เปิดชื่อ 4 ว่าที่ สส.เขต กกต.ยังไม่รับรองผล เหตุสั่งลงคะแนน-นับใหม่

เปิดชื่อ 4 ว่าที่ สส.เขต กกต.ยังไม่รับรองผล เหตุสั่งลงคะแนน-นับใหม่

เปิดชื่อ 4 ว่าที่ สส.เขต กกต.ยังไม่รับรองผล เหตุสั่งลงคะแนน-นับใหม่

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.22 น.

เผย 4 รายชื่อว่าที่ สส.เขต ที่ กกต.ยังไม่ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง เหตุต้องออกเสียงลงคะแนนใหม่ และนับคะแนนใหม่

25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามที่ กกต.ได้มีมติรับรองรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.รายเขต จำนวน 396 เขต แต่ปรากฏว่า ยังไม่มีการรับรองรายชื่อ สส.อีก 4 เขต เนื่องจากว่าอยู่ระหว่างที่ กกต.สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ที่ จ.พะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 และและนับคะแนนใหม่ ที่ จ.สุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 1 และ 4 จ.จันทบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 และเขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 8

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ชนะการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ทั้ง 4 เขต ที่ยังไม่ได้รับรอง ได้แก่

– จ.พะเยา เขต 1 ผู้ชนะเลือกตั้ง คือ นายอัครา พรหมเผ่า พรรคกล้าธรรม

– จ.สุพรรณบุรี เขต 2 ผู้ชนะเลือกตั้ง คือ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ พรรคภูมิใจไทย

– จ.จันทบุรี เขต 1 ผู้ชนะเลือกตั้ง คือ นายสุรพล วิรัตน์โยสินทร์ พรรคภูมิใจไทย

– จ.จันทบุรี เขต 2 ผู้ชนะเลือกตั้ง คือ นายคัมภีร์ ชื่นบาน พรรคภูมิใจไทย

ทักษิณจ่อพักโทษ 9 พ.ค. ราชทัณฑ์ระบุไม่ต้องติดกำไล EM แต่ต้องรายงานตัว

ทักษิณจ่อพักโทษ 9 พ.ค. ราชทัณฑ์ระบุไม่ต้องติดกำไล EM แต่ต้องรายงานตัว

ทักษิณจ่อพักโทษ 9 พ.ค. ราชทัณฑ์ระบุไม่ต้องติดกำไล EM แต่ต้องรายงานตัว

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.09 น.

“โฆษกกรมราชทัณฑ์”ยืนยัน”ทักษิณ”จ่อพักโทษ 9 พ.ค. แย้ม”คณะกรรมการเรือนจำกลางคลองเปรม”ยังไม่ได้สรุปรายชื่อผู้ต้องขังเข้าเกณฑ์พักโทษส่งมาให้”คณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์”พิจารณา ระบุ”ทักษิณ”โทษน้อย ไม่ต้องติดกำไล EM แต่ต้องรายงานตัวกับสำนักงานคุมประพฤติตามนัดหมาย ส่วนใบบริสุทธิ์จะได้รับตอนพ้นโทษแล้ว

25 กุมภาพันธ์ 2569 นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงไทม์ไลน์การพักโทษกรณีทั่วไปของ นายทักษิณ ชินวัตร และขั้นตอนการพิจารณาพักการลงโทษ ว่า ตามขั้นตอนแล้วการพิจารณาโครงการพักการลงโทษกรณีทั่วไปของผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำฯ ว่าใครมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาเนื่องจากมีคุณสมบัติเงื่อนไขเข้าเกณฑ์นั้น ลำดับแรกจะต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการในระดับเรือนจำก่อน และเมื่อมีการรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ได้รับการลงโทษเป็นการทั่วไปเรียบร้อยแล้วว่ามีจำนวนกี่ราย ทางเรือนจำฯ จึงจะนำเสนอรายชื่อผู้ต้องขังทั้งหมดนั้นมายังคณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์เพื่อพิจารณากลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง ก่อนที่จะนำเสนอไปยังลำดับสุดท้าย คือ คณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรม

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ทางคณะกรรมการเรือนจำกลางคลองเปรม ยังไม่ได้มีการสรุปจำนวนรายชื่อผู้ต้องขังภายในเรือนจำกลางคลองเปรมที่มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษกรณีทั่วไปมายังคณะกรรมการกรมราช ทัณฑ์ว่าจะมีจำนวนทั้งสิ้นกี่ราย แต่โดยหลักการแล้วจะต้องมีการนำรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขังเสนอมายังคณะกรรมการกรมราชทัณฑ์ล่วงหน้า 1 – 2 เดือน ซึ่งตนเข้าใจว่าจำนวนผู้ต้องขังภายในเรือนจำกลางคลองเปรมที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษอาจมีไม่ถึง 500 ราย

