สว.อลงกต ชง กฎหมายใหม่ ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญฯ มีความผิดอาญา

สว.อลงกต ชง กฎหมายใหม่ ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญฯ มีความผิดอาญา

สว.อลงกต ชง กฎหมายใหม่ ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญฯ มีความผิดอาญา

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.12 น.

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมวุฒิสภาเมื่อวานนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับแนวทางการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดย นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญที่เกี่ยวข้อง ได้นำเสนอรายงานผลการดำเนินงาน พร้อมหยิบยกข้อเสนอสำคัญเรื่องการปรับปรุงตัวบทกฎหมายให้ครอบคลุมถึงการแสดงความเคารพต่อเพลงสำคัญของสถาบันฯ

นายอลงกต เผยต่อที่ประชุมว่า จากการตรวจสอบพบช่องว่างทางกฎหมายในปัจจุบัน เนื่องจากประเทศไทยมีบทบัญญัติคุ้มครองและกำหนดโทษชัดเจนสำหรับการไม่ยืนเคารพเพลงชาติไทย แต่ในส่วนของเพลงสรรเสริญพระบารมีกลับยังไม่มีข้อกำหนดทางกฎหมายที่ระบุให้ประชาชนต้องยืนถวายความเคารพอย่างเป็นรูปธรรม

อลงกต วรกี

ปมปัญหาดังกล่าวสะท้อนผ่านเหตุการณ์ในสถานที่สาธารณะ อาทิ โรงภาพยนตร์ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่มักเกิดข้อพิพาทและคำถามในสังคม เมื่อมีบุคคลบางกลุ่มเลือกที่จะไม่ยืนแสดงความเคารพขณะมีการบรรเลงเพลงสรรเสริญฯ ซึ่งนายอลงกตมองว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความลักลั่นที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับโดยตรง แตกต่างจากเพลงชาติที่มีระบุโทษทั้งจำและปรับชัดเจนหากฝ่าฝืน

ด้วยเหตุนี้ ทางสมาชิกวุฒิสภาจึงเสนอแนวคิดให้วุฒิสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งพิจารณาตรากฎหมายขึ้นใหม่ หรือปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่มีอยู่เดิม เพื่อกำหนดให้การบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีต้องมีการยืนถวายความเคารพเป็นมาตรฐานเดียวกันกับเพลงชาติ โดยเสนอให้มีการกำหนดบทลงโทษทางอาญาและโทษปรับสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน เพื่อหวังให้การรณรงค์เทิดทูนสถาบันฯ เกิดผลในทางปฏิบัติและช่วยลดการเผชิญหน้าหรือข้อโต้แย้งในหมู่ประชาชน

อย่างไรก็ดี ข้อเสนอเรื่องการกำหนดโทษอาญาในกรณีไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญฯ นี้ ยังคงเป็นเพียงขั้นตอนการเสนอความเห็นและอยู่ในระหว่างการศึกษาของชั้นกรรมาธิการเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการวิเคราะห์รายละเอียดอย่างถี่ถ้วน ทั้งในมิติด้านข้อกฎหมายและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสังคมในวงกว้าง ก่อนจะพิจารณาว่าจะดำเนินการเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติเพื่อตราเป็นกฎหมายต่อไปหรือไม่

นายกฯ นำร่องใช้รถไฟฟ้า ไร้รถนำขบวน ร่วมประหยัดพลังงาน ก่อนถกแก้วิกฤตน้ำมัน

นายกฯ นำร่องใช้รถไฟฟ้า ไร้รถนำขบวน ร่วมประหยัดพลังงาน ก่อนถกแก้วิกฤตน้ำมัน

นายกฯ นำร่องใช้รถไฟฟ้า ไร้รถนำขบวน ร่วมประหยัดพลังงาน ก่อนถกแก้วิกฤตน้ำมัน

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.01 น.

“นายกฯ”นำร่องถอยรถไฟฟ้าป้ายแดงมาทำงาน ไร้รถนำขบวน ร่วมประหยัดพลังงาน ท่ามกลางวิกฤตน้ำมัน

วันที่ 25 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย วันเดียวกันนี้ นายกฯได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว ยี่ห้อ BYD รุ่น byd sealion 7 สีเทาเข้ม ซึ่งเป็นรถ SUV ไฟฟ้าสไตล์สปอร์ตคูเป้ (C-SUV)  ป้ายแดงทะเบียน ฎ 9798 กรุงเทพมหานคร ในการปฎิบัติภารกิจ

โดยช่วงเช้าเวลา 09.20 น. นายกฯเดินทางไปอาคารรัฐสภา เพื่อเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีวาระพิจารณาญัตติด่วนการรับมือวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์การสู้รบตะวันออกกลาง

ก่อนที่เวลา 12.50 น. นายกฯเดินทางเข้าปฎิบัติหน้าที่ ห้องทำงาน ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยนายกฯนั่งด้านหน้าข้างคนขับ ไม่มีรถนำขบวนและรถติดตาม ทั้งนี้ รถคันดังกล่าวนายอนุทินเพิ่งซื้อมา 1-2 วันนี้ อย่างไรก็ตามท่ามกลางวิกฤตน้ำมันและมาตรการรณรงค์ประหยัดพลังงานของรัฐบาล 

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ในเวลา 14.00 น.นายกฯ จะมีการหารือกับกระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน สำนักงบประมาณสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติถึงผลกระทบด้านพลังงาน

รมว.ยุติธรรม ยันพิจารณาพักโทษ ทักษิณ ทัน 11 พ.ค. จะไม่มีใครต้องเสียสิทธิ์

รมว.ยุติธรรม ยันพิจารณาพักโทษ ทักษิณ ทัน 11 พ.ค. จะไม่มีใครต้องเสียสิทธิ์

รมว.ยุติธรรม ยันพิจารณาพักโทษ ทักษิณ ทัน 11 พ.ค. จะไม่มีใครต้องเสียสิทธิ์

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.53 น.

