วราวุธ สั่ง กนอ. ยกระดับหน้าฝนป้องน้ำท่วมนิคมฯ ทั่วประเทศ สั่งตรวจจุดเสี่ยงรับมือ Rain Bormb

วราวุธ สั่ง กนอ. ยกระดับหน้าฝนป้องน้ำท่วมนิคมฯ ทั่วประเทศ สั่งตรวจจุดเสี่ยงรับมือ Rain Bormb

วราวุธ สั่ง กนอ. ยกระดับหน้าฝนป้องน้ำท่วมนิคมฯ ทั่วประเทศ สั่งตรวจจุดเสี่ยงรับมือ Rain Bormb

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.30 น.

วราวุธ สั่ง กนอ. ยกระดับขั้นสูงสุดช่วงฤดูฝน ป้องกันน้ำท่วมนิคมฯ ทั่วประเทศ สั่งตรวจสอบจุดเสี่ยงรับมือ Rain Bormb ใช้โมเดลพร่องน้ำ-เพิ่มแก้มลิง ผนึก EEC รับมือเอลนีโญยาวถึงปี 70

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ฤดูฝนปีนี้ตนได้สั่งเน้นย้ำและกำชับไปยังการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ให้ยกระดับมาตรการเชิงรุกขั้นสูงสุดในการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักและฤดูน้ำหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่อุตสาหกรรมและจุดเสี่ยงลุ่มต่ำทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตและการลงทุน เช่น พื้นที่เศรษฐกิจหลักอย่างชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจอยู่หนาแน่น กว่า 103,057 ราย มีทุนจดทะเบียนรวมกว่า 2.19 ล้านล้านบาท โดยได้รับรายงานจากนายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. ถึงผลการสำรวจและประเมินความพร้อมล่าสุดในเดือน มิ.ย.นี้ โดยยืนยันว่า สถานการณ์น้ำภายในนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรืออุตสาหกรรมทุกแห่งทั่วประเทศ ยังคงอยู่ในสภาวะปกติ ไม่มีข้อติดขัดหรือปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ 

นายวราวุธ กล่าวว่า แม้นว่าภาพรวมเป็นไปปกติ แต่ได้สั่งการให้ กนอ. ประสานไปยังผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมทุกแห่ง ให้เตรียมรับมือและวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงล่วงหน้า โดยเฉพาะกรณีฝนตกชุกสะสมรุนแรง หรือ Rain Bomb ซึ่งมีฝนเกิน 100 มิลลิลิตร (มม.) ติดต่อกัน 3 ชั่วโมง รวมถึงปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ลุ่มต่ำแถบ จ.สมุทรปราการ และสิ่งกีดขวางในลำรางสาธารณะ โดยได้กำชับให้ตรวจสอบจุดเฝ้าระวังแอ่งกระทะ หรือพื้นที่ลุ่ม ที่ลุ่มต่ำ และเตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำพญานาค กระสอบทราย เพื่อรับมือน้ำทะเลหนุนอย่างเต็มพิกัด รวมถึงสั่งการให้นิคมอุตสาหกรรมใหม่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอย่างนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค ตรวจสอบและควบคุมระบบระบายน้ำไม่ให้มีเศษวัสดุอุดตันอย่างเด็ดขาด ซึ่งผู้ว่าการ กนอ.ได้ขับเคลื่อน 4 มาตรการหลัก ทั้งการพร่องน้ำในบ่อรับน้ำและพื้นที่หน่วงน้ำทุกวันให้อยู่ในระดับต่ำสุด เพื่อเตรียมรับน้ำฝนระลอกใหม่ ซึ่งปัจจุบันหลายแห่งมีแก้มลิงพร้อมใช้ อีกทั้งยังจัดเตรียมระบบไฟฟ้าสำรองและกำลังบำรุงฉุกเฉิน ตลอดจนนำเทคโนโลยีการสื่อสารไร้รอยต่อมาใช้ผ่านระบบออนไลน์ตรวจวัดระดับน้ำและฝนอัตโนมัติเพื่อรายงานผู้ประกอบการผ่าน Line Group แบบ Real-time รวมถึงบูรณาการร่วมกับกรมชลประทานและหน่วยงานท้องถิ่น
    
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ กนอ.วางแผนเตรียมรับมือความเสี่ยงภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่คาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบยาวตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้ไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2570 ซึ่งอาจทำให้ฝนน้อยกว่าปกติ โดยให้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการ การบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อกักเก็บน้ำฝนในช่วงนี้ไว้เป็นน้ำต้นทุน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ โดยผู้ว่าการ กนอ. ได้รายงานว่า ปริมาณน้ำมีความเพียงพอต่อความต้องการใช้ในทุกพื้นที่  ซึ่งที่ผ่านมา กนอ.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และภาคเอกชน ติดตามสถานการณ์และกำหนดแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

วราวุธ ทำตามสัญญา ก.อุตฯ ชง ครม. เยียวยาชาวไร่อ้อยปีผลิต 67/68 วงเงิน 477 ล้าน

วราวุธ ทำตามสัญญา ก.อุตฯ ชง ครม. เยียวยาชาวไร่อ้อยปีผลิต 67/68 วงเงิน 477 ล้าน

วราวุธ ทำตามสัญญา ก.อุตฯ ชง ครม. เยียวยาชาวไร่อ้อยปีผลิต 67/68 วงเงิน 477 ล้าน

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.26 น.

23 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่าในวันนี้กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาทบทวนมติ ครม. เมื่อ 17 มิ.ย. 68 เรื่อง มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ฤดูกาลผลิตปี 2567 / 2568 เพื่อขยายความช่วยเหลือชาวไร่อ้อย จากเดิมที่อนุมัติเฉพาะกลุ่ม อ้อยสดคุณภาพดี 100% ในกรอบวงเงินรวม 5,175 ล้านบาท เพื่อครม. พิจารณาอนุมัติช่วยเหลือเพิ่มเติมให้กับชาวไร่อ้อย จำนวน 4,667 คู่สัญญา ปริมาณอ้อยสดคุณภาพดี 100% จำนวน 6.91 ล้านตัน วงเงิน 477.04 ล้านบาท 

ให้กับ กลุ่มที่ 1 ชาวไร่อ้อยที่ไม่มีอ้อยเผาแต่มีสิ่งปนเปื้อน (ไม่เกิน 5%) ให้หักส่วนเกินออกและจ่ายเฉพาะส่วนดีกลุ่มนี้ครอบคลุม 1,053 คู่สัญญา ปริมาณอ้อย 5.96 ล้านตัน วงเงินช่วยเหลือ 411.10 ล้านบาท

