‘สีหศักดิ์’ หวัง ‘สหรัฐ-อิหร่าน’ ยึดข้อตกลงหยุดยิง สงบศึก คืนสันติภาพ ชี้ การสู้รบกระทบราคาพลังงาน

‘สีหศักดิ์’ หวัง ‘สหรัฐ-อิหร่าน’ ยึดข้อตกลงหยุดยิง สงบศึก คืนสันติภาพ ชี้ การสู้รบกระทบราคาพลังงาน

‘สีหศักดิ์’ หวัง ‘สหรัฐ-อิหร่าน’ ยึดข้อตกลงหยุดยิง สงบศึก คืนสันติภาพ ชี้ การสู้รบกระทบราคาพลังงาน

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.01 น.

“สีหศักดิ์“หวัง“สหรัฐฯ-อิหร่าน”ยึดข้อตกลง คืนสู่สันติภาพ หลังเกิดการโจมตีกันที่ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลเปิดล่าช้าออกไป กระทบพลังงาน

เมื่อเวลา 16.15 น.ที่อิมแพค เมืองทองธานี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ล่าสุดอิหร่านและสหรัฐอเมริกา เปิดการโจมตีกันที่ช่องแคบ
ฮอร์มุซว่า เนื่องจากทั้งสองประเทศเพิ่งมีข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งหวังว่าจะนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพ ที่ผ่านมาการทำสงครามระหว่างกันไม่นำไปสู่การแก้ไขปัญหา เป็นอะไรที่คนทั่วโลก และประเทศประชาคมโลกมีความคาดหวังว่า ที่มีการตกลงกันจะปฏิบัติตามนั้น เพื่อยุติความรุนแรง นำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน เราอยากกลับไปใช้ชีวิตที่ปกติ ช่วงนี้ตกลงกันอย่างไร ขอให้ทำตามนั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังจะไม่มีผลกระทบด้านเศรษฐกิจกับประเทศไทย หรือความมั่นคงทางด้านเชื้อเพลิงใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ส่งผลกระทบ ถ้าเกิดสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง เรื่องของพลังงานและราคาพลังงานจะได้รับผลกระทบ รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่อยู่ในกระบวนการ หากมีการสู้รบกัน การเปิดจะล่าช้าออกไป

หวังพลังเงียบและแรงหนุนจากกลุ่มคนที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ ส่ง ‘อรรถวิทย์ เซ๊ะวิเศษ’ เบอร์ 3 ปักธง ปชป.สำเร็จ

หวังพลังเงียบและแรงหนุนจากกลุ่มคนที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ ส่ง 'อรรถวิทย์ เซ๊ะวิเศษ' เบอร์ 3 ปักธง ปชป.สำเร็จ

หวังพลังเงียบและแรงหนุนจากกลุ่มคนที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ ส่ง ‘อรรถวิทย์ เซ๊ะวิเศษ’ เบอร์ 3 ปักธง ปชป.สำเร็จ

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.50 น.

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ที่มีขึ้นในพรุ่งนี้(28มิ ย.)เขตสะพานสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่จับตามองมากที่สุด ว่า “อรรถวิทย์ เซ๊ะวิเศษ” ผู้สมัคร ส.ก. หมายเลข 3 จากพรรคประชาธิปัตย์ กระแสมาแรง อันดับต้น ๆ ที่มีโอกาสเบียดชนะในศึกครั้งนี้

นายพลรักษ์ รักษาพล นักวิชาการอิสระด้านการสื่อสารทางการเมือง วิเคราะห์ว่า ชื่อของนายอรรถวิทย์ เซ๊ะวิเศษ กลายเป็นที่พูดถึงของพี่น้องชาวสะพานสูงอย่างกว้างขวาง ปัจจัยสำคัญมาจากโปรไฟล์การทำงานในฐานะ “คนหน้างาน” ที่คลุกคลีและลงพื้นที่รับฟังปัญหา พร้อมสแตนบายเคียงข้างช่วยเหลือประชาชนในชุมชนมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง ไม่ใช่เพิ่งมาปรากฏตัวในช่วงฤดูกาลเลือกตั้ง

เสียงสะท้อนจากชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า อรรถวิทย์เป็นผู้สมัครที่เข้าใจบริบทและข้อจำกัดของพื้นที่สะพานสูงอย่างแท้จริง โดยเฉพาะปัญหาเรื้อรังที่กระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง ปัญหาถนนหนทาง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมไปถึงการยกระดับสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน

ยุทธศาสตร์ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ นายอรรถวิทย์ยังคงเดินหน้าตอกย้ำแนวคิดหลัก “ดูแลทั่วถึง ทำงานถึงพื้นที่ ฟังทุกเสียงของประชาชน” โดยเจ้าตัวมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ให้คนสะพานสูงเห็นว่า การเมืองท้องถิ่นในยุคใหม่ต้องเริ่มต้นจากการ “ลงพื้นที่จริง รับฟังจริง และลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง” เพื่อเปลี่ยนเสียงสะท้อนของชาวบ้านให้กลายเป็นการพัฒนาที่จับต้องได้

น่าจับตาว่า ในวันลงคะแนนเสียงที่กำลังจะมาถึง พลังเงียบและแรงหนุนจากกลุ่มคนที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ จะส่งผลให้ “อรรถวิทย์ เซ๊ะวิเศษ เบอร์ 3” สามารถปักธงพรรคประชาธิปัตย์ คืนความสุขให้ชาวสะพานสูง และล้มแชมป์เก่าได้สำเร็จหรือไม่

กวีเหลวไหลติง’หมอวรงค์’ ตรวจสอบโครงการทุจริต อย่าเหมารวมระบอบสีน้ำเงิน

กวีเหลวไหลติง'หมอวรงค์' ตรวจสอบโครงการทุจริต อย่าเหมารวมระบอบสีน้ำเงิน

กวีเหลวไหลติง’หมอวรงค์’ ตรวจสอบโครงการทุจริต อย่าเหมารวมระบอบสีน้ำเงิน

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.14 น.