‘รมว.ยุติธรรม’ยันพิจารณาพักโทษ ‘ทักษิณ’ทัน 11 พ.ค.จะไม่มีใครต้องเสียสิทธิ์  แต่ขณะนี้เรื่องยังอยู่ที่คณะกรรม การเรือนจำ

วันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่กระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาพักโทษนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งจะเข้าเกณฑ์พักโทษในวันที่ 11 พ.ค.นี้ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการยื่นเรื่องมาถึงตน โดยขั้นตอนต้องมีการประมวลเรื่องผ่านคณะกรรมการของเรือนจำ แล้วส่งผ่านมายัง กรมราชทัณฑ์จากนั้นเสนอปลัดกระทรวงยุติธรรม ก่อนรายงานมายังรัฐมนตรี แต่ขณะนี้เรื่องดังกล่าวยังมาไม่ถึงตน

ต่อข้อถามว่า ทนายความส่วนตัวนายทักษิณให้สัมภาษณ์หลายสัปดาห์แล้วว่า มีการยื่นขอพักโทษนายทักษิณเรียบร้อยแล้ว ไม่แน่ใจว่าติดขั้นตอนใด รมว.ยุติ ธรรม กล่าวว่า ได้มีการหารือกับอธิบดีกรมราชทัณฑ์แล้ว  เรื่องดังกล่าวยังอยู่ในชั้นคณะกรรมการเรือนจำเท่านั้น ส่วนรายละเอียดขอให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์เป็นผู้ตอบ

ด้านพ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า นายทักษิณ ได้ยื่นเรื่องการพักโทษมายังเรือนจำแล้ว ขณะนี้เรื่องยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการเรือนจำ ซึ่งต้องดูว่า มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์การพักโทษหรือไม่อย่างไร โดยจะต้องมีการพิจารณารายละเอียดและคุณสมบัติทั้งหมดของนักโทษที่จะได้รับการพักการลงโทษซึ่งมีการพิจารณาทุกเดือน เป็นรอบๆ พร้อมย้ำว่า คณะกรรม การของเรือนจำในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวมีหลายหน่วยงานที่สังกัดของกระทรวงยุติธรรมเข้ามาร่วมพิจารณา เพื่อให้ครบองค์ประกอบว่านายทักษิณเข้าเกณฑ์พักโทษหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ใช้เวลาไม่นาน แต่ขณะนี้ทางเรือนจำยังไม่ได้ส่งเรื่องมายังกรมราชทัณฑ์

ต่อข้อถามว่าเหตุใดเรื่องคุณทักษิณ ค้างอยู่ที่คณะกรรมการเรือนจำ ซึ่งปกติของผู้ต้องขังอื่นใช้เวลาเท่าใด อธิบดีกรมราช ทัณฑ์ กล่าวว่า เป็นขั้นตอนปกติ ถ้าคณะกรรมเห็นว่าอยู่ในเกณฑ์จะเสนอเรื่องขึ้นมา กรณีนายทักษิณเป็นการพักโทษปกติ ในแต่ละรอบมีการพิจารณาประมาณ 1,000ราย ในแต่ละเดือน ประชุมทุกเดือน  ส่วนจะเข้าเกณฑ์หรือไม่ต้องอยู่ที่คณะกรรมการเรือนจำ

ส่วนกรณี คปท. ที่มีการยื่นคัดค้านการพักโทษนายทักษิณ นั้น อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ได้มีการชี้แจงเรื่องดังกล่าว ไปยังผู้ร้องแล้ว แต่รายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้

ต่อข้อถามว่าวันที่ 11 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันที่ครบกำหนดนายทักษิณจะได้พักโทษหรือไม่ อธิบดีกรมราชทัณฑ์  ยืนยันว่า ตามขั้นตอนระยะเวลาเป็นแบบนั้น ได้มีการยื่นเรื่องให้ทางคณะกรรมการเรือนจำตรวจสอบเพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่า จะไม่ทำให้ใครเสียสิทธิ์ตรงนี้ ยังไงต้องมีการพิจารณาก่อนถึงกำหนดที่คุณทักษิณจะได้รับสิทธิ์ 

สส.ปชป. เมินข้าวฟรีสภาฯ ขนแกงใต้ตั้งวงกินเอง ย้ำจุดยืนประหยัดภาษีราษฎร ชมคลิป

สส.ปชป. เมินข้าวฟรีสภาฯ ขนแกงใต้ตั้งวงกินเอง ย้ำจุดยืนประหยัดภาษีราษฎร ชมคลิป

สส.ปชป. เมินข้าวฟรีสภาฯ ขนแกงใต้ตั้งวงกินเอง ย้ำจุดยืนประหยัดภาษีราษฎร ชมคลิป

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.29 น.

