จบเทอมต้องแยก! นายกฯเผยเคลียร์ บวรศักดิ์ แล้ว หลังหลุดโผอนุทิน 2

จบเทอมต้องแยก! นายกฯเผยเคลียร์ บวรศักดิ์ แล้ว หลังหลุดโผอนุทิน 2

จบเทอมต้องแยก! นายกฯเผยเคลียร์ บวรศักดิ์ แล้ว หลังหลุดโผอนุทิน 2

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.32 น.

“นายกฯ”เผยเคลียร์”บวรศักดิ์”แล้ว หลังชื่อหลุดโผ”อนุทิน 2” แจง ครม.คนละชุด จบเทอมต้องแยก

24 มีนาคม 2569 ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ไม่มีชื่อ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้มีการพูดคุยกับนายบวรศักดิ์ แล้วหรือไม่ โดยนายกฯ ย้อนถามว่า “รู้ได้อย่างไร”

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ได้มีโอกาสคุยกับนายบวรศักดิ์ หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็คุยๆ กับท่านในฐานะที่ทำงานด้วยกัน ไม่มีอะไรหรอก ครม.มันเป็นเทอมๆ เพียงแต่ว่าเทอมนี้กับเทอมถัดไปดันมีนายกฯ คนเดียวกัน ก็ถือว่าเป็นคนละคณะ มันไม่ได้มีว่าใครอยู่ที่ไหนก็จะต้องต่อไป ต้องแยก ไม่มีอะไรหรอก และการตัดสินใจในการนำเสนอรายชื่อ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯ มันก็มีขั้นตอนที่คนที่เป็นนายกฯ ในฐานะผู้พิจารณา ต้องพิจารณาในทุกๆ ด้าน แต่มันไม่มีว่าชุดนี้แล้วจะยกไปชุดหน้า มันไม่เคยมีเรื่องแบบนี้มันคนละชุดกัน

เมื่อถามว่า ที่มีการเปลี่ยนชื่อจากนายบวรศักดิ์ มาเป็น นายปกรณ์ นิลพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้มาดูกฎหมายเหมือนที่นายบวรศักดิ์ ดูใช่หรือไม่ นายอนุทิน ไม่ตอบคำถามดังกล่าว โดยระบุเพียงว่า “ไปแล้ว” ก่อนขึ้นรถออกจากทำเนียบฯ ไปทันที

ศาลคดีทุจริต ภ.4 ชี้ไม่มีอำนาจรับวินิจฉัย กกต. ปมบาร์โค้ด ส่งปธ.ศาลอุทธรณ์ตัดสิน

ศาลคดีทุจริต ภ.4 ชี้ไม่มีอำนาจรับวินิจฉัย กกต. ปมบาร์โค้ด ส่งปธ.ศาลอุทธรณ์ตัดสิน

ศาลคดีทุจริต ภ.4 ชี้ไม่มีอำนาจรับวินิจฉัย กกต. ปมบาร์โค้ด ส่งปธ.ศาลอุทธรณ์ตัดสิน

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.29 น.

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 4 สั่งจำหน่ายคดี ‘วีระศักดิ์’ ฟ้อง 8 กกต. ปมละเมิดการลงคะแนนลับ  ฟ้องผิดศาล ส่งประธานศาลอุทธรณ์ชี้ขาดเขตอำนาจศาลรู้ผล 7 กรกฎาคมนี้

วันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค4  ศาลนัดฟังคำสั่งคดีหมายเลขดำ อท.41/2569ที่นายวีระศักดิ์ สายทอง ผู้สมัคร สส. เขต 10 ขอนแก่น พรรคประชาธิปัตย์ กับพวกรวม 2 คน ยื่นฟ้อง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง( ปธ.กกต.), และกรรมการการเลือกตั้งอีก 6คน ประกอบด้วยนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ นายฐิติเชฎฐ์ นุชนาฎ,นายชาย นครชัย ,นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ ,นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ , นายณรงค์ รักร้อย และนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. เป็นจำเลยที่ 1-8 ตามลำดับในฐานผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบและ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.

กรณีการเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์2569 ที่ผ่านมา ซึ่งบัตรเลือกตั้งมีการติด คิวอาร์โค้ด ทำให้ประชาชนจำนวนมากตั้งข้อสงสัยว่าอาจละเมิดหลัก “การลงคะแนนลับ” ตามกฎหมายเลือกตั้ง

ทั้งนี้ศาลตรวจคำฟ้องแล้วเห็นว่า เมื่อโจทก์ฟ้องให้ลงโทษจำเลยที่ 1 – 7 ในฐานความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 แต่ปรากฏตามฟ้องว่า จำเลยที่ 1 -7 เป็นกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 หมวด 12 องค์กรอิสระ ส่วนที่ 2 คณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐตามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 3 “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 3 “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” และพรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 4 “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” แต่เป็น “เจ้าพนักงานของรัฐ” จึงไม่ถือเป็นคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 3 “คดีทุจริตและประพฤติมิชอบ” ประกอบพ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 3 “คดีทุจริตและประพฤติมิชอบ” อันจะอยู่ในอำนาจของศาลนี้ที่จะพิจารณาพิพากษาตามมาตรา 7 แต่อยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามพรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 10

