ธนกร มั่นใจ รัฐบาลใช้เงินภาษีทุกบาทเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง

ธนกร มั่นใจ รัฐบาลใช้เงินภาษีทุกบาทเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง

ธนกร มั่นใจ รัฐบาลใช้เงินภาษีทุกบาทเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.35 น.

“ธนกร” มั่นใจ รัฐบาลใช้เงินภาษีทุกบาทเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง ชี้เน้นเท่าที่จำเป็นเพื่อพัฒนาประเทศระยะยาว วอนฝ่ายค้านอภิปรายด้วยข้อเท็จจริงแทนใช้อารมณ์สาดโคลนใส่กัน

นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พูดชัดเจนว่า ให้รัฐมนตรีทุกคนชี้แจงและตอบข้อซักถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่ ตนเชื่อว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณทุกบาทเพื่อแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนอย่างแท้จริง จะใช้อย่างคุ้มค่าเพื่อแก้ปัญหาของประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และมีความโปร่งใส ทั้งนี้ ท่านนายกฯ ยังให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในการใช้จ่ายภาครัฐ ที่ต้องตอบโจทย์สถานการณ์โลก โครงการที่ไม่เร่งด่วน ที่ไม่จำเป็น เช่น การก่อสร้างอาคารสำนักงาน การอบรมสัมมนาหรือศึกษาดูงานต่างประเทศ หากจำเป็นให้จำกัดจำนวนให้มากที่สุด 

นายธนกร กล่าวอีกว่า ขอให้ฝ่ายค้านอภิปรายด้วยข้อเท็จจริง เน้นหลักฐานที่จับต้องได้ ไม่ใช่เน้นอารมณ์เพียงเพื่อความสะใจแต่ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประชาชนเลย เพราะวันนี้แม้แต่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง Moody’s ก็ยังปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจไทยว่าดีขึ้น และการลงทุนภาครัฐในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาก็เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า เรากำลังกลับไปสู่สายตาของนักลงทุนอีกครั้ง ดังนั้น หากฝ่ายค้านห่วงใยประเทศก็ควรอภิปรายแบบติเพื่อก่อ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขอย่างเป็นเหตุเป็นผล ไม่ใช่อภิปรายแบบสาดโคลนเพื่อหวังคะแนนเสียงเพียงอย่างเดียว

“การใช้จ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาล เป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลัง ยืนยันว่า รัฐบาลจะใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพให้มากที่สุด เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และเป็นไปตามกฎหมาย” นายธนกร กล่าว

อนุชา นำทัพ ปชป. บุกใจกลางเมือง! ใช้รถไฟฟ้าหาเสียงโค้งสุดท้าย ก่อนชี้ชะตากรุงเทพฯพรุ่งนี้

อนุชา นำทัพ ปชป. บุกใจกลางเมือง! ใช้รถไฟฟ้าหาเสียงโค้งสุดท้าย ก่อนชี้ชะตากรุงเทพฯพรุ่งนี้

อนุชา นำทัพ ปชป. บุกใจกลางเมือง! ใช้รถไฟฟ้าหาเสียงโค้งสุดท้าย ก่อนชี้ชะตากรุงเทพฯพรุ่งนี้

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.15 น.

“อนุชา” นำทัพ ปชป. บุกใจกลางเมือง! ใช้รถไฟฟ้าตระเวนหาเสียงโค้งสุดท้าย ก่อนชี้ชะตากรุงเทพฯ พรุ่งนี้

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 บรรยากาศการหาเสียงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นไปอย่างคึกคักและทันสมัย โดยนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 5 ได้ผนึกกำลังร่วมกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์อย่างพร้อมเพรียง นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยทีมรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ นายกรณ์ จาติกวณิช, ดร.การดี เลียวไพโรจน์, นายสกลธี ภัททิยกุล และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึง นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตโฆษก กทม. พร้อมด้วยทีมคนรุ่นใหม่ของพรรคฯ ยกขบวนลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงอย่างต่อเนื่อง

โดยคณะผู้บริหารพรรคเลือกใช้วิธีการเดินทางที่สะท้อนวิถีชีวิตคนเมืองด้วยการขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสจากสถานีบางนา มาลงสถานีพร้อมพงษ์ ท่ามกลางเสียงเชียร์และรอยยิ้มจากประชาชนที่พบเห็นตลอดเส้นทาง ก่อนจะลุยเข้าห้างสรรพสินค้าดิ เอ็มควอเทียร์ ในช่วงบรรยากาศวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีประชาชนหนาแน่น นายอนุชาและคณะได้ใช้โอกาสนี้เดินพบปะพูดคุยอย่างเป็นกันเอง สร้างสีสันให้กับการหาเสียงในห้างสรรพสินค้าได้อย่างน่าสนใจ และช่วงเที่ยงวันเดียวกัน นายอนุชา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรคฯ ได้ร่วมวงรับประทานอาหารกลางวันที่ Quartier Food Hall เพื่อเติมพลังก่อนลุยต่อในช่วงบ่าย โดยนายอนุชาได้เลือกรับประทานเมนูโปรดอย่าง “ข้าวหน้าเนื้อ” พร้อมนั่งพูดคุยอย่างเป็นกันเองและผ่อนคลาย สะท้อนภาพลักษณ์ของผู้สมัครที่เข้าถึงง่ายและพร้อมลุยงานหนักเพื่อคนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง

จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยังเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โดยใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสลงสถานีเพลินจิตและเดินเข้าสู่อาคารผ่านทางเชื่อมสกายวอล์กอย่างสะดวกสบาย ก่อนจะเดินสายรณรงค์ต่อที่เซ็นทรัล เวิลด์ และปิดจบการเดินหาเสียงโค้งสุดท้ายที่สยามพารากอน ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างอบอุ่น ประชาชนจำนวนมากเข้ามาทักทาย ให้กำลังใจ และขอถ่ายรูปคู่กับนายอนุชาและผู้บริหารพรรคอย่างต่อเนื่องตลอดทาง ซึ่งนายอนุชาได้แสดงความใกล้ชิดด้วยการรับฟังปัญหาและสื่อสารนโยบาย “กรุงเทพฯ เป็นได้มากกว่านี้” พร้อมเชิญชวนให้พี่น้องชาวกรุงกาหมายเลข 5 เพื่อให้เข้าไปทำหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม. ที่พร้อมดูแลและแก้ไขปัญหาให้ทุกคนอย่างทั่วถึง

