อนุทิน โผล่ประชุมสภาฯ หลังเสร็จภารกิจทำเนียบฯ บรรดา สส. ทยอยเข้าทักทายไม่ขาดสาย

อนุทิน โผล่ประชุมสภาฯ หลังเสร็จภารกิจทำเนียบฯ บรรดา สส. ทยอยเข้าทักทายไม่ขาดสาย

อนุทิน โผล่ประชุมสภาฯ หลังเสร็จภารกิจทำเนียบฯ บรรดา สส. ทยอยเข้าทักทายไม่ขาดสาย

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.35 น.

‘อนุทิน’ โผล่ประชุมสภาฯหลังเสร็จภารกิจทำเนียบฯ บรรดา สส. ทยอยเข้าทักทายไม่ขาดสาย

24มิ.ย.2569 เมื่อเวลา16.50น. ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล โดยทันทีที่เข้าห้องประชุม นายอนุทิน ได้เข้าไปพูดคุยกับ นายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา เลขาธิการพรรคประชาชาติ ก่อนที่ สส.พรรคภูมิใจไทย รวมถึง สส.จากหลายพรรค จะทยอยเข้ามาทักทายพูดคุยอย่างเป็นกันเอง

อนุทิน ชาญวีรกูล

ช่วงหนึ่ง น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ได้เข้ามาทักทาย พร้อมเชิญนายกรัฐมนตรีร่วมถ่ายภาพกับกลุ่ม สส. ซึ่งตลอดเวลาที่อยู่ในห้องประชุม มี สส. จากหลายพรรคแวะเวียนเข้ามาพูดคุยและทักทายนายอนุทินอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เวลา 17.50 น. นายอนุทินได้เดินออกจากห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร หลังใช้เวลาร่วมประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง

อนุทิน ชาญวีรกูล

‘สถ.’ ชะลอ ‘บรรจุ-แต่งตั้ง’ ข้าราชการท้องถิ่นทั่วประเทศ ที่สอบได้ตามบัญชี 1 ก.ค.นี้

‘สถ.’ ชะลอ ‘บรรจุ-แต่งตั้ง’ ข้าราชการท้องถิ่นทั่วประเทศ ที่สอบได้ตามบัญชี 1 ก.ค.นี้

‘สถ.’ ชะลอ ‘บรรจุ-แต่งตั้ง’ ข้าราชการท้องถิ่นทั่วประเทศ ที่สอบได้ตามบัญชี 1 ก.ค.นี้

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.31 น.

‘สถ.’ สั่งชะลอ ‘บรรจุ-แต่งตั้ง’ ข้าราชการท้องถิ่นทั่วประเทศที่สอบได้ตามบัญชี ลงวันที่ 16 มิ.ย.69 ไม่ต้องมารายงานตัว 1 ก.ค.นี้

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) ออกคำสั่งด่วนที่สุด เรื่องการชะลอการบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ในวันที่ 1 ก.ค.2569 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด

โดยระบุว่า ตามที่กรมส่งสริมการปกครองท้องถิ่นได้จัดส่งบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งได้ที่ประสงค์จะบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร้องขอให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ดำเนินการสอบแข่งขันและขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้

เพื่อให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการบรรจุและแต่งตั้งตามแนวทางปฏิบัติแนบท้ายหนังสือสำนักงาน ก.จ. ก.ท.ท. และ ก.อบต. โดยคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2569 เป็นต้นไป รายละเอียดตามหนังสือที่อ้างถึงนั้น

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ขอเรียนว่าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกันแถลงข่าวในวันที่ 23 มิ.ย.2569 กรณีเข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่ง ตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับแก้ไขกระดาษคำตอบ เพื่อปรับคะแนนให้ตรงกับรายชื่อของผู้ที่ยอมจ่ายเงิน

โดยมีผู้ต้องสงสัยคนสำคัญคือ นาย พ. ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบูรณ์ เป็นผู้จัดเก็บและซุกซ่อนกระดาษคำตอบไว้ที่สถานที่แห่งนี้ โดยเจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญที่ใช้ในการกระทำความผิดจำนวนมาก

