สพฐ.สอบสัมภาษณ์ ‘รองผอ.สพท.’ ตำแหน่งว่าง57อัตรา มีสิทธิสอบ955คน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/508590

สพฐ.สอบสัมภาษณ์'รองผอ.สพท.'ตำแหน่งว่าง57อัตรา มีสิทธิสอบ955คน

สพฐ.สอบสัมภาษณ์’รองผอ.สพท.’ตำแหน่งว่าง57อัตรา มีสิทธิสอบ955คน

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 18.51 น.

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 นายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) พร้อมด้วย นายวัลลพ สงวนนาม ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ.และนางสุดา สุขอ่ำ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ ลงพื้นที่ติดตามการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในสังกัด สพฐ.รอบสอบสัมภาษณ์ โดยมีผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินจำนวน 955 คน มีตำแหน่งว่างรวม 57 อัตรา ณ สนามสอบมหาวิทยาลัยสวนดุสิต กรุงเทพมหานคร

นายกวินทร์เกียรติ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการสอบคัดเลือกรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (รอง ผอ.สพท.) สังกัด สพฐ.รอบสอบสัมภาษณ์ ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยดำเนินการสอบคัดเลือกตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กคศ. กำหนด มีผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมิน จำนวน 955 คน ซึ่งเป็นผู้ที่สอบผ่านการคัดเลือกภาค ก และภาค ข แบ่งเป็นสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) จำนวน 792 คน และสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) จำนวน 163 คน โดยมีตำแหน่งว่าง รวม 57 อัตรา แบ่งเป็นสังกัด สพป.จำนวน 41 อัตรา และสังกัด สพม.จำนวน 16 อัตรา

สำหรับการสอบคัดเลือกรอง ผอ.สพท.ครั้งนี้ สพฐ.ดำเนินการสอบตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยยึดถือระบบคุณธรรม ความเสมอภาค ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้ได้ผู้บริหารงานครบถ้วนทุกเขตพื้นที่ ตามนโยบายของ สพฐ.ที่จะไม่ให้ขาดผู้บริหารในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในแต่ละเขต โดยคณะทำงานได้มีการวางมาตรการ เพื่อให้สามารถจัดสอบได้ด้วยความเรียบร้อย ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เช่น มีเครื่องสแกนอุณหภูมิ เจ้าหน้าที่คัดกรอง มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และจัดห้องสอบแบบเว้นระยะห่างทางสังคม ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

“จากการตรวจเยี่ยมการสอบสัมภาษณ์ในวันนี้ พบว่าการจัดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกขั้นตอนมีมาตรการดำเนินการที่ชัดเจน ทั้งในเรื่องของการคัดกรองผู้เข้าสอบ การจัดห้องสอบตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งผู้เข้าสอบทุกคนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หลังจากได้ประเมินแล้วมีความเชื่อมั่นว่า จะได้บุคคลที่มีศักยภาพตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดและคาดหวังไว้ คือ เป็นคนที่มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพที่ดี เหมาะสมกับตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ฯเพื่อทำหน้าที่บริหารการจัดการศึกษาในระดับเขตพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพต่อไป” นายกวินทร์เกียรติ กล่าว

ทั้งนี้ การสอบภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง ใช้วิธีการประเมินวิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนาเขตพื้นที่การศึกษา ทำการประเมินในระหว่างวันที่ 29 – 31 กรกฎาคม 2563 และดำเนินการสอบสัมภาษณ์ ระหว่างวันที่ 30-31 กรกฎาคม 2563 จากนั้น จะประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือก ภายในวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563 นี้ และจะมีการพัฒนาก่อนการบรรจุและแต่งตั้ง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด จำนวนไม่น้อยกว่า 30 วัน แล้วจึงบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ ตามจำนวนตำแหน่งว่าง โดยขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกไว้เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ประกาศขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก

กสศ. เปิดตัวระบบ iSEE 2.0 นวัตกรรมลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/508451

กสศ. เปิดตัวระบบ iSEE 2.0 นวัตกรรมลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา

กสศ. เปิดตัวระบบ iSEE 2.0 นวัตกรรมลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 09.32 น.

 กสศ.เปิดตัวระบบ iSEE 2.0 นวัตกรรมลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา เครื่องมือเอ็กซเรย์ข้อมูลระดับพื้นที่ในทุกมิติ ช่วยทำให้สังคมไทยมองเห็นเด็กทุกคนในประเทศผ่าน 5 เป้าหมายหลัก ขณะที่สตาร์ทอัพเมืองไทยยืนยันพลังอำนาจของข้อมูลการศึกษาจะช่วยเหลือและเปลี่ยนชีวิตเด็กได้ แนะดึงทุกภาคส่วนใช้เครื่องมือ iSEE สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา
            
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดแถลงข่าวเปิดตัวระบบ “iSEE 2.0 นวัตกรรมสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา” เครื่องมือสำคัญที่ทำให้การช่วยเหลือไปถึงเด็กๆได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ ตรงตามสภาพปัญหาอย่างแท้จริง พร้อมจัดเวทีเสวนา “EdTech และการขับเคลื่อนสังคมด้วยข้อมูล (Data Activism) กรณีศึกษาระบบ iSEE กับการระดมความร่วมมือเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา”  

ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า กสศ.ได้วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (Information System for Equitable Education : iSEE) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (BIG Data) รายบุคคล ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสมากกว่า 4 ล้านคนโดยเชื่อมโยงข้อมูลเด็กและครอบครัวกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของ 6 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงงาน และกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงข้อมูลจากระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) 

เพื่อที่จะช่วยให้ผู้ทำนโยบาย “มองเห็น” สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำได้ชัดเจนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ตลอดจนเป็นเครื่องมือให้กับหน่วยงาน ภาคีต่างๆ ที่มีภารกิจในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ในอนาคต  ทั้งนี้ระบบ iSEE นับเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ด้านการศึกษา ที่จะช่วยยกระดับการค้นหา คัดกรองเด็กเยาวชนทั้งในและนอกระบบการศึกษาอย่างละเอียด โดยจะสำรวจตั้งแต่ระดับประเทศ ภูมิภาค จังหวัด อำเภอ ตำบล โรงเรียน จนถึงรายบุคคล ทำให้ติดตามสถานการณ์การศึกษา อัตราการมาเรียน รายได้เฉลี่ยของครัวเรือน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กในอนาคต ฯลฯ เพื่อที่จะให้ความช่วยเหลือได้เข้าถึงตัวเด็กอย่างทันท่วงที 

 “จุดเด่นของระบบ iSEE คือ การแสดงข้อมูลสุขภาวะและทุพโภชนาการของเด็กและเยาวชน ข้อมูลสถานะครัวเรือนและสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชน ข้อมูลการเดินทางระหว่างไปโรงเรียน ข้อมูลสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของโรงเรียน และจากการประมวลผลข้อมูลพบปี 2562 มีนักเรียนในระบบการศึกษาหายไปครึ่งหนึ่งหลังจบ ม.3 ยังพบว่า 3 จังหวัด ได้แก่ ตาก กรุงเทพ แม่ฮ่องสอน มีเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษามากที่สุด” รองผู้จัดการ กสศ.กล่าว