“วันพรุ่งนี้คือการกำหนดอนาคตกรุงเทพฯ อีก 4 ปี ซึ่งเราได้นำเสนอแนวทางที่ถูกต้องบนพื้นฐานของความเป็นจริงในการบริหารงานที่โปร่งใส โดยผมและ ส.ก. ทั้ง 50 เขตจากพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแล้วที่จะเข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบและผลักดันนโยบายเพื่อรับใช้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ ทุกคน จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะตัดสินใจให้โอกาสเราในวันพรุ่งนี้ครับ” นายอนุชา กล่าว

ก่อนปิดภารกิจช่วงเย็น นายอนุชา และทีมงาน ได้เดินทางด้วยรถไฟฟ้าลงสถานีสยาม มุ่งหน้าลานพาร์คพารากอน ซึ่งเป็นลานอเนกประสงค์ใจกลางแหล่งช้อปปิ้งสำคัญของเมืองหลวง เพื่อประกาศย้ำความมุ่งมั่นโค้งสุดท้ายก่อนที่พี่น้องชาวกรุงเทพฯ จะออกไปใช้สิทธิ์กำหนดอนาคตเมืองในวันพรุ่งนี้ วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 เป็นการปิดฉากการหาเสียงอย่างจริงจังและเต็มไปด้วยพลัง และพร้อมน้อมรับทุกคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชน เพื่อเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโอกาสและความหวังอย่างที่ตั้งใจไว้

สั่งเข้มเฝ้าระวังฝนถล่มคูหา กกต. ย้ำ ความพร้อมเลือกผู้ว่าฯกทม.-พัทยา 28 มิ.ย.นี้

สั่งเข้มเฝ้าระวังฝนถล่มคูหา กกต. ย้ำ ความพร้อมเลือกผู้ว่าฯกทม.-พัทยา 28 มิ.ย.นี้

สั่งเข้มเฝ้าระวังฝนถล่มคูหา กกต. ย้ำ ความพร้อมเลือกผู้ว่าฯกทม.-พัทยา 28 มิ.ย.นี้

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.12 น.

กกต. ย้ำความพร้อมเลือกผู้ว่าฯกทม.-พัทยา 28 มิ.ย.นี้ สั่งเฝ้าระวังฝน กำชักปน.หากต้องงด-เปลี่ยนที่ลงคะแนน ให้ทำตามระเบียบ  พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมสังเกตการณ์-แจ้งเบาะแสหากพบความผิดปกติ 

วันที่ 27 มิ.ย.69 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพรรองเลขาธิการ กกต.แถลงข่าว ความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาว่า วันนี้ การจัดการเลือกตั้งในภาพรวม ข้อมูลสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการแจกจ่ายวัสดุอุปกรณ์ให้คณะกรรม การประจำหน่วยเลือกตั้ง 6,628 หน่วยในกรุงเทพมหา นคร และ 133 หน่วยในเมืองพัทยา ส่วนข้อมูลผู้สมัครและหน่วยเลือกตั้งนั้นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีจำนวน 18 คน และผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขตมีจำนวน 276 คน และหน่วยเลือกตั้งของกรุงเทพมหานครมีจำนวน 6,628 หน่วย และผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งรวม 4,431,983 คน ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเฉพาะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหา นคร 42,861 คน 

กกต.

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ส่วนผู้สมัครสมาชิกเมืองพัทยาทั้ง 4 เขต มีจำนวน 67 คน หน่วยเลือกตั้งของเมืองพัทยามีจำนวน 130 หน่วย และผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 80,204 คน โดยมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนายกเมืองพัทยาอย่างเดียว 210 คน

รองเลขาธิการ กกต. ยังกล่าวถึงการเฝ้าระวังภัยธรรมชาติ ว่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้แจ้งให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานครและชลบุรีเฝ้าระวังภัยธรรมชาติ สั่งการให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 2 แห่ง ต้องดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย หากต้องงดการลงคะแนนหรือเปลี่ยนที่ลงคะแนน

สำหรับข้อพึงระวังของผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติในการเลือกตั้ง ข้อห้ามตามกฎหมายเลือกตั้ง ห้ามผู้ใดโฆษณาหาเสียงไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครใดๆ ตั้งแต่เวลา 18:00 น. ของวันนี้ เนื่องจากมีความผิดตามกฎหมาย ตลอดจนห้ามจัดยานพาหนะให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไปยังหน่วยเลือกตั้งหรือกลับจากหน่วยเลือกตั้งโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือค่าจ้าง ห้ามให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้สมัครแก่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเพื่อจูงใจให้เลือกผู้สมัคร ห้ามผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเรียกรับผลประโยชน์อื่นใดเพื่อไปลงคะแนนให้ผู้สมัครใดๆ

นอกจากนี้ ขอความร่วมมือจากผู้บังคับบัญชาและนายจ้าง ผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างต้องไม่ขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกโดยไม่มีเหตุอันควรในการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งของผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาและนายจ้างทุกท่านควรให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือในการไปใช้สิทธิ์ของพนักงาน

กกต.

ทั้งนี้ สำนักงานกกต.เชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ตั้งแต่08.00 -17.00น. ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งควรเตรียมหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชนที่ไม่หมดอายุ หรือหลักฐานทางราชการที่ไม่หมดอายุ
หลักฐานภาพอิเล็กทรอนิกส์ เช่น บัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ ใบอนุญาตขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ และบัตรประจำตัวที่มีรูปถ่ายสามารถใช้ได้ พร้อมกันนี้ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งควรตรวจสอบสิทธิ์ของตนเองผ่านเอกสารที่ส่งไปยังครัวเรือน หรือผ่านแอปพลิเคชัน Smart Vote ของ กกต. หรือแอปพลิเคชัน Thai ID.

