ทบ.รับมอบยานเกราะสไตรเกอร์ติดอาวุธ 17 คัน จากสหรัฐฯ ย้ำพันธไมตรี

ทบ.รับมอบยานเกราะสไตรเกอร์ติดอาวุธ 17 คัน จากสหรัฐฯ ย้ำพันธไมตรี

ทบ.รับมอบยานเกราะสไตรเกอร์ติดอาวุธ 17 คัน จากสหรัฐฯ ย้ำพันธไมตรี

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.21 น.

ทบ.รับมอบยานเกราะสไตรเกอร์ติดอาวุธ 17 คัน จากสหรัฐฯ อเมริกา โดยกองทัพสหรัฐฯ ย้ำ เป็นการแสดงออกถึงความไว้ใจ และความเชื่อมั่นต่อพันธมิตรของสหรัฐฯ รวมทั้งเสริมความมั่นคงในภูมิภาค

วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์การบินทหารบก จังหวัดลพบุรี พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (บก.ทบ.) นายฌอน เค โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย และพลโท โจเอล วาว์เวิล รองผู้บัญชาการกองทัพบกสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นแปซิฟิก (USARPAC) เข้าร่วมพิธีปิดการฝึกหนุมานการ์เดียน ประจำปี 2569 โดยโอกาสนี้ กองทัพบกสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นแปซิฟิก ได้ประกาศการส่งมอบยานเกราะสไตรเกอร์ติดอาวุธ 17 คัน ให้แก่กองทัพบกไทย ภายใต้โครงการ Excess Defense Articles (EDA) ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญในความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศระหว่างสหรัฐฯ กับไทย ช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติการของกรมยานเกราะสไตรเกอร์ (กรมทหารราบที่ 111) ให้มีความทันสมัย ทั้งภารกิจการฝึกและการปฏิบัติการ โดยที่ผ่านมา หน่วยทหารบกของสหรัฐฯ ได้ใช้งานและซ่อมบำรุงยานเกราะเหล่านี้เป็นอย่างดี 
     
โดย พล.อ.โรนัลด์  คลาร์ก ผู้บัญชาการ USARPAC ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญด้านยุทธศาสตร์ของพันธไมตรีระหว่างสหรัฐฯ กับไทย ว่าพันธไมตรีสหรัฐฯ – ไทย เป็นสิ่งสำคัญของเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค และการส่งมอบสไตรเกอร์นี้เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นแน่วแน่ของเราต่อพันธมิตรและหุ้นส่วนของเรา เพราะนี่ไม่ใช่เพียงแค่อุปกรณ์ แต่คือการกระชับความสัมพันธ์ สร้างความไว้วางใจ และเสริมสร้างขีดความสามารถ ซึ่งจะป้องปรามการรุกราน และรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นใหม่ เมื่อกองทัพไทยได้รับการเสริมสร้างขีดความสามารถและทันสมัยมากยิ่งขึ้น เราไม่เพียงแต่ปรับปรุงความพร้อมรับมือเท่านั้น แต่เรายังเสริมสร้างความสามารถร่วมกันของชาติของเราเพื่อให้ความสำคัญกับความเป็นหุ้นส่วน เคารพอธิปไตย และธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ

ขณะที่ นายฌอน เค. โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ได้กล่าวถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการส่งมอบนี้ ว่าจะเป็นการช่วยให้ยานสไตรเกอร์มีความพร้อมใช้งานในระยะยาว และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่สำคัญให้กับทั้งสองประเทศ นั่นคือการสร้างงานและพัฒนาขีดความสามารถทางทหารและพาณิชย์ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศของเราทั้งสอง การลงทุนนี้จะทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านการซ่อมบำรุงและนวัตกรรมด้านการป้องกันประเทศ ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นโอกาสใหม่ ๆ สำหรับบริษัทสหรัฐฯ ในการร่วมมือกับหุ้นส่วนไทย นี่คือตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ
     
