มติเอกฉันท์! ประชาชาติ ขน 5 สส.ร่วมรัฐบาล ภท. เชื่อเสียงเกิน 300 อยู่ครบเทอมแน่

มติเอกฉันท์! ประชาชาติ ขน 5 สส.ร่วมรัฐบาล ภท. เชื่อเสียงเกิน 300 อยู่ครบเทอมแน่

มติเอกฉันท์! ประชาชาติ ขน 5 สส.ร่วมรัฐบาล ภท. เชื่อเสียงเกิน 300 อยู่ครบเทอมแน่

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.13 น.

“ซูการ์โน” เผย มติพรรคประชาชาติ เสียงเอกฉันท์ ขน 5 ว่าที่ สส. ร่วมรัฐบาล “ภท.” หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ เชื่อเป็นรัฐบาลเกิน 300 เสียง โอกาสสูงอยู่ครบเทอม

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พรรคประชาชาติ มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรค โดยมีวาระหารือต่อการตอบรับคำเชิญของพรรคภูมิใจไทยในการจับมือร่วมจัดตั้งรัฐบาล

โดยนายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ว่า พรรคประชาชาติได้รับการทาบทามจากผู้ใหญ่ ให้เข้าไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย และได้นำสิ่งที่พูดคุยมาก่อนหน้านั้น มาหารือในพรรค เพื่อขอมติพรรค และมีมติเป็นเอกฉันท์ ว่า พรรคประชาชาติที่มี สส. รวม 5 คน พร้อมเข้าร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ต้องการ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เพราะมีประเด็นขัดแย้งหลายเรื่อง นายซูการ์โน กล่าวว่า “การตกลงครั้งนี้เป็นไปในนามพรรคประชาชาติ ไม่ใช่ สส.ของพรรคเท่านั้น ดังนั้นประเด็นที่ว่าไม่เอาพ.ต.อ.ทวี นั้นคุยกันแล้วและยืนยันเป็นมติพรรค ว่าจะไปทั้ง 5 คน ถ้ารับก็ไป ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (20 ก.พ.) ผมจะเป็นตัวแทนไปที่จะไปบอกกับพรรคภูมิใจไทยในมติของพรรคประชาชาติที่เป็นเอกฉันท์ ส่วน พ.ต.อ.ทวี นั้นติดภารกิจที่ต่างจังหวัดไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วย”

นายซูการ์โน กล่าวย้ำในประเด็นดังกล่าวว่า “ เรื่องคดีที่ผ่านมาเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม และเป็นไปตามหน้าที่ เมื่อครั้งที่ พ.ต.อ.ทวี เป็น รมว.ยุติธรรม ซึ่งขณะนี้หน้าที่นั้นได้จบไแล้ว และต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม แต่การร่วมรัฐบาลนั้นถือเป็นคนละเรื่อง เพราะเป็นเรื่องการเมือง”

เมื่อถามว่าได้ประเมินถึงการร่วมเป็นฝ่ายรัฐบาลครั้งนี้อย่างไรถึงตอบรับร่วมรัฐบาล นายซูการ์โน กล่าวว่า พรรคประชาชาติได้คุยกันและย้ำในหลักการ คือ กฎหมายอะไรที่ขัดกับหลักศาสนาจะไม่โหวตเห็นด้วย ส่วนนโยบายเร่งด่วนที่ได้พูดไว้ตอนหาเสียง ที่อยากจะทำคือการแก้ปัญหายาเสพติด เพราะสร้างผลกระทบกับประชาชนโดยตรงและกระทบต่อสังคมหลายด้าน สำหรับการผลักดันให้กัญชากลับเป็นยาเสพติดนั้น ต้องคุยกับพรรคภูมิใจไทยให้ชัดเจนว่าจะให้กัญชาถูกใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น ไม่ใช่เปิดเสรีกัญชา และหากเป็นเช่นนั้นต้องรีบดำเนินการ

“การร่วมรัฐบาลจะทำให้เราได้ดูแลผลประโยชนย์ประชาชนมากกว่าเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งสิ่งที่เป็นความต้องการของประชาชน คิดว่าพูดคุยในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลจะพูดง่ายกว่าเป็นฝ่ายค้าน ขณะเดียวกันผู้สนับสนุนพรรคประชาชาติสนับสนุนให้พรรคเข้าร่วมเป็นฝ่ายรัฐบาล”  นายซูการ์โน กล่าว

เมื่อถามว่าขณะนี้มีความชัดเจนว่ารัฐบาลภูมิใจไทยอาจได้เสียงสนับสนุนเกิน 300 เสียง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ถือว่าเป็นเสียงศักยภาพ ที่จะทำให้รัฐบาลอยู่ครบวาระ และหากเป็นเช่นนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ และการแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยเฉพาะเรื่องปากท้อง ทั้งนี้ในชั้นนี้ยังไม่มีการพูดถึงการรับตำแหน่งใดๆในรัฐบาล หรือการนำเสนอนโยบายที่พรรคประชาชาติหาเสียงให้กำหนดเป็นนโยบายที่รัฐบาลใหม่จะขับเคลื่อน

แจงปมร้อนเลือกตั้ง! ‘มท.’ ยัน ‘เลเซอร์ไอดี’ ไม่เกี่ยวข้องกับ ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน

แจงปมร้อนเลือกตั้ง! ‘มท.’ ยัน ‘เลเซอร์ไอดี’ ไม่เกี่ยวข้องกับ ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน

แจงปมร้อนเลือกตั้ง! ‘มท.’ ยัน ‘เลเซอร์ไอดี’ ไม่เกี่ยวข้องกับ ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.54 น.