ศาลนี้จึงไม่มีอำนาจรับฟ้องโจทก์ในส่วนจำเลยที่ 1 -7ไว้พิจารณาพิพากษาตามพ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 3 วรรคสอง (1) และพรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 5 และเมื่อศาลนี้ไม่มีอำนาจรับฟ้องโจทก์ในส่วนจำเลยที่ 1-7 และโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 8 ร่วมกับจำเลยที่ 1-7 กระทำความผิด จึงเป็นกรณีตามพรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 10 (3) ที่ทำให้ศาลนี้ไม่มีอำนาจรับฟ้องโจทก์ในส่วนจำเลยที่ 8 ไว้พิจารณาพิพากษาเช่นกันแม้มาตรา 23 จะบัญญัติโดยไม่ให้ผู้เสียหายซึ่งเป็นราษฎรมีอำนาจยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ตาม แต่การที่จะตีความว่ากรรมการการเลือกตั้งเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาที่ผู้เสียหายสามารถฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ จะทำให้เกิดความแตกต่างของเขตอำนาจศาลโดยขึ้นอยู่กับว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ใด ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายที่ต้องการแยกเขตอำนาจศาลที่พิจารณาคดีอาญาทั่วไป ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกจากกัน โดยให้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นความผิดประเภทใดและจำเลยอยู่ในสถานะใด

นอกจากนี้ หากอัยการสูงสุดหรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. ฟ้องคดี ก็จะถือว่ากรรมการการเลือกตั้งเป็นเจ้าพนักงานของรัฐและเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา 

เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความผิด สามารถลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 แต่หากผู้เสียหายฟ้องคดี กรรมการการเลือกตั้งจะอยู่ในฐานะเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาเท่านั้น เนื่องจากไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามบทบัญญัติข้างต้น (เปรียบเทียบกับกรณีจำเลยเป็นเจ้าอาวาสซึ่งถือเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาแต่ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ) เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความผิด ย่อมสามารถลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาเท่านั้น ไม่อาจลงโทษตามพรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ได้ ทั้งที่เป็นการกระทำอย่างเดียวกันและโดยบุคคลที่มีสถานะ และใช้อำนาจเดียวกัน อีกทั้งผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระมักต้องใช้อำนาจที่มีผลกระทบทั่วราชอาณาจักร อาจทำให้ถูกฟ้องต่อศาลใดก็ได้ในราชอาณาจักร และอาจเกิดปัญหาเรื่องการฟ้องซ้ำระหว่างราษฎรด้วยกันในศาลชั้นต้น และระหว่างศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

กรณีมีปัญหาว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบหรือไม่ จึงมีคำสั่งให้เสนอปัญหาต่อประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยตามพ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 11 และรอการพิจารณาไว้ก่อน กรณีไม่แน่ว่าประธานศาลอุทธรณ์จะมีคำวินิจฉัยเมื่อใด จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความเป็นการชั่วคราว และให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่เมื่อประธานศาลอุทธรณ์ส่งคำวินิจฉัยกลับมา 

โดยในชั้นนี้เห็นควรนัดฟังคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์และคำสั่งชั้นตรวจฟ้องของศาลนี้ วันที่ 7 กรกฎาคมนี้ เวลา 9.00 น.

จุลพันธ์ ขอ สส. รักสามัคคีกัน ลั่นพร้อมพาเพื่อนกลับสภาฯ ให้ได้ 150 คนในสมัยหน้า

จุลพันธ์ ขอ สส. รักสามัคคีกัน ลั่นพร้อมพาเพื่อนกลับสภาฯ ให้ได้ 150 คนในสมัยหน้า

จุลพันธ์ ขอ สส. รักสามัคคีกัน ลั่นพร้อมพาเพื่อนกลับสภาฯ ให้ได้ 150 คนในสมัยหน้า

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.22 น.

จุลพันธ์ ประชุมสัมมนาเพื่อไทย ขอ สส. รักสามัคคีกัน พร้อมพาเพื่อนกลับสภาฯ ให้ได้ 150 คนในสมัยหน้า 

เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2569 ที่โรงแรมเอสซี พาร์ค พรรคเพื่อไทย จัดกิจกรรมโครงการเสริมศักยภาพ สส. และบุคลากรทางการเมือง อบรมสัมนา สส.พรรคเพื่อไทย โดยมีแกนนำพรรค และสส. ร่วมกิจกรรมตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา นำโดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รวมถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เดินทางร่วมกิจกรรมด้วย

ภายในงานมีการบรรยายพิเศษให้ความรู้เกี่ยวกับงานสภาผู้แทนราษฎร และนายจุลพันธ์ขึ้นบรรยายพิเศษหัวข้อ “ความคาดหวังของประชาชนต่อพรรคการเมือง”