ทั้งนี้ การฝึกหนุมานการ์เดียน ประจำปี 2569 เป็นการฝึกร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับไทย และเป็นหัวใจสำคัญของการร่วมมือทางทหารระดับทวิภาคี การฝึกในปีนี้ประกอบไปด้วยกิจกรรมการฝึกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การฝึกกระสุนจริงไปจนถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมซึ่งก่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกำลังพลสหรัฐฯ และไทย การประกาศการส่งมอบสไตรเกอร์ในพิธีปิดนี้เน้นย้ำความสำเร็จร่วมกัน ตลอดจนเป้าประสงค์ในอนาคตของกองทัพของทั้งสองประเทศ

อนุทิน เตรียมลุยโคราช เปิดงาน 200 ปี วันแห่งชัยชนะท้าวสุรนารี แสงสีเสียงยิ่งใหญ่

อนุทิน เตรียมลุยโคราช เปิดงาน 200 ปี วันแห่งชัยชนะท้าวสุรนารี แสงสีเสียงยิ่งใหญ่

อนุทิน เตรียมลุยโคราช เปิดงาน 200 ปี วันแห่งชัยชนะท้าวสุรนารี แสงสีเสียงยิ่งใหญ่

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.04 น.

นายกฯ อนุทิน​ เตรียมลุยโคราชเปิดงาน​ วันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี​ ครบรอบ​ 200​ ปี​ วันที่​ 23 มีนาคม 2569​ ร่วมสดุดีวีรกรรมเชิดชูเกียรติยศวีรสตรีไทย

วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดลงพื้นที่​จังหวัดนครราชสีมา​ เพื่อเปิดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี​ ประจำปี 2569 ในวันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง​ จ.นครราชสีมา โดยมี​ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา​ ข้าราชการ​ เจ้าหน้าที่และประชาชนร่วมงาน

ในการนี้​ นายกรัฐมนตรี​ เฝ้ารับเสด็จ​ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่จะเสด็จร่วมทอดพระเนตรกิจกรรมภายในงานด้วย

สำหรับงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี หรือที่คนทั่วไปเรียกว่างานย่าโม เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดนครราชสีมา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน ของทุกปี ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีและสนามหน้าศาลากลางจังหวัด เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของท่านท้าวสุรนารี ที่กอบกู้เมืองโคราชจากกองทัพเวียงจันทน์ได้สำเร็จเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2369  โดยปีนี้จัดภายใต้แนวคิด “200 ปี วีรกรรมก้องหล้า ศรัทธาไม่เสื่อมคลาย”

กิจกรรมภายในงาน​จะมีขบวนสักการะ​ และการรําบวงสรวงท้าวสุรนารี​ พิธีเปลี่ยนผ้าสไบ​ห่มอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ซึ่งมีการเปลี่ยนใหม่เป็นประจำทุกปี​ และการแสดงแสง สี เสียง ประวัติศาสตร์ และโดรนโชว์แปรอักษร​ และตลาดของใช้ท้องถิ่น ซึ่งงานนี้ไม่เพียงแต่เชิดชูเกียรติยศความกล้าหาญของย่าโม แต่ยังเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมาอีกด้วย

พิพัฒน์ เผย นายกฯ เซ็นตั้งชุด ฉก.ไล่ตรวจสอบปั๊มน้ำมัน กักตุน-ขายเกินราคา ทั่วไทย

พิพัฒน์ เผย นายกฯ เซ็นตั้งชุด ฉก.ไล่ตรวจสอบปั๊มน้ำมัน กักตุน-ขายเกินราคา ทั่วไทย

พิพัฒน์ เผย นายกฯ เซ็นตั้งชุด ฉก.ไล่ตรวจสอบปั๊มน้ำมัน กักตุน-ขายเกินราคา ทั่วไทย

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.58 น.