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คลายความเคลือบแคลงของสาธาธารณชนและเพื่อประโยชน์ทางราชการ จึงขอให้จังหวัดแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชะลอการบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขัน ตามบัญชีแนบท้ายหนังสือ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ มท 0809.5/ ว27 ลงวันที่ 16 มิ.ย.2569 และแจ้งผู้สอบแข่งขันได้ให้ชะลอการเดินทางมารายงานตัวในวันที่ 1 ก.ค.2569

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการต่อไป ขอแสดงความนับถือ (นายธนนท์ พรรพีภาส) รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

รัฐบาลยันแก้ปมทับลานเป็นธรรมทุกฝ่าย จ่อตั้งคกก.พิสูจน์สิทธิรายแปลง กันนายทุนสวมสิทธิ

รัฐบาลยันแก้ปมทับลานเป็นธรรมทุกฝ่าย จ่อตั้งคกก.พิสูจน์สิทธิรายแปลง กันนายทุนสวมสิทธิ

รัฐบาลยันแก้ปมทับลานเป็นธรรมทุกฝ่าย จ่อตั้งคกก.พิสูจน์สิทธิรายแปลง กันนายทุนสวมสิทธิ

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.20 น.

รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาที่ดินทับลานอย่างเป็นธรรมทุกฝ่าย เตรียมตั้งคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิรายแปลง คุ้มครองชาวบ้าน–สกัดการสวมสิทธิของนายทุน

วันนี้ (24 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน โดยยึดหลักความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ทั้งการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและการดูแลประชาชนที่อาศัยและทำกินอยู่ในพื้นที่มาก่อนการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ชี้แจงกรณีที่มีการแสดงความกังวลเกี่ยวกับการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยยืนยันว่าเป็นกระบวนการที่ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นเวลานานก่อนเข้ารับตำแหน่ง และมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ก่อนการประกาศเขตอุทยานฯ ไม่ใช่การเปิดทางให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าแต่อย่างใด

นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักดีว่าปัญหาดังกล่าวมีความละเอียดอ่อนและมีหลายมิติ จึงต้องพิจารณาบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักฐานทางกฎหมาย โดยไม่ควรนำความเดือดร้อนของประชาชนหลายหมื่นครอบครัวมาเป็นประเด็นทางการเมือง เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากที่อาศัยและใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวมาเป็นเวลานาน ก่อนที่จะมีการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติในภายหลัง

รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อสร้างความชัดเจนและความเชื่อมั่นให้กับสังคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเตรียมจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาพิสูจน์สิทธิในพื้นที่ โดยจะดำเนินการตรวจสอบเป็นรายแปลง เพื่อยืนยันสิทธิของประชาชนที่ครอบครองและใช้ประโยชน์ในพื้นที่โดยสุจริต พร้อมป้องกันการสวมสิทธิหรือการเข้าครอบครองโดยกลุ่มนายทุน ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายมีความกังวล

ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดจะเป็นไปตามหลักกฎหมาย ความโปร่งใส และข้อเท็จจริงในแต่ละพื้นที่ โดยคำนึงถึงทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การรักษาพื้นที่ป่า และการคุ้มครองสิทธิของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมอย่างสมดุลและลดความขัดแย้งในสังคม

“รัฐบาลมุ่งแก้ไขปัญหาที่ดินที่ค้างคามาเป็นเวลาหลายสิบปีด้วยความรอบคอบและเป็นธรรม โดยยึดหลักว่าผู้ที่อยู่และทำกินในพื้นที่มาก่อนต้องได้รับการพิสูจน์สิทธิอย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการแสวงหาประโยชน์จากพื้นที่ของรัฐโดยมิชอบ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดา กล่าว.

กมธ.ปกครอง ยังจบไม่ลง สอบปมโยกย้าย ‘ผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต’ เหตุ ปลัดมท.ไม่มาแจง

กมธ.ปกครอง ยังจบไม่ลง สอบปมโยกย้าย ‘ผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต’  เหตุ ปลัดมท.ไม่มาแจง

กมธ.ปกครอง ยังจบไม่ลง สอบปมโยกย้าย ‘ผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต’ เหตุ ปลัดมท.ไม่มาแจง

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.13 น.