วันที่ 27 มิถุนายน 2569จากกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี  ที่แสดงความคิดเห็นเปรียบเทียบความน่ากลัวระหว่างระบอบทักษิณ และระบอบสีน้ำเงินว่าน่ากลัวทั้งคู่ แต่ต้องยอมรับว่าผู้นำของทั้ง 2 ระบอบมีความแตกต่างกันโดยผู้นำระบอบทักษิณมีความก้าวร้าว แต่ผู้นำระบอบสีน้ำเงิน ที่อยู่ในตำแหน่งมีความนุ่มนวลกว่า ซึ่งในเชิงความรู้สึกความนุ่มนวลช่วยได้เยอะ แต่ระบอบสีน้ำเงินมีความน่ากลัวตรงที่เป็นเจ้าของระบบเกือบทั้งหมด รวมถึง สว. องค์กรอิสระ ขณะที่ระบอบทักษิณเพียงแค่พยายามเข้าไปแทรกแซง แต่ระบอบสีน้ำเงินเข้ามาเพื่อเทคโอเวอร์ มีอิทธิพลเหนือกว่ามากๆ ถ้าใช้พฤติกรรมในทางที่ไม่ชอบถือว่าอันตราย

พร้อมจำว่านับวันจะยิ่งทำให้คนกังวลใจ ช่วงแรกๆตนก็ไม่กังวลใจเพราะเห็นว่าไม่น่าจะมีความเลวร้าย แต่ตนเห็นพฤติกรรมในสภาในช่วงหลังๆ เหิมเกริมในอำนาจมากขึ้น จึงขอเตือนว่าให้มีความพอดิบพอดี อะไรที่เป็นประโยชน์และเพื่อประเทศชาติเป็นหลักก็จะสามารถผ่อนหนักเป็นเบาได้ หากเปรียบเทียบทั้งสองอย่างก็แย่ทั้งคู่ (หมอวรงค์ มอง ระบอบน้ำเงิน-ทักษิณ น่ากลัวทั้งคู่! ต่างกันแค่ ซอฟท์กับก้าวร้าว เตือนกระแสไม่เอามาเร็ว)

ล่าสุด  เพจเฟซบุ๊ก กวีเหลวไหลแท้ โพสต์ข้อความถึงเรื่องนี้ว่า เรียนคุณหมอด้วยความเคารพครับ

ในฐานะเป็น สส. อิสระ ท่านสามารถคัดค้านไม่เห็นด้วยกับโครงการหรือนโยบายที่ส่อในทางทุจริต ไม่เกิดประโยชน์ ได้อย่างเต็มที่เลยครับ แต่ขอให้แยกแยะเป็นโครงการไป โดยมีรายละเอียดประกอบ แล้วชี้ชวนให้คนไทยช่วยกันจับตาตรวจสอบ

เชื่อว่า นโยบายรัฐบาลแม้ไม่ถูกทั้งหมดแต่ก็ไม่ผิดทั้งหมดหรอกครับ อย่าเหมารวมตั้งธงล่วงหน้าไปก่อนดีกว่า

ยอดไลค์ ยอดกระแสตอบรับอาจจะดีก็จริง ซึ่งส่วนใหญ่มาจากคนชิงชังรัฐบาลฝังในยีนแล้วทั้งนั้น ถึงเวลาเลือกตั้ง ไม่มีใครซัดตาแลท่านหรอกครับ

กลุ่มโหวตเตอร์ที่ท่านควรโฟกัสเป็นเป้าหมายในการเพิ่มคะแนนเสียงของท่าน คือคนกลุ่มที่ชื่นชอบรัฐบาลนี่แหละครับ

คนกลุ่มนี้อพยพมาเรื่อย จากประชาธิปัตย์ พันธมิตร กปปส. ลุงตู่+พีระพันธุ์ แล้วก็อนุทินในปัจจุบัน

นั่นหมายความว่าคนกลุ่มนี้ไม่ฝังหัวยึดติดกับนักการเมืองใดๆ พร้อมที่จะเปลี่ยนหากพบเห็นความไม่ดี พร้อมจะเทใจให้หากพบเห็นความเหมาะสมที่จะนำพาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า

หากคุณหมอค้านอย่างมีวุฒิภาวะ มุ่งเน้นถึงผลประโยชน์ประเทศชาติ คนกลุ่มนี้มองเห็นความดีของท่าน มองเห็นความไม่ดีของภูมิใจไทย ก็จะเทคะแนนมาให้ท่านเองครับ

การเหมารวมโดยใช้คำว่า ระบอบสีน้ำเงิน จะทำให้ภาพลักษณ์ของท่านด้อยค่าลงไปจนอยู่ในระดับเดียวกับพรรคส้ม ซึ่งนับว่าน่าเสียดายอย่างยิ่ง

เราเคยเสียดายมาคนหนึ่งแล้ว อย่าให้ต้องเสียดายท่านอีกเลย

ด้วยความจริงใจครับ…

ชัชชาติ ปลุกคนกรุงฯ ออกมาใช้สิทธิถล่มทลาย เผยพรุ่งนี้ขอวิ่งแก้เครียดก่อนเข้าคูหา 8โมงเช้า

ชัชชาติ ปลุกคนกรุงฯ ออกมาใช้สิทธิถล่มทลาย เผยพรุ่งนี้ขอวิ่งแก้เครียดก่อนเข้าคูหา 8โมงเช้า

ชัชชาติ ปลุกคนกรุงฯ ออกมาใช้สิทธิถล่มทลาย เผยพรุ่งนี้ขอวิ่งแก้เครียดก่อนเข้าคูหา 8โมงเช้า

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.57 น.

“ชัชชาติ” ปราศรัยบนลังไม้ปิดทริป หาเสียง 24ชม. ที่สยามสแควร์ ปลุกคนกรุงฯ ออกมาใช้สิทธิถล่มทลาย เผยพรุ่งนี้ขอวิ่งแก้เครียดก่อนเข้าคูหา 8โมงเช้า

วันที่ 27 มิถุนายน 2569  เวลา 15.45น. ที่สยามสแควร์  นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครฯ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 9 ปราศรัยบนลังไม้ปิดทริป  “ทัวร์ทั่ว กทม. โค้งสุดท้ายหาเสียงทั่วเมือง 24 ชั่วโมง” บรรยากาศมีวัยรุ่น ประชาชนรอล้อมวงฟังคึกคัก

นายชัชชาติ กล่าวปราศรัย โดยถามประชาชนว่า พรุ่งนี้พร้อมหรือไม่ วันที่ 28 มิ.ย.69 ไปเลือกผู้ว่าฯ กาเบอร์ 9   ส่วน ส.ก.รักใครก็ไปเลือกกันเอง ที่ผ่านมาเราเดินหน้าเต็มที่ 24 ชั่วโมง 50 เขต เพื่อประชาชน นโยบายเราคือ “จะสร้างเมืองที่มีโอกาสและความหวังให้กับทุกคน” เน้น 4 เรื่องได้แก่ คน การศึกษา สาธารณสุข และคุณภาพชีวิต รวม 260 แผนนโยบาย  