’พิพัฒน์‘ เผย ’นายกฯ‘ เซ็นตั้งชุดฉก.ไล่ตรวจสอบปั๊มน้ำมัน ‘กักตุน-ขายเกินราคา’ ทั่วไทย

วันที่ 20 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 15.40 น. ทึ่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ผอ.ศบก.) ให้สัมภาษณ์กรณีกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(บก.ปคบ.) เข้าตรวจสอบบริษัทน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง หลังพบข้อร้องเรียนมีการกักตุน และจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในราคาที่สูงกว่าปกติว่า กำลังไล่ตรวจสอบอยู่ ขณะนี้นายกรัฐมนตรี ได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้นมา1ชุด เพื่อไล่ตรวจสอบทั้งประเทศ

เมื่อถามว่าแสดงว่ามีจำนวนมากหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพราะต้องมีการตรวจสอบก่อน คงต้องตรวจสอบทั้งหมด

‘พรรคส้ม’เตรียมเช็กบิลงูเห่า! แหกมติพรรค ชี้ ‘ขับออก’ ไม่เป็นประโยชน์

‘พรรคส้ม’เตรียมเช็กบิลงูเห่า! แหกมติพรรค ชี้ ‘ขับออก’ ไม่เป็นประโยชน์

‘พรรคส้ม’เตรียมเช็กบิลงูเห่า! แหกมติพรรค ชี้ ‘ขับออก’ ไม่เป็นประโยชน์

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.41 น.

พรรคส้ม เตรียมย้อนเกล็ดงูแหกมติพรรค ยันการขับออกไม่เป็นประโยชน์

วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ ชั้น 1 พรรคประชาชน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณี สส.งูเห่า นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส. อุดรธานี เขต7 พรรคประชาชน ที่โหวตส่วนมติพรรคไปสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 ที่ผ่านมา นั้น ว่า อะไรที่เป็นโทษกับคนที่แหกมติพรรคมากที่สุด ทางพรรคก็จะดำเนินการสิ่งนั้น  ซึ่งในอดีตก็มีบทเรียนด้านนั้นมาแล้ว การขับออกไม่ได้เป็นประโยชน์เสมอไป อย่าลืมว่าพอขับออกแล้วเขาก็วิ่งหนีไปเข้าที่อื่นได้ทันที มันจะยิ่งสนับสนุนปรากฎตการงูดูดงูเข้าไปอีก  ดังนั้น จำเป็นและควรจะต้องเป็นมาตรการที่ลงโทษแล้วได้ผลมากที่สุด  ซึ่งเรื่องนี้ขอรอให้เป็นข้อสรุปจากที่ประชุม สส.ก่อน แต่โดยหลักการต้องเป็นสิ่งที่เป็นการลงโทษจริงๆไม่ใช่เป็นการให้ประโยชน์ 

ถามว่าเมื่อวานนี้ ตัว สส. ที่โหวตส่วนมติได้พยายามชี้แจงทางพรรคหรือยัง นายวีระยุทธ กล่าวว่า  มีคนที่พยายามติดต่ออยู่ และเดี๋ยวจะนำข้อมูลมาประชุม ส.ส.เพื่อสรุปเป็นมาตรการต่อไป ส่วนในเดือน เม.ย.พรรคประชนจะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค จะมีความชัดเจนเรื่องหัวหน้าพรรค และ เลขาธิการพรรคคนใหม่หรือไม่นั้น ซึ่งการตัดสินใจเรื่องตำแหน่งการบริหาร จะต้องหารือกันในที่ประชุมใหญ่ของพรรค ซึ่งจะจัดประชุมในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้  ซึ่งเป็นการครบรอบประจำปี และทุกปีก็จะมีการให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคอยู่แล้ว ดังนั้น ก็ขอให้มติของที่ประชุมพรรค ขณะนี้ยังไม่สามารถพูดล่วงหน้าได้  

ถามว่า ถ้าที่ประชุมพรรคเห็นชอบให้นาย วีระยุทธยเป็นหัวหน้าพรรค ก็พร้อมที่จะทำหน้าที่หัวหน้าพรรค และพร้อมจะทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า เดี๋ยวรอเวลานั้นก่อนดีกว่า

สกสค เซ็น 5 โรงพิมพ์ จัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนปี 69

สกสค เซ็น 5 โรงพิมพ์ จัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนปี 69

สกสค เซ็น 5 โรงพิมพ์ จัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนปี 69

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.31 น.

เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2569 องค์การค้า ของ สกสค. ลงนามสัญญาผู้ชนะ 5 ราย จัดพิมพ์หนังสือทันตามกำหนด พร้อมรับคำชื่นชมด้านความโปร่งใส ประหยัดงบกว่า 255 ล้านบาท องค์การค้า ของ สกสค. เดินหน้าโครงการจัดจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียนประจำปีการศึกษา 2569 โดยได้ประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคาเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 และได้เชิญผู้ชนะการเสนอราคาทั้ง 5 ราย ได้แก่ 1) ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟิสิกส์เซ็นเตอร์ 2) บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด 3) บริษัท วรรณชาติ เพรส จำกัด 4) บริษัท สยามเพลส จำกัด และ 5) บริษัท อุดมศึกษา จำกัด เข้าร่วมลงนามในสัญญาในวันนี้ (20 มีนาคม 2569) เพื่อเริ่มดำเนินการผลิตหนังสือแบบเรียนตามแผนงานที่กำหนด

ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ได้มอบหมายให้ ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์  รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. เป็นประธานในการลงนามข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ร่วมกันระหว่างผู้ชนะการเสนอราคา ผู้สังเกตการณ์ และองค์การค้าของ สกสค. เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้

องค์การค้า ของ สกสค.

ขณะเดียวกัน นางสาวชนนิกานต์ สืบชนะ รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการร่างขอบเขตของงาน (TOR) และประธานคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ของโครงการ เพื่อกำกับและติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย และหลักธรรมาภิบาล โดยผลการประกวดราคาพบว่า โครงการนี้สามารถ ประหยัดงบประมาณได้รวมทั้งสิ้น 255,637,700 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 25.31 ของงบประมาณโครงการ 

ในวันเดียวกันนี้ ยังได้มีการประชุมบริหารสัญญา โดยมี ดร.สุชาติ กลัดสุข รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. เป็นประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กำกับและติดตามกระบวนการผลิตอย่างใกล้ชิด พร้อมขอความร่วมมือให้ผู้รับจ้างทั้ง 5 ราย ดำเนินการจัดพิมพ์ให้แล้วเสร็จ และสามารถส่งมอบหนังสือแบบเรียนแก่สถานศึกษาทั่วประเทศตามกำหนดการ ก่อนเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2569 โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอน  สร้างความมั่นใจ ลดความกังวลของตัวแทนจำหน่าย และสถานศึกษาว่าการจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนจะแล้วเสร็จทันตามกำหนดเวลา

องค์การค้า ของ สกสค.

การลงนามในสัญญาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้สังเกตการณ์ภายใต้ข้อตกลงคุณธรรมทั้ง 3 ท่าน และคุณวาสนา สุทธิเดชัย คณะกรรมการส่งเสริมโครงการข้อตกลงคุณธรรม เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน โดย ดร.มานะ นิมิตมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้กล่าวชื่นชม ว่า “การดำเนินโครงการว่าการปรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของ สกสค. ในครั้งนี้ ได้นำ “ข้อตกลงคุณธรรม” มาใช้ เปิดให้ผู้สังเกตการณ์จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เข้าร่วมสังเกตการณ์ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่จัดทำ TOR กำหนดราคากลางไปจนถึงประกวดราคา และแบบ (e-bidding) และกำหนดให้ผู้เสนอราคาสามารถยื่นข้อเสนอได้ในทุกรายการ ส่งผลให้เกิดการแข่งขันอย่างเปิดกว้าง ทำให้สามารถจัดซื้อได้ในราคาที่เป็นธรรม ได้ราคาต่ำกว่าราคากลาง และประหยัดงบประมาณ”

องค์การค้า ของ สกสค.
องค์การค้า ของ สกสค.
องค์การค้า ของ สกสค.

อดีต สส. พรรคประชาชน เผยประสบการณ์ ถูกทาบทามเป็น ‘งูเห่า’ โดนตื้อ 7 ครั้ง ข้อเสนอสูงสุด 80 ล้าน

อดีต สส. พรรคประชาชน เผยประสบการณ์ ถูกทาบทามเป็น ‘งูเห่า’ โดนตื้อ 7 ครั้ง ข้อเสนอสูงสุด 80 ล้าน

อดีต สส. พรรคประชาชน เผยประสบการณ์ ถูกทาบทามเป็น ‘งูเห่า’ โดนตื้อ 7 ครั้ง ข้อเสนอสูงสุด 80 ล้าน

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.28 น.

วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายคำพอง เทพาคำ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้โพสต์ ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แฉเบื้องลึกเบื้องหลังการติดต่อซื้อตัว สส. หรือที่เรียกกันว่า “งูเห่า” โดยระบุว่า เป็น สส.สองสมัยข้าฯถูกติดต่อเสนอซื้องูเห่า กี่ครั้ง?

ครั้งแรก 3 ล้าน

ครั้งที่สอง 30 ล้าน เงินรายเดือนๆละ2แสน พร้อมตำแหน่งขุนพลอีสาน (มาติดต่อถึงบ้านที่อุบลฯ)

ครั้งที่สาม 20 ล้าน

ครั้งที่สี่ 40 ล้าน

ครั้งที่ห้า 30 ล้าน(ให้ไปรับเงินที่ค่ายทหารแห่งหนึ่ง มีรถตู้มารับไป) นี่ก่อนโหวตประธานสภา และโหวตประยุทธเป็นนายกฯ

ครั้งที่หก 80 ล้าน พร้อมรถหรูป้ายแดง 1 คัน (หลังยุบพรรคอนาคตใหม่)

ครั้งที่เจ็ด 15 กิโล (หลังยุบพรรคก้าวไกล)

ทุกครั้งติดต่อผ่านคนรู้จักเช่นเพื่อน ที่ทำงานเก่า มีต่อตรงคือครั้งที่ 2 , 6 และ 7 มันเกิดขึ้นจริง แบบบักยอดชั่ว

รมว.ยธ.ปัดเป็นเรื่องการเมือง ปมดีเอสไอเรียกพ่อ-ลูกหวังศุภกิจโกศล

รมว.ยธ.ปัดเป็นเรื่องการเมือง ปมดีเอสไอเรียกพ่อ-ลูกหวังศุภกิจโกศล

รมว.ยธ.ปัดเป็นเรื่องการเมือง ปมดีเอสไอเรียกพ่อ-ลูกหวังศุภกิจโกศล

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.42 น.

ยังไม่รู้รายละเอียด! “รมว.ยุติธรรม”ปัดเป็นเรื่องการเมือง ปม”ดีเอสไอ”เรียก”พ่อ-ลูกหวังศุภกิจโกศล” รับทราบข้อกล่าวหาคดีบุกรุก”ที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ จ.อุบลฯ”

20 มีนาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณี นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีต รมช.คมนาคม เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คดีบุกรุกที่ทำเลเลี้ยงสัตว์หาดสวนยา อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด ดีเอสไอเป็นคนเรียกมา

เมื่อถามถึงกรณี น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ขอเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหา พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด เมื่อถามว่า จากกรณีดังกล่าวที่ปรากฏออกมา ดีเอสไอได้แจ้งให้ รมว.ยุติธรรม ได้ทราบเบื้องต้นหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ไม่ได้แจ้งมา เนื่องจากเป็นเรื่องของคดี ในส่วนนี้ดีเอสไอจะดำเนินการของเขาเอง เมื่อถามย้ำว่า นายวีรศักดิ์มองว่าเป็นประเด็นทางการเมือง พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ไม่น่าจะใช่ เพราะเป็นเรื่องของคดีที่ดีเอสไอดำเนินการอยู่แล้ว

อนุทิน ประกาศนำทัพรัฐบาล ชูธงซื่อสัตย์-โปร่งใส เปิดทาง ปชช.มีส่วนร่วม

อนุทิน ประกาศนำทัพรัฐบาล ชูธงซื่อสัตย์-โปร่งใส เปิดทาง ปชช.มีส่วนร่วม

อนุทิน ประกาศนำทัพรัฐบาล ชูธงซื่อสัตย์-โปร่งใส เปิดทาง ปชช.มีส่วนร่วม

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.12 น.