‘กมธ.ปกครอง’ ยังจบไม่ลงสอบปมโยกย้าย ‘ผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต’ เหตุ ’ปลัดมท.‘ ไม่มาแจง จ่อลงพื้นที่ภูเก็ตสาวหาข้อเท็จจริง 26-27 มิ.ย.นี้ ขอรอได้ข้อสรุปจะมาชี้แจงอีกครั้ง แนะ ’อดีตปลัดจ.ภูเก็ต‘ ฟ้อง ‘ศาลอาญา-ปกครอง’ หากคิดว่าถูกกลั่นแกล้ง

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 15.30 น. ที่รัฐสภา นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมกมธ.ฯว่า ได้เชิญรมช.มหาดไทย กรมการปกครอง ผู้ว่าราชการฯ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และส่วนต่างๆ มาให้ข้อมูล เนื่องจากมีความสงสัยว่าการย้ายใช้อำนาจอะไร และการย้ายที่ไปดําเนินการไปกว่า 1 เดือน มีผลการสอบสวนอย่างไร โดยได้ข้อสรุปว่า กรมการปกครอง ใช้อำนาจตามการบริหารราชการแผ่นดิน ให้ผู้ที่ถูกร้องเรียนและผู้ที่เชื่อว่ามีเรื่องร้องเรียน มาช่วยราชการเพื่อให้ง่ายต่อการสอบสวน และไม่ยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานในจังหวัด โดยใช้มาตรา 32 ของการบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนกรณีนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต ที่ร้องว่าถูกกลั่นแกล้ง ทางกมธ.ได้เสนอให้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษผ่านทางศาลอาญาหรือศาลปกครอง 

เมื่อถามถึงกรณีที่นายเฉลิมพล แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ได้เรียกมาให้ข้อมูลในที่ประชุมว่ามีหลักฐานในการรับส่วย การทุจริตรวมถึงผู้มีอิทธิพล นายธนยศ กล่าวว่า ที่ประชุมได้สอบถามว่ามีการมอบหลักฐานให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือรองผู้ว่าราชการจังหวัด หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตระบุว่ายังไม่เคยได้รับหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ ทางกมธ.จึงอยากได้ดําเนินการในส่วนนี้เพื่อลงลึกในรายละเอียด และไขข้อข้องใจให้กับสังคมซึ่งพูดถึงเกี่ยวกับจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามในวันที่ 26-27 มิ.ย.  กมธ.การปกครอง จะร่วมกับกมธ.การตํารวจ กมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กมธ.การอุตสาหกรรม และกมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) เพื่อลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ติดตามเรื่องราวเหล่านี้ ตอบข้อสงสัยให้กับสังคมให้มากที่สุด 

เมื่อถามว่า กรมการปกครองได้มีการชี้แจงว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่กรมการปกครองจะมีการแจ้งข้อกล่าวหา และจะลงโทษทางราชการกับปลัดจังหวัดภูเก็ต นายธนยศ กล่าวว่า กรมการปกครองมีหนังสือขอตัวมาช่วยราชการ ซึ่งมีกําหนดระยะเวลา 30 วัน โดยในวันนี้ถือเป็นวันสุดท้าย ทางกมธ.พยายามสอบถามกรมการปกครองแต่ยังไม่ได้มีการชี้แจงมายังกมธ. คาดว่าจะมีการชี้แจงในวันนี้ 

เมื่อถามว่า ผลการสอบสวนไปถึงไหนและมีการโยงถึงทั้ง 3 คนหรือไม่ นายธนยศ กล่าวว่า ในเรื่องการสั่งย้าย ผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ทั้ง 2 คน ได้สอบถามแต่ไม่มีตัวแทนของสํานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยมาชี้แจง ซึ่งได้มีการติดตามว่าจะมีการชี้แจงอย่างไรต่อไป และยืนยันว่าไม่มีการพูดถึงประเด็นที่ทั้ง 3 ท่านมีความขัดแย้งกันเรื่องผลประโยชน์ มีแต่การชี้แจงในส่วนงานที่ได้รับผิดชอบ การขอใบอนุญาตสถานประกอบการในภาพรวม 