ที่ผ่านมาทำงานหนัก เป็นเดือนหนึ่งที่สนุกเพราะหาเสียงกันมันหลายรูปแบบ ขอยืนยันเรื่องความโปร่งใสที่มีคนพูดหรือวาทกรรมต่าง ๆ ไม่มี เพราะความโปร่งใสเท่านั้นที่จะทำให้เรามีความยั่งยืนได้ในอนาคต ประเทศชาติต้องการความโปร่งใสและการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมีเป้าหมายที่ชัดเจน

นายชัชชาติ กล่าวต่อ นาทีนี้เชื่อว่าทุกคนมีคนในใจแล้ว ขอให้ไปเลือกคนที่รักและไว้ใจ ออกไปใช้สิทธิกันเต็มที่เพราะผู้ว่าฯ คนใหม่ต้องการฉันทามติจากพวกเรา ต้องการแรงสนับสนุนจากพวกเราจะได้มีพลังไปทำงานให้กับพวกเราในอนาคต ขอให้ออกไปถล่มทลายสร้างประวัติศาสตร์ให้มีคนมาลงคะแนนมากที่สุด  ที่บ้านมีกี่คนขอให้ไปให้ครบ อย่าให้ขาด กาเสร็จแล้วไปลั้นลา เย็นก็มานับคะแนนช่วยกัน

”ผมจะรอพวกเราอยู่ทุกหน่วยเลือกตั้ง เพราะรูปผมอยู่ทุกหน่วยเลือกตั้งไปดูได้เบอร์ 9  ผู้ว่าฯสีเขียว ส.ก.บัตรสีชมพู ขอให้ไปเลือกคนที่ไว้ใจว่าจะพาเมืองเราไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน“ 

นายชัชชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังถึงการหาเสียง 50 เขตว่า สนุกดี ได้เจอปัญหาหลายอย่าง ทั้งเรื่องขยะ คนไร้บ้าน และการจราจร ตนเองยังได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนได้จดเอาไว้เผื่อเป็นผู้ว่าฯ จะได้ไปทำต่อ รู้สึกว่ากรุงเทพฯ ใหญ่มาก มีคนที่ต้องดูแลจำนวนมากจึงต้องมีนโยบายให้ครบถ้วน เรามาถูกทางแล้วที่ 260 นโยบายสามารถเดินหน้าได้ทันที วินาทีแรกที่ได้รับเลือกก็สามารถคุยและกำหนดเป้าหมายได้ชัดเจน สิ่งที่ต้องทำต่อเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะการออกข้อบัญญัติต่าง ๆ ผลพรุ่งนี้จะออกมาเป็นอย่างไรไว้ว่ากันอีกครั้งหนึ่ง 

อย่างไรก็ตามเมื่อคืนแอบนอนไป 2 ชั่วโมง แต่ก็มีกำลังใจเพราะมีประชาชนขับรถมาหาจากเขตคลองสามวา ในเวลา 01.00 น. โดยระบุว่าอยากมาเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ อยากเห็นกรุงเทพฯ มีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นทำให้มีกำลังใจฮึด ไม่นอนเลย  

”ขอให้ทุกคนออกไปสร้างประวัติศาสตร์ ไม่เลือกเราไม่เป็นไร ขอให้เลือกคนที่รักและไว้ใจ เราเคารพสิทธิ์ของประชาชนทุกคน ไม่มีใครดีกว่าใคร ขึ้นอยู่ที่ว่าประชาชนจะไว้ใจใคร“

ส่วนกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร  ไม่เป็นไรเราเคารพทุกคน เพราะทุกคนมีเหตุผลในการเลือกของตนเอง ตัดสินใจได้จากข้อมูลที่มี แต่ขอให้ไปเลือกกัน ส่วนเหตุผลที่มาปิดท้ายทริปทัวร์ กทม.ที่สยามสแควร์วัน เพราะใกล้บ้านตอนนี้ง่วงนอนแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นตัวแทนของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เป็นส่วนสำคัญของกรุงเทพฯ จะเป็นคนที่ดูแลเมืองต่อไป พวกเขาอาจจะเป็นผู้ว่าฯ ในอนาคต หวังว่าจะมีคนเข้าใจและมีนโยบายดี ๆ ต่อไป

นายชัชชาติยังย้ำว่า ในวันพรุ่งนี้อาจจะมีฝนตกขอให้รีบไปลงคะแนน เพราะเป็นห่วงหน่วยเลือกตั้งหลายแห่งเป็นเตนท์อยู่ริมถนน ตนเองไม่มีอำนาจอะไรขอฝากผู้อำนวยการการเลือกตั้งให้ดูเรื่องฝน 

พร้อมเปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ ตนเองจะไปวิ่งแก้เครียดก่อนตอนเช้า วิ่งแล้วสบายใจหายปวดหัว และอาจจะไปใช้สิทธิเวลาประมาณ 08.00 น. 

ทั้งนี้ ภายหลังการปราศรัยเสร็จสิ้น  มีประชาชนมารอต่อแถวถ่ายรูป ชนหมัดกับนายชัชชาติอย่างคึกคัก

โจ ชัยวัฒน์ ลุยตลาดเช้า ชวนคน กทม. ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พรุ่งนี้

โจ ชัยวัฒน์ ลุยตลาดเช้า ชวนคน กทม. ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พรุ่งนี้

โจ ชัยวัฒน์ ลุยตลาดเช้า ชวนคน กทม. ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พรุ่งนี้

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.38 น.

‘โจ ชัยวัฒน์’ ลุยตลาดเช้าหาเสียงวันสุดท้ายก่อนเข้าคูหา ชวนคน กทม. ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เปิดประตูให้พรรคประชาชนเข้าไปทำงานเปลี่ยนกรุงเทพฯ 

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 พรรคประชาชน รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง กทม. วันสุดท้ายก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน โดย นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่า กทม. เบอร์ 10 พรรคประชาชน ลงพื้นที่ตั้งแต่เช้าที่ตลาดปิ่นทอง เขตบางบอน พร้อมด้วย น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ, นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ, ชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.กรุงเทพฯ (จอมทอง-บางบอน) พรรคประชาชน ก่อนเดินทางไปหาเสียงต่อที่ตลาดเช้าวัดหนองแขม เขตหนองแขม

โจ ชัยวัฒน์

โดยนายชัยวัฒน์ กล่าวเชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่า กทม. และ ส.ก.ในวันพรุ่งนี้ ย้ำหมายเลขของพรรคประชาชน บัตรสีเขียวเลือกผู้ว่ากาเบอร์ 10 บัตรสีชมพูกาเบอร์ของ ส.ก. พรรคประชาชนในแต่ละพื้นที่ทั้ง 50 เขต เพื่อเปิดประตูให้ทีมพรรคประชาชนเข้าไปทำงานผลักดันนโยบายสร้างกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่แคร์คน แก้ปัญหาที่เรื้อรังของเมืองด้วยเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ พร้อมกับยกระดับสภา กทม. ตรวจสอบงบประมาณกว่าแสนล้านบาทต่อปีให้มีความโปร่งใสและคุ้มค่า ผลักดันวาระระดับเขตไปจนถึงข้อบัญญัติของ กทม. เพื่อการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์
โจ ชัยวัฒน์

ชัชชาติ ลุยฝั่งธน ไหว้พระเจ้าตากเอาฤกษ์เอาชัย ปราศรัยบนลังไม้

ชัชชาติ ลุยฝั่งธน ไหว้พระเจ้าตากเอาฤกษ์เอาชัย ปราศรัยบนลังไม้

ชัชชาติ ลุยฝั่งธน ไหว้พระเจ้าตากเอาฤกษ์เอาชัย ปราศรัยบนลังไม้

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.21 น.