“อนุทิน”แถลงหลังรับตำแหน่งนายกฯ สมัย 2 ให้คำมั่นปฏิบัติหน้าที่เต็มกำลังความสามารถ ควบคุม ครม.ทำงานสุจริต พร้อมตรวจสอบเข้มการทำงานภาครัฐต้องโปร่งใส

20 มีนาคม 2569 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงต่อสื่อมวลชน ภายหลังพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ว่า วันนี้ตนรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตนขอให้คำมั่นสัญญาต่อประชาชนว่าจะใช้ความรู้ความสามารถประสบการณ์ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนชาวไทยอย่างเต็มกำลังความสามารถ และจะควบคุมกำกับดูแลให้รัฐบาลอันประกอบไปด้วยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ข้าราชการ เจ้าพนักงานของรัฐได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นลำดับแรก และจะเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการทำงานของรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาของประเทศ มีส่วนร่วมกับการพัฒนาประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา การทำงานของภาครัฐจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจริงจังจากทุกภาคส่วนเพื่อการบริหารงานที่โปร่งใส โดยตั้งอยู่บนหลักนิติรัฐและนิติธรรม

สุดท้ายนี้ ตนขอให้การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลในครั้งนี้ได้สร้างบรรยากาศใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย เป็นบรรยากาศของการมองไปข้างหน้าร่วมกัน และให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานใหม่ๆ ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยในรายละเอียดและเป้าหมายของสิ่งที่รัฐบาลจะดำเนินการในเทอมของรัฐบาลนี้ ในส่วนที่เป็นนโยบายและรายละเอียดนั้น ตนจะได้เร่งแถลงเป็นวาระการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาด้วยความรวดเร็วต่อไป

-006

ส้มลากไส้กันแล้ว สส.โคราชซัดงูเห่า ชนะเพราะซื้อเสียง

ส้มลากไส้กันแล้ว สส.โคราชซัดงูเห่า ชนะเพราะซื้อเสียง

ส้มลากไส้กันแล้ว สส.โคราชซัดงูเห่า ชนะเพราะซื้อเสียง

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.57 น.

วันนี้ 20 มีนาคม 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าบนโลกโซเชียล เมื่อเพจเฟซบุ๊ก เชียร์ลุง ออกมาโพสต์แฉข้อมูลสุดแซ่บ อ้างอิงจากการสัมภาษณ์ของ สส.แม็กกี้ ศุทธสิทธิ์ จากพรรคสีส้มเขตโคราช ที่หลุดปากแฉ งูเห่า ในพรรคตัวเองกลางรายการดังของ จอมขวัญ โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “แฉกันยับ !!!!! ล่าสุด สส.แม็กกี้ ศุทธสิทธิ์ พรรคส้มโคราช ออกมาแฉกลางรายการสัมภาษณ์กับจอมขวัญ ว่า งูเห่าสีส้ม ที่ชนะมาได้ก็เพราะซื้อเสียง !

โดยสส.แม็กกี้ อ้างว่ามีคนเคยส่งข้อความเรื่องนี้มาบอกตน ในตอนนั้นตนไม่ได้แจ้งเรื่องอะไรต่อ เพราะเชื่อมั่นในระบบคัดสรรของพรรค โดยสส.แม็กกี้ยังให้รายละเอียดอีกว่า สส.คนดังกล่าวมีการให้หัวคะแนนคนละ 500 และให้ชาวบ้านคนละ 200 บาทอีกด้วย !

อ้าว! ไหนว่าพรรคส้มไม่มีซื้อเสียงไง ? ถ้าไม่มีปรากฏการณ์งูเห่าก็คงจะเงียบใช่ไหม ? ไม่รู้ว่ายังจะมีแบบนี้อยู่อีกกี่คน. แสดงว่าที่เคยพูดมาทั้งหมด ทั้งวาทกรรมเรื่องการคัดสรรคน และความใสสะอาดของผู้สมัคร ก็เป็นเรื่องโกหกทั้งเพน่ะสิ !!!”

เชียร์ลุง

หลังจากที่โพสต์ของ เพจเฟซบุ๊ก เชียร์ลุง เผยแพร่ออกไป ทำเอาชาวเน็ตแห่คอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น

“อะไรหว่า…ถ้าเป็นคนของพรรคส้มไม่มีซื้อเสียง แต่พอเป็นงูเห่าสีส้มโวยวายว่าซื้อเสียง ตรรกะอะไรหรือครับ..”

