มั่นใจเลือกตั้งไม่โมฆะ! นักวิชาการชี้ QR Code แค่กันบัตรผี-สืบย้อนตัวคนกาไม่ได้

มั่นใจเลือกตั้งไม่โมฆะ! นักวิชาการชี้ QR Code แค่กันบัตรผี-สืบย้อนตัวคนกาไม่ได้

มั่นใจเลือกตั้งไม่โมฆะ! นักวิชาการชี้ QR Code แค่กันบัตรผี-สืบย้อนตัวคนกาไม่ได้

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.20 น.

“นักวิชาการ”มอง”ดรามาเลือกตั้ง”ไม่น่าไปถึงจุด”โมฆะ” ชี้ดูที่เจตนา”กกต.”เป็นหลัก ปม QR Code ในการต่อสู้ในชั้นศาล รธน. ชี้บัตรเลือกตั้งทำย้อนหาคนกาไม่ได้ ข้อกังวลเป็นเพียง”ทฤษฎี-การตั้งสมมติฐาน”มากกว่า

19 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงกรณีข้อถกเถียงว่าการเลือกตั้งอาจเป็นโมฆะ หลังพบการพิมพ์ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง ว่า เรื่องดังกล่าวไม่น่าจะไปถึงขั้นการวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ชี้แจงชัดเจนแล้วว่า การใส่ QR Code มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันบัตรผี หรือบัตรปลอมในกระบวนการเลือกตั้ง ไม่ได้มีไว้เพื่อติดตามตัวผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งแต่อย่างใด นอกจากนี้ ในทางปฏิบัติ การเข้าถึงบัตรเลือกตั้งหรือส่วนขั้วบัตรเพื่อสืบย้อนกลับไปยังผู้ลงคะแนนแทบไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก กกต.กำหนดให้เป็นความรับผิดชอบทางราชการ และระบบการจัดการเอกสารถูกออกแบบให้ไม่สามารถเชื่อมโยงถึงตัวบุคคลได้

“การจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าระบบสามารถตรวจย้อนกลับไปถึงคนที่กาบัตรได้จริง ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครทำได้ มีเพียงการตั้งสมมติฐานหรือสร้างทฤษฎีจำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถปฏิบัติได้จริง” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว

รศ.ดร.โอฬาร กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ การพิจารณาทางกฎหมายจะยึดเจตนาเป็นสาระสำคัญ กล่าวคือ หากมาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อป้องกันการทุจริต มิใช่เพื่อเปิดเผยตัวผู้ใช้สิทธิ ก็ยากที่จะตีความว่าเป็นเหตุให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้

สว.สำรอง โวยอนุกรรมการฯ สอบฮั้วสว. ยื้อเวลาอีกรอบ 2 ดองคดี สงสัยรอ 2 กกต.ใหม่ประจำการ

สว.สำรอง โวยอนุกรรมการฯ สอบฮั้วสว. ยื้อเวลาอีกรอบ 2 ดองคดี สงสัยรอ 2 กกต.ใหม่ประจำการ

สว.สำรอง โวยอนุกรรมการฯ สอบฮั้วสว. ยื้อเวลาอีกรอบ 2 ดองคดี สงสัยรอ 2 กกต.ใหม่ประจำการ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.17 น.

สว.สำรอง โวยอนุกรรมการฯ สอบฮั้วสว. ยื้อเวลาอีกรอบ 2 ดองคดี สงสัยรอ 2 กกต.ใหม่ประจำการ ชี้กระบวนการกินรวบทั้งสภาสูง สภาล่าง 

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกกลุ่ม สว.สำรอง กลุ่ม 10 เปิดเผยความคืบหน้าในการติดตามการสืบสวนสอบการฮั้วเลือก สว. ว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ครบรอบการขอขยายเวลาครั้งที่ 2 ของคณะอนุวินิจฉัยที่ 36 ถามว่าท่านจะดองเรื่องไปถึงเมื่อไหร่ หรือจะรอสว.เปื้อนโคลน ยกมือให้กกต.ใหม่แทนตำแหน่งที่ว่าง อีก 2 คนมาก่อนหรือไม่ นัดกันไว้หรือเปล่า เพราะอนุกรรมการชุดที่ 26 ทำคดีไว้ดีแล้ว แต่ท่านกลับนำเรื่องไปดอง ไปดึงเช็งไว้ ซึ่งตนขอบอกไว้เลยว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. คือสารตั้งต้นของปัญหาที่ทำให้ประชาชน เคลือบแคลงสงสัยว่าไม่มีความเป็นกลาง เอนเอียงเข้าข้าง ซึ่งตนเชื่อว่า กกต.ที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งนั้น ต้องมีการลงคะแนนให้ใคร สีอะไรแน่นอน ทั้งๆ ที่เพื่อความสง่างามท่านควรจะลงช่องไม่เลือกใครมากกว่า เพราะท่านเป็นกกต. แม้การลงคะแนนให้ใครจะเป็นเอกสิทธิ แต่มันไม่เป็นกลาง

ทั้งนี้ ขอฝากถึงคนผู้หนึ่งว่า อย่าเร่ง อย่าอยากเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดจนตัวสั่น ที่ไปเทียบบาร์โค้ด กับล็อเตอรี่ เพราะคิดว่า “นาย” เขาเห็นแล้ว ไปบ่อยๆ เขากระโดง ท่านอาจจะได้เป็นผู้ว่าฯ เร็วๆ นี้ แต่อย่าลืมว่า การกระทำที่ไม่ถูกต้อง ข้าราชการที่วางตัวไม่เป็นกลาง เขาจะเอาไปตรวจงานที่ปัตตานี

ด้าน นายโกเมท เกิดสมบัติ สว.สำรอง กลุ่ม 5 กล่าวว่า สิ่งที่ตนอยากเรียกร้องในวันนี้คือ สว.ที่ผ่านการเลือกตั้งมาเมื่อปี 2567 ซึ่งมีจำนวน 136 คนที่อยู่ในการพิจารณาเกี่ยวกับการฮั้วเลือกสว.อยู่นั้น ขอให้ทั้ง 136 คนนี้โปรดเข้าชื่อกัน 1 ใน 10 จำนวนสว. หรือขอสัก 20 คน ในการเข้าชื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาการเลือกตั้งสส.ครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ตนมองว่าการเลือกสว.ที่ผ่านมากับการเลือกสส. ครั้งนี้ มีส่วนที่เหมือนกันคือมีผลไม้พิษมาจากต้นเดียวกัน มีรูปแบบที่ใกล้เคียงกัน คือตอนสมัครสว. มีการให้ปลัดอาวุโสของอำเภอนั้นๆ เป็นผอ.การเลือกตั้งโดยตำแหน่ง การเลือกมีความซับซ้อน มารอบการเลือกตั้ง สส. ก็เป็นเหมือนกัน มีขั้นตอนการรับ และคลุมเครือ ในส่วนของความโปร่งใสเลือก สว.2567 มีข้อมูลผู้ชนะ แต่โผล่รวดเดียว ขณะที่การเลือกตั้ง สส. กลับให้ผลรางวัล ผลคะแนนเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา

ส่วนการสื่อสาร สว.ชี้แจงล่าช้า ตอบคำ ถามไม่ตรงประเด็น ขณะที่การสื่อสารเรื่องสส.ก็เช่นกัน กกต.แถลงผ่านเทคนิคสูงขึ้น ประชาชนตามไม่ทัน โครงสร้างผู้ได้รับประโยชน์กระจุกตัวอยู่ที่คนกลุ่มเดียว ส่วน สส.ขัดกันเอง เทไปยังคนผู้เดียวอย่างผิดสังเกต เรื่องกลไกการร้องเรียน กกต.รับเรื่องร้องเรียน แต่ไม่มีอะไรเป็นที่ประจักษ์  เป็นรูปธรรม ในส่วนของสส. มีการร้องเรียนมากมายแต่ตรวจสอบล่าช้า ขณะที่ผลลับการเมืองเป็นการเปิดการรวบอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติทั้งสภาสูงและสภาล่าง สะท้อนให้เห็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยตั้งแต่เลือกสว.ปี 2567 มาสู่การเลือก สส. 2569 สรุปคือมีวิธีการสอง สส. และ สว.คล้ายกัน ผลลับเหมือนกัน ผู้ที่ได้รับประโยชน์ก็คือกลุ่มคนเดิมๆ ทั้งนี้ ประธานกกต. ออกมาบอกว่าไม่เอาเกียรติศักดิ์ศรีลงมา ทำให้วันนี้สังคมก็รอดูว่า เกียรติยศ ศักดิ์ศรีของกกต.เดินไปในทิศทางไหน ทุกคน เรียกหาแต่กกต.ว่าจะดำเนินการอย่างไร

เดาไม่ยากว่าใคร! อ.ไชยันต์ ชี้เป้าที่มาชื่อบริษัท Spectre C​ จากคนอยากอวดภูมิปัญญาตะวันตก

เดาไม่ยากว่าใคร! อ.ไชยันต์ ชี้เป้าที่มาชื่อบริษัท Spectre C​ จากคนอยากอวดภูมิปัญญาตะวันตก

เดาไม่ยากว่าใคร! อ.ไชยันต์ ชี้เป้าที่มาชื่อบริษัท Spectre C​ จากคนอยากอวดภูมิปัญญาตะวันตก

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.09 น.

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Chaiyan Chaiyaporn ระบุว่า Spectre C. ??!! ช่วงนี้ คำว่า spectre กำลังเป็นข่าวดัง เพราะโยงกับชื่อบริษัท Spectre C ที่ดูจะโยงใยกับพรรคการเมืองบางพรรค เรามาดูกันว่า เบาะแสต่อไปนี้ จะเป็นที่มาของชื่อบริษัทกันได้ไหมนะครับ

จะมีหนังสือทางสังคมศาสตร์จำนวนหนึ่งที่ตั้งชื่อโดยมีคำว่า spectre และมักจะเป็นหนังสือฝ่ายซ้าย หนังสือในสาขาสังคมศาสตร์ที่มีชื่อขึ้นต้นด้วยคำว่า “Spectre” (หรือ “Specter”) มีอยู่หลายเล่มที่น่าสนใจ ส่วนใหญ่มักจะล้อไปกับประโยคเปิดในแถลงการณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์ที่ว่า “ปีศาจตนหนึ่ง(spectre) กำลังหลอกหลอนยุโรป – ปีศาจลัทธิคอมมิวนิสต์“

โดยคำว่า “Spectre” (หรือเยอรมันคือ Gespenst) ปรากฏอยู่ในประโยคเปิดของหนังสือ The Communist Manifesto (คำประกาศเจตนาคอมมิวนิสต์) ที่เขียนโดย Karl Marx และ Friedrich Engels  “A spectre is haunting Europe — the spectre of communism.”

รายชื่อหนังสือที่สำคัญๆ ที่ใช้คำว่า Spectre ได้แก่

1. The Spectre of Comparisons: Nationalism, Southeast Asia, and the World

ผู้เขียน Benedict Anderson (1998)

เบเนดิกต์ แอนเดอร์สัน (ผู้เขียน Imagined Communities) วิเคราะห์เรื่องชาตินิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

โดยอธิบายถึง “ปีศาจแห่งการเปรียบเทียบ” ซึ่งเป็นสภาวะที่คนในประเทศมองเห็นบ้านเมืองตัวเองผ่านสายตาของคนนอก หรือเปรียบเทียบกับมาตรฐานสากลอยู่เสมอ

ชื่อเรื่องนี้นำมาจากประโยคในนิยายของ โฆเซ ไรซัล (José Rizal) วีรบุรุษชาวฟิลิปปินส์

2. Specters of Marx

ผู้เขียน คือ Jacques Derrida (1993)

แม้จะเป็นหนังสือเชิงปรัชญา แต่มีอิทธิพลสูงมากในสายสังคมศาสตร์และรัฐศาสตร์ 

Derrida โต้แย้งว่าแม้ลัทธิคอมมิวนิสต์จะล่มสลายไปพร้อมกับกำแพงเบอร์ลิน 

แต่ “วิญญาณ” (Specter) ของมาร์กซ์ยังคงตามหลอกหลอนและมีอิทธิพลต่อโลกตะวันตกอยู่

หนังสือเล่มนี้ทำให้เกิดคำว่า Hauntology (สัญวิทยาแห่งการตามหลอกหลอน) ซึ่งพูดถึงการที่ปัจจุบันถูกหลอกหลอนด้วย “อนาคตที่ไม่ได้เกิดขึ้น” ในอดีต

3. The Spectre of Capital: Idea and Reality

Christopher J. Arthur (2002)

หนังสือเล่มนี้เน้นไปทางเศรษฐศาสตร์การเมืองแนวทฤษฎีมาร์กซิสต์ โดยมองว่า “ทุน” (Capital) ทำตัวเหมือนปีศาจหรือสิ่งไม่มีตัวตน แต่กลับเข้ามาควบคุมและบงการชีวิตจริงของมนุษย์ผ่านระบบมูลค่า

4. A Spectre, Haunting: On the Communist Manifesto

China Miéville (2022)

เป็นงานเขียนกึ่งวิชาการกึ่งวิจารณ์การเมืองที่หยิบยกเอา แถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์ มาตีความใหม่ในบริบทศตวรรษที่ 21 เพื่อดูว่าทำไมข้อความเหล่านี้ยังคงทรงพลังและ “หลอกหลอน” โลกปัจจุบันอยู่

5. The Spectre of State Capitalism

ผู้เขียน คือ  Ilias Alami และ Adam D. Dixon (2024)

หนังสือใหม่ในสายเศรษฐศาสตร์การเมืองที่วิเคราะห์เรื่อง “ทุนนิยมโดยรัฐ” (State Capitalism) เช่น จีน หรือประเทศที่มีกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติขนาดใหญ่ ซึ่งกำลังกลับมามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง

ผมเข้าใจและเห็นใจว่า คณะบุคคล/บุคคลที่เป็นมันสมอง และเป็นผู้ตั้งชื่อ บริษัท Spectre C. นี้คงอยากอวดภูมิปัญญาตะวันตกที่ตนมี และอยากให้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ หากปฏิบัติการสำเร็จบรรลุเป้าหมาย แต่อีกด้านหนึ่ง ก็กลายเป็นร่องรอยเบาะแสที่อาจสาวไปถึงที่มาได้  พูดมาถึงนี้ หลายคนก็คงเดาออกว่าเป็น “ใคร”

ถึงคิวประชาชาติ! 4 ว่าที่สส.ชายแดนใต้ ตบเท้าเข้าภท.โชว์หนุน อนุทิน พรุ่งนี้ เว้น ทวี สอดส่อง

ถึงคิวประชาชาติ! 4 ว่าที่สส.ชายแดนใต้ ตบเท้าเข้าภท.โชว์หนุน อนุทิน พรุ่งนี้ เว้น ทวี สอดส่อง

ถึงคิวประชาชาติ! 4 ว่าที่สส.ชายแดนใต้ ตบเท้าเข้าภท.โชว์หนุน อนุทิน พรุ่งนี้ เว้น ทวี สอดส่อง

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.35 น.

