพรชัยมงคล สำหรับบุคลากรในสังกัดและผู้มาติดต่อราชการได้ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ตั้งแต่วันที่ 1-31 สิงหาคม 2563 พร้อมทั้งเชิญชวนบริษัท ห้างร้าน และประชาชนในจังหวัด ร่วมประดับพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมเครื่องราชสักการะ ประดับธงชาติไทยร่วมกับธงอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. บริเวณด้านหน้าอาคารสำนักงานและที่พักอาศัย ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 สิงหาคม 2563 รวมทั้งประดับไฟบริเวณอาคารสำนักงานและที่พักอาศัยให้สวยงามตามระยะเวลาที่เห็นสมควร

“ได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดดำเนินการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2563 ให้เป็นไปอย่างสมพระเกียรติ และเชิญชวนบุคลากรทุกภาคส่วนในจังหวัดและประชาชน ร่วมแต่งกายด้วยเสื้อสีฟ้า (ตามความสมัครใจ) ตั้งแต่วันที่ 1-31 สิงหาคม 2563 เพื่อแสดงความจงรักภักดีโดยพร้อมเพรียงกัน” ปลัดมท. กล่าว

‘คุณหญิงกัลยา’ เปิดตัวหนังสือ ผลงาน1ปีวางรากฐานการศึกษา ดันเด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/508821

'คุณหญิงกัลยา'เปิดตัวหนังสือ ผลงาน1ปีวางรากฐานการศึกษา ดันเด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

‘คุณหญิงกัลยา’เปิดตัวหนังสือ ผลงาน1ปีวางรากฐานการศึกษา ดันเด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 17.15 น.

“คุณหญิงกัลยา” เปิดตัวหนังสือผลงาน 1 ปี วางรากฐานการศึกษา พร้อมก้าวสู่ปีที่ 2 มุ่งปฏิรูปการศึกษา ดันเด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

31 กรกฎาคม 2563 ที่กระทรวงศึกษาธิการ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ เปิดตัวหนังสือ “ใกล้ชิด เกาะติด พัฒนาการศึกษาไทย ทันโลกในศตวรรษที่ 21” สรุปผลงาน 1 ปี วางรากฐานการศึกษา พร้อมก้าวสู่ปีที่ 2 เดินหน้าปฏิรูป ดันเด็กไทยทัดเทียมสากล

ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาฯ ได้วางนโยบายโดยเน้นการปฏิรูปไปที่ตัวผู้เรียนซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางรากฐานการศึกษาไทยไปสู่ศตวรรษที่ 21 ภายใต้นโยบายหลัก 4 เรื่อง คือ โค้ดดิ้ง (Coding) การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การอ่านเขียนเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย และอาชีวะเกษตร ถือเป็นการสร้างพื้นฐานให้กับผู้เรียนและพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในปัจจุบัน

สำหรับ หนังสือ “ใกล้ชิด เกาะติด พัฒนาการศึกษาไทย ทันโลกในศตวรรษที่ 21” เล่มนี้ เป็นการรวบรวมผลงานที่ถือเป็นความภาคภูมิใจร่วมกันของทีมครูกัลยา ทั้งในส่วนของทีมที่ปรึกษา คณะทำงาน และหน่วยงานในกำกับดูแลทุกคน ที่ได้ทุ่มเททำงานด้วยความตั้งใจ ระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วน ร่วมผลักดันก่อให้เกิดความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เพื่อที่จะพัฒนาคนไทยให้มีคุณภาพและเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศต่อไป

“หนังสือผลงาน 1 ปีคุณหญิงกัลยา ใกล้ชิด เกาะติด พัฒนาการศึกษาไทย ทันโลกในศตวรรษที่ 21 เล่มนี้ไม่ใช่เพียงแค่การนำเสนอผลงาน แต่ยังมีการการนำเสนอแนวพระราชดำริของพระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ที่ทรงให้ความสำคัญกับการวางรากฐานการศึกษาไทย ที่มาของพิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย และแนวนโยบายรวมถึงการขับเคลื่อนและผลักดันผ่านหน่วยงานในกำกับดูแลหลายด้าน อาทิ เรื่องโค้ดดิ้ง (Coding) งานด้านอาชีวะเกษตร งานด้านการส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และงานด้านการศึกษาทางเลือกสำหรับผู้ด้อยโอกาสและคนพิการ ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำไปสู่แนวทางการปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริงด้วย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม “STI” (Science-Technology-Innovation) ซึ่งดิฉันมีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแท้จริงที่จะพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวหน้า ลดความเหลื่อมล้ำ และทำให้ทัดเทียมกับนานาอารยะประเทศ” ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว

ทั้งนี้ สาระสำคัญอีกประการหนึ่งในหนังสือเล่มนี้คือการสื่อให้เห็นถึงความทันสมัยในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสารเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน Augmented Reality (AR) โดยผู้อ่านสามารถดาวน์โหลดใช้แอปพลิเคชัน Kukanlaya AR จาก Play Store หรือ App Store และเปิดแอปพลิเคชัน Kukanlaya AR เพื่อเริ่มใช้งาน AR สแกนเนื้อหาในหนังสือที่มีไอคอนแอปพลิเคชัน Kukanlaya ก็จะพบวีดีทัศน์นำเสนอเรื่องราวหลายอย่างที่น่าสนใจโดยเฉพาะประเด็นมุมมองของผู้ร่วมงานที่เป็นทีมครูกัลยาที่สำคัญในการช่วยกันขับเคลื่อนนโยบายมาตลอดระยะเวลาหนึ่งปี

ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวต่อว่า การก้าวขึ้นสู่ปีที่ 2 จะเดินหน้านโยบายเพื่อพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวหน้า เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่จะเกิดขึ้น ภายใต้แนวคิด ทันสมัย-เท่าเทียม-ยั่งยืน โดยเน้นการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ทั้งด้านการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา ความมีเหตุผล และการสร้างสรรค์นวัตกรรม ให้กับครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้เรียนในแต่ละช่วงวัยตามความเหมาะสม ทั้งเด็กปกติ เด็กพิการและด้อยโอกาส รวมถึงกลุ่มเด็กพิเศษ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

องค์การค้าฯไปต่อ! จ้างพนักงานเก่าชั่วคราว 200 คน เตรียมเปิดรับคนรุ่นใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/508798

องค์การค้าฯไปต่อ! จ้างพนักงานเก่าชั่วคราว 200 คน เตรียมเปิดรับคนรุ่นใหม่

องค์การค้าฯไปต่อ! จ้างพนักงานเก่าชั่วคราว 200 คน เตรียมเปิดรับคนรุ่นใหม่

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 16.14 น.

“บอร์ด อค.” มติจ้างพนักงานเก่า200 คนทำงานช่วงลอยต่อ แต่รับฐานเงินเดือนใหม่ เตรียมยุบร้านศึกษาภัณฑ์สาขา อุตรดิษถ์

วันที่ 31 ก.ค.2563 นายธนพร สมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(รองเลขาธิการ สกสค.) กล่าวภายประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค. ที่มี นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เป็นประธาน ว่า ตนได้รับมอบหมายจากประธานบอร์ด อค.ให้ชี้แจง ว่า วันนี้ บอร์ดอค.ได้มีมติอนุมัติให้จ้างลูกจ้างชั่วคราว อค. ประมาณ 200 คน ให้เข้ามาทำงานในช่วงรอยต่อเพื่อให้งานขององค์การค้าดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และทำงานตามแผนฟื้นฟูที่นายอดุล บุสสา ผอ.องค์การค้า คนใหม่ ที่ได้เสนอแผนฟื้นฟูมาแล้ว เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา

“แผนโดยรวมก็เป็นที่พอใจ อาจจะมีปรับบ้างเล็กน้อย แต่ นายอดุล มีความตั้งใจมากในการฟื้นฟูองค์กร ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2563 นี้ พนักงานองค์การค้าที่ถูกเลิกจ้างทั้ง 961 คน ก็จะพ้นจากการทำงานในองค์การค้า และในวันนี้ที่ประชุมฯได้อนุมัติเงินที่ อค.จ่ายเป็นค่าชดเชยก้อนแรกให้กับลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างตามที่ได้ตกลงไว้ ภายในวันที่ 31 ก.ค. 2563 เป็นเงินรวมกว่า 400 ล้านบาท”นายธนพร กล่าว

