อนุดิษฐ์​ ปัดตอบ​ กล้าธรรม หมดโอกาสร่วมรัฐบาลหรือไม่ ขอให้ยึดตามนายกฯ​รอกกต.รับรองก่อน

อนุดิษฐ์​ ปัดตอบ​ กล้าธรรม หมดโอกาสร่วมรัฐบาลหรือไม่ ขอให้ยึดตามนายกฯ​รอกกต.รับรองก่อน

อนุดิษฐ์​ ปัดตอบ​ กล้าธรรม หมดโอกาสร่วมรัฐบาลหรือไม่ ขอให้ยึดตามนายกฯ​รอกกต.รับรองก่อน

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.51 น.

“อนุดิษฐ์​” ปัดตอบ​ ”กล้าธรรม“ หมดโอกาสร่วมรัฐบาลหรือไม่ ขอให้ยึดตามคำนายกฯ​รอกกต.รับรองผลก่อน

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.25 น.ที่ทําเนียบรัฐบาล น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม​ (กธ.) กล่าวถึงสถานการณ์ของพรรค กธ.ว่า ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง​ (กกต​.) รับรองสถานะก่อน 

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรค กธ.ยังมีโอกาสร่วมรัฐบาลหรือไม่ เพราะขณะนี้มีกระแสข่าวว่าจะไปเป็นฝ่ายค้าน​ น.อ.อนุดิษฐ์​ กล่าวว่า​ ตามข้อเท็จจริงแล้วเขายังไม่ได้คุยกัน และต้องยึดถือตามที่ ร.อ.ธรรมนัส​ พรหมเผ่า​ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์​ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.ได้ให้สัมภาษณ์ไว้​

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยังไม่ปิดประตูตายพรรค กธ.ร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ น.อ.​ อนุ​ดิษฐ์​ ไม่ได้ตอบคำถาม เมื่อถามย้ำว่า​ จะมีความชัดเจนเรื่องนี้ได้เมื่อใด​ น.อ.อนุ​ดิษฐ์​ กล่าวว่า​ ทุกอย่างเป็นไปตามที่นายกฯ ระบุไว้ ว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะหารือและพูดคุยเรื่องการร่วมรัฐบาล เราให้กกต.รับรองผลการเลือกตั้งก่อน เมื่อถามว่า มีความมั่นใจหรือไม่ว่า พรรค กธ.จะได้ร่วมรัฐบาล น.อ.อนุ​ดิษฐ์​ ปฏิเสธการตอบคำถามก่อนที่จะเดินขึ้นตึกบัญชาการ 1 ในทันที

เลขาฯกฤษฎีกาย้อนถามใครผิด คนกาหรือคนแซะข้อมูลบัตรเลือกตั้ง

เลขาฯกฤษฎีกาย้อนถามใครผิด คนกาหรือคนแซะข้อมูลบัตรเลือกตั้ง

เลขาฯกฤษฎีกาย้อนถามใครผิด คนกาหรือคนแซะข้อมูลบัตรเลือกตั้ง

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.43 น.

เลขาฯกฤษฎีกา ย้อนถามลงคะแนน “ลับ” ปมบัตรเลือกตั้ง คนกาหรือคนแซะข้อมูลภายหลัง ใครผิด – พร้อมยกตัวอย่างความลับราชการมี 3 ระดับ – ยันมีคนรู้ ผู้รับ ผู้ส่งรู้เห็น ส่วนจะเป็นโมฆะหรือไม่ ย้อนสื่อก็เปิดเอกสารราชการบ่อยๆ

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงการตีความการลงมติ “ลับ” ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ ควรตีความอย่างไรว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งต้องไปว่าตามกระบวนการ หากเราพูดไปก็จะเกิดความสับสนในสังคมเปล่าๆ และกระทบกับความเชื่อมั่นของระบบการเมืองไทย และระบบการค้าการลงทุนได้ ดังนั้นต้องระมัดระวังนิดนึง

เมื่อถามว่า สมมุติว่าประชาชนไปกาบัตรเลือกตั้งแล้วเป็นความลับ แต่ภายหลังมีคนพยายามไปตรวจสอบ จะยังเป็นความลับอยู่หรือไม่ เลขาฯกฤษฎีกา ถามกลับว่า “ใครเป็นคนทำผิดล่ะ คนกาหรือคนไปแซะข้อมูลเขา”

