สร้างความเข้าใจประชาคมโลก ไทยจ่อตีแผ่ฐานสแกมเมอร์ ชี้เป็นภัยคุกคามสากล

สร้างความเข้าใจประชาคมโลก ไทยจ่อตีแผ่ฐานสแกมเมอร์ ชี้เป็นภัยคุกคามสากล

สร้างความเข้าใจประชาคมโลก ไทยจ่อตีแผ่ฐานสแกมเมอร์ ชี้เป็นภัยคุกคามสากล

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.39 น.

“ผอ.ศูนย์ข่าวสถานการณ์ไทย-กัมพูชา”เผยเตรียมขยายผลประสานองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงองค์กรนิรโทษกรรมสากล สร้างความเข้าใจประชาคมโลก ต่อการที่”กัมพูชา”ปล่อยให้มีการสร้างฐานสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ก่ออาชญากรรมออนไลน์ทั่วภูมิภาค ถือเป็นภัยคุกคามโลกที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา

7 เมษายน 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผช.ผบ.ทอ.และ ผอ.ศูนย์ข่าวสถานการณ์ฯ กล่าวระหว่างพาสื่อไทย และต่างประเทศ ลงพื้นที่ชายแดนช่องจอม-โอเสม็ด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ รับฟังข้อมูลและข้อเท็จจริงของฐานสแกมเมอร์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่พิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าอยู่ระหว่างการปรึกษาหารือกับทางกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้ช่วยขยายผลสร้างความเข้าใจกับประชาคมโลก ผ่านองค์กรระหว่างประเทศ และองค์กรนิรโทษกรรมสากล (AMNESTY INTERNATIONAL)

“ได้ประสานกับทางกระทรวงการต่างประเทศ หากมีองค์กรระหว่างประเทศไหนที่สนใจจะเข้ามาดู หรืออย่างองค์กรนิรโทษกรรมสากล เราพร้อมจะเชิญมาขยายผลและต่อยอดต่อไป สิ่งเหล่านี้ที่เห็นมันไม่ใช่เป็นคำบอกเล่า เป็นภาพจริงๆ ที่เกิดขึ้นจริง เป็นการทำงานจริง มีหลักฐาน ซึ่งกว่าที่เราจะสามารถควบคุมพื้นที่ตรงนี้ได้หมดเบ็ดเสร็จใช้เวลากว่าสามเดือน”

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ “ถือเป็นภัยคุกคามระดับโลก ไม่มีประเทศใดประเทศหนึ่งสามารถแก้ปัญหาได้ เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ปัญหา ต้องช่วยกันแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนต้องระมัดระวังเวลารับโทรศัพท์ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริง มีหลักฐานที่เห็นได้จริง”

องค์กรนิรโทษกรรมสากล (AMNESTY INTERNATIONAL) ได้กล่าวในรายงานเมื่อปีที่ผ่านมา 2568 ถึงการที่รัฐบาลกัมพูชาปล่อยให้มีการตั้งฐานสแกมเมอร์ ก่ออาชญากรรมออนไลน์ตลอดพื้นที่ชายแดนของกัมพูชา ทั้งหมดรวม 53 แห่ง ในจำนวนนี้องค์กรนิรโทษกรรม ระบุในรายงานมี 2 แห่งมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชายแดนช่องจอม-โอเสม็ด ของ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นที่ตั้งของกาสิโนโอเสม็ด และกาสิโนรอยัลฮิลล์ ก่อนที่จะถูกแปรสภาพไปเป็นฐานสแกมเมอร์ ช่วง 3 – 4 ปีที่ผ่านมา

ฐานสแกมเมอร์ช่องจอม-โอเสม็ด อยู่ในพื้นที่พิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกองทัพไทยยึดจากกัมพูชา ระหว่างการสู้รบกันในเดือน ธ.ค.68 หลังจากที่ทหารกัมพูชาใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานปฎิบัติการโดรนและฐานยิงอาวุธหนักโจมตีทหารไทย และจากการเข้าตรวจสอบอาคารต่างๆ ในฐานสแกมเมอร์หลังการยึดครอง พบว่าอาคารต่างๆ ส่วนหนึ่งถูกแปรสภาพเป็นฐานสแกมเมอร์ ใช้หลอกลวงเหยื่อออนไลน์ มีการสร้างสถานีตำรวจปลอมของหลายชาติ ธนาคารใช้หลอกลวงเหยื่อ พื้นที่ดังกล่าวมีปัญหาในเรื่องหลักเขตแดนที่ทั้งสองฝ่ายยังเห็นต่างกัน แต่กัมพูชาได้รุกล้ำสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ดังกล่าว ผิดข้อตกลงที่มีร่วมกันใน MOU43 ห้ามสร้างสิ่งปลูกสร้างใดๆ ในพื้นที่ที่ยังมีปัญหาพิพาทเส้นเขตแดน