วันนี้ 25 มีนาคม 2569 บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ดูจะคึกคักและเผ็ดร้อนเป็นพิเศษ แต่ไม่ใช่แค่ในห้องประชุม เพราะที่ห้องพักพรรคประชาธิปัตย์ เหล่า สส. พากันจัดเต็มมื้อเที่ยงด้วยเมนูอาหารใต้ขนานแท้ จนกลายเป็นไวรัลในโลกโซเชียล โดยนาย ชัยชนะ เดชเดโช หรือ สส.แทน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดห้องรับรองจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้เพื่อนสมาชิกพรรค โดยโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “ฮาโร่ย…. อาหารใต้บ้านเรา หรอยจังฮู้วววว !! ณ ห้องพรรคประชาธิปัตย์ สภาผู้แทนราษฎร” ในขณะที่อีกบัญชีใช้งานของเจ้าตัวอย่าง เฟซบุ๊ก ส.ส.แทน โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมข้อความว่า “ประชุมสภาวันนี้ ผมและเพื่อน สส.ปชป นำอาหารกลางวันมาทานร่วมกัน ช่วงพักเที่ยงประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมนูอาหารปัตย์ใต้ รสชาติอร่อยถูกปากเหมือนเดิมครับ#พรรคประชาธิปัตย์”

สส.

ซึ่งภายในคลิปวิดีโอดังกล่าวจะเห็นไลน์อาหารวางเรียงราย ทั้งแกงส้ม แกงคั่ว และเมนูผัดต่าง ๆ โดยมี สส. ในพรรคยืนเข้าแถวตักอาหารกันอย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่ดูอบอุ่น บางส่วนนั่งล้อมวงรับประทานอาหารร่วมกันอย่างสนุกสนาน ในขณะที่ สส. บางท่านยังคงเลือกตักอาหารเมนูโปรดอย่างตั้งใจสะท้อนถึงความสามัคคีและมิตรภาพภายในพรรค

สส.

หลังจากโพสต์ของ นาย ชัยชนะ เดชเดโช หรือ สส.แทน เผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นหลากหลาย ทั้งชื่นชมในความเรียบง่ายและแซวเรื่องความหรอยของอาหาร เช่น

“ทำคอนเทนท์ fc หวาดเสียวหล่าว”

“ยังมีเหลือไหมคะ อยู่สภาพอดีค่ะ”

“ทำกินเองกับข้าวบ้านเราหรอยสุด…อย่าให้ใครมาดูถูกว่า…เอาเปรียบประชาชน”

“ยอดเยี่ยมค่ะ”

“กินกับข้าวบ้านเรา กินเองทำเอง นังเลงพอ อย่าไปกินข้าวฟรีในสภาเลย โดนดูถูกด้วย”

สส.
สส.

ทางด้าน นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ ที่กำลังรอคิวอภิปรายเรื่องโครงสร้างพลังงานก็ร่วมแจมมื้อนี้พร้อมโพสต์ข้อความให้กำลังใจตัวเองและทีมงานพร้อมข้อความว่า “ระหว่างที่ “เนเน่” รออภิปรายในคิวที่ 20 ของพรรคฝ่ายค้าน กับญัตติด่วนเรื่องโครงสร้างพลังงานของประเทศไทย บรรยากาศในห้องประชุมพรรคประชาธิปัตย์วันนี้…ไม่ธรรมดาค่ะ พวกเรา ส.ส. จัด “อาหารใต้” มื้อกลางวันกันเองแบบเรียบง่าย แต่อร่อยจัดจ้านถึงใจ เติมพลังให้พร้อมก่อนลุยเวทีสภาเต็มที่ ขอกำลังใจให้เนเน่ด้วยนะคะ รับรองว่าเนื้อหา “เผ็ด แซ่บ เข้มข้น” ไม่แพ้มื้อกลางวันแน่นอนค่ะปล. มื้อกลางวันนี้ ส.ส.แทน เป็นเจ้าภาพค่ะ

สส.

และที่โดดเด่นไม่แพ้ใครคือ นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่สวมเสื้อผ้าไทยจากกลุ่มทอผ้านิคมลานข่อย จ.พัทลุง พกปิ่นโตสแตนเลสมาทานข้าวเอง เพื่อเตรียมพร้อมอภิปรายญัตติปัญหาน้ำมันและผลกระทบจากความขัดแย้งตะวันออกกลางในวันนี้พร้อมข้อความว่า “25 มีนาคม 2569 ประชุมสภาฯ ญัตติปัญหาน้ำมันและผลกระทบจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง เพื่อส่งให้รัฐบาลดำเนินการ วันนี้ผมพกปิ่นโตมาเองครับ ปล. ผ้าจากกลุ่มทอผ้านิคมลานข่อย อ.ป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง สวยมากครับ — ที่ สัปปายะสภาสถาน รัฐสภา”

สส.
สส.
สส.
สส.
สส.
สส.
สส.
สส.

>>> ชมคลิป คลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ส.ส.ชัยชนะ เดชเดโช, เฟซบุ๊ก ส.ส.แทน, เฟซบุ๊ก เนเน่ รัดเกล้า สุวรรณคีรี, เฟซบุ๊ก ร่มธรรม ขำนุรักษ์ -หวาย

หมอวรงค์ โชว์สั่งข้าวกะเพราหมูสับ เหน็บ สนธิญา คงไม่รู้ ตนซื้อข้าวกินเองก่อนโดนท้า ด้าน สส.พากันคล้อยตาม

หมอวรงค์ โชว์สั่งข้าวกะเพราหมูสับ เหน็บ สนธิญา คงไม่รู้ ตนซื้อข้าวกินเองก่อนโดนท้า ด้าน สส.พากันคล้อยตาม

หมอวรงค์ โชว์สั่งข้าวกะเพราหมูสับ เหน็บ สนธิญา คงไม่รู้ ตนซื้อข้าวกินเองก่อนโดนท้า ด้าน สส.พากันคล้อยตาม

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.22 น.