เมื่อถามว่า การตีความ “ลับ” ในแวดวงราชการตีความอย่างไร นายปกรณ์ กล่าวว่า หากตามระเบียบของราชการจะมีระเบียบการรักษาความลับทางราชการ โดยเรื่องรับของทางราชการจะมี “เรื่องลับ” “ลับมาก” “ลับที่สุด” หากถามว่ามีคนรู้ได้หรือไม่ มันก็รับรู้ได้ระหว่างผู้รับกับผู้ส่ง แต่ระหว่างทางมันจะไปไหนไม่ได้ ถ้าลับก็ซีเคร็ท ถ้าลับมากก็เป็นConfidential แล้วลับที่สุดก็ top secret 

เมื่อถามว่า หากมีการรับรู้ภายหลังเรื่องลับจะกลายเป็นโมฆะหรือไม่ นายปกรณ์ ย้อนถามกลับพร้อมหัวเราะว่า สื่อก็ทำกับตนบ่อยๆ เห็นเอาเอกสารทางราชการไปลงกันบ่อยๆ 

พิพัฒน์ เผยดีลตั้งรัฐบาลจบแล้ว ก่อนสงกรานต์เห็นโฉมแน่ ส่วนเรื่องกระทรวงประมาณในข่าว

พิพัฒน์ เผยดีลตั้งรัฐบาลจบแล้ว ก่อนสงกรานต์เห็นโฉมแน่ ส่วนเรื่องกระทรวงประมาณในข่าว

พิพัฒน์ เผยดีลตั้งรัฐบาลจบแล้ว ก่อนสงกรานต์เห็นโฉมแน่ ส่วนเรื่องกระทรวงประมาณในข่าว

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.37 น.

“พิพัฒน์” รับ ดีลตั้งรัฐบาลจบแล้ว เรื่องกระทรวงประมาณในข่าว ยัน ได้ รบ.ใหม่ก่อนสงกรานต์แน่ ไม่กังวลถูกแฉคลิป ลั่น ภท.ไม่มีความลับ

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรค ภท. ปิดดีลตั้งรัฐบาลที่ 300 เสียง ว่า ตนไม่ทราบ ต้องถามคณะกรรมการบริหารพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีพรรคใหญ่เป็นพรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคเดียว และมีพรรคเล็ก ถือว่าเพียงพอแล้วหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องถามหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ภท. เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องกระทรวงหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตามที่ข่าวเสนอออกไปก็เป็นประมาณนั้น อาจจะมีแล้ว แต่อย่าให้ตนต้องตอบเลย เพราะถ้าตนตอบก็ทำเกินหน้าที่ เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้ดีลทางการเมืองเพื่อตั้งรัฐบาลจบแล้วหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า “ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น ตามข่าวที่สื่อมวลชนเสนอก็ใกล้เคียงมาก”

เมื่อถามว่า จะได้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาทำงานก่อนสงกรานต์ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องได้ เพราะเพราะวันนี้ประเทศไทยคงรอไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างรอรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อน โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ รวมถึงสภาพการเมืองโลกที่ตึงเครียด เพราะฉะนั้น ต้องพยายามตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด เพื่อขับเคลื่อนในสิ่งที่พรรค ภท.หาเสียง ประเทศไทยจะได้พ้นจากบ่วงเหล่านี้ได้เร็วขึ้น 

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรค ภท.มีความกังวลหรือไม่ว่า ในโลกโซเชียลจะมีการแฉคลิปเรื่องดีลจัดตั้งรัฐบาล นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การจัดตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องที่สามารถเปิดเผยได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ตนคิดว่าหัวหน้าพรรค ภท.ไม่ได้กังวลในเรื่องของคลิป เพราะการจัดตั้งรัฐบาลเป็นสิ่งที่ต้องเปิดเผย ยืนยันไม่กังวล และตนไม่ทราบว่าคลิปที่ว่าคือคลิปอะไร แต่ตนเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เป็นความลับสำหรับพรรค ภท.

ทักษิณจ่อพักโทษพฤษภา รุทธพล ชี้ตามระเบียบคุมขังแล้ว2ใน3

ทักษิณจ่อพักโทษพฤษภา รุทธพล ชี้ตามระเบียบคุมขังแล้ว2ใน3

ทักษิณจ่อพักโทษพฤษภา รุทธพล ชี้ตามระเบียบคุมขังแล้ว2ใน3

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.28 น.

