ธรรมนัส ย้ำ ไม่มีอะไรในกอไผ่ รับคุยนฤมลแล้ว หลังพบอนุทินที่สงขลา

ธรรมนัส ย้ำ ไม่มีอะไรในกอไผ่ รับคุยนฤมลแล้ว หลังพบอนุทินที่สงขลา

ธรรมนัส ย้ำ ไม่มีอะไรในกอไผ่ รับคุยนฤมลแล้ว หลังพบอนุทินที่สงขลา

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.45 น.

“ธรรมนัส”ย้ำไม่มีอะไรในกอไผ่ รับคุย”นฤมล”แล้ว หลังพบ”อนุทิน”ที่สงขลา พร้อมจับตาเลือกตั้งส่อโมฆะ เรียกทีมยุทธศาสตร์ฯปรึกษารายละเอียด หากต้องมีการเลือกตั้งใหม่

18 กุมภาพันธ์ 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงข้อกังวลการรับรองผลการเลือกตั้ง ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ที่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน และมีข้อร้องเรียนจากหลายฝ่ายต่อเนื่อง ซึ่งตนได้เฝ้าติดตามและสอบถามคนรู้จักที่อยู่ในวงการและมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้ง ยอมรับ ขณะนี้กังวลในเรื่องการรับรองผลการเลือกตั้งของ กกต.มากกว่าการพูดคุยจัดตั้งรัฐบาล เพราะมีความหมิ่นเหม่ว่าจะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ได้ตั้งสมมุติฐานว่า หากการเลือกตั้งที่ผ่านมาเกิดโมฆะไม่สามารถรับรองผลการเลือกตั้งได้จะยิ่งสร้างความโกลาหล แล้วจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที แต่ยืนยันว่า พรรคกล้าธรรมมีความพร้อม หากจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่หากจะต้องมีการนับคะแนนใหม่มันเสียเวลา

ร.อ.ธรรมนัส ยังระบุด้วยว่า สาเหตุที่วันนี้ได้เชิญ นายอนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม เข้ามาพบที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากมีเรื่องที่จะต้องปรึกษาหารือกันในหลายประเด็น และตนให้เกียรติที่เป็นรุ่นพี่ที่เคารพรัก เพราะฉะนั้นในช่วงสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดวิกฤต โดยเฉพาะข้อกังวลเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง จึงต้องมีการปรึกษาหารือกันเป็นเรื่องปกติ พร้อมย้ำว่า หากสังเกตแววตาของตนเอง ก็จะรู้ว่าไม่ได้กังวลการร่วมจัดตั้งรัฐบาล แต่กังวลผลการเลือกตั้งมากกว่า ส่วนกรณีที่ กกต.มีมติให้มีการนับคะแนนใหม่ในเขตพื้นที่บ้านเกิดของตนเอง คือ พะเยา เขต 1 ยืนยันว่า ประเด็นนี้ไม่มีเรื่องต้องกังวลอะไร และได้มีการพูดคุยกันหากมีการนับคะแนนในเขตอื่นก็อาจจะได้ สส.เพิ่มอีกหลายเขต และย้ำว่า วันพรุ่งนี้ (19 ก.พ.) จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค รวมถึงพบหารือว่าที่ สส.ของพรรคกล้าธรรม ที่ชนะในแต่ละเขตพื้นที่ โดยตรงจะเน้นย้ำว่า ในระหว่างนี้อย่าทำอะไรที่หมิ่นเหม่ต่อการผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ส่วนกรณีที่ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้มีการพูดคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ จ.สงขลา เมื่อวานนี้ (17 ก.พ.) และมีท่าทีเคร่งเครียดนั้น ล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส ได้สอบถามไปยังนางนฤมล แล้ว และได้รับรายงานว่า “ไม่มีอะไรในกอไผ่ มีแต่หน่อไม้” (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ดีลลับหรือเคลียร์ชัด? อนุทิน คุยเคร่งเครียด นฤมล ปมร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย)

เกมดึงเช็งบ้านใหญ่? ธรรมนัส เปิดสายรอ อนุทิน โทรชวนร่วมรัฐบาล

เกมดึงเช็งบ้านใหญ่? ธรรมนัส เปิดสายรอ อนุทิน โทรชวนร่วมรัฐบาล

เกมดึงเช็งบ้านใหญ่? ธรรมนัส เปิดสายรอ อนุทิน โทรชวนร่วมรัฐบาล

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.22 น.

