11 พ.ค.นี้ ปล่อยตัว! ราชทัณฑ์เปิดไทม์ไลน์พักโทษทักษิณ

11 พ.ค.นี้ ปล่อยตัว! ราชทัณฑ์เปิดไทม์ไลน์พักโทษทักษิณ

11 พ.ค.นี้ ปล่อยตัว! ราชทัณฑ์เปิดไทม์ไลน์พักโทษทักษิณ

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.54 น.

25 กุมภาพันธ์ 2569 กรมราชทัณฑ์ ได้ออกเอกสารข่าวเผยแพร่ เรื่องด้วย นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตามคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีกำหนดโทษ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568 จะพ้นโทษ ในวันที่ 9 กันยายน 2569

กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนว่า ในส่วนของการพักการลงโทษ หากนักโทษเด็ดขาดรายใดมีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52 (7) และกฎกระทรวง กำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งจะได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัว ต้องปฏิบัติ พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564 กล่าวคือ นายทักษิณ จะมีคุณสมบัติครบถ้วนต่อเมื่อต้องโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ และจะได้รับประโยชน์จากการพักการลงโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ 1 ปีและต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ โดยจะเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษ ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 และสามารถปล่อยตัว พักการลงโทษได้ในวันถัดไปคือ ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569

ทั้งนี้ การคำนวณระยะเวลาการเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษนั้น กรมราชทัณฑ์ได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21 ซึ่งบัญญัติว่า ในการคำนวณระยะเวลาจำคุก ให้นับวันเริ่มจำคุกรวมคำนวณเข้าด้วย และให้นับเป็น 1 วันเต็มโดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนชั่วโมง ถ้าระยะเวลาที่คำนวณนั้นกำหนดเป็นเดือน ให้นับ 30 วัน เป็น 1 เดือน ถ้ากำหนดเป็นปีให้คำนวณตามปีปฏิทินในราชการ ดังนั้น ในการคำนวณโทษของ นายทักษิณฯ 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ 1 ปี (1 ปี= 12 เดือน 5 วัน = 365 วัน) จึงเท่ากับ 8 เดือน 4 วัน หรือ 244 วัน ซึ่งตรงกับวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 และสามารถปล่อยตัวได้ในวันถัดไป คือ ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569

สำหรับการจะติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวกับนายทักษิณหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะอนุกรรมการเพื่อ พิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ดังนั้น การพิจารณาพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาดแต่ละราย จึงเป็นการดำเนินการตามกรอบกฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ แนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด โดยมิได้ เลือกปฏิบัติหรือดำเนินการนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดไว้

สรุปไฟไหม้ชายแดนไทย–กัมพูชา ทภ.2ยันฝั่งไทยปกติ พบ2จุดความร้อน ฝั่งเขาสัตตะโสม

สรุปไฟไหม้ชายแดนไทย–กัมพูชา ทภ.2ยันฝั่งไทยปกติ พบ2จุดความร้อน ฝั่งเขาสัตตะโสม

สรุปไฟไหม้ชายแดนไทย–กัมพูชา ทภ.2ยันฝั่งไทยปกติ พบ2จุดความร้อน ฝั่งเขาสัตตะโสม

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.27 น.

กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ ไฟไหม้ชายแดนไทย–กัมพูชาพบ 2 จุด ฝั่งเขาสัตตะโสม ยันสามารถคุมสถานการณ์ได้

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 กองทัพภาคที่2 ได้สรุปสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้บริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ประจำวันพบจุดความร้อนจำนวน 2 จุด บริเวณฝั่งประเทศกัมพูชา ขณะที่พื้นที่ฝั่งไทยส่วนใหญ่สถานการณ์ปกติ และยังอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่

จังหวัดอุบลราชธานี
 •พื้นที่ช่องบก : สถานการณ์ปกติ
 •พื้นที่ช่องอานม้า : สถานการณ์ปกติ

จังหวัดศรีสะเกษ
 •พื้นที่ซำแต–โดนตรวล–ภูผี–สัตตะโสม–พนมประสิทธิโส–ช่องตาเฒ่า พบไฟไหม้บริเวณทิศตะวันตกเขาสัตตะโสม ฝั่งกัมพูชา 2 จุด ห่างแนวชายแดนประมาณ 900 เมตร และ 1.2 กิโลเมตร
 •พื้นที่ผามออีแดง–ห้วยตามาเรีย : สถานการณ์ปกติ
 •พื้นที่ภูมะเขือ–ช่องโดนเอาว์ : สถานการณ์ปกติ
 •พื้นที่ช่องทับอู : สถานการณ์ปกติ
 •พื้นที่ช่องกระบาลกระใบ (อ.ขุนหาญ) : สถานการณ์ปกติ
 •พื้นที่ช่องสะงำ (อ.ภูสิงห์) : สถานการณ์ปกติ

จังหวัดสุรินทร์
 •พื้นที่ช่องจอม–ช่องคลาคะมุม–ช่องเปรอ–ช่องระยี : สถานการณ์ปกติ
 •พื้นที่คนา : สถานการณ์ปกติ
 •พื้นที่ตาควาย : สถานการณ์ปกติ
 •พื้นที่ช่องกร่าง : สถานการณ์ปกติ
 •พื้นที่ตาเมือนธม : สถานการณ์ปกติ