รมว.ยธ. ทักษิณ ถึงกำหนดไดัพักโทษพฤษภาคมนี้ ตามระเบียบคุมขัง 2 ใน 3

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการพักโทษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า สามารถยื่นได้ตามปกติ ไม่ได้มีอะไรเป็นกรณีพิเศษ เมื่อถูกคุมขัง 2 ใน 3 ยื่นตามปกติได้อยู่แล้ว โดยจะผ่านคณะกรรมการในเรือนจำ คณะกรรมการกรมราชทัณฑ์ และคณะกรรมการกระทรวงยุติธรรม ที่จะมีระดับอธิบดีประมาณ 5 ท่าน และเทียบเท่า โดยว่าไปตามขั้นตอนที่เป็นเงื่อนไขปกติ

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า โดยส่วนมากยื่นขอก่อนครบกำหนดเงื่อนไขพักโทษ เมื่อพิจารณาก็จะได้ใช้สิทธิตรงนี้ เมื่อมีมติแล้วสามารถดำเนินการได้เลย โดยกำหนดของนายทักษิณที่จะพักโทษคือเดือนพฤษภาคม2569 และเป็นไปตามระเบียบที่ถูกคุมขัง 2 ใน 3 ก็สามารถพักโทษได้

พรรคส้มระส่ำ! คสพป. แถลงการณ์ จี้สังคายนาพรรค หลังคดีทางเพศโผล่ซ้ำซาก

พรรคส้มระส่ำ! คสพป. แถลงการณ์ จี้สังคายนาพรรค หลังคดีทางเพศโผล่ซ้ำซาก

พรรคส้มระส่ำ! คสพป. แถลงการณ์ จี้สังคายนาพรรค หลังคดีทางเพศโผล่ซ้ำซาก

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.12 น.

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 คิวเบเล่ย์ คณาสิต พ่วงอำไพ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 65 พรรคประชาชน โพสต์แถลงการณ์ในนามคณะทำงานเพื่อความเสมอภาคทางเพศในพรรคประชาชน (คสพป.) ต่อผู้บริหารพรรคประชาชน กรณีผู้สมัครจังหวัดมหาสารคามถูกศาลฎีกาพิพากษาว่ากระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราและลงโทษทั้งจำทั้งปรับ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569

คณะทำงานเพื่อความเสมอภาคทางเพศในพรรคประชาชน (คสพป.) ขอแสดงจุดยืนต่อกรณีผู้สมัครของพรรคในจังหวัดมหาสารคามที่ปรากฏข้อกล่าวหาเกี่ยวกับคดีข่มขืนกระทำชำเรา ซึ่งเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชน และต่อหลักการความเสมอภาคทางเพศที่พรรคยึดมั่นมาโดยตลอด

คณะทำงานฯ ของเรา ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้สมัครรับเลือกตั้ง คณะทำงานระดับจังหวัด พนักงาน และสมาชิกพรรคประชาชนที่ให้ความสำคัญอย่างจริงจังต่อประเด็นความเสมอภาคทางเพศ และการสร้างพื้นที่ทางการเมืองที่ปลอดภัย ปราศจากการคุกคามและความรุนแรงทางเพศ

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คณะทำงานฯ ขอแสดงความผิดหวังอย่างมากต่อความผิดพลาดของกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครของพรรคที่ยังขาดกลไกตรวจสอบและคัดกรองอย่างรอบด้านในประเด็นการคุกคามและความรุนแรงทางเพศ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูประบบภายในพรรคอย่างเป็นรูปธรรม

คณะทำงานฯ จึงขอเสนอแนวทางดังต่อไปนี้

จัดทำระบบรับเรื่องร้องเรียนของพรรคเกี่ยวกับการคุกคามและความรุนแรงทางเพศที่เป็นระบบ โปร่งใส เข้าถึงได้ง่าย และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ร้องเรียน

ให้คณะทำงานฯ มีส่วนร่วมอย่างเป็นทางการในกระบวนการพิจารณาคัดเลือกผู้สมัคร หรือมีสัดส่วนในคณะกรรมการวินัยของพรรค เพื่อร่วมกลั่นกรองและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในอนาคต

แก้ไขข้อบังคับพรรคฯเพื่อรับรองสถานะ บทบาท และอำนาจหน้าที่ของคณะทำงานฯ ให้สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบ มีความชัดเจน มีกลไกการตรวจสอบที่เป็นอิสระ และมีผลในทางปฏิบัติ

คณะทำงานฯ ยังคงเชื่อมั่นในอุดมการณ์และศักยภาพของพรรคประชาชน และเห็นว่าการยอมรับปัญหาอย่างตรงไปตรงมา พร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไขเชิงโครงสร้างจะทำให้พรรคเติบโตอย่างเข้มแข็งและสอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคทางเพศที่สังคมคาดหวัง และพรรคมีบทบาทสำคัญในการผลักดันผ่านระบบรัฐสภามาโดยตลอด

ในนามคณะทำงานเพื่อความเสมอภาคทางเพศในพรรคประชาชน (คสปพ.) เราขอประกาศยืนยันความพร้อมที่จะมีส่วนร่วมและเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพื่อให้พรรคเป็นพื้นที่ทางการเมืองที่ปลอดภัย เป็นธรรม และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคนอย่างไม่มีข้อยกเว้น