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตนอยากให้ทุกท่าน โดยเฉพาะ สส. ใหม่ เริ่มคิดถึงเส้นทางการเมืองว่าจะก้าวไปทางไหน เติบโตไป ณ จุดใด เติบโตไปเป็นกรรมาธิการอะไร แล้วจะไปเป็นรัฐมนตรีจุดไหน หรืออยู่ในเส้นทางของสภา ทั้งหมดสามารถเลือกได้ และสามารถสร้างขึ้นมาได้ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นประโยชน์กับทุกคน ในวันนี้จะมีการอบรมทั้งเช้าและบ่าย ส่วนช่วงเย็นจะเป็นการประชุมตามปกติ มีการพูดคุยในเรื่องที่ค้างคาที่มีการเสนอในการประชุม โดยเฉพาะเรื่องของคุณสมบัติการเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ทั้งวิธีการสรรหา และการจัดสรรตำแหน่ง 

“ในช่วงบ่ายนี้เป็นกิจกรรมที่ละลายพฤติกรรม เพื่อให้พวกเรามีความรักความสามัคคีกัน เพราะอีก 4 ปีข้างหน้า 74 คนของเรา คงต้องทำงานกันอย่างเข้มแข็ง และมีความสามัคคีเพื่อที่จะขับเคลื่อนพรรค และหวังว่าครั้งถัดไป จาก 74 คน จะได้เป็น 150 คน เป็นสิ่งที่พวกเราตั้งหวัง และพาเพื่อนของพวกเรากลับมาสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง“ นายจุลพันธ์ กล่าว 

สำหรับช่วงบ่ายมีกิจกรรมละลายพฤติกรรมระหว่าง สส. เพื่อให้ สส.ทุกคนได้มีส่วนร่วมและใกล้ชิดกันมากขึ้น มีสส.พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมกิจกรรมพร้อมเพรียง 

พรรคส้ม โนคอมเมนต์ โผ ครม. ยันเตรียมขุนพลชำแหละนโยบายรัฐบาลแล้ว

พรรคส้ม โนคอมเมนต์ โผ ครม. ยันเตรียมขุนพลชำแหละนโยบายรัฐบาลแล้ว

พรรคส้ม โนคอมเมนต์ โผ ครม. ยันเตรียมขุนพลชำแหละนโยบายรัฐบาลแล้ว

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.10 น.

’พรรคส้ม‘ โนคอมเมนต์ ‘โผ ครม.’ รอให้นิ่งก่อน ยันเตรียมพร้อมขุนพลชำแหละนโยบายรัฐบาล เป็นโอกาสตรวจการบ้านรัฐบาลใหม่

วันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ออกมาล่าสุด โดยกล่าวเพียงว่า ยังมีความไม่ชัดเจน ดังนั้นจะรอให้ชัดเจนก่อน ส่วนที่รัฐบาลใหม่เตรียมแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ในวันที่ 7 เม.ย. นี้ นั้น เป็นโอกาสที่ดีที่พรรคการเมืองจะตรวจการบ้านของรัฐบาล ว่าจะเป็นไปตามที่ได้หาเสียงและแถลงไว้กับประชาชนหรือไม่  รวมถึงจะเป็นนโยบายที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือใช้เวลาในการแก้ปัญหาในระยะ 4 ปี  วันนี้ที่ประชุมพรรคฝ่ายค้าน ได้พูดคุยเบื้องต้นแล้ว แต่ต้องขอดูรายละเอียดอีกครั้ง จึงจะแสดงความเห็นในตัวนโยบายได้

“ขณะนี้พรรคประชาชนให้ สส. เสนอตัวว่าจะอภิปรายในประเด็นใด ด้านใดบ้าง ยืนยันว่าพรรคประชาชนจะตรวจสอบรัฐบาลในทุกมิติ” นายพริษฐ์ กล่าว 

ส่งร่างแรงงานไทยดับในอิสราเอลถึงไทยเช้า 26 มี.ค. ส่วน 4 คนไทยจากอิหร่านกลับถึง 25 มี.ค.

ส่งร่างแรงงานไทยดับในอิสราเอลถึงไทยเช้า 26 มี.ค. ส่วน 4 คนไทยจากอิหร่านกลับถึง 25 มี.ค.

ส่งร่างแรงงานไทยดับในอิสราเอลถึงไทยเช้า 26 มี.ค. ส่วน 4 คนไทยจากอิหร่านกลับถึง 25 มี.ค.

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.50 น.