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเขตแดนในพื้นที่ช่องจอม-โอเสม็ด เป็นหน้าที่โดยตรงของกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงใน MOU 2543 พร้อมคาดการณ์หลังการแถลงนโยบายของรัฐบาล และหลังการแต่งตั้งประธาน JBC คนใหม่ จะมีความคืบหน้าในการจัดประชุม JBC กับฝ่ายกัมพูชา แก้ปัญหาพิพาทเขตแดนในหลายพื้นที่ รวมถึงชายแดนที่ช่องจอม-โอเสม็ด

กัมพูชาได้เรียกร้องตลอดช่วงที่ผ่านมาให้มีการจัดประชุม JBC แก้ปัญหาพิพาทเขตแดน พร้อมกล่าวหาไทยละเมิดอธิปไตยกัมพูชา ไม่ปฎิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงที่มีร่วมกันเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.68

พล.อ.อ.ประภาส ได้ปฎิเสธข้อกล่าวหาของกัมพูชา ยืนยันการดำเนินการของฝ่ายไทยเป็นไปตามข้อตกลงที่มีร่วมกันในข้อ 2 และข้อ 3 ในเรื่องการคงกำลังทหารไว้ในพื้นที่ชายแดน ที่แต่ละฝ่ายยึดครองอยู่หลังการสู้รบในเดือน ธ.ค.68 และข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายจะใช้ช่องทางทวิภาคีผ่านกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ตาม MOU 43 แก้ปัญหาพิพาทชายแดนที่เกิดขึ้นอย่างสันติ

ฐานสแกมเมอร์ช่องจอม-โอเสม็ด มีอาณาเขตรวมกันหลายร้อยไร่ มีอาคารขนาดเล็กถึงใหญ่กระจายทั่วพื้นที่ สูงตั้งแต่ชั้นเดียวถึง 6 ชั้น มากกว่า 150 อาคาร เป็นทั้งอาคารที่พัก ห้องประชุม โรงแรม โรงพยาบาล สถานบันเทิงครบวงจร และสถานที่ทำงานของเหล่าสแกมเมอร์ ในการหลอกลวงเหยื่อจากชาติต่างๆ ในภูมิภาค บางอาคารสร้างห้องขังใต้ดิน มีกุญแจโซ่ตรวนใช้ล่ามลงโทษ คุมขังผู้กระทำผิด หลายอาคารมีรั้วลวดหนามล้อมรอบ และมีการติดลูกกรงเหล็กตรงหน้าต่างป้องกันการหลบหนี ฝ่ายความมั่นคงประเมินค่าก่อสร้างฐานสแกมเมอร์ดังกล่าวกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 ในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ที่ศูนย์ข่าวฯ พาผู้สื่อข่าวไทยและต่างชาติลงพื้นที่ชายแดนช่องจอม-โอเสม็ด รับฟังข้อมูลรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้น หวังสร้างความเข้าใจผ่านสื่อกับประชาคมโลกถึงปัญหาที่เกิดขึ้น

จบแถลงนโยบาย รบ.ลุยงานต่อ! นายกฯ ปักหมุด 11 เม.ย. ถก ครม.นัดแรก

จบแถลงนโยบาย รบ.ลุยงานต่อ! นายกฯ ปักหมุด 11 เม.ย. ถก ครม.นัดแรก

จบแถลงนโยบาย รบ.ลุยงานต่อ! นายกฯ ปักหมุด 11 เม.ย. ถก ครม.นัดแรก

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.14 น.

“อนุทิน”เผยแถลงนโยบาย รบ.จบถก ครม.นัดแรกทันที 11 เม.ย. เหตุบ้านเมืองมีปัญหาเยอะต้องเร่งแก้ วางแผนการเตรียมดูแล ปชช.ช่วงสงกรานต์แล้ว ใช้น้ำมันปกติไม่ขาดแคลนแน่นอน ช่วงนี้ขอ ครม.ร่วมกันประหยัด ช่วยกันใช้รถส่วนตัว-รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมจอดรถแวะถามชายถือป้ายร้องทุกข์หน้าทำเนียบฯ

7 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า เมื่อเวลา 17.20 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมกับ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เดินมายังตึกบัญชาการ 1 โดย นายอนุทิน กล่าวว่า มาดูห้องทำงานของรองนายกฯ และ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เรียบร้อยหรือไม่ โดยนายกฯ ได้เดินดูห้องทำงานทุกชั้น จากนั้น นายอนุทิน ได้ลงมาจากตึกบัญชาการ 1 พร้อมกับ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ และ นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ไปยังตึกบัญชาการ 2 เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยห้องทำงานของทีมงานโฆษกประจำสำนักนายกฯ และห้องทำงานที่ปรึกษานายกฯ จากนั้น นายกฯ เดินกลับมายังตึกไทยคู่ฟ้า ระหว่างทางยังได้แวะดูจุดชาร์ทรถยนต์ไฟฟ้า