ถึงคิวพรรคประชาชาติ! 4 ว่าที่สส.ชายแดนใต้ ตบเท้าแสดงเจตจำนงหนุน อนุทิน-ภูมิใจไทย พรุ่งนี้ เว้น ทวี สอดส่อง เหตุเข้าหน้าแกนนำสีน้ำเงินไม่ติดจากปมร้อนขัดแย้งในอดีต เตรียมฉีกไปร่วมงานกับเพื่อไทย

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ (20ก.พ.) เวลา 10.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทย ว่าที่ สส.พรรคประชาชาติ (ปช.) จำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายสุไลมาน บือแนปีแน ว่าที่ สส.เขต 1 ยะลา นายซูการ์โน มะทา ว่าที่ สส.เขต 2 ยะลา นายอับดุลอายี สาแม็ง ว่าที่ สส.เขต 3 ยะลา และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ว่าที่ สส.เขต 5 นราธิวาส จะเดินทางเข้ามาแสดงเจตจำนงในการสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี และเข้าร่วมรัฐบาล แต่ในส่วนของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ จะไม่เดินทางมาร่วมเปิดตัวในครั้งนี้ คาดว่าจะหันไปทำงานการเมืองร่วมกับพรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายวันนี้ (19ก.พ.) พรรคประชาชาติจะมีการประชุมเพื่อยืนยันมติดังกล่าว ก่อนเดินทางไปแสดงเจตจำนงกับพรรคภูมิใจไทยตามกำหนดการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีของ พ.ต.อ.ทวี ถือว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากับพรรคภูมิใจไทย ที่ผ่านมามีความขัดแย้งกับบรรดาแกนนำพรรคฯ มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะในบทบาทฝ่ายค้าน หรือในสมัยที่เป็นรมว.ยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ดินเขากระโดง คดีฮั้วสว. เป็นต้น 

กกต.ตอบผู้ตรวจฯ พิมพ์บาร์โค้ดไม่ผิดระเบียบฯ ทนายรณณรงค์ ยื่นเพิ่ม จี้เร่งส่งศาลรธน.ชี้ขาด

กกต.ตอบผู้ตรวจฯ พิมพ์บาร์โค้ดไม่ผิดระเบียบฯ ทนายรณณรงค์ ยื่นเพิ่ม จี้เร่งส่งศาลรธน.ชี้ขาด

กกต.ตอบผู้ตรวจฯ พิมพ์บาร์โค้ดไม่ผิดระเบียบฯ ทนายรณณรงค์ ยื่นเพิ่ม จี้เร่งส่งศาลรธน.ชี้ขาด

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.01 น.

กกต.ตอบผู้ตรวจการแผ่นดิน พิมพ์บาร์โค้ดไม่ผิดระเบียบฯ ทนายรณณรงค์ ยื่นร้องเพิ่ม จี้เร่งส่งศาลรธน.ชี้ขาด

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2569 นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ หรือทนายรณณรงค์ ประธานมูลนิธิรณณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ยื่นคำร้องเพิ่มเติมต่อผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีก่อนหน้านี้ได้ยื่นขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 มาตรา 129 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 มาตรา 32 และ มาตรา 34 หรือไม่ จากเหตุพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง นายรณณรงค์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการมายื่นเพิ่มเติมตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินประสานมาโดยเป็นการยื่นในประเด็นข้อกฎหมายที่กำหนดให้กกต.สามารถทำสัญลักษณ์บนบัตรเลือกตั้งได้เข้าข่ายละเมิดสิทธิเสรีภาพขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ 

ซึ่งตนไม่ได้สนใจเรื่องของบัตรเขย่ง การเก็บต้นขั้วแยกหรือไม่แยก ตนไม่สน เพราะต้องการให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเร่งสรุปส่งเรื่องนี้ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จึงได้ยื่นในเรื่องของประเด็นข้อกฎหมายเท่านั้น ซึ่งทราบว่ากกต.ได้มีหนังสือตอบกลับไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินแล้วเมื่อวานนี้  จึงเห็นว่าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ต้องแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มในประเด็นของตนและให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความเลย ส่วนผู้ร้องคนอื่นที่ติดใจว่าบัตรเขย่งต้องนับคะแนนใหม่หรือไม่ก็ให้รอรอบสอง ขอคำร้องของตนไปศาลรัฐธรรมนูญก่อน  แต่หากผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติไม่ส่งศาลรัฐธรรมนูญภายใน 1-2 วันนี้ก็จะมีประชาชนจากทั่วสารทิศมายื่นเรื่องแบบผมซึ่งก็อยากดูเหมือนกันว่าทำไมการไปศาลรัฐธรรมนูญมันยากเย็นขนาดนี้

“แค่ให้ดูว่าการทำบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งมันละเมิดสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชนหรือไม่ ทำไมมันยากเย็นขนาดนี้ เพราะกกต.ตอบผู้ตรวจการแผ่นดินไปแล้วว่าทำถูกต้องตามระเบียบ ผมก็เลยบอกทางผู้ตรวจการแผ่นดินว่าระเบียบที่กกต.บอกว่าถูกต้อง  มันขัดรัฐธรรมนูญช่วยเสนอศาลรัฐธรรมนูญให้หน่อย ผมขอแค่ประเด็นนี้เลย”

เมื่อถามว่าบัตรเลือกตั้งปี’66ก็มีบาร์โค้ดฉะนั้นการเลือกตั้งปี ‘66 ต้องเป็นโมฆะด้วยหรือไม่ นายรณรงค์ กล่าวว่าเราต้องแยกส่วนกัน ที่ร้องไปตนโฟกัสแค่การเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนใครจะเอาผลไปใช้กับการเลือกตั้งครั้งอื่นเป็นเรื่องหลังจากนั้น แต่ในครั้งนี้ตนเขียนคำร้องว่า กกต.ละเมิดสิทธิของผู้เลือกตั้งอย่างไร รัฐธรรมนูญมาตรา 32 ,34 เขาให้การแสดงความคิดเห็น  การแสดงออกทางการเมืองเป็นเรื่องของความลับ ซึ่งยังไม่ต้องกากบาทในบัตรเลือกตั้งเลย ใครก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปรู้ว่าตนมีความคิดเห็นทางการเมืองอย่างไร แต่การที่กกต.ทำบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง มันทำให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งประเทศเกิดความหวาดกลัว กลัวคนจะรู้ว่าเขาเลือกพรรคไหน กาสีอะไร เพราะมันอาจทำให้เขาตกงานได้ ซึ่งนี่เป็นประเด็นหนึ่งที่ยื่นร้องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน

เมื่อถามต่อว่ากกต.ยืนยันว่าได้สร้างระบบป้องกันไว้ 3 ชั้นไม่สามารถสร้างความสบายใจให้กับประชาชนได้ใช่หรือไม่  นายรณณรงค์ กล่าวว่าครอบครัวของตนเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เงินที่จะได้รับการคุ้มครองจากภาครัฐ ไม่เห็นมีสุนัขที่ไหนคุ้มครองให้ตนได้เลย ตนต้องออกมาปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง แล้วเรื่องบัตรเลือกตั้งหากวันดีคืนดีเขาอยากจะไปดู เชื่อว่าเขาคงไม่ทำตามกฎหมาย อย่ามาพูดเลย ถึงเวลาก็หายหัวกันหมด จึงคิดว่าต้องมาปกป้องสิทธิ์ของตัวเองซึ่งเป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ใครก็ไม่มีสิทธิ์รู้ว่าตนเลือกพรรคไหน