จังหวัดบุรีรัมย์
•พื้นที่ช่องสายตะกู : สถานการณ์ปกติ

ส่วนทิศทางลม เป็นลมประจำถิ่น พัดจากทิศตะวันออกเฉียงใต้ในฝั่งไทย ไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

สำหรับภาพรวมสถานการณ์ แนวชายแดนยังอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทย โดยยังคงยึดครองพื้นที่สำคัญ พร้อมดำเนินการลาดตระเวนและจัดวางจุดเฝ้าตรวจในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ส่วนฐานปฏิบัติการต่าง ๆ ได้เสริมความมั่นคงเพื่อรองรับภารกิจในอนาคต

ทั้งนี้ สาเหตุหลักของการเกิดไฟไหม้ในพื้นที่ชายแดน ส่วนใหญ่มาจากการเผาพื้นที่เพื่อทำการเกษตร การเตรียมที่อยู่อาศัยใหม่ การล่าสัตว์ และการหาของป่า โดยเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันผลกระทบข้ามแดน

อามินทร์ ยันพรุ่งนี้เจอ ธรรมนัส แน่ เชื่อ กล้าธรรม ได้ร่วมรัฐบาล

อามินทร์ ยันพรุ่งนี้เจอ ธรรมนัส แน่ เชื่อ กล้าธรรม ได้ร่วมรัฐบาล

อามินทร์ ยันพรุ่งนี้เจอ ธรรมนัส แน่ เชื่อ กล้าธรรม ได้ร่วมรัฐบาล

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.18 น.

25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม (กธ.) และว่าที่ สส.เขต 2 จังหวัดนราธิวาส เปิดเผยภายหลังกองทัพสื่อมวลชนเดินทางไปรอสัมภาษณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ถึงทิศทางและความชัดเจนของพรรคกล้าธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 แต่ไร้วี่แวว ร.อ.ธรรมนัส เดินทางเข้ากระทรวงฯ ว่า วันนี้ ร.อ.ธรรมนัส จะยังคงไม่เข้ากระทรวงฯ เพราะยังเหนื่อยจากการเดินทางกลับจากต่างประเทศ แต่ในวันพรุ่งนี้ (26 ก.พ.) ร.อ.ธรรมนัส จะต้องเข้ามากระทรวงฯ เพื่อปฏิงานราชการตามปกติ

ขณะเดียวกัน ในความคืบหน้าของ สส.พรรคกล้าธรรม หลัง กกต.ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ก็ได้มีการคุยกันในใลน์กลุ่ม ถึงการเตรียมความพร้อมในการรายงานตัวที่รัฐสภา โดย สส.ทุกคนได้มีการเตรียมข้อมูลกันหมดแล้วเพื่อรายงานตัว

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการเข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน 2 พรรคกล้าธรรม ว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอนใช่หรือไม่ นายอามินทร์ กล่าวว่า เชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น แต่จะต้องรอดูทาง ร.อ.ธรรมนัส ว่าจะให้คำตอบเช่นไร ขณะที่ทาง สส.ทั้งหมดก็เชื่อฟังทิศทางการเมืองของพรรคจาก ร.อ.ธรรมนัส ที่จะนำทาง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสเรื่องงูเขียวในพรรคกล้าธรรมขณะนี้ นายอามินทร์ กล่าวว่า “ไม่มีหรอกครับ มีเหรอ ไม่มีหรอก ทุกคนตั้งใจทำงาน” พร้อมกับหัวเราะอารมณ์ดี ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับบ้าน

ภท.ยกทัพบุกบุรีรัมย์ คิกออฟนัดประชุม 192 สส. 8-9 มี.ค.นี้

ภท.ยกทัพบุกบุรีรัมย์ คิกออฟนัดประชุม 192 สส. 8-9 มี.ค.นี้

ภท.ยกทัพบุกบุรีรัมย์ คิกออฟนัดประชุม 192 สส. 8-9 มี.ค.นี้

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.07 น.

“ภท.”ยกทัพบุกบุรีรัมย์ คิกออฟนัดประชุม 192 สส. 8-9 มี.ค.นี้ จับตาไฮไลต์เคาะเลือก”พรรคร่วมฯ”จัดตั้งรัฐบาล – สะท้อนความต้องการ ปชช.จัดทำนโยบายแถลงต่อรัฐสภา

25 กุมภาพันธ์ 2569 รายงานข่าวแจ้งว่า ระหว่างวันที่ 8 – 9 มี.ค.นี้ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เตรียมจัดประชุมสัมมนา สส.ของพรรคอย่างเป็นทางการครั้งแรก ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยการประชุมครั้งนี้นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ แคนดิเดตรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ รวมถึง สส.ของพรรคทั้ง 192 คน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