ส่วนกลุ่ม 2 เกษตรกรที่ส่งอ้อยสด 100% ให้ โรงงานผลิตเอทานอล จำนวน 3,505 คู่สัญญาวงเงินช่วยเหลือกลุ่มเอทานอลอยู่ที่ 62.34 ล้านบาท ปริมาณอ้อย 9 แสนกว่าตัน

และกลุ่มที่ 3 เกษตรกรส่งอ้อยสด 100% ให้ โรงงานน้ำตาลทรายแดง 109 คู่สัญญา วงเงิน 3.61 ล้านบาท 

ทั้งนี้เป็นการใช้งบฯเพิ่มเติม 477.04 ล้านบาท ซึ่งยังอยู่ในกรอบวงเงินเดิมที่ ครม. เคยอนุมัติไว้ โดย ก.อุตฯ ได้เร่งติดตามเรื่องและเสนอเข้า ครม. ในวันนี้ ขอ พี่น้องชาวไร่อ้อยรอฟังมติครม.ได้ในช่วงบ่าย.

ชัชชาติ ผุดป้ายหาเสียง LED โค้งสุดท้าย เปลี่ยนบิลบอร์ดเป็นแกลเลอรี

ชัชชาติ ผุดป้ายหาเสียง LED โค้งสุดท้าย เปลี่ยนบิลบอร์ดเป็นแกลเลอรี

ชัชชาติ ผุดป้ายหาเสียง LED โค้งสุดท้าย เปลี่ยนบิลบอร์ดเป็นแกลเลอรี

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.18 น.

“ชัชชาติ” ผุดป้ายหาเสียง LED โค้งสุดท้าย เปลี่ยนบิลบอร์ดเป็นแกลเลอรี สื่อ 22 นโยบายผ่านงานศิลปะ 24 ศิลปิน พร้อมเปิดหมวดใหม่ “นโยบายรายเขต“ บนเว็บไซต์ ให้เช็กนโยบายใกล้บ้าน 50 เขตทั่วกรุง 

23 มิถุนายน 2569 ช่วงสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 9  ได้ขึ้นป้ายหาเสียง LED สัปดาห์สุดท้าย ที่ยังคงเปลี่ยนบิลบอร์ดเป็นแกลเลอรี ให้ศิลปินถ่ายทอดนโยบายออกมาเป็นศิลปะ โดยสัปดาห์ที่ 4 นี้ ทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” เสนอผลงานศิลปะ ถ่ายทอดนโยบาย 22 ข้อ จากกว่า 250 นโยบายของทีมชัชชาติ โดย 24 ศิลปินคลอบคลุมทั้งรุ่นใหม่ รุ่นใหญ่ และศิลปินออทิสติก

ได้แก่ Abig Burger, ALANLERT, Livelyhood, A.YA.YOI, Dewy, Goodnight.xinqxinq, Jmons, miminini, Monty, OLE, Y33Y33, Pop Twatpong, POLAND, Sandier, สุทธิชาติ ศราภัยวานิช, Sourpemi, Tent Katchakul, THE DUANG, Underhatdaddy, VIPUT A., Yhenjai และศิลปินจากโครงการ Artstory By Autistic Thai ได้แก่ นางสาวสิรีธร ภูริปรีชา, นายกฤษณ์ แขวงโสภา และนางสาววิมลเรขา โสมภีร์

ศิลปินแต่ละคนจะสื่อสารนโยบายที่ต่างกัน ตามสไตล์ของตนเองในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายขึ้น จัดแสดงบนจอบริเวณทางด่วนบ่อนไก่วานนี้ และบริเวณ Siam Square One และ Siam Walking Street ระหว่างวันที่ 21-27 มิถุนายน 2569 

สำหรับ 22 นโยบาย นำเสนอเมืองที่ดูแลทุกคน ในกลุ่มนโยบายที่สะท้อนเมืองที่ดูแลคนทุกช่วงวัย อาทิ ตรวจสุขภาพถ้วนหน้า / ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบวงจร / ลดภาระงานครู / Toy Library หรือห้องสมุดของเล่น / สภาเด็กและสภาคนรุ่นใหม่ / คลินิกสัตว์ กทม.

นโยบายโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ชีวิตสะดวกขึ้น เดินได้ ปั่นได้ และเชื่อมเมืองได้ดีขึ้น ในกลุ่มนโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐานและการใช้ชีวิตประจำวัน อาทิ สะพานคนเดินข้ามแม่น้ำ / Bike Sharing / ไฟจราจรที่ปรับตามสภาพจราจรจริง / เมือง 15 นาที / เพิ่มเครือข่าย CCTV และเชื่อมฐานข้อมูลความปลอดภัยของตำรวจ / บ้านใกล้งานราคาถูก / การบริหารจัดการน้ำ

นโยบายเมืองสีเขียว อากาศสะอาด และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ในกลุ่มนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ เปลี่ยนขยะเป็นทรัพยากร / สวนป่าล้อมเมือง / อากาศสะอาด / ปลูกไม้ยืนต้น 1 ล้านต้น / พื้นที่สาธารณะเพื่อการพักใจ 

นโยบายเมืองสร้างสรรค์ เปิดโอกาส และโอบรับความหลากหลาย ในกลุ่มนโยบายด้านเมืองสร้างสรรค์ แพลตฟอร์มเรียนรู้เพิ่มทักษะอาชีพ / World Class Festival / 1 เขต 1 พื้นที่ศิลปะ / Road to WorldPride 2030

โดยนโยบายที่นำมาถ่ายทอดเป็นเพียงบางส่วนจากกว่า 250 นโยบายของทีมชัชชาติ ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดนโยบายทั้งหมดได้ทางเว็บไซต์ teamchadchart.com เพจเฟซบุ๊ก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และเพจทีมชัชชาติ 