ดร.ไกรยส กล่าวว่า กสศ.ต้องการจัดทำระบบ iSEE ให้เป็น user- centered data Visualization Tools หรือนำเสนอข้อมูลที่ซับซ้อนในรูปแบบที่ง่ายและสอดคล้องกับการใช้จริงของภาคีเครือข่าย ในการทำให้สังคมไทยมองเห็นเด็กทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ผ่าน 5 เป้าหมายหลัก ได้แก่ 1) มีระบบสารสนเทศที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลในหลายกระทรวง 2) Virtual Live ข้อมูล ให้เป็น user center design มีการทำกราฟ/ตารางที่ง่ายต่อการใช้งาน เพื่อนำไปแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างง่าย 3) ปฏิรูปกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เช่น การระดมทุน หรือ การจัดค่ายอาสาพัฒนาชนบท ที่สามารถมองเห็นเด็กหรือโรงเรียนได้ชัดมากที่สุด 4) ขับเคลื่อนทรัพยากรและเครือข่ายในสังคมเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 5) สนับสนุนผู้ที่ต้องการเป็นนักวิจัย start up ผู้ประกอบการทางสังคม และสื่อมวลชน ให้มีพลังในการขับเคลื่อนวาระทางสังคมมากขึ้น ด้วยข้อมูลที่ทันสมัย เพื่อช่วยกันลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ทุกที่ ทุกเวลา นอกจากนี้ระบบ iSEE ยังมีระบบการตอบกลับที่เป็นวงจร สามารถนำข้อมูลกลับมารายงานได้ว่ามีจำนวนเด็กที่ได้รับการช่วยเหลือ เด็กที่จบการศึกษา รวมถึงเด็กที่ได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาแล้วกี่คน ทั้งนี้ กสศ. หวังว่าระบบ iSEE จะมีผู้ใช้งานเข้ามาใช้ฐานข้อมูลของเราอย่างต่อเนื่องจนเกิดความยั่งยืน เพื่อให้กรอบการทำงานระยะยาวของ กสศ. ที่มองว่า Data เป็นการทำงานเชิงยุทธศาสตร์นำไปสู่ความเสมอภาคทางการศึกษาในอนาคต

นายเรืองโรจน์ พูนผล หรือ “กระทิง” ประธาน กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ในฐานะมือปั้น Startup มือหนึ่งของไทย กล่าวถึง ed tech และการขับเคลื่อนสังคมด้วยข้อมูล ว่า จากการที่ตัวเองทำงานด้านสตาร์ทอัพ มาหลายปี และตอนนี้มีสตาร์ทอัพที่ลงทุนอยู่ด้วย78 ราย และในฐานะผู้ปั้นสตาร์ทอัพในประเทศไทย ทำให้รู้ว่า ฐานข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการแจ้งเกิดสตาร์ทอัพอย่างมาก และระบบisee 2.0 ของกสศ.ทำให้เราทราบว่า จะต้องพัฒนาระบบ ที่สตาร์ทอัพ สามารถนำไปใช้ได้ และแก้ปัญหาได้ตรงจุด ทั้งนี้ อยากชวน สตาร์ทอัพ มาใช้ข้อมูล isee 2.o เพื่อจะได้ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ได้ช่วยเหลือสังคม และช่วยเหลือสตาร์ทอัพให้วิเคราะห์ได้ถูกต้อง ที่ผ่านมาสตาร์ทอัพมองเห็นปัญหา แต่ไม่สามารถใส่ข้อมูลลงไปได้ พอได้ทำงานกับ กสศ. มาระยะหนึ่งทำให้ทราบว่า จะใส่ข้อมูลอะไรลงไป
  
 นายเรืองโรจน์  พูนผล หรือ กระทิง กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด –19 ส่งผลให้เด็กไม่ได้ไปโรงเรียน  งานวิจัยจากแมคเคนซียังชีให้เห็นว่ากระทบต่อจีดีพีสหรัฐ   และมีเด็กถึง 4 ล้านคน ที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ Old normal  และวันนี้  4 ล้านคนต้องการความช่วยเหลือ แต่จากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Distrup) ทำให้เราไม่มีข้อมูลในการเข้าไปช่วยเหลือ
   
“สตาร์ทอัพหลายภาคส่วนถามหาข้อมูลอยู่ไหน  ซึ่งการที่ กสศ.สร้างระบบ iSEE ขึ้นมาเหมือนมอบพลังอำนาจแห่งเทคโนโลยีมาให้ ในเมื่อเราจะเปลี่ยนแปลงประเทศด้วยพลังอำนาจของข้อมูล วันนี้ชวนทุกคน เข้ามาเปลี่ยนแปลงเรื่องการศึกษา เพราะการศึกษาเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ โดยร่วมกันเปลี่ยนแปลงเด็ก 4 ล้านกว่าคน เพื่อให้ประเทศไทยไปอยู่ข้างหน้าได้โดยเข้าไปในระบบ iSEE” นายเรืองโรจน์ กล่าว 

นายเรืองโรจน์ กล่าวว่า ระบบ iSEE เป็นแพลตฟอร์มที่มีชีวิต หากผู้สนใจอยากได้ฟีเจอร์อะไรเพิ่มเติม ก็สามารถเข้ามาร่วมพัฒนากับกสศ.ได้ การันตีได้เลย ลงทุน สตาร์ทอัพ 79  บริษัท แต่กสศ. สร้างระบบนี้ได้เร็วกว่าบางบริษัทด้วยซ้ำ ดังนั้น มาช่วยกันได้ แค่คุณคลิก แชร์ ดาต้านี้นำไปบอกเล่า สามารถเปลี่ยนแปลงประเทศไทยในแบบของคุณได้แล้ว

 นายพริษฐ์   วัชรสินธุ หรือ “ไอติม” ผู้ก่อตั้ง startdee เน็ตฟลิกซ์แห่งวงการการศึกษาไทย  กล่าวว่า สตาร์ทดีต้องขอบคุณ กสศ. เพราะ หลายเรื่องต้องตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลของ กสศ. ทั้งสตาร์ทดีและกสศ. มีเป้าหมายต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ปัจจุบันเด็กไทยเจอความเหลื่อมล้ำสองตลบ ตลบที่หนึ่งเป็นคุณภาพการเรียนการสอนในแต่ละโรงเรียน ไม่เท่ากันระหว่างหัวเมืองกับชนบท และตลบที่สองคือ ช่องทางการเรียนนอกห้องเรียน ก็ถูกปิดกั้นด้วยวัฒนธรรมการเรียนพิเศษที่ราคาค่อนข้างสูง  สิ่งที่เล็งเห็นคือสัดส่วนเด็กไทยที่เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพจึงไม่สูงมาก 

นายพริษฐ์ กล่าวว่า  การใช้งานในส่วนของระบบ iSEE ส่วนแรกมาจากความสงสัยส่วนตัวต้องการตรวจสอบตัวเอง อยากรู้ว่าเด็กที่เข้าถึงแอปพลิเคชั่นของสตาร์ดี เป็นเด็กยากจนมากน้อยแค่ไหน เราจึงเอาข้อมูลโรงเรียนของนักเรียนที่มาใช้แอปพลิเคชั่นไปจับคู่กับข้อมูลใน iSEE ดูว่าโรงเรียนนี้มีสัดส่วนเด็กยากจนมากน้อยแค่ไหน  ซึ่งพบว่ามีโรงเรียนที่มีสัดส่วนเด็กยากจน 80-100%  ซึ่งเมื่อรู้กลุ่มเป้าหมายของเราแล้วก็ทำให้เราสามารถออกแบบการเรียนรู้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายเพราะเรารู้ว่าเรากำลังช่วยเหลือใครอยู่ ทำให้สามารถต่อยอดได้เพราะมีเอกชนหลายแห่งพร้อมสนับสนุน เรื่องการศึกษา เรานำข้อมูล กสศ.มาเทียบว่าเด็กคนไหนมีกำลังจ่าย มากน้อยแค่ไหน ถ้ามีฐานะดีอยู่แล้ว ทุนการศึกษาจะให้คนอื่น ซึ่งเรานำทุกโรงเรียนที่อยู่ในระบบเรามากางและเทียบสัดส่วนเด็กยากจนจากมากไปน้อย  

“โดยเราเห็นว่าจังหวะก้าวการทำงานของ กสศ. เร็วกว่าการทำงานของภาครัฐที่เราคุ้นเคย การช่วยลดความเสมอภาคไม่จำเป็นต้องให้สิ่งเดียวกับทุกคน  แต่สามารถให้สิ่งที่ดีที่สุดกับทุกคน ซึ่งเครื่องมืออย่างiSEE ช่วยสตาร์ทอัพอย่างสตาร์ทดีให้ไปสู่เป้าหมายจุดนั้นได้” นายพริษฐ์ กล่าว 

ด้าน ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว 3 มิติ  กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานข่าวที่ผ่านมาได้เจอปัญหาของเด็ก และโรงเรียนที่ยากจน จึงนำเสนอเรื่องราวต่างๆให้คนทั่วไปได้รับรู้  แต่พอมีคนมาถามว่า จะไปบริจาคให้เด็กยากจนที่ไหนได้บ้าง เราก็บอกได้ไม่หมด บอกได้แค่ที่ไปเจอ แต่พอมีฐานข้อมูล iSEE 2.0 ทำให้เราทราบว่า จริงๆแล้ว มีเด็กยากจน และต้องการความช่วยเหลืออีกเป็นจำนวนมาก และคนเหล่านั้น ต้องการให้ภาครัฐ หรือหน่วยงานต่างๆ เข้าไปให้การช่วยเหลือ 
 

โปรดเกล้าฯผู้แทนพระองค์ ออกรับเครื่องราชสักการะถวายพระพรชัยมงคล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/508280

โปรดเกล้าฯผู้แทนพระองค์  ออกรับเครื่องราชสักการะถวายพระพรชัยมงคล

โปรดเกล้าฯผู้แทนพระองค์ ออกรับเครื่องราชสักการะถวายพระพรชัยมงคล

วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 15.34 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ออกรับเครื่องราชสักการะถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563

วันที่ 29กรกฎาคม 2563 เวลา 07.56 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศโท ภักดี  แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ฯ ออกรับเครื่องราชสักการะถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563 ซึ่งรัฐบาล ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้แทนภาคประชาชน เชิญเครื่องราชสักการะ ประกอบด้วย ต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน พานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน และพานดอกไม้ธูปเทียนแพ  ณ บริเวณหน้าประตูภูธรลีลาศ พระลานพระราชวังดุสิต

นักเรียนบุกศธ. ยื่น 4 ข้อเรียกร้อง ‘ครูตั้น’ ขจัดความไม่เท่าเทียมทางเพศ-ทรงผม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/508262

นักเรียนบุกศธ.ยื่น4ข้อเรียกร้อง'ครูตั้น' ขจัดความไม่เท่าเทียมทางเพศ-ทรงผม

นักเรียนบุกศธ.ยื่น4ข้อเรียกร้อง’ครูตั้น’ ขจัดความไม่เท่าเทียมทางเพศ-ทรงผม

วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 14.51 น.

กลุ่มนักเรียนบุกศธ.ยื่น4ข้อเรียกร้องต่อ”รมว.ศธ.”ให้ขจัดความไม่เท่าเทียมทางเพศและเรื่องทรงผม

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กลุ่มนักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศ กว่า 50 คน มารวมตัวชูป้ายข้อความ ว่า #เราไม่ใช่ตัวประหลาด , การแต่งกายนักเรียนไม่ควรถูกแบ่งแยกตามเพศกำเนิด , สิทธินักเรียน LGBTIQANs+ คือ สิทธิมนุษยชน , ตัวของหนูทำไมครูมีปัญหา เป็นต้น และเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนเรื่อง ข้อร้องเรียนจากกลุ่มนักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศ ต่อ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัด ศธ.ในฐานะโฆษก ศธ.รับเรื่องแทน

ทั้งนี้ กลุ่มนักเรียนได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เช่น การตัดผมของตน การเปลี่ยนชุดจากนักเรียนชายแต่งเป็นชุดนักเรียนหญิง หรือการฉีกหนังสือสุขศึกษาที่เขียนเนื้อหาสร้างความเข้าใจผิด เรื่องของความหลากหลายทางเพศ

โดยตัวแทนนักเรียน กล่าวว่า ปัจจุบันสิทธิของนักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศ ไม่ได้มีการคุ้มครองอย่างชัดเจนไว้ในกฎหมายใดๆ จึงทำให้นักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศจำนวนมากถูกปฏิบัติด้วยความไม่เข้าใจในเพศวิถีของนักเรียน บางคนถูกปฏิบัติอย่างเพศชาย บางคนถูกปฏิบัติอย่างเพศหญิง โดยใช้เพศกำเนิดที่มีแค่ 2 เพศ มาเป็นตัวตัดสินเพศของนักเรียนว่าจะเป็นชายหรือหญิง และมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่เข้าใจในเพศที่หลากหลายของนักเรียน ทางองค์กรนักเรียนเลว จึงขอยื่นข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ต่อ ศธ.เพื่อขจัดความไม่เท่าเทียมทางเพศให้กับนักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศ ดังนี้

1.กระทรวงศึกษาฯต้องปรับปรุงและแก้ไขระเบียบว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 โดยต้องระบุให้นักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศได้มีสิทธิในการเลือกทรงผมตามเพศวิถีของตนเอง

2.นักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศต้องมีสิทธิเลือกที่จะใส่ชุดนักเรียนตามเพศวิถีของตนเองและ ศธ.ต้องออกแบบชุดนักเรียนเพิ่มเติมสำหรับนักเรียนที่มีความลื่นไหลทางเพศ หรือยกเลิกการบังคับแต่งเครื่องแบบนักเรียน เพื่อให้นักเรียนทุกคนมีสิทธิที่จะแต่งกายได้ตามเพศของตนเอง

3.ตรวจสอบ เรียกคืน และยุติการจัดจำหน่ายหนังสือเรียนที่พูดถึงความหลากหลายทางเพศในมุมมองที่ไม่ถูกต้อง รวมทั้งให้ยกเลิกแบบประเมินและกฎระเบียบของโรงเรียนต่างๆ ที่ยังมีการเหยียดเพศ หรือลดทอนศักดิ์ศรีความป็นมนุษย์ของนักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศ

4.ขอให้ ศธ.กำชับครูและบุคลากรทางการคึกษาให้ปฏิบัติต่อนักเรียนทุก ๆ เพศอย่างเท่าเทียมกัน และห้ามดูถูก ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือกลั่นแกล้งนักเรียนด้วยเรื่องเพศ

ด้าน นายประเสริฐ กล่าวว่า ข้อเรียกร้องทั้ง 4 เรื่อง ที่นักเรียนเสนอในวันนี้ ศธ.จะรับไว้และตั้งคณะกรรมการพิจารณาว่าข้อไหนสามารถปรับแก้ หรือดำเนินการให้ทุกคนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เพราะเข้าใจดีว่าปัจจุบันสังคมเจริญก้าวหน้า เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว หลายเรื่องจะยึดติดวัฒนธรรมเดิมคงไม่ได้ แต่ ศธ.ก็ได้ไม่ได้กำหนดวิถีชีวิตเพียงกระทรวงเดียว การจะปรับแก้กฏระเบียบใดจะต้องได้รับความเห็นชอบจากหลายๆกระทรวง โดยเฉพาะการเปลี่ยนระเบียบทรงผมปี 2518 แก้ไขว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียนในปี 2563 ที่ผ่านมา ก็เป็นการเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่เมื่อเปลี่ยนแล้วนักเรียนคิดว่ายังไม่สมบูรณ์ ศธ.ก็พร้อมจะนำข้อเรียกร้องไปประชุมหารือกับหลายฝ่ายและกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความรอบครอบและนักเรียนมีความสบายใจ ทั้งนี้ ตนจะนำเรื่องนี้รายงานให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.และรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ได้รับทราบต่อไป คาดว่าเรื่องดังกล่าวจะแก้ไขให้เสร็จภายใน 2 – 3 เดือน ข้อให้นักเรียนมั่นใจ

ที่ผ่านมาการออกระเบียบว่าด้วยทรงผม 2563 แตกต่างจากปี 2518 เพียงข้อ 5 นักเรียนต้องห้ามปฏิบัติตน ดังนี้ (1) ดัดผม (2) ย้อมสีผมให้ผิตไปจากเดิม (3) ไว้หนวดหรือเครา (4) การกระทำอื่นใดซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน เช่น การตัดแต่งทรงผมเป็นรูปทรงสัญลักษณ์หรือเป็นลวดลาย และเพิ่มข้อ 7 ให้สถานศึกษา รับฟังความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษา หรือคณะกรรมการบริหารโรงเรียนวางระเบียบเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียน การตำเนินการตามวรรคหนึ่งให้ยึดถือหลักความเหมาะสมในการพัฒนาบุคลิกภาพที่ดีของนักเรียน และการมีส่วนร่วมของนักเรียน สถานศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชนท้องถิ่น ส่วนข้ออื่นๆ ก็ยังเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกลุ่มนักเรียนยื่นข้อร้องเรียนแล้ว นักเรียนได้สักถาม ต่อคำถามเรื่องระเบียบว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียนปี 2563 ฉบับใหม่ว่า การเปลี่ยนแปลงได้รับฟังความคิดเห็นของนักเรียนหรือไม่ และการออกระเบียบนี้ได้เคารพรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 หรือไม่ ซึ่งนายประเสริฐ ก็ได้ตอบข้อซักถามว่า ตนเคารพรัฐธรรมนูญ แต่ตนเป็นข้าราชการประจำ ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนระเบียบที่วางไว้ และคงจะรับปากหรือให้คำสาบานตามที่นักเรียนร้องขอไม่ได้ ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องพักไป ทำให้กลุ่มนักเรียนไม่พอใจ และต่อว่าผู้ใหญ่ใน ศธ.ไม่รับฟังข้อเรียกร้องจากพวกตน และประกาศจะติดตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด

ขณะที่ล่าสุด นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ปลัด ศธ.ยังไม่ได้รายงานเรื่องที่มีกลุ่มนักเรียนมาร้องเรียน เรื่องความไม่เท่าเทียมทางเพศในการแต่งกาย และเรื่องทรงผม แต่สำหรับเรื่องทรงผมนั้น ตนมีความชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนเรื่องระเบียบวินัยในการแต่งกาย ตนขอให้ยึดระเบียบเดิมไว้ก่อน เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำ ตนไม่อยากให้นำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นในการขับเคลื่อนการศึกษาไทย

พสกนิกรทั่วหล้า พร้อมใจถวายพระพร ‘ร.10’ ตักบาตรพระสงฆ์ 69 รูป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/508178

พสกนิกรทั่วหล้า พร้อมใจถวายพระพร‘ร.10’ ตักบาตรพระสงฆ์69รูป

พสกนิกรทั่วหล้า พร้อมใจถวายพระพร‘ร.10’ ตักบาตรพระสงฆ์69รูป

วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

พสกนิกรทั่วหล้าพร้อมใจถวายพระพร‘ร.10’

ตักบาตรพระสงฆ์69รูป 3ทัพยิงสลุตหลวง21นัด

นายกฯพร้อมภริยานำคณะฯทำพิธีตักบาตร 69 รูปถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมนำทุกหมู่เหล่าร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล ด้าน 3 เหล่าทัพ พร้อมใจยิงสลุตหลวง21นัดเฉลิมพระเกียรติ ขณะพสกนิกรทั่วไทยพร้อมใจร่วมทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

พสกนิกรชาวไทยทั่วทุกภูมิภาค ทั่วประเทศ ร่วมใจกันทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28กรกฎาคม2563

เมื่อเวลา 07.00น.วันที่ 28กรกฎาคม ที่ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปีพุทธศักราช 2563 คณะรัฐมนตรี(ครม.) พร้อมคู่สมรส โดยมีประธานองคมนตรี และภริยา คณะองคมนตรี และภริยา ประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หน่วยราชการในพระองค์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ร่วมงานพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 69 รูป ในครั้งนี้ด้วย

เวลา 08.30น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563 ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมมหาราชวัง โดย มีนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา พร้อมด้วยรองนายกรัฐมนตรีและภริยา เข้าร่วมพิธี โดยนายกรัฐมนตรีและภริยา รองนายกรัฐมนตรีและภริยา ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวนายกรัฐมนตรี ถวายแจกันดอกไม้ในนามของนายกรัฐมนตรีและภริยา รองนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี

จากนั้น ในเวลา18.00น.นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พร้อมกับหลายจังหวัดทั่วประเทศ

กองทัพไทยทำบุญ-ทบ.ยิงสลุต

เวลา 07.00น.ที่ท้องสนามหลวง พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.)พร้อมด้วยนางจิราพรรณ เบญญศรีนายกสมาคมแม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมพิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 69รูปและเข้าร่วมในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นข้าราชการที่ดี จากนั้นได้นำคณะผู้บังคับบัญชาของกองบัญชาการกองทัพไทยประกอบด้วย รอง ผบ.ทสส.เสนาธิการทหาร รองเสนาธิการทหารและภริยา ร่วมลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม.

ขณะที่ แต่ละเหล่าทัพ ได้ดำเนินการยิงสลุตหลวง 21นัด เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา 28 กรกฎาคม 2563 โดย กองทัพบก กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่1รักษาพระองค์ ทำการยิงสลุตหลวง ที่ท้องสนามหลวง

ทร.ทำบุญตักบาตร-ปล่อยปลา

ด้านกองทัพเรือ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และน.อ.หญิง อุบลวรรณ รุดดิษฐ์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ร่วมในพิธี เจริญพระพุทธมนต์ พิธีทำบุญตักบาตร เพื่อถวายเป็น พระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพิธีกล่าวคำปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดี และเป็นพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา 28 กรกฎาคม 2563 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เขตพระนคร จากนั้น ผบ.ทร. พร้อมคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือและคู่สมรส ได้ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลต่อเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา28 กรกฎาคม 2563 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

เวลา 09.39น.ผบ.ทร.เป็นประธานพิธีปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืด 2,869 ตัวเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ณ ท้องพระโรง พระราชวังเดิม โดยนิมนต์พระสงฆ์จากวัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร เจริญพระพุทธมนต์มีผู้ร่วมในพิธีประกอบด้วย คณะนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือ หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ข้าราชการ ทหาร ลูกจ้างและพนักงานราชการจากหน่วยต่างๆของกองทัพเรือในพื้นที่กทม.

ทร.-ทอ.ยิงสลุตหลวง21นัด

ขณะเดียวกัน เวลา 07.30น.กองทัพเรือ จัดให้มีพิธีถวายราชสักการะพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและเป็นพลังของแผ่นดิน พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์สามเณร 69รูปและพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคลต่อเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพื้นที่กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่โดยมีพล.ร.อ.ช่อฉัตร กระเทศ รอง ผบ.ทร.เป็นประธานในพิธี

เวลา12.00น.กองทัพเรือ ทำการยิงสลุตหลวงเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา68 พรรษา จำนวน 21นัด ณ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ พระราชวังเดิม กองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่

เวลา12.00น.กองทัพอากาศโดยกรมทหารต่อสู้อากาศยานรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ทำการยิงสลุตหลวง21นัด ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 68 พรรษา28กรกฎาคม2563 ณ ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช

โคราช-ขอนแก่นถวายพระพร

ขณะที่ทั่วประเทศ พสกนิกรชาวไทยร่วมทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดย จ.ขอนแก่น บริเวณศาลหลักเมืองขอนแก่นในเขตเทศบาลนครขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าฯขอนแก่น เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 69 รูป ร่วมกับข้าราชการและประชาชนกว่า 500 คน โดยมี พระธรรมดิลก ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 (ธ) พระเทพพุทธิมุนี เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น (ธ) พระเถระ 10 รูป ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์

ที่ จ.นครราชสีมา บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เขตเทศบาลนครนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน ประกอบพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ จำนวน 69รูป เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563เพื่อเป็นการเทิดทูนและถวายจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ การรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ มีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการศาล อัยการ ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ นักศึกษา และประชาชนทุกหมู่เหล่ากว่า 1,000 คน พร้อมใจสวมใส่เสื้อสีเหลืองร่วมตักบาตร

กองทัพยิงสลุตหลาว21นัด

จากนั้น ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำข้าราชการทุกภาคส่วน ร่วมกันถวายราชสักการะ พร้อมลงนามถวายพระพรชัยมงคล พร้อมกันนี้ กองทัพภาคที่ 2 ได้นำปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้ง ขนาด 105 มิลลิเมตร M101 A1 จำนวน 4 กระบอก ยิงสลุตหลวง 21 นัด ท่ามกลางประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมาจำนวนมากที่เดินทางไปชมการยิงสลุตหลวงในครั้งนี้ ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา

สกลฯ-นครพนมถวายพระพร

จ.สกลนคร นายมนสิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าฯสกลนคร เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร 68 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม2563 ที่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร อ.เมือง จ.สกลนคร โดยมี หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประธานชุมชน นักเรียน พร้อมประชาชนร่วมตักบาตรเป็นจำนวนมาก

ที่วัดมหาธาตุ อ.เมือง จ.นครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าฯนครพนม นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ อัยการ ศาล ทหาร ตำรวจ ตลอดจนคณะครู อาจารย์ ข้าราชการพลเรือน นักเรียน นักศึกษา พ่อค้าและประชาชนจังหวัดนครพนมร่วมกันประกอบพิธีทำบุญตักบาตร

เชียงใหม่จัดพิธีทำบุญตักบาตร

จ.เชียงใหม่ ที่ห้องโถงด้านหน้าอาคารศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าฯเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยข้าราชการทุกฝ่าย ตุลาการ อัยการ ทหาร ตำรวจ เจ้านายฝ่ายเหนือ ข้าราชการพลเรือนและประชาชนทุกหมู่เหล่าเข้าร่วมพิธี และเวลา 09.00 น.ผู้ว่าฯเชียงใหม่ นำคณะร่วมพิธีลงนามถวายพระพร และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ชาวสมุย-สตูลร่วมถวายพระพร

ส่วนบริเวณลานจอดรถท่าเทียบเรือหน้าทอน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นายธีระพงศ์ ช่วยชู นายอำเภอเกาะสมุย เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมี ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ได้นำข้าวสารอาหารแห้ง มาร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 68รูป ส่วนที่บริเวณริมเขื่อนแม่น้ำตาปี เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยข้าราชการ ประชาชน กลุ่มพลังมวลชน และนักเรียน นักศึกษา ได้ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 69 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล และร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน 699,999 ตัว ลงแม่น้ำตาปี

จ.สตูล ที่เทศบาลเมืองสตูล นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลพร้อมภริยา นำหัวหน้าส่วนราชการและพสกนิกรร่วมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด ถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัววชิราลงกรณ์ รัชกาลที่ 10 ก่อนนำพสกนิกรชาวสตูลร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 69 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563

โดยพสกนิกรชาวสตูลพร้อมใจกันสวมเสื้อเหลืองเพื่อแสดงออกถึงสัญลักษณ์ ความจงรักภักดี และปฏิบัติตนตามวิถีชีวีตใหม่ ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยมาร่วมตักบาตรพระสงฆ์อย่างพร้อมเพียง ก่อนที่ทางจังหวัดตลอดทั้งวันนี้ มีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติลงนามถวายพระพร ถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นข้าราชการที่ดีและเป็นพลังของแผ่นดิน

นายกฯนำพสกนิกรชาวไทย จุดเทียนชัยถวายพระพร ในหลวง ร.10 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/508152

นายกฯนำพสกนิกรชาวไทย จุดเทียนชัยถวายพระพร ในหลวง ร.10

นายกฯนำพสกนิกรชาวไทย จุดเทียนชัยถวายพระพร ในหลวง ร.10

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 19.16 น.

28 กรกฎาคม 2563 เวลา 19.00 น.ที่เวทีใหญ่ท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องสักการะ และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปีพุทธศักราช 2563 โดยมีประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกาและภริยา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญพร้อมภริยา ประธานวุฒิสภา คณะรัฐมนตรี(ครม.)พร้อมคู่สมรส ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน และภาคประชาชน เข้าร่วม

โดยเมื่อนายกฯและภริยา ถึงบริเวณท้องสนามหลวง ขึ้นสู่เวทีหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทำวันทยหัตถ์ วางพุ่มทอง พุ่มเงิน แล้วเปิดกรวยกระทงดอกไม้ ถวายเครื่องราชสักการะ ทำวันทยหัตถ์ แล้วจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล  จากนั้นนายกฯกล่าวสดุดีเฉลิมพระเกียรติและกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคลหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ ความว่า
ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 ก.ค.2563 ข้าพระพุทธเจ้า พล.อปประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในนามของครม. และพสกนิกร ชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทั้งที่ชุมนุมพร้อมเพรียงกันอยู่ ณ ที่นี้ และในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ต่างมีความปลื้มปีติโสมนัสเป็นล้นพ้นที่ได้มาร่วมกันแสดงความจงรักภักดี และสานึกในพระมหา กรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ 

ในวันนี้นับแต่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แห่ง พระมหาจักรีบรมราชวงศ์ ปวงข้าพระพุทธเจ้าต่างประจักษ์ซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงบาเพ็ญ พระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อปัดเป่าทุกข์ร้อนแก่พสกนิกรใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ทรงตั้ง พระราชปณิธานโดยมั่นที่จะสร้างความกินดีอยู่ดีและความสุขสวัสดิ์แก่อาณาราษฎร ตลอดจน การสร้างความเจริญรุ่งเรืองแก่ประเทศชาติ
ด้วยน้าพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้ พระราชทานความช่วยเหลือแก่พสกนิกรผู้ทุกข์ยากเดือดร้อน ยามบ้านเมืองประสบปัญหาโพยภัย ใด ๆ ทรงห่วงใย ทรงติดตามข้อมูลข่าวสาร และพระราชทานความช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหาอย่างทัน สถานการณ์ ทั้งได้มีพระราชดาริเป็นแนวทางให้รัฐบาลและพสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้น้อมนาไปปฏิบัติ 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทาความดีเพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ที่ทุกภาค ส่วนได้ร่วมใจกันน้อมนามาจัดกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ รวมกว่า 46,000 กิจกรรม เพื่อสนองพระ ราชปณิธานของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ในการสร้างความสมัครสมานสามัคคีแก่คนในชาติ และ ก่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคม นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมอัน หาที่สุดมิได้

ในศุภวาระมหามงคลสมัย วันเฉลิมพระชนมพรรษาแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานนาพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ทั่วพระราชอาณาจักร ร่วมตั้งจิตภาวนา ถวายพระพรชัยมงคลโดยพร้อมเพรียงกัน ดังนี้

“ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออาราธนาคุณ พระศรีรัตนตรัย พลานุภาพแห่งองค์พระสยามเทวาธิราช และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล อีกทั้ง พระบรมเดชานุภาพแห่งองค์สมเด็จพระบุรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า โปรดอภิบาลรักษาให้ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระเจริญพร้อมด้วยจตุรพิธพรชัย ทรงพระเกษมสาราญ พระบรม เดชานุภาพและพระบารมีแผ่ไพศาล มีพระราชประสงค์จานงสิ่งใด ขอจงสฤษดิ์ดังพระราชหฤทัย ปรารถนา สถิตเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าปวงข้าพระพุทธเจ้า ตราบจิรัฐิติกาลเทอญ”

จากนั้นร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีจอมราชัน และกล่าวนำ “ทรงพระเจริญ” 3 ครั้ง เป็นอันเสร็จพิธี

เฮลั่น! ‘สพฐ.’ชง’ศบค.’ปลดล็อกสลับวันเรียน กลับมาเรียนมาสอนตามปกติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/508141

เฮลั่น! 'สพฐ.'ชง'ศบค.'ปลดล็อกสลับวันเรียน กลับมาเรียนมาสอนตามปกติ

เฮลั่น! ‘สพฐ.’ชง’ศบค.’ปลดล็อกสลับวันเรียน กลับมาเรียนมาสอนตามปกติ

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 19.02 น.

เมื่อวันที่ 28 กรกฏาคม 2563 นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ทำเรื่องไปยังศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เพื่อขอคลายล็อกการจัดการเรียนการสอนแบบสลับวันเรียนเพื่อให้โรงเรียนกลับมาจัดการเรียนการสอนแบบปกติเนื่องจากเห็นว่าสถานการการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศดีขึ้นตามลำดับ ไม่มีการแพร่ระบาดภายในประเทศมาระยะหนึ่งแล้ว

“การเสนอขอคลายล็อกการปฎิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ social distancing ครั้งนี้จะให้ ศบค.พิจารณาจากกลุ่มจังหวัดสีเขียวที่ไม่พบการแพร่ระบาดหรือผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจังหวัดนั้น ๆ มาแล้ว 90 วัน และพบว่าครบทุกจังหวัดแล้ว”นายอำนาจ กล่าว

นายอำนาจ กล่าวว่า เบื้องต้นแต่ละจังหวัดจะมีคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานจะมีการพิจารณาร่วมกันว่าโรงเรียนในจังหวัดนั้นๆ มีความพร้อมที่จะกลับมาจัดการเรียนการสอนแบบปกติได้หรือไม่ ซึ่งก็พบว่ามีความพร้อมกันแล้ว สพฐ.จึงรวบรวมข้อมูลเสนอนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อขอความเห็นชอบ และเสนอให้ ศบค.ชุดเล็กได้พิจารณาแล้ว เข้าใจว่าเรื่องนี้น่าจะเสนอให้ ศบค.ชุดใหญ่พิจารณาได้ภายในสัปดาห์นี้

อย่างไรก็ตาม การเสนอขอยกเว้นการปฎิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมนี้ จะทำให้โรงเรียนกลับมาสอนแบบปกติได้อีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโรงเรียนจะกลับมาเป็นแบบปกติทุกอย่าง โดยบางเรื่องก็ยังคงต้องปฏิบัติอยู่ เช่น การใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าอยู่ หรือการตั้งจุดล้างมืออย่างทั่วถึง

นายกฯชื่นชม พช.น้อมนำแนวทางพระราชดำริ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากมั่นคง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/508105

นายกฯชื่นชม พช.น้อมนำแนวทางพระราชดำริ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากมั่นคง

นายกฯชื่นชม พช.น้อมนำแนวทางพระราชดำริ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากมั่นคง

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 16.21 น.

นายกฯชื่นชมนิทรรศการกรมการพัฒนาชุมชน น้อมนำแนวทางพระราชดำริ “ปลูกพืชผักสวนครัว” และ “โคก หนอง นา” เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและช่วยชุมชนพึ่งตนเองได้ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมหนุนสืบสานอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทยดำรงไว้ในแผ่นดินของสภาสตรีแห่งชาติฯ

เมื่อ 28 กรกฎาคม เวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าเยี่ยมชมบูธนิทรรศการกิจกรรมจิตอาสา ของกรมการพัฒนาชุมชน ภายใต้แนวคิด “ชีวิตวิถีใหม่ ใต้ร่มพระบารมี เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนพึ่งตนเองได้” โดยมี พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นางรชตภร โตดิลกเวชช์ ที่ปรึกษาอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกรมการพัฒนาชุมชน ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชม ณ บริเวณท้องสนามหลวง

โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมการจัดนิทรรศการดังกล่าวของกรมการพัฒนาชุมชนทั้งในส่วนของแผนปฏิบัติการ และการสร้างความมั่นคงด้านอาหารถือว่าเป็นสิ่งที่ดี นอกจากการสร้างวัฒนธรรมการปลูกผักสวนครัวแล้วยังช่วยประหยัดรายจ่ายครัวเรือน และได้พืชผักปลอดภัยใช้ในการบริโภค นอกจากนี้ยังทำให้บ้านเรือนสวยงาม มีสิ่งแวดล้อมที่ดีด้วยการปลูกผักสวนครัว ทั้งหน้าบ้านหลังบ้านควบคู่กับไม้ดอกไม้ประดับ พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีได้ร่วมกับประชาชนจิตอาสาจากจังหวัดสมุทรสงครามเพาะเมล็ดทานตะวันต้นอ่อนทานตะวัน 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เยี่ยมชมการแสดงนิทรรศการการนำเอาหลักทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โดยได้พูดคุยกับจิตอาสาที่ได้มาร่วมทำความดีด้วยหัวใจด้วยการเอามื้อสามัคคีที่ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนจังหวัดลำปาง อุบลราชธานี นครนายก และนครศรีธรรมราช ผ่านระบบ Microsoft zoom ให้สามารถปรับปรุงพื้นที่ทำกินของประชาชนให้สามารถ จากเก็บน้ำไว้ใช้ในพื้นที่ของตนเองได้ พร้อมเยี่ยมชมการจัดทำฝาย คลองใส้ไก่ ทำหลุมขนมครก ทำหนอง เพื่อจัดเก็บน้ำไว้ใช้ในการเพาะปลูก ซึ่งประชาชนต้องเสียสละที่ดิน สำหรับทำแรงน้ำในพื้นที่ พร้อมขอบคุณจิตอาสาทั้ง 4 ภาค กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ที่ดำเนินงานการขับเคลื่อนในเรื่องนี้ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังให้ความมั่นใจว่าการนำผักตบชวามาทำใยเพื่อทอผ้า ทำจาน และสลับกับการทำกันกระแทก ขอให้ทุกบ้านช่วยกันกำจัดผักตบชวาที่อยู่ในพื้นที่ 

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เข้าเยี่ยมชมซุ้มของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำเสนอโดยดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายกรมการพัฒนาชุนจัดทำโครงการ “ สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” โดยประธานสภาสตรีฯได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีแทนสตรีไทยที่รัฐบาลได้มีมติ ครม.เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 เชิญชวนให้คนไทยสวมใส่ผ้าไทยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมาถึงปัจจุบันสามารถสร้างรายได้กลับสู่ครอบครัวในชุมชนได้มากกว่า 15,000 ล้านบาท ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ใช้เวลาอยู่ที่บูธนิทรรศการของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยด้วยความสนใจ และได้ร่วมถ่ายรูปหมู่กับผู้มาให้การต้อนรับ โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้มอบเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัวให้แก่นายกรัฐมนตรีพร้อมฝากให้ภริยาท่านนายกรัฐมนตรีด้วย

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวฝากถึงทุกจังหวัดให้จัดหาพื้นที่ซึ่งจะต้องขุดน้ำ พื้นที่ส่วนไหนมีน้ำ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ต้องพยายามหาวิธีบริหารจัดการพื้นที่โอบอุ้มน้ำ ให้มีการเก็บสะสมระหว่างทางให้ได้มากที่สุด ทั้งแก้มลิง การตุนน้ำ หรือหลุมขนมครก ให้อุ่นใจว่าจะมีน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค มากพอใช้ทำการเกษตร และไปดันน้ำเค็มด้านล่างลงสู่ทะเล ถ้ามีน้ำมากก็ระบายออก ถ้าน้ำน้อยก็ต้องกักเอาไว้ บริหารจัดการแหล่งน้ำธรรมชาติให้ได้มากที่สุด ช่วยกันคนละไม้คนละมือ วันนี้เราก็มีจิตอาสาจำนวนมากพร้อมช่วยกันออกแรง ทำแหล่งเก็บน้ำในพื้นที่ ถ้ารอรัฐบาลก็อาจจะช้าเกินไป ถ้าทุกคนช่วยกันต่อเนื่องก็จะมีน้ำกินน้ำใช้ รวมทั้งพืชผักสวนครัวรั้วกินได้ที่ขณะนี้มีทุกจังหวัด ขอขอบคุณกระทรวงมหาดไทยและทุกหน่วยงานทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันครั้งนี้
 
ด้าน พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการร่วมจัดกิจกรรมจิตอาสา “ชีวิตวิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี…เราสร้างไปด้วยกัน” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2563 โดยได้จัดนิทรรศการภายใต้แนวคิด “ชีวิตวิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี…เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนพึ่งตนเองได้”

ทั้งนี้ มีกิจกรรมสาธิต กิจกรรมส่งเสริมความรู้ การส่งเสริมทักษะอาชีพตามภารกิจที่เกี่ยวข้องในประเด็น “การบริหารจัดการชุมชน” ซึ่งน้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้และการเสริมสร้างความเข้มแข็ง สร้างภูมิคุ้มกันระดับครัวเรือน ชุมชนในสถานการณ์วิกฤต ส่งเสริมและสนับสนุนให้คนในชุมชนใช้วิถีชีวิตในการสืบสาน รักษา ต่อยอด หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อันจะส่งผลให้คนในสังคมมีความสุขและเข้มแข็ง ถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้สังคมไทยมีเสถียรภาพ สามารถพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้มีความเจริญก้าวหน้าได้อย่างมั่นคง ยั่งยืนต่อไป

ขณะที่ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กล่าวว่า นิทรรศการที่ได้จัดแสดงครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 การสร้างความมั่นคงทางอาหาร เป็นการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการดำรงชีวิต กิจกรรมสาธิตการปลูกผักสวนครัว  ส่วนที่ 2 การสร้างความมั่นคงด้านอาชีพ และรายได้ จัดฉายวีดิทัศน์และนิทรรศการการน้อมนำแนวทางโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมาสู่การปฏิบัติ การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” และส่วนที่ 3 การเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาด ตามวิถีแบบใหม่ (New Normal) จัดแสดงภูมิปัญญามาผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ การแปรรูป พัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาดตามวิถีใหม่ New Normal

สำหรับ กิจกรรมดังกล่าว นายกรัฐมนตรี ได้ทำการสื่อสารผ่านระบบ Zoom กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาเอามื้อสามัคคี เฉลิมพระเกียรติ บริเวณ โคก หนอง นา โมเดล ภาคละ 1 จุด เพื่อได้เห็นภาพบรรยากาศกิจกรรมเอามื้อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และบรรยากาศการเรียนรู้กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่โคกหนองนาโมเดล จากพื้นที่ต้นแบบในสถานจริงทุกภูมิภาค 

อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ภาคเหนือ ดำเนินการที่ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง  ปลูกข้าวพันธุ์ล้านนา โดยการหยอดหลุม ปลูกต้นไม้ ปลูกหญ้าแฝก ซ่อมหนองน้ำ  ปล่อยปลา ภาคใต้  ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนนครศรีธรรมราช  ปลูกต้นไม้ ปลูกหญ้าแฝก ห่มดิน ปรับปรุงภูมิทัศน์ ปล่อยปลา ภาคกลาง ดำเนินการที่ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนนครนายก ขุดคลองไส้ไก่ ปลูกพืชบนคันนาทองคำ ปลูกต้นไม้ ห่มดิน และภาคอีสาน ดำเนินการที่ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี “ทีมครูพาทำ” ทำกำแพงแฝกเสริมไผ่ ปลูกหญ้าแฝก 3 ชั้น ขุดคลองไส้ไก่ ปลูกป่า 5 ระดับ ห่มดิน ทำแปลงผักปรับปรุงดินด้วยถ่านไบโอซาร์ 

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจให้ประชาชนได้ร่วมสัมผัสชีวิตวิถีใหม่ ระหว่างวันที่ 29 – 31 กรกฎาคม กับกิจกรรมสาธิต ให้ความรู้การปลูกผักสวนครัว, โคก หนอง นา โมเดล การแปรรูปผลิตภัณฑ์ ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) 3 รอบเวลา ดังนี้ รอบเช้า ตั้งแต่เวลา 10.00 – 13.00 น. รอบบ่าย ตั้งแต่เวลา 13.00 – 14.00 น. และรอบเย็น ตั้งแต่เวลา  16.00 – 18.00 น. และร่วมเติมความสุขไปกับกิจกรรม “ปันสุข” ทุกคนที่เข้าชมนิทรรศการ เรียนรู้ ฝึกปฏิบัติ จะได้รับสิ่งของแจกฟรี เช่น เมล็ดพันธุ์ผักสวนครัว อาหารแปรรูป หน้ากากอนามัยผ้า เพียง Scan QR Code Page ปลูกพืช ปลูกผัก ปลูกรัก กับ พช. ประเมินความพึงพอใจ Check Out ไทยชนะ  เสร็จแล้วรับของได้ทันที

พสกนิกรลงนามถวายพระพรในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา ในหลวง ร.10 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/508094

พสกนิกรลงนามถวายพระพรในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา ในหลวง ร.10

พสกนิกรลงนามถวายพระพรในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา ในหลวง ร.10

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 15.47 น.

วันที่ 28 กนกฎาคม 2563 สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ฝั่งทิศตะวันตก ที่ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ฝั่งทิศตะวันออก ศาลาสหทัยสมาคมฯ และสนามหญ้าหน้ากองแพทย์หลวง ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. โดยมีสมาชิกราชสกุลทุกมหาสาขา องคมนตรี คณะทูตานุทูต ผู้นำศาสนา นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา, ประธานวุฒิสภา, ประธานศาลฯ, องค์กรอิสระ, ผู้นำเหล่าทัพ, บุคคลสำคัญ, ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่, หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน มูลนิธิ และประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ พร้อมใจใส่เสื้อสีเหลืองนำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าฯถวายเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไป

อาทิ นายกฤษณ์ กาญจนกุญชรอธิบดีกรมราชเลขานุการในพระองค์ พร้อมข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยนางวราพร จันทร์โอชา ภริยา, คณะรัฐมนตรี และคู่สมรส, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการทหารเรือ, ผู้บัญชาการทหารอากาศ, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา, นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา, ประธานศาลฯ, สำนักงานอัยการสูงสุด, นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย, สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน, สำนักงบประมาณ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และข้าราชการ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน, สมาคมาวเหนือแห่งประเทศไทย, น.ส.สุพางค์ พานทอง รองนางสาวไทยปี 2562 พร้อมคณะฯ, ธนาคารกรุงไทย, สภาสรีแห่งชาติ, มูลนิธิร่วมจิตรน้อมเกล้า, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์, หน่วยบัญชาการป้องกันภ้ยทางอากาศ กองทัพบก, สมาคมแม่บ้านทหารบก, สมาคมแม่บ้านตำรวจ, ศูนย์แพทย์พัฒนา,

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรมทรัพยากรน้ำ, กองบัญชาการกองทัพบก, คณะกรรมการการเลือกตั้ง, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ,
หม่อมเจ้ามงคลเฉลิม ยุคล กรรมการธนาคารกรุงเทพ พร้อมคณะผู้บริหาร, ราชินีกุล ณ พัทลุง, บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์, บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน), มูลนิธิชัยพัฒนา,บมจ.บิ๊กซี ซุปเปอร์เซ็นเตอร์, บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท บุญรอดบริวเวอรรี่ จำกัด, บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด, พรรคพลังประชารัฐ, หอการค้าไทย-จีน, สำนักงาน กปร., ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคากรุงไทย,กรมการปกครอง, กรมการขนส่งทหารบก, กองทัพภาคที่ 1, บมจ.ทีโอที, กระทรวงพลังงงาน, นักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย, มูลนิธิอิศรางกูร, สมาคมสตรีอาสาสมัครแห่งประเทศไทยในพรเปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัชราชสุดาสิริโสภาพัณณวดี, สำนักงาน ป.ป.ช., กองบัญชาการตำณวจนครบาล, กองบัญชาการตำณวจตระเวนชายแดน,โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์(วัดน้อยใน)ใสพระราชูปถัมภ์, โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 3, คณะครู และนักเรียน โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ฯลฯ

เมื่อเวลา 12.00 น.ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ได้ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติ ฝ่ายละ 21 นัดด้วย

ทส.ร่วมจิตอาสา ‘ชีวิตวิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี…เราสร้างไปด้วยกัน’ เทิดพระเกียรติวันเฉลิมพระชนมพรรษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/508069

ทส.ร่วมจิตอาสา'ชีวิตวิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี...เราสร้างไปด้วยกัน' เทิดพระเกียรติวันเฉลิมพระชนมพรรษา

ทส.ร่วมจิตอาสา’ชีวิตวิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี…เราสร้างไปด้วยกัน’ เทิดพระเกียรติวันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 14.44 น.

วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมจัดนิทรรศการ กิจกรรม   จิตอาสา “ชีวิตวิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี…เราสร้างไปด้วยกัน” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2563 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-31 กรกฎาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 18.00 น. ณ ท้องสนามหลวง โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิด

นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมจัดนิทรรศการด้านสิ่งแวดล้อมสร้างการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกิจกรรมการจัดการขยะที่ต้นทางและการใช้ประโยชน์ ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี สู่การเป็นเมืองสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ภายใต้กิจกรรมจิตอาสา“ชีวิตวิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี…เราสร้างไปด้วยกัน” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2563 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-31 กรกฎาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 18.00 น. ณ ท้องสนามหลวง โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีเปิดในวันนี้

กิจกรรมจิตอาสา“ชีวิตวิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี…เราสร้างไปด้วยกัน” ด้านสิ่งแวดล้อม ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะตั้งอยู่ที่เต้นท์กิจกรรมจิตอาสาฯ หมายเลข A12 ฝั่งศาลฎีกา โดยไฮไลท์ของกิจกรรมอยู่ที่การสาธิตการเพิ่มมูลค่าให้กับขยะ ลดรายจ่าย เสริมรายได้ให้กับครอบครัว ทั้งกิจกรรมการเพิ่มมูลค่าขยะอินทรีย์ด้วยการทำถังหมักรักษ์โลก (ถังกำจัดขยะอินทรีย์อย่างง่าย) โดยวิทยากรจากศูนย์เรียนรู้ต้นแบบการจัดการขยะเหลือศูนย์ รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ประจำปี 2562 ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (ชุมชนบ้านรางพลับ จ.ราชบุรี) พร้อมรับปุ๋ยอินทรีย์จากมูลไส้เดือนและถังหมักรักษ์โลก รวมทั้งผลิตภัณฑ์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ได้ฟรี ซึ่งเป็นผลงานจากแม่บ้านชุมชนบ้านรางพลับ ที่จะมาสาธิตสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ภายในงานนี้อีกด้วย เช่น กระเป๋า ตะกร้า หมวก กระถางต้นไม้ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังจะได้รับความรู้ในการแยกประเภทของพลาสติก การคัดแยก รวมถึงการตั้งจุดรับบริจาคพลาสติก เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนขยะเป็นบุญ” และปิดท้ายด้วยการรับพันธุ์กล้าไม้มงคล 10 ชนิด ได้แก่ กฤษณา คำมอกหลวง ทองอุไร พะยอม พิลังกาสา พุดซ้อน มะขามเปรี้ยว มะฮอกกานี ยางนา และ ราชพฤกษ์ จำนวนกว่า 2,000 กล้า ภายใต้โครงการและกิจกรรมปลูกต้นไม้และปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาส มหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน” สืบสานสู่ 100 ล้านต้น โดยกรมป่าไม้

จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกันได้ตลอดทั้ง 4 วัน ระหว่างวันที่ 28-31 กรกฎาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 18.00 น. ณ ท้องสนามหลวง