“หมอวรงค์” โชว์สั่งข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาว สแกนจ่ายกันจะๆ ฉะ “สนธิญา” คงไม่รู้ ซื้อกินเองมาก่อนจะท้าอีก เชื่อโซเชียลช่วยกันกดดันจน สส.พากันคล้อยตาม พกปิ่นโตเป็นเข้าสภา เผย 30 มี.ค.นี้ ประธานเรียกถกทางออก

วันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้ลงมาซื้ออาหารกลางวันที่โรงอาหาร ชั้นบี 2 ของอาคารรัฐสภา โดย นพ.วรงค์ได้สั่งเมนูข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาวจากร้านอาหารตามสั่ง ครัววิทยุ 1 ระหว่างรออาหารได้พูดคุยกับสื่อมวลชน ที่ได้สอบถามว่าได้ลองซื้ออาหารครบทุกร้านหรือยัง โดย นพ.วรงค์ ตอบว่า ก็จะลองไปเรื่อยๆ ถือว่าเป็นการโปรโมตร้านอาหารให้โรงอาหารไปด้วย

เมื่อถามว่าวันนี้มี สส.บางคนพกปิ่นโตมาด้วย รู้สึกอย่างไร นพ.วรงค์ กล่าวว่า รู้สึกว่าโอเค อย่างน้อยสส.ก็มีสำนึกที่ดีต่อประชาชน ถือเป็นเครดิตที่ดีของทุกพรรคการเมืองที่ช่วยกัน

ส่วนกรณีที่ นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ท้าให้ นพ. วรงค์ ลงมากินข้าวที่โรงอาหารทุกวัน นพ. วรงค์กล่าวว่า ตนก็ดูอยู่เหมือนกัน แต่เขาไม่รู้ว่าตนมากินข้าวที่โรงอาหารก่อนที่เขาท้า 

เมื่อถามอีกว่าก่อนหน้านี้มี สส.หลายพรรค เสนอเรื่องค่าอาหารกลางวัน แต่เหตุใดจึงไม่ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม นพ.วรงค์ ถามกลับว่าเสนอด้วยใจจริงๆหรือไม่ คุณต้องแสดงออกด้วยใจจริงว่าคุณก็ไม่รับประทานอาหารฟรี ถ้าคุณทำจริงประชาชนก็จะสนับสนุน ถ้าเสนอแค่ตัดงบประมาณแล้วคุณก็กินเหมือนเดิม ก็ยังฟุ่มเฟือยเหมือนเดิม  คุณต้องเสนอให้ยกเลิกเลย แล้วประชาชนจะเห็นเองว่าเราทำจริง

ส่วนพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนมีมติให้ สส. เลิกรับประทานอาหารกลางวันฟรีและจ่ายค่าใช้จ่ายด้วยตัวเอง นพ.วรงค์ กล่าวว่า เป็นการแสดงออกของประชาชนที่เป็นกระแสในโซเชียล ซึ่งต้องขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนและเพื่อนสมาชิก เราไม่ต้องมองเป็นเรื่องการเมือง แต่มองว่าเป็นเรื่องของพวกเราทุกคน ขณะที่วันจันทร์ที่จะถึงนี้ (30 มี.ค.69) ประธานสภาได้นัดหมายพรรคการเมืองให้เข้าหารือถึงเรื่องอาหาร สส. ตนคิดว่าจะได้เห็นการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ในเรื่องการยกเลิกอาหารกลางวันฟรี ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี

จากนั้น นพ.วรงค์ ได้สแกนจ่ายค่าข้าว ในราคา 60 บาท ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะรับประทานอาหารร่วมกับผู้ช่วย สส. โดยยืนยันว่าอาหารที่โรงอาหารสภาอร่อยจริง ไม่ต่างจากอาหารฟรีที่ สส.ได้รับ

‘กรณ์’ ซัด ‘รัฐบาล’ เหลวแก้วิกฤตพลังงาน เชื่อ 1 พ.ค.ค่าไฟปรับขึ้นแน่นอน

‘กรณ์’ ซัด ‘รัฐบาล’ เหลวแก้วิกฤตพลังงาน เชื่อ 1 พ.ค.ค่าไฟปรับขึ้นแน่นอน

‘กรณ์’ ซัด ‘รัฐบาล’ เหลวแก้วิกฤตพลังงาน เชื่อ 1 พ.ค.ค่าไฟปรับขึ้นแน่นอน

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.16 น.