นายรณรงค์ ยังกล่าวกรณีนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น ต้องการให้มีการสอบในเรื่องของบัตรเขย่งก่อน ว่า ในมุมของตนมองว่าการจะทำเรื่องดังกล่าวมันต้องไปแสวงหาข้อเท็จจริง มันจะยิ่งทำให้การยื่นศาลรัฐธรรมนูญเกิดความล่าช้าเพราะต้องรอให้กกต. และผู้ตรวจการแผ่นดินแสวงหาข้อเท็จจริงก่อน ซึ่งจะเสร็จเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เมื่อเราไม่รู้ว่าเสร็จเมื่อไหร่ ผลกระทบมันก็จะเยอะขึ้น สมมุติส่งไปศาลแล้วตัดสินมาว่าผิดหรือถูก เรื่องมันยังไม่เสียหายเยอะ สส.ยังไม่ได้โหวตกฎหมายเยอะ เรื่องก็จะจบง่าย ที่พูดไม่ได้หมายความว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ ตนรอศาลอย่างเดียว 

เมื่อถามว่ากกต.จะต้องรอการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งก่อนหรือไม่ นายรณรงค์ กล่าวว่า กกต.มีสิทธิ์ตามกฎหมายและมีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ท่านต้องปฏิบัติตามกฎหมายเดิมของท่านไปก่อน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายมากขึ้น จึงอยากให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเร่งส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ถ้าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ เวลาสส.ไปโหวตกฎหมายจะได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้ามันสมบูรณ์ก็จะได้สบายใจ

แก้วตา เคลียร์ปมวิจารณ์พรรค วัน อยู่บำรุง โผล่กดไลก์ ลั่น ชัดเจน

แก้วตา เคลียร์ปมวิจารณ์พรรค วัน อยู่บำรุง โผล่กดไลก์ ลั่น ชัดเจน

แก้วตา เคลียร์ปมวิจารณ์พรรค วัน อยู่บำรุง โผล่กดไลก์ ลั่น ชัดเจน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.59 น.

กระแสความร้อนแรงยังคงพุ่งสูงไม่มีแผ่ว สำหรับ แก้วตา หรือ ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส. พรรคประชาชน ที่เปิดหน้าวิพากษ์วิจารณ์อดีตต้นสังกัดอย่างดุเดือดในหลายประเด็น โดยเฉพาะชนวนเหตุเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าที่เจ้าตัวโดนทัวร์ลงจอดป้ายแบบไม่ได้พัก จนกลายเป็นดราม่าไฟลามทุ่งที่ชาวเน็ตขุดมาวิพากษ์วิจารณ์กันข้ามคืน ซึ่งดูเหมือนว่าความเผ็ดร้อนในครั้งนี้จะไม่ได้จบลงง่าย ๆ และยังคงเป็นประเด็นที่สังคมจับตามองอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดวันนี้ 19 กุมภาพันธ์ 2569 แก้วตา หรือ น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กร่ายยาวถึงกรณีที่ตนเองออกมาวิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาชน ไม่ได้ทำไปเพราะไม่ได้ไปต่อ โดยมีข้อความทั้งหมด ว่า “ขอพูดให้ชัดอีกครั้ง การที่ดิฉันออกมาวิพากษ์พรรค ไม่ใช่เพราะ “ไม่ได้ไปต่อ” ถ้าเป็นเรื่องตำแหน่ง ดิฉันสามารถออกมาพูดก่อนเลือกตั้งได้ แต่ดิฉันไม่ทำ และได้พูดไปแล้วด้วยว่า “ เคารพในการตัดสินใจของพรรค” ตั้งแต่ทราบว่าไม่ได้ไปต่อ เพราะไม่ต้องการให้กระทบคะแนนเสียง ไม่ต้องการให้ความขัดแย้งภายในกลายเป็นภาระของพรรคในสนามเลือกตั้ง ดิฉันเลือกเงียบในช่วงเลือกตั้ง เพราะแยกออกระหว่างความเห็นต่างภายในกับความรับผิดชอบต่อประชาชนการออกมาพูดหลังผลเลือกตั้งชัดเจนแล้ว ถือว่าให้เกียรติพรรคมากที่สุดแล้ว แต่สิ่งที่ดิฉันโกรธจริง ๆ ไม่ใช่ตัวบุคคล และไม่ใช่ความผิดหวังส่วนตัว แม้ผู้สมัครคนใหม่ที่พรรคเลือกจะยังไม่มีประสบการณ์การทำงานเชิงพื้นที่หรือเชิงบริหารในระดับที่พิสูจน์ความพร้อมระยะยาว

แก้วตา

การเป็นอนุกรรมาธิการระยะสั้นไม่กี่เดือน ไม่มีสถานะข้าราชการ ไม่มีอำนาจบริหารเชิงนโยบาย ไม่มีความรับผิดชอบเชิงระบบต่อประชาชน ไม่อาจเรียกว่า “ประสบการณ์ทำงานเต็มรูปแบบ” ได้ นี่ไม่ใช่การดูถูกใคร แต่นี่คือคำถามเรื่องมาตรฐานพรรคที่อ้างว่าจะยกระดับการเมือง ต้องอธิบายได้ว่าหลักเกณฑ์การคัดเลือกคืออะไรหรือมาตรฐานถูกยืดหยุ่นตามความเหมาะสมทางการเมือง แต่ประเด็นที่หนักกว่านั้น คือการโหวตสนับสนุนคุณอนุทิน ดิฉันเตือนแล้วว่าการตัดสินใจนั้นจะมีต้นทุนทางอุดมการณ์สูงมากจะทำให้เส้นแบ่งทางหลักการพร่าเลือน และจะสร้างความได้เปรียบทางโครงสร้างให้ฝ่ายที่เราเคยวิจารณ์

วันนี้เราเห็นแล้วว่าพรรคภูมิใจไทยยืนอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบทางอำนาจและมีบทบาทกำหนดทิศทางการเมืองอย่างชัดเจน จะบอกว่าไม่มีความเชื่อมโยงเลยได้อย่างไรในเมื่อการโหวตครั้งนั้นคือจุดเปลี่ยนสำคัญของสมการอำนาจ ดิฉันไม่ได้กล่าวหาใครเรื่องการโกง แต่ดิฉันพูดชัดว่าการตัดสินใจของพรรค มีผลต่อดุลอำนาจที่ทำให้ภูมิใจไทยมีความได้เปรียบในวันนี้ และถ้าเราไม่กล้ายอมรับว่าการตัดสินใจของเรา มีผลต่อผลลัพธ์ทางการเมือง เราก็ไม่ต่างจากการเมืองแบบเก่า ที่ไม่เคยรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง เมื่อดิฉันตั้งคำถามเชิงนโยบายสิ่งที่ได้รับกลับมาไม่ใช่คำอธิบายเชิงเหตุผล แต่คือการหยิบเรื่อง “สารเสพติด” และเรื่องส่วนตัวขึ้นมาพูดในพื้นที่สาธารณะ นี่คือรูปแบบของ character assassination อย่างชัดเจน แทนที่จะตอบว่า ทำไมจึงโหวตแบบนั้น ทำไมจึงลดบาร์ทางหลักการ ทำไมจึงทำให้ฝ่ายที่เราเคยวิจารณ์ได้เปรียบทางโครงสร้างกลับเลือกเบี่ยงประเด็นไปที่ชีวิตส่วนตัวของผู้ตั้งคำถาม