สำหรับหนักงาน 200 คน ที่ อค.รับเข้ามาทำงานใหม่นี้ ส่วนใหญ่เป็นพนักงานเก่าของ อค.ทั้งหมด เป็นการจ้างชั่วคราว 90 วัน เพื่อให้สามารถทำงานในช่วงลอยต่อนี้ ซึ่งหลัง 90 วันแล้ว อค.ก็จะพิจารณาใหม่ อาจจะทำการจ้างยาวต่อไป และจ้างคนที่มาสมัครใหม่เพิ่มเข้ามาด้วย โดยจะรับคนที่มีความสามารถตรงกับธุกิจ และรับเท่าที่จำเป็น ก็ขอเขิญชวนคนที่สนใจ เพราะอค.ไม่ได้ล้มหรือยุติกิจการ อค.พร้อมจะสู้อย่างเข้มแข็งที่จะเดินไปในแผนธุรกิจใหม่ เพื่อให้เกิดกำไร รายได้ให้องค์กรเข้มแข็งสามารถยืนอยู่ได้ลอดไป คู่กับกระทรวงศึกษาธิการของไทย

“ดังนั้น หากใครที่อยากทำงานกับองค์การค้ายุคใหม่ ให้มาสมัครได้ ส่วนฐานเงินเดือนก็จะได้รับตามความจริงของสถานประกอบการ องค์กรที่จ่ายได้จริง และไม่ขาดทุน และองค์กรขับเคลื่อนไปได้ ต้องทำงานในระบบใหม่ที่เป็นการพัฒนาฟื้นฟูตนเองให้ตรงกับยุคที่ก้าวไปพ้นจากกระดาษ พ้นจากงานพิมพ์ เปลี่ยนไปเป็นเรื่องของดิจิทัล และแพลตฟอร์มต่าง ๆ “ นายธนพณ กล่าว

รองเลขาธิการ สกสค. กล่าวอีกว่า ในช่วงที่ อค.ปรับตัว ที่ประชุมบอร์ด อค. จึงมีมติ ให้ปิดร้านศึกษาภัณฑ์สาขา จ.อุตรดิษถ์ เนื่องจากผลประกอบการขาดทุน และเห็นว่าจะเป็นการช่วยให้อค.ให้อยู่รอดต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ อค.เหลือร้านศึกษาภัณฑ์สาขทั่วประเทศเพียง จำนวน 7 สาขา

นายธนพร กลต่อว่า ส่วนกรณีการจ่ายเงินเดือนของพนักงานและลูกจ้าง อค.เดือน มิ.ย.ที่ยังค้างอยู่นั้น เนื่องจากผู้บริหาร อค.ชุดเดิม ได้จ่ายให้ 75% ของฐานเงินเดือนแต่ละคน ซึ่งนั่นเป็นหลักที่ กรณีนาย จ้างสั่งให้หยุดงาน แต่เนื่องจากมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กฏกระทรวง ได้มอบหน้าที่ตรงนี้ให้เป็นหน้าที่ของประกันสังคมที่ต้องจ่าย 62% จากเงินเดือน 15,000 บาท แต่ในเมื่อ อค.ได้จ่าย 75% ในเดือน เม.ย.และ พ.ค. 75% ไปก่อนหน้านั้นแล้ว ทางประกันสังคมจึงตอบความเห็นกลับมาว่า เมื่อ อค.จ่าย 75% มาแล้ว 2 เดือน ในเดือนที่ 3 ก็ให้ทำเหมือนเดิม ถึงแม้ว่ากฏกระทรวง จะให้รับ 62% จากประกันสังคม ฉะนั้น ในวันนี้ที่ประชุม อค. จึงมีมติจ่าย 75 % ของฐานเงินเดือนของแต่บะคน ให้กับพนักงานและลูกจ้าง อค. โดย อค.จะนำเงินที่ยังมีอยู่มาจ่ายให้กับพนักงานและลูกจ้างภายใน 2-3 วันนี้

รองเลขาธิการ สกสค. กล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้หารือถึงโมเดลธุรกิจใหม่ของ อค.ซึ่งเป็นนิมิตรหมายดีที่ ผอ.อค.คนใหม่ได้เสนอแผนฟื้นฟู ที่จะมีการปรับโมเดลธุรกิจเป็น e-learning เป็นลักษณะ Iteractive Prodram เพื่อคู่ขนานกับตำราเรียนของอค.เพื่อลดความคลาดเคลื่อนความเข้าใจของเด็ก เพื่อลดการใช้กระดาษ โดยในเร็วนี้จะทำเป็นโมเดลทดลองก่อน เพื่อให้ อค.มีสินค้าที่สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน

ทันตแพทยสภายันไม่ใช้ ‘โคเคน’ รักษาฟันนานแล้ว ยินดีให้ข้อมูลตำรวจหากต้องการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/508759

ทันตแพทยสภายันไม่ใช้'โคเคน'รักษาฟันนานแล้ว ยินดีให้ข้อมูลตำรวจหากต้องการ

ทันตแพทยสภายันไม่ใช้’โคเคน’รักษาฟันนานแล้ว ยินดีให้ข้อมูลตำรวจหากต้องการ

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 14.25 น.

วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 พ.ต.ท.ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี นายกทันตแพทยสภา กล่าวถึงกรณีการตรวจพบสารโคเคนในเลือดของนายบอส หรือวรยุทธ อยู่วิทยา โดยอ้างว่าสารดังกล่าว เกิดจากการรักษาฟัน ทำให้ตำรวจไม่สั่งฟ้องคดียาเสพติด ว่า ปัจจุบันไม่มีทันตแพทย์ใช้สารโคเคนจากพืชโคคา ในการทำฟันแล้ว เนื่องจากประสิทธิภาพในการให้ความชาที่ไม่นาน ประกอบกับมีผลข้างเคียงกับสุขภาพของผู้ป่วย ทำให้มีความดันโลหิตสูง จนมีผลต่อการทำงานของหัวใจ จึงหันไปใช้สารสังเคราะห์ชนิดอื่นที่ให้ฤทธิ์การชา ได้แก่ ลิโดเคน ,เมพิวาเคน ,อะทิเคน ที่ให้การชาดีกว่าแต่มีผลข้างเคียงน้อยกับผู้ป่วย ทำให้ทันตแพทย์เลือกใช้สารนี้จนกระทั่งโคเคนไม่ถูกนำมาใช้และหายไปจากวงการทันตกรรม

ส่วนกรณีมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องฤทธิ์ของโคเคนจะอยู่ในร่างกายคน หากมีการใช้เพื่อรักษาฟันจริง นายกทันตแพทยสภา กล่าวว่า ตามปกติแล้วการใช้สารโคเคนในอดีตเพื่อให้ความชาในการรักษาฟันจะไม่ใช้ในปริมาณมาก แต่ไม่สามารถระบุได้ว่า จะอยู่ในร่างกายได้นานแค่ไหน เนื่องจากใช้ในปริมาณน้อยมากและใช้เฉพาะจุด

ส่วนตัวยาชาสารสังเคราะห์เลียนแบบ มีใช้ 2 แบบคือการป้าย เยื่อบุ และ การฉีดเฉพาะจุดจะออกฤทธิ์ไม่นาน ประมาณ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น ส่วนจะมีสารตกค้างอยู่ในร่างกายหรือไม่นั้น ก็ เหมือนกับสารสังเคราะห์ชนิดอื่น ที่มีการตกค้างได้บ้าง แต่ไม่ได้อยู่นานตลอดวัน เช่น น้ำยาบ้วนปาก ที่มีการผสมแอลกอฮอล์ หากบ้วนแล้ว เป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ ก็จะพบปริมาณแอลกอฮอล์ตกค้างได้

ส่วนประเด็นตำรวจ ระบุว่าข้อมูลของทันตแพทย์ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่าทันตแพทย์รายใดเป็นผู้รักษาขณะนั้น จึงเป็นเรื่องที่ตรวจสอบได้ยาก และโดยปกติทันตแพทย์จะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลผู้ป่วย ยกเว้นเป็นคดีความตำรวจมีสิทธิในการเรียกข้อมูลมาประกอบการพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ เนื่องจากเป็นเรื่องของจรรยาบรรณวิชาชีพ แต่ทั้งนี้ ทางทันตแพทยสภา พร้อมให้ข้อมูล และอยากขอข้อมูลจากตำรวจเพื่อช่วยตรวจสอบทันตแพทย์ที่ให้การรักษานายบอส อยู่วิทยา ว่า มีการรักษา ด้วยโคเคนจริงหรือไม่

ขณะที่การใช้โคเคน ในประเทศไทย นายกทันตแพทยสภากล่าวว่า ปัจจุบัน พ.ร.บ.ยาเสพติด มีการอนุญาตให้ใช้สารเสพติดบางชนิด ในทางการแพทย์ได้ เช่น มอร์ฟีน,โคเคน แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุม ของแพทย์และกฎหมาย เพราะมีกลุ่มคนบางกลุ่ม ลักลอบใช้เป็นยาเสพติด ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพและสังคม

นักวิชาการแนะวิธีเพิ่มรายได้เกษตรกรด้วย อววน. แก้ยากจนตรงจุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/508730

นักวิชาการแนะวิธีเพิ่มรายได้เกษตรกรด้วย อววน. แก้ยากจนตรงจุด

นักวิชาการแนะวิธีเพิ่มรายได้เกษตรกรด้วย อววน. แก้ยากจนตรงจุด

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 12.13 น.