นอกจากนี้ ช่วง 7 วันสุดท้ายนี้ ทีมยังได้ปรับแผนเสนอนโยบายสื่อสารให้เข้าถึงคนกรุงเทพฯ ก่อนจะเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน โดยนโยบายของทีมชัชชาติจากวันเปิดตัว 250+ เพิ่มเป็น 260 นโยบายแล้ว เพื่อให้คนกรุงเทพฯทุกคนได้สำรวจนโยบายที่พัฒนาขึ้นจากปัญหาในพื้นที่จริงใกล้เขตที่ตนเองอาศัยและใช้ชีวิตอยู่ จึงได้เปิดหมวดใหม่ “นโยบายรายเขต” บนเว็บไซต์ นำเสนอนโยบายบางส่วนที่ออกแบบและพัฒนาจากการลงพื้นที่รับฟังคนในเขต กิจกรรมผู้ว่าสัญจร ข้อร้องเรียนใน Traffy Fondue และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อตอบโจทย์ทุกคนในเมือง ทั้ง 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ ชวนทุกคนไปสำรวจนโยบายที่พัฒนาขึ้นจากปัญหาในพื้นที่จริงใกล้เขตที่เราอาศัย

ลุงหนู อวยพรเด็กนักเรียนตัวแทนประเทศไทยแข่งดนตรีเนเธอร์แลนด์ ขอให้โชคดี คว้าชัยกลับบ้าน

ลุงหนู อวยพรเด็กนักเรียนตัวแทนประเทศไทยแข่งดนตรีเนเธอร์แลนด์ ขอให้โชคดี คว้าชัยกลับบ้าน

ลุงหนู อวยพรเด็กนักเรียนตัวแทนประเทศไทยแข่งดนตรีเนเธอร์แลนด์ ขอให้โชคดี คว้าชัยกลับบ้าน

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.18 น.

ลุงหนู อวยพรเด็กนักเรียนตัวแทนประเทศไทยแข่งดนตรีเนเธอร์แลนด์ ขอให้โชคดี แนะใส่อารมณ์ให้เต็ม คว้าชัยกลับบ้าน

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนวงดุริยางค์โรงเรียนเบญจมราชูทิศ (Benjama Band) จ.จันทบุรี เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาทจากนายกฯก่อนเข้าร่วมการแข่งขันดนตรีโลก ครั้งที่ 20 ณ เมืองแคร์คาเด ประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 12 – 23 ก.ค.2569

โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมด้วย

นายกฯ กล่าวมอบโอวาทว่า ลูกๆนักเรียนนักดนตรีที่รักทุกท่าน วันนี้ลุงดีใจที่ได้มาเจอกับลูกๆหลานๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นนักดนตรีของลูกๆที่กำลังนำชื่อเสียงของประเทศไทย ความสามารถของเยาวชนไทยไปเผยแพร่ให้นานาชาติรับรู้ถึงความสามารถของพวกเรา ไปถึงยุโรป ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นโอกาสดีมาก ลุงเชน ป้าแต๋ม ลุงเอก ลุงเสริฐ อากลอ์ฟ ลุงหนิม ขอบคุณทุกคน ที่หนูมาช่วยงานพวกลุงพวกอา การไปประเทศเนเธอร์แลนด์เท่ากับว่ามีคำว่าไทยแลนด์ไป เวลาหนูเริ่มเล่นดนตรีทุกคนจะรู้ว่าเป็นวงดุริยางค์ของไทยแลนด์ ในประเทศไทยมีคำว่าไทยแลนด์ แต่ในดินแดนอื่นนอกประเทศถือว่าหนูทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับบ้านเมืองของเราอย่างเต็มที่แล้ว ไม่อยากคุย 40 ปีก่อนลุงเป็นสมาชิกวงดนตรี AC BAND เล่นได้ทุกเพลง นึกว่าวันนี้จะมาเล่นให้ฟัง เอาเป็นว่าเดี๋ยวชนะกลับมาเล่นให้ลุงๆป้าๆอาๆฟัง 

นายกฯ กล่าวอีกว่า พวกเรามีความเชื่อมั่นในตัวหนู ดนตรีเวลาเล่นใส่ไปให้เต็มที่ ใส่อารมณ์เพลงไหนเกี่ยวกับอะไร ลุงเป็นคอนดักเตอร์ด้วย ต้องดูตามจังหวะตรงไหนหนัก ตรงไหนกระแทก ตรงไหนเบา นั่นคือความพร้อมเพรียง และดูให้ดีๆแถวอย่าให้เกยกัน ให้เป๊ะ ให้พร้อม ที่สำคัญต้องทำตัวเองให้แข็งแรงด้วย พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อไปแสดงได้อย่างเต็มที่ พวกลุงทุกคนเอาใจช่วยอยากจะไปแข่งด้วยเห็นอย่างนี้แล้ว แต่เชื่อมั่นว่าหนูทำได้ และพวกเราทุกคนยังอยู่ที่นี่เพื่อรอฟังข่าวดี หนูเป็นทูตวัฒนธรรมให้กับพวกเรา ให้กับประเทศไทย เพราะฉะนั้นใส่เต็มที่ ถามว่าวันนี้ลุงจะพูดว่าอย่างไร ขอพูดว่าใส่เต็มที่ด้วยความเป็นศิลปินของเราทุกคน ขอให้โชคดี ขอบคุณอาจารย์หัวหน้าวง ผู้ว่าราชการจังหวัด และสส. ที่ไปเยี่ยมเยียน ส่วนเรื่องอาหารการกินเดี๋ยวพวกลุงจะแชร์เต็มที่ ห้ามกินข้าวกล่อง ต้องกินครบทุกมื้อ อาหารอร่อยทุกอย่าง สุดท้ายลุงขอบคุณหนูในการไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยของเรา ขอให้ชนะ ขอบคุณมากโชคดี

จากนั้นนายกฯและรัฐมนตรีถ่ายภาพหมู่ร่วมกับเด็กๆนักเรียน ก่อนที่เด็กๆต่างรุมถ่ายภาพเซลฟี่กับนายกฯ นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังได้นำผลไม้ของดีจังหวัดจันทบุรี อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ มามอบให้นายกฯ ต่อจากนั้นนายกฯได้มาถ่ายภาพร่วมกับเด็กๆที่บริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า

ก่อนนายกฯเป็นประธานการประชุม ครม. โดยวันเดียวกันนี้มีครม.แจ้งลาการประชุม 2 คน คือนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย 

วัชรพงศ์ ซัด ไอซ์ รักชนก คาใจหนักจ้องล้ม TH-AI Passport เพราะห่วงเอกชนรายอื่นเสียประโยชน์หรือไม่

วัชรพงศ์ ซัด ไอซ์ รักชนก คาใจหนักจ้องล้ม TH-AI Passport เพราะห่วงเอกชนรายอื่นเสียประโยชน์หรือไม่

วัชรพงศ์ ซัด ไอซ์ รักชนก คาใจหนักจ้องล้ม TH-AI Passport เพราะห่วงเอกชนรายอื่นเสียประโยชน์หรือไม่

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.11 น.