ศบก. เผย แรงงานไทยในฟาร์มกุ้ง 4 คน เดินทางถึงไทย 25 มี.ค. ขณะที่ร่างคนไทยที่เสียชีวิต กลับถึงไทย เช้า 26 มี.ค.นี้ แจง “สีหศักดิ์” ต่อสาย รมว.ซาอุฯ หวังยุติความขัดแย้ง

เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงว่า สำหรับสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยรวมยังมีความเป็นตึงเครียด โดยมีการโจมตีตอบโต้ระหว่างคู่ขัดแย้งหลัก และยังคงโจมตีประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) ซึ่งส่วนใหญ่ยังสามารถสกัดกั้นไว้ได้

นายปาณิดล กล่าวว่า ทั้งนี้เมื่อช่วงเย็นของเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ตามเวลาประเทศไทย นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้หารือกันอย่างมีผลในทางที่ดี เกี่ยวกับการยุติความเป็นปฏิปักษ์ต่อกันในตะวันออกกลาง โดยฝ่ายสหรัฐฯ ได้สั่งการให้ชะลอการโจมตีโครงสร้างพลังงานของอิหร่านเป็นระยะเวลา 5 วัน อย่างไรก็ดีมีรายงานปฏิเสธการหารือดังกล่าว และยังคงมีการแลกเปลี่ยนการโจมตีในภูมิภาคหลังจากนั้น ซึ่งเราคงต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป เนื่องจากสถานการณ์โดยรวม ยังมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศ จึงขอย้ำให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมติดตามข่าวสารและคำแนะนำอย่างใกล้ชิด และลงทะเบียนกับสถานทูตที่รับผิดชอบ

นายปาณิดล กล่าวว่า ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล กำลังประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสายการบิน เพื่อดำเนินการส่งร่างแรงงงานที่เสียชีวิต โดยจะเดินทางประเทศไทยในช่วงเช้าวันที่ 26 มี.ค.นี้ ส่วนอิหร่านและตุรกีตามที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา และกรมการกงสุล ได้ประสานการอพยพแรงงานไทยในฟาร์มกุ้ง 4 ราย ออกจากเมืองบันดาอับบาส เมืองชายฝั่งตอนใต้ของอิหร่าน โดยทั้ง 4 รายได้เดินทางข้ามไปยังตุรกีโดยสวัสดิภาพแล้วและมีกำหนดเดินทางกลับถึงประเทศไทย ในช่วงเช้าของวันที่ 25 มี.ค. นอกจากนี้ยังมีนักศึกษาไทย 7 ราย และแรงงานฟาร์มกุ้งอีก 1 ราย รวม 8 ราย ซึ่งจะเดินทางทางบกจากอิหร่านไปยังตุรกีในวันที่ 25 มี.ค. 

นายปาณิดล กล่าวว่า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและฝ่ายไทย ได้ขอความร่วมมือกับประเทศและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับความปลอดภัยของการเดินเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซนั้น ล่าสุดมีเรือพาณิชย์ของไทยบางส่วน สามารถเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างปลอดภัยแล้ว ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศจะยังคงให้ความสำคัญกับการเดินเรือพาณิชย์อย่างปลอดภัยต่อไป

นายปาณิดล กล่าวว่า ช่วงค่ำเมื่อวันที่ 23 มี.ค. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อขอบคุณที่อำนวยความสะดวกให้คนไทยจากประเทศในภูมิภาค สามารถเดินทางกลับประเทศไทยผ่านทางซาอุดีอาระเบีย ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยแสดงจุดยืนร่วมกันที่หวังจะเห็นความขัดแย้งยุติโดยเร็ว ผ่านการดำเนินการทางการทูต และการเคารพต่อกฎบัตรสหประชาชาติ 

นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับคนไทยที่ยังอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าให้ติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการ เพื่อประเมินความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการโดยเคร่งครัด นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือให้ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยในตะวันออกกลางมายังประเทศไทย หรือประเทศที่สามรวมทั้งสิ้น 1,483 คน โดยรัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย

สว.ปฏิมา แจงปม ปลูกผัก เลี้ยงไก่ แค่ทางออกวิกฤต ไร้เจตนาดูหมิ่น

สว.ปฏิมา แจงปม ปลูกผัก เลี้ยงไก่ แค่ทางออกวิกฤต ไร้เจตนาดูหมิ่น

สว.ปฏิมา แจงปม ปลูกผัก เลี้ยงไก่ แค่ทางออกวิกฤต ไร้เจตนาดูหมิ่น

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.44 น.

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. นายปฏิมา จีระแพทย์ สว. แถลงถึงกรณีที่ได้อภิปรายในวาระเร่งด่วน เรื่องขอให้วุฒิสภาพิจารณาปัญหาผลกระทบต่อประเทศไทยจากกรณีการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยแนะให้ประชาชนปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ท่ามกลางวิกฤตพลังงาน จนต่อมาเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก โดยนายปฏิมา กล่าวว่า เจตนาของตนที่พูดออกไป เพื่อให้ประชาชนตระหนักว่าหากเกิดวิกฤตจริง ๆ จะรับมืออย่างไร และหากทุกคนจำช่วงโควิด-19 ได้ ที่ทุกคนไม่สามารถออกไปซื้ออาหาร แม้จะมีน้ำมัน คนเมืองที่อยู่คอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ มีความลำบากกันหมด แต่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัด แม้จะมีที่ดินไม่มากก็สามารถปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ดำรงชีวิตอยู่ได้ โดยไม่มีปัญหา นั่นคือเจตนารมณ์ของตนในการอภิปราย เพราะเห็นว่าเวลานี้ที่เรามีปัญหาเรื่องพลังงาน ส่งผลทำให้เกิดปัญหาเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้นตามมา เราจึงจำเป็นต้องหาทางออก เพื่อช่วยเหลือตัวเอง

