สีหศักดิ์ เตรียมบินร่วมประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ที่เจนีวา

สีหศักดิ์ เตรียมบินร่วมประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ที่เจนีวา

สีหศักดิ์ เตรียมบินร่วมประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ที่เจนีวา

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.33 น.

“สีหศักดิ์” เตรียมเยือนนครเจนีวา ร่วมประชุม HRC สมัยที่ 61

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ  กล่าวว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.กต. มีกำหนดจะเดินทางเยือนนครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับสูงของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Council: HRC) สมัยที่ 61 ระหว่างวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2569  ในช่วงการประชุมระดับสูง (high-level segment) ที่นครเจนีวา  รมว.กต. จะเป็นผู้แทนไทยกล่าวถ้อยแถลงในการประชุม HRC โดยจะย้ำผลกระทบของขบวนการ ออนไลน์สแกม จากมุมมองสิทธิมนุษยชนด้วย ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการตกเป็นเหยื่อ การหลอกลวงทางการเงิน การบังคับใช้แรงงาน การลิดรอนเสรีภาพ ความรุนแรงทางจิตใจ และการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมต่อประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้     

นอกจากนี้ จะได้แสดงวิสัยทัศน์จากบทบาทที่ไทยจัดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เมื่อเดือนธันวาคม 2568 และในมิติการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ซึ่งไทยมีความคืบหน้าในหลายด้าน ในโอกาสที่ไทยเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ วาระปี ค.ศ. 2025 – 2027 ด้วย

โดย รมว.กต.จะใช้โอกาสการเดินทางเยือนนครเจนีวาครั้งนี้ พบหารือผู้บริหารระดับสูงขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งรวมถึงข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อหารือถึงแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทยกับสหประชาชาติในมิติต่าง ๆ และแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ที่สำคัญ ๆ ในภูมิภาค โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยจะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการต่าง ๆ ของไทยบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ หลักสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรม และสอดคล้องกับถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ทั้งสองฝ่ายลงนามเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568           

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการฯ มีกำหนดเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองที่จัดโดยแซมเบีย ในฐานะประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) ครั้งที่ 23 ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีในการกระชับความสัมพันธ์กับท่านประธานฯ และย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยในการปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวา และขอให้มีการดำเนินการต่อรัฐภาคีที่ละเมิดอนุสัญญาดังกล่าวด้วย

และก่อนหน้าที่จะไปเจนีวา รัฐมนตรีว่าการฯ จะไปเยือนกรุงปารีส เพื่อพบกับผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO ด้วย

เรืองไกร ชี้ ปมบาร์โค้ดอย่าคิดมาก จี้ สอบ พรรคประชาชน ปม Spectre C

เรืองไกร ชี้ ปมบาร์โค้ดอย่าคิดมาก จี้ สอบ พรรคประชาชน ปม Spectre C

เรืองไกร ชี้ ปมบาร์โค้ดอย่าคิดมาก จี้ สอบ พรรคประชาชน ปม Spectre C

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.34 น.

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรม การการเลือกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคการเมืองเก็บข้อมูลเลเซอร์ไอดีจากผู้ที่เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรค อาจส่งผลทำให้ข้อมูลของประชาชนรั่วไหลหรือไม่ ว่า ถ้าเราไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค แล้วถ้าพรรคการเมืองขอเก็บเลเซอร์ไอดี แล้วเราให้ ก็จะเป็นความยินยอมทั้ง 2 ฝ่าย คนไม่รู้ก็จะไปบอกว่าเรื่องนี้ไปยินยอมกันได้หรือไม่ ต้องดูว่ากฎหมายครอบคลุมถึงเรื่องนี้หรือเปล่า อย่างถ้าไปที่ธนาคารเขาจะต้องนำบัตรประชาชนของเราไปเสียบเพื่อยืนยันตัวตนการที่บุคคลที่ 3 บอกว่าเขาจะไปทำอย่างนั้นอย่างนี้เราพิสูจน์ได้หรือไม่ เวลาขึ้นศาลในหลาย ๆ คดี ศาลอาจจะบอกว่าเรื่องนี้เป็นการคาดเดาหรือคาดการณ์

เมื่อถามว่ามีคนไปเชื่อมโยงกับกรณีบาร์โค้ดที่อยู่บนบัตรเลือกตั้งว่าอาจจะทำให้ความลับรั่วไหลหรือไม่ นายเรืองไกร กล่าวว่า “Think to much” คิดมากไป ส่วนมุมมองกรณีบริษัท สเปคเตอร์ซี ของพรรคประชาชน นายเรืองไกร กล่าวว่า เรื่องนี้มีมุมที่น่าสนใจ ซึ่งน.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ให้ข้อมูลเยอะไปหน่อยอาจจะมีผลย้อนเข้าตัวได้ ซึ่งตนกำลังเก็บรายละเอียดอยู่ ซึ่งตนยังไม่เห็นข้อเท็จจริงว่าพรรคการเมืองไปถือหุ้นบริษัท สเปคเตอร์ซี หรือไม่ ซึ่งถ้าพรรคประชาชนไปถือหุ้นบริษัทดังกล่าว ก็จะเข้าข่ายยุบพรรค ซึ่งจะเป็นข้อห้ามให้พรรคการเมืองประกอบธุรกิจ