‘มท.’ โร่แจงยิบปมร้อนเลือกตั้ง! ยัน ‘เลเซอร์ไอดี’ ไม่เกี่ยวของกับ ‘ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน’ ขณะที่ ข้อมูลส่วนบุคคลจะอยู่ด้านหน้าบัตรเท่านั้น ส่วน ‘ระบบบริการตรวจสอบสถานะบัตรฯ’ ภาครัฐ-เอกชน จะได้รับอนุญาต ใช้บริการ ผ่าน ‘ส.บริหารการทะเบียน กรมการปกครอง’ ได้2 วิธี ย้ำฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร-บัตรประชาชน  ‘เป็นความลับ’ ตามกฎหมาย จะนำไปใช้ ต้องเป็นไปตามกม.กําหนดฃไม่สามารถเปิดเผยให้หน่วยงาน-องค์กรใดได้

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 สํานักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ได้เผยแพร่เอกสารข่าว ชี้แจงกรณี การใช้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) และบริการตรวจสอบสถานะบัตรประจําตัวประชาชน (Check Card Service) โดยมีเนื้อหาระบุว่า ตามที่ปรากฏข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการขอใช้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) และการให้บริการตรวจสอบสถานะบัตรประจําตัวประชาชนในระบบ Laser ID

สํานักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

1. Laser ID หรือ เลขรหัสกํากับบัตรประจําตัวประชาชน

เป็นเลขที่กรมการปกครองใช้ในการควบคุมการจ่ายบัตรประจําตัวประชาชนที่แจกจ่ายให้กับสํานักทะเบียนอําเภอ สํานักทะเบียนท้องถิ่น กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ ควบคุมและตรวจสอบบัตร เพื่อให้ทราบว่าถูกส่งไปที่ใด ออกบัตรให้กับใคร

“ซึ่งไม่เกี่ยวของกับข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน ข้อมูลส่วนบุคคลของ ประชาชนจะอยู่ด้านหน้าบัตรเท่านั้น”

ข้อมูลบนหน้าบัตรเป็นข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในการเปิดเผยข้อมูลจึงเป็นสิทธิของเจ้าของบัตร ตามที่จะให้ ความยินยอมของผู้ถือบัตรว่าประสงค์จะใช้ทําการในสิ่งใด

2. การบริการตรวจสอบสถานะบัตรประจําตัวประชาชน (Check Card Service)

การบริการตรวจสอบสถานะบัตรประจําตัวประชาชน มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของบัตร ประจําตัวประชาชนใบล่าสุดแบบออนไลน์ ว่าบัตรดังกล่าวมีสถานะปกติ ถูกระงับ หรือถูกยกเลิก (จําหน่าย) เพื่อป้องกัน การปลอมแปลงบัตร การปลอมแปลงข้อมูล และการแอบอ้างสวมสิทธิ์

หน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนที่ได้รับอนุญาตสามารถใช้บริการได้ 2 วิธี ได้แก่

1) ตรวจสอบผ่านเครื่องอ่านบัตร (Chip Card Reader)

อ่านข้อมูลจากบัตรประจําตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (chip) และส่งข้อมูลเพื่อตรวจสอบสถานะ ประกอบด้วย เลขประจําตัวประชาชน หมายเลขประจํา chip และ หมายเลขคําขอมีบัตรฯ

2. ตรวจสอบโดยกรอกข้อมูลจากหน้าบัตรและหลังบัตร โดยระบุข้อมูลเลขประจําตัวประชาชน ชื่อตัว ชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด และเลขรหัสกํากับบัตรประจําตัวประชาชน (Laser ID) ให้ครบถ้วน

ผลการตรวจสอบทั้ง 2 วิธี จะแจ้งผลให้ทราบว่าบัตรฯ มีสถานะ เป็น ปกติ หรือ ไม่ปกติ เท่านั้น

3. การอนุญาตให้ใช้ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID)

ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) ที่ของกรมการปกครองได้พัฒนาขึ้นภายใต้ชื่อว่า “แอปพลิเคชัน ThalD” มีวัตถุประสงค์เพื่ออํานวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนเพื่อขอรับบริการออนไลน์ได้สะดวก รวดเร็ว ผ่านช่องทางดิจิทัล

โดยไม่ต้องเดินทางไปแสดงตน ณ หน่วยงานให้บริการ เป็นการประหยัด ค่าใช้จ่าย ลดการใช้สําเนาเอกสาร

หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนที่ประสงค์ใช้บริการ สามารถยื่นขออนุญาตเชื่อมโยงระบบตามหลักเกณฑ์ ที่กรมการปกครองกําหนด