ขณะที่ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ร่างแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติส่งร่างนโยบายไปยังรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.แล้ว เมื่อถามว่า รัฐสภาบรรจุวาระพิจารณาร่างนโยบายวันที่ 9 – 10 เม.ย.แล้ว จากนั้นวันที่ 11 เม.ย.จะมีการประชุม ครม.นัดแรกเลยหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ใช่ ไม่เช่นนั้นจะติดเทศกาลสงกรานต์ จะทอดยาวมากเกินไป วันนี้บ้านเมืองมีปัญหาเยอะ จึงต้องเร่งประชุม ครม.และเตรียมความพร้อมสำหรับประชาชนที่จะเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงต้องเตรียมพร้อมในทุกส่วน และได้มอบให้ทุกกระทรวงไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เมื่อถามว่า มาตรการที่บอกให้ทุกกระทรวงไปดูแล้วมาเสนอต่อที่ประชุม ครม.ต้องโฟกัสเรื่องอะไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ใช่ แต่ไม่ขอลงรายละเอียด รอให้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วให้โฆษกรัฐบาลเป็นผู้แถลง

เมื่อถามว่า จะลงนามตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ชุดใหม่ เมื่อใด นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้อำนาจ จึงต้องรอการแถลงนโยบายให้เรียบร้อยก่อน เพราะเป็นสถานการณ์ต่อเนื่อง มีการใช้อำนาจนายกฯ ในการมอบอำนาจไปยังคณะกรรมการ จึงต้องรอให้มีการแถลงนโยบาย นี่คือเหตุผลที่พอเราแถลงนโยบายเสร็จ ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 10 เม.ย.เวลากลางคืน หากจะประชุม ครม.ต่อเลยคงไม่ทัน จึงนัดประชุมวันที่ 11 เม.ย.

เมื่อถามว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ นายกฯ จะไปไหน นายอนุทิน กล่าวว่า “วนอยู่แถวนี้ ดูให้เกิดความมั่นใจว่าน้ำมันไม่ขาดช่วง ได้รับทราบมาว่ามีการเตรียมวางแผนการเตรียมน้ำมัน หากมีการใช้แบบปกติทั่วไปพอแน่นอน ช่วงนี้ต้องประหยัดน้ำมัน ประหยัดค่าใช้จ่าย จึงให้ ครม.ใช้รถของตัวเองให้มากที่สุด ยิ่งใครมีรถยนต์ไฟฟ้าก็ให้เอามาใช้ ช่วยกันประหยัด หากใครพร้อมได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าก็จะช่วยลดเรื่องมลพิษต่างๆ ด้วย ตอนแรกตนก็ไม่อยากใช้ แต่พอมีวิกฤตน้ำมัน ครอบครัวก็บอกให้เอามาใช้เป็นตัวอย่าง เป็นสัญลักษณ์ พอเอามาลองใช้ก็ติดใจ สะดวกดี ไม่ต้องกังวลเรื่องเติมน้ำมัน ใครมีความพร้อมก็เป็นการประหยัดอีกทางหนึ่ง ประหยัดกว่าน้ำมันแน่นอน”

ต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายกฯ ขับรถยนต์ไฟฟ้าออกจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อถึงบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ นายอนุทินได้หยุดรถแล้วลดกระจกพูดคุยกับชายวัยกลางคน ที่ยืนถือป้ายข้อความว่า “ท่านนายกฯ ครับ ช่วยจับคนโกงเงินประชาชน เมื่อท่านรู้แล้วทำไมจึงนิ่งเฉยแบบนี้ คนจนต้องการเงินที่ส่งไปแล้ว ขอคืนด้วยครับ” “ท่านอย่าปกป้องคนโกงเงินคนจน มีรายชื่อทำไมไม่จับ” ซึ่งพบว่ามายืนเกือบทุกวัน โดยนายอนุทิน ได้สอบถามว่า ได้ทำเรื่องเข้ามาแล้วหรือยัง ชายคนดังกล่าวจึงตอบว่า “ทำเรื่องไว้แล้วแต่มันเงียบ” นายอนุทิน จึงกล่าวตอบไปอีกว่า “กลัวเป็นลมเป็นแล้งยืนทั้งวันเลยหรือ” ชายคนดังกล่าวตอบว่า “ยืนทุกวันเลยครับ ผมต้องการความถูกต้อง เพราะชาวบ้านเดือดร้อน” จากนั้น นายกฯ ได้ขับรถเดินทางกลับ

เอกชัย วืดประกันอีก! ศาลฎีกายกคำร้องขอประกันตัว คดี ม.110

เอกชัย วืดประกันอีก! ศาลฎีกายกคำร้องขอประกันตัว คดี ม.110

เอกชัย วืดประกันอีก! ศาลฎีกายกคำร้องขอประกันตัว คดี ม.110

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.52 น.

