ครม.เห็นชอบ ถอด ‘นกปรอดหัวโขน’ ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ส่งเสริมเพาะเป็นสัตว์เศรษฐกิจ

ครม.เห็นชอบ ถอด ‘นกปรอดหัวโขน’ ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ส่งเสริมเพาะเป็นสัตว์เศรษฐกิจ

ครม.เห็นชอบ ถอด ‘นกปรอดหัวโขน’ ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ส่งเสริมเพาะเป็นสัตว์เศรษฐกิจ

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.44 น.

ครม. อนุมัติหลักการถอด “นกปรอดหัวโขน–นกกรงหัวจุก” ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจ พร้อมติดตามประชากรในธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ โดยมีสาระสำคัญเป็นการยกเลิกการกำหนดให้ นกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุก ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อสนับสนุนการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน และส่งเสริมการพัฒนาเป็นสัตว์เศรษฐกิจสร้างรายได้แก่ประชาชน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันนกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุก จัดอยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองที่มิใช่สัตว์น้ำ จำพวกนก ลำดับที่ 576 ส่งผลให้ผู้ครอบครอง ผู้เพาะพันธุ์ และผู้ค้าต้องขออนุญาตตามกฎหมาย รวมถึงต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งเป็นข้อจำกัดต่อการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ในวงกว้าง

การปรับสถานภาพครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์นกปรอดหัวโขนได้สะดวกขึ้น ช่วยเพิ่มจำนวนประชากรนกจากการเพาะเลี้ยง ทดแทนการจับหรือล่าจากธรรมชาติ และต่อยอดเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่ผู้เพาะเลี้ยง รวมทั้งสนับสนุนการสืบสานวิถีชุมชนและวัฒนธรรมการเลี้ยงนกเพื่อประกวดแข่งขันเสียงร้อง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้

ทั้งนี้ คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าได้มีมติเห็นชอบให้ถอดนกปรอดหัวโขนออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง พร้อมกำหนดให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ติดตามสถานภาพและจำนวนประชากรนกในธรรมชาติอย่างใกล้ชิด หากพบว่าประชากรลดลงหรือมีความเสี่ยงต่อการกระจายพันธุ์และการสูญพันธุ์ จะต้องนำเรื่องกลับเข้าสู่การพิจารณาเพื่อกำหนดให้นกปรอดหัวโขนเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองอีกครั้ง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎกระทรวงผ่านระบบกลางทางกฎหมายและเว็บไซต์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระหว่างวันที่ 11–25 กุมภาพันธ์ 2569 โดยความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นชอบกับแนวทางดังกล่าว ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีข้อขัดข้องในหลักการ และเห็นว่าจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและรายได้แก่ผู้เพาะเลี้ยง

“การปรับสถานภาพนกปรอดหัวโขนครั้งนี้ เป็นการสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมอาชีพและเศรษฐกิจชุมชน กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รัฐบาลจะสนับสนุนการเพาะเลี้ยงอย่างรับผิดชอบ ควบคู่กับการติดตามประชากรนกในธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และป้องกันไม่ให้มีการจับหรือล่าจากธรรมชาติเพิ่มขึ้น” นางสาวลลิดา กล่าว

อนุทิน ชี้โกงสอบท้องถิ่นเริ่มคลี่คลาย สอบถึงใครก็คนนั้น รมต.ก็ไม่เว้น บอก สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม

อนุทิน ชี้โกงสอบท้องถิ่นเริ่มคลี่คลาย สอบถึงใครก็คนนั้น รมต.ก็ไม่เว้น บอก สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม

อนุทิน ชี้โกงสอบท้องถิ่นเริ่มคลี่คลาย สอบถึงใครก็คนนั้น รมต.ก็ไม่เว้น บอก สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.38 น.