“ชัชชาติ” ขึ้นรถแห่ไม่หยุด ลุยฝั่งธน ไหว้พระเจ้าตากเอาฤกษ์เอาชัย ปราศรัยบนลังไม้ ตลาดธนบุรี ขอบคุณกำลังใจตลอดทริป ย้ำหาเสียงสร้างสรรค์ ไม่โจมตีใคร ชวนคนกรุงเทพฯ ออกไปเลือกตั้งให้ถล่มทลาย ก่อนไปปิดทริปเย็นนี้ที่ สยามสแควร์ 

วันที่ 27 มิ.ย.69  นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครฯ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 9 เริ่มลุยหาเสียงต่อแคมเปญ  “ทริปทั่ว กทม. โค้งสุดท้ายหาเสียงทั่วเมือง“ 24 ชั่วโมง” ตั้งแต่เวลา 07.30 น. ขึ้นรถแห่หาเสียงมุ่งหน้าไปกรุงเทพใต้ ฝั่งธนบุรี แวะสักการะอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วงเวียนใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะไปต่อย่านราษฎร์บูรณะ ระหว่างทาง ได้แวะลงพื้นที่บริเวณซอยสุขสวัสดิ์ 46 สำรวจและตรวจสอบเหตุการณ์ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ล้มทับบ้านเรือนประชาชนและรถยนต์ ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากเหตุพายุฝนกระหน่ำเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

จากนั้นขึ้นรถแห่ต่อไปตลาดสดธนบุรี เวลาประมาณ 12.30 น. นายชัชชาติให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการลงพื้นที่หาเสียงตลอดคืนที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้เดินทางไปแล้ว 27 เขต เห็นประชาชนตื่นตัวกับการเลือกตั้งอย่างชัดเจน ตลอดเส้นทางมีประชาชนโบกมือทักทายและให้กำลังใจจำนวนมาก พร้อมเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิกันมาก ช่วงที่เหลือจะเก็บพื้นที่อีก 3 เขต ได้แก่ ดุสิต พญาไท และสามเสน-ราชเทวี ก่อนเดินทางไปปิดทริปที่สยามสแควร์ในช่วงเย็น ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทั้งในเชิงเศรษฐกิจและเป็นศูนย์รวมของคนรุ่นใหม่

นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงการสื่อสารนโยบายตลอดช่วงหาเสียงว่า ได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว โดยเชื่อว่าหัวใจสำคัญที่สุดของผู้ว่าฯ กทม. คือนโยบาย เพราะนโยบายคือสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ยิ่งมีรายละเอียดและตัวชี้วัดชัดเจน ประชาชนก็ยิ่งสามารถตรวจสอบการทำงานได้มากขึ้น พร้อมขอบคุณทีมงานที่ช่วยกันสื่อสารนโยบายอย่างสร้างสรรค์ตลอดช่วงหาเสียง โดยย้ำว่า ทีมงานเลือกเสนอสิ่งที่จะทำเป็นหลัก ไม่โจมตีใคร และพยายามทำให้การหาเสียงครั้งนี้เป็นการสื่อสารที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

นายชัชชาติ กว่าล่าวด้วยว่า การหาเสียง 24 ชั่วโมงเป็นภารกิจที่หนัก นอนพักแค่ประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ยังรู้สึกมีความสุขและมีกำลังใจ โดยเฉพาะเมื่อได้พบประชาชนที่ตั้งใจเดินทางมาให้กำลังใจ เช่น กลุ่มคนวัยรุ่นที่ขับรถจากคลองสามวามาพบระหว่างการลงพื้นที่ช่วงดึกที่หลักสี่

“เมื่อคืนกลุ่มวัยรุ่นเขาบอกว่าอยากมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประวัติศาสตร์ เราปลื้มใจมาก น้ำตาเกือบไหล เพราะมันแสดงว่าคนรุ่นใหม่มีความหวัง อยากเห็นเมืองที่ดีขึ้น ทำให้เรามีกำลังใจไปต่อ”

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

เมื่อถามถึงการเลือกจบกิจกรรมที่สยามสแควร์ นายชัชชาติกล่าวว่า สยามเป็นพื้นที่สำคัญ เพราะเป็นแหล่งรวมของคนรุ่นใหม่และคนทุกเจเนอเรชัน รวมถึงเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ โดยอนาคตของเมืองมีหัวใจหลักทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการศึกษาของคนรุ่นใหม่ จึงเป็นพื้นที่ที่มีความหมายต่อการเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯ

สำหรับกรณีที่มีการวิจารณ์เรื่องการเป็นผู้สมัครอิสระ การเป็นนักการเมืองต้องมีเจตนารมณ์ชัดเจนนั้น 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

นายชัชชาติกล่าวว่า เคารพความคิดเห็นของทุกฝ่าย และเห็นว่าทุกคนมีแนวทางของตนเอง หากประชาชนชอบแนวทางใดก็สามารถเลือกแนวทางนั้นได้ พร้อมยืนยันว่าการเป็นอิสระไม่ได้หมายความว่าไม่มีอุดมการณ์ เพราะอุดมการณ์ของตนคือประชาชนเป็นเจ้านายเสมอ และการเป็นอิสระทำให้สามารถทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้

ช่วงท้าย นายชัชชาติกล่าวเชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ให้มากที่สุด โดยระบุว่า ในระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งคือพลังสำคัญของประชาชน และไม่ว่าประชาชนจะเลือกใคร ก็ขอให้ออกไปใช้สิทธิ เลือกคนที่รักและคนที่ไว้ใจ

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

“ต้องไปนะครับ เพราะนั่นคือพลังของเรา ในระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งสำคัญที่สุด ขอให้ไปเลือกตั้งกันเยอะ ๆ ให้ถล่มทลายเลยครับ” นายชัชชาติกล่าว

หลังหาเสียงที่ตลาดธนบุรีเสร็จ นายชัชชาติและคณะ ขึ้นรถแห่ต่อ เพื่อไปปราศรัยบนลังไม้จุดสุดท้าย ปิดทริปที่ สยามสแควร์ (บริเวณถนนคนเดิน) ในช่วงเย็น

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

สอง กกต. ใหญ่ ลุยพัทยาตรวจโค้งสุดท้าย สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนทุกขั้นตอน

สอง กกต. ใหญ่ ลุยพัทยาตรวจโค้งสุดท้าย สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนทุกขั้นตอน

สอง กกต. ใหญ่ ลุยพัทยาตรวจโค้งสุดท้าย สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนทุกขั้นตอน

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.07 น.

