ป.ป.ช.รับไต่สวนคดีพิเศษ ปมทุจริตสอบผู้บริหารท้องถิ่นปี 64 พบโยงโกงสอบปี 68

ป.ป.ช.รับไต่สวนคดีพิเศษ ปมทุจริตสอบผู้บริหารท้องถิ่นปี 64 พบโยงโกงสอบปี 68

ป.ป.ช.รับไต่สวนคดีพิเศษ ปมทุจริตสอบผู้บริหารท้องถิ่นปี 64 พบโยงโกงสอบปี 68

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.14 น.

11 สิงหาคม 2569 เพจสำนักงาน ป.ป.ช.เปิดเผยว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติรับเรื่องไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ เรื่องกล่าวหาคณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานเทศบาล ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด และพนักงานเมืองพัทยา ให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ประจำปี 2564 กับพวก กรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ซึ่งเป็นผลจากการขยายผลกรณีทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี 2568 พบกรณี “สอบสรรหาผู้บริหารท้องถิ่น ปี 2564” มีการแก้ไขคะแนนของผู้เข้าสอบ จากผู้ที่สอบไม่ผ่านให้เป็นผู้สอบผ่าน หรือมีการปรับคะแนนให้สูงขึ้น ซึ่งพบความเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานในเรื่องกล่าวหาเดิม

ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่ากรณีดังกล่าวมีผู้ถูกกล่าวหาและผู้เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก อีกทั้งสังคมและประชาชนให้ความสนใจ และอาจส่งผลกระทบในวงกว้าง จึงมีมติรับเรื่องไต่สวนเป็นคดีพิเศษต่อไป

เช็กด่วน! สถ.เปิดศูนย์รับคำร้อง ผู้สอบท้องถิ่น ตรวจสอบคะแนน 13-31 ส.ค.นี้ ลั่นโปร่งใสทุกขั้นตอน

เช็กด่วน! สถ.เปิดศูนย์รับคำร้อง ผู้สอบท้องถิ่น ตรวจสอบคะแนน 13-31 ส.ค.นี้ ลั่นโปร่งใสทุกขั้นตอน

เช็กด่วน! สถ.เปิดศูนย์รับคำร้อง ผู้สอบท้องถิ่น ตรวจสอบคะแนน 13-31 ส.ค.นี้ ลั่นโปร่งใสทุกขั้นตอน

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.36 น.

11 สิงหาคม 2569 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) ออกเอกสารข่าวกรณีการจัดตั้งศูนย์รับคำร้องขอดูคะแนนผู้ที่ไม่ปรากฎรายชื่อเป็นผู้สอบแข่งขันได้ โดยมีเนื้อหาระบุว่า ตามที่ประธานกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้มีประกาศคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น เรื่อง ยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2568 (ยกเว้นกลุ่มภาคใต้ เขต1 และเขต2) บางส่วน และขึ้นบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2568 (ยกเว้นกลุ่มภาคใต้ เขต 1 และเขต 2) ลงวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2569 และประกาศคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น เรื่อง ยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2568 เฉพาะกลุ่มภาคได้ เขต 1 และเขต 2 บางส่วน และขึ้นบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2568 เฉพาะกลุ่มภาคใต้ เขต 1 และเขต 2 ลงวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2569

เพื่อความเป็นธรรมในการขอดูคะแนนผู้ที่ไม่ปรากฏรายชื่อเป็นผู้สอบแข่งขันได้ตามประกาศดังกล่าว กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้จัดตั้งศูนย์รับคำร้องขอดูคะแนนผู้ไม่ปรากฏรายชื่อเป็นผู้สอบแข่งขันได้ ณ อาคารสุวัทนา ชั้น 1 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือยื่นคำร้องต่อสำนักงานท้องถิ่นจังหวัด ทุกจังหวัด ระหว่างวันที่ 13 – 31 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 – 16.30 น.ในวันและเวลาราชการ โดยผู้ขอดูคะแนน ต้องยื่นคำร้องด้วยตัวเองพร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หากไม่สามารถมายื่นขอดูคะแนนด้วยตนเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้ดำเนินการแทน โดยแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ

ไม่ใช่การหักหัวคิว!! สปสช. แจงการบริหารสิทธิ อปท. ดำเนินการตามกฎหมายและข้อตกลงระหว่างหน่วยงาน

ไม่ใช่การหักหัวคิว!! สปสช. แจงการบริหารสิทธิ อปท. ดำเนินการตามกฎหมายและข้อตกลงระหว่างหน่วยงาน

ไม่ใช่การหักหัวคิว!! สปสช. แจงการบริหารสิทธิ อปท. ดำเนินการตามกฎหมายและข้อตกลงระหว่างหน่วยงาน

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.35 น.