‘กรณ์’ ซัด ‘รัฐบาล’ เหลวแก้วิกฤตพลังงาน ชี้ข้อมูลที่สับสน พิสูจน์ ‘ไอ้โม่ง’ มีจริง จี้อย่าแอบ อย่าซ่อน อย่าหนี ปชช.รอคำอธิบาย แนะเก็บค่าธรรมเนียมลาภลอย-ลดภาษีสรรพสามิต เพื่อลดราคาน้ำมันทันที

วันที่ 25 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาถึงแนวทางรับมือวิกฤติตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย จำนวน 6 ญัตติ จาก 6 พรรคการเมือง  โดยนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาหามาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤติพลังงานที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมว่า ปัญหาวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง แต่ความวุ่นวายในประเทศไทยเป็นประเด็นปัญหาที่เกิดจากการบริหารจัดการและแก้ปัญหาที่ล้มเหลวของรัฐบาล นำมาสู่ความทุกข์ร้อนของประชาชน ทั้งนี้โชคดีที่เป็นการอภิปรายญัตติไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งตนเชื่อว่าระดับความเดือดร้อนของประชาชนวันนี้ หากเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางงใจ สส.ฝั่งรัฐบาลหลายคนต้องลำบากใจที่จะไว้วางใจการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะประชาชนเขตพื้นที่ฝ่ายรัฐบาลลำบากเช่นเดียวกันกับฝ่ายค้าน

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีความล้มเหลวต่อการบริหารจัดการและการแก้ปัญหา กับประเด็นที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ฐานะว่าที่รมว.พลังงาน บอกถึงข้อมูลที่ย้อนแย้งระหว่างปริมาณการกลั่นน้ำมันที่มากเกินใช้แต่ละวัน แต่ไม่มีน้ำมันขายให้ประชาชนเป็นสิ่งยืนยันว่าไอ้โม่งมีจริง ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลขาดคือการติดตามข้อมูลน้ำมันทุกหยด นอกจากนั้นแล้วโครงสร้างราคาน้ำมันมีปัญหาเป็นเหตุให้น้ำมันขาดแคลน รวมไปถึงปัญหาการบริหารจัดการกองทุนน้ำมัน

“นายกฯ บอกว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากความตื่นตระหนกเพราะบริหารล้มเหลว  และกักตุนขอให้ดูที่ไอ้โม่ง ผมขอให้เอาจริง  ไม่เช่นนั้นสุ่มเสี่ยงจะคิดว่ารัฐบาลกับไอ้โม่งเป็นพวกเดียวกัน” นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า เป็นความชัดเจนของรัฐบาลที่ส่งสัญญาณปล่อยลอยตัวน้ำมันตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ระบุ เหตุผลสำคัญคือการไม่ตรวจสอบสต๊อกน้ำมันก่อนวิกฤติสงคราม ทำให้มีการกักตุนเก็งกำไร คือความล้มเหลวการบริหารจัดการ นอกจากนั้นปล่อยให้โรงกลั่นขายน้ำมันที่มีค่าการกลั่นสูง 3 เท่า ทั้งนี้ตนมองว่าสิ่งที่เป็นภาระเป็นปัญหาของประชาชน เกิดจากรัฐบาล  วันนี้รัฐบาลส่งสัญญาณให้ประชาชนประหยัด แต่ตนขอให้รัฐบาลริเริ่มการประหยัด  เพื่อนำไปสู่การปรับลดภาระภาษีของประชาชน

“นายกฯ พูดถึงการลอยตัวราคาน้ำมัน แต่ไม่คิดจะลดภาษีให้ประชาชน อ้างว่าจำเป็นต้องใช้เงิน แต่ประชาชนมีความจำเป็นเช่นกันและมากกว่าหากหวังประชาชนประหยัด รู้ว่าประชาชนเดือดร้อน รัฐบาลต้องมีส่วนร่วม โรงกลั่นต้องมีส่วนร่วม โดยพรรคมีข้อเสนอ กำไรเกินควรในช่วงวิกฤติควรแบ่งปันเป็นธรรมเนียมลาภลอยเพื่อลดภาระให้ประชาชนในกองทุนน้ำมัน รวมถึงลดภาษีสรรพสามิต ลด 6 บาท โดย2ข้อเสนอนี้จะทำให้น้ำมันมีราคาละลง ลิตรละ 9 บาท และรัฐบาลดำเนินการได้ทันที” นายกรณ์ อภิปราย

นายกรณ์ กล่างด้วยว่า ในวันที่ 1 พ.ค.นี้ เชื่อว่าค่าไฟฟ้าต้องปรับขึ้นแน่นอน ซึ่งเกิดจากกลไกตลาด ดังนั้นรัฐบาลต้องทบทวนสูตรการซื้อไฟฟ้าที่เอื้อให้นายทุนที่ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้น หากต้นทุนค่าแก๊ซเพิ่มสูงขึ้น  ภาวะที่ต้นทุนค่าแก๊ซสูงขึ้นเชื่อว่าประชาชนจะไม่ยอมรับเพราะเป็นการทิ้งภาระ ทั้งนี้ ทุกๆ รัฐบาลมีวิกฤติของตนเอง ปัจจุบันคือสงครามตะวันออกกลาง สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือไม่เอาวิกฤติเป็นข้ออ้าง แต่ต้องหาทางบริหารจัดการเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนมากในวิกฤติตนขอวิงวอนให้เร่งแก้ปัญหาพูดความจริงกับประชาชน อย่าผลักให้ข้าราชการระดับสูงออกมาชี้แจงแทน ทั้งนี้ รัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้อง อย่าแอบ อย่าซ่อน อย่าหนี ประชาชนต้องการฟังคำอธิบาย ซึ่งเป็นความไว้วางใจ คลายความตื่นตระหนกที่จะตามมา

เรือบางจากตัวเปิดเกม พีระชาติคาดเรือไทยทยอยได้ไฟเขียวอิหร่าน

เรือบางจากตัวเปิดเกม พีระชาติคาดเรือไทยทยอยได้ไฟเขียวอิหร่าน

เรือบางจากตัวเปิดเกม พีระชาติคาดเรือไทยทยอยได้ไฟเขียวอิหร่าน

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.21 น.