“สิทธิโชติ – อนันต์”  กกต. ลุยดูความพร้อมเลือกตั้งเมืองพัทยา มุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนทุกขั้นตอน ย้ําทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ  เพื่อให้ทุกคะแนนเสียงได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียม

ที่ จ.ชลบุรี  วันนี้  27 มิ.ย.2569 นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการ การเลือกตั้ง และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย พันตํารวจเอกจรุงวิทย์ ภุมมา ที่ปรึกษาประจํากรรมการการเลือกตั้ง  ลงพื้นที่เมืองพัทยา อําเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี  ติดตามความพร้อมการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้    โดยรับฟังการบรรยาย สรุปภาพรวมการดําเนินงาน การบริหารจัดการ และมาตรการรองรับการเลือกตั้งจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

เลือกตั้งเมืองพัทยา

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการกํากับ ดูแลทุกขั้นตอนของการจัดการเลือกตั้งให้มีความพร้อมสูงสุด โดยคํานึงถึงความสะดวก ความถูกต้อง และความเชื่อมั่นของประชาชน ทั้งในด้านการบริหารจัดการ การอํานวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง และการเตรียมความพร้อมของบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่

จากนั้น กรรมการการเลือกตั้ง และคณะได้เดินทางไปสังเกตการณ์การรับมอบ และส่งมอบบัตรเลือกตั้ง รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ประจําหน่วยเลือกตั้งลานหน้าห้องประชุมทัพพระยา ศาลาว่าการเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ที่มีจํานวน 113 หน่วย

เลือกตั้งเมืองพัทยา

นอกจากนี้ ได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของหน่วยเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 2 โรงเรียนเมืองพัทยา 4 (วัดหนองใหญ่) ตําบลนาเกลือ อําเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เพื่อตรวจสอบการจัดสถานที่เลือกตั้ง การอํานวยความสะดวกแก่ประชาชน และความพร้อม ของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยเน้นย้ําให้การดําเนินงานทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบการจัดการเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ทุกคะแนนเสียงได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียม ภายใต้กระบวนการที่สุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม อันเป็นพื้นฐานสําคัญของการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย

สํานักงาน กกต. ยังขอเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิ เลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569   ระหว่าง เวลา 08.00 – 17.00 น.

เลือกตั้งเมืองพัทยา
เลือกตั้งเมืองพัทยา
เลือกตั้งเมืองพัทยา
เลือกตั้งเมืองพัทยา
เลือกตั้งเมืองพัทยา

กกต.ไม่ใช่ไปรษณีย์ ประธาน กกต. มั่นใจสำนวนคดีฮั๊วเลือก สว. เสร็จตามเวลา

กกต.ไม่ใช่ไปรษณีย์ ประธาน กกต. มั่นใจสำนวนคดีฮั๊วเลือก สว. เสร็จตามเวลา

กกต.ไม่ใช่ไปรษณีย์ ประธาน กกต. มั่นใจสำนวนคดีฮั๊วเลือก สว. เสร็จตามเวลา

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.52 น.

ประธาน กกต. มั่นใจการพิจารณาสำนวนคดีฮั๊วเลือก  สว. เสร็จตามกรอบเวลาที่วางไว้  ย้ำให้ส่งศาลเลยไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่ กกต.ไม่ใช่ไปรษณีย์ ต้องพิจารณาวินิจฉัยทุกสำนวนไม่ทำรวดเดียวเพราะมีงานอื่นและให้เวลาอ่านสำนวน

วันนี้ ( 27 มิ.ย.)  ที่โรงเรียนบ้านบางกะปิ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรม การการเลือกตั้ง กล่าวถึงความคืบหน้าคดีฮั๊วเลือก สว. ว่า เราประชุม กกต. เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวทุกวันจันทร์ เราประชุมมาแล้ว 3 ครั้ง และวันจันทร์ที่จะถึงนี้เป็นครั้งที่ 4  จากที่กำหนดไว้ 12 ครั้ง  คิดว่าจะเสร็จตามกรอบของกฎหมาย  พร้อมระบุว่าขณะนี้มีแรงกดดันเยอะมาก อยากให้กกต. ส่งเรื่องไปเลย ซึ่งตนอยากเรียนว่าทำไม่ได้ เมื่อมีเรื่องร้องเรียน กกต. กกต. ก็มีหน้าที่สืบสวนและวินิจฉัยทุกเรื่อง ว่าจะยกคำร้องหรือส่งศาลวินิจฉัย พูดง่ายคือ   กกต. ไม่ใช่ไปรษณีย์ที่จะใครส่งเรื่องมาแล้วเราจะส่งต่อศาล ซึ่งเราทำไม่ได้  และผิดกฎหมายด้วย เราต้องมีคำวินิจฉัยทุกเรื่อง

ณรงค์ กลั่นวารินทร์

“ที่ว่า กกต.จะยื้อมั๊ย ไม่ยื้อครับ ผมยืนยัน มาตลอดว่า จะให้เสร็จภายใน 12 นัด เราประชุมทุกวันจันทร์  แต่ที่ไม่ประชุมทุกวันเพราะเรามีประชุมเรื่องอื่นด้วย  อย่างเลือกตั้งท้องถิ่น  และ เลือกตั้ง กทม. ถ้ามีเรื่องร้องเรียน   เราก็ต้องนำเข้าที่ประชุมในวันอื่นด้วยและสำนวนมากต้องให้โอกาส กกต.ดูสำนวน  เราไม่ได้ดูความเห็นของคณะอนุกรรมการฯใดอนุกรรมการฯ หนึ่งแล้ว แล้วเราชี้ว่าเราเอาตรงนี้ ไม่ใช่ครับ เราดูทั้งหมด” นายณรงค์ กล่าว