เรืองไกร

“การพยายามแก้ต่าง การไปคลุมผ้า พานักข่าวไปดูพิธีล้างองล้างแอร์ ผมว่าไม่ใช่ ตกใจเร็วไปหน่อย เหมือนพยายามทำให้เรื่องที่ไม่ถูกให้มันถูก ส่วนที่อ้างว่าเอาพนักงานบัญชี พนักงานกฎหมาย หรือฝ่ายคอมพิวเตอร์ ไปฝากอีกบริษัทหนึ่ง ผมถามคำเดียวว่าพรรคได้ประโยชน์จากบริษัทนี้หรือไม่ หรือพรรคนำเงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองไปจ่ายเป็นค่าจ้างหรือไม่ ถ้าผมเข้าไปตรวจยุ่งเลยนะ” นายเรืองไกร กล่าว

เรืองไกร
เรืองไกร
เรืองไกร

ปูดกปน.พะเยา เขต1 ส่อรับเงิน กาเเต้มให้ปชน.-บางพรรค

ปูดกปน.พะเยา เขต1 ส่อรับเงิน กาเเต้มให้ปชน.-บางพรรค

ปูดกปน.พะเยา เขต1 ส่อรับเงิน กาเเต้มให้ปชน.-บางพรรค

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.30 น.

ปูดกปน.พะเยา เขต1 ส่อรับเงิน กาเเต้มให้ปชน.-บางพรรค

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงนี้สังคมกดดันการทำหน้าที่ของสำนักงานกกต.ว่ารายงานผลการเลือกตั้งสส./การทำประชามติ วันที่8กพ.ล่าช้าเเละมีสิ่งผิดปกติหลายวาระ เช่น การนับคะเเนนของหน่วยเลือกตั้งที่ไม่ตรง/การรายงานผลการเลือกตั้งที่ยุติไว้ที่ร้อยละ94 /บัตรเลือกตั้งสส.ที่มีบาร์โค้ดเเละคิวอาร์ โค้ดที่บางฝ่ายระบุว่าสามารถสืบค้นได้ว่าประชาชนคนใดลงคะเเนนให้พรรคใดเเละการลงคะเเนนจะไม่เป็นความลับ/การขอนับคะเเนนใหม่ทั่วประเทศ/การฟ้องร้องสามศาลให้ดำเนินคดีกับสำนักงานกกต.

เเหล่งข่าวจากสำนักงานกกต.กล่าวว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มติที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งมีนโยบายว่าต้องโปร่งใส ยุติธรรม ตรวจสอบได้เเละกฎหมายให้อำนาจกกต.รับรองผลการเลือกตั้งภายใน60วัน อย่าลืมว่าหน่วยเลือกตั้งสส.77จังหวัด 400เขตนั้นมี99487หน่วย ดังนั้นทุกอย่างต้องโปร่งใสเเละใช้เวลาตรวจสอบเพื่อความรอบเเละโปร่งใสเพราะกกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดกฎหมายเคร่งครัดเเละสั่งให้ตรวจสอบทุกคำร้องเรียน/การจับกุมการทุจริต  โดยกกต.เเละตำรวจว่า  ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดเเละนำคนผิดมาลงโทษให้ได้

เเหล่งข่าวจากสำนักงานกกต.เเจ้งว่ากรณีการทุจริตเลือกต้้งสส.วันที่8กพ.นั้นมีการร้องเรียนการทุจริตเเละกกต.ตรวจพบรวมเเล้วในตอนนี้113เรื่องนั้น รวมทั้งยังขยายผลสอบสวนการทุจริตเลือกตั้งเพิ่มเติมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ว่าร่วมทุจริตหรือไม่

เเหล่งข่าวจากสำนักงานกกต.ระบุว่ากปน.รายหนึ่ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 4 ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา  ไปแสดงตนแทนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและฉีกบัตรเลือกตั้งจำนวน 7 ใบ ก่อนเข้าไปภายในคูหาเพื่อทำเครื่องหมายลงคะแนนขณะกำลังจะหย่อนบัตรเลือกตั้งลงในหีบบัตร เเต่ประธานกปน.สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงทักท้วงและเข้าระงับเหตุไว้ได้ ส่งผลให้บัตรเลือกตั้งดังกล่าว ยังไม่ได้ถูกหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งแต่อย่างใด  จนทำให้กกต.ต้องสั่งให้มีการลงคะเเนนใหม่ในหน่วยนี้

เเหล่งข่าวจากสำนักงานกกต.เเจ้งว่า  จากรายงานของสำนักงานกกต.จังหวัดพะเยาเเจ้งว่า กปน.รายนี้มีท่าทีพิรุธในช่วงที่กปน.คนอื่นๆไปรับประทานอาหารกลางวัน  เเละประชาชนมาใข้สิทธิบางตา   โดยกปน.คนนี้กาบัตรลงคะเเนนให้พรรคประชาชน (สส.บัญชีรายชื่อ) 5ใบ เเละพรรคอื่นๆ พรรคละ1ใบ  รวมเจ็ดใบ  โดยในช่วงที่จับกุมได้นั้น  สอบสวนเบื้องต้นทราบว่ากปน.รายนี้เป็นชาวบ้านที่เข้ามาอบรมเป็นกปน. เเละกปน.รายนี้ยอมรับในเบื้องต้นว่าได้รับค่าจ้างลงคะเเนนใบละ400บาท  เเม้ตอนหลังกปน.รายนี้จะกลับคำให้การเเละขอให้การในชั้นศาลก็ตาม 