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก พีระชาติ อินตา อินฟลูด้านความมั่นคง และเป็นทหารแนวหน้าที่ครั้งหนึ่งเคยปักหลักอยู่ที่ปราสาทตาควาย ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า 

พี่น้องครับ ที่ถามผมเข้ามาหนาหูเกี่ยวกับเรื่องเรือน้ำมันของบางจากที่ฝ่าวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซมาได้ลำนี้ ผมไปรวบรวมข้อมูลล่าสุดแบบเจาะลึกจากหน้างานจริง เพื่อมาวิเคราะห์ให้เห็นภาพชัดๆ ในบทความเดียวจบที่นี่ครับ

#เรือบรรทุกน้ำมันลำนี้คือทัพหน้าความหวัง

ยืนยันครับว่าเรือลำที่อยู่ในข่าวคือ #เรือบรรทุกน้ำมันดิบ ของกลุ่มบางจากจริงครับ ข้อมูลล่าสุดระบุว่าเรือลำนี้เพิ่งผ่าน #จุดยุทธศาสตร์ที่อันตรายที่สุดในโลก อย่างช่องแคบฮอร์มุซมาได้อย่างปลอดภัยเมื่อคืนวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ภายใต้การประสานงานระดับรัฐบาลระหว่างไทยกับมิตรประเทศอย่างอิหร่านและโอมาน ตอนนี้เรือกำลังวิ่งฉิวอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย มุ่งหน้ากลับสู่โรงกลั่นในบ้านเราแล้ว ตามที่สำนักข่าวทั่วประเทศรายงานจริงครับ

สำหรับปริมาณน้ำมันดิบที่บรรทุกมานั้น โดยปกติเรือขนาดนี้จะบรรทุกได้ประมาณ #80ล้านถึง160ล้านลิตร ต่อเที่ยวครับ โดยมีกำหนดถึงไทยคือ #ต้นเดือนเมษายนนี้ แต่พี่น้องต้องเข้าใจก่อนว่าน้ำมันที่มาถึงเป็นน้ำมันดิบ ต้องเข้ากระบวนการกลั่นก่อนอีกประมาณ 7-10 วัน ดังนั้นน้ำมันจากเรือลำนี้จะเริ่มกระจายเข้าสู่หัวจ่ายในปั๊มให้เราได้เติมกันจริงๆ ก็ช่วง #กลางเดือนเมษายน หรือช่วงสงกรานต์พอดีครับ ถือเป็นข่าวดีที่จะมาเติมเต็มสต็อกในช่วงที่มีการเดินทางสูงที่สุดของปี

#ไม่ใช่ลำเดียวแต่เป็นการเปิดทางครั้งสำคัญ

พี่น้องครับ หลายคนกังวลว่าลำเดียวจะเอาอยู่ไหม ผมบอกเลยว่าเรือของบางจากลำนี้คือ #ตัวเปิดเกม ครับ เพราะตามข้อมูลทางการระบุว่ายังมีเรือไทยลำอื่นและเรือสินค้าพันธมิตรที่กำลังรอการเคลียร์ทางตามกันมาติดๆ โดยเฉพาะเรือในเครือผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ที่จอดรอคิวอยู่บริเวณอ่าวโอมาน ซึ่งคาดว่าจะทยอยแล่นผ่านช่องแคบออกมาได้ตามลำดับหลังจากที่ไทยเจรจาขอ “ช่องทางพิเศษ” ได้สำเร็จครับ

ถ้าถามว่าพอต่อลมหายใจประเทศไทยไหม ผมฟันธงจากตัวเลขจริงเลยว่า #เพียงพอแน่นอนครับ เพราะปัจจุบันกรมธุรกิจพลังงานยืนยันว่าเรามีน้ำมันสำรองรวมทั้งประเทศ (ทั้งที่อยู่ในคลังและระหว่างทาง) ใช้ได้นานถึง #104วัน แม้ความต้องการใช้ดีเซลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจะพุ่งสูงจากการที่พี่น้องกังวลจนรีบไปเติมกัน แต่ตอนนี้สถานการณ์เริ่มนิ่ง และรัฐบาลได้สั่งผ่อนผันให้รถขนส่งน้ำมันวิ่งได้ 24 ชั่วโมงเพื่อเร่งกระจายน้ำมันให้เต็มหน้าปั๊มเรียบร้อยแล้วครับ

#ช่องทางจัดซื้ออื่นและการปรับตัวของรัฐ

ตอนนี้เราไม่ได้นั่งรอแค่น้ำมันจากฮอร์มุซอย่างเดียวครับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาจุดปะทะ รัฐบาลและโรงกลั่นได้งัดแผนสำรองออกมาใช้ทันที

#กระจายแหล่งนำเข้า ไทยเริ่มขยับสัดส่วนการซื้อน้ำมันจาก #สหรัฐอเมริกา และ #แอฟริกาตะวันตก เพิ่มขึ้น รวมถึงการนำเข้าจากเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซีย เพื่อลดการพึ่งพาตะวันออกกลางที่กำลังเดือด

#เร่งการผลิตในภูมิภาค มีการเพิ่มการรับซื้อน้ำมันและก๊าซจากพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย และเร่งแผนสำรวจในอ่าวไทยเพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว

#มาตรการอัดฉีดหน้าปั๊ม มีการสั่งการให้โรงกลั่นเร่งกำลังการผลิตเต็มสูบ เพื่อให้มั่นใจว่าช่วงสงกรานต์ที่พี่น้องจะเดินทางกลับบ้าน น้ำมันจะ #ไม่ขาดมือ แม้ราคาตลาดโลกจะยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงก็ตามครับ

สรุปสั้นๆ ให้พี่น้องสบายใจครับว่า “น้ำมันไม่ขาด แต่ราคาอาจจะตึงตัว” เรือบางจากลำนี้คือสัญญาณที่ดีว่าเรายังเจรจากับเจ้าของพื้นที่ได้อย่างลงตัว ทำให้กระแสพลังงานยังไหลเวียนเข้าประเทศได้อยู่ครับ สงกรานต์นี้พี่น้องเดินทางได้หายห่วง แต่ก็อย่าลืมวางแผนการใช้พลังงานให้คุ้มค่าที่สุดด้วยนะครับ

ที่สำคัญที่สุดคือการรับข่าวสารครับ พี่น้องต้องใช้วิจารณญาณให้มาก อย่าไปหลงเชื่อข่าวลือที่สร้างความตระหนกจนเกินเหตุ ผมสัญญาว่าจะคอยเกาะติดสถานการณ์และนำความจริงที่ ผ่านการวิเคราะห์เชิงลึก มาบอกเล่าให้พี่น้องฟังที่นี่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราก้าวผ่านวิกฤตพลังงานครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างมีสติครับ

พีระชาติ อินตา

เอาด้วย! สส.เพื่อไทย หิ้ว ข้าวผัด-หมูทอด ใส่ปิ่นโตมากินเอง

เอาด้วย! สส.เพื่อไทย หิ้ว ข้าวผัด-หมูทอด ใส่ปิ่นโตมากินเอง

เอาด้วย! สส.เพื่อไทย หิ้ว ข้าวผัด-หมูทอด ใส่ปิ่นโตมากินเอง

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.05 น.

เอาด้วย!”สส.เพื่อไทย“หิ้ว“ข้าวผัด-หมูทอด”ใส่ปิ่นโตมากินเอง มองใช้ภาษี ปชช.เข้ามาทำหน้าที่ ต้องเสียสละ 

วันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายชนะวุธ อุทโท สส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงประเด็นการยกเลิกอาหารกลางวันฟรีให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ว่า การที่จะรับประทานอาหารที่ทางรัฐสภาจัดเตรียมไว้ หรือ การจะไปซื้ออาหารรับประทานเองตรงนี้เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ต่อให้มีมติพรรค หรือมติของนักการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ก็ควรที่จะถือเป็นเอกสิทธิ์ของ สส. แต่ละท่าน แต่ตนมีความสำนึกว่า การที่เราใช้เงินภาษีของประชาชนเข้ามาทำหน้าที่ เราควรที่จะมีความเสียสละ อย่างเช่นในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ ตนได้ เตรียมอาหารใส่ปิ่นโตมารับประทานเอง โดยมีทั้ง ข้าวผัด ผัดวุ้นเส้น และหมูทอด 

6 พรรค ตบเท้าชงญัตติวิกฤตพลังงาน ‘โรม-มาร์ค’ บี้นายกฯ แจง ด้าน เอกนัฏ ดึงสติ รมว.พลังงานคนใหม่

6 พรรค ตบเท้าชงญัตติวิกฤตพลังงาน ‘โรม-มาร์ค’ บี้นายกฯ แจง ด้าน เอกนัฏ ดึงสติ รมว.พลังงานคนใหม่

6 พรรค ตบเท้าชงญัตติวิกฤตพลังงาน ‘โรม-มาร์ค’ บี้นายกฯ แจง ด้าน เอกนัฏ ดึงสติ รมว.พลังงานคนใหม่

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.50 น.

’6พรรคการเมือง‘ ตบเท้าชงญัตติด่วนสางแก้กู้วิกฤติพลังงาน ด้าน ‘โรม-มาร์ค’ ประสานเสียงจี้ ‘นายกฯ’ แจง ขณะที่ ‘เอกนัฏ’ บี้เปิดข้อมูลการขนส่ง ฝากถึง ‘รมว.พลังงาน’ คนใหม่ กล้าแก้ปัญหา

วันที่ 25 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ที่ประชุมได้รับรับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้นได้หารือถึงกรอบเวลาการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในแต่ละสัปดาห์ ที่ประชุมเห็นตรงกันให้มีการประชุมสภาฯ 2 วันต่อสัปดาห์ ในวันพุธและวันพฤหัสบดี โดยในแต่ละเดือนให้เพิ่มการประชุมสภาฯในวันศุกร์ 1-2ครั้ง เพื่อเร่งพิจารณากฎหมาย ต่อมาเวลา 10.00น.ที่ประชุมสภาฯได้พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาถึงแนวทางรับมือวิกฤติตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย มีสส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ร่วมเสนอญัตติด่วน 6คนได้แก่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายวีระยุทธ กาญจนชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ พรรคกล้าธรรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ 

ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม และนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงแนวทางแก้ปัญหาให้ประชาชนรับทราบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน แต่นายกรวีร์ ปริศนานนันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย แย้งว่า การให้นายกฯมาชี้แจงสามารถทำได้ หากประธานสภาฯอนุญาต แต่ญัตติด่วนดังล่าวจะต้องส่งให้รัฐบาลพิจารณาอยู่แล้ว ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล การให้นายกฯมาชี้แจงสามารถทำได้ในการตอบกระทู้สดอยู่แล้ว ขณะที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเสริมว่า ไม่สามารถบังคับให้ฝ่ายบริหารมาตอบญัตติด่วนด้วยวาจา เป็นเรื่องฝ่ายบริหารจะมาชี้แจงหรือไม่ ก่อนจะตัดบทเข้าสู่การพิจารณาญัตติด่วนต่อไป 