เมื่อถามว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยหลักฐานคดีฮั้ว สว.อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดก็ของจังหวัดนครพนม จะมีการหยิบมาพิจารณาเพิ่มเติมหรือไม่   นายณรงค์ กล่าวว่า หลักฐานทั้งหมดอยู่ในสำนวน และส่วนตัวไม่ได้มีโอกาสดู ว่านายพริษฐ์พูดอย่างไร แต่ขอให้เชื่อมั่น ว่า หลักฐานทั้งหมดในสำนวนต้องถูกหยิบยกมาพิจารณา ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานทางวิทยาศาสตร์ จะถูกนำมาพิจารณาประกอบ เส้นเงินทางโทรศัพท์ก็พิจารณาทั้งหมด

เมื่อถามว่า รู้สึกกดดันหรือไม่ เพราะฝ่ายค้านก็จี้เรื่องนี้มาตลอด ประธาน กกต. กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกกดดันในการทำคดีนี้ เพราะถือว่าทำตามหน้าที่และกรอบของกฎหมาย ถ้ากดดันคงลาออกไปแล้ว 

กมธ.ความมั่นคงฯ ปลื้ม รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา สร้างสวยงาม พร้อมหนุนกองทัพ สร้างทุกแนวรบ

กมธ.ความมั่นคงฯ ปลื้ม รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา สร้างสวยงาม พร้อมหนุนกองทัพ สร้างทุกแนวรบ

กมธ.ความมั่นคงฯ ปลื้ม รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา สร้างสวยงาม พร้อมหนุนกองทัพ สร้างทุกแนวรบ

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.49 น.

กมธ.ความมั่นคงฯ พอใจ หลังลงพื้นที่ดูรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เผยสร้างได้สวยงาม พร้อมสนับสนุนกองทัพเต็มที่ สร้างทุกแนวรบ เพราะเป็นนโยบายรัฐบาล ลั่นถ้าไม่สร้าง อีก 100 ปีก็คุยไม่รู้เรื่อง เล็งลงพื้นที่ 4 จังหวัดอีสาน กลางเดือน ก.ค. เหตุเป็นพื้นที่ล่อแหลม “ทหารบ้านเขมร” ไม่มีวินัย 

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ เดินทางลงพื้นที่ จ.จันทบุรี เพื่อศึกษาดูงานพื้นที่ก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน โดยมี น.อ. ปรัชญา หาญเทียม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี) กล่าวรายงาน 

โดย น.อ. ปรัชญา ได้ยืนยันว่า การสร้างรั้วชายแดน ไทยจะสร้างชิดเส้นเขตแดน และได้แจ้งฝ่ายกัมพูชาไป เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด และขอยืนยันว่า ทุกขั้นตอนการปฏิบัติไทยยึดกฎหมายระหว่างประเทศ และไทยไม่ได้ทำฝ่ายเดียว ซึ่งทุกขั้นตอนในการสร้างรั้วชายแดน เราได้เชิญฝ่ายกัมพูชา มาตรวจสอบ และสังเกตการณ์ในการปฎิบัติงานทุกขั้นตอนก่อนที่เราจะดำเนินการ 

น.อ. ปรัชญา ยังย้ำว่า ปัจจุบันในพื้นที่ปิดด่าน 100 % ไม่มีเปิด ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ และรัฐบาล 

สำหรับรั้วชายแดนดังกล่าว ใช้งบประมาณจากกองทุนหทัยทิพย์ รับผิดชอบการก่อสร้างโดย หน่วยทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ถูกสร้างขึ้นบริเวณหลักเขตแดนที่ 52–54 ในเฟสแรก ระยะทาง 1.3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเขตแดนที่ไทย และกัมพูชา สามารถตกลงกันได้แล้ว ผ่านกลไก JBC  ปัจจุบันความคืบหน้าการก่อสร้างอยู่ที่ 45 % 

ส่วนในเฟสที่ 2 จะสร้างบริเวณเขตแดนที่ 54–59 ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างถนน จากหลักเขตแดนที่ 54 ประมาณ 600 เมตร เพื่อรองรับการก่อสร้างรั้ว และโครงสร้างด้านความมั่นคงในระยะต่อไป รวมระยะทางก่อสร้างรั้วทั้งสิ้น 8.3 กิโลเมตร 

โดยลักษณะของรั้วชายแดน คือ แผ่นปูนทึบสูง 1.95 เมตร ความสูงรวมของกำแพง คือ 4.3 เมตร มีแนวรั้วลวดหนามติดอยู่บนยอดกำแพง 

ส่วนช่องว่างรั้วกำแพง ที่เคยเป็นดรามาก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการฯ ก็ได้ไปดู และสอบถามว่า เป็นไปตามข่าวจริงหรือไม่ ซึ่งผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้ชี้แจงว่า หลักเขตที่เป็นข่าวคือหลักเขตที่ 52 สร้างมาตั้งแต่สมัยสนธิสัญญาฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นสมบัติของทั้ง 2 ประเทศ (ไทย และกัมพูชา) โดยสาเหตุที่ต้องเว้นว่างก่อสร้างกำแพงไว้ ตรงบริเวณหลักเขต เนื่องจากกระบวนการของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ยังดำเนินการไม่ครบถ้วน และยังมาปรับปรุง หลังจากนั้นจะมีการนำแผ่นบานพับ แบบเปิด-ปิด ได้มาครอบตรงบริเวณหลักเขต เพื่อให้คณะกรรมการ JBC ร่วมกันตรวจสอบได้ ยืนยัน จะไม่เว้นช่องว่างไว้แน่นอน แต่ปัจจุบันยังสร้างไม่เสร็จ พร้อมยืนยันว่า หลักเขตก็ไม่ได้หายไปไหน หลังมีการไปตัดต่อภาพนำหลักเขตออก

ขณะเดียวกันคณะกรรมาธิการฯ ได้สอบถามถึงถนนเลียบกำแพงชายแดน ที่อยู่หลังกำแพงนั้นเป็นของใคร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี เปิดเผยว่า เป็นของฝ่ายกัมพูชาสร้างไว้ โดยใช้งบของกัมพูชาเอง ซึ่งได้ก่อสร้าง ห่างจากรั้วชายแดนไทย ประมาณ 3 เมตร 

จากนั้นคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ได้เดินทางไปสำรวจพื้นที่ตัว ก.ไก่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะพื้นที่คล้ายตัว ก.ไก่ อยู่ในพื้นที่บ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน ซึ่งมีคลองตะเคียนอยู่ล้อมรอบ ถือเป็นเส้นแบ่งเขตแดนตามแนวธรรมชาติ แต่ปี 2563 พบว่า มีพื้นที่นี้ถูกตัดขาด ส่งผลให้พื้นที่ประมาณ 3 ไร่เศษถูกตัดขาด ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวเส้นเขตแดน หากไม่เร่งรีบแก้ไข โดยกองกำลังการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) จึงได้ทำหนังสือประท้วงกัมพูชาว่า พื้นที่ที่ถูกตัดขาดไป ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่เกิดจากฝีมือมนุษย์ เพื่อหวังให้เส้นทางน้ำเปลี่ยนไป แต่ฝ่ายกัมพูชาพยายามยืนยันว่า เกิดจากธรรมชาติ