พร้อมกันนี้ เชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ว่า การเลือกตั้งในวันที่ 28มิ ย.นี้ ประชาชนควรออกมาสังเกต การณ์กระบวนการเลือกตั้ง การลงคะแนน และการนับคะแนน หากมีข้อสงสัยหรือพบสิ่งผิดปกติ สามารถประท้วงคัดค้านกับประธานประจำหน่วยเลือกตั้งได้

มหาวิทยาลัยไทยผงาดเวทีโลก ยศชนัน เผย 7 สถาบัน ทะยาน Top 100

มหาวิทยาลัยไทยผงาดเวทีโลก ยศชนัน เผย 7 สถาบัน ทะยาน Top 100

มหาวิทยาลัยไทยผงาดเวทีโลก ยศชนัน เผย 7 สถาบัน ทะยาน Top 100

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.02 น.

‘รองนายกฯ ยศชนัน’ เผยผลการจัดอันดับระดับสากล สถาบันอุดมศึกษาไทยผงาดเวทีโลก 7 สถาบัน ทะยาน Top 100 ‘มหิดล-มธ.’ คว้าที่ 1 ประกาศดันเป็นทัพหน้าขับเคลื่อนประเทศ

วันที่ 27 มิ.ย.69  ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เปิดเผยถึงความสำเร็จของมหาวิทยาลัยไทยบนเวที THE Sustainability Impact Ratings 2026 ปีนี้ ผ่านทางช่องทาง social media ระบุว่า 

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

“ประเทศเรามีเรื่องน่ายินดีอีกแล้วครับ

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของมหาวิทยาลัยไทยบนเวที THE Sustainability Impact Ratings 2026 ในปีนี้ ถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของวงการอุดมศึกษาไทยในระดับสากล 

ซึ่งการจัดอันดับนี้ มาจาก Times Higher Education (THE) สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกจากประเทศอังกฤษที่ได้รับการยอมรับและน่าเชื่อถือสูงสุดในระดับนานาชาติ ในปีนี้มีสถาบันอุดมศึกษามากกว่า 1,600 แห่งจากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมรับการประเมินอย่างเข้มข้น

ความพิเศษและน่าเชื่อถือของเวทีนี้ คือการประเมินที่ไม่ได้วัดกันเพียงแค่เรื่องชื่อเสียงทางวิชาการ แต่เน้นไปที่ “ผลกระทบเชิงบวกที่สถาบันสร้างให้แก่สังคมได้จริง” (Real-world Impact) 

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

ผ่านดัชนีชี้วัดที่โปร่งใสและครอบคลุมถึง 4 ด้านหลัก ได้แก่ งานวิจัย (Research), การบริหารจัดการสถาบัน (Stewardship), การบริการวิชาการสู่สังคม (Outreach) และการเรียนการสอน (Teaching) เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้ง 17 ข้อของ UN

ในนามของกระทรวง อว. ผมขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับทุกสถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะความสำเร็จอันเป็นเลิศระดับโลกของสามสถาบันหลัก

มหาวิทยาลัยมหิดล 

คว้า อันดับ 1 ของโลกในด้าน SDG 3 (Good Health and Well-being) ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงความเป็นเลิศในการเป็นเสาหลักด้านสาธารณสุข งานวิจัยทางการแพทย์ระดับสากล และการให้บริการเชิงรุกเพื่อสุขภาวะที่ดีของประชาชนทุกระดับ

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ครอง อันดับ 1 ของโลกในด้าน SDG 16 (Peace, Justice and Strong Institutions) ตอกย้ำอุดมการณ์การเป็นที่พึ่งทางกฎหมายแก่สังคม การบริหารจัดการบนหลักธรรมาภิบาลที่โปร่งใส และการสร้างพื้นที่แห่งการมีส่วนร่วมให้กับคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

กับการคว้าคะแนนรวมเป็นอันดับ 19 ของโลก อันดับ 1 ของประเทศไทย โดยเป็นการเข้า TOP 20 เป็นครั้งแรกของมหาวิทยาลัยไทยในการประเมินด้านนี้

ความน่ายินดียิ่งกว่านั้นคือ ภาพรวมของมหาวิทยาลัยไทยที่เติบโตอย่างยั่งยืนแบบยกแผงครับ โดยมีสถาบันอุดมศึกษาไทยถึง 7 แห่งที่จับมือกันเข้าสู่ทำเนียบ 100 อันดับแรกของโลก (Overall Top 100) ได้แก่

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อันดับ 19), มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อันดับ 46), มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (อันดับ 47), มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (อันดับ 49), มหาวิทยาลัยมหิดล (อันดับ 56), มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (อันดับ 81) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น (อันดับ 91)

ตัวเลขและอันดับเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของความบังเอิญ แต่วันนี้สถาบันการศึกษาของเราได้พิสูจน์แล้วว่าเราสามารถหลอมรวมงานวิชาการและงานวิจัยประสิทธิภาพสูง เข้ามาตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาสังคมในมิติต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน จนสิ่งเหล่านี้กลายเป็น “ดีเอ็นเอใหม่” ของอุดมศึกษาไทยในยุคปัจจุบัน

ผมขอขอบคุณในความมุ่งมั่น ทุ่มเท และเสียสละของประชาคมอุดมศึกษาทุกท่าน ทั้งคณาจารย์ นักวิจัย บุคลากร และนิสิตนักศึกษาทุกคน

ผลสำเร็จในครั้งนี้คือเครื่องยืนยันว่า ระบบอุดมศึกษาไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการแข่งขันบนเวทีโลก และกระทรวง อว. พร้อมที่จะเดินหน้าสนับสนุนทุกกลไก เพื่อส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยเป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

ลาดกระบัง ได้เลือกแน่ ปลัดกทม. ยืนยัน 5 หน่วยเลือกตั้ง เปิดลงคะแนนตามปกติพรุ่งนี้

ลาดกระบัง ได้เลือกแน่ ปลัดกทม. ยืนยัน 5 หน่วยเลือกตั้ง เปิดลงคะแนนตามปกติพรุ่งนี้

ลาดกระบัง ได้เลือกแน่ ปลัดกทม. ยืนยัน 5 หน่วยเลือกตั้ง เปิดลงคะแนนตามปกติพรุ่งนี้

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.42 น.