นายปฏิมา กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนสามารถให้คำแนะนำหรือสอนได้ เพราะตนก็ปลูกผักในกล่องโฟมบนดาดฟ้า 5 กล่อง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะรับประทานแต่ผักเพียงอย่างเดียว อย่างน้อยก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายไม่ต้องไปซื้อผักได้ นี่คือทางออกที่ตนอยากเอาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาย้ำอีกครั้ง ว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องเอาตัวรอด เพราะเศรษฐกิจพอเพียงช่วยเราได้ ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ทุกคนเข้าใจในทางลบ แต่ตนเห็นว่าเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเป็นทางออกให้กับประชาชน หากเกิดเหตุไม่คาดคิด จนทำให้เราอยู่อย่างลำบาก หากไม่มีน้ำมัน ไม่มีไฟฟ้า แต่ยังมีสงครามอยู่

ปฏิมา จีระแพทย์
ปฏิมา จีระแพทย์
ปฏิมา จีระแพทย์
ปฏิมา จีระแพทย์

ทบ. รับ ทหารกัมพูชา ประชิด ปราสาทตาควาย แต่อยู่ในระดับไม่น่ากังวล ย้ำไทยไม่ประมาท

ทบ. รับ ทหารกัมพูชา ประชิด ปราสาทตาควาย แต่อยู่ในระดับไม่น่ากังวล ย้ำไทยไม่ประมาท

ทบ. รับ ทหารกัมพูชา ประชิด ปราสาทตาควาย แต่อยู่ในระดับไม่น่ากังวล ย้ำไทยไม่ประมาท

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.38 น.

”โฆษก ทบ.“ รับทหาร ”กัมพูชา“ ประชิด ”ปราสาทตาควาย“ แต่อยู่ในระดับไม่น่ากังวล ยอมรับกระแสข่าวปะทะรอบ 3 ”เจ้ากรมข่าว“ เป็นเรื่องจริง ยันไทยไม่ประมาท เตรียมพร้อมกำลังพล และอาวุธเช่นกัน 

วันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่ฐานปฎิบัติการบ้านแม่โกนเกน จ.ตาก พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีทหารกัมพูชาวางกำลังประชิดชายแดน บริเวณปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ว่า พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 ยังมีการวางกำลังประชิดชายแดนกัน แต่ไม่ได้ประชิดมาก เหมือนห้วงที่ผ่านมา เนื่องจากหลายพื้นที่มีการเปลี่ยนแนว ซึ่งทหารกัมพูชาก็จะหาพื้นที่ที่เหมาะสม หลังจะต้องถอยร่นออกจากชายแดนไทยไป เนื่องจากหลายพื้นที่ขณะนี้อยู่ในความควบคุมของฝ่ายไทย แต่ยอมรับว่า บางพื้นที่มีการขยับเข้ามาใกล้ แต่ไม่ได้เลยแนวเส้นสมมุติฐาน หรือเส้นปฏิบัติการที่ฝ่ายไทยยึดถืออยู่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล ในขณะที่การปฏิบัติการของกองทัพภาคที่ 2 ก็ยังคงเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่มีการใช้อาวุธ เช่น การเฝ้าระวัง ลาดตระเวน, ตรวจพื้นที่, การปรับปรุงฐานที่มั่นที่ กรณีเกิดเหตุไม่คาดคิด ก็สามารถที่จะปฏิบัติงานได้ รวมถึงการเดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิด 

พล.ต. วินธัย กล่าวอีกว่า ทั้ง 2 ประเทศ จะต้องยึดถือข้อตกลงที่ได้ลงนามร่วมกันไปหลังหยุดยิง ซึ่งฝ่ายไทยมีความเคร่งครัด และปฏิบัติตามเงื่อนไขการหยุดยิง ส่วนกัมพูชาก็จะมีอยู่บ้างตามที่เป็นภาพข่าว ที่มีการยั่วยุ, การขยับเข้าใกล้ฐานปฏิบัติการฝ่ายไทย และการประทะด้วยวาจา หรือเรื่องวินัย ส่งผลให้อาวุธบางอย่างตกมายังฝ่ายไทย ซึ่งหน่วยในพื้นที่มีมาตรการ และวิธีในการดำเนินการ ซึ่งข้อมูลทางด้านการข่าวยังไม่ส่งผลเรื่องความน่ากังวล อย่างไรก็ตามฝ่ายไทยคงประมาทไม่ได้ ต้องเข้มข้นในการทำหน้าที่เช่นเดิม 

ส่วนกรณีที่เจ้ากรมข่าวทหารบก ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปะทะรอบที่ 3 นั้น พล.ต. วินธัย กล่าวว่า ข้อมูลทางด้านการข่าว ทหารฝั่งกัมพูชายังคงการเคลื่อนไหว ก็จะเห็นสัญญาณบางอย่าง แต่ยังไม่อยู่ในระดับที่น่ากังวล แต่ข้อมูลที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตก็อาจเกิดขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงนี้ ส่วนในอนาคตก็ต้องมีการประเมินเป็นห้วงเวลา 