18 กุมภาพันธ์ 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล ภายหลังจากเมื่อวานนี้ (17 ก.พ.) มีการปรากฏภาพการพูดคุยระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กับ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่ จ.สงขลา ว่า ในประเด็นดังกล่าวยังไม่ได้พูดคุยกับนางนฤมล เนื่องจากเมื่อวานนี้ตนเองก็ติดภารกิจจนถึงดึก ส่วนสัญญาณของการเข้าร่วมรัฐบาล ยังคงยืนยันว่า ยังไม่มีการพูดคุยในรายละเอียดเพิ่มเติมไปกว่าที่ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้แถลงไว้

ทั้งนี้ ในส่วนของพรรคกล้าธรรม พรุ่งนี้ (19 ก.พ.) จะมีการนัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และ สส.ในสังกัดพรรค ก่อนที่จะเดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัวที่ยุโรป

ส่วนกระแสข่าวที่คาดการณ์ว่าขณะนี้พรรคกล้าธรรมจะเป็นพรรคฝ่ายค้านนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มองว่าเป็นเรื่องของการคาดเดาไปต่างๆ นานา แต่จากการร่วมรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรมก็ไม่ได้แสดงออกอะไร พรรคอยู่ในที่ตั้งมาโดยตลอด ซึ่งการพูดคุยต่างๆ ก็มอบหมายให้เป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรค และเลขาธิกาพรรคเป็นผู้ดำเนินการ พร้อมย้ำด้วยว่า ในเรื่องของรายละเอียดในการเข้าร่วมรัฐบาล หากตนเองเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็คงยังไม่พูดถึงเรื่องนี้ เพราะมองว่ายังเร็วเกินไป เพราะปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น และยังไม่ได้รับความชัดเจน ทั้งการรับของ สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ หากพูดอะไรออกไปในตอนที่สถานการณ์ยังไม่นิ่ง จะส่งผลต่อกระทบต่อความมั่นใจของประชาชนต่อรัฐบาลที่ยังทำงานอยู่

ส่วนจากภาพที่ปรากฏหลายพรรคที่มีการแสดงท่าทีของในการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย (พท.) ทำให้มีข้อสังเกตว่าพรรคกล้าธรรมจะไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า พรรคกล้าธรรมกับพรรคภูมิใจไทยก็เจอกันในการประชุม ครม.ทุกวันอังคารอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องไปคุยกันเยอะ และทำเหมือนพรรคอื่น และพรรคกล้าธรรมก็ไม่เคยทำเช่นนั้น ซึ่งรัฐบาลในขณะนี้ก็เป็นรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม แต่พรรคอื่นๆ ที่ปรากฏในข่าวส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในรัฐบาลชุดนี้ และย้ำว่า สิ่งสำคัญที่ต้องจับตามองในขณะนี้ กกต.จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายๆ ประเด็นอย่างไรมากกว่า ซึ่งรัฐบาลใหม่จะจัดตั้งได้ไวหรือช้า ยังไม่รู้ แต่ขณะนี้ก็มีรัฐบาลบริหารบ้านเมืองอยู่