วัชรพงศ์ ซัด ไอซ์ รักชนก คาใจหนักจ้องล้ม TH-AI Passport เพราะห่วงเอกชนรายอื่นเสียประโยชน์หรือไม่ ยกเคส ภาวุธ-อดีตผู้สมัครสส.พรรคส้ม ย้อนเกล็ดไปตรวจสอบคนในก่อนมาแซะผลงาน สส.-รมต.ภูมิใจไทย

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเรียกร้องให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ยกเลิกโครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1,621 ล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกต การออกมาแสดงความกังวลครั้งนี้เป็นการห่วงแทนบริษัทสื่อสารต่าง ๆ ที่อาจเสียผลประโยชน์จากการไม่ได้รับงานของรัฐบาลหรือไม่ว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชน สามารถเข้าถึงระบบ AI ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในปีแรก อีกทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อแพ็กเกจ AI จากบริษัทสื่อสารต่าง ๆ ยืนยันว่า การดำเนินการประมูลเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย หาก น.ส.รักชนก มีหลักฐานการทุจริต ก็ควรนำไปยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง มากกว่าการวิพากษ์วิจารณ์เพื่อสร้างกระแสรายวัน

นายวัชรพงศ์ กล่าวต่อว่า ขอแนะนำให้ น.ส.รักชนก กลับไปตรวจสอบข้อครหาที่เกิดขึ้นกับบุคคลในพรรคของตนเองก่อนที่จะมาตรวจสอบการทำงานของ สส.พรรคอื่น โดยเฉพาะกรณีของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางการเงินที่อาจเชื่อมโยงกับโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ ล่าสุดมีคลิปวิดีโอประชาสัมพันธ์ของ QRS Global ซึ่งเป็นหนึ่งใน 4 โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ ที่นายภาวุธปรากฏตัวและเชิญชวนให้ลงทุน โดยมีการแลกแต้มเพื่อรับรางวัลเป็นโทรศัพท์มือถือและทริปท่องเที่ยวประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 พรรคประชาชน ที่เคยตกเป็นข่าวในคดีฟอกเงิน ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติด แม้พนักงานอัยการจะมีคำสั่งไม่ฟ้อง แต่พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้ประกาศทำความเห็นแย้งส่งไปยังอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ทำให้คดียังไม่สิ้นสุด และไม่เป็นไปตามที่ สส.พรรคประชาชนนำเสนอข่าวต่อสาธารณะ

“อยากบอก สส.ไอซ์ ว่าควรตรวจสอบข้อกล่าวหา และประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับบุคคลในพรรคของตนเองให้เกิดความชัดเจน และทำให้สังคมหายสงสัยเสียก่อน ก่อนที่จะออกมาแซะและเหน็บแนม ในการทำงานของ สส. และรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย” นายวัชรพงศ์ กล่าว

วุฒิสภา 140 เสียงไฟเขียว จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช นั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

วุฒิสภา 140 เสียงไฟเขียว จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช นั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

วุฒิสภา 140 เสียงไฟเขียว จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช นั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.02 น.

23 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 11.10 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาให้ความเห็นชอบ นายจักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ที่มี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นประธาน กมธ.ได้พิจารณาตรวจสอบแล้วเสร็จ และเสนอรายงานต่อที่ประชุมให้พิจารณาก่อนการลงมติโดยเป็นการประชุมลับ ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมลับ ที่ประชุมลงมติเห็นชอบนายจักรพงศ์ ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 140 คะแนน ไม่ให้ความเห็นชอบ 17 คะแนน งดออกเสียง 22 คะแนน

สุชาติ เคลียร์ปมหั่นเขตป่าทับลาน ยันไม่ได้เอื้อนายทุน ลุยตั้งกรรมการพิสูจน์สิทธิ์เป็นรายแปลง

สุชาติ เคลียร์ปมหั่นเขตป่าทับลาน ยันไม่ได้เอื้อนายทุน ลุยตั้งกรรมการพิสูจน์สิทธิ์เป็นรายแปลง

สุชาติ เคลียร์ปมหั่นเขตป่าทับลาน ยันไม่ได้เอื้อนายทุน ลุยตั้งกรรมการพิสูจน์สิทธิ์เป็นรายแปลง

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.58 น.

สุชาติ เคลียร์ปมปรับแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน หลังอินฟลูฯ ปลุกกระแส เซฟทับลาน ยันไม่ได้เอื้อนายทุน แต่ทำเพื่อคนจน พร้อมตั้งกรรมการตรวจเข้มพิสูจน์สิทธิ์เป็นรายแปลง ป้องกันสวมรอย

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ ดารา นักแสดงออกมาปลุกกระแส Saveอุทยานแห่งชาติทับลาน หลังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาปรับปรุงแนวเขต อุทยานแห่งชาติทับลาน กว่า 100,000 ไร่ คืนให้กับชาวบ้าน ว่า เรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำต่อเนื่องกันมาก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่ง เรื่องนี้เหมือนเหรียญที่มี 2 ด้าน ต้องมีข้อเท็จจริง ด้านหนึ่งเสมอ ซึ่งนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ ได้ออกมาอธิบายไปบ้างแล้ว ส่วนที่ตนอธิบายไปเสียงอาจจะไม่ดังพอ จึงต้องปล่อยให้นักวิชาการ หรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญออกมาพูดแทน แต่มุมมองของตน มองว่าอย่าเอาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่เดือดร้อน หลายหมื่นครอบครัวมาเป็นประเด็นทางการเมือง หรือประเด็นที่พูดกันสนุกสนาน และขอให้นึกภาพชาวบ้านหลายครอบครัว ที่เขานอนอยู่ดีๆ ใช้ชีวิตมาหลายสิบปี จู่ๆตื่นมา ที่ที่เขาอยู่อาศัย ถูกประกาศเป็นที่อุทยานทั้งที่อยู่มาก่อน แล้ววันนี้นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบาย ให้ตนเข้ามาแก้ปัญหาให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

ส่วนภาพที่แชร์กันตามโซเชียล เห็นโขลงช้าง และป่า นายสุชาติกล่าวว่า ไม่ใช่อุทยานแห่งชาติทับลาน เป็นพื้นที่อื่น จึงขออย่าสร้างความเข้าใจผิด ซึ่งพื้นที่ ที่หลายคนวิตกกังวล คือกลุ่มหมู่บ้านไทยสามัคคี ซึ่งประเด็นนี้ได้หารือ กับปลัดกระทรวงและอธิบดี รวมถึงกลุ่มผู้วิตกกังวลทั้งหมดแล้ว ที่สุดท้ายกลัวกันว่าจะยกพื้นที่ ให้กับ ส.ป.ก. ที่ส่งต่อให้กับกลุ่มนายทุนซึ่งต้องย้ำว่าส.ป.ก.ก็มีข้อบังคับ ที่จะต้องยกกรรมสิทธิ์ให้เกษตรกร โดยหลังจากนี้ 3-4 วัน จะตั้งคณะกรรมการพิจารณาเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อพิจารณาพิสูจน์สิทธิ ให้กับชาวบ้านจริงๆ โดยจะพิจารณาพิสูจน์เป็นรายแปลง เพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อสังคม จะได้ไม่เป็นประเด็นให้เกิดความแตกแยก และในวันพรุ่งนี้(24มิ.ย.) จะมีกลุ่มชาวบ้านมายื่นหนังสือขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่อาคารรัฐสภา

“เราไม่ต้องการให้กลุ่มหนึ่ง ที่จะออกมาเรียกร้อง กลุ่มที่เดือดร้อนก็จะวิตกกังวล กลัวว่าตนจะกลับมติ ไม่ทำตามที่ประชุมในวันนั้น เราประชุมกันหลายคณะ ไม่ใช่ผมเสียงเดียว แล้วจะคุมได้ 8-9 เสียง ซึ่งคณะกรรมการก็มีนักวิชาการ อยู่หลายท่าน ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ สิ่งที่ทำทั้งหมด อยากให้พี่น้องสื่อมวลชน ให้เข้าใจว่า ครอบครัวเขาเหล่านั้น ยากจนจริงๆ และตื่นขึ้นมา ประกาศว่าที่ของเขาเป็นอุทยาน เขาก็ตกใจ หรืออยู่ๆ ก็ไปอยู่ในที่ส.ป.ก. ปี 2521 พอปี 2524 ประกาศเป็น พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน กลายเป็นพวกเขาอยู่ในที่อุทยาน” นายสุชาติ กล่าว

นายสุชาติ ได้ขอบคุณนักวิชาการคนหนึ่งเอามาระบุ ว่าสมัยก่อน การขีดเส้นเขต หากไม่ทำไว้ก่อน เพราะกลัวว่าจะมีการบุกรุกป่า เพราะในสมัยก่อน มีเรื่องของสัมปทานไม้ ดังนั้นดังนั้นเมื่อบ้านใดที่อยู่มาก่อนก็มาพิสูจน์สิทธิ์กัน  นี่คือหลักการการบริหาร ย้ำว่าไม่ได้น้อยใจ เพราะทำให้ประชาชน เพื่อคนยากไร้จริงๆ เพราะสิ่งที่รัฐบาลสั่งการ ให้ตนให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และให้พิสูจน์พื้นที่ตามหลักการความเป็นจริง ถ้าไม่ทำวันนี้ ไม่ทำมา 50 ปี ก็ต้องรอไปอีก 50 ปี

ภัณฑิล บี้ กกต.-ดีเอสไอ เร่งขยายผล คดีฮั้ว สว. ถึงผู้สั่งการ ชี้ 8 ผู้ต้องหา แค่เครือข่าย

ภัณฑิล บี้ กกต.-ดีเอสไอ เร่งขยายผล คดีฮั้ว สว. ถึงผู้สั่งการ ชี้ 8 ผู้ต้องหา แค่เครือข่าย

ภัณฑิล บี้ กกต.-ดีเอสไอ เร่งขยายผล คดีฮั้ว สว. ถึงผู้สั่งการ ชี้ 8 ผู้ต้องหา แค่เครือข่าย

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.53 น.

ภัณฑิล บี้ กกต.-ดีเอสไอ เร่งขยายผล คดีฮั้ว สว. ถึง ผู้สั่งการ ตัวจริง ชี้ 8 ผู้ต้องหา ล็อตแรก แค่ส่วนหนึ่งของเครือข่าย ข้องใจเชื่อมโยงเครือข่ายการเมือง เส้นทางการเงิน-บทบาทของผู้เกี่ยวข้องหลายระดับ

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงถึงการติดตามการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กรณี ฮั้ว สว. ว่า การแถลงครั้งนี้มุ่งเน้นเฉพาะประเด็นการได้มาซึ่ง สว. ซึ่งสังคมตั้งข้อสงสัยมาอย่างต่อเนื่องว่าอาจมีการจัดวางกระบวนการอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากคดีพิเศษเลขที่ 24/2568 มีผู้ต้องหา 8 รายที่ปรากฏในเอกสารที่อัยการส่งกลับมายังดีเอสไอ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครือข่าย และยังมีบุคคลในระดับ ผู้สั่งการ หรือ หัวระบบ ที่ยังไม่ถูกเปิดเผยชื่อ 

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า การออกมาเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าตรวจสอบอย่างจริงจัง และไม่ควรให้คดีสิ้นสุดเพียงการดำเนินคดีกับบุคคลบางส่วน ทั้งนี้ในวันที่25 มิ.ย.นี้ อนุกรรมาธิการของ กกต.ที่ศึกษาการได้มาซึ่ง สว. จะเชิญ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ   เข้าชี้แจงอีกครั้ง เพื่อให้ตอบข้อสงสัยว่า มีเครือข่ายใดเข้าไปแทรกแซง ครอบงำ หรือจัดวางกระบวนการเลือก สว. ทั้งระบบหรือไม่ ส่วนข้อมูลในสำนวนนั้น ในจำนวนผู้ต้องหา 8 รายแรก มี 2 รายที่ดำรงตำแหน่งเป็น สว. ปัจจุบัน ซึ่งการกล่าวถึงบุคคลดังกล่าวเป็นการอ้างอิงตามข้อมูลในสำนวน ไม่ใช่ข้อกล่าวหาส่วนตัว และทุกฝ่ายสามารถออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงได้ ซึ่งคดีนี้ถูกกล่าวถึงในฐานะคดีอั้งยี่และฟอกเงิน มูลค่าราว 400-500 ล้านบาท โดยดีเอสไอจำแนกเครือข่ายออกเป็นหลายระดับ ตั้งแต่ผู้สั่งการ ผู้วางระบบ ผู้ปฏิบัติ ผู้ได้รับเลือกเป็น สว.ไปจนถึงผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนสนับสนุน สะท้อนว่าผู้ต้องหา 8 รายแรกยังไม่ใช่ทั้งหมดของคดี และยังไม่ใช่ข้อยุติว่าใครกระทำผิด 

“ขอตั้งข้อสังเกตว่าสำนวนคดีมีความยาวหลายพันหน้าและมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทั้ง สว.,นักการเมือง ,ผู้ดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหาร และบุคคลในแวดวงการเมือง แต่กลับมีการส่งตัวผู้ต้องหาเพียง 8 รายในล็อตแรก จึงเป็นคำถามสำคัญว่า การดำเนินคดีจะขยายผลไปถึงผู้สั่งการตัวจริงหรือไม่” นายภัณฑิล กล่าว

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า ขอยกตัวอย่างข้อมูลของบุคคลบางรายที่ถูกระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับเส้นทางการเงินและบุคคลทางการเมืองในพรรคแกนนำรัฐบาล ทั้งในฐานะอดีตผู้ช่วย สส. ,อดีตผู้สมัคร สส. และคณะทำงานรัฐมนตรี ซึ่งเห็นว่า เมื่อบุคคลที่ถูกกล่าวถึงมีความเกี่ยวข้องทางการเมืองในทิศทางเดียวกัน พรรคการเมืองที่มีชื่อเกี่ยวข้องควรเปิดให้มีการตรวจสอบอย่างชัดเจน

นายภัณฑิล กล่าวด้วยว่า ข้อมูลทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่ข้อยุติว่าใครกระทำผิด แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่าใครได้เป็น สว.แต่รวมถึงคำถามว่า ใครเป็นผู้สั่งการ ใครเป็นผู้จ่ายเงิน และการลงมติของวุฒิสภาเป็นไปโดยอิสระตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หรืออยู่ภายใต้อิทธิพลของเครือข่ายใด จึงขอยังเรียกร้องให้ ดีเอสไอเร่งขยายผลไปถึงกลุ่มผู้สั่งการ และกกต.ต้องชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง และพรรคการเมืองที่มีบุคคลเกี่ยวข้องหลายระดับ ต้องแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะเปิดให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่

แฉ QRS ถูกศาลออสซี่สั่งปิด! ปมพัวพันสแกมข้ามชาติ จี้ ภาวุธ แจง เหตุโปรโมต

แฉ QRS ถูกศาลออสซี่สั่งปิด! ปมพัวพันสแกมข้ามชาติ จี้ ภาวุธ แจง เหตุโปรโมต

แฉ QRS ถูกศาลออสซี่สั่งปิด! ปมพัวพันสแกมข้ามชาติ จี้ ภาวุธ แจง เหตุโปรโมต

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.38 น.

23 มิถุนายน 2569 จากกรณีที่กรมสอบสวนดคีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้แถลงข่าวเกี่ยวคดี Forex และมีผังข้อมูลเชื่อมโยงและปรากฏชื่อของบริษัท QRS Global เข้าไปเกี่ยวข้อง เนื่องจากมีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนว่า ได้รับความเสียหายจากการถูกโบรกเกอร์ Forex ชื่อ QRS Global HFM GOFX Eterwealth และกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) ทำการหลอกลวงให้ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ทั้งนี้ ดีเอสไอ แถลงด้วยว่า ในประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่เคยออกใบอนุญาตให้บริษัทรายใด ทำธุรกิจโบรกเกอร์เทรด Forex

ต่อมา เพจเฟซบุ๊ก “จักรวาลด้อมส้ม” โพสต์ข้อความระบุว่า #ทุกคนคะ หนูไปขุดเจอเรื่องที่อยากให้ทุกคนรู้ค่ะ

QRS Global คือหนึ่งใน broker ที่ DSI ระบุในคดี Forex ไทย

หนูไปค้นพบว่า ศาลรัฐบาลกลางออสเตรเลีย

มีคำสั่งเกี่ยวกับบริษัทนี้ไว้แล้วค่ะ

21 มีนาคม 2568 ศาลรัฐบาลกลางออสเตรเลีย

เลขคดี FCA 321

ASIC ฟ้องและได้รับคำสั่งปิด 95 บริษัท ที่เชื่อมโยงกับ Forex/Crypto scam รูปแบบ “Pig Butchering” (ขุนให้อ้วนแล้วเชือด)

โดยระบุว่าเป็นฝีมือ

“กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

และหนึ่งใน 95 บริษัทนั้นคือ QRS Global Pty Ltd (ACN 665 543 966)

ศาลระบุชัดในคำตัดสินว่า:

“The purported appointment of William Reid-Drought as director of QRS Global Pty Ltd is void and of no effect”

ข้อมูลกรรมการของบริษัทนี้เป็นเท็จ คนที่ถูกระบุเป็นกรรมการ ไม่ได้ยินยอมเป็นกรรมการจริง

นี่คือรูปแบบ “ตั้งบริษัทบังหน้าโดยใช้ตัวตนปลอม” ที่ ASIC เรียกว่า pig butchering scam

ความเสียหายในคดีออสเตรเลีย:

นักลงทุน 1,500 คน สูญเงิน 35.8 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

พบเงินจริงคืนได้แค่ 33,018 ดอลลาร์ ไม่ถึง 0.1%

QRS Global คือ broker ที่ DSI ไทยระบุว่าอยู่ในเครือข่ายคดีนี้ ที่มีคลิปปรากฎพี่ป้อม ภาวุธร่วมโปรโมท ได้มือถือและเที่ยวฝรั่งเศส

สำหรับผู้ที่ร่วมธุรกิจกับ QRS Global ควรรู้ด้วยว่า broker ที่คุณฝากเงินไปนั้น ศาลต่างประเทศตัดสินไว้ว่าอะไร

ปล. หนูคาดว่า DSI น่าจะมีหลักฐานชิ้นนี้แล้ว

จากนั้น ดร.ธารินี วรินทรากุล นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความระบุว่า เรียน คุณป้อม ภาวุธ

ดิฉันคิดว่า ณ จุดนี้ สังคมไทยสมควรได้รับคำอธิบายที่มากกว่าคำว่า “ไม่เกี่ยว” “กำลังรวบรวมหลักฐาน” แล้วค่ะ

เพราะชื่อของ QRS Global ไม่ได้ไปโผล่แค่ในข้อมูลคดี Forex ของไทยที่ DSI กำลังตรวจสอบอยู่เท่านั้น

แต่ยังไปโผล่อยู่ใน คำพิพากษาศาลรัฐบาลกลางออสเตรเลีย คดี Australian Securities and Investments Commission v 24-U Pty Ltd [2025] FCA 321 ด้วย

คดีนี้ ศาลออสเตรเลียมีคำสั่งเมื่อ 21 มีนาคม 2025 ตามคำร้องของ ASIC ให้ปิดบริษัทถึง 95 บริษัท ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายหลอกลงทุนลักษณะ Forex / Crypto scam หรือที่เรียกกันว่า pig butchering scam

และหนึ่งในรายชื่อบริษัทนั้นคือ

QRS Global Pty Ltd (ACN 665 543 966) (asic.gov.au⁠)

ที่สำคัญกว่านั้นคือ ศาลไม่ได้พูดถึงบริษัทนี้ในฐานะธุรกิจการเงินที่มีธรรมาภิบาลดีเด่นนะคะ

แต่พูดถึงในบริบทของเครือข่ายบริษัทที่ ASIC ระบุว่าเกี่ยวข้องกับการหลอกลงทุน และถูกใช้เป็น “เปลือกบริษัท” เพื่อสร้างภาพความน่าเชื่อถือให้กับการฉ้อโกงออนไลน์

ศาลระบุชัดด้วยว่า

“The purported appointment of William Reid-Drought as director of QRS Global Pty Ltd is void and of no effect.”

แปลให้เข้าใจง่ายที่สุดก็คือการแต่งตั้งบุคคลรายนี้เป็นกรรมการของ QRS Global Pty Ltd นั้น ไม่มีผล และไม่ชอบด้วยข้อเท็จจริง

หรือพูดอีกแบบก็คือ ชื่อบริษัทนี้ไปปรากฏในคำพิพากษาท่ามกลางข้อสงสัยเรื่อง กรรมการที่ไม่ได้ยินยอมเป็นกรรมการจริง และโครงสร้างบริษัทที่มีลักษณะผิดปกติอย่างร้ายแรง

ASIC อธิบายคดีนี้ไว้ค่อนข้างตรงไปตรงมาค่ะ

ว่าบริษัทจำนวนมากในเครือข่ายนี้ถูกตั้งขึ้นด้วยข้อมูลเท็จ ใช้เว็บไซต์และแอปหน้าตาเป็นมืออาชีพ เพื่อหลอกให้คนหลงเชื่อว่ากำลังลงทุนใน FX, digital assets หรือ commodities ทั้งที่แท้จริงแล้วเป็นเพียงแพลตฟอร์มปลอมที่สร้างขึ้นมาเพื่อดูดเงินเหยื่อ และ ASIC ยังระบุด้วยว่าในหลายกรณี บริษัทอาจถูกจดทะเบียนโดยใช้ ตัวตนที่ถูกขโมยมา ด้วยซ้ำ

ผลเสียหายของคดีนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก

ASIC ระบุว่ามีผู้เสียหายกว่า 1,500 คน สูญเงินรวมประมาณ 35.8 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ขณะที่ทรัพย์สินที่ติดตามพบจริงมีเพียง 33,018 ดอลลาร์ เท่านั้น

ทีนี้พอเอาข้อเท็จจริงจากออสเตรเลียกลับมาวางทับกับสิ่งที่เกิดขึ้นในไทย คำถามมันก็เริ่มชัดขึ้นทุกทีค่ะ

เพราะ QRS Global ไม่ใช่ชื่อที่คนไทยเพิ่งได้ยินจากคำพิพากษาศาลต่างประเทศ

แต่เป็นชื่อที่อยู่ในชุดข้อมูลคดี Forex ที่ DSI ไทย กำลังตรวจสอบ

และเป็นชื่อเดียวกันกับแบรนด์ที่มีคลิปปรากฏว่า คุณป้อม ภาวุธ เคยร่วมโปรโมต เคยช่วยเล่าเรื่อง เคยช่วยทำให้สาธารณชนรู้สึกว่านี่คือธุรกิจที่ดูทันสมัย น่าเชื่อถือ และควรค่าแก่การรับฟัง

ดิฉันยังไม่รีบพูดเกินเอกสารนะคะว่า

“ใครโปรโมต = ใครร่วมขบวนการ”

เพราะนั่นไม่ใช่วิธีทำงานของคนที่ยังเคารพข้อเท็จจริง

แต่สิ่งที่พูดได้อย่างตรงไปตรงมาคือ

ถ้าคุณเคยเอาชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ของตัวเองไปช่วยพยุงแบรนด์การเงินแบรนด์หนึ่งให้ดูดีในสายตาสาธารณะ

แล้วต่อมาชื่อแบรนด์นั้นไปโผล่ทั้งในคดี DSI ไทย และในคำพิพากษาศาลออสเตรเลียคดี scam ข้ามชาติ

ภาระในการอธิบายย่อมตกอยู่ที่คุณค่ะ

ดังนั้นวันนี้คุณป้อมมีคำถามใหม่ที่ต้องตอบสังคมเพิ่มอีกแล้วค่ะ

คุณป้อมรู้จัก QRS Global ในฐานะอะไรแน่

เคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ทางการตลาด หรือผลประโยชน์กับ QRS มากน้อยแค่ไหน

การร่วมโปรโมตนั้นเป็นเพียงงานรีวิวธรรมดา หรือเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกกว่านั้น

และก่อนจะเอาชื่อเสียงตัวเองไปค้ำให้ธุรกิจการเงินนี้ คุณป้อมตรวจสอบมากพอแล้วหรือยังว่าแท้จริงแล้วธุรกิจนี้คืออะไร

เพราะเรื่องแบบนี้ไม่ใช่รีวิวร้านอาหาร ไม่ใช่เปิดกล่องมือถือรุ่นใหม่ ไม่ใช่ครีมทาผิวที่ผิดพลาดแล้วอย่างมากก็เสียแค่ผิวหน้า

เพราะถ้าวันนี้ข้อเท็จจริงคือ

QRS Global Pty Ltd อยู่ในคดีศาลออสเตรเลียที่ ASIC ขอให้ปิด 95 บริษัทในเครือข่าย scam

ศาลระบุถึงปัญหาเรื่องกรรมการของบริษัทนี้โดยตรง

ASIC บอกว่าหลายบริษัทในเครือถูกตั้งด้วยข้อมูลเท็จและอาจใช้ตัวตนปลอม

ขณะเดียวกันชื่อ QRS ก็อยู่ในชุดข้อมูลคดี Forex ที่ DSI ไทยกำลังตรวจสอบ

และในฝั่งไทยก็มีคลิปที่ คุณป้อม ภาวุธ เข้าไปมีบทบาทช่วยโปรโมตแบรนด์นี้

สิ่งที่สังคมมีสิทธิ์คาดหวัง จึงไม่ใช่คำชี้แจงครึ่งประโยค แต่คือ คำอธิบายเต็มประโยค เต็มชื่อ และเต็มความรับผิดชอบ

ตอบให้ชัดไปเลยค่ะ

เพราะสุดท้ายแล้ว เรื่องนี้อาจไม่ได้จบแค่คำถามว่า “QRS ผิดหรือยัง”

หรือ “เงิน 28 ล้านคืออะไร”

แต่อาจจบที่คำถามที่เจ็บกว่านั้นคือ

สังคมจะได้รับคำอธิบายถึงความเกี่ยวพันต่าง ๆ ของคุณภาวุธกับนิติบุคคลเหล่านี้เมื่อไหร่ หรือต้องให้ประชาชนหาหลักฐานมาให้ แล้วคุณภาวุธก็เงียบเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

– ขุดคลิป ‘ภาวุธ’ รีวิวเทรด QRS Global 1 ใน 4 โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ บนผังของ DSI

– QRS Global โร่แจง! ยันโปร่งใส-จดทะเบียนถูกต้อง หลัง DSI เปิดชื่อเอี่ยวคดี Forex

รมช.มหาดไทย จ่อสอบ สถ.เพิ่ม เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นด้วยหรือไม่

รมช.มหาดไทย จ่อสอบ สถ.เพิ่ม เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นด้วยหรือไม่

รมช.มหาดไทย จ่อสอบ สถ.เพิ่ม เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นด้วยหรือไม่

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.23 น.

รมช.มหาดไทย จ่อสอบ สถ.เพิ่ม เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นด้วยหรือไม่ หลังพบผู้เกี่ยวข้องกว่า 3,000 คน เชื่ออาจมีมากกว่านี้ ขอรอข้อมูลชัดเจนก่อน 

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าจับกุมขบวนการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นพบการทุจริต เสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท จ.นนทบุรี  ว่า เรื่องนี้สืบเนื่องจากมาจากการสอบท้องถิ่นตั้งแต่ปี พ.ศ.2568 ซึ่งขณะนั้นมีประเด็นเรื่องนี้เกิดขึ้น โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมทำ MOU กับ 5 หน่วยงาน เพื่อตรวจสอบกระบวนการการสอบทั้งหมด และป้องกันการทุจริต โดยวันนี้มีการไปพบหลักฐาน การทุจริตและนำไปสู่การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.

เมื่อถามว่าผู้ที่สอบคัดเลือกผ่านและพบกับทุจริตจะต้องถูกยกเลิกผลการสอบหรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า เรื่องนี้ยังเร็วไปที่จะมาพูดถึงตอนนี้ ซึ่งกระบวนการที่เกิดขึ้นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นผู้ว่าจ้างในการจัดสอบ ผู้ที่รับจัดสอบก็จะไปดำเนินการสอบ การตรวจสอบซึ่งเมื่อมีการตรวจสอบกระบวนการต่าง ๆ แล้ว ก็จะส่งผลกลับมาที่ สถ.เพื่อประกาศผล ดังนั้นในส่วนที่ สถ.เกี่ยวข้อง จะต้องไปดูว่ามีใครที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้บ้าง และต้องมีการดำเนินการรวมถึงต้องตรวจสอบว่า มีข้าราชการ สถ.เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้ด้วยหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วว่ามีต้องจัดการทั้งหมด แต่ทั้งหมดนั้นขอให้รอข้อมูลออกมาให้ชัดเจนกว่านี้อีกครั้ง ซึ่งในส่วนของผลสอบจะเป็นอย่างไรนั้น คนที่เข้ากระบวนการมาและมีการจ่ายเงินจะผิดหรือไม่ ขอให้ใจเย็นต้องรอข้อมูลและข้อเท็จจริงให้ชัดเจนมากกว่านี้ก่อน

ส่วนการจ้างมหาวิทยาลัยในการออกสอบนั้น นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) 

สำหรับการรายงานเบื้องต้น เรื่องการทุจริตว่ามีมาตั้งแต่ปีใดนั้น นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนเองไม่ขอก้าวล่วงในเรื่องอดีต แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในการสอบครั้งนี้จากข้อมูลตามข่าวมีตัวเลขอยู่ที่ 3,000 คน แต่ในข้อเท็จจริงตนเชื่อว่ามีมากกว่านั้น ซึ่งจะเจอเพิ่มหรือไม่ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริงในอนาคต ขณะที่ผู้เข้าสอบในครั้งนี้มีจำนวนหลัก 100,000 คน 

ในกระบวนการการทุจริตครั้งนี้สามารถบอกได้หรือไม่ว่าอยู่ในขั้นตอนการสอบหรือขั้นตอนใด นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนยังไม่สามารถบอกได้ เพราะในเชิงข้อเท็จจริงต้องรอข้อมูลที่ชัดเจน เรื่องนี้มีกระบวนการที่ซับซ้อนมาก หากยังไม่ชัดเจนก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรที่จะพูด แต่ขอให้รอก่อนข้อมูลจะออกมาอีกสักพักหนึ่ง 

ขณะที่จะมีการขยายผลไปถึงโรงเรียนนายอำเภอด้วยหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้พูดคุยกันแต่ตนรับผิดชอบในส่วนของ สถ.ต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง 

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากการสอบแบบรวมศูนย์ใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า วิธีการจัดสอบว่ามีอยู่ทั้งหมด 2 รูปแบบ ตั้งแต่การให้ท้องถิ่นจัดการเองจะมีปัญหาอีกแบบหนึ่ง ตอนซึ่งภายหลังมีการจัดสอบรวมศูนย์ ซึ่งขณะนี้มีการจัดสอบแบ่งออกเป็