เปิดตลาดใหม่ รัฐบาลรุกคืบดึงคาซัคสถานเป็น ‘หุ้นส่วนยุทธศาสตร์’ ประตูเชื่อมเศรษฐกิจยูเรเซีย

เปิดตลาดใหม่ รัฐบาลรุกคืบดึงคาซัคสถานเป็น 'หุ้นส่วนยุทธศาสตร์' ประตูเชื่อมเศรษฐกิจยูเรเซีย

เปิดตลาดใหม่ รัฐบาลรุกคืบดึงคาซัคสถานเป็น ‘หุ้นส่วนยุทธศาสตร์’ ประตูเชื่อมเศรษฐกิจยูเรเซีย

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.16 น.

รัฐบาลรุกตลาดใหม่รับเศรษฐกิจโลกผันผวน เชื่อมคาซัคสถานสู่ยูเรเซีย เพิ่มโอกาสการค้า การลงทุน สร้างงานให้คนไทย

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เพื่อเปิดตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย กระจายความเสี่ยงด้านการส่งออก และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะเอเชียกลางและภูมิภาคยูเรเซีย ซึ่งกำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน พลังงาน และการขนส่งที่เชื่อมโยงหลายภูมิภาคของโลกแนวทางดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากภารกิจของนายกรัฐมนตรีในการเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย ระหว่างวันที่ 17–18 มิถุนายน 2569 ซึ่งได้ใช้เวทีการประชุมอาเซียน–รัสเซีย ผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับภูมิภาคยูเรเซีย พร้อมยืนยันการสนับสนุนการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Thai–EAEU FTA) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทยในระยะยาว

เศรษฐกิจ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) ซึ่งประกอบด้วย 5 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย คาซัคสถาน เบลารุส อาร์เมเนีย และคีร์กีซสถาน มีประชากรรวมกว่า 180 ล้านคน และเป็นประตูสำคัญที่เชื่อมเอเชียกลาง รัสเซีย ยุโรป และจีน จึงเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในการขยายการส่งออกของไทย และช่วยกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดิม

นางสาวรัชดา กล่าวว่า ความคืบหน้าล่าสุดคือการเยือนสาธารณรัฐคาซัคสถานของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้หารือกับประธานาธิบดีคาซัคสถาน และเห็นพ้องยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศสู่การเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” คาซัคสถานถือเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียกลาง และเป็นศูนย์กลางของเส้นทางขนส่ง Middle Corridor ซึ่งเชื่อมการค้าระหว่างเอเชียกับยุโรป ทำให้ไทยสามารถใช้เป็นประตูสู่ตลาดใหม่ในภูมิภาคยูเรเซียได้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลมองเห็นโอกาสความร่วมมือในหลายสาขา ทั้งอุตสาหกรรมอาหาร การแปรรูปสินค้าเกษตร โรงแรม สปาและ Wellness ตลอดจนความร่วมมือด้านพลังงาน วัตถุดิบปิโตรเคมี และแร่หายาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ที่รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค

นางสาวรัชดา กล่าวว่า จากนี้รัฐบาลจะบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งสร้างเครือข่ายทางเศรษฐกิจ เปิดตลาดใหม่ และดึงดูดการลงทุนจากประเทศที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีตลาดใหม่ ห่วงโซ่อุปทานใหม่ และโอกาสการลงทุนใหม่ รองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก

“รัฐบาลกำลังเร่งขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจไทย ด้วยการเปิดตลาดใหม่ กระจายความเสี่ยงด้านการส่งออก และลดการพึ่งพาตลาดเดิมที่เผชิญข้อจำกัดจากมาตรการภาษีและกีดกันทางการค้า เป้าหมายไม่ใช่เพียงเพิ่มตัวเลขการค้า แต่คือการสร้างรายได้ สร้างงาน และสร้างโอกาสใหม่ให้ประชาชนและผู้ประกอบการไทยในระยะยาว” นางสาวรัชดา กล่าว

ชัชชาติ ลุยทริปทัวร์ทั่วกรุง ชูสโลแกนต้องเป็น ผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง

ชัชชาติ ลุยทริปทัวร์ทั่วกรุง ชูสโลแกนต้องเป็น ผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง

ชัชชาติ ลุยทริปทัวร์ทั่วกรุง ชูสโลแกนต้องเป็น ผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.45 น.

“ชัชชาติ” ลุยหาเสียงสุดท้าย เดิน วิ่ง ปั่น ขึ้นรถแห่ ไลฟ์สด สำรวจกรุงเทพฯ ชูนโยบายดูแลเมืองทุกด้าน ย้ำผู้ว่าฯ ไม่ใช่ผู้ว่าฯ แค่เวลาราชการ แต่ต้องเป็น ”ผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง” 

27 มิ.ย.69  นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครฯ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 9 เริ่มกิจกรรมเช้าด้วยการวิ่งออกกำลังกาย ณ สวนลุมพินี ในช่วงเวลา 05.00 น. เพื่อเตรียมพร้อมลุยกิจกรรมหาเสียงต่อช่วงกลางวัน ในแคมเปญ  “ทริปทั่ว กทม. โค้งสุดท้ายหาเสียงทั่วเมือง“ 24 ชั่วโมง” บรรยากาศการลงพื้นที่ตลอดคืนที่ผ่านมา นายชัชชาติ พร้อมทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” ลุยหาเสียงสำรวจชีวิตคนเมืองและคนทำงานกะดึก ที่ขับเคลื่อนและดูแลกรุงเทพฯ ในช่วงกลางคืน  พร้อมสะท้อนแนวคิด “ผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง” 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

โดยภารกิจสุดท้ายนี้ มีทั้งเดินเท้าจากสกายวอล์กช่องนนทรี ไปสวนลุมพินี ขึ้นรถไฟฟ้า MRT จากสถานีสีลมไปยังสถานีสนามไชย ปั่นจักรยานสาธารณะ  Bike Sharing  สำรวจย่านเมืองเก่า อาทิ ปากคลองตลาด ย่านสามแพร่ง เสาชิงช้า ประตูผี สำราญราษฎร์ สิ้นสุดที่วังเดิม 13 ห้าง ดูบรรยากาศกรุงเทพฯ และชีวิตคนยามค่ำคืน จากนั้นขึ้นรถแห่ติดไฟนีออนสีเขียว สำรวจชีวิตคนเมืองยามดึกไปตามเส้นทาง

กิจกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงการหาเสียงให้ครบเส้นทาง แต่เป็นการออกไปดูว่า กรุงเทพฯ หลังเลิกงานยังมีใครอีกบ้าง ที่กำลังขับเคลื่อนเมือง โดยมุ่งสำรวจระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ทั้งแสงสว่างบนท้องถนน ความปลอดภัยตามทางเดิน และรับฟังปัญหาจากกลุ่มคนที่ช่วยขับเคลื่อนเมืองในยามค่ำคืน ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้า พนักงานกะดึก เจ้าหน้าที่บุคคลากรทางการแพทย์ และพนักงานเก็บขยะ เพื่อย้ำว่าเมืองไม่ได้มีชีวิตเฉพาะช่วงกลางวัน และปัญหาของประชาชนก็ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเวลาราชการ

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

นายชัชชาติ ระบุว่า การลงพื้นที่กลางคืนเป็นโอกาสสำคัญในการมองเห็นกรุงเทพฯ อีกด้านหนึ่ง เพราะยังมีคนจำนวนมากที่ใช้ชีวิตคนละช่วงเวลากับคนทั่วไป ทั้งคนทำงานกลางคืน คนเดินทางกลับบ้านช่วงดึก และเจ้าหน้าที่ที่ต้องดูแลความปลอดภัยของเมืองตลอดเวลา พร้อมย้ำว่า “ผู้ว่าฯ ไม่ใช่ผู้ว่าฯ 12 ชั่วโมง แต่ต้องเป็นผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง”

แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับนโยบาย “เมืองปลอดภัย ดูแลคน 24 ชั่วโมง” ที่ความปลอดภัยของเมืองต้องเกิดจากระบบที่ทำงานร่วมกันตลอดเวลา ตั้งแต่ไฟส่องสว่างที่ต้องพร้อมใช้งาน กล้อง CCTV ที่ช่วยเฝ้าระวัง เทศกิจที่ออกตรวจพื้นที่เสี่ยง ศูนย์เอราวัณ 1669 ที่ดูแลเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ สถานีดับเพลิงและกู้ภัยที่ต้องเข้าถึงเหตุให้เร็ว ไปจนถึงเจ้าหน้าที่เก็บขยะที่ทำให้เมืองกลับมาพร้อมใช้ในเช้าวันใหม่

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ในเรื่องไฟส่องสว่าง กทม. ได้เปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ไปแล้ว 115,000 ดวง แก้ปัญหาไฟริมถนนผ่าน Traffy Fondue ไปแล้วกว่า 67,000 เคส และมีนโยบายเดินหน้าเปลี่ยน LED เพิ่มอีก 100,000 ดวงในจุดมืด 

ด้านการเฝ้าระวังเมือง กทม. มีกล้อง CCTV ประมาณ 64,500 ตัว และมีแผนขยายกล้องของ กทม. ให้ครบ 100,000 ตัว พร้อมเชื่อมเครือข่ายกล้องเอกชนอีก 300,000 ตัวทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงใช้ AI ช่วยวิเคราะห์เหตุการณ์ จุดเสี่ยง ความปลอดภัย และสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้เมืองตอบสนองปัญหาได้เร็วขึ้น

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ขณะเดียวกัน ยังมีการใช้ BKK Risk Map หรือแผนที่จุดเสี่ยงเมือง เพื่อระบุพื้นที่อันตรายและปรับปรุงสภาพแวดล้อม เช่น เพิ่มไฟ ติดกล้อง ตัดแต่งต้นไม้ลดจุดอับสายตา และจัดเทศกิจตรวจตราตามระดับความเสี่ยง โดยมีการระบุจุดเสี่ยงประมาณ 300 จุด และแก้ไขแล้ว 279 จุด

สำหรับเหตุฉุกเฉิน เมืองต้องมีระบบพร้อมรับมือทั้งกลางวันและกลางคืน ตั้งแต่แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับเขต แผนเผชิญเหตุชุมชน คู่มือประชาชน ไปจนถึงทีมกู้ชีพ กู้ภัย แพทย์ฉุกเฉิน ทีม USAR ทีม Hazmat นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และสัตวแพทย์ ที่ต้องเข้ามาดูแลผู้ประสบภัยให้ครบทุกมิติเมื่อเกิดเหตุใหญ่

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

นอกจากนี้ ยังมีระบบบริการสุขภาพสำหรับคนนอกเวลาปกติ ทั้งศูนย์เอราวัณ สายด่วน 1669, Line หมอ กทม., บริการ UMSC, คลินิกนอกเวลา และแผนขยายบริการทางการแพทย์ให้รองรับพนักงานกะกลางคืนมากขึ้น เพื่อให้คนที่ใช้ชีวิตคนละเวลากับคนส่วนใหญ่ยังเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้

อีกภาพหนึ่งที่เห็นชัดในกิจกรรมกลางคืนคือ “คนเก็บขยะ” ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ทำให้เมืองพร้อมใช้งานก่อนเช้า กทม. มีเส้นทางเก็บขยะครอบคลุม 50 เขต โดยหลายพื้นที่เริ่มเก็บตั้งแต่ช่วงเย็นถึงเช้ามืด และในช่วงวิกฤตฝุ่น PM2.5 ยังต้องเร่งเก็บให้เสร็จก่อน 04.00 น. เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจรและการใช้ชีวิตของประชาชน

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ขณะเดียวกัน ที่ห้องส่งสัญญาณถ่ายทอดสดบริเวณสามย่าน ทีมงาน “กรุงเทพฯ ทำงาน” ได้จัดรายการสดสลับกับภาพการลงพื้นที่ ตั้งแต่เวลา 01.00-04.00 น. นำเสนอนโยบายและรีแคปการทำงานตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมสะท้อนปัญหาเมืองในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ รายการคลับไนท์เดย์ รายการศึกชิงทุนเด็ก ป.9 รายการข่าว 9 มุม รวมถึงรายการ The Ghost Policy “ไม่อยากให้เมืองหลอน ต้องตื่นมาเลือกตั้ง” เป็นการสลับให้ทีมภาคสนามและนายชัชชาติได้พักผ่อนร่างกายระยะสั้นบนรถ  

สำหรับกิจกรรม “ทริปทัวร์ทั่วกรุง” 24 ชั่วโมง จะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงเวลา 17.00 น. ของวันนี้  สามารถติดตามได้ทางเพจเฟซบุ๊ก “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” และยูทูบ “ทีมชัชชาติ” https://www.facebook.com/chadchartofficial, https://www.youtube.com/@teamchadchart

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ไทยลุยปั้นฮับเซมิคอนดักเตอร์ ยศชนัน นำทีมไทย เสนอ กฎหมายชิปอาเซียน หวังดึงเม็ดเงินลงทุนระดับโลก

ไทยลุยปั้นฮับเซมิคอนดักเตอร์ ยศชนัน นำทีมไทย เสนอ กฎหมายชิปอาเซียน หวังดึงเม็ดเงินลงทุนระดับโลก

ไทยลุยปั้นฮับเซมิคอนดักเตอร์ ยศชนัน นำทีมไทย เสนอ กฎหมายชิปอาเซียน หวังดึงเม็ดเงินลงทุนระดับโลก

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.33 น.

รัฐบาลลุยผลักดัน “กฎหมายชิปอาเซียน” รวมพลังภูมิภาค ดึงลงทุนเทคโนโลยี ปั้นไทยฮับเซมิคอนดักเตอร์

“ยศชนัน” นำไทยผลักดันร่างกฎหมาย ASEAN CHIPS ACT เชื่อมอุตสาหกรรมชิปอาเซียนเป็นหนึ่งเดียว เพิ่มโอกาสลงทุน พัฒนาคน ใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน และยกระดับขีดความสามารถแข่งขันของภูมิภาคบนเวทีโลก

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค โดยในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ครั้งที่ 22 (AMMSTI-22) ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะผู้แทนประเทศไทย ได้เสนอ ร่างกฎหมาย ASEAN CHIPS ACT (ACA) เพื่อสร้างกรอบความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของอาเซียนให้เชื่อมโยงเป็นระบบเดียว และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของภูมิภาคในอุตสาหกรรมชิปโลก

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยได้จัดทำร่างกรอบแนวคิด (Concept Note) ของ ASEAN CHIPS ACT แล้ว และเตรียมเสนอให้ประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมพิจารณา โดยมีเป้าหมายสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่เชื่อมโยงกันทั้งภูมิภาค ตั้งแต่การพัฒนาบุคลากร การวิจัยและนวัตกรรม การใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน การเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการกำหนดมาตรฐานร่วม เพื่อให้อาเซียนสามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างเข้มแข็ง

ชิปอาเซียน

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ข้อเสนอของไทยยังมุ่งผลักดันการพัฒนาและแลกเปลี่ยนบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ สนับสนุนการเข้าถึงห้องปฏิบัติการและเครื่องมือออกแบบวงจรร่วมกัน พร้อมสร้างเครือข่ายวิจัยและศูนย์ความเป็นเลิศในภูมิภาค รวมถึงส่งเสริมกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ไทยยังประกาศความพร้อมเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมด้านเซมิคอนดักเตอร์ของอาเซียน เพื่อสนับสนุนการพัฒนากำลังคนและยกระดับศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของภูมิภาค รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดิจิทัล และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันเซมิคอนดักเตอร์เป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตั้งแต่สมาร์ตโฟน รถยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ ไปจนถึงศูนย์ข้อมูล (Data Center) การผลักดัน ASEAN CHIPS ACT จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานของอาเซียน เพิ่มโอกาสดึงดูดการลงทุน พัฒนาบุคลากรทักษะสูง และยกระดับประเทศไทยสู่ฐานการผลิตและนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค ซึ่งจะช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

บทเรียน ‘สึนามิทุเรียน’ มาเลเซียดิ่งลูกละ4บ. สะท้อนวิสัยทัศน์ ‘ศุภจี’ ช่วยพยุงราคาทุเรียนไทยทันเวลา

บทเรียน 'สึนามิทุเรียน' มาเลเซียดิ่งลูกละ4บ. สะท้อนวิสัยทัศน์ 'ศุภจี' ช่วยพยุงราคาทุเรียนไทยทันเวลา

บทเรียน ‘สึนามิทุเรียน’ มาเลเซียดิ่งลูกละ4บ. สะท้อนวิสัยทัศน์ ‘ศุภจี’ ช่วยพยุงราคาทุเรียนไทยทันเวลา

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.28 น.