“ตรงนี้น่าพิจารณาว่า ใครในพรรคประชาชนเเละอีกสองพรรคจ้างกปน.รายนี้ทุจริตเเละกกต.กำลังสอบสวนขยายผล   หากพบว่าเเกนนำพรรค/ผู้บริหารพรรคใดว่าจ้างกปน.รายนี้กระทำการทุจริตก็อาจโดนยุบพรรคได้  เพราะสอดรับการเคลื่อนไหวของบางพรรคที่ไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งนี้เเละเรียกร้องให้นับคะเเนนใหม่/เลือกตั้งใหม่นั้น ตรงนี้น่าพิจารณา”เเหล่งข่าวระบุ

เช็กเลย! กกต.แจ้งพิกัดเลือกตั้ง-ประชามติ-นับคะแนนใหม่ พื้นที่ กทม.-น่าน-อุดรธานี 22 ก.พ.นี้

เช็กเลย! กกต.แจ้งพิกัดเลือกตั้ง-ประชามติ-นับคะแนนใหม่ พื้นที่ กทม.-น่าน-อุดรธานี 22 ก.พ.นี้

เช็กเลย! กกต.แจ้งพิกัดเลือกตั้ง-ประชามติ-นับคะแนนใหม่ พื้นที่ กทม.-น่าน-อุดรธานี 22 ก.พ.นี้

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.57 น.

กกต.แจ้งพิกัดลงคะแนนเลือกตั้ง-ประชามติ-นับคะแนนใหม่ พื้นที่ กทม. คันนายาว หน่วย 9,10 รวมถึง ‘น่าน-อุดรธานี’ วันที่22 ก.พ.นี้ ย้ำเวลาต่างกัน ตรวจสอบก่อนใช้สิทธิ  

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเอกสารแจ้งสถานที่สำหรับการนับคะแนนใหม่ และออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสส.ใหม่ ในวันที่ 22 ก.พ.2569 ดังนี้ 1. การนับคะแนนบัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ และนับคะแนนการออกเสียงประชามติ ใหม่ ของหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติที่ 10 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว เขตเลือกตั้งที่ 15 กรุงเทพมหา นคร ณ บริเวณอาคารอมรพันธ์แซทเทอ ไลท์คอนโดทาวน์ (R4) แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพ มหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 เวลา 10.00 น.

2. การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ และการออกเสียงประชามติ ใหม่ ของหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชา มติที่ 9 เขตเลือกตั้งและเขตออกเสียงประชามติที่ 15 กรุงเทพมหานคร ณ บริเวณอาคารอมรพันธ์แซทเทอไลท์คอนโดทาวน์ (R4) แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น.

3. การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ ของเขตเลือกตั้งที่ 6 อำเภอไชยวาน หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ตำบลโพนสูง จังหวัดอุดรธานี ใหม่ ณ ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ที่ 4 ตำบลโพนสูง อำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานี ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น.

4. การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ของเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองน่าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ตำบลไชยสถาน จังหวัดน่าน ใหม่ ณ หอประชุมบ้านศรีเกิด ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น.

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้ง ตามข้อ 2, 3 และ 4 ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงลงคะแนนในวันดังกล่าว  และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานกกต. http://www.ect.go.th หรือสำนักงานกกต.ประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444

เปิดใจ ผอ.กกต.กำแพงเพชร หลังโพสต์ท้าลาออก ลั่นไม่ได้สร้างกระแส แค่อยากให้ปชช.เชื่อมั่น

เปิดใจ ผอ.กกต.กำแพงเพชร หลังโพสต์ท้าลาออก ลั่นไม่ได้สร้างกระแส แค่อยากให้ปชช.เชื่อมั่น

เปิดใจ ผอ.กกต.กำแพงเพชร หลังโพสต์ท้าลาออก ลั่นไม่ได้สร้างกระแส แค่อยากให้ปชช.เชื่อมั่น

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.41 น.

ระอุ ผอ.กกต.กำแพงเพชร ท้าลาออก ปมความลับบัตรเลือกตั้ง 69 เย้ย กูรู…ชี้ กปน. ลงคะแนนแทนผู้พิการยังไงก็เป็น “ความลับ”

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีประเด็นดราม่าเดือดบนโลกออนไลน์ เมื่อ นายคงยศ บุญรักษ์ ผอ.กกต.จังหวัดกำแพงเพชร ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ท้าทายกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการรักษาความลับในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดกำแพงเพชร ที่พึ่งผ่านพ้นไปนี้

นายคงยศ บุญรักษ์ ผอ.กกต.จังหวัดกำแพงเพชร ได้โพสต์ข้อความระบุชัดเจนว่า “ผมขอท้า ใครเจาะระบบความลับบัตรเลือกตั้งกำแพงเพชรได้ว่า บัตรเป็นของใคร เลือกใคร ผมยอมลาออก” เพื่อยืนยันว่าระบบการจัดการบัตรเลือกตั้งนั้นรัดกุมจนไม่มีใครสามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนนได้

นอกจากนี้ ยังมีการโพสต์ถึง เหล่า “กูรู” ที่ตั้งคำถามถึงความโปร่งใส โดยเฉพาะกรณีที่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ต้องอำนวยความสะดวกให้ผู้พิการหรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถทำเครื่องหมายเองได้ โดยนายคงยศ ระบุว่า เมื่อกฎหมายบอกว่า กปน. ลงคะแนนแทนผู้มีสิทธิได้ และถือเป็นการลงคะแนนโดย ตรง และ ลับ 

