สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มัลลิกา ชูยึดหลักความมั่นคง นำทัพผู้ว่าฯ กทม.

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มัลลิกา ชูยึดหลักความมั่นคง นำทัพผู้ว่าฯ กทม.

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มัลลิกา ชูยึดหลักความมั่นคง นำทัพผู้ว่าฯ กทม.

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.54 น.

1 มิถุนายน 2569 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ได้เข้าสักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ ก่อนที่จะเข้าถวายสักการะพระแก้วมรกต และพระสยามเทวาธิราช ที่พระบรมมหาราชวังวันนี้ พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ว่าจะทำกิจการงานใดก็จะเริ่มต้นในการสักการะศาลหลักเมือง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองคู่ประเทศชาติ เพราะอันหมายถึงหลักแห่งความมั่นคงทุกด้าน ทั้งทางชีวิต อาชีพการงาน และขวัญกำลังใจ

นางมัลลิกา กล่าวต่อว่า ความมั่นคงในทุกด้านนั้นเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นหลักของตนมาโดยตลอด รวมทั้งความมั่นคงต่อจิตใจของพี่น้องประชาชน ที่จะทุ่มเทคะแนนให้เพื่อมีโอกาสได้ไปทำงานตอบแทนประเทศชาติบ้านเมือง โดยเริ่มต้นที่การบริหารการเมืองกรุงเทพมหานครอย่างมีคุณภาพ โดยหลักแล้วนอกจากระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเป็นอำนาจของพระราชบัญญัติท้องถิ่นแล้ว ยังมีพระราชบัญญัติทางด้านความมั่นคง ที่ให้อำนาจผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพฯ ได้ดูแลในเรื่องทั้งความมั่นคงในชีวิตทรัพย์สิน และอาชีพของพี่น้องประชาชนอีกด้วย

“จึงอยากแสดงสัญลักษณ์ให้เห็นด้วยว่า ความมั่นคงทางความเชื่อความศรัทธาและความมั่นคงทางด้านจิตใจเป็นสิ่งที่สำคัญแล้ว ยังดูแลความมั่นคงของชีวิตทรัพย์สินและอาชีพของประชาชน ซึ่งเป็นภารกิจของผู้นำเมืองที่เป็นมหานครอันใหญ่นี้ ดังนั้น หน้าที่ตามพระราชบัญญัติความมั่นคงนั้น ผู้ว่าฯ จึงมีทั้งอำนาจและหน้าที่ที่จะดูแลให้เกิดความสงบสุขด้วย” นางมัลลิกา กล่าว

ผู้กล่าวถามถึงเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหลังจากที่ฝนตกอย่างถล่มทลายเมื่อคืนนี้ และเกิดน้ำขังหลายจุด นางมัลลิกา กล่าวว่า มี 3 รายการ ซึ่งอยู่ในยุทธศาสตร์ที่ได้แจ้งเรื่องเกี่ยวกับการเตือนภัยการมอนิเตอร์ และการใช้ AI เรดาร์ X-Band ที่สามารถเชื่อมต่อกับทุกระบบ พร้อมคำสั่งการการเปิดปิดอัตโนมัติของประตูระบายน้ำต่างๆ ซึ่งแจ้งไปแล้ว นอกจากนั้น ก็จะเป็นการบูรณาการร่วมกันกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ รองรับก่อนฤดูกาล และสำคัญอีกอย่างหนึ่งนั่นคือการจัดการที่พักน้ำ ซึ่งสามารถนำเอาเทคโนโลยีที่ผู้ว่าฯ อัศวิน เคยทำก่อนหน้านี้ คือการสร้างจุดพักน้ำใต้ดิน สามารถจัดการในพื้นที่กว้างของกรุงเทพฯ เอง และรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนสามารถขุดเจาะลงไปประมาณ 2 เมตรกว่า ในบ้านเรือนของตนเอง เพื่อเป็นจุดพักน้ำใต้ดิน เก็บกักน้ำไว้ใต้ดินเหมือนแก้มลิงได้ เรื่องนี้ก็จะนำมาเสริมและเพิ่มเติมหลังจากที่มีปรากฏการณ์น้ำขังอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากไม่มีที่ระบายหรือระบายช้า

“ถ้าในส่วนที่ดีของผู้ว่าฯ คนใดที่ผ่านมา เราก็จะเก็บและต่อยอดและนำไปใช้ แต่ขณะเดียวกันในส่วนที่เราจะจะต้องปฏิรูปและปฏิบัติเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เพื่อไม่ต้องรอ เราก็จะทำได้ทันที ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ตอบสนองต่อความเป็นอยู่ของประชาชน” นางมัลลิกา กล่าว

– 006

อนุชา ลุยต่อโรงกำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ชี้จัดการขยะเมืองกรุงฯ ต้องทำเป็นระบบ

อนุชา ลุยต่อโรงกำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ชี้จัดการขยะเมืองกรุงฯ ต้องทำเป็นระบบ

อนุชา ลุยต่อโรงกำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ชี้จัดการขยะเมืองกรุงฯ ต้องทำเป็นระบบ

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.47 น.