ปลัดกทม. ยืนยัน 5 หน่วยเลือกตั้งลาดกระบัง พื้นที่เหตุเสาไฟโค่น พร้อม! เปิดลงคะแนนตามปกติพรุ่งนี้ ย้ำเตรียมแผนสำรอง-ประสานตำรวจอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแล้ว 

วันที่ 27 มิ.ย. 69  นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเสาไฟฟ้าโค่นล้มบริเวณถนนฉลองกรุง เขตลาดกระบัง เมื่อวานนี้ (26 มิ.ย. 69) ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตั้งหน่วยเลือกตั้ง โดยได้สั่งการให้สำนักงานเขตลาดกระบังลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของหน่วยเลือกตั้งทันที เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะสามารถออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ได้ตามปกติในวันพรุ่งนี้ (28 มิ.ย. 69)

ปลัดกทม.

จากการตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งที่ได้รับผลกระทบจำนวน 5 หน่วย เมื่อเวลา 08.45 น. พบว่า มีรายละเอียดดังนี้

หน่วยเลือกตั้งที่ 10–11 (บริเวณศูนย์การค้าวีมาร์เก็ต แขวงลำปลาทิว) โครงสร้างเต็นท์ไม่ได้รับความเสียหาย ระบบไฟฟ้าภายในหน่วยเลือกตั้งใช้งานได้ตามปกติ ประชาชนสามารถเดินทางมาใช้สิทธิได้

ปลัดกทม.

หน่วยเลือกตั้งที่ 12–14 (บริเวณลานจอดรถโครงการเสนาคิทท์ แขวงลำปลาทิว) โครงสร้างเต็นท์ไม่ได้รับความเสียหาย ส่วนระบบไฟฟ้าอยู่ระหว่างการเชื่อมต่อโดยการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนี้ ประชาชนจึงสามารถเดินทางมาใช้สิทธิได้ตามปกติเช่นกัน

ปลัดกทม. กล่าวย้ำว่า กรุงเทพมหานครได้เตรียมแผนเผชิญเหตุและแผนสำรองไว้รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเต็มที่ หากระบบไฟฟ้าถาวรยังไม่แล้วเสร็จ กทม.ได้จัดเตรียมเครื่องสำรองไฟและระบบแสงสว่างสำรองไว้พร้อมปฏิบัติงานทันที เพื่อไม่ให้กระทบต่อการลงคะแนนและการนับคะแนน

ปลัดกทม.

นอกจากนี้ ในส่วนของปัญหาการจราจรบนถนนฉลองกรุงที่อาจไม่ได้รับความสะดวกจากการซ่อมแซมเสาไฟฟ้า กทม. โดยสำนักงานเขตลาดกระบังได้ประสานงานกับสถานีตำรวจในพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกและเปิดเส้นทางบางส่วนให้ประชาชนสามารถเดินทางเข้าสู่หน่วยเลือกตั้งได้ โดยคาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและกลับเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงเย็นวันนี้

“ขอให้พี่น้องประชาชนชาวลาดกระบังที่มีสิทธิเลือกตั้งในหน่วยดังกล่าว มั่นใจว่าสามารถเดินทางมาใช้สิทธิได้ตามปกติ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความเรียบร้อยในทุกมิติ” ปลัดกทม.กล่าว

ปลัดกทม.
ปลัดกทม.

ตรวจความพร้อมก่อนวันเลือกตั้ง ปลัดกทม. ทุกขั้นตอนโปร่งใส รายงานผลคะแนนแบบเรียลไทม์

ตรวจความพร้อมก่อนวันเลือกตั้ง ปลัดกทม. ทุกขั้นตอนโปร่งใส รายงานผลคะแนนแบบเรียลไทม์

ตรวจความพร้อมก่อนวันเลือกตั้ง ปลัดกทม. ทุกขั้นตอนโปร่งใส รายงานผลคะแนนแบบเรียลไทม์

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.23 น.

ปลัดกทม. ตรวจความพร้อมก่อนวันเลือกตั้ง มั่นใจ เตรียมแผนเผชิญเหตุรอบด้าน ย้ำทุกขั้นตอนโปร่งใส พร้อมรายงานผลคะแนนแบบเรียลไทม์ คาดรู้ผลไม่เป็นทางการ 22.00 น.

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. เวลา 10.00 น.  นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร (กกต.ทถ.กทม.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตรวจความพร้อมการตรวจรับวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้งและตรวจหน่วยเลือกตั้ง ณ วัดสามพระยาวรวิหาร เขตพระนคร

ณรงค์ เรืองศรี

ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความพร้อมการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ มีจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 50 เขตประมาณ 4,400,000 คน ซึ่งมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 6,628 หน่วย โดย กทม. ได้เตรียมเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยทุกหน่วยรวมถึงเจ้าหน้าที่รับเอกสาร ประมวลผลข้อมูล และผลการเลือกตั้งรวมแล้วประมาณ 74,000 คน ซึ่งได้มีการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว โดยได้รับความร่วมมือจาก กกต.กทม. ในการกำหนดแนวทางหลักการ วิธีการ ในการที่จะทดสอบ เพื่อให้การเลือกตั้งมีความสุจริตโปร่งใสและเป็นธรรม นอกจากนี้ กทม. เตรียมเจ้าหน้าที่ในการทำบัตรประชาชน เป็นกรณีพิเศษ ในวันเลือกตั้ง ให้บริการตั้งแต่ เวลา 08.00-17.00 น. ทุกสำนักงานเขต และ จุดบริการด่วนมหานคร 19 แห่ง ทั่วกรุงเทพฯ

ปลัดกทม. กล่าวต่อว่า ในเรื่องการเตรียมสถานที่เลือกตั้ง มีหน่วยเลือกตัังนอกอาคาร และ ในเต๊นท์ 4,038  หน่วย  และหน่วยเลือกตั้ง ภายในอาคาร 2,590 หน่วย  สิ่งที่กังวลคือ ส่วนที่อยู่นอกอาคาร ได้สั่งการประสานงานเตรียมแผนในการดูแลพื้นที่ อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนรวมถึงผู้สูงอายุ ที่จะเข้ามาใช้บริการ รวมทั้งมีการเตรียมด้านการจราจรโดยประสานกับสถานีตำรวจในท้องที่ ต่างๆ รวมถึง มีแผนเตรียมการรับสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจากการคาดการณ์ ว่า จะมีฝนในวันเลือกตั้ง จึงให้ทุกหน่วยงานจัดเตรียมบูรณาการเครื่องมือ แผนบริหารจัดการส่วนต่างๆ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเลือกตั้ง 