เพจ Thailand FACT Today เปิดเผยสถานการณ์ตลาดผลไม้ที่กำลังเป็นกระแสจับตาในขณะนี้ หลัง ราคาทุเรียนมาเลเซีย เผชิญวิกฤตราคาตกต่ำอย่างรุนแรงจนเหลือเพียงลูกละ 4 บาท ในขณะที่ ราคาทุเรียนไทย ยังคงประคองตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากโมเดลการบริหารจัดการและเร่งระบายผลผลิตของ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ในอดีต โดยระบุว่า 

” ทุเรียนมาเลเซียเจอศึกหนัก เหลือลูกละ 4 บาท ส่วนทุเรียนไทยโชคดี มีศุภจี มาช่วยทันเวลา

จำได้ไหม…ช่วงหนึ่งมีคนวิจารณ์กันหนัก เมื่อศุภจี นำภาครัฐร่วมกับภาคเอกชนผลักดันให้ขายทุเรียนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ นำทุเรียนตกเกรดมาขายได้ราคา ไปพร้อมกับเร่งปิดดิลส่งออก

ไอ้ตอนที่เอาทุเรียนจิ๋วมาขาย แหม เสียงดัง นักวิจารณ์เจื้อยแจ้ว หาว่า นี่คือการลดคุณค่าราชาแห่งผลไม้ บางคนบอกว่าเอาทุเรียนเกรดส่งออกมาขายถูก ๆ คือการทำลายราคาทุเรียนไทย

แต่ที่สุด ต้องยอมรับ ว่าช่วยระบายทุเรียนได้จริง แต่วันนี้ ลองหันไปดูสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในมาเลเซีย มาเลเซียกำลังเผชิญปรากฏการณ์ที่สื่อเรียกว่า “สึนามิทุเรียน”

ผลผลิตออกมาพร้อมกันจำนวนมหาศาล ขณะที่การส่งออกบางส่วนสะดุด ตลาดถูกไทยชิงตัดหน้าไปแล้ว ทำให้ทุเรียนทะลักกลับเข้าตลาดภายในประเทศ จนผู้ค้าต้องเร่งระบายสินค้า เพราะทุเรียนเก็บไว้ได้นานไม่ได้ ผลคือราคาดิ่งลงอย่างรุนแรง

ทุเรียน มูซังคิง ที่เคยขายได้ประมาณ 90 ริงกิตต่อกิโลกรัม หรือกว่า 700 บาท วันนี้เหลือเพียง 6-9 ริงกิตต่อกิโลกรัม หรือประมาณ 50-70 บาท ลดลงเกือบ 90% ส่วน หนามดำ ก็เหลือเพียงประมาณ 13 ริงกิตต่อกิโลกรัม หรือราว 100 บาท พันธุ์ 101 และ กุ้งแดง เหลือเพียง ลูกละประมาณ 15 บาท หนักที่สุดคือ ทุเรียนพื้นบ้าน ที่บางพื้นที่เหลือเพียง ลูกละ 0.50 ริงกิต หรือประมาณ 4 บาท เท่านั้น นี่คือภาพของตลาดที่ไม่มีแรงดูดซับเพียงพอ เมื่อผลผลิตออกมาพร้อมกัน

ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย

การนำทุเรียนมาขายผ่านออนไลน์ การจัดแคมเปญกระตุ้นการบริโภค การเปิดตลาดให้คนไทยเข้าถึงทุเรียนคุณภาพดี และการช่วยระบายผลผลิต ไม่ใช่เรื่องของการลดคุณค่าทุเรียนไทย
แต่มันคือการสร้าง “ดีมานด์”

คือการทำให้มีคนซื้อเพิ่มขึ้น ในช่วงที่ผลผลิตกำลังออกจำนวนมาก สินค้าเกษตรไม่ใช่ของที่เก็บไว้ได้เป็นปี ยิ่งขายได้เร็วเท่าไร โอกาสที่ราคาจะทรุดทั้งระบบก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น

แน่นอนว่า การที่ราคาทุเรียนไทยยังประคองตัวได้ ไม่ได้เกิดจากมาตรการใดมาตรการหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งการส่งออก การบริหารจัดการผลผลิต และการกระตุ้นตลาดภายในประเทศ

แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ คุณค่าจากการทำงานของศุภจี มันชัด การช่วยสร้างตลาด การเร่งระบายผลผลิต และการกระตุ้นให้คนไทยบริโภคทุเรียนมากขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยพยุงตลาดในช่วงเวลาสำคัญ วันนี้ภาพของมาเลเซียจึงเป็นบทเรียนที่ชัดเจน การรักษาราคาสินค้าเกษตร ไม่ใช่การปล่อยให้สินค้าวางรอคนมาซื้อในราคาแพง แต่คือการทำให้ตลาดมันรัน ทำให้ของหมุน และทำให้ผลผลิตไปถึงมือผู้บริโภคให้เร็วที่สุด

บางครั้ง…สิ่งที่เคยถูกวิจารณ์ว่า “ขายถูกเกินไป” บางครั้งคนทีเคยโดนค่อนแคะอย่าง ศุภจี

อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ช่วยให้ราคาทุเรียนไทยไม่ต้องเจอกับภาพเดียวกับที่กำลังเกิดขึ้นในมาเลเซียวันนี้ ” 


ขอบคุณ Thailand FACT Today

อโกด้าการันตี เมืองไทยฮิตติดลมบน รัฐบาลดันนโยบาย Thailand 365 Days เที่ยวได้ทั้งปี

อโกด้าการันตี เมืองไทยฮิตติดลมบน รัฐบาลดันนโยบาย Thailand 365 Days เที่ยวได้ทั้งปี

อโกด้าการันตี เมืองไทยฮิตติดลมบน รัฐบาลดันนโยบาย Thailand 365 Days เที่ยวได้ทั้งปี

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.05 น.