อนุชา ลุยต่อโรงกำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ชี้จัดการขยะเมืองกรุงฯ ต้องทำเป็นระบบ ลั่นไม่ได้มาแค่หาเสียง แต่แก้ไขปัญหาจริง-ทำระยะยาว

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2569 ที่สำนักงานศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เขตประเวศ กทม. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลกรุงเทพมหานคร และสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และ นายธนวัฒน์ เชิดชูกิจสกุล ผู้สมัคร ส.ก. เขตสวนหลวง เบอร์ 5 เดินตรวจเยี่ยมโรงกำจัดขยะ พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องการบริหารจัดการขยะกทม. 

โดยนายอนุชา ให้สัมภาณ์ว่า วันนี้มาดูสภาพความเป็นจริงของการกำจัดขยะ ซึ่งเรามีอยู่ 2 จุด คือ หนองแขมและอ่อนนุช ปัญหาคือ เรื่องของกลิ่น และวันนี้ได้พูดคุยกับเอกชนและราชการ หารือเรื่องการทำระบบปิด ซึ่งเราต้องดูตั้งแต่ต้นทาง ส่วนเรื่องรถขยะเป็นอีกส่วนซึ่งเป็นของบริษัท เพราะไปรับตามหมู่บ้าน รถยังไม่ใช่ระบบปิดทั้งหมด พอมาถึงโรงงานก็ปิดยังไม่สมบูรณ์ สิ่งที่ต้องทำจากนี้คือ ต้องเอาระบบการตรวจที่ชัดเจน เช่น เรื่องของกลิ่น ต้องมีเครื่องตรวจวัดทางวิทยาศาสตร์ในอนาคต ส่วนเรื่องงบประมาณต้องมีการพูดคุยอีกครั้ง เราคงหาที่ถูกที่สุด แต่จะให้คนชอบที่สุดคงเป็นไปได้ยาก ทั้งนี้การวางแผนเรื่องอนาคตไม่ใช่เพียงคิดแค่ในวาระ 4 ปีของผู้ว่าฯกทม. จากนี้ไปการกำจัดขยะ ต้องทำให้เป็นระบบ ไม่ใช่เรื่องของวาระ แต่มองมากกว่านั้น คือ 5 ปี 10 ปี ซึ่งในความรู้สึกของตน เรื่องใหญ่เป็นเรื่องของโครงสร้าง ต้องมองภาพของสิ่งที่ควรจะเป็นมากกว่าที่จะเห็นผลหรือระยะสั้น อาจต้องตัดสินใจในเรื่องการก่อสร้าง ซึ่งต้องใช้มากกว่า 4 ปี ไม่ว่าจะเป็น 8 ปี 12 ปี ต้องตัดสินใจ

“แนวคิดของผม อะไรที่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อให้พี่น้องประชาชนอยู่ร่วมกับโรงงานกำจัดขยะในอนาคต ขยะมีหมื่นตันต่อวัน เราต้องมองว่าอะไรที่ดีที่สุดสำหรับกรุงเทพฯ อะไรที่ดีที่สุดสำหรับคนกรุงเทพฯ ผมในนามของพรรคประชาธิปัตย์และส.ก.อาสาเข้ามา เราไม่ได้มองแค่หาเสียง เรามาเพื่อแก้ไขปัญหาของจริง เรามองในระยะยาวเพื่อจะแก้ไขให้เกิดความยั่งยืนเรื่องของเมืองฟ้าอมร and more” นายอนุชา กล่าว 