ส่วนที่จะเดินทางไปพักผ่อนที่ยุโรปในช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองยังไม่นิ่งนั้น ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ตนเองเข้าใจสถานการณ์และไม่กังวล และไม่ใช่การไปพักใจ ซึ่งเป็นไปตามกำหนดการที่ได้วางแผนล่วงหน้าไว้เป็นปีแล้ว และตอนนี้ก็เปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ตลอด และหลังในวันที่ประชุมพรรคในวันพรุ่งนี้ตนจะเดินทาง คงต้องปิดมือถือ (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ดีลลับหรือเคลียร์ชัด? อนุทิน คุยเคร่งเครียด นฤมล ปมร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย)

ดร.สุวิทย์ ถอดรหัส อนุทิน 2.0 จากผู้เล่นเกมอำนาจ สู่สถาปนิกผู้รื้อสร้างรัฐไทย

ดร.สุวิทย์ ถอดรหัส อนุทิน 2.0 จากผู้เล่นเกมอำนาจ สู่สถาปนิกผู้รื้อสร้างรัฐไทย

ดร.สุวิทย์ ถอดรหัส อนุทิน 2.0 จากผู้เล่นเกมอำนาจ สู่สถาปนิกผู้รื้อสร้างรัฐไทย

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.35 น.

18 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า อนุทิน 2.0: จากผู้เล่นในเกมอำนาจ สู่สถาปนิกผู้รื้อสร้างประวัติศาสตร์รัฐไทย

ในหน้าประวัติศาสตร์การเมือง นักการเมืองจำนวนมากถูกจารึกไว้เพียงเพื่อจะถูกลืม มีเพียงไม่กี่คนที่ก้าวข้ามสู่การเป็น “ตำนาน”

เส้นแบ่งระหว่าง “นักการเมือง” กับ “รัฐบุรุษ” ไม่ได้วัดที่ตำแหน่งหรือจำนวนปีในอำนาจ แต่วัดที่ระดับของมโนทัศน์ (Conceptual Depth) และความรับผิดชอบต่ออนาคต (Generational Responsibility)

• นักการเมืองคิดเพื่อชนะครั้งหน้า | รัฐบุรุษคิดเพื่อรากฐานคนรุ่นหน้า

• นักการเมืองบริหารอำนาจที่มี | รัฐบุรุษออกแบบอำนาจที่ควรเป็น

• นักการเมืองประนีประนอมเพื่อสมดุล | รัฐบุรุษสถาปนาหลักการเหนือทุกฝ่าย

ผู้เล่นที่เก่งอาจคุมเกมได้แนบเนียน แต่ผู้จะเป็นตำนาน คือผู้ที่กล้า “รื้อกติกาและเขียนใหม่”

ในโลกที่ระเบียบอำนาจกำลังสั่นคลอน ไทยไม่ต้องการแค่ผู้จัดการวิกฤต แต่ต้องการ State-Rebuilder — ผู้รื้อปรับและสถาปนารัฐให้มั่นคง

I. บททดสอบ “อนุทิน 2.0”: ข้ามพ้นเงา Deal-Maker

ภาพจำของ อนุทิน ชาญวีรกูล คือ Political Deal-Maker ผู้ประสานรอยร้าวและรักษาเสถียรภาพรัฐบาลผสม

ทักษะนี้ทำให้รัฐบาล “อยู่รอด” แต่ยังไม่พอให้ประเทศ “ยิ่งใหญ่”

คำถามไม่ใช่ว่าเขาจะรักษาดุลในสภาได้นานแค่ไหน แต่คือเขาจะยกระดับจาก “ผู้จัดการสมการรายวัน” ไปสู่ “State Rebuilder” ได้หรือไม่

II. “จารีต × ปฏิรูป”: สมการสถาปัตยกรรมรัฐใหม่

State-Rebuilder ไม่ใช่ผู้ล้มราก แต่คือผู้ผสาน “วิญญาณแห่งจารีต” เข้ากับ “เครื่องยนต์แห่งอนาคต”