เมื่อถามว่าที่มีการตั้งคําถามว่าโยกย้ายแล้วทําอย่างไรต่อนั้น นายธนยศ กล่าวว่า ทางกมธ. ก็อยากทราบ วันนี้ก็พยายามสอบถามข้อเท็จจริง แต่ในทางกลับกันย้ายผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ก็เป็นเรื่องที่อยากทราบและอยากได้ข้อมูลข้อเท็จจริงเช่นกัน แต่ไม่มีตัวแทนจากปลัดกระทรวงมหาดไทยมาชี้แจงในวันนี้ จึงขอให้รอข้อเท็จจริงและจะมาแถลงให้สื่อมวลชนทราบอีกครั้ง โดยหลังจากลงพื้นที่จะรวบรวมข้อมูลมาสรุปและชี้แจงอีกครั้ง

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ ตีตกคำร้องปมถูก‘ธรรมนัส’ฟ้องปิดปาก ชี้เข้าข่ายฟ้องเอกชน

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ ตีตกคำร้องปมถูก‘ธรรมนัส’ฟ้องปิดปาก ชี้เข้าข่ายฟ้องเอกชน

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ ตีตกคำร้องปมถูก‘ธรรมนัส’ฟ้องปิดปาก ชี้เข้าข่ายฟ้องเอกชน

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.42 น.

ศาลรธน.มติเอกฉันท์ไม่รับวินิจฉัย ปมร้องถูก”ธรรมนัส”ฟ้องปิดปากขัดรธน. ชี้เข้าข่ายฟ้องเอกชน ต้องใช้สิทธิศาลอื่น

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยในคดีที่นายธวัชชัย แก้วคงคา ผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดย ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า ตนถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพและได้รับความเดือดร้อนเสียหาย จากการที่ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้ถูกร้องที่ 1 มอบอำนาจให้นายอาทิตย์ มานัสสา ผู้ถูกร้องที่ 2 ร้องทุกข์ต่อร้อยตำรวจเอก สุชาติ วงศ์ประกาย ผู้ถูกร้องที่ 3 พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองพะเยา เพื่อดำเนินคดีอาญาแก่ผู้ร้องในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ผู้ร้องเห็นว่าการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสาม ทำให้ผู้ร้องถูกดำเนินคดีซึ่งมีลักษณะปิดปากผู้ร้องและถูกตั้งข้อกล่าวหา ที่รุนแรงเกินจริง และเป็นการใช้อำนาจที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 มาตรา 4มาตรา 34 และมาตรา 50

โดยศาลฯเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ การร้องทุกข์ของร้อยเอก ธรรมนัส ผู้ถูกร้องที่ 1 และนายอาทิตย์ ผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นการกระทำในฐานะเอกชนผู้เสียหาย มิได้เกิดจากการกระทำ ของหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานซึ่งใช้อำนาจรัฐตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 47 ส่วนการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสาม หากผู้ร้องเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ ผู้ร้องอาจใช้สิทธิทางศาลอื่นได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคสาม เป็นกรณีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดกระบวนการร้องหรือผู้มีสิทธิ ขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะแล้วตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณา ของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561มาตรา 47(2) ซึ่งมาตรา 46วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213

โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย

ทรงศักดิ์​ ยัน​ ไม่ใช่รัฐมนตรีช่วยในคลิป รับตกใจมีโกงสอบท้องถิ่น กำชับปิดช่องโหว่มาตลอด

ทรงศักดิ์​ ยัน​ ไม่ใช่รัฐมนตรีช่วยในคลิป รับตกใจมีโกงสอบท้องถิ่น กำชับปิดช่องโหว่มาตลอด

ทรงศักดิ์​ ยัน​ ไม่ใช่รัฐมนตรีช่วยในคลิป รับตกใจมีโกงสอบท้องถิ่น กำชับปิดช่องโหว่มาตลอด

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.30 น.