นายอนุชา กล่าวด้วยว่า ระบบปิดอาจจะทำได้เลย ส่วนการเปลี่ยนเป็นพลังงานต้องใช้เวลา แต่ต้องเร่งดำเนินการ อีกเรื่องคือมวลชนสัมพันธ์ การทำความเข้าใจ จะได้ไม่ต้องชี้ว่าใครถูกใครผิด เอาเรื่องของค่าวัดเข้ามาดู หากใครค่าเกินเป็นมาตรฐานเท่าไหร่ จะต้องทำอย่างไรบ้าง ขยะไม่หายไปไหนต้องไปบริหารจัดการเพื่อเกิดความยั่งยืนและเบ็ดเสร็จ

ชัชชาติ พลิกโฉมสื่อหาเสียง กระจายรายได้สู่รถสองแถว-ตลาดชุมชนทั่วกรุง

ชัชชาติ พลิกโฉมสื่อหาเสียง กระจายรายได้สู่รถสองแถว-ตลาดชุมชนทั่วกรุง

ชัชชาติ พลิกโฉมสื่อหาเสียง กระจายรายได้สู่รถสองแถว-ตลาดชุมชนทั่วกรุง

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.02 น.

“ชัชชาติ”เปิดตัวสื่อหาเสียงกระจายรายได้ บนรถสองแถวและตลาดชุมชน พร้อมชวนศิลปินร่วมเปลี่ยน LED บิลบอร์ดเป็นงานศิลปะตลอดเดือน

1 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 9 โดยทีมชัชชาติ ได้เปิดตัวสื่อหาเสียงหลากหลายรูปแบบทั่วกรุงเทพฯ ทั้งป้ายติดรถสองแถว ป้ายไวนิลตามอาคาร ตลาด และย่านชุมชน เพื่อกระจายการสื่อสารไปให้ถึงผู้คนในชีวิตประจำวัน พร้อมกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการและพื้นที่หลากหลายกลุ่มทั่วเมือง

สำหรับสื่อประเภท LED บิลบอร์ด ได้ชวนศิลปินเข้ามาร่วมออกแบบ เปลี่ยนพื้นที่โฆษณากลางเมืองให้กลายเป็นพื้นที่ศิลปะชั่วคราว สื่อสารทั้งแนวคิด “กรุงเทพฯ ทำงาน เมืองสร้างโอกาส ทีมชัชชาติสร้างความหวัง” และนโยบายด้านศิลปะสาธารณะ

แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับนโยบาย City as Canvas ของทีมชัชชาติ ที่ต้องการเปิดพื้นที่เมืองให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้สร้างสรรค์ผลงาน ไม่ว่าจะเป็นสถานี BRT ศาลารอรถเมล์ สะพานลอย ทางเดินยกระดับ ตู้บริการนักท่องเที่ยว หรือ Street Furniture ซึ่งในอนาคตยังสามารถเปิด Open Call ให้ศิลปิน นักออกแบบ นักศึกษา และชุมชน เข้ามาร่วมสร้างสรรค์งาน โดยมี กทม.ช่วยดูแลด้านการผลิต การติดตั้ง และความปลอดภัย เพื่อให้งานศิลปะใช้งานได้จริงและอยู่ร่วมกับเมืองได้อย่างสวยงาม

ป้ายหาเสียงประเภท LED บิลบอร์ดนี้จะหมุนเวียนจัดแสดงบนจอสัปดาห์ละ 2 – 3 จุด ตลอดทั้งเดือน โดยมีศิลปินหลากรุ่น หลายสไตล์ เข้าร่วมกว่า 20 คน

สัปดาห์แรกเริ่มด้วยผลงานของ Uninspired by Current Event ที่พัฒนาชิ้นงาน 3D Art จากแนวคิดและเนื้อหาของ 250+ นโยบายทีมชัชชาติ นำเสนอผ่านจอบริเวณจุดตัดถนนจตุรทิศ ทางพิเศษศรีรัช กับ ทางพิเศษเฉลิมมหานครและพื้นที่สยามสแควร์

ทีมชัชชาติ ระบุว่า การทำสื่อหาเสียงครั้งนี้เป็นเหมือนการทดลองนำ 1 ใน 250+ นโยบายมาปฏิบัติเห็นเป็นรูปธรรม และสอดคล้องไปกับวิสัยทัศน์การไม่ใช้ป้ายหาเสียงที่รบกวนพื้นที่ทางเท้า

– 006

‘อภิรักษ์’ การันตี ‘อนุชา’ เหมาะนั่งผู้ว่าฯ กทม.

'อภิรักษ์' การันตี 'อนุชา' เหมาะนั่งผู้ว่าฯ กทม.

‘อภิรักษ์’ การันตี ‘อนุชา’ เหมาะนั่งผู้ว่าฯ กทม.

