ศบก.เผยเหตุปะทะตะวันออกกลาง ไร้ท่าทียุติ คนไทยจากอิหร่านชุด 2 ถึงไทยพรุ่งนี้

ศบก.เผยเหตุปะทะตะวันออกกลาง ไร้ท่าทียุติ คนไทยจากอิหร่านชุด 2 ถึงไทยพรุ่งนี้

ศบก.เผยเหตุปะทะตะวันออกกลาง ไร้ท่าทียุติ คนไทยจากอิหร่านชุด 2 ถึงไทยพรุ่งนี้

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.43 น.

“ศบก.” เผย เหตุปะทะตะวันออกกลาง ไร้ท่าทียุติ ขอคนไทยเร่งออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว ระบุ คนไทยจากอิหร่านชุด 2 ถึงไทยพรุ่งนี้ ยํ้า รบ.ไทย หวังทุกฝ่าย เจรจาเพื่อสันติ

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า สถานการณ์โดยรวมยังมีความรุนแรง มีการแลกเปลี่ยนการโจมตีด้วยขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดมีการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในบาห์เรน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากขึ้น และในขณะนี้ยังไม่มีท่าทีว่าสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน จะกลับเข้าสู่การเจรจา และผู้นำของประเทศคู่ขัดแย้งยังคงแสดงท่าทีที่แข็งกร้าว เราจึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นายปาณิดล กล่าวว่า ถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังมีความเปราะบาง กระทรวงต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว 

นายปาณิดล กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ในส่วนอิหร่าน ช่วงเช้าวันนี้คนไทยกลุ่มที่เหลือ ที่อพยพออกจากอิหร่านรอบแรก เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้วรวม 23 คน นอกจากนี้ ยังมีคนไทยในอิหร่านชุดที่สองจำนวน 69 คน กำลังจะเดินทางออกจากอิหร่านไปยังตุรกี โดยคนไทยบางส่วนจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ (11 มี.ค.) สถานเอกอัครราชทูตกรุงเตหะรานและกรุงอังการา กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศไทย

ส่วนการอพยพคนไทยออกจากอิรัก ขณะนี้ยังมีคนไทย 14 คน ที่จะอพยพออกจากอิรัก โดยการประสานของสถานเอกอัครราชทูตกรุงอัมมาน เพื่อมาที่ศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวที่ตุรกี ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการฯ พร้อมรองรับการเดินทางกลับประเทศไทยของคนไทยกลุ่มนี้ต่อไป

ในส่วนของประเทศอื่นๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ ยังคงอำนวยความสะดวก ดูแลให้คำแนะนำ และประสานงานกับสายการบิน รวมถึงมอบสิ่งของที่จำเป็นในการยังชีพ ให้กับคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย โดยจะเดินทางในพื้นที่ที่ทำการบินได้ และจะคอยประสานงานกับหน่วยงานในเรื่องการขออนุญาตผ่านแดนกับประเทศที่น่านฟ้ายังปิดอยู่ เพื่อให้สามารถเดินทางไปยังประเทศข้างเคียงได้ 

นายปาณิดล กล่าวว่า โดยรวมขณะนี้ มีคนไทยที่ได้รับการช่วยเหลือจากตะวันออกกลางเดินทางกลับมา ประเทศไทยแล้วจำนวนทั้งสิ้น 351 คน และยืนยันว่ารัฐบาลยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ให้ออกจากพื้นที่อันตรายด้วยความปลอดภัย และขอความร่วมมือประชาชน หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่การชุมนุมในประเทศที่มีความขัดแย้ง 

นายปาณิดล กล่าวว่า ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการสันติภาพ และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้แนวทางทางการฑูต และการเจรจาอย่างสันติ เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายวงกว้าง

อนุดิษฐ์ ยังไม่ชี้ กล้าธรรม นั่งฝ่ายค้านหรือไม่ ขอรอโหวต ประธานสภา-นายกฯก่อน

อนุดิษฐ์ ยังไม่ชี้ กล้าธรรม นั่งฝ่ายค้านหรือไม่ ขอรอโหวต ประธานสภา-นายกฯก่อน

อนุดิษฐ์ ยังไม่ชี้ กล้าธรรม นั่งฝ่ายค้านหรือไม่ ขอรอโหวต ประธานสภา-นายกฯก่อน

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.38 น.