แก้วตา

เมื่อประเด็นสารเสพติดถูก insinuate ซ้ำ ๆ ทั้งที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย นั่นไม่ใช่การถกเถียงเชิงนโยบาย แต่นั่นคือการสร้างภาพจำทางสังคมเพื่อบั่นทอนความน่าเชื่อถือการเมืองที่มั่นใจในหลักการ ต้องตอบด้วยหลักการ การเมืองที่มั่นใจในเหตุผลไม่จำเป็นต้องทำลายตัวบุคคล ดิฉันไม่ได้โกรธเพราะแพ้ ดิฉันโกรธเพราะมาตรฐานลดลง หลักการถูกต่อรอง และการตัดสินใจหนึ่งครั้ง ได้เปลี่ยนดุลอำนาจของประเทศ ถ้าพรรคการเมืองที่เรียกตัวเองว่าก้าวหน้า ไม่สามารถรับคำวิจารณ์จากคนของตัวเองได้ คำว่า “ประชาธิปไตย” ก็จะเหลือเพียงสโลแกน

ดิฉันวิพากษ์ไม่ใช่เพื่อทำลายใคร แต่เพื่อยืนยันว่ามาตรฐานต้องสูงกว่านี้ หลักการต้องชัดกว่านี้และประชาชนสมควรได้รับการเมืองที่โปร่งใสมากกว่านี้ค่ะ”

แก้วตา

หลังจากที่โพสต์ แก้วตา หรือ น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล กลายเป็นกระแสฮือฮาและร้อนแรงมากกว่าเดิมกับการปรากฎตัวของ วัน อยู่บำรุง ลูกชายของ ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง นักการเมืองชื่อดังของประเทศไทยที่ได้เข้าไป กดถูกใจ ต่อโพสต์ของเธอและคอมเมนต์ ว่า “ชัดเจน”

วัน อยู่บำรุง

ทำเอาชาวเน็ตบนโลกโซเชียลต่างก็คอมเมนต์แสดงความคิดเห็นลงมากันเป็นจำนวนมากกับโพสต์ของ แก้วตา ที่มีต่อพรรคประชาชน เช่น

“จัดไปครับ แต่ด้อมก็คงไม่ get”

“FC ไปเลยครัช”

“วิพากษ์แบบใด…”

“มีดีไม่ต้องกลัวค่ะแต่บางอย่างคุณแก้วตาไม่น่ารักนะคะจากfcคนหนึ่ง”

“เก่งมาก มีความเป็นนักวางแผน วิเคราะห์สถานการณ์ได้แม่นยำ ในพรรค ปชน. ไม่มีใครเชี่ยวชาญชำนาญเรื่องมนุษย์เท่ากับคุณแก้ว คุณอมรัตน์ คุณไอซ์ อาจไม่ลึกซึ้งขนาดนี้ ใครโจมตีวิธีไหนคุณแก้วรับมือได้หมด ด้วยความรู้ที่อ่านหนังสือเป็นหมื่นๆ เล่ม ใครเป็นศัตรูคงลำบาก แต่เว้นไว้คนนึง คือ คุณชัยทวัฒน์คนเดียวสุดยอดนักปราชญ์”

“ขอสนับสนุนคุณแก้วตาที่กล้าออกมาพูดความจริง!เพื่อให้ประชาชนหูตาสว่าง! ปรบมือค่ะ”

“แม้งโดนสัด แดรกยางลบอีกแล้ว พรรคให้ใครออกมาตอบโต้ มันตลกตรงนี้มากกว่า ป้าเจี๊ยบเป็นใคร แล้วเบนเข็มไปเรื่องยา อันนี้ใช้ไม่ได้ครับ”

แก้วตา
แก้วตา
แก้วตา
แก้วตา
แก้วตา
แก้วตา

ขอขอบคุณข้อมูบลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ธิษะณา ชุณหะวัณ – แก้วตา – Tisana Choonhavan

เสียงพุ่ง286แล้ว! ภท.เก็บอีก 2 พรรคเล็ก เป็นแนวร่วม ยันโหวตดันอนุทินนั่งนายกฯ

เสียงพุ่ง286แล้ว! ภท.เก็บอีก 2 พรรคเล็ก เป็นแนวร่วม ยันโหวตดันอนุทินนั่งนายกฯ

เสียงพุ่ง286แล้ว! ภท.เก็บอีก 2 พรรคเล็ก เป็นแนวร่วม ยันโหวตดันอนุทินนั่งนายกฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.23 น.

เสียงพุ่ง286แล้ว! ’ภท.‘ เก็บอีก ‘2พรรคเล็ก’ เป็นแนวร่วม ’ทรงศักดิ์‘ ดีลต่อสาย ‘อุดมเดช’ เพื่อนเก่า ดึงเสียงเพิ่ม ยันโหวตดัน ’อนุทิน‘ นั่งนายกฯ ตามกติกาสากลแน่นอน

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พรรคการเมืองขนาดเล็ก นำโดย นายราเชน ตระกูลเวียง หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ได้เดินทางเข้ามายังที่ทำการพรรค จากนั้นนายอุดมเดช รัตนเสถียร ว่าที่สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้เข้ามาแสดงเจตนารมย์ในการสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไาย ในการเสนอชื่อบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งในส่วนของนายอุดมเดช ได้รับการติดต่อจากนายทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำพรรคภูมิใจไทย และนายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้อำนวยการพรรคภูมิใจไทย

จากนั้นเวลา 10.30 น.นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้แถลงเปิดตัว 2 พรรคเล็ก โดยโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยได้รับเกียรติจาก 2 พรรคการเมืองพรรคไทยสร้างไทย นายอุดมเดช พรรคทางเลือกใหม่ นายราเชน ตระกูลเวียง หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาเราได้แจ้งมาตลอดว่าเป็นการติดต่อกันเข้ามาพูดคุยกัน แต่วันนี้พิเศษ เพราะนายอุดมเดชเป็นการพูดคุยกันผ่านนายทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเคยเป็นเพื่อนอยู่ด้วยกันตั้งแต่กลุ่ม 16 เพราะฉะนั้นเมื่อเราจะเดินหน้าไปด้วยกัน ในการเลือกนายกฯ ดังนั้นวันนี้พรรคไทยสร้างไทยมาสนับสนุนทั้ง 2 คน รวมถึงพรรคทางเลือกใหม่ของนายราเชนอีก 1 คน  ดังนั้นวันนี้เสียงสนับสนุนเพิ่มเป็นทั้งหมด 14 เสียง 

ด้านนายอุดมเดช กล่าวว่า ตนได้รับการประสานงานกับนายทรงศักดิ์ ในฐานะที่คุ้นเคยกัน พูดถึงเหตุและผลเราควรที่จะเดินหน้าหารัฐบาลที่เข้มแข็งในการที่จะเข้ามาแก้ปัญหาที่รุมเร้าอยู่ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ หรือในปัญหาความมั่นคงชายแดน เป็นเรื่องที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่เข้มแข็ง เราพร้อมที่จะให้การสนับสนุนให้มีรัฐบาลที่เข้มแข็ง 