อนุทิน บอกร่วมประชุม ก กลางก็ต่อเมื่อมีปัญหา ตอนนี้ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว ย้ำสอบถึงใครก็ถึงคนนั้น บอก สอบเส้นเงินไม่ต้องสั่ง เป็นหน้าที่ ปปง. ต่อให้เป็นรมต.ไม่มีเว้น เพราะสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม 

เมื่อเวลา 12.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี ความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น วันที่ 23 ก.ค. จะไปเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก กลาง) ด้วยตัวเองหรือไม่ว่า เขามีขั้นตอนอยู่แล้วตรงนี้เราไปก้าวก่ายไม่ได้ ส่วนตนจะไปเป็นประธานเองหรือไม่นั้นคงต้องดูเอกสาร หากมีเอกสารอะไรมาจะพิจารณาจากเอกสาร เห็นว่า คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เขามีมติมาแต่ตอนนี้ตนยังไม่เห็นอย่างเป็นทางการ แต่ปกติตั้งแต่เข้ามาตนมอบให้ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ดูแล 

เมื่อถามว่านายอนุทิน เคยบอกว่าจะเป็นประธานการประชุมก กลาง เองวันที่ 23 ก.ค. นายอนุทิน กล่าวว่า “ถ้ามีปัญหา แต่รู้สึกว่าตอนนี้เริ่มกระจ่างในหลายเรื่อง ก็ปล่อยให้เป็นตามกระบวนการทุกอย่างจะได้ถูกดำเนินการด้วยความโปร่งใสยุติธรรม ยึดข้อกฎหมายเป็นหลักไม่มีการเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงใดๆ” 

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกต มติของกสถ. สามารถยกเลิกหรือเพิกถอนข้าราชการท้องถิ่นที่มีปัญหาได้เลยโดยไม่ต้องรอมติ ก กลาง ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้คนนึงก็พูดอย่างอีกคนก็พูดอย่าง ตนก็ต้องให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ปรึกษาเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งแต่ละคณะกรรมการก็ต้องดำเนินการทุกอย่างไปสุดซอยก่อน การตีความเป็นเรื่องของคนที่ได้รับผลกระทบถ้าเขาไม่พอใจก็ใช้สิทธิ์ที่จะเรียกร้องร้องเรียนอุทธรณ์ ก็ว่ากันไป

เมื่อถามว่าจะไม่นับคะแนนกันใหม่แล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รายละเอียดทั้งหมดอยู่ที่ กสถ. ก กลาง 

เมื่อถามอีกว่าตัวการใหญ่ที่ดำเนินการเรื่องนี้มีมากกว่าที่ถูกจับกุมไปแล้ว 3 คนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้มีสืบสวนสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง มีการแจ้งความเพิ่มโดย กสถ. และกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ก็ได้แจ้งความในฐานะผู้เสียหาย และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ทำเรื่องนี้และประสานงานกับตำรวจอยู่ ดังนั้นประชาชนไม่ต้องกังวลเลย เพราะหน่วยงานที่ติดตามเรื่องนี้เพื่อเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ก่อให้เกิดความเป็นธรรมเกิดขึ้นและเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกทำงานกันแบบเต็มที่เพราะถือว่าทุกคนมีพื้นฐานความเป็นข้าราชการก็รู้สึกแย่ที่มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น 

เมื่อถามว่า จะอธิบายสังคมอย่างไรเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกคนพุ่งเป้าไปที่นักการเมืองและพรรคการเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า นี้คือรัฐบาลไม่ใช่พรรคการเมืองข้อสั่งการที่รัฐบาลได้แจ้งไปยังทุกหน่วยงานต้องไม่มีเรื่องการทุจริต รัฐบาลไม่สามารถให้มีข้าราชการเพิ่มใหม่เข้ามาด้วยการสอบที่ทุจริต ด้วยสอบตกแล้วเป็นสอบได้ สอบได้เป็นสอบตกไม่ได้ สอบได้ก็ต้องได้ เขาอุตส่าห์เขียนทีโออาร์แล้วว่าคะแนนต้องเป็นตามลำดับคะแนนแล้วคนสอบตกจะไปแย้งคนที่สอบได้ได้อย่างไรต้องอธิบายด้วยการกระทำด้วยการสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานดำเนินการกับคนที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่า จะสาวถึงตัวการใหญ่ได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันถึงใครก็ถึงคนนั้นสาวถึงใครก็ต้องโดน อย่างที่บอก ป.ป.ช. ตำรวจ และหน่วยงานตรวจสอบ ปปท. และยังมีคณะของนายปกรณ์ แต่ละคนเชื่อว่ามีความชำนาญในการดำเนินคดีสืบสวนสอบสวนอยู่แล้ว 