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.57 น.

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ส่งคลิปวิดีโอสื่อสารไปยังสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อแสดงความยินดีและสนับสนุนมติพรรคที่ส่ง นายอนุชา บูรพชัยศรี ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า ตนเองมีความคุ้นเคยและรู้จักกับนายอนุชามานานกว่า 20 ปี

นายอนุชาเคยดำรงตำแหน่งเป็นทั้งที่ปรึกษาและคณะทำงานของตนในช่วงที่นายอภิรักษ์ทำหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม. อีกทั้งยังเคยทำงานร่วมกันในฐานะ ส.ส. พื้นที่เขต 2 (คลองเตย, วัฒนา, บางคอแหลม, ยานนาวา, สาทร) จึงได้เห็นความสามารถในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนมาโดยตลอด

ชู 3 คุณสมบัติเด่น เหมาะสมนั่งเก้าอี้ผู้นำเมืองหลวง

นายอภิรักษ์ ได้เน้นย้ำถึงคุณสมบัติเด่น 3 ประการของนายอนุชา ที่มีความเหมาะสมอย่างยิ่งกับการเป็นผู้นำบริหารเมืองหลวง ได้แก่

ประสบการณ์รอบด้าน ผ่านการทำงานทั้งจากภาคเอกชนในฐานะผู้บริหาร และภาคการเมืองในฐานะอดีต ส.ส. (ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ) รวมถึงเคยทำงานในฝ่ายบริหารระดับรัฐบาล ทำให้มีความเข้าใจในกลไกการประสานงานระหว่างกระทรวงต่าง ๆ กับ กทม. เป็นอย่างดี

มุ่งมั่นและทุ่มเท เป็นผู้ที่ทำงานหนัก เข้าถึงง่าย และลงพื้นที่ทำงานร่วมกับประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา

วิสัยทัศน์ร่วมสมัย เปิดรับและพร้อมนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้ในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

เป้าหมาย “กทม. เมืองน่าอยู่” และส่งกำลังใจสู้ศึกเลือกตั้ง

นอกจากนี้ นายอภิรักษ์ยังได้แสดงความเชื่อมั่นว่า นายอนุชาจะสามารถพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวกรุงเทพฯ ดั้งเดิม ผู้ที่เข้ามาศึกษาเล่าเรียน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตลอดจนนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติ

ท้ายคลิป นายอภิรักษ์ ได้ส่งกำลังใจให้แก่นายอนุชา, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายสกลธี ภัททิยกุล, คณะทำงานรณรงค์หาเสียง รวมถึงผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต ให้ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อกลับมารับใช้พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครต่อไป

รร.เตรียมทหาร แจงชัด! ผู้ปกครองแชร์ภาพบุตรหลานได้ปกติ ไม่มีการลงโทษ

รร.เตรียมทหาร แจงชัด! ผู้ปกครองแชร์ภาพบุตรหลานได้ปกติ ไม่มีการลงโทษ

รร.เตรียมทหาร แจงชัด! ผู้ปกครองแชร์ภาพบุตรหลานได้ปกติ ไม่มีการลงโทษ

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.28 น.

รร.เตรียมทหาร ยืนยัน ข่าวห้ามแคปภาพไม่จริง ผู้ปกครองรับชมได้ตามปกติ ย้ำไม่มีการลงโทษนักเรียนแต่อย่างใด

1 มิถุนายน 2569 โรงเรียนเตรียมทหาร ได้เผยแพร่คำชี้แจงถึงผู้ปกครองนักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 และชั้นปีที่ 2 กรณีมีกระแสข้อมูลเผยแพร่ว่า หากมีการแคปเชอร์ (Capture) หรือดึงภาพจากเฟซบุ๊กของโรงเรียนไปส่งต่อ หรือใช้ประกอบกิจกรรมใดๆ เพิ่มเติม อาจมีการสั่งลงโทษนักเรียน โดยทางโรงเรียนยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง

โรงเรียนเตรียมทหาร ได้แจ้งถึงผู้ปกครองว่า ในนามของผู้ดูแลเพจ ขอเรียนชี้แจงและประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า กรณีมีผู้พยายามให้ข้อมูลว่าการแคปเชอร์ (Capture) หรือดึงภาพจากที่เผยแพร่ในเฟซบุ๊กไปส่งต่อ หรือดำเนินกิจกรรมใดๆ เพิ่มเติม จะส่งผลให้มีการลงโทษนักเรียนนั้น เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ โรงเรียนเตรียมทหาร ระบุว่า ช่องทาง Facebook ของโรงเรียนจัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ของนักเรียนเตรียมทหารทั้ง 2 ชั้นปี และเพื่อให้การสื่อสารมีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น ผู้ปกครองทุกท่านสามารถรับชมข้อมูล ข่าวสาร และภาพกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเปิดเผย เพื่อร่วมชื่นชมและภาคภูมิใจในกิจกรรมของบุตรหลาน