ขณะที่นายราเชน กล่าวว่า ตนเคารพกติกาเสียงข้างมากที่ชนะ เราก็ต้องสนับสนุนให้ผู้ที่มีเสียงมากที่สุดได้เป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นพรรคทางเลือกใหม่มีเพียง 1 เสียง ก็พร้อมยินดีที่จะสนับสนุนตามกติกาสากล สนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ

เมื่อถามว่าจะมีการเปิดพรรคการเมืองอีกหรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า จากนี้จะมีการนัดหมายแถลงกันเรื่อย ๆ และจะแจ้งสื่อล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันอยู่แล้ว และพรุ่งนี้ก็มีอีก 

ผู้สื่อข่าวรายงานง่า สำหรับเสียงของรัฐบาลในขณะนี้สามารถรวบรวมได้แล้ว 286 เสียง แบ่งเป็น พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง  พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคใหม่ 1 เสียง พรรครวมใจไทย 1 เสียง พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง พรรครวมพลังประชาชน 1 เสียง พรรคมิติใหม่ 1 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่  1 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย  2 เสียง พรรคพลังประชารัฐ  5  เสียง พรรคทางเลือกใหม่  1 เสียง และพรรคไทยสร้างไทย อีก 2 เสียง ส่วนพรรคกล้าธรรม จำนวน 58 เสียงนั้น ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนในการร่วมรัฐบาล

เจษฎ์ ฝากนายกฯ แก้เกมรุก ฮุน มาเนต ดึงฝรั่งเศส-อเมริกา วุ่นวายไทย

เจษฎ์ ฝากนายกฯ แก้เกมรุก ฮุน มาเนต ดึงฝรั่งเศส-อเมริกา วุ่นวายไทย

เจษฎ์ ฝากนายกฯ แก้เกมรุก ฮุน มาเนต ดึงฝรั่งเศส-อเมริกา วุ่นวายไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.21 น.

เจษฎ์ ฝากนายกฯ แก้เกมรุก ฮุน มาเนต ดึงฝรั่งเศส-อเมริกา วุ่นวายไทย พร้อมปลุกใจ คนไทย สามัคคี รักชาติ

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2569 นายเจษฎ์ โทณะวนิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์กรณี “นายฮุน มาเนต” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่า จะเชิญ คณะกรรมการสันติภาพ โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้ไกล่เกลี่ย พร้อมเรียกร้องไทยอนุญาตให้คณะกรรมการกำหนดเขตแดนร่วมเริ่มทำงานในพื้นที่พิพาทชายแดนว่า จากที่ตนได้ลงพื้นที่ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็น 1 ในพื้นที่พิพาท ที่ไทยยึดคืนได้จากการปะทะว่า ขณะที่นักการเมืองไทยกำลังแย่งชิงอำนาจ แต่ศัตรูข้างบ้านกำลังเดินเกมรุกคืบ เตรียมผนึกมหาอำนาจบีบไทยให้จนมุม พร้อมตั้งคำถามถึงพรรคการเมืองบางพรรคที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย

นายเจษฎ์ กล่าวว่า คงต้องเตือนให้คนไทย”ตาสว่าง” กับแผนการของ “ฮุน มาเนต” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่กำลังรุกคืบอย่างเป็นระบบ ที่มีแผนฮุบผลประโยชน์อ่าวไทย จากการอ้างอิงคำกล่าวของกษัตริย์นโรดม สีหมุนี ที่ระบุว่าหากไทยสร้างกำแพง กัมพูชาก็ต้องได้ “ส่วนแบ่งน้ำมันในอ่าวไทย” รวมถึงใช้ “ทรัมป์” เป็นโล่ ซึ่งกัมพูชาเลือกข้างสหรัฐฯ อย่างชัดเจนผ่าน Board of Peace เพื่อดึงมหาอำนาจมาเป็นพวก และเตรียมใช้ยุโรป (โดยเฉพาะฝรั่งเศส) เข้ามากดดันไทยให้คืนพื้นที่ทับซ้อน 

ทั้งนี้กัมพูชามีแนวโน้มที่จะเดินหน้าเรียกร้องให้มีการคืนพื้นที่จากทางประเทศไทย ดังที่นายฮุน มาเนต ได้บอกเอาไว้ เดินหน้าต่อจาก Board of Peace หรือคณะกรรมการสันติภาพ ไปคุยกับประเทศต่าง ๆ เพื่อสร้างความได้เปรียบ 

​การรุกคืบเหล่านี้ ทั้งจากสถาบันกษัตริย์ของกัมพูชา และจากองคาพยพในการบริหารจัดการแผ่นดินโดยคุณฮุน มาเนต ถ้าหากว่าเรายังไม่นึกคิดว่าภัยข้างบ้านเป็นสิ่งที่อันตรายมาก เรายังคงทะเลาะกันในบ้าน ยังคงหาจุดลงตัวเพื่อเดินหน้าต่อไปไม่ได้ การที่คุณฮุน มาเนต ไปประชุม Board of Peace หรือคณะกรรมการสันติภาพ ก็ต้องร่วมกันกับคุณโดนัลด์ ทรัมป์ เท่ากับว่ากัมพูชาเลือกทางฝั่งของสหรัฐอเมริกาไปเกินครึ่งตัวแล้ว” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว

นายเจษฎ์  กล่าวว่า จากการที่ได้สัมผัสพื้นที่จริง จึงได้เห็นว่ากัมพูชาได้มาแฝงตัวอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ 30-40 ปีแล้ว โดยรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มาไม่ได้แก้ปัญหาใด ไม่ได้พยายามจะดำเนินการเพื่อที่จะรักษาอธิปไตยอย่างมั่นคง แม้รัฐบาลที่มีนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี จะดำเนินการค่อนข้างจะแข็งขัน และแสดงศักยภาพในการปกป้องอธิปไตยในระดับสูง แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะภัยยังไม่หมด และเรื่องราวยังไม่จบ ดังนั้น​การรุกคืบของกัมพูชาจะก้าวเข้ามาได้ทุกเมื่อ โดยใช้กำลังทางกายภาพ และใช้ความสัมพันธ์ที่จะมีต่อสหรัฐอเมริกาในอนาคตเข้ามาบีบคั้นเรา ส่วนประเทศมหาอำนาจอื่น ที่เราบอกว่าเป็นมหามิตร เช่น จีน รัสเซีย หรือประเทศอื่นใดในยุโรป จะช่วยเหลือเราหรือไม่ 

“อยากเตือนสติคนไทยว่า ภัยข้างบ้านอันตรายกว่าที่คิด หากไทยยังไม่เลิกทะเลาะกันเอง และยังจัดการ “ไส้ศึก” ภายในไม่ได้ เราอาจสูญเสียอธิปไตยอย่างถาวร

ดังนั้น ประชาชนทั้งหลายต้องตระหนักแล้วว่า เราต้องช่วยกันในการรักษาอธิปไตยให้มากกว่านี้ ต้องช่วยกันผลักภัยร้ายออกจากบ้านเมือง และช่วยกันแก้ปัญหาภายในประเทศ  เราไม่มีเวลาที่จะแตกความสามัคคีกันแล้ว เพราะว่าภัยภายนอกมันหนักหนากว่าภัยภายในยิ่งนัก แต่สิ่งที่จะทำให้เราพ่ายแพ้ คือการจัดการกับภัยภายในไม่ได้ ความสามัคคีกันเหมือนที่เป็นมาในอดีต ​ตอนนี้ เรามีคนอยู่ 2 พวก คือพวกกำลังจะสร้างชาติ กับพวกที่กำลังจะทำลายชาติ  ดังนั้นเราต้องร่วมกัน บ้านเมืองเราถึงจะรอด”นายเจษฎ์  กล่าว

สีน้ำเงินเซ็ตตัวแล้ว! สุขุม ชี้ ภท.-พรรคร่วม เริ่มฉายภาพรัฐบาลชัด

สีน้ำเงินเซ็ตตัวแล้ว! สุขุม ชี้ ภท.-พรรคร่วม เริ่มฉายภาพรัฐบาลชัด

สีน้ำเงินเซ็ตตัวแล้ว! สุขุม ชี้ ภท.-พรรคร่วม เริ่มฉายภาพรัฐบาลชัด

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.50 น.