สปสช. แจงการบริหารสิทธิ อปท. ดำเนินการตามกฎหมายและข้อตกลงระหว่างหน่วยงาน ไม่ใช่การหักหัวคิว ส่วนจ้าง 3.18 ล้านบาท เป็นระบบอนุมัติการใช้ยาตามหลักเกณฑ์สิทธิพนักงานส่วนท้องถิ่น

จากกรณีที่’หมอเอก’นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ (หมอเอก) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในการทำงานของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยชี้ว่า สปสช.สวมบท ‘ยี่ปั๊ว’ ผ่านการบริหารสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการส่วนท้องถิ่นกว่า 160 ล้าน แต่จ้างช่วงต่อเพียง 3 ล้านบาทนั้น

เมื่อวันที่ 11 ส.ค.2569 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ชี้แจงกรณีดังกล่าว ผ่านเฟซบุ๊ก สปสช. โดยมีเนื้อหาระบุว่าเกี่ยวกับการบริหารระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นว่า มีจุดเริ่มต้นจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สปสช. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 เพื่อพัฒนาระบบการดูแลและคุ้มครองสิทธิรักษาพยาบาลของพนักงานส่วนท้องถิ่นและครอบครัว

จากนั้นได้มีการดำเนินการตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 เพื่อให้ สปสช. สามารถทำหน้าที่บริหารจัดการระบบดังกล่าวตามกฎหมาย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและ สปสช. ได้กำหนดรายละเอียดการดำเนินงานร่วมกัน และเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2557 เพื่อพัฒนาระบบเบิกจ่ายตรง ลดภาระการสำรองจ่าย และสนับสนุนให้ผู้มีสิทธิเข้าถึงบริการได้สะดวกและต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ตามข้อตกลงการบริหารจัดการ ได้กำหนดค่าบริหารจัดการในอัตราร้อยละ 1.5 ของค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลที่จ่ายจริงในแต่ละปี เพื่อรองรับภารกิจที่ สปสช. ได้รับมอบหมาย ทั้งการจัดการข้อมูลผู้มีสิทธิ การรับและตรวจสอบรายการเบิก การประมวลผลและคำนวณการจ่ายเงิน การดูแลระบบสารสนเทศ การคุ้มครองสิทธิ และการประสานงานกับหน่วยบริการ

ทั้งนี้ ค่าบริหารจัดการดังกล่าวเป็นงบสำหรับการบริหารระบบ แยกจากเงินค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายให้หน่วยบริการ ไม่ใช่การหักค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาล ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายรายหัว และไม่ใช่การร่วมจ่ายของผู้มีสิทธิเมื่อเข้ารับบริการ

สำหรับปีงบประมาณ 2568 ค่าใช้จ่ายเพื่อการรักษาพยาบาลสิทธิ อปท. ประมาณ 11,000 ล้านบาท ขณะที่ค่าบริหารจัดการที่ได้รับการสนับสนุนจาก อปท. อยู่ที่ประมาณ 165 ล้านบาท โดยค่าบริหารจัดการเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อตกลงที่กำหนดไว้ในอัตราร้อยละ 1.5 ของค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลที่จ่ายจริง และแยกจากเงินค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายให้หน่วยบริการอย่างชัดเจน จึงไม่ใช่การนำเงินค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลมาหักไว้เป็นรายได้ของสำนักงาน

จ้าง 3.18 ล้านบาท เป็นระบบอนุมัติการใช้ยาตามหลักเกณฑ์สิทธิพนักงานส่วนท้องถิ่น สำหรับการจัดจ้างโครงการวงเงิน 3.18 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2569 เป็นการจัดจ้างงานเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับกระบวนการ Pre-Authorization (PA) หรือการตรวจสอบและอนุมัติก่อนใช้ยาที่มีค่าใช้จ่ายสูง ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมบัญชีกลางกำหนด ครอบคลุมยาสำหรับผู้ป่วยหลายกลุ่มโรค เช่น มะเร็งและโลหิตวิทยา โรคผิวหนังเรื้อรัง โรครูมาติก ภาวะตาอักเสบ โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง โรคทางระบบประสาท และโรคไตอักเสบ

การดำเนินงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้มีสิทธิได้รับการรักษาตามมาตรฐานและใช้ยาตามข้อบ่งชี้ ให้การเบิกจ่ายยาเป็นไปตามแนวทางเวชปฏิบัติที่เหมาะสม และควบคุมกำกับการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปอย่างเหมาะสม โดยจัดจ้างหน่วยงานที่มีบุคลากรซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ด้านการพิจารณาอนุมัติการใช้ยาตามหลักเกณฑ์กรมบัญชีกลาง เพื่อให้ผู้มีสิทธิ อปท. ได้รับการพิจารณาด้วยมาตรฐานเดียวกับสิทธิอื่นที่อ้างอิงหลักเกณฑ์เดียวกัน และช่วยให้หน่วยบริการสามารถส่งข้อมูลขออนุมัติผ่านระบบหรือแพลตฟอร์มเดียวกันได้

ดังนั้น วงเงิน 3.18 ล้านบาทจึงไม่ใช่การจ้างหน่วยงานภายนอกให้บริหารสิทธิ อปท. ทั้งระบบ และไม่ใช่ต้นทุนทั้งหมดของการบริหารระบบ แต่เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับงานเฉพาะด้านในการตรวจสอบและอนุมัติการใช้ยาที่มีค่าใช้จ่ายสูงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