 อโกด้าชี้หลายเมืองไทยครองใจนักท่องเที่ยวเอเชีย รัฐบาลเดินหน้าปั้น “Thailand 365 Days” รับกระแสเที่ยวไทยแรง  เร่งยกระดับสู่มาตรฐานโลก

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “Thailand 365 Days” หรือประเทศไทยที่ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพื่อสร้างการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับแนวโน้มความนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มองหาจุดหมายปลายทางซึ่งมีความหลากหลาย ทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหาร และประสบการณ์ท้องถิ่น
ทั้งนี้ ข้อมูลจากอโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเอเชีย โดยกรุงเทพมหานคร พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ หัวหิน และชะอำ ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น เขาใหญ่ นครนายก และกาญจนบุรี ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ และสามารถกระจายรายได้สู่เมืองรองและชุมชนได้มากขึ้น

รัชดา ธนาดิเรก

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลจะต่อยอดกระแสความนิยมดังกล่าว ด้วยการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับสินค้า GI สินค้าชุมชน อาหาร วัฒนธรรม ประเพณี และอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวมูลค่าสูง ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพให้เดินทางซ้ำ พำนักนานขึ้น และใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุลได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีว่า กระทรวงมีความพร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับโลก (GSTC) ภายใต้ Thailand Green Tourism Plan 2030 เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวติด TOP100 แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนของโลก และยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพระดับสากล

ท่องเที่ยว

ภาพปรระกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ทั้งนี้ การดำเนินงานเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมแล้ว โดยอุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน ได้รับรางวัล Green Destinations Awards 2026 สะท้อนศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวไทยในการพัฒนาตามมาตรฐานสากล และเป็นต้นแบบในการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวอื่นทั่วประเทศ

“รัฐบาลเชื่อว่าจุดแข็งของประเทศไทยไม่ได้มีเพียงสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม แต่ยังรวมถึงอาหาร วัฒนธรรม วิถีชีวิต และการบริการที่เป็นเอกลักษณ์ จึงเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม ความปลอดภัย มาตรฐานการบริการ และจัดเทศกาลกับกิจกรรมตลอดทั้งปี เพื่อให้ประเทศไทยเป็น Destination Thailand หรือประเทศที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาได้ตลอด 365 วัน สร้างการเดินทางซ้ำ กระจายรายได้สู่ทุกภูมิภาค และขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นางสาวรัชดา กล่าว

4 ก.ค. นี้ รัฐบาลเปิดเวทีออนไลน์ ชวนประชาชนร่วมออกแบบ พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่

4 ก.ค. นี้ รัฐบาลเปิดเวทีออนไลน์ ชวนประชาชนร่วมออกแบบ พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่

4 ก.ค. นี้ รัฐบาลเปิดเวทีออนไลน์ ชวนประชาชนร่วมออกแบบ พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.53 น.

 รัฐบาลชวนประชาชนร่วมออกแบบ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ เปิดเวทีรับฟังความเห็นออนไลน์กำหนดอนาคตการศึกษาไทย 4 ก.ค. นี้

รัฐบาลเดินหน้าปฏิรูปการศึกษา เปิดโอกาสให้นักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา จากสถานศึกษาทุกสังกัด และประชาชนทั่วไป ร่วมเสนอความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ หลังฉบับเดิมใช้มาแล้วเกือบ 30 ปี ผ่านเวทีสาธารณะออนไลน์ 4 กรกฎาคมนี้ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการศึกษาไทยในอนาคต

ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภค เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมเวทีเสนอความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับใหม่) เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการสำคัญ 10 ประการของร่างกฎหมาย ซึ่งจะเป็นกฎหมายหลักในการกำหนดทิศทางการศึกษาไทยในระยะยาว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เป็นกฎหมายหลักด้านการศึกษา แม้บริบทของโลกและรูปแบบการเรียนรู้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ขณะที่ความพยายามในการยกร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านมายังไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากข้อกังวลเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน

พ.ร.บ.การศึกษา

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการจึงเดินหน้ากระบวนการยกร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่บนหลักการมีส่วนร่วม เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง และจัดตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจขึ้นเพื่อยกร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่อย่างเป็นทางการ ก่อนผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในลำดับต่อไป

“ความคิดเห็นที่ประชาชนเสนอในระยะนี้จะถูกนำไปใช้เป็นกรอบในการจัดทำรายละเอียดของกฎหมายในแต่ละมาตรา จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้ร่วมกำหนดทิศทางการศึกษาไทยตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้พระราชบัญญัติฉบับใหม่สอดคล้องกับความต้องการของสังคมและตอบโจทย์ผู้เรียนในอนาคต” ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว

ทั้งนี้ เวทีรับฟังความคิดเห็นจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 ผ่านระบบ Zoom Meeting โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ รอบเช้า เวลา 09.00-12.00 น. สำหรับผู้แทนนักเรียนจากทุกภูมิภาค และรอบบ่าย เวลา 13.00-16.00 น. สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนทั่วไปที่สนใจ

รัฐบาลจึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และมุมมองต่อหลักการสำคัญทั้ง 10 ประการของร่างกฎหมาย เพื่อร่วมกันออกแบบระบบการศึกษาที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกและความต้องการของผู้เรียนในอนาคต โดยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมเวทีได้ที่ https://forms.gle/udzuwtsZHd61J8eRA

OTOP ปังทะลุเป้า อนุทิน ปลื้มยอดขาย 6 วันกวาด 559 ล้าน

OTOP ปังทะลุเป้า อนุทิน ปลื้มยอดขาย 6 วันกวาด 559 ล้าน

OTOP ปังทะลุเป้า อนุทิน ปลื้มยอดขาย 6 วันกวาด 559 ล้าน

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 07.57 น.

นายกฯ ชวนสัมผัสเสน่ห์ OTOP แวะตีขิม ปลื้มยอดขาย 6 วันทะลุ 559 ล้านบาท

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พอใจผลการจัดงาน OTOP Midyear 2026 หลังผ่าน 6 วันแรก มียอดจำหน่ายสะสมกว่า 559.927 ล้านบาท (ณ เวลา 12.30 น.) สะท้อนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสินค้า OTOP และศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยยังเหลือการจัดงานอีก 2 วัน จนถึงวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569

อนุทิน ชาญวีรกูล

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตลอดการจัดงาน นายกรัฐมนตรีได้เดินทางเยี่ยมชมงานและอุดหนุนผู้ประกอบการรวม 4 วัน เพื่อติดตามบรรยากาศการจำหน่ายสินค้า พบปะผู้ประกอบการและประชาชนอย่างใกล้ชิด ในส่วนของเย็นวันนี้ นายกรัฐมนตรียังเยี่ยมชมโซนเครื่องดนตรีไทย และทดสอบตี “ขิม”  เครื่องดนตรีไทยที่แสดงถึงเสน่ห์ภูมิปัญญาและมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่สามารถต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างอาชีพและรายได้ให้กับชุมชนทั่วประเทศ

นายกรัฐมนตรียังเชิญชวนประชาชนใช้โอกาสในช่วง 2 วันสุดท้ายของการจัดงาน เลือกซื้อสินค้า OTOP คุณภาพจากทั่วประเทศ พร้อมใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ควบคู่กับการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–28 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

อนุทิน ชาญวีรกูล

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“กทม.ได้เตรียมมาตรการดูแลความสะดวกและความปลอดภัยไว้อย่างรอบด้านเพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยแม้จะมีอุปสรรคจากสภาพอากาศ ขอเชิญชวนพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของเมืองหลวงของเราอย่างพร้อมเพรียง”

นายณรงค์ เรืองศรี

ปลัดกรุงเทพมหานคร

แวดวงนักปกครอง : 27 มิถุนายน 2569

แวดวงนักปกครอง : 27 มิถุนายน 2569

แวดวงนักปกครอง : 27 มิถุนายน 2569

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ยกระดับปราบอาชญากรรม!…ตัดวงจรทุจริตทางทะเบียน สกัดอาชญากรรมต้นทาง นายนฤชาโฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ขานรับนโยบายรัฐบาล บูรณาการความร่วมมือกับ ปปง. ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าป้องกัน ปราบปราม และเยียวยาผู้เสียหายจากอาชญากรรมทุกรูปแบบ โดยมุ่งตัดวงจรการทุจริตทางทะเบียนราษฎร บัตรประชาชน นอมินีและบัญชีม้า พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลเชิงลึกและติดตามเส้นทางการเงิน เพื่อสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

กรมการปกครองยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรม“ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” อย่างต่อเนื่องในระยะที่ 2 ระหว่างเดือน ก.ค.-ก.ย. 2569 ทุกวันศุกร์เว้นศุกร์ รวมจำนวน 7 ครั้ง ได้แก่
วันที่ 3, 17 และ 31 กรกฎาคม 2569 วันที่ 14 และ 28 สิงหาคม 2569 และวันที่ 11 และ 25 กันยายน 2569 โดยใช้ที่ว่าการอำเภอ หอประชุมอำเภอ หรือศาลาประชาคม ที่มีความมั่นคงแข็งแรงอากาศถ่ายเทสะดวก และสามารถรองรับประชาชนได้อย่างเหมาะสม จัดจำหน่าย สินค้าอุปโภค- บริโภค สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชน ของดีมีแวว ในพื้นที่ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กัน

เรือตรีวิทยา เกล้าวิกรณ์

นายอำเภอเมืองอุทัยธานี

นายทวีศักดิ์ พุ่มมรดก

นายอำเภอนาน้อย จ.น่าน

คุมเข้ม! อุทัยธานีลุยตรวจสถานบันเทิงสกัดพนันบอลโลก ฝ่าฝืนจับจริงไม่มีข้อยกเว้นเรือตรีวิทยา เกล้าวิกรณ์ นายอำเภอเมืองอุทัยธานีสนธิกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ และสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการ กำชับเฝ้าระวังการลักลอบเล่นพนันฟุตบอล ตรวจเข้มอาวุธ การคัดกรองเยาวชน และเวลาปิด-เปิดร้านตามกฎหมาย พร้อมประกาศชัด “ไม่มีข้อยกเว้น” หากพบปล่อยปละละเลยหรือเกี่ยวข้องกับการพนันจะดำเนินคดีโดยเด็ดขาด

ฝ่ายปกครองบ่อวินจัดระเบียบต่างด้าว สงสัยแย่งอาชีพคนไทย เร่งขยายผลตรวจสอบนายบรรจง แก้วมณี กำนันตำบลบ่อวิน อ.ศรีราชาจ.ชลบุรี พร้อมผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบ
ร้านค้าในชุมชนหลังได้รับร้องเรียนว่ามีชาวต่างชาติประกอบกิจการและจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ พบร้านจำหน่ายสินค้า ใช้ป้ายภาษาจีนเป็นหลักและอยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารการประกอบกิจการรวมถึงการทำงานของแรงงานต่างด้าว และผู้ถือครองกิจการ เข้าข่ายฝ่าฝืน เร่งดำเนินการตามกฎหมายทันที

นายอำเภอพาเที่ยว พิชิตถ้ำผาหลัก สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติเมืองนาน้อย พิกัดเที่ยวสุดอันซีน โดยนายทวีศักดิ์ พุ่มมรดก นายอำเภอนาน้อยจ.น่าน ชวนเที่ยว “ถ้ำผาหลัก” ต.น้ำตกแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติท่ามกลางขุนเขาและผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับสายเดินป่า และพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติ ใครมีโอกาสแวะเยือนเมืองน่าน อย่าพลาดไปสัมผัสด้วยตัวเอง…“เมืองเสาดินถิ่นมะขามหวานตำนานดอยผาชู้ เชิดชูพระธาตุพลูแช่”

เป็นกำลังใจให้ผู้เข้าสอบปลัดอำเภอทั้ง 1,141 คน ที่ฝ่าด่านภาค ข. อันเข้มข้นจนได้เข้าสอบภาค ค. ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ผ่านมา โดย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เน้นย้ำว่า “ไม่มีบุคคลใดช่วยให้สอบผ่านได้” นอกจากความรู้ ความสามารถ และความพยายามของตนเอง ขอให้ทุกคนสมหวังกับผลการสอบ ได้ขึ้นบัญชีได้เรียกบรรจุ เพื่อก้าวสู่การเป็นนักปกครองที่ดีของพี่น้องประชาชนต่อไป หากพบเห็น หรือมีข้อมูล เบาะแส พฤติกรรมการทุจริตในการสอบ แจ้งได้ทันทีที่ กองการเจ้าหน้าที่ กรมการปกครอง

นาย..อำเภอน้อย

แฉมหกรรมโกงสอบ ทะล9พันคน ซือขายมานานกว่า2ปี

แฉมหกรรมโกงสอบ ทะล9พันคน ซือขายมานานกว่า2ปี

แฉมหกรรมโกงสอบ ทะล9พันคน ซือขายมานานกว่า2ปี

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

แฉมหกรรมโกงสอบ ทะล9พันคน ซือขายมานานกว่า2ปี ตร.เรียกสอบ‘สถ.-มศว’ ปปช.-ปปง.แกะรอยเงิน คลิปเสียง‘ส้ม-กิจ’ลาม นายกฯรีบป้องปลัดมท.

กองปราบฯ ผ่า TOR โกงสอบท้องถิ่นมหาประลัย เรียกสอบ “มศว-สถ.-โรงพิมพ์-10 ขรก.” พิสูจน์ข้อเท็จจริง พร้อมแกะรอยคลิปเสียง “ส้ม-กิจ” เปิดขบวนการทุจริต เจอหลักฐานแก้คำตอบผิดเป็นถูก โดย “พิชิต” โอนเงินต่อให้ “ฉัตรพิศุทธิ์” ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ ขยายลูกข่ายไปยังภูมิภาค เชื่อทำมานานกว่า 2 ปี ผงะพบคนจ่ายเงินแล้ว 9,000 คน ด้าน ป.ป.ช.ตั้ง คณะทำงานร่วม ปปง.สอบเส้นเงินทุจริต “อนุทิน”ซัดCSI LA”เพ้อเจ้อ”โดยป้อง ปลัดมท.ปมคลิปเมียเอี่ยว ด้าน อธิการบดีมศว ลุยแจ้งความสน.ทองหล่อ เอาผิดโดนตัดต่อคลิปดิสเครดิต ยันสุจริต ท้าคนแฉแน่จริงเปิดหน้าเลย

เมื่อเวลา 07.40 น.วันที่ 26 มิ.ย.69 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเพจ CSI LA ปล่อยคลิปเสียงที่อ้างว่าภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบบรรจุท้องถิ่น ว่า “ให้ไปถามปลัดกระทรวงมหาดไทย เพ้อเจ้อไปเรื่อย”

เมื่อถามว่าปลัดกระทรวงมหาดไทยได้มีการชี้แจงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้องชี้แจง เพราะเป็นคลิปอะไรก็ไม่รู้ ผู้สื่อข่าวต้องแยกแยะ เขาเป็นหลานอะไรกันจริงหรือไม่ ก็ไม่รู้

เมื่อถามต่อว่านายกฯจะต้องยึดหลักการสอบสวนใช่หรือไม่ โดยไม่สนใจข้อมูลจากทางโซเชียลมีเดีย นายอนุทิน ถามกลับว่า ถ้าเราไม่ยึดข้อเท็จจริงเราจะไปยึดข้อมูลอะไร ไปยืนยันว่าไม่มีอะไรทุกอย่างเดินหน้าไปแล้ว สิ่งที่เราอยู่ตรงนี้ต้องแยกแยะให้เป็น ว่าสิ่งไหนเป็นเรื่องสาระหรือไม่มีสาระ ว่าจะไปให้ข้าทำไมกับเรื่องที่ไม่มีสาระ

ลั่นตรงไหนโกงก็สับให้เละ

เมื่อถามอีกว่าวันนี้มียกเลิกการชะลอบรรจุแต่งตั้งผู้ที่สามารถสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นได้ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด บอกได้อย่างเดียวว่าตรงไหนโกงก็สับให้เละ แค่นั้นเอง คนที่มีหน้าที่สับก็คือตำรวจ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และคนที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้ง ไปเป็นผู้สืบสวนสอบสวนซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ทำการแจ้งความแล้ว ในฐานะผู้เสียหายทั้งทางกระทรวงและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

โดยนโยบายของตนมีความชัดเจนว่าตรงไหนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอรัปชัน หรือด้วยความที่ไม่โปร่งใสและไม่เป็นธรรมกับผู้ที่เข้ามาสอบ ต้องดำเนินการให้หมด ถึงแม้ตอนนี้คณะกรรมการกลางและท้องถิ่น บอกว่าให้มีการบรรจุข้าราชการไปก่อนต้องรับผิดชอบ ก็ต้องรับผิดชอบไปแล้ว เพราะกระทรวงมหาดไทยบอกว่าไม่ให้บรรจุ ซึ่งถ้าใช้มติเสียงข้างมากบรรจุไป ก็ไม่เป็นไรให้บรรจุข้าราชการได้ แต่เมื่อไหร่ที่มีผลการสืบสวนออกมา ว่ามีการทุจริต เราก็ไปดำเนินการในตอนไหนก็ได้ เพราะคดีพวกนี้ไม่มีอายุความ เราก็ทำตามมติคณะกรรมการไป

เมื่อถามต่อว่าได้มีการกำชับถึงการสอบอื่น ๆ ของกระทรวงมหาดไทยด้วยหรือไม่ เพราะมีการเชื่อมโยงถึงการสอบนายอำเภอ นายกฯกล่าวว่า ตนไม่ได้สอบโรงเรียนนายอำเภอมานานแล้ว ขอให้เอาคำถามที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองดีกว่า ซึ่งโรงเรียนนายอำเภอไม่ได้จัดการสอบตั้งแต่ช่วงที่ตนถูกให้พ้นจากตำแหน่งออกไป ครบ 1 ปีพอดี และตั้งแต่ที่ตนกลับเข้ามาในรอบที่ 2 ก็ยังไม่มีการสอบ เรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตก็ไม่รู้ว่าอดีตแค่ไหน มันรู้ทุกเรื่องไม่ได้แต่ถ้ารู้แล้วก็ต้องรีบดำเนินการ

ไม่ให้ค่าคลิปมหาประลัย

เมื่อเวลา 09.20น.นายอนุทิน พร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ เดินทางออกจากกระทรวงมหาดไทย เพื่อออกไปปฏิบัติภารกิจ เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายกฯจึงได้ชี้ไปที่ปลัดฯ ก่อนบอกว่า“เอาสิ”ขณะที่ปลัดฯได้ยกมือรับไหว้สื่อมวลชนพร้อมระบุสั้นๆว่า“ตอบเหมือนท่านนายกฯ

จากนั้น ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกรณีคลิปเสียงที่อ้างว่าภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบบรรจุท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า“อะไรที่ไม่ใช่ความจริง ก็ไม่รู้จะชี้แจงเรื่องอะไร”

เมื่อถามอีกว่า ยืนยันว่าภรรยาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า“ประวัติคนเรามันสืบได้สบายอยู่แล้ว และคนที่เขาให้ข้อมูลเอามาจากไหน ต้องไปถามเขา”

เมื่อถามว่าจะปกป้องตัวเองด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะข้อกล่าวหาค่อนข้างรุนแรง นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า “คนกล่าวหามันลอยๆ จะไปให้ค่าทำไม”

ก่อนที่นายอนุทินจะกล่าวแทรกขึ้นมาว่า“พอแล้ว ไม่ต้องถามแล้ว ก็สามีบอกว่าภรรยาไม่เกี่ยว”

เมื่อถามว่ากระแสข่าวที่ออกมาในตอนนี้ เป็นเหมือนการสกัดหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ ไม่ตอบคำถาม ผู้สื่อข่าวจึงหันไปสอบถามนายกฯว่าหลายอย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้ พุ่งเป้าไปที่ปลัดฯจะดำเนินการอย่างไรและยังไปด้วยกันใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า“คิดก่อนถาม”

ปปช.สอบเอกสารทั้งหมด

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตสอบเข้ารับตำแหน่งข้าราชการท้องถิ่น กล่าวว่าในเบื้องต้นได้นำเรียนเลขาธิการ ป.ป.ช.แล้ว ท่านมีแนวคิดว่า จะตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด ที่มีผู้เชี่ยวชาญจาก ป.ป.ช. และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งตนได้นำเรียนกับเลขาธิการ ปปง.แล้ว ว่าจะขอความร่วมมือในการตรวจสอบเส้นทางการเงินต่างๆ ซึ่งกระบวนการตรวจสอบ เราขอความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญงานบริหารบุคคล และการตรวจข้อสอบต่างๆ แต่ต้องมีการหารือกันก่อน

เมื่อถามว่า หลังจากนี้ ป.ป.ช.จะเรียกบุคคลใดมาชี้แจงอีกหรือไม่ นายพัฒนพงศ์ กล่าวว่า ต้องดูวัตถุพยานก่อน ซึ่งอยู่ระหว่างการไล่รายละเอียดว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งพนักงานไต่สวนยังไม่ได้เสนอมา ส่วนพยานบุคคลในที่เกิดเหตุ รวมถึงมหาวิทยาลัยเท่าที่รายงานมาทราบว่าได้ให้ถ้อยคำไปบางส่วนแล้ว ทั้งจะสอบคลิปเสียงต่างๆที่ปรากฎในขณะนี้ด้วย

‘นฤชา’ฟ้องหมิ่นคนพาดพิง

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เตรียมมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาดำเนินคดีกับนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ในความผิดฐานหมิ่นประมาท และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ภายหลังมีการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อออนไลน์แห่งหนึ่ง ใส่ร้ายตนในประเด็นการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง

นายนฤชากล่าวต่อว่า ในการให้สัมภาษณ์ดังกล่าว มีการกล่าวอ้างเชื่อมโยงว่าโรงพิมพ์ที่ใช้จัดพิมพ์ข้อสอบสอบท้องถิ่น เป็นโรงพิมพ์แห่งเดียวกับเอกสารบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. จังหวัดสมุทรปราการ ถูกนำไปใช้เป็นกระดาษรองไข่ไก่ พร้อมทั้งพาดพิงถึงตนว่า ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้รับผิดชอบกระบวนการจัดสอบและการวางตัวผู้คุมสอบทั้งหมด

“ยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง และเห็นว่าการนำเสนอข้อมูลในลักษณะดังกล่าวเป็นการใส่ความ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงเตรียมดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดต่อไป”อธิบดีกรมการปกครอง กล่าว

ป.เรียกสอบ‘มศว.-สถ.’

ที่กองบังคับการปราบปราม พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (ผกก.2 บก.ป.) เปิดเผยว่า หลังประชุมการทำงานคดีทุจริตข้อสอบข้าราชการท้องถิ่น ร่วมกับ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) เบื้องต้นกำหนดกรอบการทำงาน โดยจะต้องพิจารณาเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทั้งหมด ทั้งผู้จัดทำ TOR คือ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โรงพิมพ์ข้อสอบในจังหวัดสมุทรปราการ ข้าราชการที่ปรากฏในคลิปการจับกุมทั้ง 10 คน รวมถึงพิจารณาเรียกผู้เสียหายเข้ามาสอบถามข้อมูล

“ส่วนกรณีปรากฏคลิปเสียงหญิงและชาย ชื่อนายกิจ และนางส้ม ที่แอบอ้างว่าอยู่ในขบวนการทุจริตข้อสอบและรู้จักกับบุคคลระดับสูง เบื้องต้นตำรวจจะตรวจสอบข้อมูลก่อน หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจริง ก็อาจจะต้องเรียกเข้ามาสอบปากคำ ซึ่งการจะเรียกบุคคลใดก็ตามเข้ามา ตำรวจจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เนื่องจากเป็นคดีที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ” ผกก.2 บก.ป. ระบุ

พ.ต.อ.เนติวิทย์เผยอีกว่าคดีนี้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีแนวทางที่จะตั้งคณะทำงานขึ้นมา โดยคณะทำงานชุดนี้ จะประกอบไปด้วยกองบังคับการปราบปราม หรือ บก.ป. และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ดำเนินการร่วมกัน เนื่องจากคดีนี้ บก.ปปป. ดำเนินการมาก่อนล่วงหน้า ทำให้มีข้อมูลอยู่แล้ว ซึ่ง บก.ป. ก็อาจจะต้องนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ประกอบสำนวนคดีของตัวเอง ยืนยันขณะนี้ยังไม่ได้ออกหมายจับบุคคลใด เนื่องจากอยู่ระหว่างเก็บรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนก่อน.

