สภาฯ ทำหนังสือถึง เลขา ครม. แจ้งมติเฟ้นเลือก ประมุขนิติบัญญัติ แล้ว

สภาฯ ทำหนังสือถึง เลขา ครม. แจ้งมติเฟ้นเลือก ประมุขนิติบัญญัติ แล้ว

สภาฯ ทำหนังสือถึง เลขา ครม. แจ้งมติเฟ้นเลือก ประมุขนิติบัญญัติ แล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.59 น.

เลขาฯ สภาฯ เผยทำหนังสือถึง เลขา ครม. แจ้งมติเฟ้นเลือก ประมุขนิติบัญญัติ แล้ว แจงขั้นตอนเรียกประชุมโหวตนายกฯ

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2569 นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงขั้นตอนการเสนอชื่อนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็นรองประธานสภาฯ คนที่1 และนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรคเพื่อไทย เป็นรองประธานสภาฯ คนที่2ว่า ทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อแจ้งมติของที่ประชุมสภาฯแล้วในวันนี้ (15 มี.ค.) จากนี้เป็นขั้นตอนที่ เลขาธิการครม. จะนำเรื่องกราบเรียนนายกรัฐมนตรี เพื่อนำรายชื่อทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้งต่อไป

เมื่อถามถึงขั้นตอนของการนัดประชุมสภาฯ ครั้งถัดไปเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี นายศิโรจน์ กล่าวว่า เป็นไปตามขั้นตอน คือต้องรอการโปรดเกล้าฯประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คนให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งจะลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นจะมีพิธีสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เมื่อแล้วเสร็จ ประธานสภาฯ จะพิจารณาถึงความพร้อมของการนัดประชุม ที่ต้องคำนึงถึงความพร้อมของสส.ที่จะเข้าร่วมประชุมได้อย่างพร้อมเพรียง ซึ่งตามข้อบังคับสามารถออกหนังสือนัดประชุมล่วงหน้า 3 วัน แต่หากมีประธานสภาฯ เห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนสามารถใช้เวลาน้อยกว่านั้นได้ ทั้งนี้ต้องพิจารณาถึงความพร้อมของ สส.ด้วย

เมื่อถามถึงกรณีที่นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ลาการประชุมวันนี้ เลขาธิการสภาฯ กล่าวว่า เมื่อมีการเปิดประชุมครั้งถัดไปนายไชยชนกต้องมาปฏิญาณตนต่อที่ประชุมสภาฯ ก่อนจึงจะปฏิบัติหน้าที่สส.ได้

นิพิฏฐ์ กระทุ้ง ปชป. จี้ บัวแก้ว เร่งกดดันสถานทูตอิหร่าน เข้าช่วยเหลือ 3 ลูกเรือไทย

นิพิฏฐ์ กระทุ้ง ปชป. จี้ บัวแก้ว เร่งกดดันสถานทูตอิหร่าน เข้าช่วยเหลือ 3 ลูกเรือไทย

นิพิฏฐ์ กระทุ้ง ปชป. จี้ บัวแก้ว เร่งกดดันสถานทูตอิหร่าน เข้าช่วยเหลือ 3 ลูกเรือไทย

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.53 น.

นิพิฏฐ์ กระทุ้ง ปชป. จี้ บัวแก้ว เร่งกดดันสถานทูตอิหร่าน เข้าช่วยเหลือ 3 ลูกเรือไทย

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2569 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง “หรือรัฐบาลใช้ความพยายามน้อยไป?” เนื้อหาระบุว่า มีลูกเรือไทยอีก 3 คนติดอยู่บนเรือ “มยุรีนารี“ ที่ถูกกองทัพอิหร่านยิงในช่องแคบฮอร์มุซ 20 คน ได้รับการช่วยเหลือแล้วโดยกองทัพเรือโอมาน ความช่วยยังทำไม่ได้ เพราะถูกยิงสกัด ไม่สามารถเข้าถึงเรือได้ ผมว่า กระทรวงการต่างประเทศต้องกดดันใหัอิหร่านนั่นแหละเข้าไปช่วยเหลือ เพราะถ้าเขาไม่เข้าไปช่วยและยิงสกัดผู้ที่จะเข้าไปช่วย ก็แสดงว่า เขาเจตนาฆ่าลูกเรือไทยอีก 3 คน เขาทำอย่างนี้ได้หรือ?

รัฐบาลไทยก็ไม่ต้องขอความช่วยเหลือใครหรอก ต้องกดดันสถานทูตอิหร่านนั่นแหละ ผมว่า กระทรวงการต่างประเทศทำเรื่องนี้น้อยไป นี่ถ้าผมเป็นนักการเมือง ผมไปแล้ว ไปไหนล่ะ ? ก็ไปประท้วง และ ปราศรัยหน้าที่หน้าสถานทูตอิหร่าน ให้กองทัพเรืออิหร่านเข้าไปช่วยเหลือคนไทยที่ยังติดอยู่ในเรือ  

แต่เมื่อเป็นเพียงประชาชน ผมก็ทำได้แค่นี้แหละ ในฐานะที่ผมยังเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ผมหวังว่า พรรคประชาธิปัตย์จะกระตือรือร้นในการช่วยชีวิตคนไทย

ดีเอสไอยอมรับยุติสืบสวน คดีรุกที่ดินเขากระโดง หลุดคดีพิเศษ

ดีเอสไอยอมรับยุติสืบสวน คดีรุกที่ดินเขากระโดง หลุดคดีพิเศษ

ดีเอสไอยอมรับยุติสืบสวน คดีรุกที่ดินเขากระโดง หลุดคดีพิเศษ

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.34 น.