สปสช. ยืนยันว่า การบริหารสิทธิ อปท. เป็นการดำเนินงานตามกฎหมายและข้อตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยค่าบริหารจัดการระบบและค่าใช้จ่ายสำหรับงานเฉพาะส่วนมีวัตถุประสงค์และขอบเขตการดำเนินงานแตกต่างกันอย่างชัดเจน

นายกฯ นำคณะลงใต้ ครม.สัญจร สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ติดตามผลข้อสั่งการ มุ่งขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาพื้นที่

นายกฯ นำคณะลงใต้ ครม.สัญจร สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ติดตามผลข้อสั่งการ มุ่งขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาพื้นที่

นายกฯ นำคณะลงใต้ ครม.สัญจร สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ติดตามผลข้อสั่งการ มุ่งขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาพื้นที่

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.17 น.

นายกฯ นำ ครม.สัญจร สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ติดตามผลข้อสั่งการ มุ่งขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาพื้นที่ โฆษกรัฐบาลย้อนฝ่านค้าน งบฟื้นฟู-ป้องกันอุทกภัย โอนไปแล้ว!

11 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบฝ่ายค้านที่ตั้งคำถาม ถึงความคืบหน้าการเบิกจ่ายงบประมาณช่วยเหลือและป้องกันอุทกภัยพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบงบประมาณรายจ่ายงบกลาง วงเงิน 843 ล้านบาท สำหรับการฟื้นฟูและป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปแล้ว

นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า จากรายงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบ พบว่าขณะนี้เหลือเพียงขั้นตอนการลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งกระทรวงเกษตรฯจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ขอให้มั่นใจว่า รัฐบาลติดตามความคืบหน้าของการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กรอบวงเงินที่ได้รับอนุมัติสามารถนำไปใช้ในการฟื้นฟูและป้องกันอุทกภัย และเกิดประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่โดยเร็ว

ทั้งนี้ สำหรับการประชุม ครม.สัญจร ณ จ.สงขลา นายกรัฐมนตรีมีกำหนดลงพื้นที่ตรวจราชการในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 1 กันยายน 2569 โดยจะให้ความสำคัญกับการติดตามการแก้ไขและป้องกันปัญหาอุทกภัย ตลอดจนประเด็นด้านความมั่นคงและการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้

เช็กรายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

เช็กรายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

เช็กรายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.44 น.

11 สิงหาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง ประจำวันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 ดังนี้

เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงคมนาคม)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอแต่งตั้งนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดี (นักบริหารระดับสูง) กรมทางหลวง ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง ประเภทบริหารระดับสูงสำนักงานปลัดกระทรวง เพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะว่างจากการเกษียณอายุราชการ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอแต่งตั้ง นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ ตำแหน่ง อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะว่าง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

เรื่อง การขอต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 (สำนักนายกรัฐมนตรี)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) กำกับการบริหารราชการ สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีในส่วนของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เสนออนุมัติการต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของ นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง เลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะดำรงตำแหน่งดังกล่าวครบการต่อเวลา 1 ปี (ครั้งที่ 1) ในวันที่ 30 กันยายน 2569 ต่อไปอีก 1 ปี (ครั้งที่ 2) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570

เรื่อง การต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) กำกับการบริหารราชการของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เสนอต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักนายกรัฐมนตรี ต่อไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 เพื่อประโยชน์ของทางราชการ

เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เสนอ แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ จำนวน 7 คน เนื่องจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมได้ดำรงตำแหน่งครบวาระสี่ปี ดังนี้

1. พลตำรวจเอก มนู เมฆหมอก (ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์)

2. นายอภิรัต ศิรินาวิน (ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)

3. รองศาสตราจารย์จิรพล สังข์โพธิ์ (ด้านวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมศาสตร์)

4. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ (ด้านกฎหมาย)

5. นายประสงค์ พูนธเนศ (ด้านการเงิน)

6. นายภูวเดช สุระโคตร (ด้านสาธารณสุข)

7. ศาสตราจารย์กิติ์สุชาต พสุภา (ด้านปัญญาประดิษฐ์)

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการอื่นในคณะกรรมการการประปานครหลวง

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทย เสนอรายชื่อบุคคลที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกลั่นกรองกรรมการรัฐวิสาหกิจ เพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการอื่นในคณะกรรมการการประปานครหลวง จำนวน 1 คน ได้แก่ พลโท สุเมธ พรหมตรุษ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

นายกฯ เร่งออกกฎหมายใหม่ควบคุมปืนรุนแรงเด็ดขาดขึ้น เล็งเปิดช่องส่งมอบคืนปืนเถื่อน

นายกฯ เร่งออกกฎหมายใหม่ควบคุมปืนรุนแรงเด็ดขาดขึ้น เล็งเปิดช่องส่งมอบคืนปืนเถื่อน

นายกฯ เร่งออกกฎหมายใหม่ควบคุมปืนรุนแรงเด็ดขาดขึ้น เล็งเปิดช่องส่งมอบคืนปืนเถื่อน

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.20 น.