“ความลับไม่มีในโลก ความจริงคือความจริง ขอบคุณครูปรีชา พูดไว้”

“เอ้าไหนบอกพรรคส้มไม่เคยซื้อเสียง เสียงที่ได้เป็นคะแนนบริสุทธิ์”

“แหม พรรคคนดีย์ คะแนนเสียงบริสุทธิ์”

“ไหนบอกเสียงบริสุทธิไง”

“อิอิ เขาเป็น ส.ส.ของคนทั้งประเทศ เขาจะเลือกเอานายกที่ดีที่สุดในขณะนี้นะ”

“เขาคงคิดได้แล้วว่าใครดีกว่า”

“อ้าว หมากัดกัน.”

เชียร์ลุง
เชียร์ลุง
เชียร์ลุง

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เชียร์ลุง

‘เลขา กกต.’มองเป็นเรื่องดี ศาลรธน.รับคดีบาร์โค้ด ชี้จะได้มีความชัดเจน

'เลขา กกต.'มองเป็นเรื่องดี ศาลรธน.รับคดีบาร์โค้ด ชี้จะได้มีความชัดเจน

‘เลขา กกต.’มองเป็นเรื่องดี ศาลรธน.รับคดีบาร์โค้ด ชี้จะได้มีความชัดเจน

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.54 น.

‘เลขา กกต.’ มองเป็นเรื่องดี ศาลรธน.รับคดีบาร์โค้ด ชี้จะได้มีความชัดเจน ยันทุกวันนี้การเลือกตั้งยังเป็นความลับอยู่ ย้ำฟ้อง 6 บุคคลเหตุต้องปกป้องการทำหน้าที่

เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2569 ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวกรณีศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ว่า เป็นคดีที่อยู่ในกระบวนการ เราต้องรอดูหนังสือจากศาลรัฐธรรมนูญว่าจะให้ชี้แจงในประเด็นอะไร และเวลาใดบ้าง แต่ยืนยันว่าเราทำตามหน้าที่ ที่กำหนดให้ กกต.ต้องทำให้การเลือกตั้งมีความสุจริตและเที่ยงธรรม และทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ ซึ่งเรามีหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อมีข้อสงสัยของประชาชนได้นำไปร้อง ก็เป็นกระบวนการที่เราต้องไปชี้แจงว่าเราทำเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้หรือไม่ เพราะที่ไปศาลรัฐธรรมนูญเป็นปัญหาเรื่องความชอบของรัฐธรรมนูญ และอยู่ในขั้นตอนพิจารณาของศาลซึ่งตอนนี้ เรายังไม่ได้รับเอกสารจากทางศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่าศาลฯอาจให้จำลองเหตุการณ์ในการเลือกตั้งโดยการใช้บาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดในการสแกน กกต.เห็นว่าจะต้องจำลองเพื่อให้พิสูจน์เป็นที่ประจักษ์หรือไม่ว่ามันไม่สามารถนำสู่ต้นขั้วได้จริงๆ  นายแสวง กล่าวว่า  อย่างที่บอกเราทำหน้าที่ตามกฎหมาย และในข้อเท็จจริง ณ วันนี้การเลือกตั้งก็ยังคงลับ เราได้ทำตามหน้าที่ของเราแล้ว ส่วนการพิจารณาในศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องมาดูประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ชี้แจงว่าเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่าในคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้อง หาพยานหลักฐานและวิธีการได้มาซึ่งทางพยานหลักฐานด้วย ทางภาคประชาชนและอดีต กกต.บอกว่าจะเอาข้อมูลที่ทำการจำลองการเลือกตั้งที่สภาไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ มองว่าเป็นหลักฐานที่นำมาต่อสู้ได้หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า  ตนไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องของการต่อสู้คดี แต่สิ่งที่มันดีคือการไปถึงศาลรัฐธรรมนูญมันจะเกิดความชัดเจนคงต้องรอวันนั้น