ตามประกาศกรมการปกครอง เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐและหน่วยงาน เอกชนให้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลฯ เล่มที่ 141 ตอนพิเศษ 176 ง ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2567 เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างถูกต้องและมีมาตรฐานเดียวกัน

เมื่อได้รับการอนุญาตให้ใช้งานตามหลักเกณฑ์แล้ว หน่วยงานรัฐหรือเอกชน จึงจะสามารถพัฒนาระบบ เพื่อมาเชื่อมต่อกับ ThaiD เพื่อใช้งานต่อไปได้

สํานักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ขอชี้แจงว่า ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรและบัตรประจําตัวประชาชน เป็นข้อมูลสําคัญและเป็นความลับตามกฎหมาย โดยอยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 17

ซึ่งกําหนดให้การเปิดเผยหรือการนําข้อมูลไปใช้ต้องเป็นไปตามที่กฎหมาย กําหนดเท่านั้น

นอกจากนี้ ตาม พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มาตรา 49-50 ข้อมูล ทะเบียนราษฎรถูกจัดเป็น โครงสร้างพื้นฐานสําคัญทางสารสนเทศ (Critical Information Infrastructure: CII) ของประเทศ จึงต้องมีมาตรการดูแลและควบคุมความปลอดภัยในระดับสูงสุด

ดังนั้น ข้อมูลดังกล่าว ไม่สามารถเปิดเผยให้หน่วยงานหรือองค์กรใดได้เว้นแต่

*ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล

*เป็นไปเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงของรัฐ

*ใช้ในการดําเนินคดี การพิจารณาคดี หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายให้อํานาจไว้

ทั้งนี้ ไม่ว่าในกรณีใด การนําข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรไปใช้ต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลและต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

การเข้าถึงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรและข้อมูลบัตรประจําตัวประชาชน “ต้องเป็นผู้ที่มีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายเท่านั้น”

และต้องเป็นไปตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างชัดเจน โดยมีการกําหนดสิทธิการเข้าใช้งาน (Access Control) ตามระดับหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละบุคคลหรือหน่วยงาน

ธรรมนัส บอก งาน ก.เกษตร ไม่ใช่เรื่องง่าย นั่งห้องแอร์อย่างเดียวไม่ได้ ต้องลงมือปฏิบัติ

ธรรมนัส บอก งาน ก.เกษตร ไม่ใช่เรื่องง่าย นั่งห้องแอร์อย่างเดียวไม่ได้ ต้องลงมือปฏิบัติ

ธรรมนัส บอก งาน ก.เกษตร ไม่ใช่เรื่องง่าย นั่งห้องแอร์อย่างเดียวไม่ได้ ต้องลงมือปฏิบัติ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.27 น.

ธรรมนัส บอก งาน ก.เกษตร ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ได้ทำงานในห้องแอร์ ใครมาบริหารจะรู้สึก  ชี้ เกษตร เป็นสินค้าทางเทคนิคที่ต้องคุยและเซ็นรับรองเอง  อย่าเข้าใจว่ากระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการ หรือเคลมผลงาน 

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กล่าวถึงประเด็นการบริหารในงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  หลักจากทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการฯ ผ่านมา 2 สมัย แปีละหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ นักการเมืองอยากได้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  โดยยอมรับว่า การบริหารงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ง่าย และไม่ได้นั่งในห้องแอร์ใครมาบริหารถ้าไม่ใช่ตน จะรู้สึก   เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ใครมานั่งจะรู้สึก หมายความว่าอย่างไร ร้อยเอกธรรมนัส ว่า กระทรวงเกษตรฯ ต้องดำเนินนโยบายที่เน้นภาคปฎิบัติ และการที่จะไปขายอะไรในต่างประเทศไม่ง่ายเหมือนที่พูด เพราะทุกอย่างที่นำไปขาย “ผมเป็นคนไปขายเอง” และเซ็นเอง ยกตัวอย่าง อดีตสมัยรับตำแหน่ง รมว. เกษตร ได้นำสินค้าเกษตรไปขายให้กับประเทศจีนหลายอย่าง และสินค้าหลายประเภท ตนต้องเป็นคนเซ็นรับรองเอง อย่าเข้าใจว่ากระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ดำเนินการ เพราะเราต้องไปลงนามเอง 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า สินค้าเกษตรไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ แต่กระทรวงพาณิชย์นำไปเคลมเป็นผลงานของตนเองใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า สินค้าเกษตรเป็นสินค้าทางเทคนิค ทูตเกษตรต้องเป็นผู้เจรจาในแต่ละกลุ่มที่ดูแลสินค้าประเภทนั้น ต้องชี้แจงกว่าจะจบไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งปศุสัตว์ ประมง และพืช  พร้อมบอกว่า จริงๆไม่อยากให้กระทรวงเกษตรฯเป็นสูญญากาศทางการเมือง อย่างเมื่อวาน ก็มีการประชุม สปก. โดยมอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ซึ่งไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องขับเคลื่อนต่อ ไม่เช่นนั้น ชาวบ้านจะเดือดร้อน เรื่องนี้สำคัญมาก 

และเมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ณ เวลานี้ นิยามคำว่า ร้อยเอกธรรมนัส พร้อมที่จะปล่อยมือ จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วใช่หรือไม่ เพราะไม่ได้ยึดติดกระทรวงใดหรือเก้าอี้รัฐมนตรี  ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า “นิยามอะไร นิยามรักหรอ” พร้อมหัวเราะ ก่อนจะกล่าวว่า ช่วงนี้รัฐบาลกำลังทำงานอยู่เราอย่าเพิ่งไปวิตกหรือวิพากษ์วิจารณ์ให้รัฐบาลชุดนี้ทำงานเพื่อให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาทำงานต่อเนื่องได้ พร้อมย้ำว่า ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนรอไม่ได้ 

ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน! ธรรมนัส ร่ายยาวสัจธรรมการเมือง เตือนใครคิดบีบ’กล้าธรรม’ระวังเจอสวน

ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน! ธรรมนัส ร่ายยาวสัจธรรมการเมือง เตือนใครคิดบีบ'กล้าธรรม'ระวังเจอสวน

ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน! ธรรมนัส ร่ายยาวสัจธรรมการเมือง เตือนใครคิดบีบ’กล้าธรรม’ระวังเจอสวน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.04 น.

“ธรรมนัส” ย้ำทิศทางพรรคกล้าธรรม ร่วมรัฐบาลหรือไม่ รอ กกต. รับรองผลเลือกตั้ง 2569

วันนี้ 19 ก.พ.69 เวลา 16.30 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกรรมการบริหาร และว่าที่ สส.พรรคกล้าธรรม  เปิดเผยว่า วันนี้พรรคคกล้าธรรมได้ประชุมเพื่อทำความเข้าใจกับว่าที่ สส. ซึ่งการเลือกตั้งที่ผ่านมา ได้ส่งผู้สมัครและผ่านการคัดเลือกเป็น สส. เขต 56 ราย และปาร์ตี้ลิสต์ 2 ราย พร้อมขอบคุณประชาชนที่ลงคะแนนเสียงให้กับพรรคซึ่งการประชุมวันนี้เป็นการแสดงความยินดีกับว่าที่ สส. ทั้งหมด และชี้แจงเพื่อนสมาชิกแล้วว่า คาดว่าจะได้คะแนนมากกว่านี้ แถว 1 มี 56 ราย บวกกับแถว 2 อีก 45 ราย และแถว 3 อีก 20 ราย เท่ากับทั้งหมด 131 ราย ก็จะเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไป

ทั้งนี้หลังจากที่ กกต. รับรองแล้ว จะต้องเตรียมตัวรายงานตัว ชี้แจงรายจ่ายการเลือกตั้ง และชี้แจงบัญชีทรัพย์สินของตนเอง ขณะที่ทิศทางของพรรคกล้าธรรม ร้อยเอก ธรรมนัส ย้ำว่าให้รอผลการรับรองของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน จึงจะตัดสินใจ ซึ่งการตัดสินใจก็จะเป็นการตัดสินใจร่วมกับว่าที่ สส. และคณะกรรมาธิการพรรค

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า ตั้งแต่ปี 2562 ตนได้รับการเสนอชื่อให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2566 ก็ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และปี 2567 ปลาย ๆ ก็ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนั้น การเป็นนักการเมืองของตน ยืนยันว่าพร้อมถูกตรวจสอบ ถ้ามีการตรวจสอบก็พร้อมรับว่าผลจะเกิดอย่างไรพรรคเราไม่กลัวใครบีบ ใครบีบมาเดี๋ยวสวนกลับ การเมืองไม่มีสวย สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดขณะนี้คือการเลือกตั้ง สส. เป็นห่วงเรื่องนี้มากกว่า บางครั้งเราให้ความสนใจกับการจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่ให้ความสนใจกับที่มาที่ไปการเป็นนักการเมืองต้องเป็นรัฐบาลอย่างเดียวหรือ? เราเป็นนักการเมือง ทุกคนที่ผ่านเข้ามาล้วนเป็นคนที่ประชาชนเลือก คนเราตอนรักกัน น้ำต้มผักก็ว่าหวาน คนที่เป็นนักการเมืองอยากชนะการเลือกตั้ง ส่วนคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งอยากเป็นรัฐบาล มีแค่นั้น

 “ในชีวิตไม่เคยทะเลาะกับใครก่อน แต่ถ้าใครทะเลาะกับผมก็กลับไปฝันร้าย” พร้อมกล่าวต่อว่า ยืนยันว่าเราไม่ทะเลาะกับใคร ส่วนเก้าอี้ รมว.เกษตรฯ ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวว่า “เดี๋ยวใครมานั่ง ถ้าไม่ใช่ผมจะรู้สึก นั่งในห้องแอร์อย่างเดียวไม่ได้ เพราะต้องปฏิบัติ การขายอะไรต่างประเทศไม่ง่าย เพราะทุกอย่างที่ขายตนขายเองเซ็นเอง อย่าเข้าใจว่าเป็นกระทรวงพาณิชย์ทำ”ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ร.อ.ธรรมนัส ย้ำว่า เกษตรเป็นสินค้าเทคนิค ต้องไปเจรจาโดยทูตเกษตร แต่ละกรมที่ดูแลสินค้าประเภทนั้นต้องชี้แจง กว่าจะจบไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็นปศุสัตว์ ประมง พืช ต้องใช้เทคนิค ไม่ใช่ให้ทูตพาณิชย์ไปคุยแล้วจบ พร้อมยืนยันว่าไม่อยากให้กระทรวงเกษตรเกิดสุญญากาศทางการเมือง เพราะต้องทำงานต่อเนื่อง มิเช่นนั้นพี่น้องเกษตรกรเดือดร้อน