นายกฯ เร่งออกกฎหมายใหม่ควบคุมปืนรุนแรงเด็ดขาดขึ้น เล็งเปิดช่องส่งมอบคืนปืนเถื่อน จ่อตรวจคนในทำเนียบฯ ไม่ใช่ตำรวจ ห้ามแอบพกปืน บอกตัวเองเคยมีแต่หายแล้ว ไม่รู้ภรรยามีครอบครอง ชี้ ยิงโจรในบ้าน กม. ไม่คุ้มครอง แนะทิ้งกระสุน ใช้เป็นของโชว์

เมื่อวันที่ 11 ส.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีผบ.ตร ระบุว่า นายกฯ ได้โทรศัพท์ไปท้วงติง ที่ปรากฎภาพนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีตสส.นทบุรีหลายสมัย ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมสูบบุหรี่ในห้องสอบสวน ว่า ตนโทรศัพท์ไป แต่ไม่ใช่แค่เรื่องสูบบุหรี่ในห้องขัง แต่บอกว่าทำไมผู้ต้องหาดูชิลจัง เพราะเขาเพิ่งก่อคดีอุกฉกรรจ์มา ท่านผบ.ตร.รับสายแล้วบอกว่าเพิ่งวางหูไปกำชับตำหนิที่โรงพักมา และตนได้เร่งดำเนินการเรื่องอาวุธปืน วันนี้ก็ได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯเร่งร่างพ.ร.บ.อาวุธปืนขึ้นมาใหม่ รวมถึงสั่งการให้กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการไม่ให้ต่อใบอนุญาติ ทั้ง 3 ป คือ ป 3 ป 4 ที่เกี่ยวกับการครอบครอง การซื้อ ว่าไม่ให้ดำเนินการในช่วงนี้จนกว่าจะมีมติครม.เป็นอย่างอื่น และป 12 คือใบพกปืนไม่มีแล้ว 

เมื่อถามว่ากฎหมายที่จะออกใหม่จะเปลี่ยนแปลงอะไรไปจากเดิมบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ให้ถามนายปกรณ์ ก็ต้องควบคุมและมีบทลงโทษ โดยบทลงโทษต้องรุนแรงเด็ดขาดมากขึ้น สำหรับเรื่องเครื่องกระสุนก็เช่นเดียวกันในกฎหมายใหม่ต้องครอบคลุมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

เมื่อถามว่า ต้องกำชับเกี่ยวกับการพกอาวุธปืนในสถานศึกษามากขึ้นหรือไม่เนื่องจากมีแชทหลุดนักเรียนที่เชียงใหม่ขู่ก่อเหตุ นายอนุทินตอบว่า กำชับไปทุกที่ ช่วงนี้ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตั้งด่านตรวจค้นเน้นไปที่อาวุธปืนและยาเสพติดเป็นหลัก เพราะฉะนั้นหากไปพกอย่างเมื่อคืนวันที่ 10 ส.ค.ก็พบพกปืนอยู่หลายราย คดีนี้ประกันไม่ได้ในชั้นสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะคัดค้านประกันตัว มันไม่คุ้ม อย่างไรต้องไปนอนในห้องขังเพราะฉะนั้นอย่าพกอาวุธปืนออกจากบ้าน อย่าไปเชื่อใครที่พูดต้องมีไว้ป้องกันตัว ส่วนใหญ่คนที่พกอาวุธปืนเหล่านี้จะทำร้ายตัวเองเพราะเป็นของร้อน

เมื่อถามว่ามีการซื้อขายอาวุธปืนช่องทางออนไลน์จะควบคุมอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ในเมื่อใบอนุญาติมันไม่มี อย่าบอกว่าควบคุมยากหรือง่ายมันมีไม่ได้ถ้ามีผิดกฎหมาย กฎหมายรุนแรง คุกอย่างเดียว คงต้องไปหารือฝ่ายรัฐบาลก่อนออกกฎหมายนี้ ก็ต้องไปหารือกับอัยการ ศาล เพื่อขอให้ท่านร่วมมือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญของประเทศ ขอให้พิจารณาอย่างรวดเร็วเด็ดขาดและคัดค้านประกันตัวในขั้นตอนที่เหมาะสม 