ณรงค์ เรืองศรี

“สิ่งที่ยังมีความกังวลอยู่ คือจากที่เกิดเหตุพายุพัดอย่างรุนแรง บริเวณพื้นที่เขตลาดกระบัง ถนน ฉลองกรุง ทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่น ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีจุดที่เป็นหน่วยเลือกตั้ง 3 หน่วย เบื้องต้นผอ.เขตได้มีการตรวจสอบแล้ว และทางการไฟฟ้านครหลวงจะดำเนินการติดตั้งเสาไฟ ให้สามารถใช้ไฟในส่วนนั้นได้ แต่อย่างไรก็ตามได้มีการเตรียมแผนสำรองหากยังไม่สามารถติดตั้งได้เสร็จก็จะมีการพิจารณาย้ายจุดตั้งหน่วยเลือกตั้งใหม่ และให้เขตประชาสัมพันธ์แจ้งประชาชนที่มีสิทธิ ใน 3 หน่วยดังกล่าว แต่ในเรื่องของความเสี่ยงหน่วยไม่ได้รับความเสียหาย  แต่มีเพียงระบบไฟฟ้า ซึ่งก็ได้มีการสำรองไฟแล้ว และประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำท้องที่ ในการเปิดเส้นทางบางส่วน ให้ประชาชนสามารถเดินทางไปเส้นทางเข้าไปได้“ ปลัดฯณรงค์ กล่าว

อีกส่วนเป็นเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ ต่างๆ ทางกทม.ได้ส่งให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง มาตรวจนับ และเช็คว่ามีอุปกรณ์วัสดุครบถ้วนหรือขาดหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบวันนี้ ก็พบว่าการตรวจรับพัสดุอุปกรณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมถึงบัตรเลือกตั้งด้วย  ตลอดจนได้ซักซ้อมความเข้าใจในการดำเนินการในวันเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน สำหรับในส่วนอื่นๆในเรื่องของการติดตามผลในวันเลือกตั้ง กทม.ได้มีการตั้งศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง ไว้ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกทม.(เสาชิงช้า) ซึ่งมีเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลเอกสารและประมวลผล หลังจากที่ปิดหีบเวลา 17.00 น. จะมีการนับคะแนนทั้งสองส่วนทั้งผู้ว่าฯกทม. และส.ก. เมื่อนับคะแนนแล้ว จะติดไว้ที่หน้าหน่วย จากนั้นส่งข้อมูลไปที่หน่วยเลือกตั้งที่เขต เพื่อตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งและเมื่อสมบูรณ์เรียบร้อยแล้วจะส่งมาที่ส่วนกลาง ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลการเลือกตั้งแบบเรียลไทม์ได้ที่จอแสดงผลที่ติดตั้งไว้ที่ลานคนเมือง สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต รวมทั้งในเว็บไซต์ http://www.เลือกตั้งกรุงเทพ69.com  คาดว่ากระบวนการรวบรวมผลคะแนนที่เราจะต้องทำให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ อย่างช้า ผลคะแนนแบบไม่เป็นทางการจะสามารถทราบคร่าว ๆ ได้ไม่เกินเวลา 22.00 น.

ณรงค์ เรืองศรี

“ขอเชิญชวนชาวกรุงเทพฯมาใช้สิทธิ ทุกเสียงเป็นการกำหนดอนาคตของกรุงเทพมหานคร และขอให้ตรวจสอบรายละเอียดเอกสารต่างๆ ก่อนเช่นสิทธิในการเลือกตั้งอยู่ที่หน่วยไหน เส้นทางการเดินทาง รวมถึงการตรวจสอบสภาพอากาศในทุกส่วนทุกเวลา เพราะกรมอุตุฯแจ้งแล้วว่าอาจจะมีฝน และขอย้ำว่าการเลือกตั้งทั้งหมดเรามุ่งเน้นหลักการเดียวกัน คือเรื่องความสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุน หวังว่าการเลือกตั้งพรุ่งนี้จะสำเร็จไปด้วยดี สำหรับผลการรวบรวมคะแนน  จะเริ่มตั้งแต่ปิดหีบ “

ทั้งนี้ กทม. คาดหวังให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้มากกว่าครั้งที่ผ่านมา โดยเมื่อปี 2565 ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ประมาณ 60.7% และในปี 2569 นี้ อยากให้มีผู้มาใช้สิทธิ์มากที่สุด คาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 70%
ณรงค์ เรืองศรี

ผู้สื่อข่าวถามถึงแผนสำรองกรณีเกิดฝนตกและน้ำท่วม จากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา 

“เรามีบทเรียนในเขตคันนายาวตอนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้ว ซึ่งย้ายหน่วยอยู่ในที่ปลอดภัย ซึ่งในครั้งนี้ก็ได้มีแผนเผชิญเหตุ มีการบอกรายละเอียด ขั้นตอน กิจกรรม หน่วยงานผู้ประสานงานที่รับผิดชอบร่วมกันทั้งหมด ที่มีการตรวจสอบมีความพร้อม และมีการติดตามประสานงานกันอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามขณะนี้ มีเรื่องร้องเรียน ถึงการทุจริต เลือกตั้ง จำนวน 1 ราย  คือ ผู้สมัคร ส.ก. เขต ดินแดง โดย อยู่ระหว่างการตรวจสอบตามกฎหมาย”  นายณรงค์ กล่าว 

ณรงค์ เรืองศรี

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครรายงานข้อมูลการเลือกตั้งครั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 26 มิ.ย. 69 เวลา 13.00 น. ภายหลังการเพิ่ม-ถอนสิทธิ มีผู้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.จำนวน 4,428,646 คน และ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก.จำนวน 4.384,695 คน โดยเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก (First Voter) จำนวน 20,584 คน  เขตคลองสามวาเป็นเขตที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากที่สุด โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จำนวน 172,761 คน และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก. จำนวน 170,353 คน ขณะที่เขตสัมพันธวงศ์มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งน้อยที่สุด โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. จำนวน 15,213 คน และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก. จำนวน 15,113 คน 