สาระสำคัญของการสัมมนาครั้งนี้ นอกจากเป็นการกำหนดทิศทางการทำงานของ สส.ในฐานะแกนนำรัฐบาลแล้ว หัวหน้าพรรคจะนำเสนอข้อมูลสะท้อนความต้องการของประชาชนจากทั่วประเทศ ให้ที่ประชุมรับทราบอย่างรอบด้าน เพื่อกำหนดกรอบนโยบายและลำดับความเร่งด่วนในการบริหารประเทศเพื่อนำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

ขณะเดียวกัน จะเปิดโอกาสให้ สส.แต่ละพื้นที่สะท้อนปัญหาและความต้องการของประชาชนในเขตเลือกตั้งของตนเอง เสนอต่อคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อรวบรวมเป็นข้อสรุปเชิงนโยบาย และใช้เป็นฐานประกอบการตัดสินใจทางการเมือง

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การประกาศความชัดเจน และมีมติจัดตั้งรัฐบาล โดยจะเลือกพรรคการเมืองต่างๆ มาร่วมรัฐบาล โดยคณะกรรมการบริหารพรรคจะรับฟังความเห็นจาก สส.ก่อนพิจารณามีมติในทิศทางเดียวกัน เพื่อเดินหน้าเจรจาจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

เท้ง โยนบาป ปค. แจงปม ปชน.ขอ Laser ID ย้ำพรรคไม่เก็บข้อมูล

เท้ง โยนบาป ปค. แจงปม ปชน.ขอ Laser ID ย้ำพรรคไม่เก็บข้อมูล

เท้ง โยนบาป ปค. แจงปม ปชน.ขอ Laser ID ย้ำพรรคไม่เก็บข้อมูล

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.32 น.

25 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีพรรคประชาชน (ปชน.) ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการที่พรรคขอรหัส 12 หลัก หลังบัตรประชาชน หรือ เลเซอร์ ไอดี (Laser ID) จากผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคกว่า 1.1 แสนคน ว่าอาจเข้าข่ายละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 หรือ PDPA และอาจถูกพรรคนำข้อมูลสมาชิกพรรคและใช้เลเซอร์ ไอดี ที่ได้ไปลงทะเบียนออนไลน์กับแพลตฟอร์มอื่นๆ ในลักษณะแอบอ้างใช้ประโยชน์หลายรูปแบบ เช่น เพื่อแสดงความเห็นโพลล์ออนไลน์เพื่อประโยชน์ทางการเมือง โดยเจ้าของบัตรประชาชนนั้นๆ ไม่ทราบ ไม่ได้อนุญาต แม้พรรคจะอ้างว่าการขอเลเซอร์ ไอดี ดังกล่าว เพียงเพื่อนำไปตรวจสอบผ่านระบบออนไลน์กับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ในการยืนยันตัวตน อีกทั้งกรมการปกครองระบุว่าหากประชาชนเจ้าของบัตรยินยอมให้ พรรคก็สามารถนำไปใช้ไดก็ตาม

ล่าสุด นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องดังกล่าวผ่านรายการ “สมมุติว่า” ตอน “เลือกตั้งใหม่” เมื่อวันที่ 22 ก.พ.69 โดยระบุตอนหนึ่งว่า เลเซอร์ ไอดี พรรคไม่เคยจัดเก็บอยู่ในระบบฐานข้อมูล ไม่ว่าจะสมัยพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล หรือพรรคประชาชน ซึ่งการสมัครสมาชิกพรรคของประชาชนต้องใช้เลเซอร์ ไอดี เป็นรหัสที่เอาไว้ยืนยันกับกรมการปกครอง และเป็นวิธีเช็คว่าคุณถือบัตรตัวจริงใบล่าสุดจริงหรือไม่ เพราะกฎหมายเลือกตั้ง สส.และกฎหมายพรรคการเมือง บีบบังคับให้พรรคต้องรัดกุมในเรื่องการสมัครสมาชิกพรรคต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย กำหนดว่าขั้นต่ำกี่ปี เผื่อมีการเปลี่ยนสัญชาติ เงินที่พรรคจะรับมาได้ต้องไม่ใช่เงินสีเทา ถ้าเกี่ยวข้องกับเรื่องของการทำธุรกิจผิดกฎหมาย และมีการบริจาคเข้าพรรคแม้แต่บาทเดียว ถ้าตรวจสอบเเละยื่นร้องอาจจะถึงขั้นยุบพรรคได้ ซึ่งพรรคประชาชนมีสมาชิกมาก การจะเอาคนมานั่งตรวจได้ ยืนยันว่าเป็นบัตรประชาชนจริง หรือปลอม ในทางปฏิบัติทำไม่ได้ จึงต้องเอาระบบไปชนกัน

นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ ยังรับว่า ช่วงรอยต่อที่เกิดจากการยุบพรรคก้าวไกล มาเป็นพรรคประชาชน ทำให้การเชื่อมระหว่างระบบของพรรคกับกรมการปกครองขาดลง โดยตอนที่มาเป็นพรรคประชาชน พรรคได้ทำหนังสือถึงกรมการปกครองแล้ว แต่โดยกระบวนการในการประสานงานพูดง่ายๆ คือ ยังไม่ได้คุยกันต่อ ยังเชื่อมระบบกลับมาไม่สมบูรณ์ หน้าเว็บไซต์ของพรรค ระบบสมัครสมาชิกพรรคก็ยังค้างอยู่แบบนั้น ไม่มีการบันทึกข้อมูลในฐานข้อมูล แต่ว่ามันยังไม่ได้เชื่อมกับกรมการปกครอง จึงเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นตามหน้าข่าว และกำลังเร่งแก้ไขอยู่