เมื่อถามว่าการตรวจสอบเส้นเงิน หลายคนบอกว่ายังไปไม่ถึงไหนจะชี้แจงประชาชนอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ถึงคนไหนก็คนนั้นไม่ต้องห่วงรัฐมนตรีเดี๋ยวนี้กล้ากระทำผิดหรือไม่ เมื่อถามอีกว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะเข้ามาตรวจสอบด้วยหรือไม่เพราะทางปปง.บอกว่ายังไม่มีใครสั่งการ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องสั่งด้วยหรือ เขามีหน้าที่ตรวจ หากมีพฤติกรรมอะไรเกิดขึ้น เช่นหากสื่อนำเงินเข้าบัญชีธนาคารตัวเอง วันละ 5 แสน 10 วันติดต่อกันเดี๋ยวชื่อก็โผล่ที่ ปปง.เองมันไม่ต้องสั่งเป็นหน้าที่ที่เขาต้องดำเนินการเองอยู่แล้ว เมื่อถามว่า นายไทกร พลสุวรรณ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองบอกว่ามีเส้นเงินไปถึงรัฐมนตรีตึกสีขาว ได้ตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะตึกสีขาวตึกสีครีมถ้าไปถึงสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมแค่นั้นเอง 

ข่าวดีเกษตรกร! ‘ศุภจี’เผยส่งออกทุเรียนสดไปจีนทะลุ 1 ล้านตัน เร่งลุยต่อทุเรียนใต้-ดันการแปรรูปเพิ่มมูลค่า

ข่าวดีเกษตรกร! ‘ศุภจี’เผยส่งออกทุเรียนสดไปจีนทะลุ 1 ล้านตัน เร่งลุยต่อทุเรียนใต้-ดันการแปรรูปเพิ่มมูลค่า

ข่าวดีเกษตรกร! ‘ศุภจี’เผยส่งออกทุเรียนสดไปจีนทะลุ 1 ล้านตัน เร่งลุยต่อทุเรียนใต้-ดันการแปรรูปเพิ่มมูลค่า

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.31 น.

วันที่ 21 กรกฎาคม 2569  นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ศุภจี สุธรรมพันธุ์ – Suphajee Suthumpun” ระบุว่า สวัสดีจากท่าอากาศยานยานแฟรงก์เฟิร์ต สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ค่ะ

ระหว่างรอเปลี่ยนเครื่อง เพื่อเดินทางไปปฏิบัติภารกิจเยือนมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ได้รับ “ข่าวดี” จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) แจ้งว่า การส่งออกทุเรียนสดของไทยไปยังประเทศจีน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 19 กรกฎาคม 2569 มีปริมาณส่งออกทะลุ 1 ล้านตัน ตามเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์มอบหมายไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ

ยินดีกับเกษตรกรไทยผู้ปลูกทุเรียนด้วยนะคะ

การส่งออกทุเรียนสดไปจีนกว่า 1 ล้านตัน ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของการขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกของกระทรวงพาณิชย์ และหลังจากนี้ เราจะร่วมมือกับทุกภาคส่วนเดินหน้าผลักดันยอดส่งออกให้สูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเร่งระบายผลผลิตทุเรียนภาคใต้ที่กำลังออกสู่ตลาดในช่วงนี้ พร้อมทั้งส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างทางเลือกทางการตลาด และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรไทยค่ะ

ขอบคุณความตั้งใจและความพยายามของทุกคน ทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพี่น้องเกษตรกรของเราทุกคนด้วยนะคะ

ศุภจี สุธรรมพันธุ์
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
นครแฟรงก์เฟิร์ต สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
21 กรกฎาคม 2569

เช็กรายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

เช็กรายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

เช็กรายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.02 น.

21 กรกฎาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง ประจำวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2569 ดังนี้

เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ (กระทรวงคมนาคม)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงคมนาคม ให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิในส่วนราชการต่างๆ รวม 3 ราย ดังนี้

1.นายจีระพงษ์ ปิณฑะบุตร ให้ดำรงตำแหน่ง วิศวกรใหญ่ที่ปรึกษา วิชาชีพเฉพาะด้าน วิศวกรรมโยธา (สำรวจและออกแบบ) (วิศวกรโยธาทรงคุณวุฒิ) กรมทางหลวงชนบท

2.นายสหัสชัย เรียงรุ่งโรจน์ ให้ดำรงตำแหน่ง วิศวกรใหญ่ที่ปรึกษา วิชาชีพเฉพาะด้าน วิศวกรรมโยธา (ด้านวางแผนและวางโครงการก่อสร้าง) (วิศวกรโยธาทรงคุณวุฒิ) กรมทางหลวง