7 เมษายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน” โพสต์ข้อความระบุว่า ยกคำร้อง! ศาลฎีกาไม่ให้ประกันตัวคดี ม. 110 ‘เอกชัย’ เห็นว่ามีสิทธิรักษาตามระเบียบ เจ้าตัวระบุยังไม่ได้ตรวจ CT Scan เพื่อหาสาเหตุอาการปวดแผล

ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้องขอประกันตัว เอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมืองและผู้ต้องขังระหว่างฎีกาคดีมาตรา 110 จากกรณีถูกกล่าวหาว่าขัดขวางขบวนเสด็จของพระราชินี หลังมีการยื่นประกันตัวไปเมื่อ 31 มี.ค. 2569

ในการยื่นประกันครั้งนี้ได้ระบุเหตุผลเกี่ยวกับอาการป่วยของเอกชัยที่เคยเป็นโรคฝีในตับ และมีอาการเจ็บบริเวณตับ ปัสสาวะไม่สุด โดยคาดว่าอาจเกี่ยวกับการถูกคุมขังที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ต่อมาศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง เห็นว่า “กรณียังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม อาการเจ็บป่วยจำเลยมีสิทธิรักษาตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว”

ศาลฎีกายกคำร้องเป็นครั้งที่ 3 ด้านเอกชัยยังไม่ได้รับการตรวจ CT Scan ที่ รพ.ราชทัณฑ์

เอกชัยถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. 2568 หลังศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับ จากศาลชั้นต้นเคยยกฟ้องทุกข้อกล่าวหา เป็นลงโทษจำคุกเอกชัย 21 ปี 4 เดือน พร้อมกับจำเลยอีกสี่คนถูกจำคุกคนละ 16 ปี และศาลฎีกามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวทั้งหมดในระหว่างฎีกา สำหรับกรณีของเอกชัยนั้น การยื่นประกันตัวครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3

ในคำร้องได้ระบุว่าได้มีการเสนอหลักทรัพย์เป็นวงเงินประกัน 1,000,000 บาท และจำเลยยินยอมให้มีการติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) รวมถึงยินยอมให้ศาลกำหนดเงื่อนไขใด ๆ เพื่อป้องกันการหลบหนี พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลหลักเกี่ยวกับปัญหาทางสุขภาพของเอกชัย ซึ่งการคุมขังอย่างไม่ถูกสุขลักษณะทำให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง

สืบเนื่องจากเมื่อปี 2566 ขณะที่จำเลยถูกคุมขังในคดีอื่น จำเลยป่วยเป็นโรคฝีในตับ ซึ่งติดเชื้อระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จนถูกส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลราชวิถี หลังจำเลยพ้นโทษในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ก็ยังคงต้องตรวจ CT Scan เพื่อติดตามโรคทุก 3-6 เดือน

ต่อมาตั้งแต่กันยายน 2568 ที่จำเลยถูกคุมขังในคดีนี้ จำเลยร้องขอให้ตรวจ CT Scan ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. 2568 แต่ไม่เคยถูกเรียกเข้าตรวจ โดยเห็นว่าสภาพที่ไม่ถูกสุขลักษณะภายในเรือนจำ ส่งผลให้สุขภาพทรุดโทรมลง โดยจำเลยเริ่มมีอาการปวดแผล

จนวันที่ 4 มี.ค. 2569 มีอาการเจ็บใกล้จุดที่เคยรักษาฝีในตับ และมีอาการปัสสาวะไม่สุด ก่อนถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. 2569 จนเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2569 ขณะยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ก็ยังไม่ได้รับการตรวจ CT Scan

ต่อมา คำร้องขอประกันถูกส่งให้ศาลฎีกาพิจารณา ต่อมาในวันที่ 3 เม.ย. 2569 ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง โดยคำสั่งลงวันที่ 1 เม.ย. 2569 ระบุว่า “พิเคราะห์เหตุผลตามคำร้องของผู้ขอประกันแล้ว กรณียังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ส่วนเหตุผลตามคำร้องที่อ้างอาการเจ็บป่วย จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับการรักษาตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง”