เมื่อถามว่ากรณีนักการเมืองที่เปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินมีปืนหลายกระบอก นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าเป็นปืนที่มีใบอนุญาติจดทะเบียนอยู่แล้วก็เก็บไว้ที่บ้านอย่างเดียวพกพาไม่ได้ แต่ถ้าเป็นปืนเถื่อนกำลังให้ไปศึกษาวิธีการออกกฎหมายให้เอามาคืนหลวงภายในระยะเวลาที่กำหนด เพราะปืนเถื่อนที่ผิดกฎหมายหรือปืนที่โอนไม่ได้ เช่นเป็นมรดกแต่ผู้รับไม่อยู่ในสภาวะที่รับได้ก็ให้เอามาคืน โดยจะมีบทเว้นโทษหากนำมามอบในเวลาที่กำหนดก็ไม่มีโทษอะไร อย่างไรก็ตามปืนต่อให้ถูกกฎหมายก็ไม่สามารถพกพาออกจากบ้านได้ถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐคุณไม่มีใบพกเอาออกจากบ้านก็ผิดกฎหมายติดคุก ทำผิดกฎหมายตั้งแต่ออกจากบ้านแล้ว ตรงนี้ห้าม 100%แล้ว

เมื่อถามกรณีนักกีฬายิงปืนพกปืนไปสนามซ้อมจะดำเนินการอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีผ่อนปรนและต้องตรวจสอบจำนวนกระสุนซ้อม ปืนที่ใช้ ในสโมสรหรือสนามยิงปืนนั้น และสนามยิงปืนต้องเป็นผู้เก็บ หากไปยิงปืนให้ฝากปืนไว้ที่สนามและต้องไปลงทะเบียน ไปซื้อกระสุนซ้อมก็ต้องระบุจำนวนให้ตรงกันถูกต้อง ซ้อมเสร็จก็ต้องเก็บไว้ นำกลับบ้านไม่ได้ ตอนนี้อ้างกันทั่วไปหมดว่าไปซ้อมมา แต่วันนี้ต้องไม่มี  มีปืนไม่ได้ ประเทศอื่นทำหมดแล้วใครมีปืนโทษรุนแรงถึงประหารชีวิตด้วยซ้ำ

เมื่อถามว่าคนที่ครอบครองปืนอย่างถูกต้องแต่ภายหลังมีพฤติกรรมข่มขู่จะเพิกถอนใบอนุญาติได้หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ใบอนุญาติใบพกไม่มีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคนที่ครอบครองแล้วมีพฤติกรรมน่าสงสัยคนในบ้านต้องสังเกต กฎหมายห้ามพกปืนออกจากบ้าน ต้องรู้กฎหมายจะบอกตัวเองไม่รู้แล้วพกออกมาโมโหแล้วทำร้ายคนอื่นไม่ใช่อย่างไรก็ผิด  เดี๋ยววันไหนจะค้นทำเนียบดูว่าจะมีหรือไม่ เมื่อถามว่ามีคำสั่งให้คนอาวุธในทำเนียบแล้วหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่ากำลังจะสั่ง พวกใกล้ชิด พวกติดตามพกปืนอยู่ถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ก็ตัวใครตัวมัน 

เมื่อถามว่านายกฯมีปืนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนตัวตนไม่มี แต่เคยมี แล้วหายไปไหนไม่รู้ และตนก็ไปแจ้งความแค่นั้นเอง เมื่อถามต่อว่า ตอนนี้นายกฯไม่มีปืนสักกระบอกเลยหรือ นายกฯ หัวเราะ พร้อมกล่าวว่า ตอนนี้เหรอ เดี๋ยวก็หลุดอีก เมื่อถามว่า ภรรยานายกฯ มีปืนในครอบครองหรือไม่ เนื่องจากในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไว้ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่รู้ ก็ห้ามเอาออกไปไหนแล้ว 

เมื่อถามว่าภรรยามีปืนเป็นเรื่องน่ากังวลหรือไม่ นายกฯ กล่าวติดตลกว่า กังวลตัวเองเนี่ยแหละ แต่ตนไม่เคยเห็น ผู้สื่อข่าวถามว่าไม่ทราบจริงๆหรือว่าภรรยาครอบครองอาวุธปืน นายอนุทิน กล่าวยืนยันว่าไม่รู้จริงๆ เมื่อถามว่าภรรยาได้แจ้งยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช.ว่าครอบครองอาวุธปืน นายกกล่าวว่า ไม่เคยไปดู 

เมื่อถามว่านายกต้องระวังตัวมากขึ้นหรือไม่หากเกิดกรณีที่ภรรยาโมโห นายอนุทิน ส่ายหน้าพร้อมกับกล่าวว่า เขามีแจ้งด้วยหรอ ซึ่งต้องให้เขาทิ้งไว้ เพราะตอนนี้ก็ขายไม่ได้