ลงชื่อ คณะทำงานเพื่อความเสมอภาคทางเพศในพรรคประชาชน (คสพป.)
ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์
ชลณัฏฐ์ โกยกุล
อังสนา โรมินทร์ คราวซ์
กมลชนก สุพรรณฝ่าย
ณัฐยา บุญภักดี (ที่ปรึกษา)
คณาสิต พ่วงอำไพ
ธนพร วิจันทร์
วรรณอนงค์ หาญพงษ์ธรรม
อิศราพร ดวงอุปะ
ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย
จิรายุ ดวงแก้ว
ภัณฑิรา มั่นสัมฤทธิ์
นาลันทา บุญชิต
รวิสรา มาวงศ์
นวลรหงษ์ ยิ่งได้ชม
ศุภกร ชันแก้ว
ชุตินันท์ สอนสมฤทธิ์
นัชชา นิมาแสง
นักษา กาญจนคีรีรัตน์
กฤษฎา บุญทศ
ขวัญรัตน์ พนมขวัญ
วาสนา อยู่ภักดี
ธันยนันท์ ไพบูลย์สุข
นิฟารา เปาะอาเดะ
นิอัลฟาน มะโสง
นัฏฐิกา โล่ห์วีระ
นูรฮายาตี สาเมาะ
ธนพร กกกลาง
ยัสมูน หะยีลาเต๊ะ
พิณทอง เล่ห์กันต์
สหัสวัต คุ้มคง
กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ (ที่ปรึกษา)
ธนัชชา แสนสุขุม
ธีรพงศ์ ชื่นชอบ
เอกภพ สิทธิวรรณธนะ
นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต
ศวิตา สำลีพันธุ์
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ (ที่ปรึกษา)
ลักษณารีย์ ดวงตาดำ

อดีตรองอธิการฯมธ. เชื่อดีลตั้งรัฐบาลยังไม่จบ ชี้ภูมิใจไทยไม่น่าทิ้งกล้าธรรม

อดีตรองอธิการฯมธ. เชื่อดีลตั้งรัฐบาลยังไม่จบ ชี้ภูมิใจไทยไม่น่าทิ้งกล้าธรรม

อดีตรองอธิการฯมธ. เชื่อดีลตั้งรัฐบาลยังไม่จบ ชี้ภูมิใจไทยไม่น่าทิ้งกล้าธรรม

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.44 น.

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ข่าวการจัดตั้งรัฐบาลเกือบทุกสำนักรายงานว่า ปิดดีลแล้ว พรรคกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้าน นั่นหมายความว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะมี พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคเล็กๆอื่นๆ รวมแล้วรัฐบาลจะมีเสียงมากถึง 300 เสียง ซึ่งเป็นจำนวนที่เหลือเฟือเลยทีเดียว

สัปดาห์ที่แล้ว เราแปลกใจมากอยู่แล้วเมื่อเห็นข่าว พรรคภูมิใจไทยรับพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล เห็นคุณภูมิธรรม เวชยชัย ลงจากรถที่ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ยิ้มแย้มและตรงเข้าจับแขนคุณอนุทินที่มารอต้อนรับ แล้วเป็นภาพที่ทำให้รู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างไรไม่ทราบ แต่แปลกใจยิ่งกว่าที่เห็นข่าวพรรคกล้าธรรมถูกปัดให้ไปเป็นฝ่ายค้าน แม้คุณไผ่ ลิกค์ จะกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า พรรคกล้าธรรมไม่มีเงื่อนไขอะไรแล้วก็ตาม แต่มาถึงวันนี้ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล เร่ิมให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ปิดดีล แต่ไม่พูดถึงพรรคกล้าธรรม

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นขอบอกว่า ไม่น่าเป็นไปได้ที่พรรคภูมิใจไทยจะทิ้งพรรคกล้าธรรม เพราะหากคุณธรรมนัสและพรรคกล้าธรรม ไม่หักกับพรรคเพื่อไทยเพื่อมาลงคะแนนให้คุณอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีจะชื่อ ชัยเกษม นิติศิริ ไม่ใช่อนุทิน ชาญวีรกูล อีกทั้งพรรคเพื่อไทยเมื่อร่วมรัฐบาลกัน สร้างความแค้นให้พรรคภูมิใจไทยเกินกว่าประโยคที่ว่า “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร”

ผู้ที่ลงคะแนนเลือกพรรคภูมิใจไทยจำนวนมากจึงเสียความรู้สึก จนทำท่าว่าจะไม่ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทยอีกหากการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ

ด้วยเหตุนี้ เรื่องคงไม่จบลงง่ายๆตามที่เป็นข่าว แต่ต้องมีอะไรที่ซับซ้อนกว่านี้แน่ๆ การที่คุณธรรมนัสโพสต์ภาพตัวเองพร้อมข้อความว่า

“เจอแล้วครับ แสงสีเขียว ฝันดี ราตรีสวัสดิ์”

จึงน่าจะเป็นนัยอะไรบางอย่างที่เราจะต้องติดตามดูต่อไป

นายกฯ ปราศรัยวันศิลปินแห่งชาติ 2569 ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณูปการต่อประเทศชาติ

นายกฯ ปราศรัยวันศิลปินแห่งชาติ 2569 ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณูปการต่อประเทศชาติ

นายกฯ ปราศรัยวันศิลปินแห่งชาติ 2569 ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณูปการต่อประเทศชาติ

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.58 น.

นายกรัฐมนตรี กล่าวคำปราศรัยเนื่องในวันศิลปินแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณูปการต่อประเทศชาติ ผู้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และส่งต่อให้คนรุ่นหลัง

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวคำปราศรัยเนื่องในวันศิลปินแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 ใจความว่า 

เนื่องในโอกาส “วันศิลปินแห่งชาติ” ประจำปี 2569 ขอส่งความระลึกถึง และความปรารถนาดีมายังศิลปินแห่งชาติ ศิลปินทุกสาขา ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์งานศิลปะของชาติ รัฐบาลได้ประกาศให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ เป็นวันศิลปินแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2528 เป็นต้นมา ด้วยเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระปฐมบรมศิลปินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้ทรงพระปรีชาล้ำเลิศในศิลปะแขนงต่าง ๆ อีกทั้งเพื่อร่วมกันน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีคุณูปการอย่างอเนกอนันต์ต่องานศิลปวัฒนธรรมของชาติ รวมทั้งเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติเหล่าศิลปินผู้รังสรรค์ ผลงานศิลปะของชาติให้เป็นที่ประจักษ์ ทั้งในประเทศและนานาชาติ 

ศิลปินแห่งชาติคือ ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณูปการต่อประเทศชาติ เป็นปราชญ์ผู้มีความรู้ ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญเป็นเลิศในด้านศิลปะหลากหลายแขนง และได้อุทิศตนสร้างสรรค์ และถ่ายทอดผลงานศิลปะอันล้ำค่า และเป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ และมวลมนุษยชาติ การส่งเสริม สนับสนุนสร้างขวัญกำลังใจแก่ศิลปินแห่งชาติ จึงเป็นการประกาศคุณค่าของศิลปิน ผู้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และส่งต่อให้คนรุ่นหลัง

ในวาระนี้ ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ล้วนมีความปลื้มปีติยินดียิ่งที่คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้มีมติถวายพระสมัญญา “สิริศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ” แด่ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และประกาศพระนามให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปีพุทธศักราช 2567

ในโอกาส “วันศิลปินแห่งชาติ” วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง ในนามของรัฐบาลและปวงชนชาวไทย ขอพระราชทานถวายพระพรชัยแด่ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี “สิริศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ” ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล โปรดอภิบาลบันดาลดลให้พระองค์ทรงพระเจริญด้วย จตุรพิธพรชัย ทรงพระเกษมสำราญ มีพระราชประสงค์จำนงหมายสิ่งใด ขอจงสฤษดิ์ดั่งพระราชหฤทัยปรารถนา สถิตเป็นมิ่งขวัญแห่งปวงพสกนิกร ตราบกาลนาน 

“ผมขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ศิลปินทุกสาขา และผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปะทุกท่านที่ได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าไว้ให้แก่ชาติไทย เป็นการสืบสานมรดก ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ให้ดำรงอยู่เป็นสมบัติอันล้ำค่า และเป็นเกียรติภูมิอันสง่างามของชาติไทยสืบไป”

ยากมาก!!! เทพไท ฟันธง สูตรตั้งรัฐบาลแก้เผ็ด แดง-ส้ม-เขียว เป็นไปไม่ได้

ยากมาก!!! เทพไท ฟันธง สูตรตั้งรัฐบาลแก้เผ็ด แดง-ส้ม-เขียว เป็นไปไม่ได้

ยากมาก!!! เทพไท ฟันธง สูตรตั้งรัฐบาลแก้เผ็ด แดง-ส้ม-เขียว เป็นไปไม่ได้

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.30 น.