ทั้งนี้พบว่า เมื่อ 27 มี.ค. 2569 เอกชัยถูกส่งตัวกลับจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไปคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรมแล้ว ในขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2569 “แหวน” ณัฏฐธิดา มีวังปลา ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนที่กระทรวงยุติธรรมให้ตรวจสอบปัญหาการรักษาพยาบาลในกรณีของเอกชัย พร้อมเรียกร้องให้คืนสิทธิการประกันตัว

ราชทัณฑ์ออกชี้แจง – ส่วนจดหมายเอกชัย ระบุถูกส่งตัวกลับเรือนจำโดยยังไม่ได้ตรวจ CT Scan ยังไม่ทราบสาเหตุที่ปวดแผล

ต่อมาเมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2569 ทางกรมราชทัณฑ์ได้ออกแถลงชี้แจงถึงกรณีของเอกชัย โดยระบุถึงผลการตรวจอัลตราซาวน์ช่องทางส่วนบน เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2569 พบภาวะตับและม้ามโตเล็กน้อย ซึ่งแพทย์ได้แจ้งผลให้เอกชัยทราบ และมีความเห็นว่าอาการดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย สามารถกลับไปคุมขังและดูแลต่อที่เรือนจำได้

และผลการตรวจระบบทางเดินปัสสาวะ เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2569 โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง โดยผลการตรวจเลือดและปัสสาวะอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่พบการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะส่วนบน และภาวะอักเสบรุนแรง แพทย์ได้ให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองด้วยวิธีฝึกกลั้นปัสสาวะ พร้อมจัดยาให้รับประทานต่อเนื่อง 4 เดือน เพื่อบรรเทาอาการและช่วยระบบขับถ่าย และมีความเห็นให้ส่งตัวกลับไปคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2569 พร้อมกับนัดหมายติดตามอาการอีกครั้งในวันที่ 14 ก.ค. 2569

ขณะเดียวกันวันที่ 7 เม.ย. 2569 เอกชัยยังได้ส่งจดหมายจากเรือนจำกลางคลองเปรม มาถึงโครงการ Freedom Bridge เพื่ออัปเดตอาการเจ็บป่วยของเขา โดยระบุเนื้อหาว่า

“13 มี.ค. ที่ผ่านมา รพ.ราชทัณฑ์ รับผมเป็นคนไข้ในเพื่อตรวจอาการปวดแผลบริเวณที่ผมเคยผ่าตัดตับก่อนหน้านี้ เนื่องจาก รพ.ราชทัณฑ์ เกรงอาการปวดแผลนี้อาจเกี่ยวข้องกับโรคเดิม

แม้ รพ.ราชทัณฑ์จะเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีเตียงคนไข้กว่า 500 เตียง แต่มีแพทย์เฉพาะโรคเพียงไม่กี่คน เครื่องมือทางการแพทย์จำกัด บุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่เพียงพอ การตรวจรักษาผู้ต้องขังที่นี่จึงไม่สมบูรณ์

22 ก.ย. (2568) ที่ผ่านมา ผมร้องขอการตรวจ CT Scan เพื่อติดตามโรคฝีในตับที่ผมเคยรักษาที่นี่ แต่ผ่านไปเกือบ 6 เดือน ผมยังคงไม่ได้รับการตอบสนอง จนผมเริ่มมีอาการปวดแผลตั้งแต่ 4 มี.ค. (2569) ที่ผ่านมา

23 มี.ค. (2569) ที่ผ่านมา ผมได้รับการตรวจ Ultra Sound แพทย์แจ้งว่าไม่พบความผิดปกติใด ผมยังคงมีอาการปวดแผลเป็นระยะ ๆ แพทย์จึงสันนิษฐานผมมีอาการกระบังลมอักเสบ และจ่ายยาแก้อักเสบเพียง 2 วัน

27 มี.ค. (2569) ที่ผ่านมา ผมถูกส่งตัวกลับ รจ.คลองเปรม โดยยังไม่มีการตรวจ CT Scan ตราบใดที่ผมยังไม่ทราบสาเหตุอาการปวดแผลที่ชัดเจน ผมคงต้องออก รพ.ราชทัณฑ์ เพื่อพบแพทย์เป็นระยะ ๆ”

โฆษกกลาโหมย้ำ ไทยไม่รุกราน ชี้ปะทะรอบ 3 หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการยั่วยุกัมพูชา

โฆษกกลาโหมย้ำ ไทยไม่รุกราน ชี้ปะทะรอบ 3 หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการยั่วยุกัมพูชา

โฆษกกลาโหมย้ำ ไทยไม่รุกราน ชี้ปะทะรอบ 3 หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการยั่วยุกัมพูชา

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.31 น.