ทั้งนี้ อดีตนายกรัฐมนตรี มีโทษ 1 ปี (12 เดือน) ดังนั้น เกณฑ์ 2 ใน 3 ของอัตราโทษดังกล่าว หากจะได้รับการพักโทษคุมประพฤติก็คือต้องคุมขังมาแล้ว 8 เดือน และอดีตนายกรัฐมนตรีได้เข้าสู่กระบวน การยุติธรรมเมื่อวันที่ 9 ก.ย.68 เมื่อคำนวณดูแล้วก็จะได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติในวันที่ 9 พ.ค.69 อนึ่ง ในการพิจารณาการพักการลงโทษกรณีทั่วไปของผู้ต้องขัง ทางคณะกรรมการจะต้องดำเนินการมีความเห็นชอบให้ครบทั้ง 3 ลำดับชั้นเรียบร้อยก่อน

นายยุทธนา เผยอีกว่า นอกจากบทบาทในส่วนของกรมราชทัณฑ์ที่มีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังแล้วนั้น หากผู้ต้องขังรายใดที่เข้าเกณฑ์จะได้รับการพักการลงโทษ ระหว่างนี้ทางเรือนจำและกรมคุมประพฤติจะเข้ามามีบทบาทร่วมกันในเรื่องของการสืบเสาะในส่วนของผู้อุปการะผู้ต้องขังรายนั้นๆ โดยเรือนจำจะทำหนังสือไปถึงกรมคุมประพฤติ เพื่อขอให้สืบเสาะว่าผู้อุปการะของผู้ต้องขังคือใคร ที่พักอาศัยของผู้อุปการะอยู่ที่ใด ผู้อุปการะมีความสามารถในการดูแลผู้ต้องขังอย่างไรบ้างเมื่อไปอยู่ในสถานที่อุปการะ และสถานที่อุปการะคือที่ใด เป็นต้น จากนั้นกรมคุมประพฤติจึงจะมีการกำหนดพื้นที่ให้ที่แห่งนั้นเป็นสถานที่พักโทษคุมประพฤติ และกรมคุมประพฤติ ก็จะได้ทำหนังสือมาสอบถามเรือนจำว่ามีความเห็นด้วยกับการพักโทษหรือการไม่พักโทษอย่างไรบ้าง ซึ่งในส่วนของคณะกรรมการในเรือนจำก็จะได้มีการประชุมหารือกัน ซึ่งคณะกรรมการในเรือนจำ นอกจากจะมี ผบ.เรือนจำ/ผอ.ทัณฑสถาน แล้วนั้น ก็ยังมีผู้แทนจากกรมคุมประพฤติ ผู้แทนจากฝ่ายปกครอง ผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนจากสำนักงาน ป.ป.ส.ร่วมประชุมด้วยกัน 5 ราย เพื่อมีความเห็นควรหรือไม่เห็นควรอนุมัติพักการลงโทษผู้ต้องขังหรือไม่ และจึงส่งความเห็นนั้นไปยังคณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเมื่อเรื่องมาถึงกรมราชทัณฑ์ ก็จะได้จัดการประชุมกลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง ก่อนส่งความเห็นไปยังคณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งจะมี ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นต้น เพื่อร่วมกันพิจารณา

“แม้ว่าวันที่ 9 พ.ค.69 จะตรงกับวันเสาร์ แต่เราก็มีหน้าที่รักษาสิทธิของผู้ต้องขัง ซึ่งหากบุคคลได้รับการพักโทษคุมประพฤติ ทางเรือนจำฯ ก็มีหน้าที่ต้องปล่อยตัวไปตามขั้นตอน โดยในตอนเช้าประมาณ 07.00 – 08.00 น.เจ้าหน้าที่จะเริ่มตรวจสอบเรื่องเอกสารต่างๆ ของผู้ต้องขัง ก่อนที่ญาติและครอบครัวจะมารับตัวไปพักโทษคุมประพฤติยังสถานที่ที่ผู้อุปการะแจ้งไว้ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการไปพักโทษคุมประพฤติ หากมีการกระทำผิดเงื่อนไขการพักโทษ ก็จะต้องถูกนำตัวกลับมาคุมขังในเรือนจำตามกำหนดโทษที่เหลือทันที โดยในกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยความที่มีโทษน้อย 1 ปี ดังนั้น ในเรื่องของการใส่กำไล EM ก็ไม่มีความจำเป็น แต่จะต้องมีการไปรายงานตัวตามกำหนดนัดกับทางสำนักงานคุมประพฤติ อีกทั้งอดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยความที่ในเดือน พ.ค.นี้ ก็จะรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 หรือ 8 เดือน ก็จะได้ไปพักโทษคุมประพฤติอีกเพียง 4 เดือน ก็จะครบตามกำหนดโทษ 1 ปี (9 ก.ย.69) ส่วนเมื่ออดีตนายกรัฐมนตรีพักโทษคุมประพฤติครบถ้วนแล้ว จึงจะได้รับใบบริสุทธิ์พ้นโทษจากเรือนจำฯ” รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องมาจากวานนี้ (24 ก.พ.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ระบุว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกคุมขังตามคำพิพากษา 1 ปี จะสามารถยื่นขอพักโทษได้ตามปกติหลังจากคุมขังครบ 2/3 ของโทษ หรือ 8 เดือน ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 โดยผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการเรือนจำ กรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรม ตามระเบียบทั่วไปโดยไม่ถือเป็นกรณีพิเศษ

เด็ก ปชน. จี้ กกต.เคลียร์ปมใบคะแนน ถูกทิ้งลงกองขยะสมุทรปราการ หวั่นผู้ชนะมีมลทิน

เด็ก ปชน. จี้ กกต.เคลียร์ปมใบคะแนน ถูกทิ้งลงกองขยะสมุทรปราการ หวั่นผู้ชนะมีมลทิน

เด็ก ปชน. จี้ กกต.เคลียร์ปมใบคะแนน ถูกทิ้งลงกองขยะสมุทรปราการ หวั่นผู้ชนะมีมลทิน

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.03 น.