• จารีต (Tradition) คือสมอเรือไม่ให้สังคมแตกสลาย

• ปฏิรูป (Reform) คือการอัปเกรด OS ของรัฐให้โปร่งใสและเสมอหน้า

• หลักการ (Principle) คือกฎเหล็กที่คุ้มครองทุกคนเท่าเทียม

นี่ไม่ใช่ Re-Brand แต่คือ Re-Design โครงสร้างอำนาจ

– จากการจัดการอำนาจ -> การจัดระเบียบอำนาจ

– จากรักษาดุลผลประโยชน์ -> สถาปนาหลักการ

– จากวาระ 4 ปี -> ทิศทาง 20 ปี

III. ถอดรหัส DNA ผู้สร้างรัฐ

หากจะก้าวสู่เวอร์ชัน 2.0 ต้องผนวกบทเรียนจากผู้สร้างรัฐ:

1. วิสัยทัศน์เชิงโครงสร้าง (จาก ปรีดี พนมยงค์)

เลิกแก้ปัญหาเป็นจุดๆ แล้วเริ่มเสนอ “พิมพ์เขียวใหม่” ว่ารัฐไทยในศตวรรษที่ 21 ควรมีหน้าตาอย่างไร

2. เสถียรภาพเชิงสถาบัน (จาก เปรม ติณสูลานนท์)

สร้างระบบที่นิ่งด้วยโครงสร้าง ไม่ใช่นิ่งด้วยตัวบุคคล

3. มาตรฐานเหนือความนิยม (จาก อานันท์ ปันยารชุน)

กล้าตัดสินใจในสิ่งที่ “ถูก” แม้จะไม่ “ถูกใจ” เพื่อวางมาตรฐานทองคำให้คนรุ่นหลัง

4. ทุนทางอารยธรรม (จาก คึกฤทธิ์ ปราโมช)

เจียระไนจารีตให้กลายเป็น Soft Power และอำนาจต่อรองในเวทีโลก

5. นิติธรรมแห่งความเชื่อมั่น (จาก ชวน หลีกภัย)

รักษาทุนความน่าเชื่อถือ ด้วยความสม่ำเสมอทางหลักการที่ไม่มีข้อยกเว้น

IV. สมการ “อนุทิน 2.0”

เมื่อจุดแข็งเชิงปฏิบัติผสานกับบทเรียนรัฐบุรุษ ภาพของ “อนุทิน 2.0” จะชัดขึ้นในฐานะ

“ผู้นำที่เคารพจารีต ปฏิรูประบบด้วยความกล้า และสร้างเสถียรภาพด้วยหลักการ”

บทสรุป: เดิมพันแห่งประวัติศาสตร์

ประเทศไทยยืนอยู่ระหว่างการเมืองแบบ “รักษาผลประโยชน์” กับการเมืองแบบ “สถาปนาหลักการ”

คำถามไม่ใช่ว่าโอกาสจะมาถึงหรือไม่ แต่คือเมื่อมาถึง เขาจะเลือกเป็นอะไร

ผู้เล่นที่เดินตามเกม หรือผู้เขียนกติกาใหม่ให้ประวัติศาสตร์จดจำ

– จาก Political Deal-Maker สู่ State-Rebuilder

– จาก นักการเมือง สู่ รัฐบุรุษ

ความแตกต่างนี้ไม่ได้ถูกตัดสินด้วยโชคชะตา แต่ด้วย “ความกล้า” ที่จะคิดและทำในระดับที่ก้าวข้ามกาลเวลา

อนุทิน เข้าทำงานที่ทำเนียบฯ ตามปกติ ท่ามกลางความไม่ชัดเจนดึงกล้าธรรม ร่วมหรือไม่

อนุทิน เข้าทำงานที่ทำเนียบฯ ตามปกติ ท่ามกลางความไม่ชัดเจนดึงกล้าธรรม ร่วมหรือไม่

อนุทิน เข้าทำงานที่ทำเนียบฯ ตามปกติ ท่ามกลางความไม่ชัดเจนดึงกล้าธรรม ร่วมหรือไม่

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.07 น.

