อาชีวศึกษาอุบลฯ ทำดีเพื่อชุมชน ถวายเป็นพระราชกุศล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/508059

อาชีวศึกษาอุบลฯ ทำดีเพื่อชุมชน ถวายเป็นพระราชกุศล

อาชีวศึกษาอุบลฯ ทำดีเพื่อชุมชน ถวายเป็นพระราชกุศล

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 13.46 น.

วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ทำดีเพื่อชุมชน วิทยากรจิตอาสาลงพื้นที่นำผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้าน ถวายเป็นพระราชกุศล

วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำโดย ดร.พงษ์ศักดิพล ทาแก้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำคณะครู และเจ้าหน้าที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ได้แก่ ดร.สุธารัตน์ ศรีทอง  นางพิทยาภรณ์ เลิศกระโทก นางสาวชญานิน ก้อนจันทร์  และคณะ ลงพื้นที่เป็นวิทยากรจิตอาสาพระราชทาน  เราทำดีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตามโครงการจิตอาสา “ชีวิตวิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี…เราสร้างไปด้วยกัน ด้วยการเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ชาวบ้านและประชาชนที่สนใจในการทำผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ได้แก่ สบู่  โลชั่น  น้ำมันสปา และแชมพู  ณ โรงเรียนชุมชนบ้านศรีไค (ศรีวัฒนาวิทยาคาร)  ตำบลเมืองศรีไค  อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี “ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว  28 กรกฎาคม 2563  

นอกจากนี้ในระหว่างวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2563  คณะครู วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี  ได้แก่ ดร.สุธารัตน์ ศรีทอง  นางพิทยาภรณ์ เลิศกระโทก นางสาวชญานิน ก้อนจันทร์ นางอรสา แถบเกิด นายภูมิกมล พลอำนวย  และคณะยังได้รับเชิญจาก มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นวิทยากรจิตอาสาลงพื้นที่ให้ความรู้ในการจัดทำผลิตภัณฑ์น้ำยาทำความสะอาดดังกล่าว แก่ชาวบ้านและประชาชนที่สนใจในพื้นที่บ้านโพนเมือง หมู่ 13  ตำบลโพนเมือง อำเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี ตามโครงการสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ กิจกรรมจิตอาสาดังกล่าว นับเป็นความภาคภูมิใจของวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ที่จัดทำมาอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านและประชาชนทั่วไป ให้สามารถนำสารพัดผลิตภัณฑ์น้ำยาทำความสะอาด จัดทำไว้ใช้เองในครัวเรือน เพื่อลดรายจ่าย หรือนำไปจัดจำหน่ายสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย
 

วธ. อยากให้วัฒนธรรมยั่งยืน ต้องบำรุงรากให้มั่นคง มีอะไรบ้างที่ควรจับตา ในวันภาษาไทยแห่งชาติที่ผ่านมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/507969

วธ.อยากให้วัฒนธรรมยั่งยืน ต้องบำรุงรากให้มั่นคง  มีอะไรบ้างที่ควรจับตา ในวันภาษาไทยแห่งชาติที่ผ่านมา

วธ.อยากให้วัฒนธรรมยั่งยืน ต้องบำรุงรากให้มั่นคง มีอะไรบ้างที่ควรจับตา ในวันภาษาไทยแห่งชาติที่ผ่านมา

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

24 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมาเป็นวัน “วันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช 2563” กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้มีการจัดกิจกรรมมอบโล่เกียรติยศ ให้แก่ ผู้ใช้ภาษาไทยสร้างสรรค์ดีเด่น มอบเข็มและโล่เชิดชูเกียรติแก่ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทยผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น ผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทยเยาวชนผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นที่มีความสามารถด้านการพูด การอ่าน การเขียน และมอบรางวัลเพชรในเพลงนอกจากนี้ ยังได้มอบเกียรติบัตรให้แก่ สถานทูตที่ร่วมรณรงค์เผยแพร่การใช้ภาษาไทย และมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดคลิปสั้น “ชีวิตวิถีใหม่ภาษาไทยในสื่อออนไลน์” โดยมีผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนสถานทูตประเทศต่างๆ นักเรียนนักศึกษา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานคับคั่ง

ถ้าเปรียบกิจกรรมวัฒนธรรมในวันนี้ เป็นต้นไม้ใหญ่ ก็ต้องบอกว่า วธ.บำรุง ทุกองคาพยพของต้นไม้ได้ครบถ้วนสมบูรณ์

ดังนั้น จึงทำให้ เราชาวไทยทุกคนจะต้องจับตามองว่า ในแต่ละส่วนของต้นไม้นี้ ส่วนไหนควรได้รับการฟูมฟักมากที่สุด

ในต้นไม้ใหญ่ ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับ รากไม้ ซึ่งทำหน้าที่ยึดหาอาหาร เพื่อให้ต้นไม้ดำเนินชีวิตอยู่ได้อย่างเติบโตยั่งยืน ดังนั้น หากงานวัฒนธรรม เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่แล้ว สิ่งที่ วธ.จะต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ ในการบำรุง รักษา คือ “รากของต้นไม้” ซึ่งน่าจะเปรียบได้ว่าเป็นกลุ่มเด็กและเยาวชน เพราะเป็นกลุ่มคน ที่จะต้องมีชีวิตอยู่ไปได้อีกนานหลายสิบปี

ในงานนี้ เราจึงได้เห็นว่ามีเด็กและเยาวชนของชาติ หลายแหล่งที่ได้มีส่วนร่วมในการได้รับการเชิดชูในครั้งนี้ ซึ่งจากรายชื่อที่ได้รับการประกาศออกมา มีดังนี้

รางวัลเยาวชนผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ตัดสินจากผู้ที่มีความสามารถด้านการพูด การอ่าน การเขียน จำนวน12 รางวัล แบ่งเป็น ระดับประถมศึกษา (อายุไม่เกิน 12 ปี) ได้แก่ ด.ช.ณฐพรตมารศรี โรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 1กทม., ด.ญ.วรินรำไพ ศรีสุนนท์โรงเรียนวัดเลา (คณะศิษย์เทพสิทธิอุทิศ)กทม. และด.ช.อัฟฟันดี้ หนูโสยโรงเรียนบ้านเขาพระ จ.สงขลา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (อายุไม่เกิน 15 ปี)ได้แก่ ด.ญ.เจตนิพิฐ สืบมา โรงเรียนสตรีวิทยา กทม., ด.ญ.ชลธิชาเทียมขุนทด โรงเรียนวัดยกกระบัตร(ชุบราษฎร์นุสรณ์) จ.สมุทรสาคร และด.ญ.ปิยธิดา อุ้ยฟูใจ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า (อายุไม่เกิน 18 ปี) ได้แก่ น.ส.โชติรส เลือกถือ โรงเรียนอำมาตย์พาณิชนุกูล จ.กระบี่, นายสหภูมิปลายชัยภูมิ โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัยจ.ขอนแก่น, นายอัศวุธ อุปติ โรงเรียนปราจิณราษฎรอำรุง จ.ปราจีนบุรี ระดับอุดมศึกษาหรือบุคคลทั่วไป(อายุไม่เกิน 25 ปี) ได้แก่ นายธวัชชัยสายอ๋อง มหาวิทยาลัยทักษิณ จ.สงขลา นายบัณฑิต รวยสันเทียะ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จ.นครราชสีมา นายอติรุจ ดือเระ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จ.ปทุมธานี และอีกสองคน ที่ได้เป็นผู้ชนะการประกวดคลิปสั้น “ชีวิตวิถีใหม่ ภาษาไทยในสื่อออนไลน์ ได้แก่ น.ส.เบญจรัตน์กวีนันทชัย จากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และรางวัลชนะเลิศประเภทนักเรียน ได้แก่ น.ส.ปาริชาติ สีหาบุตร โรงเรียนกระดุมทองวิทยา จ.ศรีสะเกษ

รายชื่อของเด็กและเยาวชน ที่ได้รับรางวัลดังกล่าว จัดได้ว่า เป็น รากของวัฒนธรรม ที่จะต้องส่งเสริม เลี้ยงดูให้วัฒนธรรมเติบใหญ่และมั่นคงสืบต่อไปอย่างยั่งยืน

ในกลุ่มอื่นๆ จัดได้ว่าเป็นองค์ประกอบที่จะส่งเสริมให้วัฒนธรรมเกิดความสวยงาม ส่งเสริมให้งานวัฒนธรรมงอกงามยิ่งๆ ขึ้นไป แต่กลุ่มคนเหล่านี้ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นก้าน กิ่ง และใบ มีวันร่วงโรย หล่นหลุดออกมาจากต้น ดังนั้น ความจำเป็นที่จะต้องฟูมฟักให้วัฒนธรรม ไม่สิ้นสูญ หรือล้มตายลงไป ราก ต้องหยั่งลึก และแผ่ขยายบริเวณให้กว้างออกไปให้มากที่สุด เพื่อสร้างกิ่ง ก้าน และใบที่ร่วงหล่น ให้เกิดกลับมาเหมือนเดิม

องค์ประกอบของกลุ่มดังกล่าวได้มีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลดังต่อไปนี้

ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย3 รางวัล ได้แก่ รศ.ชำนาญ รอดเหตุภัย,รศ.มณีปิ่น พรหมสุทธิรักษ์ และรศ.สุจิตรา จงสถิตย์วัฒนา

ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น 10 รางวัล แบ่งเป็นคนไทย 9 รางวัล ได้แก่ น.ส.กรุณา บัวคำศรี, นายโกมุท คงเทศ,นายชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์, นายภูสิต ธวัชวิเชียร, นายเรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป, นางลักษิกา เจริญศรี, ผศ.สมชายสำเนียงงาม, นายสันติภพ เจนกระบวนหัด(เจนภพ จบกระบวนวรรณ), ผศ.สุทัศน์ วงศ์กระบากถาวร และชาวต่างประเทศ1 รางวัล ได้แก่ น.ส.จิ อิน อง(Ms. Ji In Ong)

ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น 4 รางวัลได้แก่ นายขวัญชัย สุรินทร์ศรี, นายทองพูลทองน้อย, นางประไพ สุริยะมลและนายมงคล รัตนพันธุ์

ผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทยประเภทบุคคล ได้แก่ นางถนอมวงศ์สุกโชติรัตน์ ล้ำยอดมรรคผล, รศ.นวลทิพย์เพิ่มเกษร และนายยุทธพร นาคสุข และประเภทองค์กร ได้แก่ มูลนิธิดำรงพุฒตาล (อนุรักษ์และพัฒนาภาษาไทยและวัฒนธรรมไทย) และสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

สำหรับรางวัลการประกวดเพลง(เพชรในเพลง) จำนวน 19 รางวัล มีดังนี้

รางวัลเชิดชูเกียรตินักจัดรายการวิทยุผู้อนุรักษ์เพลงไทยในอดีต(รายการสุขกันเถอะเรา) ได้แก่ น.ส.ดารณีมณีดิษฐ์, รางวัลเชิดชูเกียรติองค์กรสนับสนุนวัฒนธรรมดนตรีไทย ได้แก่ สมาคมสงเคราะห์สหายศิลปิน

รางวัลชนะเลิศผู้ประพันธ์คำร้องเพลงไทยสากล ได้แก่ เพลงวัฒนธรรมนำไทย ผู้ประพันธ์ นายชัยรัตน์วงศ์เกียรติ์ขจร รางวัลชนะเลิศผู้ประพันธ์คำร้องเพลงไทยลูกทุ่ง ได้แก่ เพลงยังมีวันพรุ่งนี้ ผู้ประพันธ์ นายรชตโชติมิตรจตุรผล รางวัลชนะเลิศผู้ประพันธ์คำร้องเพลงเพื่อชีวิต ได้แก่เพลงสวัสดี ผู้ประพันธ์ นายเทียรี่สุทธิยงค์ เมฆวัฒนา (เทียรี่ เมฆวัฒนา)

รางวัลชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงไทยสากลชาย ได้แก่ เพลงดาราดรุณี ผู้ขับร้อง นายพรพัฒน์ สัมมาวรรณ (พรหมเทพ เทพรัตน์) รางวัลชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงไทยสากลหญิง ได้แก่ เพลงเพ็ญแข ผู้ขับร้อง น.ส.กุสุมาเอื้อเฟื้อ (ผุสดี เอื้อเฟื้อ) รางวัลชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งชาย ได้แก่ เพลงคอยน้องคืนนา ผู้ขับร้อง นายอาคม พูลลาภ (เติ้น อาคม คำพันธุ์) รางวัลชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งหญิงได้แก่ เพลงลูกทุ่งท้องถิ่น ผู้ขับร้องน.ส.ชญาภา พงศ์สุภาชาคริต (บูม ชญาภา)รางวัลชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงเพื่อชีวิตชาย ได้แก่ เพลงนานแสนนานผู้ขับร้อง นายเทียรี่ สุทธิยงค์ เมฆวัฒนา(เทียรี่ เมฆวัฒนา) และรางวัลชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงเพื่อชีวิตหญิง ได้แก่เพลงเด็กหลังเขา ผู้ขับร้อง น.ส.ณริสสาดำเนินผล (ฟ้า ขวัญนคร)

ทั้งหมดนี้คือ องคาพยพ ของต้นไม้วัฒนธรรม ที่กระทรวงวัฒนธรรมปลูกขึ้นมา แต่ดูเหมือนว่ายังมองไม่เห็นความสำคัญที่แท้จริงของต้นไม้ว่า อวัยวะส่วนไหนที่สำคัญที่สุด ที่ควรฟูมฟักรักษา ซึ่งจะสังเกตได้จากการจัดรางวัลที่นำมามอบทั้งหลายทั้งปวงดังกล่าวแล้ว

จากเหตุการณ์การชุมนุมของนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศ มีบางคน บางแห่ง มองเห็นได้ว่า บางอย่างของการพูดการกระทำได้มีการทำลายล้าง ความเชื่อทางวัฒนธรรมบางอย่างสอดแทรกอยู่ในคำปราศรัยของเหล่าเยาวชน ซึ่งมันเกิดจากความจงใจ หรือ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ (เนื่องจากมีผู้ไม่หวังดีที่จะทำลายให้วัฒนธรรมของชาติสิ้นสูญ) ก็ยังไม่มีใครมีหลักฐานที่แท้จริง แต่ที่พูดได้ อย่างเต็มปาก ก็คือ วัฒนธรรมของไทย ถูกจับจ้องที่จะมีคนทำลายอยู่ในสังคมไทยเวลานี้ โดยผู้ที่ไม่ปรารถนาดี ที่จะให้วัฒนธรรมไทย ยืนยง มั่นคง และเติบโตอย่างกล้าแข็ง

ดังนั้น หน้าที่อันสำคัญยิ่งทางด้านวัฒนธรรม จึงหนีไม่พ้นความรับผิดชอบของกระทรวงวัฒนธรรม ที่จะต้องสร้างต้นไม้วัฒนธรรมให้เติบใหญ่อย่างกล้าแข็งและมั่นคงยากที่จะมีมาใครทำให้ล้มลงอย่างง่ายๆ

ในความมั่นคง ไม่มีสังคมใด มั่นคงได้ ถ้าไม่มีกลุ่มก้อน ไม่ต้องดูไกลมองแค่การบริหารประเทศในวันนี้หากคำพูดของ ท่านนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นจริงที่ว่า“ผมคนเดียวที่มีอำนาจในการคัดเลือกตัวรัฐมนตรี” เชื่อเถอะว่า อายุของรัฐบาลไม่ยืนยาวมาถึงวันนี้หรอก เพียงปีเดียวก็ล่มแล้ว ดังนั้น จงจำ และเชื่อเถอะว่า หากต้องการความมั่นคง ก้าวหน้า ความสามัคคี ร่วมกันคิดร่วมกันทำ เป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่ทุกคนต้องคำนึงถึง

วันภาษาไทยแห่งชาติ เสร็จสิ้นลงไปอีกหนึ่งปี แต่งาน ด้านวัฒนธรรมของ วธ.ยังคงดำเนินต่อไป และไม่ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวง วัฒนธรรม คุณอิทธิพล คุณปลื้มจะถูกปรับเปลี่ยนหรือไม่ งานวัฒนธรรมก็ต้องเข้มแข็งให้มากยิ่งขึ้นทุกๆ วัน เพราะกระแสการขุดรากถอนโคนวัฒนธรรมไทย เริ่มมีเสียงเล็ดลอดออกมาสู่สังคมมากขึ้นเรื่อยจน บางครั้งอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้เหมือนกัน

ถวายพระพร ‘ร.10’ นายกฯนำจุดเทียนชัย 28 ก.ค. วันเฉลิมพระชนมพรรษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/508009

ถวายพระพร‘ร.10’  นายกฯนำจุดเทียนชัย28ก.ค.  วันเฉลิมพระชนมพรรษา

ถวายพระพร‘ร.10’ นายกฯนำจุดเทียนชัย28ก.ค. วันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์-ทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประจำปี 2563 บริเวณท้องสนามหลวงเป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลในช่วงค่ำด้าน“มท.”สั่งผู้ว่าฯตั้งโต๊ะลงนามถวายพระพร ประดับไฟสวยงาม พร้อมเชิญชวนประชาชนใส่เสื้อสีเหลือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 07.00น.วันที่ 28กรกฎาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี2563 ณ บริเวณท้องสนามหลวง