ผู้สมัครสส.ปชน.จี้กกต. เปิดเผยความคืบหน้าใบคะแนนถูกทิ้งลงกองขยะสมุทร ปราการ ชี้หากไม่มีความชัดเจน จ่อดำเนินคดี มองกระบวนการยังไม่เคลียร์ หวั่นผู้ชนะมีมลทิน-ประชาชนขาดความเชื่อมั่น อัด กกต.จัดการเลือกตั้งแบบ “ชุ่ย” ไล่บี้คนตรวจทุจริต

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรม การการเลือกตั้ง (กกต.)นายวีระภัทร คันธะ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) สมุทรปราการเขต6 พรรคประชาชน ยื่นคำร้องต่อกกต. ตรวจสอบหลังพบเอกสารการเลือกตั้งอยู่ในกองขยะที่ จ.สมุทรปรา การ ว่า เนื่องจากกรณีที่มีการทิ้งใบนับคะแนนที่บ่อขยะสมุทรปราการทำให้ตนได้ยื่นร้องต่อ กกต.เมื่อสัปดาห์ที่แล้วจนขณะนี้ผ่านมา 10 วันแล้วยังไม่มีความคืบหน้าจาก กกต.ในเรื่องของความบริสุทธิ์ยุติ ธรรมในการดำเนินการ หลังจากส่งเรื่องร้องเรียนไปหลังจากนั้น3 วัน กกต.ได้ระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ใบนับคะแนนเป็นใบจริง แต่ผลการนับคะแนนสิ้นสุดลงแล้ว และไม่ส่งผลกับการนับคะแนนและการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม แต่สิ่งที่เจอนั้นเจอใบขีดคะแนน 3 จุดจาก 3 พื้นที่ ซึ่งตนเข้าใจว่าเกิดจากการโอนถ่ายหีบแล้วทิ้งไป เรื่องนี้เป็นเรื่องน่ากังวลเพราะเป็นตัวอย่างที่พบ แล้วที่ยังไม่ได้พบและอาจปรากฎในกองขยะที่ใดที่หนึ่ง จึงตั้งคำถามว่า กกต.จะดำเนินการอย่างไรต่อไป

“ผมรอมาเกือบ 10 วัน ก็ไม่มีการแจ้งใดๆมาเลยจาก กกต.มีเพียงข่าวตามหน้าสื่อเท่านั้น ซึ่งล่าสุดมีรายงานข่าวว่า กกต.มีการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทุกคนให้การปฏิเสธแน่นอนว่าคงไม่มีใครยอมรับว่าใบขีดคะแนนไปโผล่ที่บ่อขยะได้อย่างไร ดังนั้น ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส.ได้ระบุไว้ว่าหากสันนิษฐานว่าหากมีเหตุใดที่ ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมกกต.สามารถสั่งให้นับคะแนนใหม่ได้ แต่กกต.บอกว่าไม่ทราบว่าใครเอาไปทิ้งไว้ และบริสุทธิ์ยุติธรรม แล้วทำลักษณะนี้ไม่ควรมาจากปาก กกต. ตนจึงมายื่นหนังสือติดตามทวงถามในวันนี้ว่าขณะนี้เรื่องต่างๆ ไปถึงไหนและควรจะมีรายงานให้ผู้มีส่วนได้เสียในการลงสมัครรับเลือกตั้งได้รับทราบ  ไม่ใช่รอความคืบหน้าจากหน้าสื่อเท่านั้น ทั้งนี้ หากไม่มีความชัดเจนจากทาง กกต.ตนขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดี

นายวีระภัทร กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ถามกันมาว่าจะมีการนับคะแนนใหม่หรือเลือกตั้งใหม่หรือไม่ เขต 6 สมุทรปราการ แทบจะชัดเจนที่สุดว่ามีปัญหาเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องใบขีดคะแนน การนำใบขีดคะแนนไปทิ้งในบ่อขยะและไม่ได้รับคำตอบที่ดี เรื่องนี้ส่งผลกระทบถึงความเชื่อมั่นไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ได้รับเลือกเป็น สส.ว่ามีมลทินหรือไม่ หรือแม้การการเลือกตั้งของ กกต.ก็เกิดคำถามว่ามีความบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ ตนเชื่อว่าประชาชนจะขาดความเชื่อมั่นอย่างมาก เพราะแม้แต่เรื่องง่ายๆที่พบไปขีดคะแนนในบ่อขยะ นอก จากนี้ ยังมีกรณีที่จังหวัดปทุมธานี
ยังจัดการไร้ประสิทธิภาพ การจัดการแบบชุ่ย จะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าสิ่งที่ปรากฏเป็นสิ่งที่ยุติธรรม

เมื่อถามว่าขณะนี้ กกต.กำลังเดินหน้ารับรอง สส.นั้น นายวีระภัทร กล่าวว่า เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการจัดการเลือกตั้ง เมื่อกระบวนการต่างๆยังไม่แล้วเสร็จ ยังมีคำถามมากมายในสังคมรวมถึงเรื่องในเขตของตน เข้าใจว่าตอนนี้คะแนนก็ไม่ได้ปรากฎแบบ100% ทีมพรรคประชาชนได้ตรวจสอบว่าใบ 5/18 ก็ไม่ได้ครบแบบที่กล่าวอ้าง นอกจากนี้ คะแนนที่ปรากฎยังผิดเพี้ยนและบิดเบี้ยว ตนคิดว่าการรับรอง สส.ในช่วงที่กระบวน การยังไม่เรียบร้อยเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้

เมื่อถามว่าการที่รับรองแบบนี้เป็นการตอบสนองต่อการเมืองหรือไม่ นายวีระภัทร กล่าวว่า คงตอบไม่ได้ แต่จากพฤติการณ์และพฤติกรรมของ กกต.ในช่วงที่ผ่านมาตนเชื่อว่าประชาชนก็มีคำถามอย่างมาก กกต. ควรตอบคำถามให้ได้อย่างโปร่งใสก่อนที่จะมีการรับรอง

“การรับรองแบบนี้คงต้องเป็นหน้าที่ของพี่น้องประชาชนที่จะตั้งคำถามนี้ ว่าเป็นการรับสนองกระบวนการทางการเมืองของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่” นายวีระภัทร กล่าว

เมื่อถามว่าต้องหาสาเหตุหรือไม่ว่า กกต. เร่งรับรองแบบนี้มาจากสาเหตุใด นายวีรภัทร กล่าวว่า ตนคงตอบแทน กกต. ไม่ได้ เพราะกกต.ก็คงรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำงานรับใช้ใครหรือเพื่อใคร เพื่อประชาชนหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ กกต.เองคงมีคำตอบอยู่ในหัวแล้ว

เมื่อถามว่า กกต.ระบุว่าจะมีการแจ้งความผู้ที่ไปถ่ายซูมบัตรเลือกตั้ง  เพราะถือว่าเข้าข่ายเปิดเผยข้อมูล นายวีรภัทร กล่าวว่า สิ่งที่ กกต. ประกาศออกมาขัดต่อเจตนารมย์ความตั้งใจทำให้โปร่งใสหรือไม่ เพราะที่จริงแล้ว กกต.เองก็ทราบดีว่าตอนนี้กระบวนการบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดเป็นสิ่งที่สังคมตั้งคำถามว่าจะนำไปสู่การแทร็คกิ้งย้อนกลับไปที่ผู้สมัครหรือไม่ กระบวนการทำให้โปร่งใส คือ เน้นนำเสนอให้ตรวจสอบได้ ตนเข้าใจว่ากฎหมายเดิมไม่ได้มีการห้ามที่จะถ่าย แม้แต่หน้าคูหาในการนับคะแนน

“น่าแปลก ว่าถ้ามีการถ่ายรูปก็จะดำเนินคดี นั่นแปลว่ามีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ ที่การถ่ายรูปหรือการถ่ายวิดีโอจะนำกลับไปสู่การแทร็คกิ้งผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง กกต. ควรทำให้โปร่งใสมากกว่ามาไล่จับผู้ที่ทำให้โปร่งใส ผมมองว่า กกต.ก็ไม่มั่นใจ จึงไม่ควรที่จะมาไล่จับประชาชนที่จะทำให้เกิดความโปร่งใส เราไม่ได้จับผิด แต่เราจำเป็นจะต้องทำให้หลักการการลงคะแนนโดยลับเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม” นายวีระภัทร กล่าว

ล่อเขมรลงหลุม! สีหศักดิ์บนเวทียูเอ็น เน้นตอบโต้ด้วยข้อเท็จจริง จนชนะใจนานาชาติ

ล่อเขมรลงหลุม! สีหศักดิ์บนเวทียูเอ็น เน้นตอบโต้ด้วยข้อเท็จจริง จนชนะใจนานาชาติ

ล่อเขมรลงหลุม! สีหศักดิ์บนเวทียูเอ็น เน้นตอบโต้ด้วยข้อเท็จจริง จนชนะใจนานาชาติ

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.38 น.

25 กุมภาพันธ์ 2569 ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงบทบาทของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ในการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยว่า เป็นยุทธศาสตร์การทูตเชิงรุก ที่วางเกมให้กัมพูชาเคลื่อนไหวก่อน ก่อนตอบโต้ด้วยหลักฐานข้อเท็จจริง การดำเนินการของฝ่ายไทยมีลักษณะคล้ายการเปิดพื้นที่ให้คู่กรณีแสดงข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่อง จนผู้กล่าวหาสะดุดขาตัวเอง เพราะพูดเรื่องเดิมซ้ำซาก แถมเป็นการบิดเบือนข้อมูล ก่อนที่ไทยจะชี้แจงและหักล้างด้วยเอกสาร หลักฐาน และข้อเท็จจริง ทำให้ภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลกอยู่ในฐานะประเทศที่ยึดกติกาสากลและแนวทางสันติ