3 นายสมบูรณ์ เทียนธรรมชาติ ให้ดำรงตำแหน่ง วิศวกรใหญ่ที่ปรึกษา วิชาชีพเฉพาะด้าน วิศวกรรมโยธา (ด้านสำรวจและออกแบบ) (วิศวกรโยธาทรงคุณวุฒิ) กรมทางหลวง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงคมนาคม)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เสนอแต่งตั้ง นายกฤชเทพ สิมลี เป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่งเลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอแต่งตั้ง นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ตำแหน่งอธิบดี (นักบริหารระดับสูง) กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง (นักบริหารระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 57 (1) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และกฎ ก.พ. ว่าด้วยการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทบริหารในหรือต่างกระทรวงหรือกรม พ.ศ. 2567 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี (นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) กำกับการบริหารราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

เปิดประวัติ ‘รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์’ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คนที่ 33

เปิดประวัติ 'รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์' ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คนที่ 33

เปิดประวัติ ‘รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์’ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คนที่ 33

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.59 น.

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติตามที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอแต่งตั้ง นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คนที่ 33 เพื่อทดแทน นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงฯ คนปัจจุบันที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569

การแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นการผลักดัน “ลูกหม้อ” คนสำคัญของกระทรวงขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของข้าราชการประจำ โดยปัจจุบันนายรพีภัทร์ในวัย 53 ปี จะยังมีอายุราชการเหลืออีกถึง 7 ปี

ที่ผ่านมา นายรพีภัทร์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการโครงการพืชสวนโลกปี 2569 และ 2572 แม้ก่อนหน้านี้จะเคยเผชิญข้อร้องเรียนจากผู้ประกอบการ กรณีการตรวจสอบสาร BY2 ในทุเรียนส่งออก จนถูกตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและมีคำสั่งให้ไปช่วยราชการชั่วคราว แต่ท้ายที่สุดก็สามารถผ่านกระบวนการตรวจสอบ กลับมาดำรงตำแหน่งอธิบดีฯ ได้อีกครั้ง และได้รับการเสนอชื่อขึ้นเป็นปลัดกระทรวงในที่สุด

ประวัติการศึกษา
ระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนจิตรลดา (ประธานนักเรียน รุ่นที่ 21)
ระดับปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (ได้รับการยกย่องเป็นศิษย์เก่าดีเด่น)
ระดับปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ (MAP) จาก Chaminade University of Honolulu รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา

เส้นทางข้าราชการ
2565 – ปัจจุบัน อธิบดีกรมวิชาการเกษตร
2563 – 2565 รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
2562 – 2563 เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
2559 – 2562 ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
2557 – 2559 ผู้ช่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
2555 – 2557 อัครราชทูตฝ่ายการเกษตร ประจำกรุงโรม และผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)
2548 – 2555 อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการเกษตร ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

ประวัติการปฏิบัติงานพิเศษ
กรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง (2564 – ปัจจุบัน)
นายกสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย (2564 – ปัจจุบัน)
กรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) (2565 – 2566)
กรรมการอำนวยการและบริหารหลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (2564 – ปัจจุบัน)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับ
พ.ศ. 2569 มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)
พ.ศ. 2563 มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)
พ.ศ. 2558 ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)
พ.ศ. 2555 ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.)

ผอ.JIC ไทยโต้กัมพูชา ย้ำไทยยึดถ้อยแถลงร่วมฯ ปฏิเสธยึดครองดินแดน

ผอ.JIC ไทยโต้กัมพูชา ย้ำไทยยึดถ้อยแถลงร่วมฯ ปฏิเสธยึดครองดินแดน

ผอ.JIC ไทยโต้กัมพูชา ย้ำไทยยึดถ้อยแถลงร่วมฯ ปฏิเสธยึดครองดินแดน

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.48 น.