เศรษฐกิจโงหัวแล้ว! อนุทิน ปลื้ม GDP ไตรมาส 4 พุ่ง 2.5% สั่ง เอกนิติ-ไชยชนก รักษาโมเมนตัมขาขึ้น

เศรษฐกิจโงหัวแล้ว! อนุทิน ปลื้ม GDP ไตรมาส 4 พุ่ง 2.5%  สั่ง เอกนิติ-ไชยชนก รักษาโมเมนตัมขาขึ้น

เศรษฐกิจโงหัวแล้ว! อนุทิน ปลื้ม GDP ไตรมาส 4 พุ่ง 2.5% สั่ง เอกนิติ-ไชยชนก รักษาโมเมนตัมขาขึ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.47 น.

นายกฯ เรียก “เอกนิติ” -“ไชยชนก” กำชับ จีดีพีต้องโตขึ้นกว่า2.5% หลังกราฟโงหัวขึ้น พร้อมกำกับ “บิ๊กรุท” ฟาดไม่เลี้ยงทลายเหมืองบิตคอยน์เถื่อน หลังทำสูญเสียค่าไฟมหาศาล

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.05 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยเรียกนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม มาพบที่ตึกไทยคู่ฟ้า 

ทั้งนี้มีรายงานว่า นายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยกับนายเอกนิติ และนายไชยชนก ภายหลังจีดีพีไตรมาสที่ 4 ขยายตัวโตร้อยละ 2.5 และเป็นกราฟโงหัวขึ้นมา พร้อมกำชับ ว่า ไตรมาสต่อไปขอให้ขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าต้องดีขึ้น 

ขณะที่การพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายกรัฐมนตรี สอบถามความคืบหน้าคดีเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าขุดเหมืองบิตคอยน์เถื่อน ที่จังหวัดสมุทรสาคร 
โดยพบว่ามีการโยงถึงผู้ช่วยผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และรองผู้จัดการเขตระดับพื้นที่ ซึ่งคดีนี้ทำให้สูญเสียค่าไฟมหาศาล โดยกำชับให้ดำเนินการฟาดไม่เลี้ยง และหาผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 17.00 น. นายอนุทิน ได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลทันทีโดยไม่ได้มีการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใด

เต้ อาชีวะ ประกาศคัดค้าน ศธ ปมให้สิทธิ์เด็กต่างชาติเรียนฟรี

เต้ อาชีวะ ประกาศคัดค้าน ศธ ปมให้สิทธิ์เด็กต่างชาติเรียนฟรี

เต้ อาชีวะ ประกาศคัดค้าน ศธ ปมให้สิทธิ์เด็กต่างชาติเรียนฟรี

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.43 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าบนโลกออนไลน์ทันที เมื่อ เต้ อาชีวะ หรือ อัครวุธ บุรณพนธ์ นักเคลื่อนไหวทางสังคมชื่อดัง ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศจุดยืนคัดค้านประกาศกระทรวงศึกษาธิการอย่างดุเดือด กรณีการให้สิทธิ์ทางการศึกษาแก่เด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย โดยเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความระบุ ว่า “ประกาศวันที่2 การลงชื่อ!!คัดค้านประกาศกระทรวงศึกษา!! ยอดวันแรก2793 คน !!!เก็บภาษีไทย ดูแลคนไทย เลิกโลกสวยแล้วมาคัดค้านไปกับพวกเรา!!! คนไทยยังไม่ได้เรียนฟรี กู้เรียน เสร่อ!!โลกสวยเซ็นทิ้งท้าย ให้สิทธิ์เด็กต่างชาติ ไม่ดูแลเด็กไทยก่อน แล้วพวกคุณล่ะ จะร่วมคัดค้านหรือไม่ ?? ..20000รายชื่อคือขั้นต่ำ ที่ต้องเอาไปยื่น ลงทะเบียนออนไลน์ จิ้มลิงค์ พิมพ์ชื่อ สกุล เบอร์โทรศัพท์ ส่งแบบฟอร์ม ที่เหลือผมจัดการต่อครับ จิ้มลิงค์ ในcomment #คนไทยต้องมาก่อน #คัดค้านประกาศกระทรวงศึกษา #เต้อาชีวะ #ไทยไม่ทน #ที่นี่ประเทศไทย ปล.ยอดไม่ถึง20000รายชื่อก็รับในสิ่งที่จะเกิด!! ปิดรายชื่อ4มีนาคม 2569 20.00น.”