โกงมานานกว่า 2 ปี

พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามชุดทำคดี เปิดเผยว่า คดีนี้ เริ่มมาจากมีผู้ร้องเรียน จากที่มีผู้ลงสอบข้าราชการท้องถิ่น โดยใช้ความสามารถของตัวเองสอบ และผู้ที่ลงสอบโดยการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าว โดยหวังว่า ตัวเองจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับการบรรจุ จำนวน 6,000 คน จากผู้สมัครลงสอบกว่า 400,000 คน แต่มีบางส่วนไม่ได้รับการบรรจุ จึงได้มาร้องทุกข์กับกองบังคับการปราบปราม

จากการตรวจสอบทราบว่า ขบวนการนี้ มีคนจ่ายเงินทั้งหมด 9,000 คน แต่ละคนจ่ายในราคาที่ไม่เท่ากัน เริ่มตั้งแต่ 300,000 บาท ไปจนถึง 900,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนสอบสวน และทราบว่าบ้านพักแห่งหนึ่งย่าน จ.นนทบุรี เปิดเป็นบริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด และพบว่า สถานที่ดังกล่าวมีข้าราชการหลายคนรวมตัวกันเพื่อรับแก้ข้อสอบ สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 10 คน

พบหลักฐานการโอนเงิน

รวมถึงเอกสารการทุจริตข้อสอบ จากการสอบปากคำและทำการขยายผล ทราบว่า ขบวนการเหล่านี้มีผู้ที่มีส่วนร่วมอยู่หลายคน โดยเฉพาะนายพิชิต ที่เป็นบุคคลระดับสูงของเครือข่าย โดยนายพิชิต (สงวนนามสกุล) ได้จ่ายเงินให้ข้าราชการที่เป็นผู้ต้องหา 1 ใน 10 คน หรือ นายฉัตรพิศุทธิ์ (สงวนนามสกุล) ให้เป็นผู้จัดการ ดูแลเรื่องการประสานรับสำนวนเอกสารการสอบ จากสถานที่สอบมายังบริษัทดังกล่าว ก่อนจะกระจายไปยังภาคต่าง ๆ

สำหรับรูปแบบการแก้คะแนนข้อสอบขบวนการทุจริต จะเอาผลคะแนนการสอบตัวจริงมาคัดลอกเป็นสำเนา จากนั้นจะเอามาเปรียบเทียบกับใบเฉลยเพื่อดูคำตอบที่ถูกต้อง และจะใช้ปากกาสีแดงขีดลงไปในช่องคำตอบที่ถูกต้องเพื่อเป็นสัญลักษณ์ และจะนำไปแก้ไขในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ได้คะแนนผ่านเกณฑ์ ก่อนจะสแกนสำนวนที่แก้แล้วกลับไปในระบบ

นอกจากนี้ ยังมีบุคคลสำคัญอีก 1 คน ซึ่งขณะนี้ยังติดตามตัวไม่ได้ โดยบุคคลดังกล่าว เป็นบุคคลที่คอยรวบรวมข้อมูลคะแนนของผู้สอบที่มีการจ่ายเงิน และจะคัดลอกใส่ Flash Drive พร้อมนำข้อมูลดังกล่าวไปส่งมอบให้กับบริษัทที่ จ.นนทบุรี แต่ตัวเอกสารผลสอบตัวจริงจะถูกเก็บไว้ที่โกดังของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดยผลสอบจะถูกเก็บไว้ในโกดังนี้เป็นระยะเวลา 2 ปี ก่อนที่จะทำลายทิ้งเป็นขั้นตอนและกฎระเบียบ ซึ่งยอมรับว่าเป็นช่องว่าง เพราะไม่สามารถที่จะตรวจสอบย้อนหลังภายในปีอื่นได้อีก

สำหรับขบวนการดังกล่าว เชื่อว่าทำมามากกว่า 2 ปี โดยดูจากเส้นเงินที่เชื่อมต่อไปยังบุคคลอื่น ๆ เพราะเส้นเงินของหนึ่งในผู้ต้องหาพบว่าเชื่อมโยงไปยังปี 2567 โดยอำนาจหน้าที่ของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) จะแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในฐานความผิดอั้งยี่ซ่องโจร เพราะพบพฤติกรรมเป็นการรวมตัวกันกระทำความผิดในการทุจริตข้อสอบท้องถิ่น

ขอหลักฐานจากปปช.ด่วน

รวมถึงจะดำเนินการกับผู้ที่นำข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยมาเผยแพร่ ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ แต่เรื่องการกระทำความผิดอื่น ป.ป.ช.จะเป็นผู้ดำเนินการเอง แต่หากทาง ป.ป.ช.จะมอบอำนาจให้ บช.ก.ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ด้าน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า วันนี้ได้ประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอหลักฐานที่ตรวจยึดได้ เช่น กระดาษคำตอบ สำหรับนำไปขยายผล ซึ่ง ป.ป.ช. ยินยอมมอบหลักฐานให้ ซึ่งช่วงบ่าย จะเรียกประชุมสืบสวนสอบสวน เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ว่าหลังจากแบ่งงานไปแล้ว คณะทำงานมีความคืบหน้าในประเด็นการสืบสวนสอบสวนใดบ้าง เบื้องต้นขอให้ตำรวจได้ทำงาน เชื่อว่าจะมีความชัดเจนในวันจันทร์ที่ 29 มิ.ย.2569

อธิการ”มศว”โร่แจ้งความ

วันเดียวกัน ที่ สน.ทองหล่อ ศาสตราจารย์ ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลและเพจเฟซบุ๊กที่มีการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ รวมถึงคลิปวิดีโอที่มีการตัดต่อเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับการจัดสอบท้องถิ่น ในลักษณะโจมตี บิดเบือน และกล่าวหาว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของตนเองและสถาบันเป็นอย่างมาก

“ผมขอยืนยันว่าข้อความที่อยู่ในคลิปไม่เป็นความจริง 100% ไม่มีทางเป็นไปได้เลย ยืนยันด้วยเกียรติภูมิของผม ในฐานะครูบาอาจารย์ที่สอนหนังสือมา และยืนยันความสุจริตเป็นที่ตั้ง ตั้งแต่เป็นผู้บริหารทุกระดับจนถึงอธิการบดีคนปัจจุบัน มหาวิทยาลัยของเราไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น เรื่องนี้เรารับไม่ได้จริงๆ” อธิการบดี มศว กล่าว

แฉเป็นคลิปตัดต่อ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความรู้สึกครั้งแรกที่ได้เห็นและฟังคลิปดังกล่าว อธิการบดี มศว ยอมรับว่า เป็นเรื่องที่รับไม่ได้อย่างมาก เพราะเป็นข้อมูลเท็จทั้งหมด พร้อมทั้งลั่นวาจาท้าทายกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังว่า “หากคนไหนก็ตามที่กล่าวหาในเรื่องนี้มีข้อมูลความจริง ก็ขอให้ออกมาเปิดเผยตัวตนต่อสังคมได้เลย ไม่ใช่หลบซ่อนอยู่แบบนี้”

นอกจากนี้ อธิการบดีฯ ยังระบุอีกว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นความโหดร้ายอย่างมาก ที่มีการนำคลิปไปตกแต่ง ตัดต่อคำพูดเชื่อมโยง แล้วเอ่ยชื่อถึงตำแหน่งอันทรงเกียรติ จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับตนเองและสถาบัน เพราะ มศว เป็นมหาวิทยาลัยที่รับใช้สังคมและยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด การนำข้อมูลเท็จมาดิสเครดิตเช่นนี้ ส่งผลกระทบต่อภาพรวมและเกียรติยศของมหาวิทยาลัยที่สะสมมาอย่างยาวนาน

หนู-ปลัดมท.ดูงานโอท้อป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 14.15 น. ภายหลังจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยกเลิกการเป็นประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) นายอนุทิน พร้อม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมา ที่อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อเยี่ยมชมงาน “OTOP Midyear 2026 ไทยช่วยไทยสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาสู่ระดับสากล” เป็นวันที่ 6

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้นั่งพักอยู่ภายในห้องรับรอง ก่อนที่นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี พร้อมทีมงาน ได้นำกระเป๋าลากใส่เอกสารขนาดใหญ่มาด้วย ก่อนจะนำแฟ้มเอกสารจำนวนหลายแฟ้มให้นายกรัฐมนตรีเซ็น ทั้งนี้ระหว่างเซ็นเอกสารโทรทัศน์ภายในห้องรับรองที่กำลังนำเสนอข่าวกรณีคลิปเสียงภรรยาของปลัดกระทรวงมหาดไทยที่เผยแพร่ออกมา ทำให้นายกรัฐมนตรีถึงกับหยุดเซ็นเอกสารและหันไปดูข่าวดังกล่าว พร้อมกล่าวติดตลกว่า “เป็นครั้งแรกที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยถูกสื่อรุมสัมภาษณ์มากกว่านายกรัฐมนตรี” ซึ่งระหว่างนั้นปลัดกระทรวงมหาดไทยก็อยู่ภายในห้องรับรองด้วย

คลิปสอบครูโผล่โทรทัศน์

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินออกห้องรับรอง หลังเซ็นเอกสารต่างๆที่ทีมงานนำมาให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว นายอนุทิน ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ตนทำงานได้ทุกที่ และเนื่องจากจะต้องเดินทางไปต่างประเทศหลายวันจำเป็นต้องเซ็นเอกสารหลายแฟ้ม

เมื่อถามว่าขณะนายกฯนั่งเซ็นแฟ้มเอกสารซึ่งเป็นช่วงที่โทรทัศน์เผยแพร่ข่าวเพจ CSI LA ปล่อยคลิปเสียงที่อ้างว่าเมียปลัดกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบบรรจุท้องถิ่นนายกฯรู้สึกอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เราตั้งชุดสอบสวนใครผิดก็ว่าไปตามผิด ส่วนที่มีการกล่าวหาว่ามีคนใกล้ชิดปลัดกระทรวงมหาดไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกังวลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะว่าเรายึดหลักฐาน

เมื่อถามว่าคลิปถูกปล่อยออกมาเรื่อยๆมองว่ามีกระบวนการอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องมีคนทำผิดแน่นอน และตอนนี้พยายามที่จะเบี่ยงประเด็นอะไรต่างๆ แต่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเราได้ตั้งกรรมการสอบสวนและดึงคนที่เกี่ยวข้องเข้ามาอยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อเดินหน้าด้วยความเป็นธรรมและไม่ต้องเกรงใจใคร

ผิดตรงไหนก็ต้องแก้ตรงนั้น

เมื่อถามว่าตอนนี้ถูกมองไปไกลกว่านั้น มองว่า เป็นเกม พยายามเขย่าเก้าอี้นายกฯและปลัดกระทรวงมหาดไทยด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คนละเรื่องกัน และจะคิดทุกอย่างเป็นเกมไม่ได้ หน้าที่รัฐบาลเมื่อมีการกระทำผิดตรงไหนก็ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด อย่างที่ภูเก็ตก็มีการติดตามตรวจสอบดำเนินคดี ยึดทรัพย์ และเอาที่ของหลวงกลับคืนมาจากคนที่ยักยอกและโกงไป ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนอยู่แล้ว

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจะถูกโยงไปถึงสมัยที่ดำรงตำแหน่งรมว.มหาดไทย นายอนุทิน กล่าวว่า “ผมจะต้องกังวลเมื่อผมทำ และตอนนี้ไม่ว่าอยู่ในกระทรวงไหนผมก็ต้องไปจัดการทั้งหมดถ้าเกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทย ในส่วนนั้นกระทรวงมหาดไทยก็ต้องจัดการ ไอ้เรื่องที่จะไปยกเว้นใครไม่มีอยู่แล้ว ผมก็ทำให้เห็นไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่องแล้วว่าไม่เคยมีการยกเว้น ความผิดไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม“

เมื่อถามย้ำว่าเอ๊ะหรือไม่ว่าตอนนี้มีคนกำลังเล่นงาน นายกฯย้อนถามว่า “เล่นงานผมนั่นหรอ“ ก่อนกล่าวอีกว่า ”ตั้งแต่ผมมาเป็นรองนายกฯ ตั้งแต่เล่นการเมืองแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องอยู่ในความตั้งมั่น ความมั่นใจ ถ้าเราทำอะไรผิด จะเห็นได้ว่าคนทำผิดต้องวิ่งออกมาแก้ตัว ออกมาเบี่ยงประเด็น สร้างความวุ่นวาย เป็นพัลวัน แต่คนที่ไม่ได้ทำอะไรผิดก็ทำงานตามปกติ ห้ามให้คนมากล่าวหาไม่ได้“

โกงสอบต้องมีคนรับผิดชอบ

เมื่อถามว่าให้คำมั่นได้หรือไม่ว่าเรื่องการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นจะต้องมีคนรับผิดชอบ นายกฯ กล่าวว่า ดำเนินคดีเต็มที่ ไม่ใช่ว่ารับผิดชอบ แต่ต้องรับโทษ รับผิดอย่างเดียว ไม่มีรับชอบ เมื่อถามอีกว่าตัวปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดใจคุยกันหรือไม่หลังจากมีชื่อไปเกี่ยวข้อง นายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้องเปิดใจ ท่านทำงานอยู่กับตนตลอดเวลา และเมื่อมีเรื่อง คนที่สั่งดำเนินการโดยทันที ตั้งกรรมการสอบ สั่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเข้ามาประจำกระทรวง คือท่านปลัดฯได้ทำทุกอย่างก่อนที่จะมาหารือกับตน ทำให้ตนเห็นว่าท่านได้ดำเนินการตามกรอบแห่งกฎหมายแล้ว ทุกอย่างต้องทำตามกฎหมาย จะเอาแต่ทันใจคนไม่ได้ เพราะถ้าจะเอาแต่ทันใจคนอย่างเดียวก็จะไปผิดหลักของกฎหมาย ตอนนี้มันถูกล็อกอยู่ด้วยข้อของกฎหมาย และเมื่อถูกล็อกด้วยข้อกฎหมายก็ต้องใช้วิธีการทางกฎหมายแก้ปัญหา

ไม่ตอบย้ายปลัดเมื่อไหร่

เมื่อถามว่า ทำไมตอนนี้ยังไม่ย้ายปลัดฯไปนั่งตรงอื่นก่อน เพื่อให้การสอบสวนเกิดความเป็นธรรม นายกฯ ย้อนถามว่าเรื่องอะไร ผู้สื่อข่าวตอบว่าเรื่องการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น เพราะถือว่าปลัดฯเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการมหาดไทย นายกฯกล่าวว่า อันนี้คุณถือเอง เพราะได้สั่งอธิบดีฯเข้ามาแล้ว ถ้ามีหลักฐานชัดเจนก็ทำได้เลย แต่ถ้ายัง ก็เป็นการถูกกล่าวหา ตอนนี้เรื่องทุกอย่างที่เป็นประเด็นกำลังอยู่ในกระบวนการหมดแล้ว ได้รับการตอบสนองและดำเนินการ ดำเนินคดีหาข้อเท็จจริง อย่างกรณีทุจริตสอบอีก7วันเขาก็ต้องกลับมารายงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดฯก็ต้องมารายงานตน ซึ่งตนเดินทางกลับจากต่างประเทศพอดี เราก็จะรู้และดำเนินการขั้นต่อไป