“หลายคนอาจตั้งคำถามว่าเหตุใดไทยจึงดูเหมือนปล่อยให้กัมพูชานำประเด็นก่อนอยู่เสมอ แต่ในทางการทูต นี่คือการเปิดให้คู่กรณีแสดงเต็มที่ เมื่อข้อมูลไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ความน่าเชื่อถือก็จะลดลงเอง เตรียมการทูตระหว่างประเทศ ชัยชนะหรือพ่ายแพ้ไม่ได้ขึ้นกับจำนวนครั้งในการสื่อสาร แต่ขึ้นอยู่กับความหนักแน่นของข้อมูลข่าวสารด้วย” ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าว

ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวต่อว่า บทบาทของรัฐมนตรีต่างประเทศไทยครั้งนี้ สะท้อนการทูตร่วมสมัย ที่ใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือหลัก ไม่ใช่เพียงถ้อยคำทางการเมือง โดยฝ่ายไทยนำเสนอทั้งเอกสาร แผนที่ หลักฐานภาพ และข้อมูลเหตุการณ์ในพื้นที่ เพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหา พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างสันติภาพระหว่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง

อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวด้วยว่า การโต้ตอบอย่างเป็นระบบและสุขุม ช่วยให้คณะทูตและผู้แทนประเทศต่างๆ มองไทยในฐานะคู่เจรจาที่เชื่อถือได้มากขึ้น ขณะที่ข้อกล่าวหาที่ไม่มีหลักฐานชัดเจนอาจทำให้ฝ่ายผู้กล่าวหาสูญเสียความน่าเชื่อถือในระยะยาว อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการทูตยุคใหม่ ไม่ใช่การแข่งขันด้วยถ้อยคำ แต่เป็นการแข่งขันด้วยข้อเท็จจริง และการสื่อสารต่อประชาคมโลกอย่างมีหลักฐานรองรับ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจในเวทีระหว่างประเทศ

นันทิวัฒน์ ฟาดเดือด! ซัดกัมพูชาพูดเรื่อยเจื้อย ย้ำไทยไม่เคยคิดรุกรานใคร

นันทิวัฒน์ ฟาดเดือด! ซัดกัมพูชาพูดเรื่อยเจื้อย ย้ำไทยไม่เคยคิดรุกรานใคร

นันทิวัฒน์ ฟาดเดือด! ซัดกัมพูชาพูดเรื่อยเจื้อย ย้ำไทยไม่เคยคิดรุกรานใคร

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.20 น.

25 กุมภาพันธ์ 2569 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรมว.ต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า น่ารำคาญ

คุณปลักพูดไปเรื่อยเจื้อย
ไทยไม่เคยคิดที่จะรุกรานชาติอื่น
ไทยมีแต่เสียดินแดนให้ต่างชาติ
คนไทยมีความเมตตา​ ใจดีมากไป
จึงถูกเพื่อนบ้านเอารัดเอาเปรียบ
หากไม่มากจนเกินไปไทยก็สู้อดทน
แต่ความอดทนต้องมีขอบเขตจำกัด
ไม่งั้นไทยจะกลายเป็นหมูให้ถูกเอาเปรียบ

ไทยถอยจนไม่รู้จะถอยไปไหนอีกแล้ว

เราไม่ได้ยึดครองดินแดนของกัมพูชา
ไทยวางกำลังบนดินแดนของไทย
ตามแผนที่​ 1:50,000
และตามสนธิสัญญาสยาม/ฝรั่งเศส
เป็นไปตามความตกลงหยุดยิงธันวา​ 68

เราเพียงทวงดินแดนของเราคืน
ดินแดนไทยที่ถูกคนชาติอื่นยึดครอง

อยากคืนดีกับไทย​ หัดพูดภาษาดอกไม้

เต้ โพสต์ภาพปริศนา วัน อยู่บำรุง โผล่ กดไลก์

เต้ โพสต์ภาพปริศนา วัน อยู่บำรุง โผล่ กดไลก์

เต้ โพสต์ภาพปริศนา วัน อยู่บำรุง โผล่ กดไลก์

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.10 น.

หลังจากที่วานนี้ (24 ก.พ. 2569) พรรคทางเลือกใหม่ ได้ออกประกาศคำสั่งพรรค ฉบับที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เรื่อง ระงับการปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการพรรค โดยมีสาระสำคัญคือการสั่งพักงาน นาย มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ จากตำแหน่งเลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่เป็นการชั่วคราว โดยมีผลบังคับใช้ทันที ก่อนที่ในเวลาต่อมาเจ้าตัวจะออกเปิดใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวจนกลายเป็นกระแสไปในวันเดียวกัน

ล่าสุดวันนี้ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เต้ มงคลกิตติ์ หรือ นาย มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โพสต์ภาพกราฟฟิกพร้อมแคปชั่นว่า “พบกันเร็วๆนี้” ซึ่งภายในภาพกราฟฟิกมีข้อความตัวอักษรว่า “กลุ่มกรุงเทพบินได้ โดย สส.เด้ พระราม 7”