เต้ อาชีวะ

สำหรับประกาศที่เป็นต้นตอของดรามาในครั้งนี้ที่ เต้ อาชีวะ โพสต์ คือ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การรับนักเรียน นักศึกษาที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย พ.ศ. 2568 ซึ่งมีเนื้อหาขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียน เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิเด็กสากล

และหลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นและร่วมลงชื่อสนับสนุนแนวคิดของ เต้ อาชีวะ อย่างคับคั่ง เช่น

“ใช้แค่ชื่อกับเบอร์โทร ง่ายมากครับ”

“ลงแล้วครับ”

“จัดไปครับ เต้ 1เสียง ไทยไม่ทน”

“เรียบร้อยอีก1เสรยง”

“ลงเรียบร้อยขอแชร์ต่อนะครับ”

เต้ อาชีวะ
เต้ อาชีวะ
เต้ อาชีวะ
เต้ อาชีวะ
เต้ อาชีวะ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เต้ อาชีวะ อัครวุธ บุรณพนธ์ 

พรรคส้มขอโทษเหยื่อข่มขืน ไอติมชี้ ถูกจำคุก สิ้นสภาพสมาชิก

พรรคส้มขอโทษเหยื่อข่มขืน ไอติมชี้ ถูกจำคุก สิ้นสภาพสมาชิก

พรรคส้มขอโทษเหยื่อข่มขืน ไอติมชี้ ถูกจำคุก สิ้นสภาพสมาชิก

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.30 น.

ไอติม ขอเป็นตัวพรรคส้ม ขอโทษเหยื่อ โดยผู้สมัครสส.ข่มขืน ชี้เมื่อถูกศาลลงโทษก็สิ้นสภาสมาชิกพรรค

19 กุมภาพันธ์ ที่อาคารอนาคตใหม่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีผู้สมัครสส.พรรคประชาชน จ.มหาสารคาม ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุกคดีข่มขืน ว่ายอมรับในเชิงกฎหมาย เมื่อปรากฏชัดว่ามีคำสั่งศาลฎีกา สถานะการเป็นผู้สมัคร หรือสมาชิกพรรคจะสิ้นสภาพไป ขอน้อมรับว่า เหตุการณ์นี้เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่พรรคประชาชนต้องนำไปทบทวนกระบวนการคัดสรรผู้สมัครให้รัดกุมขึ้น น้อมรับในประเด็นนี้ และขอเป็นตัวแทนของพรรคขอโทษเหยื่อ ที่วันนี้พิสูจน์แล้วว่า ต้องเห็นผู้กระทำผิดทำหน้าที่เป็นสมัคร สส.ที่ผ่านมา

จับตา กล้าธรรม ประชุมพรรคฯ เคาะ ร่วมรัฐบาลหรือไม่

จับตา กล้าธรรม ประชุมพรรคฯ เคาะ ร่วมรัฐบาลหรือไม่

จับตา กล้าธรรม ประชุมพรรคฯ เคาะ ร่วมรัฐบาลหรือไม่

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.24 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรมนัดแรกหลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง แม้ ปัจจุบัน กกต. ยังไม่ได้รับรองผลการเลือกตั้ง แต่ทิศทางของพรรคยังไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะแนวทางการร่วมจัดตั้งรัฐบาล รายละเอียดจะเป็นอย่างไรติดตามเพิ่มเติมกับคุณธนนชัยกุลสิงห์

ทั้งนี้ถือว่าผิดคาดไปเล็กน้อยหลังจากที่สื่อมวลชนปักหลักเพื่อรอสัมภาษณ์ ร้อยเอกธรรมนัส ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม  แต่มีรายงานว่า เมื่อเดินทางถึง ได้เดินทางเข้าประตูหลังก่อนขึ้นห้องประชุมทันที ส่วนประเด็นที่ น่าจับตามองในวันนี้ คือความชัดเจนเกี่ยวกับการได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ส่วนนายไผ่ลึกเลขาธิการพรรคกล้าทำย้ำว่า กล้าธรรม ไม่มีเงื่อนไข ไม่ต่อรอง และร้อยเอกธรรมนัสไม่คาดหวังเก้าอี้รัฐมนตรี

สำหรับการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม วันนี้ เริ่มเปิดประชุมตั้งแต่เวลา 15:00 น. ซึ่งก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น ต่างมีบรรดาว่าที่ สส. เขตพื้นที่ –  สส. บัญชีรายชื่อ ทยอยเดินทางเข้าร่วม เพื่อรับฟังแนวทางการกำหนดทิศทางของพรรคอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศสื่อมวลชนหลายสำนักปักหลักทำข่าวอยู่จำนวนมาก เนื่องจากพรรคกล้าธรรมกำลังเป็นกระแสที่สังคมให้ความสนใจเกี่ยวกับแนวทางการร่วมจัดตั้งรัฐบาล ว่าจะเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่อย่างไร

ขณะที่ช่วงเวลา 14:20 น. ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้เดินทางมาถึงที่ทำการพรรค และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ก็ตามมาติดๆ แต่ไม่ได้เดินเข้าประตูหน้า มีรายงานข่าวว่า ร้อยเอกธรรมนัส เดินทางเข้าประตูหลัง และขึ้นประชุมทันที โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อมวลชน อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมร้อยเอกธรรมนัสจะลงมาแถลงข่าวด้วยตนเอง