ผอ.JIC ไทยโต้กัมพูชา ปมแถลงการณ์ ย้ำไทยยึดถ้อยแถลงร่วมฯ ปฏิเสธยึดครองดินแดน เดินหน้าเจรจาบนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ

21 กรกฎาคม 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย – กัมพูชา (Joint Information Center : JIC) กล่าวถึงกรณีคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 โดยยืนยันจุดยืนของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาระหว่างสองประเทศด้วยสันติวิธี ภายใต้กลไกทวิภาคีและบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ประเทศไทยยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีผ่านกลไกทวิภาคี โดยปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) อย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทั้งสองประเทศเห็นชอบร่วมกันเพื่อใช้ในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาระหว่างกัน

พร้อมยืนยันว่า ประเทศไทยไม่เคยปฏิเสธการเจรจาโดยตรงระหว่างสองประเทศ แต่การที่จะเกิดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมได้นั้น ทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของถ้อยแถลงร่วมฯ อย่างจริงใจ เคารพซึ่งกันและกัน และหลีกเลี่ยงการดำเนินการฝ่ายเดียวที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ

ในส่วนของกระบวนการตามกฎหมายระหว่างประเทศ พล.อ.อ.ประภาส ระบุว่า ประเทศไทยในฐานะภาคีที่มีความรับผิดชอบ พร้อมดำเนินการตามกระบวนการภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) และเมื่อกระบวนการดังกล่าวแล้วเสร็จ ก็จะนำทั้งสองประเทศกลับเข้าสู่การเจรจาโดยตรงอีกครั้ง

สำหรับข้อกล่าวหาที่ว่าประเทศไทยยึดครองดินแดนนั้น พล.อ.อ.ประภาส ยืนยันว่า ประเทศไทยปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยสิ้นเชิง พร้อมชี้แจงว่า การปฏิบัติการของฝ่ายไทยเป็นไปเพื่อปกป้องอธิปไตยภายในพื้นที่ของตนเอง และเพื่อลดโอกาสการเผชิญหน้าระหว่างกัน ซึ่งสอดคล้องกับถ้อยแถลงร่วมฯ ที่กำหนดให้ทั้งสองฝ่ายคงการวางกำลังในพื้นที่เดิม (maintain current troop deployments) และเดินหน้ามาตรการส่งเสริมความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน

ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา กล่าวย้ำว่า สันติภาพ ความมั่นคง และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ จะเกิดขึ้นได้จากการเคารพและปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมฯ อย่างเคร่งครัด การหลีกเลี่ยงการกล่าวหาผ่านสื่อหรือเวทีระหว่างประเทศ และการกลับมาแก้ไขปัญหาบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและกฎหมายระหว่างประเทศ

“การปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมฯ อย่างเคร่งครัด คือรากฐานของความไว้วางใจ และความไว้วางใจ คือเงื่อนไขสำคัญของการเจรจาที่ประสบผลสำเร็จ” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

นายกฯ ยังไม่ได้รับรายงานทางการมติ นพ.สรณ พ้น ปธ.กสทช. ชี้ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย

นายกฯ ยังไม่ได้รับรายงานทางการมติ นพ.สรณ พ้น ปธ.กสทช. ชี้ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย

นายกฯ ยังไม่ได้รับรายงานทางการมติ นพ.สรณ พ้น ปธ.กสทช. ชี้ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.42 น.

นายกฯ เผย ทราบมติ กก.สรรหา นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้าม ให้พ้น ปธ.กสทช. แต่ยังไม่ได้รับหนังสือเป็นทางการ ชี้ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย 

เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นา   ยกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงมติคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8(2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 ให้พ้นจากตำแหน่ง ว่า ยังไม่ได้รับรายงานในรายละเอียด เพียงแต่ทราบว่ามีมติให้นพ.สรณ พ้นตำแหน่งระหว่างที่ตนอยู่ต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งมาอย่างเป็นทางการ ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย เราฝืนกฎหมายไม่ได้

ส่วนมติที่ย้อนไปถึงปี 2565 เรื่องต่างๆ ที่เซ็นไปแล้วนั้น กฎหมายก็ต้องมาว่ากัน และเป็นสิทธิของทุกคนหากจะอุทธรณ์ ทั้งนี้ ตนก็ต้องทำตามขั้นตอนกฎหมายว่ามีอะไรบ้าง ก็ขอให้ถึงจุดนั้นก่อน เพราะตอนนี้มันยังมาไม่ถึง

เลื่อนประชุม ครม. เป็นจันทร์ 27 ก.ค. เหตุสัปดาห์หยุดยาว ติดต่อกัน 3 วัน

เลื่อนประชุม ครม. เป็นจันทร์ 27 ก.ค. เหตุสัปดาห์หยุดยาว ติดต่อกัน 3 วัน

เลื่อนประชุม ครม. เป็นจันทร์ 27 ก.ค. เหตุสัปดาห์หยุดยาว ติดต่อกัน 3 วัน

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.07 น.