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ระบุว่า  รัฐบาลสูตร แดง-ส้ม-เขียว เป็นไปไม่ได้

มีการเสนอสูตรจัดตั้งรัฐบาล เพื่อแก้เผ็ดพรรคภูมิใจไทย ที่กำลังเล่นตัวในการจัดตั้งรัฐบาล โดยใช้สิทธิ์พรรคอันดับหนึ่ง ที่มีคะแนนเสียง 193 เสียง สามารถจัดตั้งรัฐบาล และเลือกพรรคร่วมรัฐบาลได้ ประเภทหล่อเลือกได้ จึงมีการวิพากษ์วิจารณ์ และเสนอสูตรเพื่อชิ่งจัดตั้งรัฐบาลอีกขั้วหนึ่ง คือ สูตรแดง-ส้ม-เขียว เป็นการรวมตัวของพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และพรรคกล้าธรรม ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ จะทำให้พรรคภูมิใจไทยตกไปเป็นฝ่ายค้าน 

ซึ่งในความเป็นจริง ถ้าหากว่าเป็นการเมืองยุคเก่าๆ ก็มีความเป็นไปได้ เช่นการเมืองในยุคปี 2518 ที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสียงมากที่สุด 114 ที่นั่ง แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช หัวหน้าพรรคกิจสังคม ที่มีส.ส.อยู่ 18 เสียง สามารถรวบรวมส.ส.ได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่การเมืองยุคนี้ เป็นการเมืองยุคใหม่ และมีการประกาศจุดยืนทางการเมืองชัดเจน ถ้าบิดเบี้ยวหรือเปลี่ยนจุดยืน ก็จะมีดิจิทัลฟุตพริ้นท์เป็นหลักฐาน และยืนยันว่า สิ่งที่พรรคการเมืองต่างๆพูดไว้เป็นอย่างไรบ้าง 

การเสนอสูตรตั้งรัฐบาลแดง-ส้ม-เขียว ซึ่งจะเป็นปัญหาสำคัญของพรรคประชาชนซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก เพราะพรรคประชาชนได้ประกาศจุดยืนในแต่ละครั้ง ก็ไม่เคยบิดพลิ้ว เช่นในสมัยรัฐบาลที่แล้ว หรือสภาชุดที่แล้ว พรรคประชาชนได้ประกาศต่อสาธารณะชนว่า จะไม่ร่วมรัฐบาลในสมัยสภาชุดนี้  เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงตัวนายกรัฐมนตรี จากนางสาวแพทองธาร ชินวัตร มาเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคประชาชนก็ยกมือสนับสนุนให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลตามคำที่ประกาศไว้ ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ระหว่างที่มีการหาเสียง มีการดีเบตกันบนเวที นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ประกาศว่า จะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม

ดังนั้นหลังจากการเลือกตั้งผ่านไปแล้ว ถ้าหากจะมีการจัดตั้งรัฐบาล โดยพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม จะเป็นการผิดคำพูด หรือคำที่ประกาศไว้ต่อสาธารณะชน และอีกประการหนึ่งคือ พรรคประชาชนได้ประประกาศเรื่องมารยาททางการเมือง และแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลว่า ต้องให้เกียรติพรรคการเมืองที่ได้คะแนนมากที่สุด ได้จัดตั้งรัฐบาลก่อน ถ้าหากว่าพรรคการเมืองได้คะแนนอันดับหนึ่ง ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองถัดไป

แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคการเมืองที่ได้ส.ส.มากที่สุด คือพรรคภูมิใจไทย และพรรคภูมิใจไทยกำลังดำเนินการรวบรวมคะแนนเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ยังไม่ถึงทางตัน ยังไม่หมดโอกาสที่จะจัดตั้งรัฐบาล การที่จะเอาสาเหตุความหมั่นไส้  ความโกรธแค้น หรือการไม่ชอบใจกันมาชิงจัดตั้งรัฐบาล ก็ไม่สามารถอธิบายเหตุผลต่อสาธารณะชนได้

จึงเชื่อว่าถ้ามีการจัดตั้งรัฐบาล3พรรค และจะไปรวบรวมหรือนำเอาพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมรัฐบาลอีกพรรคหนึ่ง ยิ่งเป็นไปไม่ได้มากกว่าเดิมอีก เพราะทางพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ต่างก็ประกาศจุดยืนบนเวทีดีเบตมาก่อนหน้านี้แล้วว่า จะไม่ร่วมรัฐบาลที่มีพรรคกล้าธรรมอยู่ด้วย ถ้าจะมาจับมือร่วมรัฐบาลกันเองที่มีพรรคกล้าธรรมอยู่ด้วย ก็ถือว่าเป็นการเสียสัจจะ ซึ่งทางพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ต่างก็รักษาสัจจะเป็นสำคัญ