โรงเรียนยังยืนยันเพิ่มเติมว่า กรณีที่มีผู้เผยแพร่ข้อมูลว่าโรงเรียนมีข้อห้ามเกี่ยวกับการแคปเชอร์ (Capture) รูปภาพที่เผยแพร่ผ่านช่องทาง Facebook ของโรงเรียนนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากโรงเรียนไม่ได้กำหนดข้อห้ามดังกล่าว และไม่มีนโยบายหรือคำสั่งลงโทษนักเรียนในกรณีดังกล่าว จึงขอความกรุณาผู้ปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่าหลงเชื่อข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และขอให้รับฟังข้อมูลจากช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของโรงเรียนเป็นหลัก เพื่อป้องกันความสับสนและความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้น

กระตุ้นซื้อขายคึกคัก! เอกนิติ ลงพื้นที่ติดตามไทยช่วยไทยพลัส

กระตุ้นซื้อขายคึกคัก! เอกนิติ ลงพื้นที่ติดตามไทยช่วยไทยพลัส

กระตุ้นซื้อขายคึกคัก! เอกนิติ ลงพื้นที่ติดตามไทยช่วยไทยพลัส

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.16 น.

1 มิถุนายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง และ นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมของการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ณ ตลาดสดธนบุรี ถนนบรมราชชนนี ในวันแรกของการเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ เพื่อประเมินความพร้อมของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ระบบการชำระเงิน และการให้บริการในพื้นที่จริง

ในการนี้ คณะผู้บริหารได้พบปะประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมรับฟังข้อคิดเห็น ปัญหา และข้อเสนอแนะจากผู้ใช้บริการและผู้ประกอบการ รวมทั้งติดตามการทำงานของระบบและกระบวนการให้บริการ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง ซึ่วพบว่าในวันแรกนี้มีการซื้อขายใช้สิทธิ์ผ่านโครงการกันอย่างคึกคัก

นายเอกนิติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับภาพรวมการดำเนินโครงการในวันแรก โดยได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มกำลังซื้อให้แก่ประชาชน และสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ ผ่านมาตรการที่ช่วยส่งเสริมการใช้จ่ายและสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับชุมชน

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าวสะท้อนถึงการติดตามและกำกับการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดของกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ได้อย่างราบรื่น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจของประเทศ

– 006

นายกฯ โพสต์กระตุ้น ปชช.ใช้ไทยช่วยไทยพลัส

นายกฯ โพสต์กระตุ้น ปชช.ใช้ไทยช่วยไทยพลัส

นายกฯ โพสต์กระตุ้น ปชช.ใช้ไทยช่วยไทยพลัส

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.11 น.

นายกฯ โพสต์กระตุ้น ปชช.ใช้ไทยช่วยไทยพลัส 

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊กกระตุ้นให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยในโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่เริ่มวันนี้ (1 มิ.ย.) วันแรกว่า “ไทยช่วยไทยพลัสเริ่มแล้ว อย่าลืมออกไปจับจ่ายใช้สอยกันตามส่วน 60/40 นะครับ”

รัฐแจงข่าวปลอม หลังโซเชียลฯปั่นเปิดด่านอรัญฯ ให้เด็กเขมรเข้ามาเรียนหนังสือ

รัฐแจงข่าวปลอม หลังโซเชียลฯปั่นเปิดด่านอรัญฯ ให้เด็กเขมรเข้ามาเรียนหนังสือ

รัฐแจงข่าวปลอม หลังโซเชียลฯปั่นเปิดด่านอรัญฯ ให้เด็กเขมรเข้ามาเรียนหนังสือ

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.42 น.