21 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เนื่องจากในวันอังคารที่ 28 ก.ค.ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ และมีวันหยุดยาวติดต่อ คือ ในวันพุธที่ 29 ก.ค.ตรงกับวันอาสาฬหบูชา และวันที่ 30 ก.ค.ตรงกับวันเข้าพรรษา ทำให้มีวันหยุดยาวติดต่อกัน 3 วัน จึงมีการเลื่อนการประชุม ครม.มาเป็นวันจันทร์ที่ 27 ก.ค.แทน จากเดิมประชุม ครม.ทุกวันอังคารของสัปดาห์

ครม.ไฟเขียว ตั้ง รพีภัทร์ นั่งปลัดฯ กษ.คนใหม่ สุริยะ การันตี คุณสมบัติเหมาะสม-อาวุโสสูงสุด

ครม.ไฟเขียว ตั้ง รพีภัทร์ นั่งปลัดฯ กษ.คนใหม่ สุริยะ การันตี คุณสมบัติเหมาะสม-อาวุโสสูงสุด

ครม.ไฟเขียว ตั้ง รพีภัทร์ นั่งปลัดฯ กษ.คนใหม่ สุริยะ การันตี คุณสมบัติเหมาะสม-อาวุโสสูงสุด

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.59 น.

“สุริยะ”เผย”กษ.”ชงตั้งปลัดฯ ตำแหน่งเดียวก่อน ให้เป็นไปตามระเบียบ ก.พ. การันตี”รพีภัทร์”คุณสมบัติเหมาะสม- อาวุโสสูงสุด

21 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการเสนอแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า วันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอแต่งตั้งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพียงตำแหน่งเดียว คือ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เนื่องจากการแต่งตั้งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในครั้งนี้ มีการพูดคุยกับผู้บริหารภายในกระทรวงแล้ว และตามระเบียบ ก.พ.ระบุว่า ปลัดกระทรวงที่รู้ตัวว่าตนเองจะเกษียณอายุราชการแล้วไม่ควรเสนอแต่งตั้งข้าราชการทดแทน ทำให้การแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในครั้งนี้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้แนะนำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอแต่งตั้งปลัดกระทรวงก่อน และวันจันทร์ที่ 27 ก.ค.จึงจะมีการเสนอแต่งตั้งผู้บริหารระดับกรม

ทั้งนี้ นายรพีภัทร์ ถือเป็นผู้มีความอาวุโสสูงสุด และยังมีผลงานหลายเรื่อง โดยเฉพาะสามารถเร่งรัดในการจัดงานพืชสวนโลกได้ และการทำงานในกรมวิชาการเกษตรที่ผ่านมายังสามารถใช้ข้อมูลวิชาการยกระดับเกษตรกร

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายที่จะเสนอเข้า ครม.สัปดาห์หน้า เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนนั้น ทางปลัดฯ คนปัจจุบัน และปลัดใหม่ ก็ได้มีการหารือกันมาก่อนแล้ว ดังนั้น รายชื่อที่จะเสนอเข้า ครม.ในสัปดาห์หน้าคงไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม แต่ยืนยันว่า การแต่งตั้งระดับอธิบดีนั้นเป็นอำนาจของปลัดฯ ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

เอกนิติ ยันเร่งทบทวน เปิดอุทธรณ์สิทธิ์บัตรสวัสดิการฯ มุ่งช่วยคนจนจริง หลังพบสวมสิทธิ์แอบแฝง

เอกนิติ ยันเร่งทบทวน เปิดอุทธรณ์สิทธิ์บัตรสวัสดิการฯ มุ่งช่วยคนจนจริง หลังพบสวมสิทธิ์แอบแฝง

เอกนิติ ยันเร่งทบทวน เปิดอุทธรณ์สิทธิ์บัตรสวัสดิการฯ มุ่งช่วยคนจนจริง หลังพบสวมสิทธิ์แอบแฝง

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.33 น.