โฆษกDSI ยอมรับดีเอสไอยุติเรื่องสืบสวน คดีรุกที่ดินเขากระโดง หลุดคดีพิเศษ หลังสืบสวนนาน 7 เดือน แต่ส่ง ป.ป.ช.พิจารณาดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐ-คกก.กรมที่ดิน ปมทุจริตออกเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดิน-ไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดิน

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2569 มีรายงานข่าวว่าภายหลังจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับสำนวนการสอบสวนคดีการบุกรุกที่ดินเขากระโดงพื้นที่ ต.อิสาณ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ หลังจากก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 5 ก.ย.68 มีตัวแทนการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ได้รับมอบอำนาจเข้าดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรณีมีกลุ่มบุคคลเข้าไปบุกรุกครอบครองที่ดินเขากระโดง ซึ่งมีแนวเขตอยู่ในที่ดินของการรถไฟฯ จำนวน 4,414 ไร่ แต่ปรากฏล่าสุดว่าในส่วนของดีเอสไอเป็นเรื่องสืบสวนที่ 97/2568 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่มอบหมายให้ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งเเวดล้อม ดำเนินการสืบสวนเรื่องข้อร้องเรียนดังกล่าว ทั้งนี้ จากการสืบสวนมาอย่างยาวนาน 7 เดือน (นับแต่วันที่ 24 ก.ค.68) ได้มีมติไม่รับเรื่องบุกรุกที่ดินเขากระโดงเป็นคดีพิเศษนั้น

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) ได้ชี้แจงว่าจากกรณีที่ก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้รับมาดำเนินการสืบสวนคดีดังกล่าว เนื่องด้วยมีบุคคลมาร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่และปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องจากการไปออกเอกสารสิทธิที่ดินและในส่วนของคณะกรรมการสอบสวนและผู้เกี่ยวข้องในการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินตามคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ดีเอสไอได้สืบสวนอยู่นั้น ก็ได้มีการสอบถามไปยังทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จึงทราบว่าทางตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ก็ได้มีการสืบสวนในเรื่องที่มีความเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกัน ประเด็นเดียวกัน จากที่มีผู้ไปร้องทุกข์ไว้เหมือนกัน และทางตำรวจ ปปป. ก็ได้ส่งสำนวนไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว จึงทำให้ภายใต้กฎหมายที่บัญญัติไว้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เป็นเหตุจำเป็นที่เรื่องใดก็ตามที่ดีเอสไอสืบสวนในประเด็นเดียวกันอยู่นี้จะต้องส่งไปประกอบสำนวนด้วยเช่นกัน เพื่อให้ ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบพิจารณา

โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวอีกว่า สำหรับสำนวนสืบสวนของดีเอสไอที่ส่งให้ ป.ป.ช. ไปพิจารณาร่วมกับสำนวนของตำรวจ บก.ปปป. ก็ได้มีการระบุข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ในสำนวน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นการกล่าวหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐตามที่มีผู้ร้องทุกข์ไว้ ทั้งนี้ สถานะคดีล่าสุดดีเอสไอจึงได้ยุติเรื่องสืบสวนดังกล่าวเนื่องจากเหตุผลทางข้อกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญว่าการดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐใด กฎหมายระบุชัดเจนว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.

โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ส่วนเรื่องทางปกครองและทางแพ่งที่ยังเป็นเรื่องดำเนินคดีคงค้างกันอยู่นั้น ทราบว่าก่อนหน้านี้ อธิบดีกรมที่ดินได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและผู้เกี่ยวข้องในการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เนื่องด้วยมีการฟ้องแพ่งเรื่องเพิกถอนที่ดินระหว่างกรมที่ดินและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จึงเป็นสาเหตุให้ศาลได้มีคำพิพากษาให้กรมที่ดินไปแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและผู้เกี่ยวข้องในการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินดังกล่าว ว่าจะเพิกถอนที่ดินหรือไม่ แต่เมื่อตั้งคณะกรรมการฯ ขึ้นมาแล้ว ก็ปรากฏตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ว่ามีมติไม่เพิกถอนที่ดิน จึงมีการฟ้องขอให้เพิกถอนมติเดิมนี้ ทำให้ยังคงมีคดีในศาลปกครองกันอยู่ และมีคดีแพ่งที่ค้างอยู่ระหว่างราษฎรและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยว ข้อง ดีเอสไอจึงเห็นว่าข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์เห็นควรให้ส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และหน่วยงานท้องที่เพื่อสามารถนำใช้ดำเนินการต่อไป

อนุทิน ถามกลับ ตนหรือจะต้องไปเคลียร์ ปม เจ๊เอ๋ อ้างกริ๊งเดียวออกใบ ป.3 ทันที

อนุทิน ถามกลับ ตนหรือจะต้องไปเคลียร์ ปม เจ๊เอ๋ อ้างกริ๊งเดียวออกใบ ป.3 ทันที

อนุทิน ถามกลับ ตนหรือจะต้องไปเคลียร์ ปม เจ๊เอ๋ อ้างกริ๊งเดียวออกใบ ป.3 ทันที

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.25 น.

อนุทิน ถามกลับ ตนหรือจะต้องไปเคลียร์ ปม เจ๊เอ๋ อ้างกริ๊งเดียวออกใบ ป.3 ทันที ยันสั่งห้ามพกพา-ต่ออายุปืน เว้นเจ้าหน้าที่รัฐ 

เมื่อเวลา 14.05 น.วันที่ 15 มี.ค.2569 ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ “เจ๊เอ๋” ณัฐฐารินทร์ เกษมสารพิพัฒน์ อินฟลูเอนเซอร์ ที่ออกมากล่าวอ้าง ว่า เคยต่อสายโทรศัพท์หานายอนุทิน เรื่องลูกชายที่เป็นนักกีฬายิงปืน ไม่ได้ “ใบ ป.3” หรือ “ใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน หรือ เครื่องกระสุนปืนส่วนบุคคล” จากนายอำเภอ และเพียง 2 ชั่วโมงจากนั้น ก็ได้รับใบ ป.3 ตามที่ต้องการ โดยนายกรัฐมนตรี ถามกลับว่า ใช่คนที่เจอกันที่ จ.ราชบุรีใช่หรือไม่ ซึ่งตอนนั้นเหมือนเขามาพูดเรื่องน้ำท่วม แต่เรื่องปืนไม่เกี่ยวกับตนเอง 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เคยมีการขอเบอร์นายกรัฐมนตรีไว้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เคย แต่เคยเจอเขาในเหตุการณ์น้ำท่วม แต่ไม่มีประเด็นอะไร อ้างไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า การนำชื่อนายกรัฐมนตรีไปอ้างจะทำให้เกิดความเสียหายหรือไม่ ที่บอกว่า โทรศัพท์หานายกฯ และสามารถจัดการเรื่องใบอนุญาตได้เลย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “จะเสียหายได้อย่างไร เพราะไม่ได้ทำอะไร ผมก็พูดอยู่ตรงนี้”