อนุทิน เข้าทำงานที่ทำเนียบฯ ตามปกติ ท่ามกลางความไม่ชัดเจนดึงกล้าธรรม ร่วมหรือไม่

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลตามปกติ แม้วันนี้จะไม่มีวาระงานที่ทำเนียบรัฐบาล โดยทันทีที่มาถึง นายกฯ ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า และได้ไหว้องค์นรสิงห์ ก่อนปฏิบัติภารกิจประจำวัน ท่ามกลางกระแสการจัดตั้งรัฐบาลที่ยังไม่ชัดเจน ว่านำพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่

ภูมิธรรม แจง Fake News ยืนยังไม่มีคุยตำแหน่งแบ่งกระทรวงใดทั้งสิ้น

ภูมิธรรม แจง Fake News ยืนยังไม่มีคุยตำแหน่งแบ่งกระทรวงใดทั้งสิ้น

ภูมิธรรม แจง Fake News ยืนยังไม่มีคุยตำแหน่งแบ่งกระทรวงใดทั้งสิ้น

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.48 น.

18 กุมภาพันธ์ 2569 นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ชี้แจงกรณี Fake News “ถ้าคุมกลาโหม..” ระบุข้อความว่า

ข่าวนี้เป็น Fake News เพราะนับตั้งแต่พรรคเพื่อไทยได้รับการติดต่อจากผู้ใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคที่ได้คะแนนอันดับหนึ่ง เพื่อขอเสียงสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งมีการแถลงข่าวร่วมกันแล้วนั้น เรายังไม่มีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี หรือการแบ่งกระทรวงใด ๆ ทั้งสิ้น

เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และการดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลซึ่งเป็นภารกิจของพรรคอันดับหนึ่ง ก็ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเป็นรัฐบาลผสมกี่พรรค และจะมีจำนวนเสียงส.ส.สนับสนุนเป็นจำนวนเท่าใด 

เมื่อชัดเจนในเรื่องดังกล่าวแล้ว จึงจะมาถึงขั้นตอนการแบ่งกระทรวงและจำนวนรมต.ของแต่ละพรรค 

ดังนั้น​ การนำข้อมูลเท็จมาเผยแพร่สร้างความเข้าใจผิดว่า“ภูมิธรรมลั่นว่าถ้าได้คุมกระทรวงกลาโหมงวดนี้พี่น้องชาวไทย เตรียมดูได้เลย ผมจะจัดหนัก จัดเต็ม….“  เช่นนี้ถือเป็นการกล่าวความเท็จ และเป็นการนำข้อมูลอันเป็นเท็จมาเผยแพร่..สร้างความเข้าใจผิดให้เกิดขึ้นต่อสาธารณะ

ขอความกรุณาพี่น้องประชาชนอย่าได้เผยแพร่ข้อความเท็จดังกล่าว ส่วนผู้โพสต์ตั้งต้น ผมจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ภูมิธรรม เวชยชัย
18 ก.พ. 69

รัฐบาลรับทราบข้อเสนอ ป.ป.ช. อุดช่องโหว่ทุจริต ‘อนุญาตรถโดยสาร CNG/NGV’

รัฐบาลรับทราบข้อเสนอ ป.ป.ช. อุดช่องโหว่ทุจริต 'อนุญาตรถโดยสาร CNG/NGV'

รัฐบาลรับทราบข้อเสนอ ป.ป.ช. อุดช่องโหว่ทุจริต ‘อนุญาตรถโดยสาร CNG/NGV’

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.34 น.