เมื่อถามว่า เรื่องปืนจะเป็นไฟไหม้ฟางหรือไม่ เพราะตอนนี้ยังเป็นกระแส พอเวลาผ่านไปมาตรการอาจจะหละหลวมได้ นายอนุทิน กล่าวว่าก็ต้องไม่ให้หลวม เรามีเจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง พอเรื่องนี้มันเป็นกฎหมายแล้ว เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ต้องมีหน้าที่ในการกํากับดูแลอย่างเคร่งครัด เมื่อถามว่าต่อไปนี้ ปืนใช้ป้องกันตัวอยู่ในบ้านเท่านั้น ใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า “ป้องกันตัวในบ้านจริงๆก็ไม่ได้ คุณลองยิงโจรในบ้านสิ คุณก็ผิดอยู่ดี กฎหมายไม่ได้คุ้มครองตรงนั้น ความจริงแล้ว ที่ผ่านมาเป็นยังไงไม่รู้ แต่ผมคิดว่ามันไม่ใช่ของที่ดี ใครมีอยู่ใกล้ตัวก็คิดว่าตัวเองมีกําลังเหนือคนอื่นเขา ถ้าเกิดมีเหตุที่ต้องกดดัน หรือมีเหตุบัดดาลโทสะขึ้นมา ก็จะทําสิ่งที่ไม่คาดคิด และสุดท้ายใครเดือดร้อน ตัวเองก็เดือดร้อนอีก แล้วก็ไปทําให้คนอื่นเขาเดือดร้อนด้วย ตรงนี้ทําให้ถูกใจคนทั้งหมดไม่ได้ แต่ต้องทำให้เกิดความปลอดภัย เฉพาะอย่างยิ่งคนที่เคราะห์ร้ายกลายเป็นคนบริสุทธิ์  เป็นคนสุจริต คนทั่วไป แล้วก็เป็นเด็ก แบบนี้เราก็ต้องเลือกเอา ว่าจะยังไง ก็เอาไว้เป็นของโชว์ เอากระสุนทิ้งไป เอาแม็กออกไป แยกห่างออกมา  แล้วเอาไปทํากล่องครอบ” 

นายอนุทินยังกล่าวถึงความคืบหน้าคดีกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรีว่า ก็ดำเนินคดีไป แต่คนที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เคราะห์ร้ายไปด้วย ปืนเป็นของปู่ ซึ่งปู่และย่าก็โดนตั้งแต่ที่บ้านเลย และผู้ก่อเหตุก็มาทำร้ายตัวเอง ตอนนี้ก็เน้นไปที่การช่วยเหลือ เมื่อสักครู่ในที่ประชุมครม. ก็ได้มีการเน้นย้ำกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องในส่วนของเงินเยียวยา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงศึกษาธิการรวมถึงกองทุนในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุขก็ได้มอบหมายให้ไปดูแลในเรื่องของสภาพจิตใจ 

เมื่อถามว่า นายฉลองให้การว่าเคยช่วยเหลือนายกอบจ.นนทบุรี ให้มีตำแหน่งผกก.สมัยรับราชการตำรวจ สามารถทำได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า โห กี่ปีเข้าไปแล้ว พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกอบจ. นนทบุรี อายุมากแล้ว ตอนนั้นตนยังไม่เข้าการเมืองในสมัยนั้นแต่ยุคนี้ไม่มีการช่วยเหลือ

เมื่อถามว่า มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้น มีแนวคิดจะทําบุญประเทศหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “ทำความดีไว้”

ครม.รับทราบ ศธ.ชงมาตรการเข้ม ยกระดับความปลอดภัยสถานศึกษา

ครม.รับทราบ ศธ.ชงมาตรการเข้ม ยกระดับความปลอดภัยสถานศึกษา

ครม.รับทราบ ศธ.ชงมาตรการเข้ม ยกระดับความปลอดภัยสถานศึกษา

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.07 น.

11 สิงหาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้นำเสนอมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษาให้ ครม.รับทราบ เพื่อขอความร่วมมือทุกส่วนราชการที่มีสถานศึกษาในสังกัด นำประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา (ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2569) ไปปรับใช้ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันโดยเร่งด่วน สืบเนื่องจากเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา

รมว.ศธ.กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการสำคัญ ดังนี้

1.ให้มีการจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยในระดับสถานศึกษา เพื่อเป็นช่องทางในการแจ้งข้อมูล ให้คำปรึกษา ประสานงาน และช่วยเหลือเยียวยาเมื่อเกิดปัญหาความรุนแรงหรือการละเมิดสิทธิต่างๆ

2.ให้มีการจัดทำแผนมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณพื้นที่ของสถานศึกษา ระบบการติดต่อสื่อสาร การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุการณ์ฉุกเฉิน และการตรวจตราความปลอดภัย

3.ให้มีระบบดูแล คัดกรอง ช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต และการพัฒนาครูแนะแนว โดยประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญสาธารณสุข และพัฒนาครูแนะแนวให้มีความรู้ความเข้าใจในการปฐมพยาบาลทางใจเบื้องต้น

4.ให้มีการบูรณาการความปลอดภัย ของสถานศึกษาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  โดยขอความร่วมมือจากตำรวจ แพทย์ นักจิตวิทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อร่วมกันป้องกัน เฝ้าระวัง และเยียวยา

5.ให้มีการเปิดพื้นที่สถานศึกษาให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมสังเกตการณ์ ในการจัดการเรียนการสอนได้ตามความเหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย

6.ให้ มีการสร้างความตระหนักรู้และเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีภายในสถานศึกษา  เพื่อส่งเสริมการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี หลีกเลี่ยงความรุนแรง และป้องกันพฤติกรรมการเลียนแบบ