นักวิชาการแนะ วิธีเพิ่มรายได้เกษตรกรด้วย “อววน.” แนะเปลี่ยนบทบาทเกษตรกรให้เป็นนักรวบรวมสินค้าชุมชน นักแปรรูปผลผลิต และนักการตลาด “สอวช.” เชื่อถ้าทำได้แก้ปัญหายากจนตรงจุดยั่งยืน

เวทีเสวนา Recovery Forum ในสัปดาห์นี้ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร. บัณฑิต อินณวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมอาหารแห่งมหาวิทยาลัยศิลปากร (EAST) มาบรรยายในหัวข้อ “การปรับห่วงโซ่มูลค่าใหม่ของพืชเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งให้เกษตรกรด้วยการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อววน.” โดยระบุว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อขจัดความยากจน ต้องมองปัญหาเชิงระบบ สร้างแต้มต่อเพื่อให้มีช่องทางในการเพิ่มมูลค่าของพืชเศรษฐกิจ เพิ่มส่วนแบ่งรายได้ของสินค้าชุมชน หรือโอท็อปชุมชน ซึ่งในขณะนี้สัดส่วนของรายได้ยังอยู่ในระดับที่ยังไม่สูงมากนักและเป็นกลุ่มใหญ่ราว 123,000 ราย

ดร.บัณฑิต กล่าวว่า แม้มูลค่าทางเศรษฐกิจระดับฐานราก เมื่อนำมาสู่เศรษฐกิจกระแสหลักจะดูเหมือนไม่มาก แต่เศรษฐกิจฐานรากจะทำให้ค่าเฉลี่ยรายได้ของประชาชนในท้องถิ่นเพิ่มสูงขึ้น และเป็นการกระจายตัว ที่จะมีผลดีมากต่อเศรษฐกิจฐานราก

“การเพิ่มส่วนแบ่งรายได้ เกษตรกรต้องเปลี่ยนบทบาท ลดข้อต่อในพื้นที่ โดยทำการเกษตรแบบสมาร์ทฟาร์ม และทำหน้าที่เป็นผู้รวบรวมผลิตภัณฑ์ที่มี Value Creation สูง มีความโดดเด่นของพื้นที่นั้น หรือเกิดจากภูมิปัญญาหรือวัฒนธรรมของพื้นถิ่นนั้นๆ ซึ่งเราเรียกว่าเป็นสมบัติเก่า ซึ่งหากเกษตรกรปรับตัวเป็นล้งในพื้นที่ เงินจะเข้าเกษตรกรเต็ม 100% และหากเราผลักดันเข้าสู่ระบบการทำโรงสี รวมตัวกันเป็นกลุ่ม หรือ Network Value Chain เพื่อสร้างวงจรความร่วมมือหนุนเสริมกัน เพิ่มการวนรอบของเงินในพื้นที่ให้นานขึ้น มากขึ้นหรือเข้าถึงตลาดที่แท้จริง สัดส่วนแบ่งของเกษตรกรจะเพิ่มขึ้นถึง 40% จะก่อให้เกิดแฟร์เทรดเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งการจะปรับให้เกิดสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น อววน. มีบทบาทสำคัญมากในการใส่องค์ความรู้ เพิ่มทักษะ และนำเทคโนโลยีเข้าไปช่วย” ดร.บัณฑิต กล่าว

ด้าน ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า ข้อมูลที่ ดร.บัณฑิต นำเสนอในวันนี้มีประโยชน์มาก และมีส่วนสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาความยากจนได้ตรงจุด ซึ่งเป็นประเด็นที่ สอวช. ให้ความสำคัญมาก โดยสิ่งที่ท้าทายเกี่ยวกับประเด็นการขจัดความยากจนอย่างตรงจุด คือ เราจะปูพรมขยายผลการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างไรให้ครอบคลุมอย่างทั่วถึง เพราะแต่ละพื้นที่มีบริบทที่ต่างกัน นอกจากการปรับเปลี่ยนแนวคิดของนักวิจัยให้หันมาทำงานที่มุ่งผลให้เกิดการพัฒนา และสามารถผลักดันงานวิจัยสู่ธุรกิจชุมชนได้แล้ว ยังจำเป็นต้องยึดหลักการคิดเชิงออกแบบ คิดแก้ปัญหาที่สามารถนำไปสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ด้วย นอกจากนี้ ต้องอาศัยการลงพื้นที่ไปเกาะติดชุมชนเพื่อเข้าไปชวนคิด ชวนตั้งคำถาม และเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงแนะนำตลอดจนช่วยประสานเชื่อมโยงเครือข่ายปลายน้ำที่เกี่ยวข้องให้กับชุมชน