จึงไม่เชื่อว่ารัฐบาลที่มีการวิจารณ์วิเคราะห์กัน หรือมีการโยนหินถามทางว่า จะจัดตั้งรัฐบาล3พรรค เพื่อแก้เผ็ดหรือเอาคืนพรรคภูมิใจไทยนั้น เชื่อว่าการจัดตั้งรัฐบาลสูตรนี้เป็นไปไม่ได้เลย

จาตุรนต์ ฉะ ไอโอปชต ระรานไปทั่ว เตือน ไร้แนวร่วมเปลี่ยนประเทศไม่ได้

จาตุรนต์ ฉะ ไอโอปชต ระรานไปทั่ว เตือน ไร้แนวร่วมเปลี่ยนประเทศไม่ได้

จาตุรนต์ ฉะ ไอโอปชต ระรานไปทั่ว เตือน ไร้แนวร่วมเปลี่ยนประเทศไม่ได้

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.19 น.

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา เกิดเป็นประเด็นเผ็ดร้อนต่อเนื่องบนแพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์) เมื่อ นาย จาตุรนต์ ฉายแสง พรรคเพื่อไทย ออกมาโพสต์ข้อความตั้งคำถามถึงพฤติกรรมการเมืองของบางกลุ่มที่เน้นการแซะและโจมตีผู้อื่น จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยมีข้อความทั้งหมดระบุ ว่า “หนึ่งคือไม่ค่อยคิดเรื่องการหามิตรหรือแนวร่วม ทำให้ระรานเขาไปทั่ว ทั้งๆที่เขาพูดไปทางเดียวกับคุณ แต่ถ้าไม่ใช่สีเดียวกันหรือพรรคเดียวกันก็ต้องแซะต้องถล่มเขา แล้วจะไปทำงานใหญ่ เปลี่ยนโครงสร้างประเทศได้อย่างไร ผมเจอบ่อย จนชินแล้ว แต่ด้วยคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมก็อดแสดงความเห็นนี้ไม่ได้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างครับ ใครจะโต้ก็เรียงหน้าเข้ามาเลยครับ อย่าช้าอยู่”

จาตุรนต์ ฉายแสง

ภายหลังโพสต์ของนาย จาตุรนต์ ฉายแสง เผยแพร่ลงบนโลกโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นอย่างมากมายในประเด็นนี้ เช่น

“นี่ค่ะนางแบก ไม่ต้องถึงกับจะได้เปลี่ยนโครงสร้างหรอก แค่ตั้งคำถามการทำงานภาครัฐยังโดนด่า ทุจริตคอร์รัปชั่นก็แบก อย่าลืมเพื่อไทยมี io ถ้าอยากรู้จะขุดมาให้”

“แหมๆๆๆๆๆๆ อย่ามาหลอกตัวเองเลยครับ นางแบกภัยสังคม กองเชียร์พรรคคุณนี่มีแต่แอคที่หยาบคาย ไปหาระรานคนอื่นไปทั่ว ไม่เห็นเลยเหรอครับ จนนางแบกมีฉายาว่านางแบกเพื่อไทยภัยสังคม ลองดูในแฮชแท็ก #นางแบกเพื่อไทยภัยสังคม ดูครับ”

“เอางี้นะลุง เกาหลีใต้เขาเอาอดีตประธานาธิปดีเขาเข้าคุกไปแล้วเพราะพยายามทำรัฐประหาร ในเมื่อพรรคลุงมีอำนาจในมือแล้ว จะถึงคิวคนทำรัฐประหารเมื่อไหร่ครับ? คนทั้งประเทศอยากรู้คำตอบนี้มากกว่า ไม่คุยเรื่องioนะ ไร้สาระ”

“คุณอ๋อย ช่วยตรวจสอบ IO ที่เป็นมิตรกับพรรคเพื่อไทยหน่อย บางทีก็ไปลงพรรคส้มเช่นกัน แอคนี้รวบรวม IO เพื่อไทยคับ”

จาตุรนต์ ฉายแสง
จาตุรนต์ ฉายแสง
จาตุรนต์ ฉายแสง
จาตุรนต์ ฉายแสง
จาตุรนต์ ฉายแสง
จาตุรนต์ ฉายแสง
จาตุรนต์ ฉายแสง

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก X@chaturon

นักวิชาการเปิดบทสนทนา จี้ใจดำถามตรงๆ พี่ปู่จิ้น พ่อนายกฯอนุทิน

นักวิชาการเปิดบทสนทนา จี้ใจดำถามตรงๆ พี่ปู่จิ้น พ่อนายกฯอนุทิน

นักวิชาการเปิดบทสนทนา จี้ใจดำถามตรงๆ พี่ปู่จิ้น พ่อนายกฯอนุทิน

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.06 น.