สีน้ำเงินเซ็ตตัวแล้ว! “สุขุม”ชี้”ภท.-พรรคร่วม”เริ่มฉายภาพรัฐบาลชัด ชู”มั่นคง”เป็นพลัง ตอบโจทย์ประชาชน แนะ”พรรคส้ม-ฝ่ายค้าน”รีบตั้งหลักตัวเอง โฟกัสบทบาทตรวจสอบ หลังเมาหมัดเจอ”มรสุมการเมือง”

19 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวถึงทิศทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง ว่า ฝ่ายรัฐบาลเริ่มเห็นภาพชัดเจน ขณะที่ฝ่ายค้านยังต้องใช้เวลาในการตั้งหลักรับสถานการณ์ที่ถาโถมเข้ามาในช่วงต้น

รศ.สุขุม กล่าวต่อว่า ขณะที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ขณะนี้ถือว่าเซ็ตตัวแล้ว ทั้งในเชิงทิศทางนโยบายและการจัดวางบทบาทพรรคร่วมรัฐบาล โดยได้กำหนดกรอบการทำงานว่าจะเดินหน้าประเทศไปในแนวทางใด พร้อมประกาศชัดว่าจะรับผิดชอบงานด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจเป็นหลัก การเมืองในช่วงนี้ จึงเป็นการให้โจทย์แก่พรรคร่วม หลายพรรคก็เข้ามารับบทบาทตามที่วางไว้ แม้จะยังมีบางพรรคที่คงท่าทีเชิงการเมืองอยู่บ้าง แต่โดยภาพรวมรัฐบาลอยู่ในภาวะได้เปรียบ เพราะมีตัวเลือกพรรคร่วมจำนวนมากที่พร้อมเข้ามาทำงานร่วมกัน

“คะแนนเสียงที่ได้มาทำให้ภูมิใจไทยมีความมั่นใจสูง การเดินเกมจึงรวดเร็ว เห็นชัดว่าพรรคกำหนดทิศประเทศแล้ว แม้ กกต.ยังไม่รับรอง สส.ครบ แต่ในทางการเมืองถือว่าออกตัวไปไกล” รศ.สุขุม กล่าว

รศ.สุขุม กล่าวต่อว่า สิ่งที่จะเห็นเป็นรูปธรรมภายในปีนี้คือการขับเคลื่อนนโยบายด้านความมั่นคง โดยเฉพาะมาตรการชายแดน เช่น การสร้างแนวป้องกันหรือการควบคุมด่านเข้าออกประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่ได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนจำนวนมาก ดังนั้น รัฐบาลย่อมต้องเร่งดำเนินการเพื่อสนองความคาดหวังของผู้เลือกตั้ง

รศ.สุขุม กล่าวอีกว่า ฐานเสียงที่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยเกิดจากความต้องการความมั่นคงของสังคม ทั้งในมิติความปลอดภัย เศรษฐกิจ และความเป็นระเบียบของรัฐ ดังนั้น การผลักดันนโยบายด้านนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องการเมือง แต่เป็นการตอบสนองความรู้สึกของประชาชนที่สะท้อนผ่านคูหาเลือกตั้ง ในทางกลับกัน พรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชน (ปชน.) กำลังเผชิญโจทย์ภายในมากกว่าการตรวจสอบรัฐบาล จากกระแสข้อกล่าวหาเกี่ยวกับปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) และประเด็นการขอข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งกลายเป็นปัญหาทางการเมืองใหม่ ทำให้พรรคต้องทุ่มพลังไปกับการแก้สถานการณ์ของตนเอง

“ตอนนี้พรรคประชาชนเหมือนเมาหมัด ต้องแก้เกมของพรรคก่อน มากกว่าจะคิดเกมสู้กับรัฐบาล” รศ.สุขุม กล่าว

รศ.สุขุม กล่าวด้วยว่า พรรคฝ่ายค้านไม่ควรจมอยู่กับปัญหาภายในนานเกินไป เพราะบทบาทสำคัญในระบอบประชาธิปไตยคือการตรวจสอบฝ่ายบริหาร แม้ปัญหาพรรคจะต้องจัดการกันไปตามกระบวนการ แต่การทำหน้าที่ฝ่ายค้านต้องเริ่มโดยเร็ว

“เรื่องภายในพรรคก็แก้กันไป แต่การตรวจสอบรัฐบาลต้องตั้งหลักและเริ่มทำแล้ว เพราะนี่คือหน้าที่สำคัญของฝ่ายค้า หากฝ่ายค้านสามารถกลับมาโฟกัสบทบาทตรวจสอบได้ จะทำให้ระบบการเมืองกลับสู่สมดุลมากขึ้นในระยะต่อไป” รศ.สุขุม กล่าว

ประเสริฐ รับข้อเสนอคนเสื้อแดงหนุนร่วมรัฐบาล ยันได้รับประสานไปภท.จริง

ประเสริฐ รับข้อเสนอคนเสื้อแดงหนุนร่วมรัฐบาล ยันได้รับประสานไปภท.จริง

ประเสริฐ รับข้อเสนอคนเสื้อแดงหนุนร่วมรัฐบาล ยันได้รับประสานไปภท.จริง

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.43 น.

ประเสริฐ รับข้อเสนอคนเสื้อแดงหนุนร่วมรัฐบาล ยันได้รับประสานไปพรรคภูมิใจไทยจริง บอกอยู่ดีๆ คงไม่มีใครไป ถ้าไม่ได้นัดกัน ย้ำไม่มีคุย แบ่งเค้กกัน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ก.พ.2569 ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค รับมอบแถลงการณ์จากคนเสื้อแดง กลุ่มพปศ. หรือกลุ่มเพื่อชาติประชาธิปไตยและคนที่เรารักศรัทธา ยื่นข้อเสนอแนะ 3 ข้อสนับสนุนพรรคเพื่อไทยในการเข้าร่วมรัฐบาล โดยมีป้ายข้อความ “เลือกเพื่อไทย…มาเป็นรัฐบาล ไปทำงาน….เพื่อประชาชน” และใส่เสื้อแดง ข้อความ “lET IT BE ช่าง แม่ มัน“ มาด้วย

ตัวแทนกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวแถลงการณ์คนเสื้อแดง ว่า ตามที่มีกระแสข่าว กรณีพรรคเพื่อไทย พร้อมจับมือร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยเพื่อร่วมคณะรัฐบาลที่จะมีขึ้นใหม่นั้น คนเสื้อแดงหลายคนอาจจะกังวล และไม่สบายใจ แต่ส่วนใหญ่ก็เข้าใจในสถานการณ์ และเคารพการตัดสินใจของพรรคฯ ที่ต้องการทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งที่มารวมตัวกัน ณ ที่แห่งนี้ มวลชนมีข้อเสนอแนะไว้ 3 ประการ