พร้อมย้ำ บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ โดยประชาชนจะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ได้แก่ บัตรสีเขียวสำหรับลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และ บัตรสีชมพูสำหรับลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ก. ในเขตเลือกตั้งของตน และย้ำว่า ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าและไม่มีการเลือกตั้งนอกเขต ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องไปใช้สิทธิในวันและเวลาที่กำหนด ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีรายชื่อเท่านั้น ผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งผ่านเว็บไซต์สำนักทะเบียนกรมการปกครอง ได้ภายใน 7 วันก่อนและหลังวันเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 21 – 27 มิ.ย.69 หรือวันที่ 29 มิ.ย. – 5 ก.ค.69 เพื่อป้องกันการเสียสิทธิทางการเมืองตามที่กฎหมายกำหนด

ณรงค์ เรืองศรี

ติดตามข่าวสารการเลือกตั้งได้ที่ เฟซบุ๊ก: กรุงเทพมหานคร หรือ เว็บไซต์: http://www.เลือกตั้งกรุงเทพ69.com และ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน กกต. โทร. 1444

ณรงค์ เรืองศรี
ณรงค์ เรืองศรี
ณรงค์ เรืองศรี

นายกฯ ร่วมพิธีปลุกเสก เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น ปลอดโรค ปลอดภัย

นายกฯ ร่วมพิธีปลุกเสก เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น ปลอดโรค ปลอดภัย

นายกฯ ร่วมพิธีปลุกเสก เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น ปลอดโรค ปลอดภัย

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.13 น.

“นายกฯ” เป็นประธานพิธีพุทธาภิเษก เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น “ปลอดโรค ปลอดภัย” นำรายได้พัฒนามูลนิธิ สอน. และสถานีอนามัยพระราชทาน 92 แห่งทั่วประเทศ เสริมความเข้มแข็งระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ ให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง

เมื่อเวลา 09.50 น.วันที่ 27 มิ.ย. ณ วัดห้วยมงคล ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีพุทธาภิเษก เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น “ปลอดโรค ปลอดภัย”

อนุทิน ชาญวีรกูล

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อเดินทางถึง นายกรัฐมนตรีได้กราบนมัสการพระพิศาลสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล และสนทนาธรรม สักการะบูชาองค์หลวงพ่อทวด ก่อนเข้าสู่บริเวณปะรำพิธี แล้วจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย ณ โต๊ะหมู่บูชา พิธีกรสงฆ์กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยและอารธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล นายกรัฐมนตรีส่งที่เจิมให้เจ้าอาวาสเพื่อเจิมตู้เทียนชัย และจุดเทียนชนวนส่งให้เจ้าอาวาสเพื่อจุดเทียนชัย จากนั้นจุดเทียนอ่างน้ำมนต์ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ในพิธีพุทธาภิเษก

ต่อมา นายกรัฐมนตรีร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จากนั้นกรวดน้ำรับพร พระสงฆ์ได้โปรยข้าวตอกดอกไม้บริเวณพิธี ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะโปรยข้าวตอกดอกไม้ แล้วกราบลาพระรัตนตรัย และกราบลาประธานสงฆ์ จากนั้นพระสงฆ์ประพรมน้ำมนต์แก่นายกรัฐมนตรี เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

อนุทิน ชาญวีรกูล

การจัดสร้างเหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น “ปลอดโรค ปลอดภัย” จัดทำขึ้นเป็นเหรียญที่ระลึกของมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี (มูลนิธิ สอน.) เพื่อจัดหารายได้ในการพัฒนา สอน. และสนับสนุนการดำเนินงานของสถานีอนามัยพระราชทาน รวม 92 แห่งทั่วประเทศ ตลอดจนงานของมูลนิธิส่วนกลาง โดยมุ่งยกระดับระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน

ทั้งนี้ มูลนิธิ สอน. เป็นหน่วยงานกลางในการสนับสนุนและพัฒนา สอน. 92 แห่งทั่วประเทศ ให้เป็น “สถานีอนามัยต้นแบบ” ทั้งด้านอาคารสถานที่ ภูมิทัศน์ และคุณภาพการบริการ เพื่อเป็นที่พึ่งด้านสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล พร้อมเสริมความเข้มแข็งของระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิให้สามารถดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง มีคุณภาพ และยั่งยืน

อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล

เกาะติดเลือกตั้ง! เขตคลองสามวา ตรวจเข้มอุปกรณ์ ‘เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก.’ มั่นใจพร้อม100%

เกาะติดเลือกตั้ง! เขตคลองสามวา ตรวจเข้มอุปกรณ์ 'เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก.' มั่นใจพร้อม100%

เกาะติดเลือกตั้ง! เขตคลองสามวา ตรวจเข้มอุปกรณ์ ‘เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก.’ มั่นใจพร้อม100%

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.42 น.

เกาะติดเลือกตั้ง! เขตคลองสามวา ตรวจเข้มอุปกรณ์ “เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. – ส.ก.” มั่นใจพร้อม 100%

27 มิถุนายน 2569 บรรยากาศการเตรียมความพร้อมก่อนวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก ล่าสุด ที่สำนักงานเขตคลองสามวา เจ้าหน้าที่ประจำเขตได้เร่งดำเนินการตรวจสอบความเรียบร้อยของวัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) อย่างละเอียดและเข้มงวด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความโปร่งใสและราบรื่นที่สุด

การตรวจสอบในครั้งนี้ คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้ร่วมกันตรวจเช็กอุปกรณ์สำคัญที่จะต้องกระจายไปยังหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ในพื้นที่อย่างครบถ้วน ประกอบด้วย บัตรเลือกตั้ง ตรวจนับจำนวนบัตรอย่างละเอียดให้ตรงตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละหน่วย , หีบบัตรเลือกตั้ง ตรวจสอบสภาพความแข็งแรงของกล่อง และระบบซีลล็อกเพื่อป้องกันการทุจริต , วัสดุอุปกรณ์สนับสนุน อาทิ ปากกาสำหรับกากบาท, คูหาลงคะแนน, บอร์ดประชาสัมพันธ์หน้าหน่วย และอุปกรณ์จำเป็นอื่นๆ