1 มิถุนายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวในโซเชียลมีเดียจำนวนมากว่าจะมีการเปิดด่านอรัญประเทศ

จังหวัดสระแก้ว เพื่อให้เด็กกัมพูชาเข้ามาเรียนหนังสือนั้น ไม่เป็นความจริง ทางรัฐบาลขอยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวปลอม ไม่มีการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ตามที่ในโลกโซเชียลฯ กำลังปั่นกันในขณะนี้

‘สิ่งที่เผยแพร่กันอยู่เป็นข่าวปลอม ในขณะนี้ยังไม่มีการเปิดด่านแต่อย่างใด’ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

เสรีพิศุทธิ์ เอาจริง! บุกบ้าน เนวิน ลุยแจ้งความปมเขากระโดง ขู่ อนุทิน หากเฉยเจอละเว้นปฏิบัติหน้าที่

เสรีพิศุทธิ์ เอาจริง! บุกบ้าน เนวิน ลุยแจ้งความปมเขากระโดง ขู่ อนุทิน หากเฉยเจอละเว้นปฏิบัติหน้าที่

เสรีพิศุทธิ์ เอาจริง! บุกบ้าน เนวิน ลุยแจ้งความปมเขากระโดง ขู่ อนุทิน หากเฉยเจอละเว้นปฏิบัติหน้าที่

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.32 น.

เสรีพิศุทธิ์ เอาจริง! โพสต์ภาพโผล่หน้าบ้าน เนวิน ลุยแจ้งความปมเขากระโดง ขู่ อนุทิน หากเฉยเจอละเว้นปฏิบัติหน้าที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2569 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้มีการโพสต์ภาพ และข้อความ โดยเป็นภาพของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนถ่ายคู่กับป้ายบ้านเลขที่หลังหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ พร้อมระบุข้อความว่าสั้นๆ ว่า “ถึงแล้ว 30/2 หมู่ 4 บ้านของเจ้าสัวเนวิน ชิดชอบ กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้อาศัย”

โดยก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ ได้โพสต์ข้อความว่า “วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน ไปบุรีรัมย์ 10.00 จะไปพบเนวิน ขอให้มาพบคุยอย่างลูกผู้ชาย 11.00 ไปกองบังคับการ แจ้งความดำเนิน เนวินและครอบครัว”

ซึ่งกรณีดังกล่าว พุ่งเป้าไปที่กรณีข้อพิพาทครั้งประวัติศาสตร์ในประเด็นการครอบครอง และบุกรุกพื้นที่ดินเขากระโดง ซึ่งเป็นกระแสสังคมที่กำลังถูกจับตามองในขณะนี้

และล่าสุด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะที่ยังอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า “จากนี้จะไปหาคุณอนุทินที่ทำเนียบให้รับผิดชอบ ไม่ทำก็ละเว้น มาดูสถานที่จริงแล้ว“ใหญ่กว่าดิสนีย์แลนด์”เสียอีก” 

โดยในคลิปวิดีโอ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า หลังจากนี้ ตนจะไปหานายอนุทิน ที่ทำเนียบฯ ค่ดว่าจะเป็นวันอังคารที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อแจ้งให้ทราบว่าตนได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว ในฐานะที่นายอนุทิน กำกับดูแลตำรวจ ต้องไปติดตาม หากไม่ติดตามถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

อนุชา ควง อภิสิทธิ์ หาเสียงเขตสวนหลวง โชว์วิชั่นแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงฯ แบบตรวจสอบได้

อนุชา ควง อภิสิทธิ์ หาเสียงเขตสวนหลวง โชว์วิชั่นแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงฯ แบบตรวจสอบได้

อนุชา ควง อภิสิทธิ์ หาเสียงเขตสวนหลวง โชว์วิชั่นแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงฯ แบบตรวจสอบได้

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.52 น.

อนุชา ควง อภิสิทธิ์ หาเสียงเขตสวนหลวง ขอเลือกเบอร์ 5 ทั้งสองใบ โชว์วิชั่นแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงฯ แบบตรวจสอบได้ ไม่ทำอะไรฝืนธรรมชาติ เมินผลโพลหนุนเชียร์ กลุ่มอิสระ ลั่น จะทำให้คนรัก ประชาธิปัตย์ กลับมา

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2569 ที่ตลาดเอี่ยมสมบัติ เขตสวนหลวง นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คณะผู้บริหารพรรค อาทิ  นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค  และ นายธนวัฒน์ เชิดชูกิจสกุล ผู้สมัคร ส.ก. เขตสวนหลวง ลงพื้นที่หาเสียงพบปะประชาชนตั้งแต่ช่วงเช้า 