7.ให้สถานศึกษาเป็นเขตพื้นที่ปลอดภัย (School Safety Zone) โดยห้ามพกพาสิ่งของผิดกฎหมาย ยาเสพติดให้โทษ อาวุธ หรือของมีคมเข้าพื้นที่เด็ดขาด ผู้มาติดต่อต้องลงทะเบียนและตรวจสอบสัมภาระอย่างเข้มงวด รวมทั้งให้อำนาจสั่งปิดสถานศึกษาได้ทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉินร้ายแรง

“กระทรวงศึกษาธิการขอแสดงความห่วงใยและเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ เราขอให้ความมั่นใจกับผู้ปกครองและประชาชนทุกท่านว่า ความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา ถือเป็นภารกิจที่สำคัญสูงสุดของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเราจะดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้ได้รับผลกระทบทุกคนอย่างดีที่สุด” รมว.ศธ.กล่าว

เจเศรษฐ์ เผยนายกฯ เพิ่มงบฉุกเฉินให้รองนายกฯ คนละ 100 ล้าน รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งทั่วประเทศ

เจเศรษฐ์ เผยนายกฯ เพิ่มงบฉุกเฉินให้รองนายกฯ คนละ 100 ล้าน รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งทั่วประเทศ

เจเศรษฐ์ เผยนายกฯ เพิ่มงบฉุกเฉินให้รองนายกฯ คนละ 100 ล้าน รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.05 น.

“เจเศรษฐ์”เผย”นายกฯ”เพิ่มงบฉุกเฉินให้”รองนายกฯ”คนละ 100 ล้าน รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งทั่วประเทศ ขณะที่”เชียงราย-พะเยา”เริ่มใช้ Cell Broadcast เตือนประชาชน

11 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่ขณะนี้ ว่า เบื้องต้นมีการเฝ้าสังเกตการณ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ประสานกับศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โดยช่วงก่อนเที่ยงวันนี้ (11 ส.ค.) มีการแจ้งเตือน Cell Broadcast (เซลล์บรอดแคสต์) ในพื้นที่ จ.เชียงราย แม่น้ำลาว และ จ.พะเยา ขณะที่ภาคอีสานซึ่งปริมาณน้ำโขงสูงขึ้นเรื่อยๆ อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังในทุกพื้นที่

นายเจเศรษฐ์ ยังกล่าวถึงการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ในช่วงฤดูน้ำหลาก ว่า มีแผนรับมือโดยมีการซักซ้อมหลายรอบมาก พร้อมกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดประสานไปยังหน่วยงานท้องถิ่นให้เฝ้าระวัง หากมีสถานการณ์ฉุกเฉินจะแจ้งเตือนโดยระบบ Cell Broadcast รวมถึงประชาสัมพันธ์หมู่บ้าน หอกระจายข่าวและผู้นำชุมชน

ทั้งนี้ หากประชาชนได้รับข้อความแจ้งเตือน ขอให้เริ่มปฏิบัติการตามแผนซักซ้อม และให้ความร่วมมือกับผู้นำท้องถิ่นในการเคลื่อนย้ายตนเองและยานพาหนะ

นายเจเศรษฐ์ เปิดเผยด้วยว่า หลังจากนายกรัฐมนตรีเคยมอบหมายรองนายกรัฐมนตรีให้กำกับดูแลเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้งทั่วประเทศ ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (11 ส.ค.) รองนายกรัฐมนตรีได้ทำรายงานกลับมายังที่ประชุม โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงสามารถที่จะจัดสรรงบประมาณในส่วนของรองนายกรัฐมนตรีในสถานะฉุกเฉินอีกท่านละ 100 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือพื้นที่อุทกภัยและรองรับสถานการณ์น้ำแล้ง ซึ่งหวังว่าการใช้เม็ดเงินจำนวนนี้ จะเป็นการใช้เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนและเชื่อว่าจะสามารถนำลงไปขับเคลื่อน เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำแล้งได้ด้วย แม้ตอนนี้จะอยู่ในช่วงน้ำหลากและฝนตกชุกในบางพื้นที่ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กำชับให้หาพื้นที่เก็บน้ำก้อนนี้ในช่วงน้ำหลาก เพื่อบรรเทาสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นช่วงต้นปีหน้า

อนุทิน ปัดคุยการเมือง เศรษฐา หลังควงแขนดูมวยเวทีราชดำเนิน แจงรู้จักกันมาตั้งแต่เรียนเมืองนอก

อนุทิน ปัดคุยการเมือง เศรษฐา หลังควงแขนดูมวยเวทีราชดำเนิน แจงรู้จักกันมาตั้งแต่เรียนเมืองนอก

อนุทิน ปัดคุยการเมือง เศรษฐา หลังควงแขนดูมวยเวทีราชดำเนิน แจงรู้จักกันมาตั้งแต่เรียนเมืองนอก

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.40 น.