เต้ มงคลกิตติ์

หลังจากที่โพสต์ของ เต้ มงคลกิตติ์ เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียลได้ไม่นานนัก อีกทั้งยังมีนักการเมืองชื่อดังอย่าง วัน อยู่ยำรุง เข้าไปกดไลก์กับโพสต์ของเจ้าตัวอีกด้วย กลายเป็นแรงสั่นกระเพื่อมกระแสในครั้งนี้เบา ๆ ทำเอาชาวเน็ตและแฟนคลับจำนวนมากต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย  เช่น

“ตั้งพรรคใหม่เลยลูกพี่ ชื่อพรรคจักรวาลใหม่ หรือไม่ก็ชื่อพรรคไทยไปจักรวาล เลยครับ  ผมเชียร์เติ้น”

“ก้าวล้ำเปลี่ยนโลกใหม่ ไปกับพี่เต้ 55”

“แล้วนโยบายซื้อแมนยูจะซื้อไหมมั้ยครับตอบผมหน่อยครับ”

เริ่มจองกันตอนไหนคับ”

“ผู้​มีแนวคิดที่นำสมัย”

“วันนี้มีมาไหมครับ 4โมง”

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์

กกต.ประกาศรับรอง สส.เขต 396 คน เตรียมรับเอกสาร เข้ารายงานตัว 26 ก.พ.

กกต.ประกาศรับรอง สส.เขต 396 คน เตรียมรับเอกสาร เข้ารายงานตัว 26 ก.พ.

กกต.ประกาศรับรอง สส.เขต 396 คน เตรียมรับเอกสาร เข้ารายงานตัว 26 ก.พ.

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.01 น.

กกต.ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 396 เขตเลือกตั้งแล้ว ยันหลังประกาศหากพบหลักฐานอันควรเชื่อได้รับเลือกตั้งมาโดยไม่สุจริต พร้อมส่งศาลฎีกาฟันเพิกถอนสิทธิ์

25 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประชุมพิจารณา ตามมาตรา 127 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.พ.ศ.2561 ที่บัญญัติว่า ในการเลือกตั้งทั่วไป ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ได้ เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่า ผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจำนวนไม่น้อย กว่าร้อยละ 95 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องตรวจสอบเบื้องต้น และประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง และได้มีมติประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 396 คน

โดยให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.ตามประกาศดังกล่าว รับหนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้ง เป็น สส.ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 – 16.30 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 และวันที่ 2 – 6 มีนาคม 2569 ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น.ไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ ห้องประชุม 201 ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

ในกรณีที่ผู้สมัครไม่สามารถมารับหนังสือรับรองได้ด้วยตัวเอง ให้ทำหนังสือมอบอำนาจ พร้อมรับรองสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ มาในวันดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ ภายหลังประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัคร หรือผู้ใดกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง หรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น

สำหรับการประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ และ สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (ที่ยังไม่ประกาศ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง)

ส่วน สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่ยังไม่ประกาศผลการเลือกตั้ง จำนวน 4 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ สส.จังหวัดพะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 , สส.จังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 , สส.จังหวัดจันทบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 และ สส.จังหวัดจันทบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 เนื่องจากอยู่ระหว่างการดำเนินการนับคะแนนใหม่ตามมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง

พรรครักชาติ ยื่นหนังสือ ยูเนสโก สอบกัมพูชา ขึ้นทะเบียนพิธีแต่งงาน ใส่ชุดคล้ายชุดไทย

พรรครักชาติ ยื่นหนังสือ ยูเนสโก สอบกัมพูชา ขึ้นทะเบียนพิธีแต่งงาน ใส่ชุดคล้ายชุดไทย

พรรครักชาติ ยื่นหนังสือ ยูเนสโก สอบกัมพูชา ขึ้นทะเบียนพิธีแต่งงาน ใส่ชุดคล้ายชุดไทย

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.49 น.

“พรรครักชาติ” ยื่นหนังสือ UNESCO  ค้านกัมพูชา  จี้ตรวจสอบ หวั่น ขึ้นทะเบียนมรดกโลกทับซ้อนไทย

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 ก.พ.นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรครักชาติ นำทีมพรรครักชาติ เข้ายื่นหนังสือถึงผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO และผู้แทนรัฐสมาชิก เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้าน รวมถึงเรียกร้องให้ตรวจสอบการยื่นขอขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศกัมพูชา ซึ่งมีความพยายามนำเสนอวัฒนธรรมที่มีรากฐานชัดเจนจากประเทศไทย เพื่อให้เป็นของประเทศตนเอง ซึ่งเป็นการยื่น 2 ภาษา ประกอบด้วยภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศส ซึ่งเป็นภาษาทางการของ UNESCO 

นายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว (โฟล์ค) รองโฆษกพรรครักชาติ กล่าวถึงจุดประสงค์ของการมายื่นหนังสือว่า ที่ผ่านมาประเทศกัมพูชา มีการเคลมและแอบอ้าง ไม่ว่าจะเรื่องของประเพณี วัฒนธรรม รวมทั้งการแต่งกาย ที่มีความคล้ายคลึงต่อชาติของบ้านเรา จึงอยากเรียกร้อง ไปยังองค์กร UNESCO ให้มีการตรวจสอบอย่างรัดกุมมากขึ้น เพื่อไม่ให้ประเพณีและวัฒนธรรมของประเทศเรา เกิดความสับสนในเวทีระดับนานาชาติ