โฆษกกลาโหม มองการปะทะรอบ 3 จะเกิดหรือไม่ขึ้นอยู่กับอีกฝ่าย ยืนยันไทยไม่รุกราน-ไม่เสริมกำลังเพิ่มเติม

7 เมษายน 2569 ที่รังสแกมเมอร์ พื้นที่โอร์เสม็ด – ช่องจอม ระหว่างชายแดนไทย – กัมพูชา จ.สุรินทร์ พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็น การจัดการพื้นที่หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ว่า ขึ้นอยู่กับรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ ว่าหลังจากนี้ ถ้าเรามีโอกาสพูดคุยในที่ประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชา หรือ JBC และดูพื้นที่ปักปันเขตแดนในจุดนี้ว่าที่จริงแล้วพื้นที่แห่งนี้อยู่ในพื้นที่ของประเทศใด หลังจากนั้นเราต้องมาพูดคุยในเรื่องของโครงสร้างว่าเราจะดำเนินการอย่างไรในพื้นที่แห่งนี้

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในมุมมองของคน มองว่าพื้นที่แห่งนี้ ยังเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยง เนื่องจากยังมีตึกลาบ้านช่อง จึงมีความเสี่ยงเป็นที่ซ่องสุมและซ่อนเร้นของกองกำลังฝ่ายตรงข้ามได้ ฉะนั้น ในที่สุดก็อาจจะต้องรื้อถอน หรือควบคุมอะไรสักอย่าง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งกองกำลังที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน และประชาชนด้วย

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวย้ำว่า พื้นที่แห่งนี้กองกำลังไทยได้เข้าควบคุมด้วยตนเอง เนื่องจากช่วงที่ปฏิบัติการปะทะระหว่างไทยกับกัมพูชา เราตรวจพบว่า กัมพูชามีการใช้โดรนเข้ามาโจมตีฝ่ายไทย รวมถึงซ่อมสุมการใช้พลซุ่มยิงเพื่อโจมตีฝายไทย ดังนั้น กองกำลังทหารไทย ต้องเข้ามาปราบปรามสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ทำให้มีความจำเป็นลุกคืบ และเข้าควบคุมพื้นที่แห่งนี้

เมื่อถามว่า ในส่วนเรื่องการปะทะรอบ 3 มองว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า การปะทะครั้งที่ 3 จะเกิดขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกัมพูชา เนื่องจากไทยเราไม่มีนโยบายให้รุกรานประเทศอื่นใด เรารักษาจุดยืนตามข้อตกลง JBC หรือแนวปฏิบัติการทางทหาร และเราจะไม่เพิ่มกำลังหรือเสริมกำลัง เพื่อเข้าไปในพื้นที่มากกว่านั้นอีกแล้ว ยืนยันว่า เราไม่มีการเพิ่มเติมอะไรหลังจากนี้ ส่วนจะเกิดการปะทะรอบ 3 หรือไม่ ย้ำว่า ขึ้นอยู่กับกัมพูชาว่าจะทำการยั่วยุฝั่งไทยมากน้อยแค่ไหน

ปชป.จ่อถลกนโยบายรัฐ จี้หยุดเอื้อประโยชน์นายทุน หันมาแลชาวบ้าน

ปชป.จ่อถลกนโยบายรัฐ จี้หยุดเอื้อประโยชน์นายทุน หันมาแลชาวบ้าน

ปชป.จ่อถลกนโยบายรัฐ จี้หยุดเอื้อประโยชน์นายทุน หันมาแลชาวบ้าน

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.18 น.

7 เมษายน 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงความพร้อมในการประชุมร่วมรัฐสภา ในการอภิปรายคำแถลงนโยบายรัฐบาล ระหว่างวันที่ 9 – 10 เม.ย.นี้ โดยระบุว่า ในสมัยประชุมนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้ผลักดันประเด็นสำคัญเข้าสู่สภาฯ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งในครั้งนี้ พรรคฯ จะติดตามการทำงานของรัฐบาลเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมด้วย

นอกจากนี้ นายพศิน ยังกล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องปัญหาอุทกภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่ง นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา ของพรรค ได้เสนอญัตติเพื่อติดตามเงินเยียวยาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน

สำหรับไฮไลท์สำคัญในวันที่ 9 – 10 เม.ย.นี้ ซึ่งเป็นวันแถลงนโยบายของรัฐบาล นายพศิน ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้รับจัดสรรเวลา 1 ชั่วโมง 40 นาที ทางพรรคได้มีการปรับกลยุทธ์ใหม่ ไม่แบ่งเวลาแบบเบี้ยหัวแตก แต่จะเน้นการอภิปรายแบบเจาะลึก เน้นเนื้อหาให้ครบถ้วนเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาได้จริง

“คอนเซปต์ของเราชัดเจน รัฐบาลต้องไม่เอื้อนายทุน จนละเลยความเดือดร้อนของชาวบ้าน สส.ของพรรค จะทำหน้าที่สะท้อนปัญหาและจี้ให้รัฐบาลทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง” นายพศิน กล่าว

ไอซ์ ชื่นชม จุลพันธ์ ปมเดินหน้าเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

ไอซ์ ชื่นชม จุลพันธ์ ปมเดินหน้าเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

ไอซ์ ชื่นชม จุลพันธ์ ปมเดินหน้าเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.36 น.