ส่วนจะดำเนินคดีกลับ และต้องไปเคลียร์หรือไม่ นายอนุทิน บอกว่า ทำไมต้องเคลียร์ ก่อนถามกลับสื่อ ว่า “ถามอะไรไม่รู้ ผมหรอจะต้องไปเคลียร์ เรื่องแค่นี้” พร้อมย้ำว่า ตนเองสั่งห้ามไม่ให้มีอาวุธปืน ไม่ให้มีการต่ออายุใบพกอาวุธปืน และไม่ให้มีการพกพา ใครพกปืนออกนอกเคหะสถาน ถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็ผิดกฎหมายทั้งหมด

กรมการปกครอง แจ้งยกเลิกให้ พรรคประชาชน เชื่อมข้อมูลระบบยืนยันตัวตน หลังพบข้อมูลรั่ว

กรมการปกครอง แจ้งยกเลิกให้ พรรคประชาชน เชื่อมข้อมูลระบบยืนยันตัวตน หลังพบข้อมูลรั่ว

กรมการปกครอง แจ้งยกเลิกให้ พรรคประชาชน เชื่อมข้อมูลระบบยืนยันตัวตน หลังพบข้อมูลรั่ว

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.54 น.

กรมการปกครอง แจ้งยกเลิกให้ พรรคประชาชน เชื่อมข้อมูลระบบยืนยันตัวตน ตั้งแต่ 14 มี.ค. หลังพบเลขบัตรปชช.-ข้อมูลส่วนตัวรั่ว

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2569 กรมการปกครอง ออกเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีข้อมูลของประชาชนเกิดการรั่วไหลในส่วนของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อตัว-ชื่อสกุล เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ วันเดือนปีเกิดหมายเลขโทรศัพท์ อีเมล และข้อมูลอื่นๆ เป็นต้น

โดยระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าวสาร กรณีพรรคประชาชน ตรวจพบความพยายามจากบุคคลภายนอก ในการเข้าถึงข้อมูลในระบบฐานข้อมูลสมาชิกของพรรคโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ขอเรียนชี้แจงดังนี้

1.การดำเนินการของหน่วยงานรัฐ
(1) กรมการปกครอง โดยสำนักบริหารการทะเบียน แจ้งยกเลิกการให้พรรคประชาชนใช้งานระบบ และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) รวมถึงใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. เวลา 12.00 น.เป็นต้นไป และแจ้งให้จัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลให้กรมการปกครองทราบ เพื่อคุ้มครองข้อมูลของประชาชน และดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของข้อมูล และพิจารณาการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ กับทุกหน่วยงานด้วยนโยบายการรักษาความลับตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร

(2) กรณีที่มีการนำข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนของประชาชนไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม หรือใช้เกินวัตถุประสงค์ที่กฎหมายกำหนด หรือการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล มิได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม หากตรวจพบว่ามีการกระทำความผิด สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง จะพิจารณาเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน หรือร้องเรียนเพื่อให้มีการพิจารณาโทษทางปกครอง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำความผิดต่อไป

2.กรณีหน่วยงานหรือองค์กรที่ได้รับการอนุญาตให้เชื่อมโยงข้อมูล มีการปล่อยปะละเลยให้มีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย หากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนโดยไม่ชอบ อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ

ได้แก่ (1) พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เปิดเผยข้อความหรือตัวเลขซึ่งเป็นข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรโดยมิชอบ (2) พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติมเข้าถึงข้อมูลหรือเปิดเผยข้อมูลที่บันทึกไว้ในหน่วยความจำอันมิใช่ข้อมูลที่ปรากฏอยู่บนบัตรโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตร (3) พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) การเก็บ ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีฐานกฎหมาย โทษ:โทษทางแพ่ง ทางปกครองและทางอาญา (4) พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 หากมีการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น (5) กฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมือง หากการได้มาของข้อมูลนำไปใช้เกี่ยวกับการสมัครสมาชิกพรรค หรือกิจกรรมทางการเมืองโดยมิชอบ ทั้งนี้ การพิจารณาความผิดต้องขึ้นอยู่กับ ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏ

3.สิทธิของประชาชนในการฟ้องร้องหน่วยงานองค์กร หรือบุคคล หากมีการนำข้อมูลหน้าบัตรประชาชนของบุคคลไปใช้โดยมิชอบ เช่น บริการทางการเงิน เปิดบัญชี ทำธุรกรรมต่างๆ เป็นต้น จนทำให้เจ้าของข้อมูลได้รับความเสียหาย เจ้าของข้อมูลสามารถใช้สิทธิร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในความผิดที่มีโทษอาญา และมีสิทธิร้องเรียนเพื่อขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ได้แก่

(1) ความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (2) ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264 – 268 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึงสิบปี และหรือมีโทษปรับสูงสุดถึงสองแสนบาท (3) ความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตามมาตรา 14 (1) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(4) ความผิดเกี่ยวกับเปิดเผยข้อความหรือตัวเลขซึ่งเป็นข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร ตามมาตรา 17 ประกอบมาตรา 49 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (5) หากมีการเปิดเผยข้อมูลที่บันทึกไว้ในหน่วยความจำโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตรจะเป็นความผิดตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (6) ร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ตรวจสอบการกระทำที่อาจฝ่าฝืนกฎหมายที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