ขณะนี้ชาวเน็ตและผู้ติดตามสถานการณ์การเมืองต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ทั้งที่เห็นด้วยกับความมั่นใจในระบบ และกลุ่มที่ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย 

ทั้งนี้ การเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฏรจึงหวัดกำแพงเพชร ที่พึ่งผ่านพ้นไปโดยมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 1,175 หน่วย ผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด 569,706 คน โดยมีประกาศให้จังหวัดกำแพงเพชร มีการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองกำแพงเพชร หน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบนนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล หน่วยเลือกตั้งที่ 14 ตำบลเทพนคร ขณะนี้ทางคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดกำแพงเพชร มีความพร้อมที่จะนับคะแนนใหม่ คาดว่าจะภายในสัปดาห์หน้า ที่สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดกำแพงเพชร แต่เพื่อความชัดเจนต้องรอคณะกรรมการเลือกตั้งกลางแจ้งถึงความชัดเจนอีกครั้ง

 ด้าน นายคงยศ บุญรักษ์ ผอ.กกต.จังหวัดกำแพงเพชร ได้ให้สัมภาษณ์ถึงทั้งเรื่องทั้งสองประเด็นว่า มีสองมุมมองในสังคม ทั้งมุมมองว่าบัตรจะเข้าไปถึงตัวบุคล รับรู้ข้อมูลส่วนตัว ผลของการที่เขากากบาท โดยแทร็กจากตัวบาร์โค้ด จากที่ตนโพสต์ดังกล่าวจนเป็นกรกะแสไม่ได้ต้องการที่จะสร้างกระแส เป็นเพียงสร้างความเชื้อมั่นให้กับประชาชน ว่าทุกอย่างเป็นความลับไม่มีทางที่ข้อมูลจะรั่วไหลอย่างแน่นอน และเป็นความลับทางกฎหมายโดยที่มีข้อกฎหมายลองรับว่าปิดผนึกด้วยวิธีการต่างๆ 

 จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ตำแหน่งที่ตนดำรงอยู่นี้ มาจากภาษีของประชาชน ซึ่งเอาตำแหน่ง ผอ.กกต.กำแพงเพชร เป็นประกัน หากมีข้อมูลรั่วไหลออกไปก็ไม่สมควรที่จะอยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไป

ส่วนเรื่องการนับคะแนนใหม่ ทางคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดกำแพงเพชร มีความพร้อมทั้งคนและสถานที่ โดยความชัดเจนต้องรอคณะกรรมการเลือกตั้งกลางถึงความชัดแจนอีกครั้ง ซึ่งของจังหวัดกำแพงเพชรคาดว่า จะให้สถานที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดกำแพงเพชร เป็นสถานที่นับคะแนนใหม่ ทั้ง 2 หน่วย คือ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองกำแพงเพชร หน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบนนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล หน่วยเลือกตั้งที่ 14 ตำบลเทพนคร
 
ขณะที่ สาเหตุที่ต้องนับคะแนนใหม่ เนื่องจากจำนวนบัตรกับผู้มาใช้สิทธิ์ตรงกัน แต่พอมานับคะแนนจำนวนบัตรแบบบัญชีรายชื่อขาดไป 2 ใบ เพื่อความโปร่งใส่ 2 คะแนนก็มีค่าเพราะคือคะแนนเสียงของประชาชน จึงได้มีการนับคะแนนใหม่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ผอ.กกต.กำแพงเพชร ท้าใครเจาะระบบความลับบัตรเลือกตั้ง69 ได้ ยอมลาออก

เปิดระเบียบกรมการปกครอง พรรคส้มส่อผิดปมเก็บ Laser ID

เปิดระเบียบกรมการปกครอง พรรคส้มส่อผิดปมเก็บ Laser ID

เปิดระเบียบกรมการปกครอง พรรคส้มส่อผิดปมเก็บ Laser ID

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.21 น.

18 กุมภาพันธ์ 2569 จากกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่า พรรคประชาชน (ปชน.) ขอข้อมูลผู้สมัครเป็นสมาชิกพรรคนั้นต้องกรอกข้อมูลส่วนบุคคลจากบัตรประชาชน โดยเฉพาะการขอข้อมูลรหัส 12 หลัก หลังประชาชน (Laser ID) เพื่อไว้ตรวจสอบ แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า พรรคประชาชน อาจฝ่าฝืน พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (กฎหมาย PDPA) เพราะ พ.ร.ป.พรรคการเมือง นั้น วางหลักไว้ว่า พรรคการเมืองไม่ใช่หน่วยงาน/องค์กรภาครัฐ หรือสถาบันการเงิน ที่จะมีสิทธิตามกฎหมายในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนได้ แม้พรรคประชาชน จะโพสต์เหตุผลในการขอ Laser ID ของผู้จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคไว้ แต่เมื่อพิจารณาประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่องการรายงานทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ของสำนักงาน กกต.ข้อ 5 ระบุว่า เอกสารการรับสมัครสมาชิกพรรคการเมืองประกอบการรายงาน ตามข้อ 4 ประกอบด้วย

(1) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน (ที่ยังไม่หมดอายุ)