อย่างไรก็ตาม การขยายประเด็นการพัฒนาประเทศอย่างได้ผลมีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ โดย สอวช. ได้บรรจุประเด็นการขจัดความยากจนอย่างตรงจุด เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ด้านการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม ในเฟสปี 2566 – 2570 ซึ่งขณะนี้ได้ขึ้นรูปมาพอสมควรแล้ว และกำลังเติมเต็มความสมบูรณ์ต่อไป

‘สอศ.-กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน-อีมิแน้นท์แอร์’ ร่วมอัพสกิลฝีมือช่างแอร์ พร้อมไลเซนท์การันตี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/508602

'สอศ.-กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน-อีมิแน้นท์แอร์'ร่วมอัพสกิลฝีมือช่างแอร์ พร้อมไลเซนท์การันตี

‘สอศ.-กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน-อีมิแน้นท์แอร์’ร่วมอัพสกิลฝีมือช่างแอร์ พร้อมไลเซนท์การันตี

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 19.34 น.

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ที่ศูนย์ฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศและทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม นายสุเทพ แก่งสันเทียะ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (รองเลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดยวิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม ได้รับความร่วมมือจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในการส่งวิทยากรมาประจำที่ศูนย์ฝึกฯ ร่วมกับคณะครู อาจารย์ของวิทยาลัย และยังได้รับการสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์ เทคโนโลยีสมันใหม่ พร้อมครูฝึก จากบริษัท อีมิแน้นท์แอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ร่วมกันจัดโครงการพัฒนาอาชีพให้กับผู้ที่ประกอบอาชีพช่างปรับอากาศ (ช่างแอร์) โดยรุ่นแรกได้เปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถมาลงทะเบียบเข้ารับการฝึกอบรมฟรี จำนวน 30 คน หลักสูตร 40 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้เข้าฝึกอบรมได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆและเทคโนโลยีใหม่ๆที่ออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การประกอบอาชีพมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ และหลักจากอบรมเสร็จก็จะมีการทดสอบความรู้เพื่อให้ได้มาตรฐานฝีมือของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน แล้วยังได้รับไลเซนส์ (License) จากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อใช้ประกอบอาชีพตามที่กฏหมายกรมพัฒนาฝีมือแรงงานกำหนดด้วย

ส่วนรุ่นที่ 2 จะฝึกอบรมให้กับนักเรียน นักศึกษาสาขาช่างปรับอากาศ ของวิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม เพื่อให้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆและเพื่อให้มีไลเซนท์ เมื่อเรียนจบแล้วจะได้สามารถประกอบอาชีพได้เลย

“โครงการนี้เป็นการอัพสกิลเพื่อยกระดับฝีมือให้กับผู้ที่ประกอบอาชีพช่างปรับอากาศ เป็นการเพิ่มเทคนิคใหม่ๆและเรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพราะเครื่องปรับอากาศมีการพัฒนาออกมาเป็นระยะๆ ดังนั้น จึงต้องนำเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระบบใหม่มาให้ผู้เข้าอบรมได้ฝึกปฏิบัติ ให้ได้รับองค์ความรู้ที่ทันสมัยยิ่งขึ่น”

ด้าน นายยรรยง รับพร อาชีพ ช่างซ่อมบำรุง โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนึ่งในผู้เข้าฝึกอบรมโครงการพัฒนาอาชีพ กล่าวว่า มาสมัครโครงการนี้เพราะอยากหาความรู้เพิ่มเติม โดยเริ่มเข้าอบรมตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค. – 1 ส.ค.ซึ่งได้เรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่และเรียนรู้ระบบการทำงานของเครื่องแอร์รุ่นใหม่ๆ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย และหากผ่านการทดสอบก็จะได้รับไลเซนท์ขั้นที่ 1 ด้วย