ทรงศักดิ์​  แจง ไม่ใช่รัฐมนตรีช่วยตามคลิปอ้างโยงทุจริต​ สอบขรก.ท้องถิ่น​  รับ​ ตกใจ​ ที่ผ่านมากำชับปิดช่องโหว่ตลอด​ 

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา 15.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์​ ทองศรี​ รองนายกรัฐมนตรี​ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตคลิปเสียงโดยมีข้อความช่วงหนึ่งอ้างว่า มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น​ว่า​ ​เรื่องดังกล่าวมีการกำชับอย่างเด็ดขาด​ถึงขั้นลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ให้มีหลายหน่วยงานมาช่วยตรวจสอบติดตามเพื่อไม่ให้มีการทุจริตในการจัดสอบ​ ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นตนเพิ่งทราบจากข่าว ที่เอาคำตอบไปแก้ไขเพื่อให้ได้คะแนนตามบัญชีที่มีการประกาศออกไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่า เรื่องดังกล่าวหลุดไปในขั้นตอนปฏิบัติหรือไม่​ นายทรงศักดิ์​ กล่าวว่า​ ในเรื่องของการจัดสอบท้องถิ่น จะมีกองกลาง โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.​) มีหน้าที่ในการจัดสอบ​ และทางกรมไปประสานกับทางมหาวิทยาลัยเข้ามาดำเนินการจัดสอบ โดยที่กรมจะเข้าไปกำกับดูแล ไม่สามารถไปก้าวล่วงถึงวิธีการได้​ แต่ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำและเชิญหลายหน่วยงานมาเป็นสักขีพยาน​และช่วยตรวจสอบ คนเหล่านั้นยังทำหน้าที่มาตลอดจนกระทั่งเป็นข่าวว่า มีการทุจริตออกมา ซึ่งตนรู้สึกตกใจ เพราะมีการปิดช่องว่างมาตลอด

เมื่อถามว่า ได้ฟังคลิปเสียงที่มีการพาดพิงถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้วหรือไม่ นายทรงศักดิ์​ กล่าวว่า รัฐมนตรีช่วยมีหลายคน ตนยอมรับว่า เคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่ยืนยันได้ว่า กำชับมาโดยตลอด และติดตามดู เพราะที่ผ่านมามีข่าวว่า มีการทุจริตในการสอบ​ และมีตัวเลขตามที่เป็นข่าว ได้เชิญหน่วยงานมาหารือเพื่อปิดช่องว่างที่มีโอกาส​จะทุจริต​ โดยมีการออกข้อสอบ 5 ชุด มีคณะกรรมการและโรงพิมพ์ ตรวจสอบที่มาของการขนส่งข้อสอบ​  และเมื่อตรวจข้อสอบแล้วต้องมีการลงชื่อและส่งกลับคืนมา

เมื่อถามย้ำว่า ในขณะที่เกิดเหตุท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมาหลายสมัย นายทรงศักดิ์​ กล่าวว่า มีข่าวว่าเป็นรัฐมนตรีช่วย​ ตนเป็นรัฐมนตรีช่วยจริงๆ ไม่ได้ปฏิเสธอะไร แต่ไม่น่าจะเป็นรัฐมนตรีช่วยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

เมื่อถามว่า ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันพรรคภูมิใจไทยมีกระแสข่าวในหลายเรื่อง นายทรงศักดิ์​ กล่าวว่า​ ก็เป็นไปตามข่าว​ มีแต่ข่าวออกมา​ ตนดูตามข่าวเหมือนกัน

ศาลรัฐธรรมนูญ ตีตก ปมร้องรัฐบาลตั้งคำถามประชามติแก้ รธน.

ศาลรัฐธรรมนูญ ตีตก ปมร้องรัฐบาลตั้งคำถามประชามติแก้ รธน.

ศาลรัฐธรรมนูญ ตีตก ปมร้องรัฐบาลตั้งคำถามประชามติแก้ รธน.