(2) สําเนาทะเบียนบ้านด้านหน้า

(3) สําเนาหนังสือสําคัญการแปลงสัญชาติกรณีมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีหรือเอกสารอื่นใดที่ใช้ยืนยันแทนได้

(4) สําเนาใบเสร็จรับเงินค่าบํารุงพรรคการเมือง

ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน อ้างว่า การเก็บข้อมูลจาก Laser ID นั้น พรรคปฏิบัติตามที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ระบุ แต่มีการยืนยันในชั้นต้นจากแหล่งข่าวในกรมการปกครอง ว่าพรรคประชาชนขออนุญาตจากกรมการปกครอง ในการตรวจสอบข้อมูล Laser ID ใหม่อีกครั้ง และยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของกรมการปกครอง ว่าจะอนุญาตหรือไม่ และมีรายงานว่า กรมการปกครองชี้แจงชั้นต้นว่า การที่พรรคประชาชนอ้างถึงกระบวนการเก็บรหัส Laser ID หลังบัตรประชาชน นั้น เป็นไปตามขั้นตอนกรมการปกครอง ที่ให้พรรคการเมืองเก็บเพื่อยืนยันตัวตน/ป้องกันไม่ให้นำคนต่างด้าวมาสมัครสมาชิก โดยการสวมเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ว่าเรื่องนี้พรรคประชาชนทำหนังสือถึงกรมการปกครอง เพื่อขอใช้ระบบการตรวจสอบรายการบัตรสมาร์ทการ์ดเท่านั้น และเป็นการตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นข้อมูลของบุคคลนั้นๆ ว่าจริงหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนการยืนยันว่าเป็นข้อมูลของพรรคเอง กรมการปกครองไม่ได้มีคำสั่งแบบนั้นไปยังพรรคประชาชนให้ปฏิบัติ

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา เพจ “Fact Check-พรรคประชาชน” ได้ออกมาเปิดเผยว่า การใช้ Laser ID (รหัสหลังบัตรประชาชน) ในการสมัครสมาชิก เป็นมาตรการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยและเป็นสากล เช่นเดียวกับระบบธนาคาร เพื่อป้องกันการสวมสิทธิและตรวจสอบคุณสมบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 5 ข้อ โดยข้อ 4 ปรากฏข้อความที่น่าพิจารณาว่า 4.ปัจจุบันพรรคประชาชน “อยู่ระหว่างกระบวนการขออนุญาตจากกรมการปกครอง ในการตรวจสอบข้อมูล Laser ID ใหม่อีกครั้ง เนื่องมาจากการยุบพรรคก้าวไกล โดยระหว่างที่กระบวนการขออนุญาตยังไม่เสร็จสิ้น” พรรคประชาชนไม่มีการเก็บรวบรวม ใช้ เผยแพร่ หรือส่งต่อข้อมูล Laser ID แต่อย่างใด – อย่างไรก็ตาม เพื่อมีกลไกในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ พรรคได้มีระบบยืนยันตัวตนอื่นๆ เช่น ระบบ OCR ในการยืนยันว่าบุคคลผู้ประสงค์สมัครสมาชิกพรรคเป็นเจ้าของบัตรประชาชนจริง

ด้านเว็บไซต์ สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง (https://www.bora.dopa.go.th/information/activity-news/35807/) ระบุว่า หลักเกณฑ์การอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานเอกชนใช้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) ของกรมการปกครอง การขออนุญาตใช้งาน โดยมีขั้นตอนดังนี้

1.หน่วยงานทำหนังสือขออนุญาตใช้งาน เรียน อธิบดีกรมการปกครอง ส่งมาตามที่อยู่ สำนักบริหารการทะเบียน 59 หมู่ 11 ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12150 (มีตัวอย่างหนังสือและแบบการขออนุญาตฯ)

2.หน่วยงานเข้าไปลงทะเบียนเพื่อขอใช้งานที่เว็บไซต์ https://digitalid.bora.dopa.go.th (สามารถทำพร้อมกับหนังสือขออนุญาตได้)

3.”เมื่อหน่วยงานได้รับอนุญาตให้ใช้งานระบบได้ กรมการปกครองจะดำเนินการอนุมัติในระบบลงทะเบียน พร้อมจัดส่งหนังสืออนุญาตและคู่มือการพัฒนาระบบให้กับหน่วยงานผู้ขออนุญาต”

ดังนั้น การที่พรรคประชาชนดำเนินการเก็บข้อมูล Laser ID ของผู้สมัครสมาชิกพรรค ที่ตอนนี้มีสมาชิกพรรคแล้วกว่า 1.1 แสนคนไปแล้ว โดยยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการปกครองนั้น อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย และยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า พรรคประชาชนไม่ได้นำข้อมูลส่วนบุคคลในบัตรประชาชนของสมาชิกพรรคไปใช้ แม้พรรคประชาชนจะอ้างว่าการดำเนินการดังกล่าวของพรรคเพื่อป้องกันการสวมสิทธิและตรวจสอบคุณสมบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย

รวมทั้งพิจารณาประกาศกรมการปกครอง เริ่องหลักเกณฑ์การขออนุญาตให้ส่วนราชการและหน่วยงานเอกชนใช้โปรแกรมสำหรับการอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (สมาร์ทการ์ด) ลงวันที่ 8 ต.ค.2561 จำนวน 12 ข้อ https://www.bora.dopa.go.th/wp-contenthttps://static.naewna.com/uploads/2022/01/pk611008.pdf โดยสิ่งที่น่าสนใจ คือ