ขณะที่นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ระบุว่า การประชุมวันนี้ จะเป็นการพูดคุยและรับฟังเสียงของสมาชิกเพื่อกำหรดทิศทางของพรรคหลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง ส่วนประเด็นที่จะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่นั้น ยังคงพอมีเวลาเพราะสมการทางการเมืองที่มีกระแสข่าวออกมาจากหลายฝ่ายส่งผลทำให้กำหนดทิศทางอะไรได้ยาก รวมถึงการติดต่อพูดคุยก็ทำได้ยากกว่าการเลือกตั้งปี 2566 แต่ ณ เวลานี้ พรรคกล้าธรรม ไม่มีข้อแม้ ไม่มีข้อต่อรอง และร้อยเอกธรรมนัส ไม่ได้ยึดติดกับเก้าอี้รัฐมนตรีแต่อย่างใด หากพรรคภูมิใจไทยต้องการให้ดำเนินไปในทิศทางไหนก็พร้อมที่จะดำเนินการ

ย้ำว่า ประเด็นที่พรรคกล้าธรรม กังวลมากกว่าการรับรองผลการเลือกตั้ง คือยังมีข้อร้องเรียนในหลายประเด็นที่จะต้องรอความชัดเจน  ส่วนสมการทางการเมืองขณะนี้ ยอมรับมีความผิดแปลก โดยเฉพาะพรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ที่เหยียบหัวเพื่อน และพูดว่าจะไม่ร่วมรัฐบาล ทำให้เกิดความยุ่งยากในการพูดคุย นอกจากนี้ หากให้เลือกว่า จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ หรือเป็นฝ่ายค้าน นายไผ่ ลิกค์ ยอมรับว่า เป็นฝ่ายค้านง่ายกว่า เพราะผู้สมัครที่ลงแข่งในสนามจริง เค่าหนื่อยมามาก โดยเฉพาะค่าใช้จ่าย ที่ใช้ระหว่างการเลือกตั้ง  แต่หาก กกต. ทำผิดกฎเลือกตั้งจริง ก็ว่ากันไปตามกฏหมาย

สำหรับ โดยประเด็น ที่สังคมให้ความสนใจ ขณะนี้  คือมีการตั้งคำถาม ว่าพรรคกล้าธรรม จะได้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ หลังมีกระแสข่าวออกมาอย่างหลากหลาย ว่า มีการต่อรองกระทรวงไม่ลงตัว และพรรคกล้าธรรมอาจได้กระทรวงไม่เป็นที่น่าพอใจ  ส่งผลให้บรรยากาศการจัดตั้งรัฐบาล ณ เวลานี้ มีความเป็นไปได้ว่า พรรคกล้าธรรมจะไม่ร่วมรัฐบาล 

ไผ่ ลิกค์ กาง 58 เสียงยันกล้าธรรมไร้เงื่อนไข! ลั่น ธรรมนัส ไม่ยึดติดเก้าอี้ รมต. ขอแค่ประเทศไปต่อ

ไผ่ ลิกค์ กาง 58 เสียงยันกล้าธรรมไร้เงื่อนไข! ลั่น ธรรมนัส ไม่ยึดติดเก้าอี้ รมต. ขอแค่ประเทศไปต่อ

ไผ่ ลิกค์ กาง 58 เสียงยันกล้าธรรมไร้เงื่อนไข! ลั่น ธรรมนัส ไม่ยึดติดเก้าอี้ รมต. ขอแค่ประเทศไปต่อ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.12 น.

“ไผ่ ลิกค์” บอก จะเอาอะไรอีก วันนี้ “ผู้กอง” บอกไม่ยึดติดตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว อย่าเอาความผิดมาโทษเรา ลั่นเลิกเล่นการเมือง เดินหน้าดีกว่า ชี้เป็นฝ่ายค้านง่ายกว่าเลือกตั้งใหม่

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงการประชุมวันนี้มีสัญญาณร่วมรัฐบาลหรือไม่ ว่าวันนี้จะคุยแนวทางหลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้นก่อน รวมถึงรับฟัง บุคคลที่เป็นสมาชิกพรรค ซึ่งหลังการประชุมคงมีความคืบหน้า ยืนยันว่าเราพร้อมเป็นทุกอย่าง ส่วนจะมีการโหวตว่าร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น คงไม่ถึงขั้นนั้น 

ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้มีข่าว พลิกไปมา ทั้งดีและไม่ดี หลังจากนี้สัญญาณจะเป็นอย่างไรนั้น นายไผ่ กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีเวลา เพราะตัวเลข สส. ในการจัดตั้งรัฐบาล ครั้งนี้ห่างกันมาก และมีสมการการเมือง ที่แต่ละคนพูดไว้จนทำอะไรได้ยาก

ส่วนกระแสข่าวที่ร้อยเอก ธรรมนัส อาจจะไม่ได้เก้าอี้รัฐมนตรีเลย นายไผ่ กล่าวว่า ท่านไม่ยึดติด พร้อมยืนยันว่าวันนี้เราไม่มี ข้อแม้หรือข้อต่อรองอะไรเลย ร้อยเอก ธรรมนัส ก็ไม่ได้ยึดติด ว่าจะต้องเป็นรัฐมนตรี 