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพี่น้องประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย พ่อค้าแม่ค้า ให้การต้อนรับ ทักทาย ถ่ายรูปด้วยอย่างเป็นกันเอง โดยนายอนุชา ได้เดินทักทายพี่น้องประชาชน พร้อมสอบถามความเป็นอยู่พ่อค้าแม่ค้า และฝากเขตนี้ขอเบอร์ 5 ทั้งสองคน

นายอนุชา ให้สัมภาษณ์ว่า หนึ่งนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญด้วย คือเรื่องของความสะอาด เพราะเมื่อมาหาเสียงที่ตลาด ผู้ค้าและผู้ขายให้ความสำคัญเรื่องของสุขลักษณะ เพราะว่าการบริหารจัดการตลาด คืออยากให้ผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอยด้วยความสบาย โดยพื้นไม่ควรมีน้ำขัง ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี เรื่องการบริหารจัดการเรื่องห้องน้ำให้ผู้คนอยากมาใช้ เพื่อความสะดวกความปลอดภัยสำหรับผู้ค้าผู้ขายผู้จับจ่ายใช้สอยเป็นหลัก ซึ่งเป็นเสียงสะท้อนกลับมา 

นายอนุชา กล่าวต่อว่า อีกเรื่องคือความกังวลเรื่องการบริหารคนจรจัดในตลาด เพราะสร้างความรำคาญให้พ่อค้าแม่ค้ารวมถึงคนที่มาซื้อของในตลาด จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเทศกิจเข้ามาดูแลเรื่องความปลอดภัย

เมื่อถามว่า มีนโยบายอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการคนจรจัด นายอนุชา กล่าวว่า ต้องมีการพูดคุยกันว่าเขามีทะเบียนบ้านหรือบัตรประชาชนอยู่ตรงไหน เรื่องแรกคือเรื่องของความปลอดภัยก่อน ซึ่งเป็นความกังวลหลัก เพราะคนจรจัดสร้างความรำคาญทำให้เกิดความไม่สะดวกในพื้นที่ทำให้ลูกค้าไม่สามารถจับจ่ายใช้สอยอย่างสบายใจได้ จากนั้นก็มาดูเรื่องของสวัสดิการทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกันต้องไปดูเพิ่มเติมและละเอียด

เมื่อถามถึงปัญหาขยะกทม. จะมีการจัดการอย่างไร นายอนุชา กล่าวว่า เป็นเรื่องใหญ่นโยบายกำจัดขยะที่ถูกต้องเป็นส่วนหนึ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญไม่เพียงระดับกทม. แต่เป็นในระดับชาติด้วย นอกจากการเก็บและการฝังกลบในพื้นที่กทม. ต้องหาพื้นที่ในการกำจัด แต่เราไม่อยากไปสร้างปัญหาให้ประชาชนในต่างจังหวัด เราต้องพยายามพูดคุยกับรัฐบาลว่าจะหาวิธีอย่างไร ขณะนี้โรงเก็บขยะที่มีอยู่ ทั้งอ่อนนุชและหนองแขม ต้องทำให้เป็นระบบปิด 100% ไม่ให้มีกลิ่นเล็ดลอดและน้ำเสียปฏิกูลรั่วไหลออกมา รวมถึงการขนส่งบางครั้งมีน้ำหยดริมถนน เราต้องบริหารจัดการให้เป็นระบบปิด ไม่ว่าสถานที่หรือรถขยะไม่ให้มีการรั่วไหลและการนำเทคโนโลยีใหม่ใหม่เข้ามา ทั้งเอาขยะมูลฝอยไปผลิตไฟฟ้า 

นายอนุชา กล่าวต่อว่า สิ่งที่เราคงต้องให้ความสำคัญในระดับต้นๆ คือ คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณโรงกำจัดขยะเป็นอันดับแรก แม้งบประมาณกทม.จะมีจำกัดก็จริง แต่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนรถขยะคงต้องพิจารณาว่าจะใช้เส้นทางแบบไหนและขนส่งแบบไหนให้สั้นที่สุดและเพิ่มในเรื่องของบุคลากรด้วยในเรื่องของการจัดเก็บ และเพิ่มความถี่ในการจัดเก็บไม่ใช่เพียงสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ดังนั้นเราต้องช่วยแก้ปัญหาต้นทาง ในเรื่องของการรณรงค์การแยกขยะ เรื่องของพลาสติกและรีไซเคิลและการจัดเก็บต้องอธิบายให้เข้าใจว่าเป็นขยะอะไรแล้วเก็บวันไหน และต้องรณรงค์สร้างความเข้าใจให้เห็นภาพกันอย่างชัดเจน