ข้อ 5 กรมการปกครองจะอนุญาตให้หน่วยงานเอกชนใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชน ตามเงื่อนไขดังนี้

5.1 หน่วยงานนั้นจะต้องมีความจำเป็นในการขอตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ถือบัตร โดยเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานเอกชนที่กำหนดให้บุคคลที่ติดต่ดต่อขอทำธุรกรรมหรือนิติกรรมกับหน่วยงานต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน

5.2 จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของบัตรให้ตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัวประชาชน

6.เมื่อกรมการปกครองอนุญาตให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานเอกชนใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว ส่วนราชการหรือหน่วยงานเอกชนนั้นจะต้องมีหนังสือตอบรับการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมการปกครองกำหนดก่อน จึงจะสามารถใช้โปรแกรมดังกล่าวได้ โดยกรมการปกครองจะกำหนดรหัสข้อมูลที่จะใช้อ้างอิงในการประมวลผลให้เป็นไปตามมาตรฐานกลางเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงกันและเป็นเอกภาพ

“โดยในข้อที่ 5 และข้อที่ 6 ระบุใจความหลักว่า การอนุญาตใช้โปรแกรมนี้ต้องได้รับอนุญาต และต้องมีหนังสือตอบรับว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมการปกครองกำหนด”

แต่จากสิ่งที่พรรคประชาชนแจ้งกับสังคมนั้น เป็นการยอมรับว่า ได้ขออนุญาตกับกรมการปกครองแล้ว แต่กรมการปกครอง “ยังไม่ได้อนุญาต” ให้พรรคในการใช้โปรแกรมนี้ ดังนั้น หากพรรคประชาชนโดยนายทะเบียนสมาชิกพรรค ในฐานะผู้มีหน้าที่โดยตรงในการรวบรวมข้อมูลของสมาชิกพรรค และต้องรายงานต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง สำนักงาน กกต.นั้น หากพรรคประชาชนกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายหรือกระทำการใดๆ ในกรณีนี้ โดยที่ส่วนราชการ คือ กรมการปกครอง ยังไม่อนุญาตนั้น พรรคอาจมีความผิดด้วย และอาจจะเกิดผลกระทบ คือ ยุบพรรค ในการไปเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA ของสมาชิกพรรคโดยไม่จำเป็น และกฎหมาย/ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง (กรมการปกครอง) ยังไม่อนุญาตให้พรรคดำเนินการ

หากพรรคประชาชนมีความผิดในเรื่องนี้ อาจจะโดนยื่นยุบพรรค เพราะตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง นั้น องค์ประกอบสำคัญของคณะกรรมการบริหารพรรค ประกอบด้วย หัวหน้าพรรค, รองหัวหน้าพรรค, เลขาธิการพรรค, รองเลขาธิการพรรค, เหรัญญิกพรรค, นายทะเบียนสมาชิกพรรค, โฆษกพรรค และกรรมการบริหารพรรค โดยตอนนี้นายทะเบียนสมาชิกพรรคประชาชน คือ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม

ทั้งนี้ พรรคประชาชน นั้น นับเป็นพรรคลำดับที่ 3 ที่มีรากฐานและเชื่อมโยงจากพรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล โดยสองพรรคข้างต้นนั้น ถูกคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคด้วยเหตุผล คือ พรรคอนาคตใหม่ ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 เนื่องจากกรณีเงินกู้ยืม โดยศาลวินิจฉัยว่าการที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ให้พรรคกู้ยืมเงินจำนวน 191.2 ล้านบาท เป็นการรับบริจาคเงินหรือประโยชน์อื่นใดอันฝ่าฝืน มาตรา 72 แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 และพรรคก้าวไกล ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ในกรณีที่พรรคหาเสียงเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งศาลวินิจฉัยว่า เข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง

ราชกิจจาฯประกาศกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมใหม่ 28 ราย

ราชกิจจาฯประกาศกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมใหม่ 28 ราย

ราชกิจจาฯประกาศกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมใหม่ 28 ราย

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.28 น.

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เรื่อง การขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. 2568 ความว่า 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 18 (5) และมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. 2559 อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 จึงประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จำนวน 28 รายการ ดังต่อไปนี้

1.ประเภท รายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ต้องได้รับการส่งเสริมและรักษาอย่างเร่งด่วน

1.1 วรรณกรรมพื้นบ้านและภาษา
ระบบเขียนภาษามลายูปาตานี อักษรยาวี

1.2 ศิลปะการแสดง
จาปิง

1.3 แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล
1.3.1 ประเพณีการขึ้นเปลเด็ก
1.3.2 ประเพณีงานกระจาด

1.4 ความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล
ระหัดวิดน้ำลำตะคอง

1.5 งานช่างฝีมือดั้งเดิม
1.5.1 ผ้าไททรงดำ
1.5.2 การต่อเรือหัวโทง
1.5.3 ผ้าปักชาวเขาเผ่าเฆี่ยน
1.5.4 รถสองแถวไม้
1.5.5 กลองหลวงลำพูน
1.5.6 โลงมอญ
1.5.7 ทุงผะเหวดอุบลราชธานี