“การตรวจสอบในครั้งนี้เป็นไปอย่างเข้มงวดและรัดกุมที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นอยู่ในสภาพสมบูรณ์ 100% ไร้ข้อผิดพลาด ก่อนที่จะมีการส่งมอบไปยังหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ในพื้นที่เขตคลองสามวา” เจ้าหน้าที่ระบุ

สำหรับความเคลื่อนไหวนี้ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร ว่ากระบวนการจัดการเลือกตั้งย่อยและระดับท้องถิ่นในครั้งนี้ จะมีความพร้อมและเป็นไปตามมาตรฐานสูงสุด

4 ปีมีหนเดียว! อนุชาเตือนคนกรุงอย่าพลาดโอกาสทอง กอดคอ ส.ก.50เขต ลั่นพร้อมล้างบางทุจริต

4 ปีมีหนเดียว! อนุชาเตือนคนกรุงอย่าพลาดโอกาสทอง กอดคอ ส.ก.50เขต ลั่นพร้อมล้างบางทุจริต

4 ปีมีหนเดียว! อนุชาเตือนคนกรุงอย่าพลาดโอกาสทอง กอดคอ ส.ก.50เขต ลั่นพร้อมล้างบางทุจริต

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.40 น.

ปชป.ปล่อยคาราวาน.ทิ้งทวน! “ชวน-อภิสิทธิ์” นำทัพ สักการะพระแม่ธรณี โค้งสุดท้ายฝากคนกรุงเลือก“อนุชา” เบอร์ 5 ย้ำ “เลือกทีม-เลือกพรรค” มั่นใจระบบพรรคคือหลักประกันความโปร่งใส “อภิสิทธิ์”ชี้ IO โจมตี สะท้อนนโยบายเราจี้จุดคนโกง ด้าน“ชวน”ตอกย้ำ “ระบบพรรค” คือหลักประกันความสุจริต ขณะที่“อนุชา”เตือนคนกรุงอย่าพลาดโอกาส 4 ปีมีหนเดียว

27 มิถุนายน 2569  ที่พรรประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ นายสกลธี ภัททิยกุล นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี ทีมรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ และนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 5 และคณะผู้บริหารพรรค ร่วมกันประกอบพิธีสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม บริเวณลานพระแม่ธรณี เพื่อความเป็นสิริมงคลและขอพรให้การดำเนินงานโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งประสบความสำเร็จ พร้อมรวมพลังผู้บริหารและสมาชิกพรรคออกเดินสายรณรงค์เชิญชวนพี่น้องประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างเต็มกำลังและสื่อสารนโยบายสู่พี่น้องประชาชนอย่างพร้อมเพรียงกัน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงสถานการณ์โค้งสุดท้ายว่า แม้จะยอมรับว่ากระแสการเลือกตั้งครั้งนี้เงียบเหงากว่าที่คาดไว้และประชาชนยังมีความตื่นตัวน้อย แต่พรรคยังคงเดินหน้าอย่างเต็มที่จนถึงวินาทีสุดท้าย พร้อมชี้ให้เห็นว่าการที่เว็บไซต์ของพรรคถูกโจมตีด้วยกลุ่มไอโอในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเครื่องพิสูจน์ว่านโยบายการเปิดโปงความไม่โปร่งใสของพรรคได้ไปกระทบผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มเข้าอย่างจัง และขอยืนยันว่าจะเดินหน้าทำเรื่องนี้ต่อไป เพราะคนกรุงเทพฯ ต้องการความสะอาด ไม่ใช่แค่เชิงกายภาพ แต่หมายถึงความโปร่งใสในการบริหารเมือง ซึ่งเป็นคำตอบในการแก้ปัญหาหลักของคนกรุง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีผู้สมัครอิสระที่รวมกลุ่มกันลงสมัคร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ความสำคัญของ “ระบบพรรค” ว่ามีความหมายมากกว่าแค่การลงสมัคร เพราะหมายถึงความรับผิดชอบร่วมกันและมีกลไกตรวจสอบภายในพรรคเอง ต่างจากกลุ่มการเมืองที่อ้างชื่อ “อิสระเป็นทีม” ซึ่งแท้จริงแล้วคือการรวมกลุ่มกันเพื่อเลี่ยงความรับผิดชอบ

“คำว่าอิสระใครๆ ก็ชอบฟังดูเหมือนดี แต่คำถามคืออิสระแบบไหน ในทางการเมืองถ้าลงคนเดียวคืออิสระ แต่ถ้าบอกว่าอิสระเป็นทีม นี่คือกลุ่มการเมือง หากปกปิดก็คือแก๊งการเมือง ผมเชื่อว่าประชาชนอยากเห็นความตรงไปตรงมา การมีระบบพรรคไม่ใช่การหลับหูหลับตาเชียร์กัน แต่คือการมีกลไกตรวจสอบภายใน อย่างในอดีต ส.ก. ของเราก็เคยตรวจสอบผู้ว่าฯ ในสังกัดเดียวกันมาแล้ว นี่คือหลักประกันที่มั่นใจได้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ด้านนายชวน กล่าวเสริมถึงความสำคัญของระบบพรรคการเมืองในฐานะหลักประกันความสุจริต ว่าในยุคที่ภาพลักษณ์การเมืองไทยเต็มไปด้วยความอับอายจากปัญหาการซื้อตำแหน่งหรือการครอบงำจากอำนาจมืด ระบบพรรคคือตัวกรองที่จะช่วยตรวจสอบและรับผิดชอบต่อประชาชนได้ดีกว่าตัวบุคคล ซึ่งจะทำให้การบริหารเมืองเป็นไปอย่างระมัดระวังและไม่มีประวัติด่างพร้อย

“ในยามที่บ้านเมืองมีภาพลักษณ์เชิงลบจากการทุจริต หรือการบงการจากผู้มีอิทธิพล สิ่งที่จะทำให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงได้คือคนดีและระบบพรรคที่จะเข้ามาช่วยกำกับดูแล เพราะเมื่อตัวบุคคลพ้นจากตำแหน่งไป ระบบพรรคจะมีคนที่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำนั้นต่อเนื่องไปถึงชั่วลูกหลาน นี่คือหลักประกันความระมัดระวังในการทำงาน ที่ผ่านมาผู้ว่าฯ จากประชาธิปัตย์ทุกคนล้วนมีประวัติที่โปร่งใส ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคให้ความสำคัญสูงสุด” นายชวน กล่าว