จากนั้นนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวเสนอญัตติว่า ปัญหาขณะนี้คือ เรื่องการสื่อสารไปคนละทางจนประชาชนสับสน แม้กระทรวงพลังงานยืนยันมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบเพียงพอใช้ได้เป็นร้อยวัน โรงกลั่นเดินเครื่องเต็มสูบกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น ไม่มีลดลง น้ำมันออกจากโรงกลั่นไปถึงผู้ค้าน้ำมันปริมาณมากกว่า 77-84ล้านลิตร แต่อดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใดปั๊มน้ำมันหลายแห่งได้รับโควตาน้ำมันน้อยลง ข้อมูลสวนทางกัน สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การรวบรวมข้อมูลทุกขั้นตอนเปิดเผยให้ประชาชนรับรู้ เรื่องการผลิตน้ำมันส่งออกให้ปั๊มและผู้ประกอบการ เหตุใดไม่สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาเปิดเผยต่อสาธารณะที่จะช่วยรักษาโรคความตื่นตระหนกประชาชนได้  หวังว่าทุกหน่วยงานจะนำเสนอข้อมูลว่า กลั่นน้ำมันเท่าไร ส่งให้ปั๊มเท่าไร เพื่อให้รัฐบาลทำงานง่ายขึ้น  ถ้าสถานการณ์ยังบานปลายต้องใช้มาตรการเข้มงวดมากขึ้น  ส่วนเรื่องเงินกองทุนน้ำมันที่เป็นสิ่งสะกดจิตคนไทยว่า ยังมีน้ำมันใช้ราคาถูก ขณะที่เพื่อนบ้านใช้น้ำมันลิตรละะ 50กว่าบาท เอาเงินอนาคตมาใช้ ควรทบทวนกลไกกองทุนน้ำมันต้องใช้ชดเชยชั่วคราว ไม่ใช่ถาวร จะอยู่กับความจริงหรือโลกจินตนาการ   

“วันนี้ยังไม่รู้รมว.พลังงานคนใหม่เป็นใคร แต่ขอใช้โอกาสนี้ส่งข้อความไปยังรมว.พลังงานคนใหม่ ถ้าท่านลืม ก็ฝากเพื่อนสมาชิกไปเตือนสติท่านด้วย เข้าใจว่า ปัญหาพลังงานมีคนเก่งเยอะมาก แต่คนที่จะเข้าไปทำไม่มีความกล้า พอไปดำรงตำแหน่งก็ขาดเจตจำนงทางการเมือง ขอเตือนสติท่าน อย่าฟังข้อมูลจากเจ้าหน้าที่เสนอมามากกว่าข้อมูลจากประชาชน ให้เชื่อประชาชน ตั้งใจทำงานให้ดี ใช้ความกล้าและเจตจำนงทางการเมืองมาแก้ปัญหา” นายเอกนัฏกล่าว 

สุริยา งูเห่าพรรคส้ม โผล่นั่งร่วมวง สส.ภูมิใจไทย ไม่สนมติ ปชน. สั่งดองงูเห่า

สุริยา งูเห่าพรรคส้ม โผล่นั่งร่วมวง สส.ภูมิใจไทย ไม่สนมติ ปชน. สั่งดองงูเห่า

สุริยา งูเห่าพรรคส้ม โผล่นั่งร่วมวง สส.ภูมิใจไทย ไม่สนมติ ปชน. สั่งดองงูเห่า

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.35 น.

’สุริยา วงศ์อารีย์‘ งูเห่าพรรคส้ม โผล่นั่งร่วม สส. ภูมิใจไทย หลังโหวตสวนมติพรรค หนุน ‘อนุทิน‘ นั่งนายกฯ ขณะที่ประชุม ปชน. ใช้มาตรการดองงูเห่า

วันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม โดยมีการเสนอญัตติด่วน เพื่ออภิปรายเรื่องราคาพลังงาน ที่เพิ่มสูงขึ้นจากเหตุการณ์สู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลาง นายสุริยา วงศ์อารีย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขต 7 จังหวัดอุดรธานี พรรคประชาชน ได้เข้าร่วมการประชุม โดยได้นั่งรวมกลุ่มอยู่กับ สส. ของพรรคภูมิใจไทย ในแถวหลังของห้องประชุม 

สำหรับนายสุริยา คือ สส. ของพรรคประชาชนคนเดียวที่โหวตสวนมติพรรค ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.จากพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี แทนที่จะโหวตสนุบสนุน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งที่ประชุมของพรรคประชาชน เห็นว่า จะใช้การดองงูเห่า เพื่อไม่ให้ไปทำกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคที่ดูดไปได้อย่างสมใจ ที่สำคัญ ส่วนใหญ่ยังเห็นว่าการดองไว้มีผลดีมากกว่าการขับออก เพราะหากขับออก จะทำให้พรรคประชาชนสูญเสีย สส.ไป 1 เก้าอี้ แล้วจะทำให้สูญเสียโควตาประธานกรรมาธิการสามัญ สภาผู้แทนราษฎรได้