7 เมษายน 2569 จากกรณีที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ว่า การเลือกตั้งคณะกรรมการสำนักงานประกันสังคม จะยังคงดำเนินการตามกรอบเวลาเดิม โดยใช้รูปแบบการเลือกตั้ง 1 เลือก 7 และเตรียมลงนามหลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 9 – 10 เม.ย.นี้นั้น

ล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ขอแสดงความชื่นชมท่าน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ด้วยใจจริงค่ะ”

ดีเดย์ 13 พ.ค. วันพืชมงคล เปิดลงทะเบียนรับพันธุ์ข้าวพระราชทาน ถึงสิ้นเดือน เม.ย.

ดีเดย์ 13 พ.ค. วันพืชมงคล เปิดลงทะเบียนรับพันธุ์ข้าวพระราชทาน ถึงสิ้นเดือน เม.ย.

ดีเดย์ 13 พ.ค. วันพืชมงคล เปิดลงทะเบียนรับพันธุ์ข้าวพระราชทาน ถึงสิ้นเดือน เม.ย.

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.23 น.

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เชิญชวนเกษตรกรและประชาชนที่สนใจลงทะเบียนรับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน เนื่องในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2569 โดยในปีนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 13 พฤษภาคม ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน ผ่านทางเว็บไซต์ rice.moac.go.th ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 เมษายนนี้

ทั้งนี้ผู้ที่ลงทะเบียนสามารถรับซองพันธุ์ข้าวพระราชทานได้ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม – 16 มิถุนายน 2569 ณ จุดให้บริการที่ได้ลงทะเบียนไว้ โดย กรุงเทพมหานครฯ รับได้ที่อาคารที่ทำการกรมการข้าว ชั้น 1 ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน และสำหรับต่างจังหวัด รับได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด กรมส่งเสริมการเกษตร

เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน
เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน

รมว.กลาโหม วอนจบดรามา เด้ง ผบ.ฉก.นย.ตราด เชื่อคำสั่งย้ายมีเหตุผล

รมว.กลาโหม วอนจบดรามา เด้ง ผบ.ฉก.นย.ตราด เชื่อคำสั่งย้ายมีเหตุผล

รมว.กลาโหม วอนจบดรามา เด้ง ผบ.ฉก.นย.ตราด เชื่อคำสั่งย้ายมีเหตุผล

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.21 น.

“รมว.กลาโหม” วอนจบดราม่า เด้ง ผบ.ฉก.นย.ตราด ชี้ ทวงคืนพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ครบแล้ว เชื่อ คำสั่งย้ายมีเหตุผล

วันที่ 7 เมษายน 2569 ที่สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ณ อาคาร สทป. (แจ้งวัฒนะ) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวถึง กระแสข่าวเชื่อมโยงกรณีคำสั่งให้นาวาเอกธรรมนูญ วรรณา ย้ายจากผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด(ผบ.ฉก.นย.ตราด) ไปเป็นผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือที่ผ่านมานั้น เรื่องนี้ต้องเลิกพูดได้แล้ว และต้องเข้าใจว่า นาวาเอกธรรมนูญ ได้ปฏิบัติภารกิจในเหตุการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา จนได้พื้นที่คืนมาหมดแล้ว 

ดังนั้นการที่มีคำสั่งให้ย้ายมาคุมหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือ จึงถือเป็นเรื่องปกติ และเป็นประโยชน์ ทั้งนี้โดยส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายในครั้งนี้ แต่มองว่า นาวาเอกธรรมนูญ เป็นคนที่รู้จักพื้นที่ดี น่าจะสามารถเข้ามาดำเนินการดูแลเรื่องของการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนได้ดี และสามารถพิจารณาได้ว่า จุดใดควรเก็บกู้ก่อนหรือหลัง  จึงเห็นได้ว่าการปรับย้ายมีเหตุและผล 

พร้อมทั้งเชื่อว่า ผบ.นย.ในฐานะผู้บังคับหน่วย จะพิจารณาย้ายใครก็ตาม ต้องมองด้วยเหตุและผล หากไม่เชื่อ ผบ.นย.แล้วจะไปเชื่อใคร 

เสริมทัพปากเอกทำเนียบฯ พลอยทะเล จ่อนั่งรองโฆษกรัฐบาล

เสริมทัพปากเอกทำเนียบฯ พลอยทะเล จ่อนั่งรองโฆษกรัฐบาล

เสริมทัพปากเอกทำเนียบฯ พลอยทะเล จ่อนั่งรองโฆษกรัฐบาล

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.10 น.