ขณะที่กรณีที่ทหารกัมพูชามีการสะสมอาวุธนั้น พล.ต. วินธัย ระบุว่า ฝ่ายไทยมีการเตรียมการมาก่อนแล้ว ซึ่งถือเป็นงานหลักของฝ่ายความมั่นคง เพราะเรามีหลักเกณฑ์ในการประเมิน ทั้งเรื่องการสะสมอาวุธของฝั่งกัมพูชาก็ถือว่า เรามีข้อมูล ซึ่งเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ 

ส่วนในปีหน้ากัมพูชาจะมีการเลือกตั้ง จะเป็นไปได้หรือไม่งานที่จะมีการสร้างสถานการณ์ เพื่อหวังคะแนน พล.ต วินธัย กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ทั้งหมด แต่ความชัดเจนในเรื่องของการใช้กำลังอาจจะต้องใช้องค์ประกอบอื่นเพิ่มเติม

พล.ต. วินธัย ยังยืนยันว่า การถอนกำลัง หรือการปรับกำลังของฝ่ายไทยไม่ได้มีผลกระทบ 

น้ำมันไทยมีพอ ก.พลังงานชี้ปัญหาอยู่ที่ ขนส่ง กองทุนฯ ยังรับไหว

น้ำมันไทยมีพอ ก.พลังงานชี้ปัญหาอยู่ที่ ขนส่ง กองทุนฯ ยังรับไหว

น้ำมันไทยมีพอ ก.พลังงานชี้ปัญหาอยู่ที่ ขนส่ง กองทุนฯ ยังรับไหว

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.33 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กล่าวถึงภาพรวมราคาน้ำมันว่า สถานการณ์น้ำมันโลกค่อนข้างผันผวนจาก 90 กว่าเหรียญสหรัฐฯ มาจนถึง 200 กว่าเหรียญสหรัฐฯ และ เมื่อวานนี้ก็ขึ้นมาอีก 4 เหรียญสหรัฐฯ ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศไทยจำเป็นจะต้องปรับตัวสูงขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุน แต่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงดูแลอยู่ เพื่อให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศอยู่ในราคาที่เหมาะสม 

เมื่อถามว่า จะตรึงราคาน้ำมันไปถึงเมื่อใด นายพรชัย กล่าวว่า ต้องขอดูสถานการณ์น้ำมันในตลาดโลกก่อน ว่าจะเพิ่มขึ้นไปอีกเท่าใด เพราะหากเพิ่มขึ้นราคาจะต้องผันผวนไปตามราคาตลาดโลก แต่หากราคาตลาดโลกยังนิ่ง เราก็ยังคงช่วยเหลือได้อยู่ และยังไม่มีการปรับ พร้อมยกตัวอย่างสมัยความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่ราคาน้ำมันดีเซลในไทยขึ้นไปถึง 35 บาทต่อลิตร แต่ก็ยังคงช่วยเหลือได้ หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ ปรับตัวลง

น้ำมัน

แฟ้มภาพ

เมื่อถามว่า มีการคาดการณ์เพดานของราคาน้ำมันไว้ที่เท่าใด นายพรชัย กล่าวว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้มีการจัดทำแผนคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว โดยจะ นำความผันผวนของแต่ละวันมาตั้งไว้ประกอบกับเงินสภาพคล่องในแต่ละวัน ว่าเราสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้เท่าใด ก่อนจะนำเสนอคณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อไป โดยจะมีการพิจารณาเป็นรายวัน ว่าช่วยเหลือต่อได้หรือไม่

กกพ. ยัน ไฟฟ้าเพียงพอ มีเชื้อเพลิงใช้ 3 เดือน แม้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ

กกพ. ยัน ไฟฟ้าเพียงพอ มีเชื้อเพลิงใช้ 3 เดือน แม้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ

กกพ. ยัน ไฟฟ้าเพียงพอ มีเชื้อเพลิงใช้ 3 เดือน แม้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.23 น.

วันที่ 24 มี.ค. เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน นายพูลพัฒน์ สีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับจัดการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน แถลงว่า กกพ.ได้กำกับค่าไฟให้สะท้อนกับต้นทุนจริง โดยใช้ราคาบริหารที่เกิดความสมดุล ระหว่างผู้ใช้ไฟฟ้ากับผู้ประกอบการ เพื่อให้ระบบพลังงานของประเทศมีเสรีภาพเพื่อความยั่งยืน

นายพูลพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยในปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่า ระบบพลังงานของไทยยังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก โดยมีบทบาทสำคัญในการผลิตไฟฟ้าถึง 56% ซึ่งจะเห็นได้ว่า การจัดหาแหล่งก๊าซธรรมชาติที่แบ่งเป็น 3 แหล่งสำคัญคือ 1.อ่าวไทย 50% 2.ก๊าซจากตะวันตกที่นำเข้าทางท่อจากเมียนมา 10% 3.ก๊าซ LNG ที่นำเข้ามา 40% ดังนั้น LNG จึงมีความสำคัญต่อระบบพลังงานไทย ซึ่งกกพ.ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ให้กำกับการหา LNG ให้เพียงพอต่อการใช้ในประเทศ โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้า 

กกพ.