น.อ. ปรัชญา กล่าวว่า ปัจจุบันกองทัพ และชาวบ้าน ได้ร่วมมือกันถมพื้นที่ปิดคลอง เพื่อให้แผ่นดินไทยกลับมาเชื่อมกันอีกครั้งเรียบร้อยแล้ว โดยใช้รถขนดินกว่า 200 คัน พร้อมสถาปนาความไว้ใจในพื้นที่ปักธงชาติไทย

อีกทั้งยังมีการทำถนนเข้ามายังในพื้นที่ ก.ไก่ และตัวยู เสร็จเรียบร้อยแล้วระยะทางรวมประมาณ 15 กิโลเมตร โดยใช้งบประมาณจากประชาชนทั้งหมด โดยในอนาคตหากต้องการให้ถนนมีความคงทน จะต้องมีการเปลี่ยนเป็นถนนลาดยาง ซึ่งต้องใช้งบประมาณจากภาครัฐ แต่ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานที่จะเข้ามารับผิดชอบ ซึ่งอยู่ระหว่างพูดคุยกันว่า จะมอบหมายหน่วยงานใดเข้ามาดูแล เช่น กรมทางหลวงชนบท หรือว่า หน่วยทหารพัฒนา เพราะไม่ต้องการให้ถนนที่ประชาชนร่วมแรงร่วมใจในการทำมานั้นสูญเปล่า ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ พร้อมเร่งรัด และประสานงาน เรื่องงบประมาณให้ แต่ว่า ขั้นตอนในการของบฯ จะต้องมีหน่วยงานราชการ อย่างน้อย 1 หน่วยงาน เป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่เสียก่อน

ทั้งนี้ น.อ. ปรัชญา ยืนยันว่า ที่ผ่านมาทหารไม่ได้ละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ และได้ดำเนินการจนสำเร็จลุล่วงด้วยดีด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ขณะที่ นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ดูรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นการสร้างรั้วแรกของประเทศไทยว่า เป็นนิมิตรหมายอันดีที่เรามาในวันนี้ มาดูรั้วแห่งแรกที่สร้างอยู่บริเวณเขตแดนในระหว่างข้อพิพาทของไทย-กัมพูชา ตอนนี้หลักหมุดที่ 52-59 ดำเนินการไปแล้ว 1 กิโล 300 เมตร แต่ความยาวของแต่ละหลักหมุดไม่เท่ากัน ซึ่งตอนนี้ก็กำลังก่อสร้างต่ออีก 600 กว่าเมตร โดยตอนนี้ยังก่อสร้างไม่เสร็จ 

นายมณเฑียร กล่าวอีกว่า ตรงไหนที่เขตแดนชัดเจน รัฐบาล โดยการนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการการะทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เรามีนโยบายชัดเจนว่า เราพร้อมที่จะสร้างรั้วในทุกพื้นที่ทั้ง พื้นที่กองทัพภาค 1-2 กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดง พร้อมที่จะดำเนินการให้ 

ส่วนในเรื่องของความแข็งแรงของรั้วมีอะไรที่ติดขัดต้องแก้ไขหรือไม่ นายมณเฑียร กล่าวว่า ตนพอใจ เพราะสร้างได้สวยงาม โดยช่างฝีมือทหาร ไม่ได้มีการจ้าง  และเงินดังกล่าวเป็นเงินบริจาคของกองทุนหทัยทิพย์ เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ รวมถึงงบประมาณแผ่นดินได้มีการเตรียมไว้พร้อม

เมื่อถามว่า มีรายงานของอุปสรรคในการสร้างรั้วหรือไม่ นายมณเฑียร กล่าวว่า ไม่มีเพราะการสร้างรั้วได้ ต้องทั้งสองฝ่ายตกลงกันชัดเจนในคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ที่เราได้ตั้งขึ้นมา และถ้าตรงไหนที่เรายังไม่มีข้อตกลงร่วมกันชัดเจนก็มาปักเขตแดนคร่าว ๆ ไว้ โดยยืนยันว่า หากตรงไหนเขตแดนชัดเจนก็จะมีการสร้างทันที

เมื่อถามว่า คณะกรรมาธิการความมั่นคงจะมีการเดินหน้าสนับสนุนกองทัพ อย่างไรบ้าง นายมณเฑียร กล่าวว่า ยินดีในทุกด้าน ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องงบประมาณ และเรื่องต่าง ๆ ขอให้มีการประสานงานมาว่า ติดขัดอยู่ตรงไหน เราฝ่ายนิติบัญญัติ เราจะเป็นผู้ประสานงานให้ พร้อมยืนยันว่า กมธ.ความมั่นคงฯ จะมีการสนับสนุนอย่างเต็มที่ และให้ประสบความสำเร็จ เพราะถ้าไม่สร้างอีก 100 ปีก็คุยกันไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวก็เกิดการปะทะอีก เพราะเรามีการปะทะกันมา 2 ครั้งแล้วกับเรื่องนี้ และเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ 

ส่วนในอนาคตได้มีการปรึกษาหารือกันใน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ เพราะกรรมาธิการความมั่นคงมีหลายพรรค ทางฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล แต่พอมีการจับมือร่วมกันเป็นกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ เราไม่มีเรื่องทางการเมือง ไม่มีพรรคการเมือง เราพร้อมร่วมมือกันทุกภาคส่วนที่จะผลักดันในเรื่องความมั่นคงให้ ประสบความสำเร็จให้ได้ นอกจากนี้วันที่ 11-13 ก.ค. 69 ก็จะมีการลงพื้นที่เช่นเดียวกัน ที่ จ.บุรีรัมย์ จ. สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ จ.อุบลราชธานี เนื่องจากเป็นพื้นที่ล่อแหลม เพราะทหารทั้งสองฝ่ายยังมีการเผชิญหน้ากันอยู่ และเบาะบางมาก