2.ประเภท รายการตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

2.1 วรรณกรรมพื้นบ้านและภาษา

2.1.1 สินไช
2.1.2 ตำนานเมืองฟ้าแดดสงยาง
 

2.2 ศิลปะการแสดง

2.2.1 โหวด
2.2.2 หมอลำ
2.2.3 กลองตึ่งโนง/ตึ่งโนง

2.3 แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล

2.3.1 ประเพณีและพิธีกรรมเกี่ยวกับกลองปู่จา
2.3.2 ประเพณีและพิธีกรรมเกี่ยวกับการแข่งเรือ
2.3.3 งานเจ้าพ่อศรีนครเตา

2.4 ความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล

2.4.1 ข้าวเม่า
2.4.2 ไก่ฆอและ
2.4.3 แกงมะแฮะ
2.4.4 ทอดมันหน่อกะลา

2.5 งานช่างฝีมือดั้งเดิม

2.5.1 สไบมอญน้ำเค็ม
2.5.2 ผ้าไหมชาติพันธุ์จังหวัดสุรินทร์

2.6 การเล่นพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้าน และศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว

2.6.1 เซปักตะกร้อ
2.6.2 วิ่งเปี้ยว

กกต.งดประชุมสัปดาห์นี้ หลังสั่งเลือกตั้ง-ประชามติใหม่บางหน่วย เผยยังไม่ทราบใช้บัตรแบบเดิมหรือไม่

กกต.งดประชุมสัปดาห์นี้ หลังสั่งเลือกตั้ง-ประชามติใหม่บางหน่วย เผยยังไม่ทราบใช้บัตรแบบเดิมหรือไม่

กกต.งดประชุมสัปดาห์นี้ หลังสั่งเลือกตั้ง-ประชามติใหม่บางหน่วย เผยยังไม่ทราบใช้บัตรแบบเดิมหรือไม่

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.05 น.

กกต.งดประชุมสัปดาห์นี้ หลังมีมติสั่งเลือกตั้งบางหน่วยและออกเสียงประชามติไปแล้ว แต่หากมีเรื่องด่วนพร้อมนัดประชุมทันที ด้าน ผอ.กกต.กทม. เผยยังไม่เห็นบัตรเลือกตั้งคงรูปแบบเดิมหรือไม่ ยันมีความพร้อมเลือกตั้งและออกเสียงใหม่ 22 กพ. นี้ กำชับ กปน.รอบคอบกรอกเอกสาร ทำตามกฎหมาย 

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันนี้ ไม่มีการประชุม เนื่องจากเรื่องพิจารณาเร่งด่วนการสั่งนับคะแนนใหม่ ในหน่วยที่เป็นปัญหา ได้มีมติไปแล้ว โดยจะมีการนัดประชุมในสัปดาห์หน้า แต่หากมีเรื่องเร่งด่วนเข้ามาให้พิจารณา ก็จะนัดประชุมด่วนเพื่อพิจารณา เนื่องจากยังมีหน่วยเลือกตั้งบางหน่วยยังตรวจสอบไม่แล้วเสร็จ  ซึ่งหากสำนักงานดำเนินการได้ทันก็จะมีการเสนอให้ที่ประชุม  กกต.พิจารณาในการประชุมทันที

ขณะที่การลงคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ และลงคะแนนออกเสียงประชามติใหม่ ที่หน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 แขวงคันนายาว  กรุงเทพฯมหานคร ในวันที่ 22 ก.พ. ระหว่างเวลา 08.00 -17.00 น.  ว่าที่ ร.ต. สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการีเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวว่าสำหรับวัสดุอุปกรณ์และบัตรเลือกตั้งในหน่วยนี้ ทางบริษัทไปรษณีย์ไทย จะเป็นคนจัดส่งไปยังสำนักงานเขตโดยตรง ส่วนรูปแบบบัตรจะใช้รูปแบบเดิมหรือไม่ ตนยังไม่ทราบและจะเห็นรูปแบบบัตรก็ต่อเมื่อแจกจ่ายไปที่หน่วยเลือกตั้งในเช้าวันที่ 22 ก.พ. ซึ่งตนเองจะเข้าไปดูความเรียบร้อยในวันนั้นด้วย อย่างไรก็ตามในวันนี้ได้มีการประชุมเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรงตามที่ระเบียบ กกต. กำหนดคือมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)ชุดใหม่  แต่ในส่วนของหน่วยที่มีการนับคะแนนการออกเสียงประชามติใหม่ ในหน่วยที่ 10 เขตออกเสียงประชามติที่ 15   แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานครในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569  จะใช้ กปน.ชุดเดิม เนื่องจากยังไม่มีการนับคะแนน โดย กกต.มีมติให้นับคะแนนใหม่ในเวลา 10.00 น. ซึ่งแบบขีดคะแนนจะใช้รูปแบบเดิม พร้อมย้ำว่าตนเองยังไม่เห็นบัตรเลือกตั้ง ซึ่งขั้นตอนการออกลงคะแนนใหม่และการนับคะแนนประชามติเป็นเหมือนวันที่ 8 ก.พ.ที่จะมีการเบิกจ่ายอุปกรณ์ในวันนั้น อย่างไรก็ตามวันที่ 22 ก.พ. นี้ 

ว่าที่ ร.ต. สัมพันธ์ ยืนยันว่า ในส่วนของหน่วยเลือกตั้งมีความพร้อม และได้กำชับ กปน.ให้ทำหน้าที่เป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมให้พึงระวังการกรอกรายละเอียดแบบฟอร์มต่างๆให้มีความรอบคอบมากขึ้น และไม่ได้มีความกังวลใจใดๆ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนอยู่แล้ว 

เช็กเลย!ปภ.โอนวันนี้ เงินเยียวยาน้ำท่วมรอบ 4 ครอบคลุม 45 จังหวัด

เช็กเลย!ปภ.โอนวันนี้ เงินเยียวยาน้ำท่วมรอบ 4 ครอบคลุม 45 จังหวัด

เช็กเลย!ปภ.โอนวันนี้ เงินเยียวยาน้ำท่วมรอบ 4 ครอบคลุม 45 จังหวัด

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.11 น.