นายพูลพัฒน์ กล่าวต่อว่า กกพ.ได้เตรียมจัดหา LNG ล่วงหน้า ในช่วงที่เกิดวิกฤติให้ได้อย่างน้อย 3 เดือน รวมถึงทบทวนแผนจัดหา LNG อย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ ซึ่ง กกพ.ได้ประเมินความเสี่ยงไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว โดยกำหนดมาตรการรองรับ พร้อมกำชับให้ผู้จัดหานำเข้า LNG หรือชิปเปอร์ ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้ปรับเพิ่มเรือที่ใช้นำเข้า LNG 3 ลำเรือ ในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ษ.

นายพูลพัฒน์ กล่าวว่า ปริมาณ LNG คงคลังยังอยู่ในระดับสูง และเพียงพอสำหรับรองรับ ความต้องการในประเทศได้ ทั้งนี้ กกพ.เน้นยํ้าว่าการจัดหา LNG ทุกครั้ง ต้องมีการแข่งขันราคาตามระเบียบของ กกพ. เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และสะท้อนถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้ไฟฟ้า

กกพ.

นายพูลพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์พลังงานโลกในปัจจุบัน ที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ส่งผลในเรื่องของปริมาณและราคา LNG ในตลาดโลก โดยในช่วงเดือน เม.ษ.-พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อนของประเทศไทย มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงเป็นประจำทุกปี จึงต้องมีการบริหารจัดการอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม แหล่ง LNG ไม่ได้กระจุกตัวแค่ในตะวันออกกลาง ดังนั้นประเทศไทยยังสามารถจัดหา LNG จากแหล่งอื่นมาทดแทนได้ 

“ยืนยันว่า ปัจจุบันยังไม่มีความเสี่ยงในเรื่องการขาดแคลนเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้า และระบบไฟฟ้าของไทยยังมีความมั่นคง” นายพูลพัฒน์ กล่าว

กกพ.

นายพูลพัฒน์ กล่าวว่า ราคาก๊าซในตลาดโลก มีความผันผวนสูงมาก และมีการปรับตัวขึ้นอย่างนัยยะสำคัญตามสถานการณ์โลก ซึ่งไม่ใช่ปัญหาการขาดแคนเชื้อเพลิง แต่เป็นปัญหาเรื่องการจัดการราคา LNG ที่ปรับตัวตามกลไกตลาดโลก ดังนั้น ผลกระทบที่เกิดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เกิดปัญหาการขนส่งก๊าซจากประเทศกาตาร์ ที่ไทยนําเข้ามาเป็น 15 % ของปริมาณนำเข้าหมด แต่เรายังสามารถจัดหาได้จากตลาด spott market 

นายพูลพัฒน์ กล่าวว่า ยืนยันว่า กกพ.ได้ติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด และจะดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อระบบไฟฟ้าไทย ซึ่งแนวทางการบริหารขณะนี้ กกพ.ได้ร่วมมือกับ กฟผ. และผู้จัดหาเชื้อเพลิง เพื่อจัดการทั้งระบบ โดยกระจายแหล่งจัดหาก๊าซ LNG ไปยังแหล่งอื่นที่มีความปลอดภัยจากความเสี่ยงในตะวันออกกลาง และสร้างหลักประกันว่า ราคาที่ซื้อจะเหมาะสมและเป็นธรรม

กกพ.

นายพูลพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนการจัดการระบบไฟฟ้า ได้เร่งให้เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน พลังงานน้ำ และเพิ่มการใช้ก๊าซจากอ่าวไทย ทำให้ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ช่วยลดการนำเข้า LNG ได้ 70% ของหนึ่งลำเรือ สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้าไทย ที่สามารถบริหารจัดการเชื้อเพลิงในยามวิกฤติได้ ดังนั้น ยืนยันว่า ระบบไฟฟ้าของไทยจะมีเชื้อเพลิงใช้อย่างเพียงพอ และไม่มีความเสี่ยงที่จะขาดแคลนในระยะสั้น 

กกพ.

วิปฝ่ายค้าน ประชุมนัดแรก ไม่เป็นทางการ เตรียมตั้งญัตติด่วน หารือวิกฤตพลังงาน

วิปฝ่ายค้าน ประชุมนัดแรก ไม่เป็นทางการ เตรียมตั้งญัตติด่วน หารือวิกฤตพลังงาน

วิปฝ่ายค้าน ประชุมนัดแรก ไม่เป็นทางการ เตรียมตั้งญัตติด่วน หารือวิกฤตพลังงาน

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.08 น.