4.แนวทางการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ในกรณีที่ประชาชนมีความกังวลว่าข้อมูลบนบัตรประชาชนอาจถูกนำไปใช้ในทางมิชอบสามารถดำเนินการได้ ดังนี้ (1) ติดต่อ สำนักทะเบียนอำเภอ/เขต เพื่อขอทำบัตรประชาชนใหม่ (2) กรณีมีเหตุจำเป็น เช่น ข้อมูลอาจถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ เจ้าหน้าที่สามารถพิจารณาดำเนินการออกบัตรใหม่ได้ตามระเบียบ แต่ยังคงต้องเสียค่าธรรมเนียมตามที่ระเบียบกฎหมายกำหนด (ค่าธรรมเนียม 100 บาท) (3) โดยเลขประจำตัวประชาชนยังคงเดิม แต่จะมีเลขหลังบัตร (Laser ID) ใหม่

เช็กไทม์ไลน์รัฐบาล อนุทิน นัดพรรคร่วมถกโควตา-คุมเข้มจริยธรรม

เช็กไทม์ไลน์รัฐบาล อนุทิน นัดพรรคร่วมถกโควตา-คุมเข้มจริยธรรม

เช็กไทม์ไลน์รัฐบาล อนุทิน นัดพรรคร่วมถกโควตา-คุมเข้มจริยธรรม

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.51 น.

“อนุทิน”วางไทม์ไลน์ นัดพรรคร่วมคุยโควตากระทรวง หลังนั่งนายกฯโดยสมบูรณ์ เข้ม”จริยธรรม”ยึดมาตรฐานตามศาล รธน. กำชับทุกพรรคสกรีนคุณสมบัติ ชี้ถ้ามีปัญหาบอก หน.พรรคขอเปลี่ยนตัว ยันทำงานให้เกียรติพรรคร่วม มั่นใจโฉม ครม. บอกเปิดสภาฯ วันแรกยังไม่ได้คุยกับ”ธรรมนัส” เหตุไม่เจอหน้า เล่นสำนวน”เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ”

15 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ไทม์ไลน์หลังได้ประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ แล้ว ว่า หลังหลังจากนี้ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการทำเอกสาร นำขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ประธานสภาฯ มาเมื่อไหร่ และประธานสภาฯ รับตำแหน่งตามขั้นตอนแล้ว จะมีการเรียกประชุม คิดว่าไม่น่าจะช้า

เมื่อถามว่า กรณีที่มีข่าวว่าวันที่ 19 มี.ค.จะมีการเรียกประชุมสภาฯ เพื่อโหวตเลือกนายกฯ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่จะกำหนดอย่างนั้นไม่ได้ เพราะทุกตำแหน่ง ทั้งประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ จะต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ

เมื่อถามว่า เมื่อถึงวันที่ได้รับการโหวตเป็นนายกฯ และเป็นนายกฯ ตามขั้นตอนโดยสมบูรณ์ การเสนอชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีพร้อมใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เอาไว้ให้มีวันนั้นก่อน ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนที่ตนเคยได้ให้สัมภาษณ์มาโดยตลอด

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าจะรวดเร็วเลยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีขั้นตอนของมันอยู่ ซึ่งสื่อมวลชนทราบดีว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร และทุกวันนี้ เราก็บริหารจัดการสถานการณ์ทุกอย่างให้เป็นไปตามกระบวนการและขั้นตอน โดยไม่มีความล่าช้าตรงไหน ถ้าเทียบกับวันเลือกตั้งเมื่อปี 2562 กับครั้งนี้ ตอนนั้นยังไม่รับรอง สส.เลย แต่นี่เราได้ประธานสภาฯ แล้ว

เมื่อถามว่า ขั้นตอนที่จะแจ้งพรรคร่วมรัฐบาลตามโควตา ว่าพรรคไหนได้กระทรวงอะไร ถือว่าเรียบร้อยหมดแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เดี๋ยวคงจะนัดหารือกัน หลังจากที่เลือกนายกฯ แล้ว ซึ่งยังมีเวลา เพราะจะต้องมีการโปรดเกล้าฯ นายกฯ ก่อน จากนั้นพรรคร่วมรัฐบาลก็จะนำรายชื่อรัฐมนตรีทั้งหลายส่งมา และส่งไปที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติก่อน

เมื่อถามว่า จะต้องตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีอย่างเข้มงวดใช่หรือไม่ เพราะมีการถามเรื่องจริยธรรมกันมาก นายอนุทิน กล่าวว่า มีแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุมา เมื่อมีแนวทางตรงนั้นเราก็ต้องดู และหวังว่ารายชื่อต่างๆ พรรคการเมืองจะต้องมีการกลั่นกรองมา ไม่ใช่เฉพาะพรรคร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เองก็ต้องสกรีน เพราะในข้อบังคับพรรค ตนได้อ่านแล้ว ในแต่ละพรรคจะระบุว่า การนำเสนอชื่อรัฐมนตรี หรือประธานสภาฯ ยังต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) โดยทุกคนจะต้องมีความระมัดระวัง โดยเฉพาะ กก.บห.แต่ละพรรค

เมื่อถามว่า เมื่อรายชื่อรัฐมนตรีของแต่ละพรรคมาถึงมือนายกฯ การตรวจสอบจะใช้เวลาเท่าไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราจะต้องให้เกียรติถ้าเราทำงานร่วมกัน วิธีการทำงานของตนจะต้องให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ซึ่งเราจะต้องมีมาตรฐานในการพิจารณา หากคนนั้นคนนี้มีปัญหาจริงๆ ตนก็ยังมีช่องทางที่จะหารือกับหัวหน้าพรรคในลำดับต้น ให้ช่วยพิจารณาปรับได้หรือไม่ แต่ก็หวังว่าจะไม่เกิดขึ้น เพราะตอนนี้ทุกคนรู้โจทย์เท่ากันหมดว่า จะต้องเสนอรายชื่อบุคคลที่ไม่มีปัญหา และครั้งนี้ชัดเจนกว่าที่ผ่านมา ก่อนหน้านั้นยังต้องเวิร์บทูเดา แต่ตอนนี้ชัดเจนก็ต้องเขียน 1 2 3 เอาคุณสมบัติหรือข้อที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุ มาเขียนเป็นคุณสมบัติแต่ละข้อได้

เมื่อถามว่า นายกฯ มั่นใจหรือไม่ว่าโฉม ครม.ที่ออกมาจะถูกใจประชาชน ไม่เป็นข้อครหา นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องเป็นอย่างนั้น

เมื่อถามว่า ประชาชนคาดหวังมาก เพราะพรรคภูมิใจไทยได้เสียงมามาก นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ยิ่งทำให้ตนทำอะไรที่ค้านความต้องการของประชาชนไม่ได้เลย ซึ่งมีขั้นตอนจำนวนมาก เมื่อถามว่า ยึดหลักอะไรในการวางทีม ครม. นายอนุทิน กล่าวว่า ยึดหลักตามจริยธรรม

เมื่อถามว่า การประชุมสภานัดแรกได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) แล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้อยู่ในสภาฯ ได้คุยกับหลายๆ ท่าน แต่ยังไม่เจอ ร.อ.ธรรมนัส เพราะคนเยอะ แต่ได้เจอพี่น้อง สส.พรรคกล้าธรรม อย่าง นายอัครา พรหมเผ่า รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งความเป็นเพื่อนกับ ร.อ.ธรรมนัส ก็ยังมีอยู่

เมื่อถามว่า เจอกับนายอัคราได้คุยอะไรกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นการแสดงความยินดีในเรื่องของการเข้ามาเป็น สส. เมื่อถามว่า จะมีโอกาสไปคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะเพื่อนกันหรือไม่ นายอนุทิน ร้องโอโห้ พร้อมกล่าวว่า “เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ”

นายกฯรับยังส่งน้ำมันไปลาว ย้ำสต๊อกถึง100วัน โวน้ำมันสำรองไทยมากสุดในอาเซียน

นายกฯรับยังส่งน้ำมันไปลาว ย้ำสต๊อกถึง100วัน โวน้ำมันสำรองไทยมากสุดในอาเซียน

นายกฯรับยังส่งน้ำมันไปลาว ย้ำสต๊อกถึง100วัน โวน้ำมันสำรองไทยมากสุดในอาเซียน

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.31 น.

นายกฯรับยังส่งน้ำมันไปลาว ย้ำน้ำมันสต๊อกถึง 100 วัน โวน้ำมันสำรองไทยมากสุดในอาเซียน เดินหน้าคุยทุกประเทศไม่ใช่เฉพาะรัสเซีย ยัน พลังงานไฟฟ้าไม่มีปัญหาผลิตเองที่อ่าวไทย หอการค้าฯ เผยภาคใต้กังวลขาดแคลนน้ำมัน เหตุมาจากความต้องการที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง ขอทำหน้าที่ตัวกลางสื่อสารไปถึงสมาชิกทั่วประเทศ ยังมั่นใจ รบ.ดูแลอย่างเป็นธรรม

15 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 13.14 น. ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการส่งออกน้ำมันไปยังสปป.ลาว ขณะนี้ประเทศกําลังเกิดวิกฤติ จะยังส่งไปยังสปป.ลาวอีกหรือไม่ ว่า ตนชี้แจงไปแล้ว ยังคงขายอยู่ 

เมื่อถามว่าในที่ประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์ การสู้รบในภูมิภาค จากตะวันออกกลาง(ศบก.) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ระบุว่าภาคอุตสาหกรรมแย่งซื้อน้ํามันจากภาคประชาชนหน้าปั๊ม จึงอาจทําให้น้ํามันไม่เพียงพอ จะมีมาตรการอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ตนได้รับการยืนยัน จากผู้ค้าน้ํามัน ทั้งไทยออยล์ บางจาก เชลล์ SPRC( คาลเท็กซ์) ซึ่งผู้ประกอบการทุกรายที่นําเข้าน้ํามันดิบ ยืนยันกับตนว่ายังไม่มีปัญหา หรือจะมีสัญญาณใดๆที่เราจะขาดแคลนน้ำมัน แต่ตอนนี้มันเป็นวิกฤตการณ์ที่มีการสู้รบกัน มันไม่ปกติ ฉะนั้นพวกเราทุกคนที่เป็นประชาชนผู้บริโภคใช้น้ํามันในประเทศ เราก็ต้องตระหนักรู้ และเริ่มใช้มาตรการประหยัดน้ํามัน ประหยัดเชื้อเพลิง ประหยัดพลังงาน ต่อให้มันจะไม่มีอะไรขาดแคลน แต่ก็ต้องมีการสร้างความตระหนักรู้ มันก็เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ ยิ่งเราประหยัดมากเท่าไหร่ การสํารองน้ํามันภายในประเทศ ก็ยิ่งจะเพิ่มมากขึ้น ทุกวันนี้การสํารองน้ํามันจาก 60 วัน เพิ่มเป็น 90 วัน ก็หวังว่ามันจะอยู่แถวๆ 100 วัน จากการที่เราไม่ส่งออกไปประเทศที่ 3 ซึ่งทุกการประหยัดจะกลับมาเป็นจํานวนวันสํารองที่เพิ่มมากขึ้น ก็อยากจะให้ช่วยกันพิจารณาด้วยความเป็นธรรม ว่าในอาเซียนประเทศไทยมีน้ํามันสํารองมากที่สุด ถ้าเอาเราไปเทียบกับญี่ปุ่น ที่เขาบอกว่าอยู่ได้ 200 กว่าวัน ก็ต้องดูขนาดเศรษฐกิจ และโลจิสติกส์ 

เมื่อถามต่อว่า นายเอกนิติ ระบุว่าน้ํามันดิบในโรงกลั่นยังมีอยู่อีกเยอะ ตอนนี้รวมที่สำรอง 100 วันหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า รวมแล้ว แต่ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวล แม้สถานการณ์ตอนนี้ยังมีการยิงสู้รบกันอยู่ แต่เราต้องไม่ลั้ลลา ต้องตระหนักรู้ว่าเราต้องประหยัดน้ํามัน และตนขอย้ําว่าเรื่องการขาดแคลนพลังงานคงไม่เกิดขึ้น เพราะไฟฟ้าในประเทศไทย ผลิตโดยก๊าซธรรมชาติ โดยก๊าซที่เราผลิตได้ที่อ่าวไทยของเราเอง และมีการสํารองโดยการเพิ่มโรงผลิตก๊าซ ที่อาจต้องทํางานหนักขึ้นมากว่าเดิม 

นายกฯ กล่าวต่อว่า ส่วนราคาน้ำมันที่ผันผวนก็เป็นไปตามราคาตลาดโลก แต่กองทุนน้ํามันที่เรามีอยู่ จะช่วยพยุงราคา และช่วยลดความเดือดร้อนของประชาชน ได้เท่าไหร่ก็ต้องไปดูในเรื่องของงบประมาณ และเศรษฐกิจต่างๆ 

‘ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ว่าไม่ต้องถึงขั้นตื่นตระหนก ถึงขั้นไปสำรองน้ำมันเก็บไว้ ไม่จําเป็นเลย เราจะพยายามบริหารอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ว่าให้มันกระโดดขึ้นไป วันนี้เติมเท่านี้ พรุ่งนี้เพิ่มขึ้นไปอีก 10 บาท อย่างนี้ไม่ดีหรอก รัฐบาลปล่อยให้มันเกิดเหตุอย่างนี้ไม่ได้ แต่เราผลิตน้ํามันเองไม่ได้ และประเทศผู้ผลิตน้ํามันมีปัญหาอยู่ เรานําเข้าจากตรงนั้น ประมาณครึ่งหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่ามันหายไปเป็นศูนย์ เรายังมีอีกครึ่งหนึ่งที่มาจากภูมิภาคอื่น ว่าถ้าหากเกิดเหตุ 100 วันแล้วมันแย่จริงๆ ลงมาเหลือ 50 วัน เราก็ยังสามารถทําได้อยู่’ นายกฯ กล่าว

เมื่อถามอีกว่า แนวคิดที่จะซื้อน้ํามันจากรัสเซียมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน นายกฯ กล่าวว่า พูดคุยอยู่ แล้วเราก็พูดคุยกับทุกประเทศ ซึ่ง บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ของประเทศไทยไม่ใช่บริษัทเล็กๆ เขาไม่ได้มีธุรกิจน้ํามันอย่างเดียว คนก็ต้องค้าขายกับเขา ในโลกของการทําธุรกิจ เขามีช่องทาง กล่าวว่าใครจะกล้าตัดปตท. ออกจากสารระบบ ไม่ยอมรับขายให้ปตท. แต่หากวันหนึ่ง สถานการณ์กลับมาเป็นปกติ ปตท. ไปเลือกที่อื่นเขาก็เสียลูกค้า ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมันมีกลไกตลาดอยู่แล้ว

ขณะที่ นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตนเพิ่งกลับจากการประชุมเศรษฐกิจภาคใต้ 14 จังหวัด จึงได้นำความกังวลมาสื่อสารในที่ประชุม ศบก.วันนี้ ว่า ชาวภาคใต้มีความกังวลเรื่องความขาดแคลนน้ำมัน บางปั๊มตามต่างจังหวัดที่ไม่มีน้ำมันอาจมาจากเรื่องของความต้องการที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง และโดยปกติรถบรรทุกในบริษัทใหญ่จะเติมน้ำมันที่ซื้อตรงจาก Jobber หรือโรงกลั่น แต่เนื่องจากราคาน้ำมันมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากระหว่างการขายปลีกกับขายส่ง ทำให้ผู้ประกอบขนส่งส่วนหนึ่งมาเข้าคิวซื้อที่ปั๊มเพราะราคาถูกกว่า เชื่อว่า รัฐบาลจะมีมาตรการมาดูแลเรื่องนี้อย่างเป็นธรรม ในส่วนของสภาหอการค้าฯจะทำหน้าที่รับข่าวสารจากตรงนี้เพื่อสื่อถึงหอการค้าที่เป็นสมาชิกทั่วไปประเทศได้ทราบ

เอกนิติ ควงผู้ค้าน้ำมัน แถลงยืนยัน ไทยมีน้ำมันเพียงพอ 96 วัน

เอกนิติ ควงผู้ค้าน้ำมัน แถลงยืนยัน ไทยมีน้ำมันเพียงพอ 96 วัน

เอกนิติ ควงผู้ค้าน้ำมัน แถลงยืนยัน ไทยมีน้ำมันเพียงพอ 96 วัน

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.24 น.

“เอกนิติ”ควงผู้ค้าน้ำมัน แถลงยืนยันประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอ 96 วัน แจงเหตุปั๊มขาดแคลนมาจากประชาชนตื่นตระหนก-เรื่องบริหารจัดการ

15 มีนาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง แถลงภายหลังการประชุม ศบก.ว่า กระทรวงต่างประเทศได้รายงานว่า สถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซยังมีความรุนแรงอยู่ ส่วนในเรื่องน้ำมันในประเทศ วันนี้ทางกระทรวงพลังงานยืนยันว่า น้ำมันดิบยังสามารถบริหารจัดการได้และมีเพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศไม่น้อยกว่า 96 วัน นอกจากนี้ วันนี้นายกฯ ได้เชิญทางประธานบริหารของบริษัท ปตท. ผู้แทนของภาคเอกชน ผู้ค้าซึ่งเป็นไปตามมาตรา 7 ที่เกี่ยวกับดูแลเรื่องปั๊มต่างๆ ในประเทศไทยทั้งหมดเข้าร่วมประชุมด้วยเพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์ว่า ทำไมจึงมีความกังวล ซึ่งทุกคนยืนยันว่า น้ำมันยังเพียงพอตามที่กระทรวงพลังงานได้ประกาศไป ส่วนน้ำมันหน้าปั๊มยังมีเพียงพอให้ประชาชนได้ใช้ ไม่ต้องเป็นกังวล เราอยากให้ประชาชนมีความมั่นใจว่า น้ำมันมีเพียงพอแน่นอน สิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นวันนี้ได้มาแลกเปลี่ยนเรื่องปัญหาว่า ทำไมบางคนถึงรู้สึกว่า ราคาและน้ำมันถึงมีไม่เพียงพอ โดยได้ให้ไปชี้แจงในเรื่องการสื่อสารและให้ไปดูแลในเรื่องของการขนส่ง เพราะสถานการณ์วิกฤติในตะวันออกกลางอาจจะทำให้ประชาชนเกิดการตื่นตระหนกเลยไปเกิดการเร่งซื้อกักตุนไว้ล่วงหน้า อาจจะทำให้มีบางปั๊มไม่ได้สำรองน้ำมันไว้ในสถานการณ์ปกติ ซึ่งกระทรวงพลังงานจะรับไปบริหารจัดการให้เพียงพอ ให้ประชาชนได้มีความมั่นใจว่ามันไม่ได้ขาด

นายเอกนิติ กล่าวว่า เราได้เตรียมน้ำมันดิบเพียงพอที่จะเอามากลั่นที่ประเทศไทยเพื่อจะกระจายไปให้กับผู้ค้าน้ำมัน ที่จะออกมาเป็นเบนซินหรือดีเซลตามปั๊มน้ำมันต่างๆ ให้เพียงพอ ซึ่งวันนี้ได้มีการหารือถึงวิธีการบริหารจัดการ เนื่องจากในช่วงนี้อาจจะมีความกังวลว่า มันอาจจะขาดแคลนทุกคนเลยไปกักตุนน้ำมันไว้ก่อนทำให้การบริหารจัดการน้ำมันไปสู่ผู้ค้าน้ำมันต่างๆ ตามปั๊มต่างๆ น้อยกว่าปกติ วันนี้เรามีข้อสรุปให้กระทรวงพลังงานอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานไปคุยกับผู้ค้าเพื่อทำให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันตามปั๊มต่างๆมีเพียงพอจะได้สอดคล้องกับสถานการณ์ความต้องการของประชาชนที่ขณะนี้อาจจะมีความกังวล อยากให้ทุกคนมั่นใจว่าเรื่องของมันมีเพียงพอให้กับประชาชนแน่นอน

ด้าน นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ปริมาณน้ำมันสำรองที่มีอยู่ในประเทศไทย ข้อมูลปัจจุบันเมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา กรมธุรกิจพลังงานร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ออกตรวจสต๊อกน้ำมันทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 53 ครั้ง 589 ถัง มีน้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,400 ล้านลิตร มีน้ำมันสำรองตามกฎหมายประมาณ 3,400 ล้านลิตร สองส่วนนี้รวมกันคิดเป็น 39 วัน ขณะเดียวกันมีน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยรวมทั้งสิ้นอีก 27 วัน และน้ำมันที่จัดหาเรียบร้อยแล้วอีก 30 วัน รวมขั้นต่ำสุดจะมีน้ำมันอยู่ที่ 96 วัน ยืนยันว่า มีน้ำมันเพียงพอสำหรับในประเทศแน่นอน ส่วนที่ประชาชนไปเติมน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ทำให้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจึงเกิดปัญหาเรื่องการขนส่งน้ำมัน นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งให้กระทรวงพลังงานหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงการจัดส่งให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และให้มีความเพียงพอไม่ขาดแคลน ส่วนภาคอุตสาหกรรม ทางนายกฯ ได้สั่งการให้นัดหารือกับกลุ่มผู้ค้า ในการที่จะไปดูว่าน้ำมันจะไปภาคอุตสาหกรรมด้วยวิธีไหนในเงื่อนไขที่ยุติธรรม

ขณะที่ นายคงกระพัน อินทร์แจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การจัดหาน้ำมันดิบของ ปตท.มีเครือข่ายทั่วโลก ซึ่งมีการเตรียมพร้อมในภาวะวิกฤต สามารถโหลดน้ำมันจากท่าเรืออื่นๆ ที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือการหาแหล่งน้ำมันอื่นๆจากอเมริกา แอฟริกาตะวันตก รวมถึงลาตินอเมริกา จึงยืนยันได้ว่าเราหาได้พอเพียง และให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าโครงการของ ปตท.มีกำลังการผลิตทั้งหมด 60% ของประเทศยังทำงานได้อย่างเต็มที่มีน้ำมันพอเพียง และมีน้ำมันสำเร็จรูปเป็นสต๊อกให้ภายในประเทศให้ได้ใช้ต่อไป

จากนั้นผู้ประกอบการน้ำมันในประเทศไทย ทั้ง ปตท. บางจาก พีที เชลล์ คาลเทกซ์ ซัสโก้ ต่างแถลงยืนยันว่า ผู้ค้ามีทุกรายมีน้ำมันมีเพียงพอในการให้บริการประชาชนอย่างแน่นอน

หมอวรงค์ ชงกลางสภาฯสังคายนา 3 เรื่อง โดนแตะเบรก-แนะเอาไปคุยใน กมธ.

หมอวรงค์ ชงกลางสภาฯสังคายนา 3 เรื่อง โดนแตะเบรก-แนะเอาไปคุยใน กมธ.

หมอวรงค์ ชงกลางสภาฯสังคายนา 3 เรื่อง โดนแตะเบรก-แนะเอาไปคุยใน กมธ.

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.09 น.

“หมอวรงค์”ฟิต! ชงกลางสภาฯสังคายนา 3 เรื่อง โดนแตะเบรกยังไม่ใช่ระเบียบวาระ แนะเอาไปคุยใน กมธ.

15 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ประธานชั่วคราวในที่ประชุม ภายหลังที่ประชุมลงมติเลือก นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร บรรยากาศเริ่มเป็นไปด้วยความเข้มข้นมากขึ้น เมื่อ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ลุกขึ้นหารือต่อประธานชั่วคราวในที่ประชุมว่า สิ่งที่เป็นปัญหาที่ประชาชนกังวลใจและฝากตนมา 3 ประเด็น 1.ประชาชนไม่สบายใจ สส.มีเงินเดือนกว่า 1 แสนบาท แต่ต้องเอาภาษีประชาชนมาเลี้ยงอาหารกลางวัน สส. ทำไม สส.ไม่ซื้ออาหารกินเอง 2.การใช้จ่ายงบฯ ฟุ่มเฟือยไปกับตำแหน่งผู้ช่วย สส.ที่มีถึง 8 คน และเพิ่มเงินเดือนเป็น 1.8 หมื่นบาท ควรลดเหลือผู้ช่วย สส. 3 คน จะประหยัดงบฯ ได้ถึงปีละ 540 ล้านบาท และ 3.เสนอให้มีการยกเลิกกองทุนบำนาญของ สส. เพื่อให้เกิดความประหยัดและโปร่งใสในการใช้งบประมาณแผ่นดิน ทั้งนี้ ในระหว่างที่ นพ.วรงค์ อภิปราย ได้มี สส.พยายามรุมประท้วงให้พยายามกลับเข้าสู่ระเบียบวาระต่อไป คือการเลือกรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน

อย่างไรก็ตาม ทางประธานในที่ประชุมชั่วคราวได้ตัดบทการหารือดังกล่าวว่า ระเบียบวาระขณะนี้เป็นการเลือกประธาน และรองประธานสภาฯ เรื่องเหล่านี้ไว้ให้สภาฯ เปิดแล้ว มีคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ รวมถึง กมธ.กิจการสภาฯ นพ.วรงค์ ก็ไปคุยกับประธาน กมธ. หรือถ้าได้ไปนั่งใน กมธ.ก็เข้าไปคุยกันเอง แล้วจึงนำมาคุยในสภาฯ ไม่ใช่มาคุยในที่ประชุมขณะนี้

โหวตรอง ปธ.สภาฯ​ มัลลิกานั่งรองคนที่หนึ่ง-เลิศศักดิ์เป็นรองฯสอง

โหวตรอง ปธ.สภาฯ​ มัลลิกานั่งรองคนที่หนึ่ง-เลิศศักดิ์เป็นรองฯสอง

โหวตรอง ปธ.สภาฯ​ มัลลิกานั่งรองคนที่หนึ่ง-เลิศศักดิ์เป็นรองฯสอง

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.30 น.

15 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 13.05 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ประธานชั่วคราวในที่ประชุม พิจารณาวาระเลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมติของที่ประชุมกำหนดให้มีรองประธานสภาฯ จำนวน 2 คน

โดย นายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ ลุกขึ้นเสนอชื่อ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็นรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง โดยไม่มีผู้เสนอชื่อแข่ง

น.ส.มัลลิกา กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า วันนี้ได้รับเกียรติจากทุกๆ ท่าน ให้ความไว้วางใจและต้องขอขอบคุณสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกท่าน พี่ให้โอกาสและขอบคุณสมาชิกทุกพรรค ที่มอบความไว้วางใจให้ในวันนี้ อยากบอกกับทุกท่านว่าขอให้เชื่อใจ และมั่นใจว่าจะทำหน้าที่ ให้ดีที่สุด ในการประชุมก็จะเป็นการกลาง เสมอภาคเที่ยงธรรมให้โอกาสพี่น้องทุกท่าน เพื่อรับฟังความคิดเห็นของพวกเราโดยที่ทุกท่านนั้นที่เข้ามาก็ถือว่า มีความตั้งใจที่จะทำงานช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ ฉะนั้นกลไกของสภาก็ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน

น.ส.มัลลิกา กล่าวต่อว่า สิ่งหนึ่งที่อยากจะทำคือการแก้ไขกฎหมาย ที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศหลายท่านทราบว่าเวลาเราทำงานหลายเรื่องจะติดระเบียบ ดังนั้น จึงขอความร่วมมือกับเพื่อนสมาชิกว่า ให้ช่วยกันผลักดันกฎหมายร่างต่างๆ ญัตติต่างๆให้ผ่านมาโดยราบรื่น ให้การประชุมของพวกเรานั้นมีบรรยากาศที่มีความสร้างสรรค์มีสาระ

“อยากขอความร่วมมือทุกท่านว่าเอาเนื้อๆ ไม่เอาน้ำ จะได้เดินไปด้วยกันและต้องขออนุญาตเพื่อนๆ ด้วยว่าในการประชุมจะขอใช้ข้อบังคับระเบียบอย่างเคร่งครัดและจะบริหารเวลาในการพิจารณากฎหมายหรือญัตติต่างๆ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” น.ส.มัลลิกา กล่าว

จากนั้นเป็นการเลือกรองประธานสภาฯ คนที่ 2 โดย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เสนอชื่อ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรคเพื่อไทย เป็นรองประธานสภาฯ คนที่สอง โดยไม่มีการเสนอชื่อแข่ง

นายเลิศศักดิ์ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า ตนขอให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสทุกขั้นตอน ตรวจสอบได้ทุกกระบวนการ ยึดมั่นในรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับการประชุมสภาฯ อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ตนอยากเห็นการบริหารการประชุมมีประสิทธิภาพเพื่อให้การตรากฎหมายและตรวจสอบราบรื่นมีประโยชน์ต่อประชาชน ส่งเสริม สนับสนุน อำวยความสะดวกให้สภา ใช้กลไกที่มีอยู่ของสภาฯ ทั้ง การหารือ ปัญหาของประชาชน การรตั้งกรระทู้ถาม ให้กลไกแก้ปัญหาให้ประชาบน ที่อยู่ในพื้นที่แท้จริง และอยากเห็นสภาฯ เป็นสภาของประชาชนให้ประชาชนเข้าถึงทุกกระบวนการของสภาฯ รวมถึงใช้พื้นที่สภาฯ เป็นแหล่งเรียนรู้

จากนั้น นายไพโรจน์ กล่าวขอบคุณ สส.ที่มาประชุม ส่วนการนัดประชุมครั้งถัดไปจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง จากนั้นได้สั่งปิดประชุมเวลา 13.13 น.

– 006