เมื่อถามว่าหากเลือกตั้งเป็นโมฆะจะส่งผลอย่างไรต่อ กกต. หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า  มันยังไม่ถึงตรงนั้น และในทุกวันนี้การเลือกตั้งยังเป็นความลับอยู่ และมันจะลับต่อไปอยู่แบบนั้น ยืนยันว่าทุกอย่างอยู่ที่ศาล เรามีหน้าที่ในส่วนของเรา

ส่วนที่มีการเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นายแสวง กล่าวว่า ในช่วงที่มีการเลือกตั้งน่าจะถูกฟ้องอยู่หลายคดี แต่ทางสำนักงานเรายืนยันว่าเราทำกฏหมายและทำตามหน้าที่ เพราะเรามีหน้าที่ปกป้องให้การเลือกตั้งสุจริตและทำให้การเลือกตั้งเป็นความลับ

เมื่อถามว่ามั่นใจว่ากระบวนการเป็นความลับแต่ทำไมบัตรเลือกตั้งครั้งใหม่ถึงไม่มีรหัสที่ขั้วบัตร ออกมา นายแสวง ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว แต่ระบุว่า จริงๆ บัตรเลือกตั้งเป็นอำนาจของ กกต. เพียงแต่เราต้องปกป้องการเลือกตั้ง และต้องทำให้สำเร็จคือการเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ ซึ่งในอดีตหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบัตรก็ต้องส่งไปกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อพิสูจน์ลายนิ้วมือ แต่เมื่อเทคโนโลยีทันสมัยขึ้น ก็สามารถใช้วิธีการเพื่อป้องกันความสุจริตได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพิสูจน์ลายนิ้วมือ ซึ่งอันที่จริงแล้วผู้ที่ไปพิสูจน์ว่าสามารถสแกนได้หรือไม่ก็ไม่ใช่ผู้ที่มีหน้าที่ในการพิสูจน์

ส่วนถ้ามีการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไป หรือการเลือก ผู้ว่า กทม. จะมีบาร์โค้ดหรือ คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า จริงๆตอน ปี2566 ก็มีมาอยู่แล้ว แต่ณ.ตรงนี้ยังตอบไม่ได้อยู่ที่กกต.

เมื่อถามต่อว่า เมื่อกกต.บอกว่าการเลือกตั้งอย่างเป็นความลับอยู่เหตุใดจึงแจ้งดำเนินคดีกับ6บุคคลในข้อหาที่รุนแรง นายแสวง กล่าวว่า กกต.มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งสำเร็จ และมีหน้าที่ในการทำการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยตรงและลับ  ถ้ามันจะไม่ลับไม่ต้องมีการพิสูจน์ อย่างกรณีหันคูหาออก แต่ที่ทำกันตอนนี้คือพยายามจะรู้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร ซึ่งกฎหมายไม่อนุญาตอยู่แล้ว และถ้าดูตามข้อเท็จจริงมันต้องใช่คน 5-6 คนที่จะต้องไปเอามาประติดประต่อกันแต่ก็ยังไม่สามารถรู้ได้อยู่ดี ซึ่งตามกฎหมายคำว่าลับคือณ.ขณะที่ลงและขณะที่เอาไปเก็บ ซึ่งอบตก็มีมาตรการในการที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ

เมื่อถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าคนทั้ง 6 คน ที่ กกต.ฟ้องร้อง มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องโยงกันในวันที่เกิดเหตุ นายแสวง กล่าวว่า เป็นเรื่องของคดีตนไม่ขอให้ความเห็น

ส่วนข้อกล่าวหาอั้งยี่มีความรุนแรงเกินไปหรือไม่สำหรับประชาชน นายแสวง กล่าวว่า มันเกิดจาก เรื่องของการขัดขวางการเลือกตั้ง กฎหมายเขียนไว้ว่าทำให้การเลือกตั้งไม่สำเร็จ ซึ่ง กกต.มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งสำเร็จ จะบอกว่าแรงหรือไม่แรงไม่ได้ เพราะคือปกป้องการทำหน้าที่ตัวเอง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับและการเลือกตั้งต้องสำเร็จ