ไม่เป็นทางการ! ‘ประชุมฝ่ายค้านนัดแรก’ จ่อตั้งญัตติด่วน หารือวิกฤติพลังงาน “พริษฐ์” บอกประสาน ภท. แล้ว ไม่กังวลถูกปิดประชุมก่อน พร้อมเตรียมสส.อภิปรายวางประเด็นสถานการณ์พลังงาน-การปรับขึ้นราคาน้ำมัน 

วันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) อย่างไม่เป็นทางการ นัดแรก โดยมีตัวแทน 5 พรรคการเมืองเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย พรรคประชาชน นำโดย นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษก พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค นายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง รวมถึงนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี และตัวแทนจากพรรคเสรีรวมไทย 

โดยนายพริษฐ์ แจ้งต่อที่ประชุมว่า วันนี้ถือเป็นการประชุมอย่างไม่เป็นทางการของฝ่ายค้าน ซึ่งมี 5 พรรคการเมืองไม่ได้โหวตเห็นชอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี โดยการประชุมไม่เป็นทางการ จะประชุมจนกว่าจะมีการตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.)เสร็จสิ้น และมีการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จึงจะสามารถประธานวิปฝ่ายค้านได้ แต่ระหว่างนี้อยากให้มีการประชุมอย่างไม่เป็นทางการลักษณะนี้ เพื่อหารือวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นประจำทุกสัปดาห์ไปก่อน 

จากนั้น เวลา 11.00 น. นายพริษฐ์ แถลงผลการประชุมว่า 5 พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นตรงกันที่จะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาต่อที่ประชุม ในวันที่ 25 มี.ค. เพื่อให้สส.มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลถึงวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เบื้องต้นได้ประสานกับนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทยไว้แล้ว ซึ่งเชื่อว่าจะได้พิจารณาญัตติดังกล่าว โดยไม่กังวลว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ จะไม่ให้พิจารณา เหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมาที่พบว่ามีการปิดประชุมไปก่อน ทั้งนี้ในส่วนของพรรคประชาชนได้เตรียมสส.ที่จะอภิปรายในญัตติดังกล่าวไว้แล้ว และเตรียมประเด็นที่จะอภิปราย อาทิ สถานการณ์น้ำมันของโลก และในประเทศ ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน การตรีงราคา รวมถึงการปรับเพดานราคาน้ำมันภายในประเทศ ที่ตนมองว่ารัฐบาลควรมีนโยบายหรือมีมาตรการที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้มีกระทบกับเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มอาชีพที่ใช้น้ำมัน และกลุ่มขนส่ง เป็นต้น

“ในปัญหาวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้น ผมมองว่าหากรัฐบาลบริหารด้วยความโปร่งใสไม่จำเป็นต้องกลัวการตอบคำถามของพรรคฝ่ายค้าน กระดุมเม็ดแรกที่ย้ำมาตลอดคือ พูดความจริงกับประชาชน เพราะเห็นว่ามีหลายกรณีที่คำพูดของนายกฯ สวนทางกับความจริง เช่น สาเหตุที่น้ำมันขาดแคลนเพราะประชาชนเติมมากขึ้น แต่ข้อเท็จจริงพบว่านอกจากประเด็นดังกล่าวยังมีการส่งน้ำมันให้ปั๊มน้อยลง หรือกรณีไม่มีไอ้โม่งกักตุน แต่ข้อเท็จจริงพบการกักตุนน้ำมันจำนวนมากที่จ.อ่างทอง และพบการขายเกินราคา” นายพริษฐ์ กล่าว 

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นพรรคฝ่ายค้านเตรียมเสนอประธานสภาฯ พิจารณากำนดการประชุมสภาฯ ในวันที่ 26 มี.ค. เพราะไม่มีเหตุผลใดที่สัปดาห์นี้จะนัดประชุมสภาฯ เพียงวันเดียว อีกทั้งขณะนี้ประเทศมีหลายปัญหาที่สภาฯ ควรเป็นพื้นที่ช่วยหาทางออก ซึ่งหากประธานสภาฯ เปลี่ยนใจสามารถเปิดประชุมในวันดังกล่าวได้ 

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่าผลการประชุมยังได้เห็นร่วมกันว่า ในการประชุมสภาฯ สัปดาห์หน้านั้น จะขอตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.)  วิสามัญ จำนวน 4 ชุด ประกอบด้วย กมธ. วิสามัญเพื่อศึกษาการรับมือผลกระทบสงครามอิหร่าน-สหรัฐอเมริกา  กมธ.วิสามัญเกี่ยวกับปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรร กมธ.วิสามัญชดเชยเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เช่น กรณีน้ำท่วมที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ กมธ.วิสามัญศึกษากำกับการใช้กัญชา โดยญัตติดังกล่าวได้ยื่นไว้ทั้งหมดแล้ว รวมถึงจะหารือถึงการให้ที่ประชุมพิจารณาวาระกระทู้ แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา แต่อยากให้ครม.รักษาการได้ตอบในปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นจะหารือเพื่อขอให้เพิ่มวันประชุมสภาฯ ในวันศุกร์ จำนวน 1-2 ครั้งต่อเดือน เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายที่เสนอโดย สส. หรือ ภาคประชาชนที่ค้างอยู่