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.23 น.

ศาลรธน.ตีตก ปมร้องรัฐบาลตั้งคำถามประชามติแก้รธน.ขัดคำวินิจฉัยเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ชี้คำร้องไม่เข้าหลักเกณฑ์ -แค่แสดงความเห็น

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาในคดีที่น.ส.ณัฐธิดา นิโครธางกูร ผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดย

น.ส.ณัฐธิดา กล่าวอ้าง ว่านายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 1 และคณะรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 2 จัดให้มี การออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 ก.พ. โดยกำหนดประเด็นคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่า สมควรจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” ไม่ตรงกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568ลงวันที่ 10 ก.ย. 68 เป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง และเป็นการกระทำ ที่นำไปสู่การล้มล้างการปกครองผ่านการทำประชามติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ประกอบมาตรา 50(7)

โดยศาลฯเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสาร ประกอบไม่ปรากฏว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงและได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำ ของผู้ถูกร้องทั้งสองอย่างไร เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของผู้ร้องเท่านั้น กรณีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213

ส่วนที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่าการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองนำไปสู่การล้มล้างการปกครอง ผ่านการทำประชามติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ประกอบมาตรา 50 (7) นั้นเห็นว่า ข้อเท็จจริงตาม คำร้องและเอกสารประกอบไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้ร้องต่ออัยการสูงสุดเพื่อร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการ ให้เลิกการกระทำดังกล่าว กรณีไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคสอง ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49

ธนกร หนุนเพิ่ม เจ้าพนักงานคดี รับมือคดีซับซ้อน-ทนายปีศาจ

ธนกร หนุนเพิ่ม เจ้าพนักงานคดี รับมือคดีซับซ้อน-ทนายปีศาจ

ธนกร หนุนเพิ่ม เจ้าพนักงานคดี รับมือคดีซับซ้อน-ทนายปีศาจ

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.09 น.

“ธนกร”อภิปราย”ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง-ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม” ย้ำเพื่อยกระดับและเพิ่มเจ้าพนักงานคดี ไม่ได้เพิ่มผู้พิพากษา ชี้เป็นการสร้างบุคลากรกฎหมายคุณภาพ จากผู้ที่มีประสบการณ์จริงในกระบวนการยุติธรรมช่วยงานผู้พิพากษา ยกทนายจิตตรี-คดี Forex พิสูจน์ชัดเราต้องการคนเก่งเพื่อตามทันคดีซับซ้อนซ่อนเงื่อน

24 มิถุนายน 2569 นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่า ความยุติธรรมที่ดี ต้องมาถึงประชาชนในเวลาที่เหมาะสม วันนี้ศาลต้องเผชิญทั้งจำนวนคดีที่เพิ่มขึ้น ความซับซ้อนของข้อพิพาท และพยานหลักฐานที่มีรายละเอียดมากขึ้น ธุระกรรมการเงิน ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล จึงจำเป็นต้องปรับระบบการทำงานให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ ไม่ใช่การเพิ่มตำแหน่งผู้พิพากษา แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมเร็วขึ้น ทั้งนี้ ปัจจุบันมีคดีเข้าสู่ระบบประมาณ 2 ล้านคดีต่อปี ขณะที่ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นทั่วประเทศมีอยู่ประมาณ 2,800 คน ต้องรับผิดชอบคดีเฉลี่ย 300 – 400 คดีต่อคนต่อปี ส่งผลให้ภาระงานของศาลเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“การเพิ่มผู้ช่วยศาล หรือเจ้าพนักงานคดี ไม่ได้เพิ่มผู้พิพากษา ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง สาระสำคัญคือ กำหนดสถานะและบทบาทของเจ้าพนักงานคดีให้มีฐานะทางกฎหมายที่ชัดเจน สามารถปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือศาลได้อย่างเป็นระบบ ส่วนร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมนั้น เป็นการยกระดับสถานะของเจ้าพนักงานคดีให้เป็นข้าราชการตุลาการสายวิชาชีพเฉพาะด้าน และเปิดโอกาสให้ผู้สำเร็จการศึกษาด้านนิติศาสตร์ที่ปฏิบัติหน้าที่เจ้าพนักงานคดีมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี ใช้ประสบการณ์ดังกล่าวเป็นคุณสมบัติในการสมัครสอบเข้าสู่สายตุลาการได้ ถือเป็นการสร้างบุคลากรกฎหมายคุณภาพจากผู้ที่มีประสบการณ์จริงในกระบวนการยุติธรรม” นายธนกร กล่าว