“ทางฝ่ายกัมพูชาไม่ว่า เราจะดำเนินการทำอะไรทางฝ่ายกัมพูชาก็จะมีการยั่วยุ ให้เข้าทางเขาให้ได้ เพราะทหารทางบ้านเขาไม่มีวินัย ไม่ใช่ทหารอาชีพ เหมือนประเทศเรา เรามีข้อตกลงระหว่างประเทศอะไรเราทราบหมด ผมได้ทราบข่าวว่า เขามีการแก้แม้กระทั่งกฎหมายการเกณฑ์ทหารโดยที่ไม่มีอะไรเลย และให้คนอายุ 15 ไปเป็นทหารเลยมันเลย มันไม่ค่อยมีระเบียบวินัยเท่าไหร่ ” นายมณเฑียร กล่าว 

นายมณเฑียร กล่าวต่อว่า ตนต้องขอขอบคุณทหารทุกภาคส่วน เพราะอยู่ชายแดนมีความลำบากต้องเจออุปสรรคมากมาย และพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่เราชนะโดยไม่ต้องรบ เราจึงได้เลือกเดินทางมาที่จุดนี้เป็นจุดแรกเพื่อนำจุดนี้ไปเป็นข้อมูลที่เราจะไปแก้ปัญหาตรงที่กำลังมีปัญหาต่อไป

ส่วนประเด็นดรามาเรื่องรั้ว ที่มีช่องว่าง
นายมณเฑียร กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องไม่จริงเพราะเราไปยืนอยู่ตรงรั้วแล้ว และที่เห็นว่า มีการเว้นช่องว่างไว้เพราะต้องให้คณะกรรมการ JBC หรือคณะกรรมการทั้ง 2 ฝ่ายมาดูอีกครั้ง แล้วแบบที่มีการออกแบบไว้ได้มีการชี้แจงแล้วว่า เราจะทำรั้วทึบปิดหมด แต่ถ้าคณะกรรมการทั้ง 2 ฝ่ายจะดูเราก็สามารถเปิดให้ได้ อาจจะมีการทำเป็นที่เปิดปิดได้ในอนาคต 

ทั้งนี้นายมณเฑียร ยืนยันว่า การสร้างรั้วครั้งนี้เป็นความร่วมมือของทั้งฝ่ายไทย และฝ่ายกัมพูชา เพราะจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีการประชุมคณะกรรมการ JBC และมีการเจรจา และลงนามเรียบร้อยแล้วว่า ตรงนี้เป็นเขตแดนไทย

มั่นใจการทำงาน กปน. ประธาน กกต. ติดตามความพร้อมการเลือกตั้งผู้ว่าฯ -สก. กทม.

มั่นใจการทำงาน กปน. ประธาน กกต. ติดตามความพร้อมการเลือกตั้งผู้ว่าฯ -สก. กทม.

มั่นใจการทำงาน กปน. ประธาน กกต. ติดตามความพร้อมการเลือกตั้งผู้ว่าฯ -สก. กทม.

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.38 น.

“ณรงค์” ประธาน กกต. ติดตามความพร้อมการเลือกตั้งผู้ว่าฯ -สก. กทม. มั่นใจการทำงานของ กปน. หลังถอดบทเรียนจะไม่มีข้อผิดพลาด   คาดรู้ผลเลือกตั้งภายใน 21.00 น.  ตั้งเป้าผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งร้อยละ 70% มากกว่าครั้งที่แล้ว 10%

วันนี้ ( 27 มิ.ย. 2569 ) ที่ โรงเรียนบางกะปิ นาย ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรม การการเลือกตั้ง   พร้อมคณะ ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านบางกะปิ เขตบางกะปิ และสำนักงานเขตบึงกุ่ม  เพื่อตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การส่งมอบ – ตรวจรับบัตรเลือกตั้ง หีบบัตร คูหา และวัสดุอุปกรณ์ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมการจัดหน่วยเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ พร้อมกำกับดูแลทุกขั้นตอนของการจัดการเลือกตั้งให้มีความพร้อมสูงสุด โดยคำนึงถึงความสะดวก ความถูกต้อง และความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นสำคัญ ทั้งในด้านการบริหารจัดการ การอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และการเตรียมความพร้อมของบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่  เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 

ณรงค์ กลั่นวารินทร์

นายณรงค์ กล่าวว่า จากที่ลงพื้นที่พบว่ามีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้  ครั้งนี้เราได้มีการอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นพิเศษ คิดว่าประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจะเป็นหลัก ให้กับกรรมการประจำหน่วยนั้นได้ และกำชับเรื่องผิดพลาดต่างๆ ไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด และคิดว่าครั้งนี้ข้อผิดพลาดน่าจะน้อยลง ที่จริงเราไม่อยากให้เกิดข้อผิดพลาด หรือข้อสงสัยอะไรเลยในการทำหน้าที่ของ กปน. ซึ่งทุกคนก็รู้ดีว่า  กปน. เป็นงานอาสา  แต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบ ทั้งประธานและตัว กปน.

“ ครั้งนี้น่าจะผิดพลาดน้อยลง  เพราะว่า เราพยายามถอดบทเรียนและอบรมประธาน กปน. ทั้ง 6,000 กว่าหน่วยแบบเข้มข้น คิดว่าประธาน กปน. จะเป็นหลักให้กับ กปน. ในหน่วยนั้นๆได้” นายณรงค์  และว่าที่ได้พบก็ให้กำลังใจ ว่าการมาทำงานตรงนี้มีแรงกดดัน  เพราะว่า การเลือกตั้งมีทั้งคนได้คนเสีย แต่คิดว่า กปน.ทำในกรอบหน้าที่ของเขา คิดว่าคงไม่เข้าข้างใคร ทำตามกฎ ตามระเบียบ

นายณรงค์ ยังคาดว่าจะทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการภายในเวลา 21.00 น.  พร้อมเชิญชวนผู้มีสิทธิ์ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2565 ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ประมาณ 60% ในครั้งนี้จึงอยากเชิญชวนให้ชาว กทม.ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกคน ออกมาใช้สิทธิ์เลือกผู้ว่าฯ กทม. และ สก. เพื่อไปพัฒนาท้องถิ่นของเรา เชื่อว่าครั้งนี้จะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ประมาณ 70% ก็พอใจแล้ว

ประธาน กกต.ยังกล่าวถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งว่าเมื่อเข้าสู่การเมืองน่าจะทราบกฏระเบียบดี โดยเฉพาะกฎหมายเลือกตั้งมีโทษทางอาญาด้วยโดยเฉพาะการซื้อเสียง  เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ถ้ามีข้อร้องเรียนแล้วจับได้ ถ้า กกต.วินิจฉัยว่ามีความผิด อาจจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ตนว่าไม่คุ้มกับการที่จะไปซื้อเสียง  เพื่อมาในสภาหรือผู้บริหารท้องถิ่น

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งยังขอเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ระหว่างเวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีชื่อ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนากรุงเทพมหานคร ผ่านพลังแห่งประชาธิปไตย