“เราบริหารจัดการเองได้ไม่ทั้งหมด แต่แนวนโยบายต้องมาจากส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นเอกชนหรือรัฐ แต่สุดท้ายแล้วขยะมูลฝอย มันต้องถูกกำจัด ซึ่งปัญหาเรื่องนี้ไม่ให้เกิดเป็นไปไม่ได้ เราต้องอยู่กับความเป็นจริงว่า รณรงค์อย่างไร เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการแยกขยะ ว่าแยกแล้วชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นและกรุงเทพฯจะเป็นเมืองที่สะอาดต้องทำโดยเร็วที่สุดเพราะจากที่ไปพบปัญหา หลายเรื่องเราสามารถทำได้เลย ในเรื่องของการบำบัด เพื่อเอามาทำปุ๋ย ก็ต้องมีการวัดค่า ว่าประชาชนยอมรับได้ ต้องมีการเอาค่าวัดมาตรฐานไม่ใช่วัดกันด้วยความรู้สึก นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ได้ว่าปริมาณเท่าไหร่สามารถยอมรับได้ในชุมชน“ นายอนุชา กล่าว

เมื่อถามว่า ปัญหาน้ำท่วมกทม. จะมีแนวทางการแก้ปัญหาอย่างไร นายอนุชา กล่าวว่า เรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วม ตนมีพื้นเพจากวิศวกร ซึ่งให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐาน บางสิ่งบางอย่างประชาชนอาจจะมองไม่เห็นในเรื่องของการก่อสร้าง แต่การบริหารจัดการนำน้ำลงสู่แม่น้ำให้เร็วที่สุด คือการสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่หรืออุโมงค์ยักษ์ ซึ่งมีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมาอุโมงค์ต่างๆใต้ดินอาจจะไม่รับทราบและไม่รับรู้มาก และที่ผ่านมากทม.ก็มีงบประมาณ แต่ถ้าแก้ปัญหาให้เกิดความยั่งยืนต้องวางแผนการให้เป็นระบบ การลอกคลองต้องมาควบคู่กับประตูระบายน้ำ 

“กทม.เป็นพื้นที่ต่ำ ต้องทำอะไรไม่ฝืนธรรมชาติ นอกจากจะสร้างเขื่อนป้องกันน้ำแล้ว การสร้างสะพานน้ำให้ไหลไปสู่แม่น้ำให้เร็วที่สุด จึงให้ความสำคัญ อุโมงค์ซึ่งต้องทำให้เป็นระบบและชี้แจงให้ประชาชนเห็นว่างบฯที่ไปใช้จะแก้ปัญหาด้วยระบบทั้งหมดได้ในอนาคต” นายอนุชา 

นายอนุชา กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายอภิสิทธิ์ ได้ให้แนวทางมาแล้วว่า การใช้งบประมาณทุกอย่างต้องสามารถตรวจตรวจสอบได้ทุกเรื่องและโครงการใหญ่ใหญ่แบบนี้ต้องเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้เห็นในการใช้งบประมาณว่าแก้ทั้งระบบได้อย่างไรไม่ใช่แค่ลอกคลอง 

เมื่อถามว่า ผลโพลล่าสุดคนกทม.ชอบผู้สมัครอิสระไม่สังกัดพรรค นายอนุชา กล่าวว่า ผลโพลในกทม. ก็เปลี่ยนไปได้ทุกสัปดาห์ จะเห็นว่า องคาพยพเรามาช่วยกันรณรงค์เพราะปัญหาบางปัญหาไม่ใช่แค่กทม. เราลงพื้นที่รับทราบปัญหา และสามารถหารืออะไรในสภาฯได้ เราไม่ได้หายไปไหน แต่เพียงไม่ได้มีตำแหน่งเป็นทางการในกทม.หรือสภา แต่คนของพรรคประชาธิปัตย์ ยังมีการลงพื้นที่ต่อเนื่องโดยไม่ได้หายไปไหน สิ่งต่างๆเหล่านี้เหลืออีก 20 กว่าวัน เราจะทำให้คนที่เคยรักประชาธิปัตย์ได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์ได้กลับมาคราวนี้พร้อมเป็นตัวแทนของท่านทำหน้าที่สุดความสามารถ

จากนั้น นายอนุชา พร้อมคณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมโรงไฟฟ้าขยะ ที่สำนักงานกำจัดขยะมูลฝอยอ่อนนุช