อนุดิษฐ์ ยังไม่ชี้กล้าธรรมนั่งฝ่ายค้านหรือไม่ ขอรอโหวต ประธานรัฐสภา-โหวตนายกฯก่อน ย้ำความชัดเจนอยู่ที่พรรคแกนนำตั้งรัฐบาล

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 09.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคกล้าธรรม(กธ.)  กล่าวถึงความชัดเจนของพรรคกธ.ในทางการเมืองว่า  ยังคงเป็นไปตามที่ร.อ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกธ.ได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ ว่าเป็นเรื่องของแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในความชัดเจน ว่าจะเลือกพรรคไหนเข้าร่วมรัฐบาล โดยขณะนี้ยังต้องรอขั้นตอน การเปิดประชุมรัฐสภา การโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก่อน 

ผู้สื่อข่าวถามว่า  ทางพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงคุณสมบัติรัฐมนตรีต้องนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องของจริยธรรมมาประกอบการพิจารณาด้วย ตรงนี้ถือว่าชัดเจนแล้วหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ก็เป็นความชัดเจนของพรรคภท. แต่พรรคกธ.ก็มีความชัดเจนในการทำหน้าที่

ถามย้ำ ถ้าพรรคกธ.จะแสดงความชัดเจนเลยหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวย้ำว่า ความชัดเจน จะออกมาจากแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

เอกนิติ ปฏิเสธ พ.ร.ก. เงินกู้ ชดเชยกองทุนน้ำมัน ยังไม่เข้า ครม.วันนี้

เอกนิติ ปฏิเสธ พ.ร.ก. เงินกู้ ชดเชยกองทุนน้ำมัน ยังไม่เข้า ครม.วันนี้

เอกนิติ ปฏิเสธ พ.ร.ก. เงินกู้ ชดเชยกองทุนน้ำมัน ยังไม่เข้า ครม.วันนี้

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.49 น.

“รมว.คลัง” บอก พรก.เงินกู้ เสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมัน ยังไม่เข้าครม.วันนี้

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 09.55 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปฏิเสธข่าวกระทรวงพลังงานจะมีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ โดยให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เผชิญวิกฤตภาระหนี้สินจากการอุดหนุนราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่องนั้น

นายเอกนิติ ระบุว่า คงไม่มีเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้

เมื่อถามย้ำว่าจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ นายเอกนิติยกมือปฏิเสธ และไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวก่อนจะขึ้นประชุมคณะรัฐมนตรีทันที

ซาบีดา รับ ภูมิใจไทย คุยเรื่องควบกระทรวงวัฒนธรรม-ท่องเที่ยว บอกเป็นวิสัยทัศน์ นายกฯ

ซาบีดา รับ ภูมิใจไทย คุยเรื่องควบกระทรวงวัฒนธรรม-ท่องเที่ยว บอกเป็นวิสัยทัศน์ นายกฯ

ซาบีดา รับ ภูมิใจไทย คุยเรื่องควบกระทรวงวัฒนธรรม-ท่องเที่ยว บอกเป็นวิสัยทัศน์ นายกฯ

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.42 น.

“ซาบีดา”รับภูมิใจไทยคุยเรื่องควบวัฒนธรรม-ท่องเที่ยว บอกเป็นวิสัยทัศน์นายกฯ ที่ต้องการใช้ต้นทุนประเทศให้เต็มศักยภาพ คาดใช้เวลาดำเนินการ 6 เดือน

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 09.55 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสจะมีการผลักดันให้ควบรวมกระทรวงวัฒนธรรมกับกระทรวงการท่องเที่ยว ภายในพรรคภูมิใจไทยได้มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ว่า ยอมรับมีการพูดคุยบ้างแล้ว ซึ่งก็เป็นวิสัยทัศน์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมองว่าประเทศไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมมากมายมหาศาล แต่ยังไม่สามารถใช้ได้เต็มศักยภาพ สิ่งสำคัญคือใช้ภาคการท่องเที่ยวเข้ามาเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม และเผยแพร่จึงมาสู่แนวคิดการรวมกระทรวง