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ผศ.ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ประธานบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึง นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

โดยระบุว่า  ทำไมเจ้าสัวชิโนไทยมาเล่นการเมืองเอง ขณะที่เจ้าสัวเมืองไทยรายอื่นๆล้วนแล้วอยู่หลังฉาก

หลังได้รับเสียงโหวตจากสภาให้ดำรงตำแหน่งนายกฯคนที่32 เสี่ยหนูก็รุดไปกราบคุณพ่อ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล มีโมเมนต์อันงดงาม โดยได้บอกลูกชายว่า“ดีใจที่ได้เห็นวันนี้ หนูก็ทำตัวให้ดีๆนะ”

พี่ปู่จิ้น-ชวรัตน์ ชาญวีรกูล เคยเป็นอะไรมาหลายอย่างทั้งเจ้าของบริษัทเครือซิโน-ไทย (STECON) รัฐมนตรีมหาดไทย รองนายกฯอันดับ1 ยังเหลือแต่ยังไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ตอนนี้มีตำแหน่งเป็นพ่อเสี่ยหนู นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศ

ผมได้ไปเรียนหลักสูตรเครือข่ายผู้บริหารระดับสูงกับพี่ปู่จิ้น ท่านก็เลยกรุณานับญาติให้ผมเป็นเพื่อนร่วมรุ่น และเอ็นดูผมเสมอมา 

ในคราวหนึ่งบนโต๊ะกินข้าวกันสองคน ที่ท่านมีแก่ใจชวนไปสนทนาที่อาคารชิโนไทย ผมก็โพล่งคำถามที่ไม่ควรจะถามขึ้นมาว่า “ไม่มีเจ้าสัวคนไหนที่เขาเข้ามาเล่นการเมืองเปิดหน้าเต็มตัวเหมือนท่าน และลูกชาย ท่านไม่ห่วงใครจะนินทาเหรอว่ามาเล่นการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของซิโน-ไทย?!” 

พี่ปู่จิ้นไม่ได้ลุกขึ้นมาเตะผม หรือทำท่าว่าขัดเคือง ที่ทำให้เสียรสในการกินข้าว เพียงแต่รวบช้อนแล้วตั้งใจอธิบายว่า “ถามมาข้อนี้ก็ดี เพราะไม่มีใครมาจี้ใจดำถามผมตรงๆแบบนี้เลย ได้แต่ซุบซิบนินทาว่ากล่าว ผมขอตอบตามสัตย์จริงว่า คนอื่นที่คุณเอ่ยและไม่เอ่ยถึงนั้น เขาเล่นการเมืองทั้งนั้น แต่ผ่านคนอื่น ส่วนผมและครอบครัวเรารักประเทศชาติ ก็เข้ามาตามทำนองคลองธรรมระบบประชาธิปไตย ตั้งพรรคการเมืองให้ประชาชนเลือก และเข้ามาบริหารบ้านเมืองตามฉันทามติประชาชน และผมกับครอบครัวมีข้อกำหนดแน่ชัดว่า เพื่อป้องกันปัญหาConflict of interest หากกิจการงานใดเกี่ยวข้องกับหน่วยงาน กระทรวงที่เข้าไปบริหาร เราจะไม่รับงาน หรือธุรกิจที่มีผลประโยชน์กับหน่วยงานที่ว่านั้น

เราทำเช่นนี้ จะว่าเข้ามาเล่นการเมืองเพื่อปกป้องผลประโยชน์จึงไม่ใช่เลย ว่าไปเราต่างหากที่ต้องเสียผลประโยชน์อันพึงได้จากการเข้ามาเล่นการเมืองเปิดหน้าแบบคุณว่า ซึ่งหากเราเพียงแต่ทำแบบเจ้าสัวรายอื่นๆเขาทำ เราก็ไม่มีเสียประโยชน์อันพึงได้นั้น คุณณัฐวุฒิถามตรง ผมก็ตอบจริงตามนี้”

พี่ปู่จิ้น กถาธิบายเสร็จ วงข้าวของเราก็ดำเนินต่อไป และคุยกันเรื่องดินฟ้าอากาศอื่นๆกันเป็นที่คึกครื้น
..
นำเสนอครั้งแรก 29 กรกฎาคม 2564 บทความเดิมชื่อ“พี่ปู่จิ้นที่ผม(ไม่ค่อย)รู้จัก
https://www.facebook.com/share/16uVXV5zts/?mibextid=wwXIfr

ขอบคุณภาพ : ผศ.ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์