“เราขอเรียกร้องให้ตรวจสอบการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของประเทศกัมพูชา ว่ามีการทับซ้อนเกี่ยวกับเรื่องบางเรื่อง ที่มีความคล้ายคลึงกันหรือไม่ ซึ่งเรื่องของมรดกทางชาติ ไม่ใช่เป็นเรื่องของคนในอดีตเท่านั้น แต่มันคือเรื่องของศักดิ์ศรีของคนไทยทุกคนที่อยู่ในประเทศนี้  ดังนั้นเราจะไม่ทนต่อพฤติกรรมละเมิดสิทธิทางวัฒนธรรมของกัมพูชาอีกต่อไป และพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษา สมบัติชาติให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยสืบไป” นายฐิติพัฒณ์ กล่าว

ด้านนายชัยพร จิรวินิจนันท์ (อ็อม) โฆษกพรรค ให้สัมภาษณ์เป็นภาษาฝรั่งเศส ระบุว่า “Nous respectons nos amis, mais l’histoire de la Thaïlande doit être claire et fondée sur des preuves.” (พวกเราเคารพเพื่อนบ้านของเรานะครับ แต่ประวัติศาสตร์ของประเทศไทยต้องมีความชัดเจนและตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานครับ) “On espère que la communauté internationale comprend qu’il s’agit d’équité et de protéger l’identité de nos citoyens.” (เราหวังว่าประชาคมระหว่างประเทศจะเข้าใจ ว่านี่คือเรื่องของความยุติธรรมและการปกป้องอัตลักษณ์ของประชาชนชาวไทยครับ)

ขณะที่นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ (ลูกกอล์ฟ) เลขาธิการพรรค ให้สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ ปิดท้าย ระบุว่า กัมพูชาได้พยายามกล่าวอ้างในหลาย ๆ สิ่งที่เป็นของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมของเรา เทศกาลต่าง ๆ แฟชั่นเสื้อผ้า ไปจนถึง เรื่องเล่าพื้นบ้าน และดนตรี”” We cannot stand on the defensive side anymore, but we have to play offensive.”(เราไม่สามารถยืนอยู่ในฝั่งตั้งรับได้อีกต่อไปแล้ว แต่เราจำเป็นต้องเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายรุก)”That’s why we’re trying to ask UNESCO to help us out in this matter.”(นั่นคือสาเหตุที่พวกเราพยายามขอให้ UNESCO ช่วยเหลือเราในเรื่องนี้ครับ) นายฐิติพันธุ์ กล่าว

ทั้งนี้ ใจความสำคัญของหนังสือระบุว่า ตามที่กัมพูชาเตรียมเสนอขึ้นทะเบียนพิธีแต่งงานดั้งเดิม ซึ่งมีการใช้เครื่องแต่งกายและงานประณีตศิลป์ที่มีลักษณะซ้อนทับกับวัฒนธรรมไทยนั้น ทางพรรครักชาติเห็นว่าอาจสร้างความสับสนต่อชาวโลกในเรื่อง “ที่มาทางประวัติศาสตร์” และ “อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ” ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมของไทยได้จดทะเบียนเป็นมรดกชาติไว้แล้วนั้น เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงงานฝีมือและการสืบทอดที่ชัดเจน พรรครักชาติจึงมองว่าการปล่อยให้มีการขึ้นทะเบียน โดยขาดการระบุบริบทที่ถูกต้อง ถือเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีทางวัฒนธรรมของไทย ดังนั้น พรรครักชาติ จึงขอเรียกร้องให้  UNESCO  ไม่ตกเป็นเครื่องมือในการเคลมวัฒนธรรมของกัมพูชา และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อประเทศไทย  พรรครักชาติได้เสนอ ให้ดำเนินการ 3 มาตรการ ดังนี้ 

1.ยกระดับการตรวจสอบทางวิชาการ : ขอให้ UNESCO ใช้กลไกตรวจสอบหลักฐานประวัติศาสตร์อย่างเข้มงวด ในกรณีที่วัฒนธรรมมีความคาบเกี่ยวกันระหว่างพรมแดน

2.เปิดการเจรจาระหว่างประเทศ : สนับสนุนให้เกิดการพูดคุยอย่างเปิดเผยระหว่างไทยและกัมพูชา เพื่อให้การนำเสนอวัฒนธรรมสะท้อนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์อย่างครบถ้วน

3.ชูอัตลักษณ์ที่แตกต่าง : ขอให้ประชาคมโลกให้ความสำคัญกับความแตกต่างของอัตลักษณ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ใช่เหมาเข่งรวมเป็นวัฒนธรรมเดียวกันจนทำลายรากเหง้าดั้งเดิมของประเทศใดประเทศหนึ่ง