1.พรรคเพื่อไทยควรเชิญชวนให้มีการลงสัตยาบรรณกับพรรคภูมิใจไทยและพรรค ร่วมรัฐบาลพรรคอื่น ๆ ในการแสดงความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เป็นของประชาชนโดยแท้จริง ไม่เป็นรัฐธรรมนูญฉบับสีน้ำเงิน” ตามที่หลายฝ่ายมีความกังวลใจ เพราะที่ผ่านมาทุกฝ่ายก็ทราบถึงปัญหาดังกล่าวเป็นอย่างดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ที่มาของ สว.และองค์กรอิสระ ที่เกิดวิกฤติศรัทธาต่อสาธารณชนในวงกว้าง

2.พรรคเพื่อไทยต้องคำนึงถึงประโยชน์ ที่จะตกอยู่กับพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้งตามที่ผู้สนับสนุนได้คาดหวังไว้ ในการรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมมากที่สุด ตามนโยบายเรือธงของพรรคฯ อาทิเช่น นโยบาย30บาทรักษาทุกที่ ที่ปัจจุบันมีประสิทธิภาพลดลง, การสานต่อรถไฟฟ้า20บาทตลอดสาย, นโนบายการล้างหนี้วัยเกษียณ, พักหนี้เกษตรกร, ดันราคาพืชผลการเกษตร ฯลฯ

3.พรรคเพื่อไทยต้องเป็นพรรคการเมืองต้นแบบในรัฐบาลใหม่นี้ ที่ทำการเมืองให้เกิดความโปร่งใส ลดการทุจริต ปกป้องผลประโยชน์ประชาชน และเป็นกลไกลที่สำคัญที่ทำให้กฎหมายสามารถบังคับใช้อย่างเคร่งครัดภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน ไม่เลือกปฏิบัติ รวมถึงไขข้อข้องใจให้กับพี่น้องประชาชน เป็นที่พึ่งที่หวังในการหาทางออกให้กับสังคมไทย
จึงเรียนมาเพื่อพิจารณาและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะประชาชนคนไทย

นายประเสริฐ กล่าวว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา พี่น้องคนเสื้อแดงให้ความเห็นในเรื่องการร่วมรัฐบาลว่าเหมาะสมแล้ว ในการที่พรรคเพื่อไทยได้เข้าร่วมรัฐบาล และสามารถนำนโยบายที่ได้เคยประกาศไว้หลาย ๆ เรื่อง นำไปสู่กระบวนการปฏิบัติ เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนได้ในอนาคต ส่วนเงื่อนไข 3 ข้อที่พี่น้องได้ให้มา ทางพรรคจะรับไว้ สิ่งที่พี่น้องมีความหวังดีต่อชาติบ้านเมือง อยากเห็นบ้านเมืองขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใส เป็นบ้านเมืองที่ไม่มีเรื่องของการคอร์รัปชัน สามารถขับเคลื่อนประเทศไปต่อได้ พรรคจะรับไว้ทั้ง 3 เรื่อง ถือเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ เป็นประการใดแล้วจะแจ้งให้รับทราบต่อไป

ตอนท้ายกลุ่มคนเสื้อแดงขอคำยืนยันจากนายประเสริฐ ประเด็นไปที่พรรคภูมิใจไทยว่ามีได้รับการเชิญไปจริงหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า จริง ๆ มีการพูดคุยกัน ที่ไปที่มา ถ้าไม่เชิญจะไปได้อย่างไร มีการนัดหมายกันอยู่แล้ว อยู่ดี ๆ คงไม่มีใครไป ถ้าไม่มีการนัดหมาย

นายประเสริฐ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า พี่น้องเสื้อแดงได้เดินทางมาให้กำลังใจพรรคเพื่อไทย หลังจากการเลือกตั้ง และได้มีการสอบถามเรื่องการเชิญหรือไม่เชิญ จริงๆ แล้วในเรื่องนี้ก็ได้มีการพบ และได้มีการพูดคุยกันก่อนหน้านี้ ในวันนั้น จำได้ว่าในช่วงเช้า วันที่มีการประชุมพรรคเพื่อไทย หลังจากการเลือกตั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากเราประชุมเสร็จ ก็ได้รับการประสานในเรื่องของการนัดหมาย เพราะฉะนั้นต้องเรียนว่ามีการพูดคุยกัน จึงเป็นที่ไปที่มาของการไปพบกัน อยู่ดี ๆ เราคงไม่เดินทางไปโดยไม่ได้นัดหมายกัน คงเป็นไปไม่ได้ ต้องมีการนัดหมายกันก่อน ในเรื่องนี้นัดหมายแม้กระทั่งบุคคลที่จะไป เรื่องของเวลา เรื่องสถานที่ เป็นไปตามที่ปรากฏเป็นข่าว ซึ่งวันนั้นท่านหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเองก็ได้แถลงข่าวชัดเจนว่าไม่ได้มีประเด็นอะไรในเรื่องนี้ 

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการพูดคุยกับเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยหรื่อไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดคุยกันในประเด็นดังกล่าว เพราะเรามองไปข้างหน้า เรามองไปที่อนาคตของประเทศส่วนเรื่องนี้ถือว่าเราได้มีการพบปะกันแล้ว ประเด็นนั้นเราคงยังไม่กล่าวถึง 

เมื่อถามเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล มีกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยได้ประมาณ 5 กระทรวง และได้กระทรวงเกษตรฯ ด้วย นายประเสริฐ กล่าวว่า ในวันที่พบกันไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องนี้ว่าเป็นกระทรวงใด ตนขอยืนยัน เพียงแต่มีการพูดคุยกันถึงความหลังกันบ้างว่าเคยทำงานร่วมกัน และเคยเป็นรัฐบาลร่วมกันมาแล้ว ก็มีการพูดคุยกันบ้าง ในช่วงการหาเสียงอาจจะมีการกระทบกระทั่งกัน เป็นเรื่องธรรมดาของการเลือกตั้ง ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็เข้าใจกัน แต่ละพรรคก็มีการพูดจากันกระทบกระทั่งกันบ้าง หลังจากเลือกตั้งเราก็ให้อภัยซึ่งกันและกัน ไม่มีประเด็นอะไร

ส่วนเรื่องที่จะมาแบ่งเรื่องนั้นเรื่องนี้ แบ่งเค้กกัน ไม่มีการคุยในประเด็นนี้ ยังไม่มีการพูดคุยกันเรื่องกระทรวง ยืนยันอีกครั้งว่ายังไม่มีการพูดคุยว่าพรรคเพื่อไทยจะได้กระทรวงอะไร 

เมื่อถามมีข่าวนายยศชนันจะไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี นายประเสริฐ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ต้องไปถามอาจารย์เชน ว่าจะไปทำงานบริหารหรือทำงานสภา อาจารย์เชน เป็นบุคลากรเบอร์ 1 ของพรรคเพื่อไทย สามารถทำงานได้ทั้งสองด้าน ซึ่งท่านได้ยืนยันแล้วว่าจะเดินหน้าทำงานด้านการเมืองต่อไป เรื่องนี้อยู่ระหว่างการตัดสินใจของท่านว่าจะทำในลักษณะใด จะทำงานในสภา หรือทำงานฝ่ายบริหาร หรือทำงานให้พรรคการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่ง

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีการนัดหมายกันอีกหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการนัดหมายกัน