ครม.ไฟเขียว ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เก็บค่าโดยสาร 17-45 บาท คาดเริ่ม 1 ม.ค.70

ครม.ไฟเขียว ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เก็บค่าโดยสาร 17-45 บาท คาดเริ่ม 1 ม.ค.70

ครม.ไฟเขียว ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เก็บค่าโดยสาร 17-45 บาท คาดเริ่ม 1 ม.ค.70

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.48 น.

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสีและทุกสาย โดยใช้วิธีการในลักษณะของตั๋วร่วม ในราคา 17-45 บาท คือ เสียค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว

ทั้งนี้ รัฐบาลจะพยายามผลักดันให้เริ่มใช้ได้ภายในวันที่ 1 มกราคม 2570 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่และลดภาระค่าครองชีพประชาชน

“จากนี้ไป กระทรวงคมนาคมจะไปหารือเกี่ยวกับการทำระบบเก็บเงิน คือเสียค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว โดยตั้งใจว่าจะทำให้ทันปีใหม่ 2570 นี้”

ขณะที่  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงมาตรการตั๋วร่วมรถไฟฟ้าว่า “ก็เรียบร้อย ผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี” 

โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงคัดเลือก เรือฟริเกต รอปลัดกลาโหมเคาะอนุมัติ คาดรู้ผลเร็วๆนี้

โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงคัดเลือก เรือฟริเกต รอปลัดกลาโหมเคาะอนุมัติ คาดรู้ผลเร็วๆนี้

โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงคัดเลือก เรือฟริเกต รอปลัดกลาโหมเคาะอนุมัติ คาดรู้ผลเร็วๆนี้

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.32 น.

โฆษกกองทัพเรือ ระบุ รอปลัดกระทรวงกลาโหมเคาะก่อนประกาศผลผู้ชนะโครงการเรือฟริเกต ยืนยันรู้ผลในเร็ว ๆ นี้แน่นอน

23 มิถุนายน 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับผลการพิจารณาคัดเลือกบริษัทผู้ชนะโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงของกองทัพเรือว่า ขณะนี้ผลการพิจารณายังไม่ได้ข้อยุติ และยังไม่สามารถสรุปอย่างเป็นทางการได้ว่าบริษัทใดจะได้รับการคัดเลือก

ทั้งนี้ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินโครงการจัดซื้อจัดจ้างขนาดใหญ่ อำนาจอนุมัติโครงการอยู่ที่ปลัดกระทรวงกลาโหม มิได้อยู่ที่กองทัพเรือ ดังนั้น กองทัพเรือจึงไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกได้ ก่อนที่ปลัดกระทรวงกลาโหมจะอนุมัติโครงการ

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากระบวนการพิจารณาใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว และคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเร็ววันนี้ โดยหากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ขณะนี้ได้ทราบผลคะแนนรวมเบื้องต้นของแต่ละบริษัทแล้ว แต่ยังไม่สิ้นสุดระยะเวลาการพิจารณาตามขั้นตอนราชการ จึงยังไม่อาจถือว่าได้ข้อยุติโดยสมบูรณ์ เนื่องจากยังต้องเปิดโอกาสให้บริษัทคู่แข่งขันรายอื่น ๆ ใช้สิทธิตามกระบวนการจนถึงขั้นตอนสุดท้าย

จับตาคำสั่งมหาดไทย! นายกฯ ลั่น รอดูปมทุจริตสอบท้องถิ่น อุบตอบ คำสั่งย้ายอธิบดีหรือไม่

จับตาคำสั่งมหาดไทย! นายกฯ ลั่น รอดูปมทุจริตสอบท้องถิ่น อุบตอบ คำสั่งย้ายอธิบดีหรือไม่

จับตาคำสั่งมหาดไทย! นายกฯ ลั่น รอดูปมทุจริตสอบท้องถิ่น อุบตอบ คำสั่งย้ายอธิบดีหรือไม่

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.32 น.

จับตาคำสั่งมหาดไทย! นายกฯ ลั่น “รอดูคำสั่งบ่ายนี้” ปม ทุจริตสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน อุบตอบ “คำสั่งย้ายอธิบดีหรือไม่”

เมื่อเวลา 13.10 น.วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าจับกุมขบวนการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นพบการทุจริต เสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท จ.นนทบุรี มีการสั่งการอย่างไร โดยนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ”ก็เดี๋ยวดูคำสั่งบ่ายนี้ ชัดๆ รอดูคำสั่งบ่ายนี้ก็แล้วกัน“

ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า คำสั่งดังกล่าวจะเป็นการสั่งย้ายอธิบดีหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ไม่ตอบคำถาม บอกเพียงว่า “คำถามต่อไป” 

ครม. ฉลุยงบปี 70 ไฟเขียวตั้ง กมธ.วิสามัญ 72 คน อนุทิน ยันรัฐบาลพร้อมแจงสภา

ครม. ฉลุยงบปี 70 ไฟเขียวตั้ง กมธ.วิสามัญ 72 คน อนุทิน ยันรัฐบาลพร้อมแจงสภา

ครม. ฉลุยงบปี 70 ไฟเขียวตั้ง กมธ.วิสามัญ 72 คน อนุทิน ยันรัฐบาลพร้อมแจงสภา

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.27 น.

อนุทิน เผย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 70 ผ่าน “ครม.” แล้ว ไฟเขียวตั้ง กมธ.งบฯ 72คน พร้อมอภิปรายในสภา 

23 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 13.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ว่ามีความพร้อม วันนี้ก็ผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณ และมีข้อตกลงที่จะให้มีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 72 คน ทุกอย่างก็ผ่านไปหมดแล้ว 

เมื่อถามว่า ต้องมีการซักซ้อมเตรียมการบ้านข้อใดเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะบางโครงการฝ่ายค้านจับจ้องเป็นพิเศษ นายอนุทิน กล่าวว่า มีแต่ข้อจริง ข้อเท็จไม่มี.

ผู้บริหาร QRS Global เข้าพบ DSI รับไม่มีใบอนุญาต Forex แต่ยังเทรดได้

ผู้บริหาร QRS Global เข้าพบ DSI รับไม่มีใบอนุญาต Forex แต่ยังเทรดได้

ผู้บริหาร QRS Global เข้าพบ DSI รับไม่มีใบอนุญาต Forex แต่ยังเทรดได้

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.25 น.

จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้พาดพิงถึงแพลตฟอร์มโบรกเกอร์เทรด Forex และมีการระบุถึงความเชื่อมโยงทางเส้นทางการเงินกับ นาย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ล่าสุดได้มีการออกมาชี้แจงจากฝั่งผู้บริหารบริษัทที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแล้ว

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา น.ส.มัลลิกา มากสลุด ผู้บริหารและกรรมการบริษัท คิวอาร์เอส เอ็ดดูเคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการแพลตฟอร์ม QRS Global ในประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Malika Maksalud” เพื่อชี้แจงถึงสถานการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าการเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจนั้นมีทิศทางที่เป็นบวก

“สัญญาณดีนะคะวันนี้ ได้เข้ามาพูดคุยแสดงความบริสุทธิ์ใจกับทางเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่รับทราบอยู่ค่ะ ว่าใครเป็นอย่างไร เรื่องไหนเท็จ เรื่องไหนจริง และเรื่องไหนข้อกล่าวหาเป็นตัวเลขทิพย์ เขาก็ทราบแล้วนะจ๊ะ” น.ส.มัลลิกา ระบุในโพสต์

ในส่วนของข้อกังวลจากกลุ่มนักลงทุน น.ส.มัลลิกา ยืนยันว่าระบบหลักของแพลตฟอร์ม ทั้งกราฟ การเทรด การเปิดออเดอร์ ตลอดจนการฝากและถอนเงิน ยังคงดำเนินการได้ตามปกติ โดยบริษัทอาศัยใบอนุญาต (License) จากต่างประเทศ พร้อมทั้งยอมรับข้อเท็จจริงเรื่องข้อกฎหมายในประเทศอย่างตรงไปตรงมาว่า “โบรกเกอร์ Forex ในไทย ไม่มีเจ้าไหนได้รับใบรับรองอยู่แล้วค่ะ ในส่วนนี้เรายอมรับ ว่ากันไปตามข้อมูล”

ในช่วงท้ายของการชี้แจง ผู้บริหาร QRS Global ได้กล่าวขอบคุณผู้ที่ช่วยเผยแพร่ข้อเท็จจริง พร้อมย้ำจุดยืนในการดูแลฐานลูกค้าซึ่งมีเทรดเดอร์มากกว่า 1 แสนยูสเซอร์ โดยระบุว่าจะพยายามจัดการทุกอย่างให้ราบรื่นและรวดเร็วที่สุด ทั้งนี้ได้ขออภัยหากมีบางขั้นตอนที่เกิดความล่าช้า พร้อมทิ้งท้ายให้ระมัดระวังกระแสข่าวลือที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในช่วงเวลานี้

ภาพจาก Malika Maksalud

อนุทิน เผยวัด KPI รมต.เป็นอำนาจนายกฯ ส่วนตำแหน่งตน ถูกวัดจากปชช.ผ่านการเลือกตั้ง

อนุทิน เผยวัด KPI รมต.เป็นอำนาจนายกฯ ส่วนตำแหน่งตน ถูกวัดจากปชช.ผ่านการเลือกตั้ง

อนุทิน เผยวัด KPI รมต.เป็นอำนาจนายกฯ ส่วนตำแหน่งตน ถูกวัดจากปชช.ผ่านการเลือกตั้ง

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.23 น.

อนุทิน เผยวัด KPI รมต.เป็นอำนาจนายกฯ ส่วนตำแหน่งตน ถูกวัดจากปชช.ผ่านการเลือกตั้ง ไม่ตอบอยู่ครบ4ปีหรือไม่ ทำให้ดีที่สุด     

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯ ก็ตรงนี้แหละ

เมื่อถามว่า มีการตั้งคำถามเมื่อวัด KPI รัฐมนตรีแล้ว ตัวนายกฯ เองจะวัดอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ตนถึงบอกว่ามันต่างกัน คนที่วัดผลงานตนคือประชาชน ทุกการเลือกตั้ง ไม่ใช่ไม่ถูกวัด ซึ่งก็ขึ้นอยู่ที่การเลือกตั้ง ไม่ใช่จะบอกว่า4ปี แต่เมื่อไหร่ที่มีการเลือกตั้ง ประชาชนก็มีการวัด KPI ตน ไม่ใช่แค่ประชาชนวัด KPI แต่ประชาชนจัดการเลย

เมื่อถามว่า นายกฯ มั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ทำดีที่สุด

อภิสิทธิ์ เผย ร่างแก้ รธน.ฉบับ ปชป.ไร้ปัญหา ยันสัปดาห์นี้ คาดได้ลายเซ็น สส.ผู้สนับสนุนครบ

อภิสิทธิ์ เผย ร่างแก้ รธน.ฉบับ ปชป.ไร้ปัญหา ยันสัปดาห์นี้ คาดได้ลายเซ็น สส.ผู้สนับสนุนครบ

อภิสิทธิ์ เผย ร่างแก้ รธน.ฉบับ ปชป.ไร้ปัญหา ยันสัปดาห์นี้ คาดได้ลายเซ็น สส.ผู้สนับสนุนครบ

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.03 น.

อภิสิทธิ์ เผย ร่างแก้ รธน.ฉบับ ปชป.ไร้ปัญหา ชี้ ปมเลือก ส.ส.ร. ใช้วิธีการหยั่งเสียง ยันสัปดาห์นี้ คาดได้ลายเซ็น สส.ผู้สนับสนุนครบ 

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ประเด็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ถูกพรรคภูมิใจไทยนำมาใช้ว่า ไม่สามารถสนับสนุนร่างของพรรคการเมืองอื่นได้ แต่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน และกองทุน สภาฯ ซึ่งตนร่วมเป็น กมธ.อยู่ด้วยได้มีโอกาสไปขอความชัดเจนกับประธานศาลรัฐธรรมนูญ และมีตุลาการฯอีก 2 ท่าน ซึ่งท่านได้มีการอธิบายว่า ปัญหาคือในวันที่ศาลเขียนเรื่องนี้และประชุมกันบอกว่าประชาชนไม่ควรที่จะเลือกผู้ร่าง ซึ่งหมายถึงคนที่เขียนรัฐธรรมนูญโดยตรง นั่นคือความเห็นที่ปรากฏอยู่  แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ เราไม่ได้มีปัญหาเพราะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของเราเป็นการหยั่งเสียงผ่านจังหวัดต่างๆ จากประชาชนและนำมาให้รัฐสภาคัดเลือก และยังมีผู้เชี่ยวชาญอีก 20 คนที่มาจาก การคัดสรรของตุลาการศาล และฝ่ายวิชาการ  ดังนั้น ในร่างของพรรค ตนมองว่าไม่ได้มีปัญหาตั้งแต่ต้น และในสัปดาห์นี้ คิดว่าน่าจะได้ลายเซ็นของ สส.ที่สนับสนุนร่างนี้ครบเพื่อจะได้นำเสนอต่อไป

เมื่อถามย้ำว่า  พรรคประชาธิปัตย์มองเรื่องให้ประชาชนสามารถเลือกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) อย่างไร  นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า วันที่เข้าฟังประธานศาลฯ ท่านอธิบายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยมีการบันทึกข้อความไว้ ซึ่งน่าจะใช้ตรงนั้นเป็นเกณฑ์  ส่วนที่อีกฝ่ายมองว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาให้ความเห็นเป็นความเห็นอย่างไม่เป็นทางการ ไม่ใช่คำวินิจฉัยนั้น  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตุลาการที่มาแลกเปลี่ยนกับเรา ท่านไม่ได้เป็นคนเขียนข้อความนี้  ท่านเล่าให้ฟังว่า ในการประชุมมีการพูดถึงที่มาของถ้อยคำนี้ ซึ่งเป็นคำวินิจฉัยกลางว่าพูดกันถึงเรื่องอะไร  ซึ่งน่าจะสันนิษฐานได้ว่านั่นคือ เจตนารมย์ของคำที่ปรากฏ

‘เอกนัฏ’ จัดระเบียบค่าไฟใหม่ แก้สัญญาเอาเปรียบ-เตรียมขยายรับซื้อไฟโซลาร์เซลล์

'เอกนัฏ' จัดระเบียบค่าไฟใหม่ แก้สัญญาเอาเปรียบ-เตรียมขยายรับซื้อไฟโซลาร์เซลล์

‘เอกนัฏ’ จัดระเบียบค่าไฟใหม่ แก้สัญญาเอาเปรียบ-เตรียมขยายรับซื้อไฟโซลาร์เซลล์

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.00 น.

ล่าสุด วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายเอกนัฏ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกกับรายการ แนวหน้าออนไลน์ ถึงสาเหตุที่ทำให้ค่าไฟของประเทศไทยมีราคาสูงพร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบเพื่อลดภาระให้กับประชาชนอย่างถาวร โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่ฝังรากลึกมานานหลายสิบปี และเตรียมเปิดตัวโครงการสนับสนุนให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เองและขายคืนให้รัฐได้

ตีแผ่ภาระค่าไฟสาธารณะแฝงกว่า 40 ปี

จากการตรวจสอบพบว่า ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าไฟส่องสว่างตามทางหลวงและพื้นที่สาธารณะมาตั้งแต่ปี 2530 เนื่องจากในอดีตมีการตกลงกันระหว่างหน่วยงานรัฐและการไฟฟ้าว่า จะยกเว้นค่าไฟส่องสว่างสาธารณะเพื่อแลกกับการไม่เก็บค่าเช่าพื้นที่พาดสายไฟ ผลที่ตามมาคือ ต้นทุนค่าไฟส่วนนี้ถูกนำไปบวกแฝงไว้ใน “ค่าไฟฐาน” (ไม่ใช่ค่า FT) ทำให้ประชาชนทุกครัวเรือนต้องจ่ายเงินอุดหนุนส่วนนี้มาตลอดกว่า 40 ปี คิดเป็นพลังงานกว่า 4,000 ล้านหน่วย หรือมูลค่าสูงถึง 15,000 – 20,000 ล้านบาทต่อปี

แนวทางการแก้ไขเบื้องต้น รัฐบาลจึงมีนโยบายเร่งด่วนในการดึงค่าใช้จ่ายส่วนนี้ออกจากบิลค่าไฟของประชาชนทันที ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดค่าไฟลงได้ประมาณ 10 สตางค์ต่อหน่วย โดยผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดคือกลุ่มเปราะบางและผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยแรก (ครอบคลุมราว 22-23 ล้านครัวเรือน) ส่วนภาระค่าไฟทางที่แยกออกมานั้น รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการต้นทุนเอง เช่น การดึงรายได้จากกลุ่มธุรกิจ Data Center มาชดเชย โดยยืนยันว่าจะไม่ใช้วิธีนำภาษีมาจ่ายแบบกระเป๋าซ้ายทะลุกระเป๋าขวา และจะไม่ผลักภาระกลับไปให้ประชาชนอีก

ปรับโครงสร้างพลังงานและแก้สัญญาที่ไม่เป็นธรรม

นอกจากการแยกค่าไฟสาธารณะแล้ว กระทรวงพลังงานกำลังดำเนินการรื้อโครงสร้างต้นทุนอื่นๆ ที่เป็นภาระของประเทศ ได้แก่

  • การแก้ไขสัญญาการรับซื้อไฟฟ้า (Adder) ที่มีลักษณะต่ออายุอัตโนมัติอย่างไม่เป็นธรรม โดยได้หารือกับสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อหาแนวทางยกเลิกหรือเจรจาปรับลดอัตราให้เหมาะสมกับปัจจุบัน
  • รวมถึงการจัดการปัญหาการจ่าย “ค่าความพร้อมจ่าย” ให้กับโรงไฟฟ้าที่ไม่ได้เดินเครื่องผลิตจริง
  • และเตรียมกำหนดอัตราค่าไฟประเภทใหม่สำหรับกลุ่ม Data Center เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง

เดินหน้ารับซื้อไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน

เพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาดและลดรายจ่ายให้ครัวเรือน รัฐบาลเตรียมเปิดตัวโครงการรับซื้อไฟฟ้าคืนจากประชาชนที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (โซลาร์รูฟท็อป) ภายในสิ้นเดือนนี้ โครงการนี้กำหนดรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากบ้านเรือนที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ขนาดไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ ในราคารับซื้อที่ 2.20 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าการรับซื้อจากโซลาร์ฟาร์ม นอกจากนี้ยังได้ขยายโควตาการรับซื้อไฟฟ้าในโครงการนี้จากเดิม 90 เมกะวัตต์ เพิ่มเป็น 500 เมกะวัตต์ทั่วประเทศ

ยืนหยัดทำเพื่อประชาชน ไม่หวั่นการฟ้องร้อง

นายเอกนัฏ ยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นข้อสั่งการโดยตรงจากนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน แม้การรื้อโครงสร้างครั้งนี้อาจกระทบต่อผลกำไรของกลุ่มธุรกิจพลังงานขนาดใหญ่ และอาจนำไปสู่การฟ้องร้องทางกฎหมาย แต่ทางกระทรวงฯ ได้เตรียมความพร้อมและพิจารณาข้อกฎหมายไว้อย่างรัดกุมแล้ว รัฐบาลย้ำจุดยืนว่าภาคธุรกิจสามารถทำกำไรได้ แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการไม่เอาเปรียบประชาชน เพื่อให้ก้าวผ่านการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปได้อย่างยั่งยืนทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค

รัฐบาลสั่งเช็กด่วน ปมหน่วยความมั่นคง ดักฟังโทรศัพท์ประชาชนชายแดนใต้ 2,000 ราย

รัฐบาลสั่งเช็กด่วน ปมหน่วยความมั่นคง ดักฟังโทรศัพท์ประชาชนชายแดนใต้ 2,000 ราย

รัฐบาลสั่งเช็กด่วน ปมหน่วยความมั่นคง ดักฟังโทรศัพท์ประชาชนชายแดนใต้ 2,000 ราย

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.44 น.

‘สีหศักดิ์’ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ปมดักฟังโทรศัพท์ประชาชนจังหวัดชายแดนใต้ 2,000 ราย ยัน ติดตามสถานการณ์พื้นที่ตลอด ด้าน ‘บิ๊กดุลย์’บอกทราบปัญหาแล้ว

23 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 12.35 น. ที่ทําเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล และพล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และ รองประธานคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ร่วมกันชี้แจงการแก้ไขปัญหาภาคใต้

โดยนายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เราได้มีการประชุมไปรอบหนึ่งแล้ว พร้อมกําหนดแนวทางการทํางาน เพราะมีคณะอนุกรรมการที่เป็นกลไกขับเคลื่อนหลัก เพื่อไปพูดคุยในพื้นที่ และหากได้ข้อมูลก็จะนํามาหารือกันในคณะกรรมการชุดใหญ่ หลังจากที่มีการฟังผลของคณะอนุกรรมการที่ไปพูดคุยกับหน่วยงานต่างๆ ในกรอบของคณะกรรมการใหญ่จะต้องมาพิจารณาในภาพรวมอีกครั้ง ในมิติความมั่นคงการพัฒนาและการพูดคุย รวมถึงการทํางานร่วมกับประเทศมาเลเซียด้วย พร้อมยืนยันว่า คณะกรรมการได้รับทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่โดยตลอด

เมื่อถามถึง กรณีมีกระแสข่าวหน่วยงานความมั่นคงมีการดักฟังโทรศัพท์ของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จํานวน 2,000 ราย นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า คงต้องลงไปตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่จะต้องพูดคุยกัน

ด้าน พล.ท.อดุลย์ กล่าวยอมรับว่า การก่อเหตุในพื้นที่ถี่ขึ้น ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค4 ส่วนหน้า จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ขณะที่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จะดูแลเรื่องการพัฒนา และจะมีคณะพูดคุยเข้าไปเป็นกลไก โดยมีคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลเป็นผู้ขับเคลื่อน ขณะนี้ได้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งอนุกรรมการที่ได้จัดตั้งมีพล.อ.ณัฐพงษ์ เพาแก้ว รองเสธทหาร เป็นประธานคณะอนุกรรมการ ลงพื้นที่ไปขับเคลื่อนแล้วหนึ่งรอบ และคิดว่าน่าจะกลับขึ้นมารายงานผล.

สีหศักดิ์ รอคุย คณะประนอมฝ่ายไทย ชี้หากกระทบเขตแดน รื้อเขื่อนตะกอนกัมพูชา

สีหศักดิ์ รอคุย คณะประนอมฝ่ายไทย ชี้หากกระทบเขตแดน รื้อเขื่อนตะกอนกัมพูชา

สีหศักดิ์ รอคุย คณะประนอมฝ่ายไทย ชี้หากกระทบเขตแดน รื้อเขื่อนตะกอนกัมพูชา

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.37 น.

สีหศักดิ์ รอคุย คณะประนอมฝ่ายไทย ชี้หากกระทบเขตแดน รื้อเขื่อนตะกอนกัมพูชา เผย ได้ตัวประธานแล้ว

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ที่ทําเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีการใช้กฎหมายอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) แก้ปัญหาเขื่อนดักตะกอนของกัมพูชาที่อาจรุกล้ำอธิปไตยของไทย และสร้างผลกระทบเรื่องระบบนิเวศที่บ้านหาดเล็ก จ.ตราด ว่า คงเป็นประเด็นหลักในการพิจารณา เรื่องของการกําหนดเส้นเขตแดนทางทะเล  

เมื่อถามว่า ก่อนจะมีการกําหนดเส้นเขตแดนทางทะเลต้องให้ฝ่ายกัมพูชารื้อเขื่อนดักตะกอนออกก่อนหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า คงต้องฟังความเห็นจากคณะประนอมฝ่ายไทยว่ามีความคิดเห็นอย่างไร เราก็ว่าตามนั้น เรายึดตามกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมย้ำว่า ต้องมีการหารือกับคณะประนอม ซึ่งปัจจุบันมีการจัดตั้งประธานคณะประณอมเรียบร้อยแล้ว

เมื่อถามว่า เขื่อนดักตะกอนจําเป็นต้องรื้อหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ต้องไปดูก่อนว่าเกี่ยวข้องกับเส้นเขตแดนมากน้อยเพียงใด ถ้ามีผลกระทบต่อเส้นเขตแดนคงต้องพิจารณากันอีกครั้ง