ทั้งนี้ศิลปิน นักประวัติศาสตร์ นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานด้านวัฒนธรรมของไทย พร้อมที่จะมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในการหารือเหล่านี้ มรดกของประเทศไทยสะท้อนถึงฝีมือช่าง สัญลักษณ์ และความต่อเนื่องที่สืบทอดมานานหลายศตวรรษ และเรามุ่งมั่นที่จะแบ่งปันสิ่งนี้ให้คนทั่วโลกได้รับรู้ด้วยจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือ  มรดกทางวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่บรรจุไว้ซึ่งความทรงจำ อัตลักษณ์ และศักดิ์ศรี ดังนั้นเราจึงขอความเข้าใจจากประชาคมระหว่างประเทศเพื่อให้แน่ใจว่า ประเพณีทางวัฒนธรรมของประเทศไทยจะได้รับการยอมรับอย่างถูกต้องและเป็นธรรม

จับตา ธรรมนัส แจงทิศทางพรรคกล้าธรรม เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่

จับตา ธรรมนัส แจงทิศทางพรรคกล้าธรรม  เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่

จับตา ธรรมนัส แจงทิศทางพรรคกล้าธรรม เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.26 น.

จับตา “ธรรมนัส” แจงความชัดเจนทิศทางกล้าธรรม หลังสะพัดชวดร่วม รัฐบาล

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรานงานว่า บรรยากาศที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในช่วงเช้าวันนี้ค่อนข้างคึกคัก ไปด้วยกองทัพสื่อมวลชนจากหลากหลายสำนัก ที่ได้เดินทางมารอสัมภาษณ์ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ถึงทิศทางของพรรคกล้าธรรมในการเข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน 2  หลังกลับมาจากไปท่องเที่ยวแสงเหนือ 

โดย ล่าสุด เมื่อเวลา 12.50 น. ที่กระทรวงเกษตรฯ ผู้สื่อข่าวยังคงรอ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เดินทางกลับประเทศไทย หลังจากลาหยุดพักผ่อนเที่ยวชมแสงเหนือ ที่ประเทศฟินแลนด์ พร้อมครอบครัว  และคาดว่าวันนี้จะเดินทางเข้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อปฏิบัติราชการตามปกติในวันนี้  

ทำให้กองทัพสื่อมวลชน เดินทางมาปักหลักเพื่อรอสัมภาษณ์ ร้อยเอกธรรมนัสถึงทิศทางและจุดยืนของพรรคกล้าธรรม หลังจากที่เมื่อวานนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวการจัดตั้งรัฐบาลขณะนี้เกือบ 100% แล้ว และมีกระแสข่าวไม่มีพรรคกล้าธรรมร่วมในรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลไฟจราจร แดง เขียว ส้ม แข่งกับพรรคภูมิใจไทย

ทั้งนี้ล่าสุดเจ้าที่ได้เตรียม  เครื่องสักการระสิ่งสักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงเกษตรฯเพื่อ การเดินทางมาที่กระทรวงเกษตรฯของร้อยเอกธรรมนัส  โดยมีผู้สื่อข่าวยังคงรอปักหลักทำข่าวความชัดเจนของพรรคกล้าธรรม อย่างเนื่องต่อไป 

สื่อเฝ้าลุ้น กกต.ปล่อยผี สส.แบ่งเขตล็อตแรก

สื่อเฝ้าลุ้น กกต.ปล่อยผี สส.แบ่งเขตล็อตแรก

สื่อเฝ้าลุ้น กกต.ปล่อยผี สส.แบ่งเขตล็อตแรก

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.10 น.

สื่อฯ เฝ้ารอผลที่ประชุม กกต.ประกาศรับรอง สส.ก่อน ล็อตแรกวันนี้  พบเจ้าหน้าที่เตรียมสถานที่รับใบรับรอง สส.แล้ว พร้อมให้หนังสือรับรองพรุ่งนี้ทันที  

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรม การการเลือกตั้ง(กกต.) ช่วงเช้าวันนี้ มีสื่อมวลชนจำนวนมากมารอผลการประชุม กกต. ที่จะมีการประชุมเพื่อพิจารณารับรองผลการเลือกตั้ง สส. โดยนายณรงค์ กลั่นวารินทร์  ประธาน กกต.นัดประชุมในเวลา 10.00 น.  เพื่อพิจารณาประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง  ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95  หรือไม่น้อยกว่า 380  เขต จาก 400 เขต ประ กอบกับสำนักงานฯได้ให้เจ้าหน้าที่จัดเตรียมสถานที่ในการรับใบรับรอง สส. แล้ว  ที่ห้องประชุม 201 ที่จะสามารถเปิดใช้เป็นห้องรับใบรับรองได้ในวันพรุ่งนี้ (26 ก.พ.)   

ตามที่มีรายงานก่อนหน้านี้ว่า กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนจะนำเสนอรายงานผลการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนให้ที่ประชุมพิจารณาควบคู่ด้วย เพื่อให้พิจารณาว่าจะสามารถประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตได้จำนวนเท่าใด  จากทั้งหมด 400 เขตเลือกตั้ง  โดยจะยังคงเหลือในส่วนของบางเขตเลือกตั้ง และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ  100 คน ที่ กกต.สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ ซึ่ง กกต.ให้นโยบายกับทางสำนัก งานว่าให้ดำเนินการในส่วนนี้ให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในวันที่ 1 มี.ค. และคาดว่าจะสามารถประกาศรับรองผลเลือกตั้ง  สส. แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ในต้นเดือนมีนาคม