ขณะที่ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 5 ได้กล่าวทิ้งท้ายเชิญชวนพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ว่า วันพรุ่งนี้คือการกำหนดอนาคตเมืองไปอีก 4 ปี การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ไม่มีการยุบสภาเหมือนการเลือกตั้งระดับชาติ หากพลาดโอกาสนี้ไปต้องรออีกนานถึง 4 ปี ดังนั้นขอให้ตัดสินใจเลือกด้วยความเชื่อมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง บนพื้นฐานของข้อมูลจริง 

“ผมและ ส.ก. ทั้ง 50 เขต จากพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณและผลักดันนโยบายด้วยความโปร่งใส ขอโอกาสให้เราเข้าไปทำงานเพื่อรับใช้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ” นายอนุชา กล่าว

ทั้งนี้ ภายหลังการสัมภาษณ์ นายอนุชาและคณะผู้บริหารพรรคได้ขึ้นรถขบวนแห่เคลื่อนออกจากพรรคประชาธิปัตย์มุ่งหน้าสู่ตลาด อ.ต.ก. บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักท่ามกลางกำลังใจจากพี่น้องประชาชน โดยมีแกนนำพรรคคนสำคัญร่วมขบวนอย่างพร้อมหน้า เพื่อพบปะพ่อค้าแม่ค้าและผู้มาจับจ่ายใช้สอย ที่ให้ความสนใจสอบถามนโยบายตลอดเส้นทาง ก่อนจะเดินทางไปยังงาน “สหกรุ๊ปแฟร์” (Saha Group Fair) ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ที่มีประชาชนเข้าชมงานจำนวนมาก นายอนุชาได้เดินเยี่ยมชมบูธสินค้าและพบปะผู้ประกอบการ พร้อมถือโอกาสรณรงค์นโยบายเศรษฐกิจและการสร้างโอกาสให้คนตัวเล็กตัวน้อยได้รับทราบถึงแนวทางการพัฒนาเมือง อีกทั้ง ยังได้รับฟังปัญหาและนำเสนอแนวทางการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ค้ารายย่อย ถือเป็นการปิดภารกิจช่วงเช้าอย่างเข้มข้นและมุ่งมั่นตามแนวทางความเป็นประชาธิปัตย์ที่ยึดถือการเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่

อัครนันท์ สั่งสอบด่วน ปมเปลี่ยนบัญชีครูผู้ช่วย ทำสาวลาออกจากงานเก้อ

อัครนันท์ สั่งสอบด่วน ปมเปลี่ยนบัญชีครูผู้ช่วย ทำสาวลาออกจากงานเก้อ

อัครนันท์ สั่งสอบด่วน ปมเปลี่ยนบัญชีครูผู้ช่วย ทำสาวลาออกจากงานเก้อ

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.31 น.

“อัครนันท์” ไม่ปล่อยผ่าน สั่งสอบด่วนปมเปลี่ยนบัญชีสอบครูผู้ช่วย หลังสาวลาออกจากงานรอรับราชการแต่ชวดบรรจุ ย้ำโปร่งใสต้องมาก่อน หากรัฐทำประชาชนเสียหาย ต้องรับผิดชอบ พร้อมเยียวยาให้ความเป็นธรรม

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ  NuNim Worasan โฟสข้อความว่าตน นางสาวชณัฐดา วรสาร ผู้สอบผ่านการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ ได้ตัดสินใจลาออกจากงานเดิม พร้อมเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางและที่พักเพื่อเตรียมเข้ารับราชการ แต่ภายหลังกลับได้รับแจ้งว่ามีการเปลี่ยนแปลงลำดับบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ หลังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ (สพม.สมุทรปราการ) ออกประกาศฉบับใหม่ยกเลิกบัญชีเดิม จนเกิดข้อสงสัยถึงความชอบด้วยกฎหมายและความโปร่งใสของกระบวนการ

อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์

นายอัครนันท์ กล่าวว่า ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และไม่นิ่งนอนใจ เนื่องจากเป็นกรณีที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและอนาคตของผู้สอบแข่งขันได้โดยตรง จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างละเอียด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขัน และกระบวนการดำเนินการทั้งหมดว่าถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามระเบียบหรือไม่

“ผมเข้าใจความรู้สึกของผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพราะการตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อมารับราชการ ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของชีวิต หากเกิดความผิดพลาดจากกระบวนการของภาครัฐ ผู้ได้รับผลกระทบไม่ควรต้องเป็นผู้แบกรับผลเพียงลำพัง”นายอัครนันท์ กล่าว นายอัครนันท์ ยังกล่าวย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการบริหารราชการ หากพบว่ามีขั้นตอนใดดำเนินการไม่ถูกต้อง หรือส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้สอบแข่งขันได้ จะดำเนินการแก้ไขและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ โดยไม่เลือกปฏิบัติเพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของคนคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นต่อระบบราชการ ทุกคนที่สอบได้ด้วยความสามารถ ต้องได้รับความเป็นธรรม และทุกคำสั่งของหน่วยงานรัฐต้องตรวจสอบได้

อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์

นายอัครนันท์ กล่าวอีกว่า ได้กำชับให้เร่งสรุปข้อเท็จจริงโดยเร็ว เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับคำตอบที่ชัดเจน หากพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องจนทำให้ผู้สอบแข่งขันได้รับความเสียหาย กระทรวงศึกษาธิการจะพิจารณาแนวทางเยียวยาตามกรอบกฎหมายอย่างเหมาะสม เพราะผู้ที่ปฏิบัติตามขั้นตอนทุกอย่างโดยสุจริต ไม่ควรต้องเป็นผู้แบกรับผลกระทบจากความผิดพลาดของระบบราชการ พร้อมย้ำว่าความเป็นธรรมไม่ได้จบแค่การตรวจสอบ แต่ต้องรวมถึงการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วย หากรัฐทำให้ประชาชนเสียหาย รัฐก็ต้องรับผิดชอบและหาทางออกอย่างเป็นธรรมที่สุด

อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์
อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์
อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์