เช็กเลย! “ปภ.”โอนเงินช่วยเหลือน้ำท่วม (เพิ่มเติม) รอบที่ 4 ใน 45 จังหวัด รวม 142,113 ครัวเรือน เป็นเงิน 1,361,200,000 บาท

18 กุมภาพันธ์ 2569 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ครั้งที่ 4 (เพิ่มเติม) จำนวน 2,203,445,900 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ จำนวน 243,557 ครัวเรือน ใน 2 กรณี 1.กรณีบ้านที่อยู่อาศัยประจำอยูในพื้นที่น้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินเสียหาย และ 2.กรณีบ้านที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขัง เกินกว่า 7 วันขึ้นไป โดยให้ความช่วยเหลือในอัตราเดียวกัน ครัวเรือนละ 9,000 บาท และการช่วยเหลือในรูปแบบขั้นบันไดตามระยะเวลาน้ำท่วมขัง โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประชุมและพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว ซึ่ง ปภ.และธนาคารออมสิน ในฐานะหน่วยดำเนินการ จะทำการโอนเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือในพื้นที่ 45 จังหวัด รวมจำนวน 142,113 ครัวเรือน เป็นเงิน 1,361,200,000 บาท ผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกไว้กับหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน โดยจะมีผลการโอนตั้งแต่เวลา 12.00 – 15.00 น.ของวันนี้

อธิบดี ปภ.กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ครม.อนุมัติให้จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 72 จังหวัด ไปแล้ว 3 ครั้ง รวมจำนวนทั้งสิ้น 20,394,635,100 บาท และได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแล้ว จำนวน 2,239,993 ครัวเรือน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลและตรวจสอบผลการโอนเงินช่วยเหลือเยียวยาของตนตามสิทธิ

เปิดไทม์ไลน์ตั้งรัฐบาล! สถาบันพระปกเกล้า ชี้ มิ.ย.ได้เห็น ครม.ใหม่แถลงนโยบาย

เปิดไทม์ไลน์ตั้งรัฐบาล! สถาบันพระปกเกล้า ชี้ มิ.ย.ได้เห็น ครม.ใหม่แถลงนโยบาย

เปิดไทม์ไลน์ตั้งรัฐบาล! สถาบันพระปกเกล้า ชี้ มิ.ย.ได้เห็น ครม.ใหม่แถลงนโยบาย

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.04 น.

“สถาบันพระปกเกล้า”เปิดไทม์ไลน์ตั้งรัฐบาลใหม่ กกต.รับรองผลเลือกตั้งภายใน 9 เม.ย. ระบุหลังสงกรานต์ประชุมสภาครั้งแรกเพื่อเลือกประธานสภา-รองประธาน ต้นเดือน พ.ค.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คาดกลาง มิ.ย.รัฐบาลใหม่แถลงนโยบายต่อสภา

18 กุมภาพันธ์ 2569 เพจเฟซบุ๊ก “สถาบันพระปกเกล้า” ได้เปิดเผยถึงปฏิทินไทม์ไลน์หลังการเลือกตั้ง 2569 ตั้งแต่วันเลือกตั้ง ในวันที่ 8 ก.พ.และคาดการณ์ว่าในช่วงระหว่างเดือน ก.พ.จนถึงเดือน เม.ย.2569 จะเป็นช่วง กกต.พิจารณาประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ตามกรอบที่กฎหมายกำหนด หรือภายในวันที่ 9 เม.ย.2569 ซึ่งจะต้องรับรองผลการเลือกตั้งอย่างน้อยร้อยละ 95 และคาดการณ์ว่า สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 จะเข้ารายงานตัวได้ในช่วงวันที่ 10 – 16 เม.ย.2569 ก่อนที่จะเปิดสภา และเข้าสู่วาระการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร คาดว่าจะเป็นช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งตามกฎหมายกำหนดภายใน 15 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง จากนั้นจะกำหนดวันเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร

จากนั้นคาดการณ์ว่าจะเข้าสู่โหมดการจัดตั้งรัฐบาล โดยวางปฏิทินเบื้องต้นว่า ในช่วงต้นเดือน พ.ค.2569 ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะนัดวันประชุมสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี และขั้นตอนจากนั้นในช่วงเดือน พ.ค. – มิ.ย.2569 จะเป็นช่วงของการจัดตั้ง ครม. นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฯ ช่วงเวลาที่ ครม.ใหม่ เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน โดยไม่มีกำหนดเงื่อนไขเวลา และคาดการณ์ว่าช่วงกลางเดือน มิ.ย.2569 นี้ รัฐบาลใหม่จะเริ่มแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งจะต้องดำเนินการภายใน 15 วันนับจากวันที่เข้ารับตำแหน่ง