เวลา 08.00น.นายกฯเป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ณ บริเวณท้องสนามหลวง เวลา 08.30น.นายกรัฐมนตรีและภริยา ลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมมหาราชวัง เวลา 09.30น.นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสา “ชีวิตวิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี…เราสร้างไปด้วยกัน” พร้อมเยี่ยมชมกิจกรรมโซนอาหารบริการประชาชน และประกอบอาหารบริการประชาชน (ฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

เวลา 19.00น.นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี2563 ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง

ก่อนหน้านี้ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย(มท.) ออกคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศให้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28กรกฎาคม2563 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ จึงแจ้งให้ทุกจังหวัดดำเนินการดังนี้ 1.ประดับพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัด ประดับธงชาติไทยร่วมกับธงอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร.พร้อมประดับผ้าระบายสีเหลืองและผ้าระบายสีขาว บริเวณรั้วศาลากลางจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 1-31กรกฎาคม2563 รวมทั้งตกแต่งซุ้มและประดับไฟบริเวณศาลากลางจังหวัดและถนนสายสำคัญให้สวยงาม

2.จัดสถานที่ลงนามถวายพระพรชัยมงคล ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดที่เหมาะสม โดยประดับพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โต๊ะหมู่บูชา สมุดลงนามถวายพระพรชัยมงคล พร้อมโต๊ะและเก้าอี้ลงนามถวายพระพรชัยมงคล สำหรับบุคลากรในสังกัดและผู้มาติดต่อราชการ ได้ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ตั้งแต่วันที่ 1-31กรกฎาคม 2563และเชิญชวนบริษัท ห้างร้าน และประชาชนในจังหวัด ประดับพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บริเวณด้านหน้าอาคารสำนักงานและที่พักอาศัย ประดับธงชาติไทยร่วมกับธงอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร.ตั้งแต่วันที่ 1-31กรกฎาคม2563 รวมทั้งประดับไฟบริเวณอาคารสำนักงานและที่พักอาศัยให้สวยงามตามระยะเวลาที่เห็นสมควร

ทั้งนี้ นายฉัตรชัย ได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา28กรกฎาคม2563 ให้เป็นไปอย่างสมพระเกียรติ พร้อมทั้งเชิญชวนบุคลากรทุกภาคส่วนในจังหวัดและประชาชน ร่วมแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลือง (ตามความสมัครใจ) ตั้งแต่วันที่ 1-31กรกฎาคม2563 เพื่อแสดงความจงรักภักดีร่วมกัน

‘สมเด็จพระสังฆราช’ มีพระดำรัสถวายพระพร ‘ร.10’ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/508021

'สมเด็จพระสังฆราช'มีพระดำรัสถวายพระพร'ร.10'เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

‘สมเด็จพระสังฆราช’มีพระดำรัสถวายพระพร’ร.10’เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 21.17 น.

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2563 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำรัสถวายพระพร ความว่า

“อภิลักขิตสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งแล้ว อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ ขอตั้งกัลยาณจิตร่วมกับปวงชนชาวไทย สำแดงความโสมนัสและถวายพระพรชัยมงคล

อันว่า ‘ชัยมงคล’ สำหรับพระมหากษัตริย์ ตามที่โบราณบัณฑิตฝ่ายอาณาจักร ยกย่องสรรเสริญไว้ ย่อมได้แก่การที่พระมหากษัตริย์ สามารถเสด็จสถิตในที่พระเจ้าราชาธิราช มีชัยเหนือกว่าผู้ปกครองอาณาจักรน้อยใหญ่ทั่วปฐพีดล ชนะหมู่ชนผู้เป็นราชปัจจามิตร ด้วยฤทธิอำนาจแห่งพระราชศัสตราบ้าง ด้วยกำลังแห่งพยุหเสนาทวยหาญบ้าง ด้วยการเบียดเบียนตอบโต้ผู้รุกรานบ้าง ตามประเพณีขัตติยราชชาตินักรบ

อย่างไรก็ดี อันว่าวิธีประสบ ‘ชัยมงคล’ สำหรับบุคคลผู้เป็นสัตบุรุษพุทธาทิบัณฑิต ตามอนุศาสนีฝ่ายพุทธจักร ย่อมพึงอนุวัตตามพระบรมพุทโธวาท ซึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระมหากรุณาประทานไว้ว่า ‘พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้, พึงชนะคนไม่ดี ด้วยความดี, พึงชนะคนโกรธ ด้วยความไม่โกรธ และพึงชนะคนพูดปด ด้วยคำจริง’

สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงตั้งพระบรมราชปณิธานที่จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า สืบมามิขาดสาย จึงทรงมุ่งมั่นดำเนินพระบรมราโชบายด้วยโกศลวิธี ทั้งฝ่ายอาณาจักรและฝ่ายพุทธจักร เพื่อพิทักษ์รักษาพสกนิกร ให้ประสบความสุขสโมสรร่มเย็น เช่น ทรงพระมหากรุณาพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์และพระบรมราชูปถัมภ์ เผื่อแผ่เอื้ออารีแก่มหาชนทั่วหน้า ทรงแกล้วกล้าด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ ยังให้ทรงสำเร็จพระราชกรณียกิจด้วยดี ทรงพระขันติคุณหนักแน่นต่อโลกธรรมฝ่ายอนิฏฐารมณ์ที่อาจจรเข้ามาพ้องพาน โดยมิได้ทรงโต้แย้งเบียดเบียนสนองตอบ และทรงตั้งพระราชสัตยาธิษฐานโดยชอบ ที่จะทรงครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป

ณ อุดมสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา จึงขออัญเชิญนิพนธคาถา แห่งสุขาภิยาจนคาถา มากล่าวอ้างเป็นสัจจวาจา ว่า

มาตา ปิตา จ อตฺรชํ นิจฺจํ รกฺขนฺติ ปุตฺตกํ
เอวํ ธมฺเมน ราชาโน ปชํ รกฺขนฺตุ สพฺพทา ฯ

ความว่า ‘มารดาและบิดาย่อมถนอมบุตรน้อยอันบังเกิดในตนเป็นนิตย์ฉันใด พระราชาจงทรงรักษาประชาราษฎร์โดยชอบในกาลทั้งปวงฉันนั้น’

ด้วยเดชะแห่งสัจจวาจานี้ ขอประชาราษฎร์ทั้งปวง จงสมัครสมานสามัคคี ประพฤติปฏิบัติตนเป็นเสมือนลูกที่ดี พร้อมเพรียงกันทำนุบำรุงชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ให้วัฒนาสถาพร เพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ผู้ทรงตั้งพระราชหฤทัยมั่น ในอันที่จะทรงรักษาประชาราษฎร์โดยชอบดุจดั่งบิดรมารดา จักได้ทรงเบิกบานพระราชหฤทัย ทรงบริบูรณ์ด้วยพระกำลังที่จะทรงยังราชอาณาจักรไทย ให้ร่มเย็นเป็นสุข ด้วยเดชะพระบารมี

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และพระราชกุศลธรรมจริยา จงอภิบาลรักษา สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ให้ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย เสด็จสถิตเป็นมิ่งขวัญหลักชัยแห่งราชอาณาจักรไทยสืบไป ตลอดกาลนาน เทอญ.”

‘สมเด็จพระสังฆราช’ นำเจริญพระพุทธมนต์ถวาย ‘พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/507968

'สมเด็จพระสังฆราช'นำเจริญพระพุทธมนต์ถวาย'พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว'

‘สมเด็จพระสังฆราช’นำเจริญพระพุทธมนต์ถวาย’พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 20.40 น.

“สมเด็จพระสังฆราช” เสด็จพระอุโบสถ วัดเทพศิรินทราวาส ในการเจริญพระพุทธมนต์ฯ ถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

27 กรกฎาคม 2563 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปพระอุโบสถ วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ในการเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ สลับโหรบูชาเทพยดานพเคราะห์ ซึ่งคณะธรรมยุตและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563

สบร.ห่วงเด็กรุ่นใหม่ใช้ภาษาไทยไม่เป็น วอนพ่อแม่-ครูอาจารย์ดูแลใกล้ชิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/507899

สบร.ห่วงเด็กรุ่นใหม่ใช้ภาษาไทยไม่เป็น วอนพ่อแม่-ครูอาจารย์ดูแลใกล้ชิด

สบร.ห่วงเด็กรุ่นใหม่ใช้ภาษาไทยไม่เป็น วอนพ่อแม่-ครูอาจารย์ดูแลใกล้ชิด

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 11.06 น.

“ประธาน สบร.” ห่วงเด็กรุ่นใหม่ใช้ภาษาไทยไม่เป็น เห็นการพูดหยาบคายเป็นเรื่องธรรมดา วอนพ่อแม่-ครูอาจารย์ ช่วยดูแลใกล้ชิด

27 กรกฎาคม 2563 สืบเนื่องจากรัฐบาลประกาศให้วันที่ 29 กรกฎาคม ของทุกปี เป็น “วันภาษาไทยแห่งชาติ” เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2505 ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานและทรงอภิปรายเรื่อง “ปัญหาการใช้คำไทย” ในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ประธานกรรมการ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) กล่าวว่า ด้วยพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระราชหฤทัยห่วงใยในภาษาไทย และได้พระราชทานแนวคิดเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยอย่างมากมาย เพื่อเป็นการระลึกถึงพระองค์ท่าน ปีนี้ สบร. จึงได้รวบรวม 13 ปฐมาจารย์ ผู้มีคุณูปการต่อภาษาไทย เริ่มตั้งแต่พ่อขุนรามคำแหง ประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ 700 ปีก่อน และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรามีครูต้นแบบ (ปฐมาจารย์) ได้เขียนตำราภาษาไทย ที่ไม่เพียงแต่สอนสะกดคำเท่านั้น แต่มีการสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมเข้าไปในหลักสูตรด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง 

“ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เด็กรุ่นใหม่เริ่มไม่รู้จักการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง การพูดการเขียน ขาดความสละสลวย การประมวลข้อมูลข่าวสารเพื่อการสื่อสารออกไปอาจทำให้มีปัญหา เนื่องจากต้องการความรวดเร็วซึ่งเป็นไปตามยุคสมัย และสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเด็กรุ่นใหม่มักใช้คำพูดที่หยาบคายไม่ถูกกาลเทศะ จึงอยากฝากพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ช่วยดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดให้สมกับที่บรรพบุรุษได้สร้างภาษาไว้ เราเป็นคนไทย เป็นลูกหลานคนไทย เราโชคดีแค่ไหนที่มีภาษาเป็นของตัวเอง ดังนั้นจึงควรรักษาไว้ให้ลูกหลานได้ใช้สืบไป” นายวีระ กล่าว

เลขาธิการ คปภ. นำถวายสัตย์ปฏิญาณ วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/507583

เลขาธิการ คปภ. นำถวายสัตย์ปฏิญาณ วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เลขาธิการ คปภ. นำถวายสัตย์ปฏิญาณ วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 10.01 น.

เลขาธิการ คปภ. เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคล และถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นพนักงานที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วานนี้ 24 กรกฎาคม 2563 ณ สำนักงาน คปภ. ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคลและถวายสัตย์ปฏิญาณ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 68 พรรษา 28 กรกฎาคม 2563 โดยนำคณะผู้บริหาร และพนักงาน สำนักงาน คปภ. ร่วมถวายพระพรชัยมงคล เพื่อแสดงความจงรักภักดี น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ทั้งนี้ ได้กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณในการประพฤติปฏิบัติตนเป็นพนักงานที่ดี และเป็นพลังของแผ่นดิน ซื่อสัตย์สุจริต เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท มุ่งมั่นแน่วแน่แก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชน สร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่แผ่นดิน ดำเนินชีวิตโดยยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนแห่งศาสนา ตามแนวทางในพระบรมราโชวาทตลอดไป

‘หมอทวีศิลป์’ โฆษก ศบค. คว้ารางวัลเกียรติยศ ผู้ใช้ภาษาไทยสร้างสรรค์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/507423

'หมอทวีศิลป์'โฆษก ศบค.คว้ารางวัลเกียรติยศ ผู้ใช้ภาษาไทยสร้างสรรค์

‘หมอทวีศิลป์’โฆษก ศบค.คว้ารางวัลเกียรติยศ ผู้ใช้ภาษาไทยสร้างสรรค์

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 17.15 น.

รมว.วธ. มอบรางวัลงาน “วันภาษาไทยแห่งชาติ 2563” “หมอทวีศิลป์-คลับฟรายเดย์-เวทีเพลงเพราะ” คว้ารางวัลเกียรติยศผู้ใช้ภาษาไทยสร้างสรรค์“กรุณา บัวคำศรี-เจนภพ จบกระบวนวรรณ” ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น “เทียรี่-ผุสดี-บูม ชญาภา” รับรางวัลเพชรในเพลง 19 ประเทศ ร่วมรณรงค์เผยแพร่การใช้ภาษาไทย

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เป็นประธานงานวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช 2563 พร้อมมอบโล่เกียรติยศผู้ใช้ภาษาไทยสร้างสรรค์ดีเด่น มอบเข็มและโล่เชิดชูเกียรติแก่ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น ผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย เยาวชนผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นที่มีความสามารถด้านการพูด การอ่าน การเขียน พุทธศักราช 2563 และมอบรางวัลเพชรในเพลง

นอกจากนี้ มอบเกียรติบัตรสถานทูตร่วมรณรงค์เผยแพร่การใช้ภาษาไทย และมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดคลิปสั้น “ชีวิตวิถีใหม่ ภาษาไทยในสื่อออนไลน์” โดยมี นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนสถานทูตประเทศต่าง ๆ นักเรียน นักศึกษา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายอิทธิพล กล่าวว่า เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ 29 กรกฎาคม 2563 กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยคณะอนุกรรมการวันภาษาไทยแห่งชาติ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติเหมือนทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้ วธ. โดยสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (สป.วธ.) ได้มอบรางวัลเกียรติยศพิเศษให้แก่ผู้ใช้ภาษาไทยสร้างสรรค์ดีเด่น เพื่อยกย่องให้เป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องและสามารถใช้ภาษาไทยสื่อสารในภาวะวิกฤติอย่างสร้างสรรค์ โดยมีผู้ที่ได้รับคัดเลือก จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ 1.นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 1.รายการเวทีเพลงเพราะ (The Golden Song) สถานีโทรทัศน์ช่องวัน (One 31) และ 3.รายการคลับฟรายเดย์ (Club Friday) สถานีวิทยุเอฟเอ็ม 106.5 เมกะเฮิรตซ์

นอกจากนี้ สป.วธ. มอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยที่ร่วมกิจกรรมถ่ายทำวีดิทัศน์รณรงค์การใช้ภาษาไทย โดยในปีนี้ถือเป็นปีที่ 4 ที่ วธ.เชิญชวนเอกอัครราชทูตและผู้แทนสถานทูตแต่ละประเทศเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งมีสถานทูต 19 ประเทศ ส่งวีดิทัศน์เข้าร่วม ได้แก่ สหรัฐฯ อังกฤษ นิวซีแลนด์ โปรตุเกส ออสเตรเลีย เบลเยียม แคนาดา เยอรมนี สเปน โปแลนด์ ซูดาน ศรีลังกา คูเวต จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ทั้งนี้ เพื่อเผยแพร่และส่งเสริมการใช้ภาษาไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่สำคัญคือเสริมสร้างความสัมพันธ์ เกียรติภูมิ และภาพลักษณ์ที่ดี เพื่อนำความเป็นไทยสู่สากล

นายอิทธิพล กล่าวอีกว่า ในปีนี้ วธ. มอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดคลิปสั้น “ชีวิตวิถีใหม่ ภาษาไทยในสื่อออนไลน์” เพื่อส่งเสริมการใช้ภาษาไทยในสื่อออนไลน์ซึ่งเป็นสื่อที่อยู่ในวิถีชีวิตใหม่ จำนวน 10 รางวัล อาทิ รางวัลชนะเลิศประเภทอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป ได้แก่ น.ส.เบญจรัตน์ กวีนันทชัย จากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รางวัลชนะเลิศประเภทนักเรียน ได้แก่ น.ส.ปาริชาติ สีหาบุตร โรงเรียนกระดุมทองวิทยา จ.ศรีสะเกษ เป็นต้น

นอกจากนี้ จัดทำเว็บไซต์กิจกรรมงานวันภาษาไทยแห่งชาติ www.pasathai.net หรือ www.ภาษาไทย.net ในรูปแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมเผยแพร่องค์ความรู้ และข้อมูลข่าวสารผ่านทาง facebook fanpage วันภาษาไทยแห่งชาติ ปี ๒๕๖๓ และช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ อาทิ youtube twitter เป็นต้น

สำหรับในส่วนของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) และกรมศิลปากร (ศก.) ได้มอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติ ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น ผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย และรางวัลการประกวดเพลง (เพชรในเพลง) ยกย่องบุคคลในวงการเพลงที่มีความสามารถผสมผสานความรู้ทางภาษา วรรณศิลป์ คีตศิลป์ และนักร้องที่ออกเสียงขับร้องเพลงได้อย่างชัดเจนและถูกต้องตามหลักการใช้ภาษาไทย โดยในปีนี้มีผู้เข้ารับเข็ม และโล่เชิดชูเกียรติ รางวัลปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น และผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย 2563 ดังนี้ 1.ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย 3 รางวัล ได้แก่ รศ.ชำนาญ รอดเหตุภัย ,รศ.มณีปิ่น พรหมสุทธิรักษ์ และรศ.สุจิตรา จงสถิตย์วัฒนา

2.ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น 10 รางวัล แบ่งเป็นคนไทย 9 รางวัล ได้แก่ น.ส.กรุณา บัวคำศรี ,นายโกมุท คงเทศ ,นายชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์ ,นายภูสิต ธวัชวิเชียร ,นายเรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป ,นางลักษิกา เจริญศรี ,ผศ.สมชาย สำเนียงงาม ,นายสันติภพ เจนกระบวนหัด (เจนภพ จบกระบวนวรรณ) ,ผศ.สุทัศน์ วงศ์กระบากถาวรและชาวต่างประเทศ 1 รางวัล ได้แก่ น.ส. จิอิน อง (Ms. Ji-In, Ong)
3.ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น 4 รางวัล ได้แก่ นายขวัญชัย สุรินทร์ศรี ,นายทองพูล ทองน้อย ,นางประไพ สุริยะมล และนายมงคล รัตนพันธุ์
4.ผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย ประเภทบุคคล ได้แก่ นางถนอมวงศ์ สุกโชติรัตน์ ล้ำยอดมรรคผล ,รศ.นวลทิพย์ เพิ่มเกษร และนายยุทธพร นาคสุข และประเภทองค์กร ได้แก่ มูลนิธิดำรงพุฒตาล (อนุรักษ์และพัฒนาภาษาไทยและวัฒนธรรมไทย) และสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

ส่วนรางวัลเยาวชนผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นที่มีความสามารถด้านการพูด การอ่าน การเขียน พ.ศ.2563 จำนวน 12 รางวัล แบ่งเป็น ระดับประถมศึกษา (อายุไม่เกิน 12 ปี) ได้แก่ ด.ช.ณฐพรต มารศรี โรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 1 กทม. ,ด.ญ.วรินรำไพ ศรีสุนนท์ โรงเรียนวัดเลา (คณะศิษย์เทพสิทธิอุทิศ) กทม. และด.ช.อัฟฟันดี้ หนูโสย โรงเรียนบ้านเขาพระ จ.สงขลา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (อายุไม่เกิน 15 ปี) ได้แก่ ด.ญ.เจตนิพิฐ สืบมา โรงเรียนสตรีวิทยา กทม. ,ด.ญ.ชลธิชา เทียมขุนทด โรงเรียนวัดยกกระบัตร (ชุบราษฎร์นุสรณ์) จ.สมุทรสาคร และด.ญ.ปิยธิดา อุ้ยฟูใจ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า (อายุไม่เกิน 18 ปี) ได้แก่ น.ส.โชติรส เลือกถือ โรงเรียนอำมาตย์พาณิชนุกูล จ.กระบี่ ,นายสหภูมิ ปลายชัยภูมิ โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย จ.ขอนแก่น ,นายอัศวุธ อุปติ โรงเรียนปราจิณราษฎรอำรุง จ.ปราจีนบุรี ระดับอุดมศึกษาหรือบุคคลทั่วไป (อายุไม่เกิน 25 ปี) ได้แก่ นายธวัชชัย สายอ๋อง มหาวิทยาลัยทักษิณ จ.สงขลา นายบัณฑิต รวยสันเทียะ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จ.นครราชสีมา นายอติรุจ  ดือเระ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จ.ปทุมธานี

นายอิทธิพล กล่าวอีกว่า สำหรับผู้เข้ารับรางวัลการประกวดเพลง (เพชรในเพลง)จำนวน19 รางวัล มีดังนี้ 1.รางวัลเชิดชูเกียรติ ประกอบด้วย รางวัลเชิดชูเกียรตินักจัดรายการวิทยุผู้อนุรักษ์เพลงไทยในอดีต (รายการสุขกันเถอะเรา) ได้แก่ น.ส.ดารณี มณีดิษฐ์ ,รางวัลเชิดชูเกียรติองค์กรสนับสนุนวัฒนธรรมดนตรีไทย ได้แก่ สมาคมสงเคราะห์สหายศิลปิน

2.รางวัลการประพันธ์เพลงดีเด่นด้านภาษาไทย ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศผู้ประพันธ์คำร้องเพลงไทยสากล ได้แก่ เพลงวัฒนธรรมนำไทย ผู้ประพันธ์ นายชัยรัตน์ วงศ์เกียรติ์ขจร รางวัลชนะเลิศผู้ประพันธ์คำร้องเพลงไทยลูกทุ่ง ได้แก่ เพลงยังมีวันพรุ่งนี้ ผู้ประพันธ์ นายรชต โชติมิตรจตุรผล รางวัลชนะเลิศผู้ประพันธ์คำร้องเพลงเพื่อชีวิต ได้แก่ เพลงสวัสดี ผู้ประพันธ์ นายเทียรี่ สุทธิยงค์ เมฆวัฒนา (เทียรี่ เมฆวัฒนา)

3.รางวัลการขับร้องเพลงดีเด่นด้านภาษาไทย ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงไทยสากลชาย ได้แก่ เพลงดาราดรุณี ผู้ขับร้อง นายพรพัฒน์ สัมมาวรรณ (พรหมเทพ เทพรัตน์) รางวัลชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงไทยสากลหญิง ได้แก่ เพลงเพ็ญแข ผู้ขับร้อง น.ส.กุสุมา เอื้อเฟื้อ (ผุสดี เอื้อเฟื้อ) รางวัลชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งชาย ได้แก่ เพลงคอยน้องคืนนา ผู้ขับร้อง นายอาคม พูลลาภ (เติ้น อาคม คำพันธุ์) รางวัลชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งหญิง ได้แก่ เพลงลูกทุ่งท้องถิ่น ผู้ขับร้อง น.ส.ชญาภา พงศ์สุภาชาคริต (บูม ชญาภา) รางวัลชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงเพื่อชีวิตชาย ได้แก่ เพลงนานแสนนาน ผู้ขับร้อง นายเทียรี่ สุทธิยงค์ เมฆวัฒนา (เทียรี่ เมฆวัฒนา) และรางวัลชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงเพื่อชีวิตหญิง ได้แก่ เพลงเด็กหลังเขา ผู้ขับร้อง น.ส.ณริสสา ดำเนินผล (ฟ้า ขวัญนคร)
ทั้งนี้ ศก.ได้จัดพิมพ์หนังสือเก่าหายาก เรื่อง “บทละครเรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 1” เพื่อแจกเป็นที่ระลึกให้แก่ผู้ร่วมงานด้วย

สำหรับในส่วนภูมิภาค วธ. ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ การประกวดคัดลายมือ ประกวดเรียงความ ขับร้องเพลงกล่อมเด็ก เล่านิทานพื้นบ้าน จัดทำคลิปวิดีโอส่งเสริมภาษาไทย นิทรรศการความสำคัญของภาษาไทยและประวัติความเป็นมาของวันภาษาไทยแห่งชาติ การแข่งขันการกล่าวสุนทรพจน์ การประกวดการพูดเชิงสร้างสรรค์ภาษาไทยถิ่นใต้ การแข่งขันแต่งกลอนสด การแข่งขันเขียนตามคำบอก (ภาษาเหนือ) เป็นต้น

ข้าราชบริพารฯในพระองค์พร้อมใจ บริจาคโลหิตสำรองรักษาผู้ป่วยโควิดเนื่องในวันเฉลิมฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/507408

ข้าราชบริพารฯในพระองค์พร้อมใจ บริจาคโลหิตสำรองรักษาผู้ป่วยโควิดเนื่องในวันเฉลิมฯ

ข้าราชบริพารฯในพระองค์พร้อมใจ บริจาคโลหิตสำรองรักษาผู้ป่วยโควิดเนื่องในวันเฉลิมฯ

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 14.36 น.

24 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.00 น. ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์  พร้อมใจเข้าร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต  ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา28 กรกฎาคม 2563 ในพื้นที่หน่วยราชการในพระองค์ จำนวน 3 แห่ง ดังนี้

ที่อาคารศาลาลูกขุนใน พระบรมมหาราชวัง  ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์  พร้อมใจเข้าร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต  จำนวน  150 คน โดยมีโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า  กรมแพทย์ทหารเรือ เป็นหน่วยรับบริจาคโลหิต

ที่ศาลามหามงคล โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต  ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์  พร้อมใจเข้าร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต จำนวน  120 คน  โดยมีสถาบัน  พยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า กรมแพทย์ทหารบก เป็นหน่วยรับบริจาคโลหิต 

ที่อาคาร 606 สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า  ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ พร้อมใจเข้าร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต จำนวน  180 คน  โดยมีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เป็นหน่วยรับบริจาคโลหิต 

สำหรับการบริจาคโลหิตในวันนี้ มีผู้บริจาคโลหิต หน่วยแพทย์ทั้ง 3 แห่ง จะได้นำไปเป็นโลหิตสำรอง สำหรับนำไปใช้ในการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยต่อไป  เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ทำให้มีผู้บริจาคโลหิตลดลง  จนทำให้จำนวนโลหิตสำรองในโรงพยาบาลต่าง ๆ มีน้อยลง ซึ่งการร่วมกันบริจาคโลหิตของข้าราชบริพารในพระองค์ในวันนี้  เป็นการแสดงให้เห็นถึงการเป็นแบบอย่างของข้าราชการที่ดี เสียสละอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ปฏิบัติตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
ที่จะให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข

‘ครูตั้น’ วอนกลุ่มนศ.ชุมนุม มองวิกฤตฝ่าโควิด ประเทศจะเดินหน้าต้องร่วมมือกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/507405

'ครูตั้น'วอนกลุ่มนศ.ชุมนุม มองวิกฤตฝ่าโควิด ประเทศจะเดินหน้าต้องร่วมมือกัน

‘ครูตั้น’วอนกลุ่มนศ.ชุมนุม มองวิกฤตฝ่าโควิด ประเทศจะเดินหน้าต้องร่วมมือกัน

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 14.18 น.

24 กรกฎาคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) รักษาราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มนักศึกษา ออกมาชุมนุมเรียกร้องเรื่องต่างๆและให้หยุดคุกคามคนที่เห็นต่าง ว่าก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะการเห็นต่างกันก็เป็นเรื่องปกติ แต่ตนอยากให้ผู้ที่ชุมนุมดูว่าวันที่เราผ่านวิกฤตโควิด-19 มาได้นั้นเพราะอะไร เราผ่านวิกฤตมาได้เพราะความร่วมมือของคนไทยทุกคน เราอยู่ในสภาพที่เราเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้น จึงไม่มีการเคลื่อนไหว อาจจะมีเสียงบ่นที่ไม่พอใจบ้าง แต่ทุกคนทำตามกฏระเบียบเพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้า อนาคตก็เช่นกัน เราไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้โดยมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในประเทศ เราเห็นแล้วว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ ณ วันนี้เกิดอะไรขึ้น 

“เข้าใจ หากจะมีใครบอกว่าแล้วที่ผ่านมาก็มีการเคลื่อนไหว แต่วันนี้สถานการณ์แตกต่างจากที่ผ่านมาครับ วันนี้เราต้องการความเป็นเอกภาพของประชาชนทุกคนในประเทศเพื่อจะเดินไปข้างหน้า ก็อยากให้น้องๆนิสิต นักศึกษา ที่เรียกร้องอยู่ รับทราบและเข้าใจตรงนี้ และคนที่จะเข้าใจได้ดีที่สุดก็น่าจะเป็นกลุ่มปัญญาชนที่ออกมาเรียกร้อง วันนี้ประเทศอยากได้ความร่วมมือกัน เพราะปัญหามันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เราเคยมีมาในอดีต ทั้งปัญหาการว่างงาน ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง ที่คงต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย” นายณัฏฐพล กล่าว