อนุทิน ทราบข่าว เกรียง ถึงแก่กรรมแล้ว บอก เคยร่วมใน มท. รัฐบาลก่อน ปัดคุยการเมือง กับ เศรษฐา หลังควงแขนดูมวยเวทีราชดำเนิน แจงรู้จักกันมานานตั้งแต่เรียนเมืองนอก

เมื่อวันที่ 11 ส.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรมช.มหาดไทยถึงแก่กรรมว่า ตนได้ทราบข่าวแล้ว ซึ่งท่านเคยทำงานอยู่กับตนเป็นรมช.มหาดไทย ตอนรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ก็เสียดายท่านเพราะท่านเป็นคนน่ารัก

เมื่อถามถึง กรณีดูมวยไทยที่เวทีราชดำเนินกับนายเศรษฐาจนถูกโยงว่ามีการพูดคุยทางการเมือง นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี ก็เป็นการเปิดหูเปิดตา ธุรกิจใหม่ที่เปลี่ยนจากการพนันอย่างเดียวแล้วมาเป็นซอฟต์พาวเวอร์เป็นการโชว์ศิลปะของไทยซึ่งก็ดี ไม่ได้รู้สึกเข้าไปแล้วอึดอัดหรืออันตรายเหมือนเมื่อก่อน และนักท่องเที่ยวเข้าไปชมเต็มหมดทุกรอบ อย่างน้อยก็เห็นว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะ เป็นสิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามา เที่ยวเมืองไทยเพิ่มมากขึ้น ทางผู้จัดเขาก็เสนอว่า ถ้าเราสามารถกระจายไปยังจังหวัดใหญ่ๆ เช่น จังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ และพัทยาก็จะให้ผู้เกี่ยวข้องส่งเสริมสนับสนุน ซึ่งก็โอเค

เมื่อถามว่า การพบกันครั้งนี้ถูกมองว่า สืบเนื่องจากปฏิญญาโมนาโก นายกฯ ย้อนถามกลับว่า ปฏิญญาอะไรนะ ตนมีแต่ปฏิญญามอคโคน่า แก้ง่วง ยืนยันว่าไม่มี ซึ่งนายเศรษฐาท่านยุ่งอะไรกับการเมืองตอนนี้ และวันดังกล่าว ตนไปงานศพพ่อตาท่าน ท่านก็ชวนไม่มีอะไรมากกว่านั้นเลย ไม่มีการเมืองใดๆทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามทุกคนก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ ว่าตนกับนายเศรษฐา ไม่ใช่พึ่งมารู้จักกันตอนมาทำงานเป็นลูกน้องท่านในคณะรัฐมนตรี แต่ตนรู้จักท่านตั้งแต่เรียนที่ต่างประเทศด้วยกันแล้ว ก็ไปมาหาสู่ติดต่อกันมาโดยตลอด ตอนที่ตนอยู่กับนายเศรษฐาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับท่านเลย

นายกฯ ชวนร่วมสมทบทุน เข็มวันอานันทมหิดล 2569 ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้–พระสงฆ์อาพาธ

นายกฯ ชวนร่วมสมทบทุน เข็มวันอานันทมหิดล 2569 ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้–พระสงฆ์อาพาธ

นายกฯ ชวนร่วมสมทบทุน เข็มวันอานันทมหิดล 2569 ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้–พระสงฆ์อาพาธ

วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.25 น.

11 สิงหาคม 2569  ที่บริเวณโถงกลาง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์ “เข็มวันอานันทมหิดล ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “Care Beyond Cancer” โดยรองศาสตราจารย์จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พร้อมด้วยผู้แทนคณะแพทยศาสตร์และสโมสรนิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ติดเข็มที่ระลึกและมอบเสื้อคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้แก่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการและเชิญชวนประชาชนร่วมสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และพระสงฆ์อาพาธ

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมสมทบทุน พร้อมรับฟังวัตถุประสงค์การจัดทำเข็มวันอานันทมหิดล และกล่าวว่า จะให้คณะทำงานร่วมกันประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเชิญชวนประชาชนที่สนใจได้ร่วมสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และพระสงฆ์อาพาธ จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ร่วมถ่ายภาพกับคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนิสิตแพทย์จุฬาฯ

สำหรับการจัดทำเข็มที่ระลึกวันอานันทมหิดล คณะแพทยศาสตร์และสโมสรนิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการเป็นประจำทุกปี เพื่อเฉลิมพระเกียรติในพระมหากรุณาธิคุณ อันมีเป็นอเนกประการ อีกทั้งยังเป็นการน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายกตัญญูกตเวทิตาคุณสืบไป ตลอดจนเพื่อเป็นการเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณให้ประชาชนทั่วไปได้ประจักษ์ และได้มีโอกาสร่วมบริจาค เงินสร้างกุศล

ทั้งนี้ วันอานันทมหิดล ตรงกับวันที่ 9 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 ผู้พระราชทานกำเนิดคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงเป็นวันสำคัญยิ่งต่อชาว “แพทย์จุฬา” และปวงชนชาวไทย