หากพรรคภูมิใจไทยให้กระทรวงที่กล้าธรรมไม่อยากได้ จะยังร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายไผ่ กล่าวว่า  เราไม่ได้อยากได้กระทรวงอะไรเป็นพิเศษ เราทำอะไรได้ก็ทำ ส่วนเงื่อนไขที่ให้โหวตนายกรัฐมนตรีก่อนนั้น แล้วค่อยแบ่งกระทรวง แบบนี้ไม่มีในโลก 
ต้องพูดคุยกันก่อน ส่วนจะจบวันนี้หรือไม่ ตนเองคิดว่าไม่ เพราะยังมีหลายเรื่องที่ร้อยเอก เอกธรรมนัส กังวล เช่นเรื่องคิงอาร์โคด บนบัตรเลือกตั้ง เรื่องเหล่านี้ต้องชัดเจนก่อน ไม่แน่ว่าอาจจะมีการเลือกตั้งใหม่ก็ได้ 

เมื่อถามว่าจะไม่พิจารณาเป็นฝ่ายค้านแน่นอนใช่หรือไม่ นายไผ่กล่าวว่า ไม่ต้องพิจารณา ฝ่ายค้านจะเป็นเอง ต่อตัวรู้สึกว่าครั้งนี้แปลก เพราะก่อนหน้านี้ไม่เห็นจะติดต่อยากขนาดนี้ ครั้งนี้ยุ่งยากไปนิดนึง พร้อมย้ำว่าไม่ใช่พรรคภูมิใจไทยให้อะไรแล้วก็จะยอม แต่เมื่อประชาชนให้ฉันทามติกับพรรคภูมิใจไทย 90 กว่าเสียง ก็ต้องให้เขาเลือก ย้ำว่ากล้าธรรมไม่มีเงื่อนไข 

นายไผ่ ยังกล่าวอีกว่าที่มองว่าครั้งนี้แปลก เพราะพรรคอันดับหนึ่งได้ สส.เยอะ รวมถึงพรรคประชาชนและประชาธิปัตย์ก็เหยียบหัวเพื่อน พูดว่าจะไม่ร่วมกับใครเลยยุ่งยาก

เมื่อถามว่าระหว่างเลือกตั้งใหม่กับการเป็นฝ่ายค้านอะไรง่ายกว่ากัน นายไผ่ กล่าวว่า เป็นฝ่ายค้านง่ายกว่า เพราะตนก็เหนื่อยเป็น คนแพ้ก็อยากเลือกตั้งใหม่ คนชนะก็ไม่อยาก 
ต้นคำนึงถึงผู้สมัคร สส.ที่ใช้ค่าใช้จ่ายไปแล้ว คนนึงไม่เกิน 1,500,000 บาท ถ้ากกต. ผิดจริงก็ว่ากันไป 

นายไผ่ บอก ตนไม่อยากพูดอะไรมาก เหมือนว่าเราเรียกร้อง เพราะประเทศชาติต้องเดินหน้าประชาชนก็รออยู่ แต่ตนดีใจที่จะได้แก้รัฐธรรมนูญ พร้อมกันนี้ นายไผ่ ยังกล่าวขอบคุณประชาชนที่ไว้วางใจพรรคกล้าธรรม จนได้มาถึง 58 เสียง 

ทั้งนี้ นายไผ่ ยังตอบสื่อ กรณีที่พรรคภูมิใจไทยจะเอาพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล แต่ไม่เอา ร้อยเอก ธรรมนัส พรรคกล้าธรรมจะเดินหน้าอย่างไร ว่า ผู้กองวันนี้บอกไม่ยึดติดตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว แล้วจะเอาอะไรอีก อย่าเอาความผิดมาโทษที่เราเลย ไม่มี เลิกเล่นการเมืองเดินหน้าดีกว่า

สิ้น จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ถึงแก่อนิจกรรม ที่ รพ.จุฬาฯ สิริอายุ 76 ปี

สิ้น จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ถึงแก่อนิจกรรม ที่ รพ.จุฬาฯ สิริอายุ 76 ปี

สิ้น จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ถึงแก่อนิจกรรม ที่ รพ.จุฬาฯ สิริอายุ 76 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.04 น.

19 กุมภาพันธ์ 2569 รายงานข่าวแจ้งว่า นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ สิริอายุ 76 ปี โดยกำหนดการพระพิธีศพและการบำเพ็ญกุศลจะมีการแจ้งให้ทราบต่อไป

จรัลธาดา กรรณสูต เกิดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2492 เป็นบุตรชายของ ปรีดา กรรณสูต อดีตอธิบดีกรมประมง และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหม่อมราชวงศ์เติมแสงไข รพีพัฒน์ มีศักดิ์เป็นพระปนัดดา (เหลน) ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

นายจรัลธาดา กรรณสูต เกิดเมื่อ 22 สิงหาคม 2492 เป็นบุตรของ ปรีดา กรรณสูต อดีตรัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ม.ร.ว.เติมแสงไข รพีพัฒน์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะประมง จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนจะเข้ารับราชการที่กรมประมง เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมประมง และปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สำหรับ นายจรัลธาดา กรรณสูต ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นองคมนตรีในรัชกาลปัจจุบัน โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีในขณะนั้น ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