ส่วนหากมีการแยกกระทรวงจริงจะต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการเท่าไหร่รมว.วัฒนธรรมกล่าวว่า คาดว่าจะทำให้เร็วที่สุด ซึ่งจากการหารือกับนายกรัฐมนตรีก็อยากจะให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งก็ต้องดูกระบวนการภาคปฏิบัติจริงและดูหน้างานอีกครั้ง ว่ากระบวนการมีความซับซ้อนมากน้อยเพียงใด ซึ่งประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าเราจะปรับโครงสร้างกระทรวงอย่างไร แต่เป็นเรื่องของการวางยุทธศาสตร์ของประเทศ และการนำเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวและการส่งออกวัฒนธรรมของเรา

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยได้แจ้งหรือยังว่าจะให้กำกับดูแลกระทรวงใด หรือจะอยู่ประจำกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อสานต่อเรื่องนี้ น.ส.ซาบีดากล่าวว่าเรื่องนี้ยังไม่ทราบ ตนก็ได้ทราบจากข่าวเช่นกัน

นอกจากนี้ น.ส.ซาบีดายังเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงาน ในช่วงเวลานี้ซึ่งถือเป็นการช่วยชาติ และคณะรัฐมนตรีก็พยายามปรับเพื่อให้เป็นตัวอย่าง

เดี๋ยวก็รู้เอง! โสภณ ปัดมติภูมิใจไทย เสนอชื่อนั่งประธานสภา

เดี๋ยวก็รู้เอง! โสภณ ปัดมติภูมิใจไทย เสนอชื่อนั่งประธานสภา

เดี๋ยวก็รู้เอง! โสภณ ปัดมติภูมิใจไทย เสนอชื่อนั่งประธานสภา

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.34 น.

“โสภณ” บอกถึงเวลารู้เอง “หลังสะพัดนั่งปธ.สภา “มัลลิกา” ปัดตอบ นั่งรอง 1 ชี้ ข่าวก็คือข่าว

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 09.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นาย โสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะสส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าว ว่าที่ประชุมพรรคภูมิใจไทยได้มีมติ จะเสนอชื่อให้นั่งตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ยังไม่มีมติ ซึ่งในวันที่ 14 มีนาคม จะเป็นรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา และในวันที่ 15 มีนาคมจะเป็นการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และขอยืนยันว่า ในงานสัมมนาพรรคภูมิใจไทยที่จังหวัดบุรีรัมย์นั้นไม่ได้มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ และก็ไม่มีการพูดคุยกันที่ไหนเมื่อถึงเวลาก็จะรู้เอง

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากได้รับเลือกให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ใช่หรือไม่ นายโสภณตอบว่า ตนเคยพูดไว้นานแล้ว ว่าไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหนก็จะทำเต็มที่ และทำได้ดีด้วย

เมื่อถามว่าขณะนี้มีความชัดเจนแล้วใช่หรือไม่ ว่าตำแหน่งรองประธานสภาคนที่1 เป็นของพรรคภูมิใจไทย และตำแหน่งรองประธานสภาคนที่2 เป็นของพรรคเพื่อไทย นายโสภณกล่าวว่า ตามข่าวก็น่าจะเป็นแบบนั้น

ขณะที่ นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกระแสข่าวจะได้นั่งในตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เพียงสั้นๆ ว่า ข่าวก็คือข่าว

หมอวรงค์ ประกาศขอเป็น ฝ่ายค้าน หลังครุ่นคิดอยู่นาน เหตุมีแค่ 1 เสียง ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว

หมอวรงค์ ประกาศขอเป็น ฝ่ายค้าน หลังครุ่นคิดอยู่นาน เหตุมีแค่ 1 เสียง ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว

หมอวรงค์ ประกาศขอเป็น ฝ่ายค้าน หลังครุ่นคิดอยู่นาน เหตุมีแค่ 1 เสียง ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.22 น.

ยึดความจริงที่มีหนึ่งเดียว! ‘หมอวรงค์’ เผยตื่นเต้นเข้าสภาฯรอบ 12 ปี ขอเป็น ‘ฝ่ายค้าน’ หลังครุ่นคิดอยู่นาน เหตุมีแค่ 1 เสียง ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว ไปร่วมรัฐบาล ต้องมีเสียงหนุน-ทำอะไรได้ไม่เต็มที่ เชื่อหากอยากร่วมรบ. ‘ภูมิใจไทย’ ก็พร้อมต้อนรับ เตือนหากไม่ทำตรงไปตรงมา-เอื้อประโยชน์ เจอกันแน่ ลั่นจะไม่ทำงานแบบ ‘อีเวนต์’ ให้ ‘เป็นข่าว’ ขอลุยตรวจสอบเต็มที่

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี เดินทางมารายงานตัวเป็นสส.ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคไทยภักดีเป็นฝ่ายค้าน ว่า พรรคไทยภักดีได้รับเลือกเข้ามาเพียงแค่ 1 เสียง แต่ 1 เสียงที่ได้เข้ามาทำหน้าที่สส. ตนยืนยันว่าเป็น 1 เสียงที่ตัดสินใจยากลำบาก เพราะมีแฟนคลับจำนวนไม่น้อย อยากให้เราไปอยู่ฝ่ายรัฐบาล ขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหลายคนที่อยากเห็นตนเข้าไปทำหน้าที่ในการตรวจสอบ นั่นคือการเข้ามาปราบปรามการทุจริตผ่านรัฐสภา ตนพยายามชั่งใจ และเคยบอกกับสื่อมวลชนว่าขอเวลาตัดสินใจ 

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาตนงดให้สัมภาษณ์ และคิดวิเคราะห์บวกลบถึงประโยชน์ที่ประเทศชาติและประชาชนจะได้รับ จึงได้บทสรุปว่า 1 เสียงหากไปร่วมรัฐบาล อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่ เพราะตนเป็นคนทำงาน รวมถึงเราต้องเป็นคนที่เจียมเนื้อเจียมตัว 1 เสียงที่จะไปทำงานจัดการปัญหาประเทศชาติบ้านเมืองไม่ได้ เนื่องจากการร่วมงานกับรัฐบาล ต้องมีเสียงสนับสนุน  ดังนั้นเราจึงรู้ว่า 1 เสียงของเรามีข้อจำกัดในการทำงาน แต่เรามองในมุมกลับกันว่า หากมาทำหน้าที่ในการตรวจสอบ หรือการเป็นฝ่ายค้าน เราแค่อาศัยความจริง เพราะความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว ไม่จำเป็นต้องใช้เสียงสนับสนุน เพียงแค่เรานำความจริงเข้ามาเสนอกับประชาชน ทุกอย่างก็จะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติได้ จึงทำให้ตนตัดสินใจทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน แต่ยืนยันว่าจะเป็นฝ่ายค้านที่รักชาติ อะไรที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมืองตนจะทำหน้าที่ หรืออะไรที่รัฐบาลทำแล้วเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเราจะไม่ค้าน เราจะไม่นั่งหยุมหยิม หรือนั่งหาประเด็นเล็กๆน้อยๆ แล้วมาสร้างอีเวนต์ แต่เราจะหาเอกสารและหลักฐานในการตรวจสอบ เพราะหากมีการทุจริตเกิดขึ้น และการกระทำที่ไม่สนองประชาชน นั่นถือเป็นความเสียหายของประเทศชาติ 

เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ที่ไม่ร่วมรัฐบาลเป็นเพราะมีพรรคเพื่อไทยอยู่ด้วย นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตนเคยหาเสียงไว้ว่า หากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตนไม่ร่วม แม้แต่หากส้มเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตนก็ไม่ร่วม และตนเคยให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่า เมื่อเราดีลเราดีลกับนายกรัฐมนตรีโดยตรง วันนี้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จริงๆตนร่วมได้ แต่คำนวณแล้วว่า 1 เสียงหากไปร่วมรัฐบาลแล้วจะทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทยเพราะพรรคเพื่อไทยไม่มีส่วนในการตัดสินใจ 

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยได้มีการติดต่อทาบทามมาแล้วหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ไม่ได้มีการประสานกัน เพียงแค่ตนคิดว่า หากตนอยากจะร่วมเขาก็น่าจะต้อนรับ แต่เราไม่ได้มีการพูดคุยกัน เราก็มีมารยาท จึงใช้การวิเคราะห์ของตนคิดว่าเป็นฝ่ายค้านจะทำงานให้ประเทศชาติบ้านเมืองได้ดีกว่า

เมื่อถามว่า พรรคไทยภักดีถือเป็นพรรคการเมืองเล็กเพียงพรรคเดียวที่ประกาศชัดเจนว่าจะไม่ไปร่วมรัฐบาล มองว่าการทำงานในฐานะฝ่ายค้านจะสามารถแสดงพลังได้ดีกว่าหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า พรรคการเมืองส่วนใหญ่ต้องการเป็นพรรครัฐบาล หากตนคิดความสุขสบายส่วนตัว การเป็นพรรคร่วมรัฐบาลมีทรัพยากรเยอะมาก จึงมีศักยภาพและจะได้ประโยชน์แค่ส่วนตัว แต่การตัดสินใจเรื่องประโยชน์ประโยชน์ประเทศชาติบ้านเมืองนั้นยาก เพราะมีแค่ 1 เสียง การจะไปจัดการทุจริตในกระทรวง ทบวง กรม ก็ยาก ดังนั้น การเป็นฝ่ายค้านสามารถตรวจสอบสิ่งที่รัฐบาลทำ หรือการทุจริต แล้วเมื่อเราตัดสินใจบนพื้นฐานประโยชน์ของส่วนรวม ตนคิดว่าเราน่าจะทำหน้าที่นี้ให้กับประชาชนได้สมกับที่ประชาชนรอคอยและ ตนรอคอยมา 12 ปี 

เมื่อถามว่า ผลงานแรกของพรรคไทยภักดี ในฐานะฝ่ายค้านจะเป็นเรื่องอะไร นพ.วรงค์ กล่าวว่า เรื่องพวกนี้ต้องใจเย็นๆ ตนแฟร์กับรัฐบาล ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ทำงานเต็มที่ ย้ำว่าตนไม่นั่งหยุมหยิม แต่ขอเตือนว่าหากมีหลักฐานการทุจริต การประพฤติมิชอบเกิดขึ้น เราเจอกันแน่ เราทำงานแบบไม่ยั้งมือ คือการตรวจสอบจะไม่ใช่การตรวจสอบแบบสร้างอีเวนต์เพื่อให้เป็นข่าว ทุกอย่างต้องจบที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือศาล ดังนั้นหากท่านทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อาจจะไม่เห็นบทบาทของตนเพราะไม่รู้จะตรวจสอบอะไร แต่หากท่านทำไม่ตรงไปตรงมา หรือเอื้อประโยชน์เราเจอกันแน่ในสภาฯ 

เมื่อถามว่า เมื่อประกาศเป็นฝ่ายค้านแล้ว จุดยืนในการโหวต ประธานสภาฯ หรือนายกฯ  จะไม่โหวตหนุนซีกรัฐบาลใช่หรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ด้วยมารยาทของฝ่ายค้าน วิธีของฝ่ายค้านจะมีสองอย่างคือ หนุนฝ่ายค้าน กับงดออกเสียง ตนจะแจ้งอีกครั้ง แต่เราไม่ควรโหวตให้กับรัฐบาล ยกเว้นเรื่องสำคัญของประเทศชาติบ้านเมือง นายกฯพึ่งพาตนได้ ในเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมือง ตนช่วยท่านได้

เมื่อถามว่า สามารถทำงานร่วมกับพรรคประชาชนได้หรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า คำว่าฝ่ายค้านความแนบแน่นไม่เหมือนรัฐบาล เราจอยกันแบบหลวมๆ ในการตรวจสอบต่างฝ่ายต่างทำ ไม่ใช่ต้องมาพึ่งพากันทุกเรื่อง ดังนั้น ในการทำงานเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่จำเป็นต้องนั่งจับไม้จับมือเหมือนกับรัฐบาล

เมื่อถามว่า มองว่าฝ่ายค้านจะเข้มแข็งหรือไม่ เนื่องจากมีทั้งพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์ กล่าวว่า “คนอื่นผมไม่รู้ แต่ผมเข้มแข็งแน่นอน ผมเชื่อว่าผมสามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดี ทั้งนี้ การได้กลับเข้ามาสภาฯ อีกครั้งผมรู้สึกตื่นเต้น”

จากนั้นนพ.วรงค์ ได้โชว์บัตรประจำตัว สส. ให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพ โดยได้มีการจูบบัตร พร้อมกล่าวว่า เหมือนชนะแชมป์โลก ทำให้ผู้สื่อข่าวแซวว่า แชมป์โลกต้องกัดบัตร นพ.วรงค์ จึงกัดบัตร ตามคำแซว

เท่าพิภพ ขี่มอไซค์ รายงานตัว สส. ปิดท้ายพรรคส้ม ลั่น ปชน. ตั้งเป้ากวาด กทม.ทั้ง ผู้ว่าฯ-สก.

เท่าพิภพ ขี่มอไซค์ รายงานตัว สส. ปิดท้ายพรรคส้ม ลั่น ปชน. ตั้งเป้ากวาด กทม.ทั้ง ผู้ว่าฯ-สก.

เท่าพิภพ ขี่มอไซค์ รายงานตัว สส. ปิดท้ายพรรคส้ม ลั่น ปชน. ตั้งเป้ากวาด กทม.ทั้ง ผู้ว่าฯ-สก.

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.12 น.

‘เท่าพิภพ’ ขี่มอไซค์มารายงานตัวสส.ปิดท้ายพรรคส้ม ลั่น ‘ปชน.’ ตั้งเป้ากวาดกทม.ทั้ง ‘ผู้ว่าฯ-สก.’ โวเปิดตัวมาว้าวแน่

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 09.30น. ที่รัฐสภา นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคประชาชน เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ PCX มารายงานตัวสส.ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และให้สัมภาษณ์ว่า สาเหตุที่ตนไม่ได้มารายงานตัวพร้อมกับคณะสส.พรรคประชาชน เมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากติดภารกิจกับครอบครัว ส่วนการทำงานในพื้นที่ แม้เขตบางพลัด บางกอกน้อยจะเป็นพื้นที่ใหม่ และตนไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ก็มีความคล้ายคลึงกับเขตคลองสานที่ติดริมแม่น้ำ มีลักษณะที่คล้ายคลึงกันหลายประการทั้งความหลากหลายทางศาสนา มีปัญหาด้านการเข้าถึงพื้นที่คล้ายกัน และเป็นปัญหาเรื้อรัง ซึ่งคนเป็นสส.อาจจะแก้ไขไม่ได้มาก เพราะปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาระดับท้องถิ่น ซึ่งอยากให้ในอนาคตมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เป็นพรรคประชาชน 

นายเท่าพิภพ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม วันนี้จะมีงานเสวนา อบรม เตรียมความพร้อมการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่จะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งเราอยากได้สีส้มทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น ยืนยันว่าส่งสก.ทุกเขต และมั่นใจว่าผู้สมัคร สก.จะเอาชนะได้ เพราะที่ผ่านมาก็มีการลงพื้นที่รวมถึงมีความสามารถ และขอให้ประชาชนให้ความสนใจกับการเลือกตั้งท้องถิ่น เนื่องจากปัญหาหลายปัญหา เป็นเรื่องใกล้ตัวและ เป็นเรื่องของท้องถิ่น อย่างไรก็ดีตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ครั้งนี้จะต้องสร้างความประหลาดใจแน่นอน

จากนั้น นายเท่าพิภพได้เข้าไปรายงานตัว สส.ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทำให้วันนี้ สส.พรรคประชาชนมารายงานตัวครบแล้วทั้ง 120 คน 

อรรถกร ไม่ค้านไอเดียแยกท่องเที่ยวออกจากกีฬา ชี้หลายประเทศจับคู่กับวัฒนธรรม

อรรถกร ไม่ค้านไอเดียแยกท่องเที่ยวออกจากกีฬา ชี้หลายประเทศจับคู่กับวัฒนธรรม

อรรถกร ไม่ค้านไอเดียแยกท่องเที่ยวออกจากกีฬา ชี้หลายประเทศจับคู่กับวัฒนธรรม

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.05 น.

“อรรถกร” ไม่ค้านไอเดียแยกท่องเที่ยวกับกีฬา ชี้ หลายประเทศจับคู่กับวัฒนธรรม ตอบไม่ได้ ทำสำเร็จหรือไม่ แต่ถ้ากล้าธรรมมีอำนาจ เมื่อพูดอะไรแล้ว ทำแน่นอน

เมื่อเวลา 09.53 น. วันที่ 10 มีนาคม 2569 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงแนวคิดการแยกกระทรวง โดยนำเรื่องท่องเที่ยวไปรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม และมีกระทรวงที่ดูแลกีฬาอย่างเดียวว่า  พื้นฐานจากหลายๆ ประเทศที่ได้ทำงานร่วมกันมาในช่วง 5-6 เดือนที่ผ่านมา ก็มีการจัดสรรกระทรวงวัฒนธรรมอยู่กับการท่องเที่ยว เนื่องจากว่าภารกิจมีความใกล้เคียงกัน 

ผู้สื่อข่าวถามว่า สนับสนุนแนวคิดนี้หรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า ตนเองไม่มีปัญหา และไม่ได้ขัดข้อง เมื่อถามว่า แนวคิดนี้ทางกระทรวงฯ เคยมีการศึกษามาก่อนหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า ในช่วงที่ตนเองเข้ามาทำงานไม่ได้มีการศึกษาเพิ่มเติมในส่วนนี้ แต่ทราบว่ามีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องนี้

เมื่อถามว่า บริบทในประเทศไทยมองว่าเหมาะสมหรือไม่ในการแยกกระทรว และมีความเข้มแข็งอย่างไร นายอรรถกร กล่าวว่า ต้องมองในเรื่องของภารกิจของวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและกีฬาว่าแบบไหนสามารถไปด้วยกันได้  

เมื่อถามว่า ส่วนตัวคิดว่าแนวคิดนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะในสมัยของนายทักษิณ ชินวัตร สามารถแยกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกมาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ นายอรรถกร กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้ แต่ถ้าพรรคกล้าธรรมมีอำนาจ เมื่อพูดอะไรแล้ว ทำแน่นอน

รมว.ยุติธรรม เผย ดีเอสไอ ออกหมายเรียก ชนนพัฒน์ ซ้ำหากเบี้ยว 12 มี.ค.

รมว.ยุติธรรม เผย ดีเอสไอ ออกหมายเรียก ชนนพัฒน์ ซ้ำหากเบี้ยว 12 มี.ค.

รมว.ยุติธรรม เผย ดีเอสไอ ออกหมายเรียก ชนนพัฒน์ ซ้ำหากเบี้ยว 12 มี.ค.

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.54 น.

รุทธพล พร้อมออกหมายเรียก “ชนนพัฒฐ์” ซ้ำ หากเบี้ยว12 มี.ค. ดีเอสไอ ลุยให้ได้ตัวช่วงเปิดสมัยประชุม ผ่านปธ.สภา

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 09.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึง กรณีนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ถูกออกหมายเรียกโดยดีเอสไอ กรณีเว็บพนัน รมว.ยุติกรรม กล่าวว่า ก็ออกหมายเรียก 12 มี.ค.นี้ ถ้าไม่มาก็จะออกหมายเรียกอีกครั้งหนึ่ง 

อย่างไรก็ตาม หากเปิดสมัยประชุมสภาฯ ก็คงดำเนินการตามกฏหมาย โดยจะยื่นไปทางประธานสภาฯ เพื่อให้ประธานใช้มติของสภา ว่าจะให้ออกหมายเรียกหรือหมายจับ ซึ่งตนคาดว่าทางอธิบดีดีเอสไอ จะดำเนินการตามนี้ 

รุทธพล เผย ขั้นตอนพักโทษ ทักษิณ ต้องผ่าน 3 คณะกรรมการ กำชับให้ทำตามกฎหมาย

รุทธพล เผย ขั้นตอนพักโทษ ทักษิณ ต้องผ่าน 3 คณะกรรมการ กำชับให้ทำตามกฎหมาย

รุทธพล เผย ขั้นตอนพักโทษ ทักษิณ ต้องผ่าน 3 คณะกรรมการ กำชับให้ทำตามกฎหมาย

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.36 น.

“รุทธพล” เผย ขั้นตอนพักโทษ “ทักษิณ” ต้องผ่าน 3 คณะกรรมการ พร้อมกำชับทำตามกฎหมาย

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 09.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นขอพักโทษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบ

เมื่อถามว่า ทางครอบครัวชินวัตร ระบุจะยื่นภายในเดือนนี้ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ยังไม่มีเรื่องมาถึงตน ทั้งเรือนจำ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม รวมถึงรัฐมนตรีไม่ทราบอะไรเลย 

ผู้สื่อข่าวถามว่าตามขั้นตอนจะต้องดำเนินการอย่างไร พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า จะต้องผ่าน 3 คณะกรรมการ คือ เรือนจำ กรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรม ซึ่งตนได้กำชับให้ดำเนินการตามกฏหมายแล้ว