เอกนิติ ยันทบทวน-เปิดให้อุทธรณ์สิทธิ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มุ่งช่วยคนจนจริง หลังพบมีคนแอบแฝง-เอาชื่อไปสวมสิทธิ์ขอรับความช่วยเหลือรัฐ ชี้ 72 สวัสดิการ ทุกคนยังตามเดิม

21 กรกฎาคม 2569 เมื่อเวลา 10.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวชี้แจงถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์จนต้องมีการปรับทบทวนเกณฑ์ ผู้ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ต้องขอบคุณทุกฝ่าย วันนี้ตนได้รับรับทราบข้อมูลมาโดยตลอดแม้ปฏิบัติอยู่ต่างประเทศ ซึ่งจุดประสงค์ที่รัฐบาลทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่เรียกว่าบัตรคนจน เพราะเราต้องการช่วยคนจนที่เดือดร้อนจริงๆ วันนี้เราไม่ได้มีการนำคนเข้าระบบมา 4-5 ปี ซึ่งหัวใจสำคัญคือการนำคนใหม่และคนจนจริงที่ไม่ได้อยู่ในระบบของเดิม เข้ามาอยู่ในระบบ 2.3 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ตกสำรวจไป ซึ่งเป็นหัวใจที่หนึ่ง

ส่วนหัวใจที่สอง เราต้องการช่วยคนจนจริงๆ เพราะคราวที่แล้วได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมากและคนจนปลอมเยอะที่มาอ้างและรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เราจึงพยายามแยกแยะหลักเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งวันนี้สามารถแยกแยะคนจนปลอมออกได้บางส่วน และกรณีที่มีเสียงร้องเรียนก็รับฟังซึ่งตนเห็นใจมากๆ ที่มีบางกลุ่มหลุดออกไปจากคนที่จนปลอม ซึ่งคนเหล่านี้สิ่งที่เราต้องการช่วยเหลือเขาจริงๆถ้าเดือดร้อนจริงก็ได้ประสานกับกระทรวงมหาดไทย ให้ลงไปช่วยเป็นศูนย์วันสต็อปเซอร์วิสเพื่อทบทวนสิทธิ์ 

และเรายังพบว่า ประเทศไทยไม่มีฐานข้อมูลที่ทันสมัย เราจึงมาทบทวนสิทธิ์ที่ประชาชนเรียกร้อง เช่น เรื่องรถเก่า สมาคมตนได้หารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งจะมีการทบทวนเกณฑ์ดังกล่าวให้ ขณะเดียวกันสิ่งที่พบอีกอย่างหนึ่ง ระบบข้อมูลของประเทศไทยมีคนไปหลอกลวงชาวบ้านเป็นจำนวนมาก เอาข้อมูลของชาวบ้านไปจดทะเบียนบริษัทหรือไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เป็นทั้งทุนเทาและกรรมการบริษัท ซึ่งตัวของชาวบ้านไม่ทราบเรื่องโดยนำมาลดหย่อนภาษี ซึ่งวันนี้ความจริงในประเทศไทยมันปูดออกมาหมด ตนจึงมอบหมายและสั่งการให้เปิดความจริงทั้งหมด และหลังจากที่เราดูแลชาวบ้านเสร็จก็ต้องจัดการคนที่หลอกชาวบ้านที่ทำให้เขาเดือดร้อนซึ่งเป็นสิ่งที่ตนได้มอบนโยบายไป 

พร้อมย้ำว่า วันนี้หัวใจสำคัญคือตนเห็นใจผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ โดยเราจะเปิดขยายการอุทธรณ์สิทธิ์ให้ และจะพยายามดูแลคนที่เดือดร้อนจริงที่สุด พร้อมย้ำอีกว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเครื่องมือหนึ่ง แต่เรายังมีอีกหลายเครื่องมือตาข่ายที่รองรับคนจน ซึ่งจุดประสงค์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคือช่วยคนที่ไม่มีอะไรหรือไม่มีใครดูแลเลย ซึ่งวันนี้กวาดมาใหม่ได้ 2.3 ล้านคน และคนที่ยังมีสิทธิ์อื่นก็ยังได้ทั้งหมด ทั้งบัตรผู้สูงอายุหรือบัตรผู้พิการ เด็กเรียนฟรี ฉะนั้นสวัสดิการทั้งหมดมี 72 สวัสดิการ ทุกคนยังได้สิทธิ์ตามที่ตัวเองจะได้ แต่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องการช่วยคนที่เดือดร้อนที่สุดในสังคมและเราเปิดรับฟัง ซึ่งตนพร้อมรับฟังความเห็นและก็จะมีการนำเข้าคณะกรรมการฯ เพื่อเปิดทบทวนสิทธิ์และขยายเวลา