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 7 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางมายังตึกบัญชาการ 1 ว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ชวนให้มาช่วยงานรัฐบาล โดยได้รับมอบหมายในตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า เท่าที่ทราบโควตาของพรรค ภท. มีทั้งหมด 2 คน เป็นตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกฯ 1 ตำแหน่ง ซึ่งก็คือ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก และรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ อีก 2 ตำแหน่ง และมีโควตาพรรคเพื่อไทย (พท.) อีก 1 ตำแหน่ง

พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ส่งตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ น.ส.พลอยทะเล ยอมรับว่า ได้ส่งเอกสารเมื่อสักครู่ ต้องรอการเซ็นรองรับจากนายกฯ ส่วนตัวมีความพร้อมในการรับหน้าที่ 

เมื่อถามว่า มีความคุ้นเคยกันดีกับ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ ใช่หรือไม่ น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า ส่วนหนึ่ง จริงๆ หน้าที่นี้ยังไม่เคยได้ทำ ครั้งนี้ก็มาลองดู จะได้ทราบและปรึกษาโดยเฉพาะกับ น.ส.รัชดา จะได้ทำงานด้วยกันได้ 

พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์

เมื่อถามว่า จะมีการแต่งตั้งในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งแรกเลยหรือไม่ น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า น่าจะ แต่ยังไม่ทราบ น่าจะมีการแจ้งอีกที

พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์

สส.กฤช ลั่น!ไม่เอาไว้ สั่งฟันอดีตผู้ช่วยฯเอี่ยวค้ายา ย้ำ ปชน.ไม่ปกป้องคนทำผิด

สส.กฤช ลั่น!ไม่เอาไว้ สั่งฟันอดีตผู้ช่วยฯเอี่ยวค้ายา ย้ำ ปชน.ไม่ปกป้องคนทำผิด

สส.กฤช ลั่น!ไม่เอาไว้ สั่งฟันอดีตผู้ช่วยฯเอี่ยวค้ายา ย้ำ ปชน.ไม่ปกป้องคนทำผิด

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.54 น.

7 เมษายน 2569 นายกฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า จากกรณี อดีตคณะทำงานจังหวัดระยองของพรรคประชาชนและอดีตผู้ช่วยของผม ในสภาชุดที่ผ่านมา (ชุดที่ 26) ถูกจับกุมในคดีค้ายาเสพติด เมื่อคืนวานนี้ (6 เมษายน 2569) ตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น

ผมและพรรคประชาชนระยองเห็นว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวมีความร้ายแรงและเป็นคดีอาญาที่มีโทษสูง และเป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการอย่างเด็ดขาด พร้อมถึงขยายผลไปถึงตัวการใหญ่โดยเร็วที่สุด

โดยนิติภัทรได้ร่วมงานกับพรรคประชาชนจนถึงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา หลังจบการเลือกตั้งมีสถานะเป็นสมาชิกพรรค ไม่ได้มีตำแหน่งใดๆ ภายในพรรคประชาชน และปัจจุบันนายทะเบียนพรรคประชาชนกำลังดำเนินการขับบุคคลดังกล่าวออกจากการเป็นสมาชิกพรรคตามขั้นตอนแล้ว

ผมและพรรคประชาชนระยองขอโทษพี่น้องประชาชน และขอยืนยันนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนว่าเราไม่ยอมรับพฤติกรรมสีเทาทุกรูปแบบ หากบุคลากรในพรรค ไม่ว่าอยู่ในตำแหน่งใด ถูกกล่าวหาหรือมีมูลเหตุที่ส่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ผิดกฎหมาย พรรคพร้อมดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจัง โดยไม่ปกป้องหรือปกปิดการกระทำผิดอย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ นายกฤช ยังโพสต์ข้อความในคอมเมนต์อีกว่า นายนิติภัทร ออกจากทีมงานของผมไปตั้งแต่ พ.ย.2566 และไปทำงานในส่วนกลางของจังหวัด และเรื่องนี้พวกเราไม่มีใครทราบมาก่อนเลย

(ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ฉาว!!! อดีตผู้สมัคร ส.อบจ. ระยอง พรรคดัง ผันตัวค้ายานรก)