นายธนกร กล่าวอีกว่า เจ้าพนักงานคดีไม่มีอำนาจพิพากษาคดี ไม่มีอำนาจวินิจฉัยข้อกฎหมาย และไม่มีอำนาจตัดสินข้อพิพาท อำนาจดังกล่าว ยังคงเป็นของผู้พิพากษาแต่เพียงผู้เดียว นอกจากนี้ ปัจจุบันศาลยุติธรรมมีเจ้าพนักงานคดี 481 อัตรา กระจายอยู่ในศาลทั่วประเทศ แต่ที่ผ่านมาเส้นทางความก้าวหน้าในสายงานยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควร ร่างกฎหมายฉบับนี้จึงเข้ามาเติมเต็มโดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่จริง มีประสบการณ์จริง และมีความรู้ทางกฎหมาย สามารถพัฒนาตนเองไปสู่สายตุลาการได้ในอนาคต เป็นการสร้างบุคลากรกฎหมายคุณภาพให้กับประเทศในระยะยาว

“ผมยกตัวอย่างกรณีของทนายจิตตรี หากผู้พิพากษาเจอแบบนี้ก็ยิ่งเครียด แม้ว่าจะเป็นแค่ละคร แต่เชื่อว่าในชีวิตจริงก็อาจจะมี เช่นเดียวกับคดีหลอกลงทุนแลกเปลี่ยนอัตราเงินต่างประเทศ หรือ Forex ที่วันนี้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เราต้องการคนเก่งมาช่วยผู้พิพากษาถึงจะตามทันคดีที่มีความซับซ้อน ดังนั้น การปฏิรูปที่ดี ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการสร้างระบบใหม่เสมอไป แต่ต้องทำให้ระบบที่มีอยู่ ทำงานเพื่อประชาชนได้ดียิ่งขึ้น” นายธนกร กล่าว

ศาลรัฐธรรมนูญ ยังรอความเห็นจากพยานผู้เชี่ยวชาญ ปม กกต.ทำบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด

ศาลรัฐธรรมนูญ ยังรอความเห็นจากพยานผู้เชี่ยวชาญ ปม กกต.ทำบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด

ศาลรัฐธรรมนูญ ยังรอความเห็นจากพยานผู้เชี่ยวชาญ ปม กกต.ทำบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.57 น.

ศาลรัฐธรรมนูญ ยังรอคอมเมนท์จากพยานผู้เกี่ยวข้อง ปมกกต.ทำบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะ (ผู้ถูกร้อง) ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งบาร์โค้ด และรหัสคิวอาร์โค้ด ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 72 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) มาตรา 43 วรรคสอง มาตรา 85  มาตรา 95 และมาตรา 224

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ให้รอความเห็นของพยานผู้เชี่ยวชาญถ้อยคำพยาน และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาให้สำนักงานศาลรัฐธธรรมนูญศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ 6 ราย พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ได้ชั้นที่ 1

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ 6 ราย พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ได้ชั้นที่ 1

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ 6 ราย พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ได้ชั้นที่ 1

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.40 น.

24 มิถุนายน 2569 ราชกิจจานุเบกษา ประกาศเรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ จำนวน 6 ราย ดังนี้

เหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 1

1. พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล

เหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 2

1. พันโท สมชาย กาญจนมณี

2. พันตำรวจเอก ธรรมนิธิ วนิชย์ถนอม

3. พลอากาศเอก อำนาจ จีระมณีมัย

4. พลเอก จักรภพ ภูริเดช

5. ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน พุทธศักราช 2569

ประกาศ ณ วันที่ 23 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

– 006