โดยในเรื่องของการเก็บเป็นความลับ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า อยากให้สังคมตั้งคำถามเดียวกันอย่างนี้กับบริษัทเอกชนอื่นๆ เช่น การสมัครทำธุรกรรมออนไลน์ใน Mobile Banking เพราะหลายๆ บริษัทก็ขอเลเซอร์ ไอดี ไปยืนยันในการทำธุรกรรม และมองว่าถ้าจะตั้งคำถามนี้ว่ามันผิดที่ไหน มันผิดที่การออกแบบระบบของกรมการปกครองตั้งแต่แรก

“คือถามว่าระบบของกรมการปกครองออกแบบไม่ดีเช่นใด ผมขอให้ความเห็นคือพวกเขาออกแบบระบบมาว่าพรรค ธนาคาร บริษัทที่ต้องการยืนยันด้วยเลเซอร์ ไอดี ต้องทำตัวเป็นท่อกลาง คือ ให้ประชาชนกรอกเลเซอร์ ไอดี มาที่เว็บของพรรค ของธนาคาร ของบริษัทก่อน แล้วตัวกลางค่อยส่งข้อมูลเลเซอร์ ไอดี พร้อมข้อมูลหน้าบัตรประชาชน ไปยืนยันกับกรมการปกครอง กรมฯ จะตอบกลับมาว่าถูกต้องไหม กับข้อมูลที่คุณส่งมาว่า ถูกหรือไม่ถูก ถ้าไม่ถูกก็ไม่ให้ผ่าน ถ้าถูกก็ให้ผ่าน ซึ่งการออกแบบระบบแบบนี้มันทำให้คนกลางถ้าทุจริต สามารถที่จะดักจับข้อมูลเก็บไว้ได้หมด”

นายณัฐพงษ์ ยังมองว่า ระบบที่ดี ขอให้นึกภาพเวลาเราล็อกอินด้วย Apple ID ล็อกอินด้วย Google Account ล็อกอิน Facebook ID เวลาเราจะล็อกอินด้วย ID ต่างๆ เหล่านี้ ระบบมันจะพาเราไปที่หน้าเว็บของเว็บเหล่านี้ เพราะฉะนั้นคนที่จะเก็บข้อมูล Username Password ของเราคือ Google / Facebook / Apple ข้อมูลจะถูกส่งไปที่นั่น และพอเราล็อกอินสำเร็จผุ้ให้บริการแต่ละรายจะตอบกลับมาว่าล็อกอินสำเร็จแล้ว เชื่อถือได้ เพราะยืนยัน Username และ Password แล้ว ฉะนั้น เส้นการวิ่งของข้อมูลมันจะไม่ผ่านตัวกลางเลย จะวิ่งไปที่ตรงนั้นเลย เพราะฉะนั้นถามว่าความที่มันไม่ปลอดภัยของเลเซอร์ ไอดี ที่มันอาจจะหลุดได้จากตัวกลาง ถ้าจะตั้งคำถามนี้กับพรรคประชาชนนั้น ทำไมไม่ตั้งคำถามกับธนาคาร บริษัท ซึ่งผมไม่ได้โทษธนาคาร หรือบริษัทอื่นๆ พวกเขาต้องทำระบบให้เป็นแบบนี้ เพราะกรมการปกครองออกแบบระบบการยืนยันมาเป็นแบบนี้

จับตาชายแดนศรีสะเกษ ทบ.ยันกัมพูชายิงรุกล้ำ พร้อมใช้มาตรการตอบโต้ตามแผนเผชิญเหตุ

จับตาชายแดนศรีสะเกษ ทบ.ยันกัมพูชายิงรุกล้ำ พร้อมใช้มาตรการตอบโต้ตามแผนเผชิญเหตุ

จับตาชายแดนศรีสะเกษ ทบ.ยันกัมพูชายิงรุกล้ำ พร้อมใช้มาตรการตอบโต้ตามแผนเผชิญเหตุ

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.37 น.

โฆษก ทบ. ชี้ กัมพูชายิงปืน ค. ใส่ไทย ในช่วงหยุดยิงเป็นช่วงเวลาเปราะบาง ลั่นพร้อมใช้สิทธิ์ป้องกันตนเองตอบโต้ทันทีหากตั้งใจคุกคาม ย้ำกำลังพลหน้าแนวอดทนอดกลั้น เพราะอยู่พื้นที่เผชิญหน้า

25 กุมภาพันธ์ 2569 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังวานนี้ฝ่ายกัมพูชายิง ค.40 มม. เข้ามาในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ได้มีการพูดคุยกันอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก ว่า ชุดประสานงานได้ทำงานตลอดอยู่แล้ว มีการประสานงานตลอดเวลา แต่ต้องยอมรับว่าพื้นที่ตลอดแนวชายแดนค่อนข้างยาว มีหน่วยย่อยหลายหน่วย ขณะที่ฝั่งไทยเคร่งครัด ดูแลทหารให้อยู่ในระเบียบวินัย โดยเฉพาะการทำงานในพื้นที่ละเอียดอ่อนอย่างชายชาย แต่ฝั่งกัมพูชาจะมีการก่อเหตุให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ด้วยวัตถุประสงค์และสาเหตุที่หลากหลาย ตามที่หน่วยในพื้นที่ของกัมพูชาชี้แจง ซึ่งหน่วยประจำพื้นที่ของฝ่ายไทยก็รู้อยู่ และต้องมีวิธีสื่อสารกันให้ได้ ทำความเข้าใจกันให้ได้ เพื่อให้งานที่รับผิดชอบต้องเรียบร้อยกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เพราะอยู่ในช่วงของข้อตกลงยิง ดังนั้นต้องมีการเฝ้าระวังและระมัดระวังต่อการเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกำลังพลที่จะไปปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่เหล่านี้ จะต้องผ่านการฝึกและมีมาตรฐานการทำงานในพื้นที่อ่อนไหวนี้ได้ มิฉะนั้นจะก่อให้เกิดปัญหา และอาจพัฒนาไปสู่ความรุนแรงต่อกัน

ส่วนที่ฝ่ายไทยตอบโต้ด้วยการยิงกลับไปนั้น ก็เป็นไปตามมาตรการที่วางไว้กับทางกัมพูชา แต่ตำบลกระสุนตกที่กัมพูชายิงเข้ามา ยังห่างไกลที่จะทำอันตรายกับกำลังพลฝ่ายไทย แต่เราถือว่าถ้ามีอาวุธหลุดเข้ามาในพื้นที่ที่เราเคยบอกไว้แล้วว่าไม่ควรเกิดเหตุ เราก็จำเป็นต้องตอบโต้กลับไป แต่เป้าหมายในการตอบโต้กลับจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาหน่วยในพื้นที่

ส่วนที่กัมพูชายังคงใช้ข้ออ้างซ้ำๆ ในการก่อเหตุ เช่นความไม่มีระเบียบวินัยนั้น พลตรี วินธัย ยืนยันว่า พิจารณาแล้วแต่หน่วยในพื้นที่จะพิจารณาอย่างไร เช่นหากมีหน่วยหน่วยหนึ่งเคยใช้เหตุผลในลักษณะนี้แล้ว ถ้าพิจารณาแล้วฟังไม่ขึ้น มองว่าเกิดจากความตั้งใจต้องการกระทำต่อทหารไทย ก็สามารถใช้สิทธิ์ป้องกันตนเองได้ ซึ่งทุกหน่วยมีมาตรการป้องกันตนเองอยู่แล้ว

ส่วนที่พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงว่าฝ่ายกัมพูชาไม่ได้ยิงโจมตีไทยนั้น พลตรี วินธัย กล่าวว่า พลโทหญิง มาลี อาจจะอยู่ไกลจากพื้นที่หน้าแนว และตั้งข้อสังเกตว่าส่วนใหญ่ข่าวที่มาจากพลโทหญิง มาลี มักไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือของข่าว

ส่วนที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย กล่าวถ้อยแถลงโต้ตอบฝ่ายกัมพูชา บนเวที การประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะเป็นชนวนเหตุให้เกิดการปะทะรอบที่ 3 หรือไม่ พลตรี วินธัย กล่าวว่า ไม่น่าจะสัมพันธ์กันโดยตรง ยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารจะขึ้นอยู่กับปัจจัยในพื้นที่มากกว่า เพราะเป็นลักษณะของการป้องกันตามแผนเผชิญเหตุ จึงอาจไม่ได้เชื่อมโยงกันโดยตรง และด้วยข้อมูลการข่าวของฝ่ายไทย พบว่าทางกัมพูชายังไม่ได้มีท่าทีที่จะคุกคามด้วยกำลังทางทหาร และหลายหน่วยก็อยู่ค่อนข้างไกลจากบริเวณชายแดนไทย เพียงแต่อาจมีการเริ่มเดินมาสำรวจบ้างตามแนวรั้วลวดหนาม และแนวคิดมีเครื่องกีดขวางป้องกันอยู่ หลังพื้นที่ฝั่งกัมพูชาเริ่มโล่งเตียนจากการเผา เพียงแต่ยังไม่มีลักษณะของความตึงเครียดอย่างที่ผ่านมา

เมื่อถามว่า นอกจากผู้บังคับหน่วยในพื้นที่จะพูดคุยกันเองแล้ว จะมีการใช้กลไกระดับ RBC หรือไม่ พลตรี วินธัย ยืนยันว่า เป็นไปได้ที่จะมีการรวบรวมรายละเอียดต่างๆ ในห้วงเวลาที่เกิดขึ้น เพื่อไปพูดคุยกัน พร้อมยอมรับตอนนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อน เพราะอยู่ในช่วงข้อตกลงหยุดยิง 

ขณะเดียวกัน ได้เน้นย้ำกำลังพลอยู่แล้ว ในเรื่องความอดทนอดกลั้น โดยเฉพาะกำลังพลที่อยู่หน้าแนว และต้องมีความระมัดระวังในทุกเรื่อง เพราะถือว่าเป็นพื้นที่เผชิญหน้า มีความละเอียดอ่อน โดยเชื่อมั่นว่ากำลังพลฝ่ายไทยอยู่ในระเบียบและวินัยที่จะทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

กกต.ร้องกองปราบฯ เอาผิดขบวนการ ถ่ายบัตร-ถอดรหัส QR Code ดิสเครดิตเลือกตั้ง

กกต.ร้องกองปราบฯ เอาผิดขบวนการ ถ่ายบัตร-ถอดรหัส QR Code ดิสเครดิตเลือกตั้ง

กกต.ร้องกองปราบฯ เอาผิดขบวนการ ถ่ายบัตร-ถอดรหัส QR Code ดิสเครดิตเลือกตั้ง

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.28 น.

กกต.ส่งตัวแทนแจ้งความกองปราบฯ เอาผิดกลุ่มบุคคล 4-5 ราย เหตุพบพฤติการณ์ทำเป็นขบวนการ เข้าถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง และพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ด หวังดิสเครดิตความโปร่งใสช่วงลงคะแนนใหม่ เขตคันนายาว 22 ก.พ. ยันตรวจสอบได้แต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย

25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กทม.) เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามการมอบอำนาจจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคล จากกรณีเหตุการณ์ความวุ่นวายระหว่างการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่เขตคันนายาว เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา

นายครรชิต เปิดเผยว่า ทาง กกต.ได้ตรวจสอบพบพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลที่กระทำกันเป็นขบวนการ โดยมีการเข้าไปถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ถ่ายภาพคิวอาร์โค้ด (QR Code) และพยายามถอดรหัสเพื่อพิสูจน์ผลการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นการกระทำที่เกินขอบเขตของกฎหมาย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความไม่เชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ กกต. ทั้งที่ขอยืนยันว่าการทำงานของ กกต.มีความโปร่งใสและเชื่อถือได้อยู่แล้ว

สำหรับหลักฐานที่นำมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนในครั้งนี้ ประกอบด้วย หลักฐานที่ทางเจ้าหน้าที่บันทึกภาพไว้เอง และการรวบรวมข้อมูลจากสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยในเบื้องต้นจะดำเนินคดีกับกลุ่มภาคประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์วันดังกล่าวประมาณ 4 – 5 คน และจะมีการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมเพื่อนำข้อมูลมามอบให้พนักงานสอบสวนในภายหลัง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการปิดกั้นการตรวจสอบความโปร่งใสของภาคประชาชนหรือไม่ นายครรชิต ระบุว่า การตรวจสอบหรือการพิสูจน์หากอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนดก็สามารถกระทำได้ แต่พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ในวันนั้นถือว่าอยู่นอกกรอบและล่วงละเมิดกฎหมาย ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งจึงมีความเห็นให้มาร้องทุกข์ในหลายข้อหา โดยมีข้อหาหลักคือ การขัดขวางการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง รวมถึงจะมีการดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญาควบคู่ไปด้วย

นอกจากนี้ นายครรชิต ยังย้ำด้วยว่า หากตรวจสอบพบว่ามีบุคคลอื่นมีการโพสต์หรือเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องในสื่อโซเชียลมีเดียจนสร้างความเสียหาย ก็จะมีการดำเนินคดีทั้งหมด โดยเบื้องต้นจะเน้นไปที่เหตุการณ์ในพื้นที่เขตคันนายาวก่อน แต่หากพบว่ามีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่นอีก ก็พร้อมจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ส่วนเรื่องบทลงโทษว่าจะมีโทษจำคุกหรือถึงขั้นตัดสิทธิทาง การเมืองหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเริ่มต้นดำเนินคดี ซึ่งต้องรอให้เป็นไปตามกระบวนการของทางกฎหมายต่อไป

สภาฯเตรียมพร้อม! จัดสถานที่รับรายงานตัว สส.ใหม่ ชุดที่ 27

สภาฯเตรียมพร้อม! จัดสถานที่รับรายงานตัว สส.ใหม่ ชุดที่ 27

สภาฯเตรียมพร้อม! จัดสถานที่รับรายงานตัว สส.ใหม่ ชุดที่ 27

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.50 น.

“เลขาสภาฯ”ลงตรวจความเรียบร้อยสถานที่รับรายงานตัว สส.ใหม่ ยันพร้อมแล้ว 80% ติดขัดแค่”บัตรประจำตัว สส.”เร่งดำเนินการให้ทัน พร้อมอำนวยความสะดวกจัดคิวเข้ารายงานตัวรอบละ 40 คน – ขอร่วมมือผู้แทนฯกรอกข้อมูลผ่านระบบ e-form ล่วงหน้า

25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่รัฐสภา นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมเจ้าหน้าที่ และคณะ เดินตรวจสอบความเรียบร้อย เช็คอุปกรณ์ต่างๆ ที่ห้องประชุมชั้น B1 เตรียมความพร้อมรับรายงานตัว สส.แบบแบ่งเขต ชุดที่ 27 ที่จะเข้ารายงานตัว ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ประกาศรับรอง สส.จำนวน 396 เขตเลือกตั้ง

จากนั้น นายศิโรจน์ ให้สัมภาษณ์ว่า ความพร้อมในการรับรายงานตัว สส.ใหม่ ทางสำนักงานเลขาฯ ได้เตรียมการเพื่อรองรับการรายงานตัวของ สส.ที่ได้รับการรับรองจาก กกต.โดยสภาฯ จะเปิดให้รายงานตัวเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ.เป็นต้นไป ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.รวมถึงวันเสาร์ และวันอาทิตย์ ก็จะเปิดรับรายงานตัวเช่นกัน ส่วนจะเปิดรับรายงานตัวกี่วันนั้น ต้องดู กกต.จะให้การรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ เมื่อใด หาก กกต.ยังไม่รับรอง สส.บัญชีรายชื่อ แต่เมื่อมี สส.เขต มารายงานตัวครบแล้ว ก็อาจหยุดการรายงานตัวไว้ก่อน ซึ่งขณะที่สถานที่และระบบต่างๆ พร้อมแล้ว 80% แต่มีอุปสรรคเล็กน้อยที่พบคือเรื่องบัตรประจำตัว สส.ที่กำลังเร่งประสานให้เสร็จทันกำหนด หากไม่ทันในวันแรกจะดำเนินการจัดส่งตามไปให้ในภายหลัง

เลขาธิการสภาฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นยังมีการจัดห้องรับรองไว้ให้สมาชิกที่มารายงานตัว เพื่อลดความแออัด กรณีที่ สส.เดินทางมาเป็นกลุ่มใหญ่ หรือมาเป็นพรรค โดยจะแบ่งการเข้ารายงานตัวเป็นรอบ รอบละประมาณ 40 คน ทั้งนี้ ตนขอความร่วมมือให้ สส.กรอกข้อมูลผ่านระบบ e-form ล่วงหน้า เพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบข้อมูล

นายศิโรจน์ กล่าวด้วยว่า ส่วนการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรนั้น ทางฝ่ายรักษาความปลอดภัยได้จัดเตรียมพื้นที่จอดรถไว้รองรับ บริเวณด้านหน้าของชั้น B1 และ B2 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก และนำทาง สส.จากจุดจอดรถไปยังสถานที่รายงานตัว เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับ สส.ใหม่

เลขาธิการสภาฯ กล่าวต่อว่า ส่วนขั้นตอนการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น ต้องดูว่า กกต.จะประกาศรับรอง สส.ได้เกินกว่า 95% เมื่อใด ถ้า กกต.ประกาศรับรองครบ 95% แล้ว สภาฯ จะประสานสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้นายกรัฐมนตรีนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อขอเปิดประชุมสภาฯ นัดแรกภายใน 15 วัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 121 ส่วนผู้ทำหน้าที่เป็นประธานสภาฯ ชั่วคราว ในวันโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น จะเลือกจาก สส.ที่มีอาวุโสสูงสุด และอยู่ในห้องประชุมในวันดังกล่าวด้วย

– 006

ไอซ์นัดกินข้าว ก.แรงงาน บุกพบ ตรีนุช จี้เปิดผลประชาพิจารณ์

ไอซ์นัดกินข้าว ก.แรงงาน บุกพบ ตรีนุช จี้เปิดผลประชาพิจารณ์

ไอซ์นัดกินข้าว ก.แรงงาน บุกพบ ตรีนุช จี้เปิดผลประชาพิจารณ์

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.32 น.

25 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า กราบขอบพระคุณ รองเลขาประกันสังคม ที่ได้กรุณาออกมายืนยันว่า อำนาจในการเคาะ/ตัดสินใจว่าจะ รับรอง “ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมฉบับใหม่” มาใช้หรือไม่ เป็นอำนาจของรัฐมนตรี

1) นี่ก็ผ่านไป 2สัปดาห์แล้ว แต่ผลการทำประชาพิจารณ์ยังไม่ออกเลย ? ว่าสัดส่วนคนโหวตเป็นเท่าไหร่ยังไง ทั้งๆที่ในรอบการทำประชาพิจารณ์ บำนาญสูตร CARE ใช้เวลา 4วัน เท่านั้น ก็รู้ผลแล้ว ว่าเห็นด้วย/ไม่เห็นด้วยสัดส่วนเท่าไหร่

ทำไมการทำประชาพิจารณ์ “ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมฉบับให้“ ฉบับลดทอนสิทธิ์ผู้ประกันตน ฉบับรัฐประหารบอร์ด ฉบับคนแพ้เลือกตั้งชงเองกินเอง จะใช้ชื่ออะไรก็ตาม แต่ทำไมผลมันถึงได้ออกช้านัก

เริ่มหวั่นใจ ว่ามีใครพยายามปรับแต่งตัวเลขอยู่หรือไม่ จึงอยากจะไปทวงถามกับรัฐมนตรีรักษาการ ตรีนุช ว่ามีความคืบหน้าในเรื่องนี้อย่างไร ? ผลการทำประชาพิจารณ์สัดส่วนคนเห็นด้วย/ไม่เห็นด้วยตัวเลขเป็นอย่างไร ? ทางรัฐมนตรีรักษาการยังจะดันทุลังระเบียบเลือกตั้งใหม่ต่อหรือไม่ ?

ตอบให้ผู้ประกันตน หายข้องใจหน่อย

2) ตอนนี้บอร์ดประกันสังคมหมดวาระแล้วนะทุกคน ณ ขณะนี้เป็นการอยู่ในตำแหน่งแบบรักษาการ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องกำหนดการเลือกตั้งบอร์ดเลย ว่าผู้ประกันตนและนายจ้าง จะได้เลือกตัวแทนชุดใหม่ของพวกเค้าวันไหน?

ถ้าเป็นสภาผู้แทนราษฎร หมดวาระเมื่อไหร่ ต้องเลือกตั้งใหม่ภายใน 45วัน ตามกฏหมาย แต่บอร์ดประกันสังคมไม่มีเขียนกำหนดไว้ในกฏหมาย ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ใหญ่มาก ถ้าสำนักงานประกันสังคมไม่ต้องการจัดการเลือกตั้ง จะดึงให้รอกันต่อไปเรื่อยๆ เพราะไม่มีใครทำอะไรพวกท่านได้หรือไม่?

จึงต้องทวงถามความคืบหน้ากับรัฐมนตรีรักษาการ ตรีนุช ว่าจะเอายังไงกับการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ?

3) วันพฤหัสนี้ 26 กุมภาพันธ์ 13:00 จะขอเข้าพบท่านรัฐมนตรีรักษาการ ตรีนุช เพื่อยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าของเรื่องใน ข้อ1) และ ข้อ2)

12:00 ก่อนเวลายื่น ไอซ์ รักชนก , เนม สหัสวัต , ไหม ธนพร จะไปทานข้าวกันที่ โรงอาหารของผู้ประกันตน โรงอาหารกระทรวงแรงงาน ไม่มีอะไร มากินข้าวด้วยกันเฉยๆ ใครว่างแวะมากินด้วยกันได้

อ.อัจฉราวดี คารวะหัวใจ สีหศักดิ์ นักเลงแห่งรัตนโกสินทร์ หลังตอกหน้ากัมพูชากลางยูเอ็น

อ.อัจฉราวดี คารวะหัวใจ สีหศักดิ์ นักเลงแห่งรัตนโกสินทร์ หลังตอกหน้ากัมพูชากลางยูเอ็น

อ.อัจฉราวดี คารวะหัวใจ สีหศักดิ์ นักเลงแห่งรัตนโกสินทร์ หลังตอกหน้ากัมพูชากลางยูเอ็น

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.27 น.

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 อาจารย์ อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ต้องยกให้เป็น อินฟลูเอนเซอร์ ที่ออกมาแสดงจุดยืนแถวหน้าในฝ่ายของผู้รักชาติ โพสต์ข้อความระบุว่า เป็นถ้อยแถลงที่แปลเป็นภาษาชาวบ้านได้ว่า “จะเอายังไงก็บอกมา ไทยพร้อมรบโดยไม่มีเงื่อนไข”

ถ้อยวาจาของท่านเผ็ด องอาจ และได้ใจมาก นี่คือวิถีที่เราภูมิใจ ท่านสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้วได้แถลงในที่ประชุมระดับสูงคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) โดยตอบโต้รมต.กัมพูชาที่พาดพิงถึงไทยว่า

“กัมพูชากล่าวหาไทยบนข้อความเท็จและวาทกรรมที่บิดเบือน  เพื่อทำให้ไทยเป็นผู้ร้าย  ต้นเหตุความขัดเแย้งของไทยและกัมพูชา  เกิดจากการละเมิดและการยั่วยุซ้ำแล้วซ้ำเล่า  รวมถึงการแทรกแซงการเมืองภายในของไทยโดยฝ่ายกัมพูชา..”

“ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงหยุดยิง แทนที่จะร่วมกันสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและก้าวไปข้างหน้า.. กัมพูชากลับบั่นทอนโอกาสสำหรับสันติภาพ”

คนปลิ้นปล้อนต้องเจอคนจริงแบบนี้ จะมาพูดลีลาย้วยไปย้วยมาตีความแล้วตีความอีก สไตล์นักการทูตเดิมๆ ไม่ได้ ยามนี้ซัดได้เป็นต้องซัด ด้วยการเอาความจริงมาพูดกันบนโต๊ะ   ยอดเยี่ยม สง่างาม สยามประเทศ คารวะหัวใจนักเลงแห่งรัตนโกสินทร์ของท่านสีหศักดิ์ค่ะ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตอกเขมรหน้าหงายกลางUN สีหศักดิ์ ซัดบิดเบือนยั่วยุใส่ร้ายไทย ถามจะเลือกสันติภาพหรือความขัดแย้ง