รัฐบาลรับทราบข้อเสนอ ป.ป.ช. อุดช่องโหว่ทุจริต ‘อนุญาตรถโดยสาร CNG/NGV’ สั่งคมนาคมเป็นหน่วยงานหลักยกระดับตรวจสภาพ–ทำ Safety Rating List

เมื่อวันที่  18 ก.พ.2569 น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบมาตรการป้องกันการทุจริตในการขออนุญาตรถขนส่งสาธารณะที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติอัด (Compressed Natural Gas: CNG) หรือก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (Natural Gas for Vehicles: NGV) ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอ เพื่ออุดช่องโหว่ ลดความเสี่ยงการทุจริต และยกระดับความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

รองโฆษกฯ กล่าวว่า ป.ป.ช. รายงานประกอบว่า จากการตรวจสอบกรณีอุบัติเหตุรถโดยสารที่ใช้ NGV ที่เกิดเพลิงไหม้ในปี 2567 พบประเด็นความผิดปกติหลายด้าน และเมื่อสำนักงาน ป.ป.ช. ลงพื้นที่ตรวจสอบขั้นตอนการอนุญาตและการตรวจสภาพรถในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบข้อกังวลสำคัญ ได้แก่ การตรวจสอบที่เน้นเอกสารมากกว่าการตรวจทางเทคนิค และมีกรณีการได้มาซึ่งหนังสือรับรองการตรวจและทดสอบโดยไม่นำรถเข้ารับการตรวจจริง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและประชาชน

ทั้งนี้ มาตรการที่ ป.ป.ช. เสนอให้ดำเนินการ ประกอบด้วย (1) การกำหนดนโยบายสำคัญเร่งด่วนและประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางถนนของประเทศ รวมถึงการทบทวนมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานและความแข็งแรงของโครงสร้างรถโดยสาร (2) เพิ่มความเข้มงวดในการขออนุญาตและต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่งรถโดยสารไม่ประจำทาง การอนุญาตแก้ไข/ดัดแปลงสาระสำคัญของรถ การกำกับดูแลสถานประกอบการเอกชนและผู้ประกอบวิชาชีพที่ทำหน้าที่ออกหรือต่อใบอนุญาตให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมบูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ (3) ปรับปรุงรูปแบบการตรวจสภาพด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นระบบ เพื่อออกใบรับรอง ติดตามประวัติการดัดแปลง และรวบรวมผลการตรวจสอบอย่างมีมาตรฐาน

รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการจัดทำ “Safety Rating List” สำหรับรถโดยสารสาธารณะ เพื่อจำแนกระดับมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงการจัดทำบัญชีรายชื่อยานพาหนะที่บกพร่องหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะผ่านระบบออนไลน์ และใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกใช้บริการได้อย่างมั่นใจ

ในส่วนของการสร้างความตระหนักรู้และการปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรการดังกล่าวยังเน้นการอบรมผู้ประกอบการและพนักงานขับรถโดยสารอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านกฎหมายจราจร พฤติกรรมเสี่ยง ความปลอดภัยเชิงป้องกัน การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการรับมือเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ติดตามและประเมินพฤติกรรมการขับขี่ เช่น ระบบติดตามภายในรถ (IVMS) ระบบ GPS และกล้องวงจรปิด (CCTV) รวมถึงเปิดช่องทางร้องเรียนที่เข้าถึงง่ายและติดตามผลได้ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งพฤติกรรมเสี่ยง

สำหรับการขับเคลื่อนในทางปฏิบัติ คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลัก รับเรื่องไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (โดย สวทช.) กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม (โดย สมอ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อยุติ พร้อมให้สรุปผลการพิจารณา/ผลการดำเนินการในภาพรวม ส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบต่อไป

“รัฐบาลยืนยันเดินหน้ามาตรการเชิงรุกเพื่ออุดช่องโหว่การทุจริต ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยรถโดยสาร และสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดให้ประชาชน โดยเฉพาะรถที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ CNG/NGV ซึ่งต้องมีมาตรฐานการตรวจสภาพที่เข้มงวด โปร่งใส และตรวจสอบได้” รองโฆษกฯ กล่าว

ทำไมปฏิบัติไม่เหมือนกัน? เทพไท ฉงนใจ ภูมิใจไทย ปมเพื่อไทย VS กล้าธรรม

ทำไมปฏิบัติไม่เหมือนกัน? เทพไท ฉงนใจ ภูมิใจไทย ปมเพื่อไทย VS กล้าธรรม

ทำไมปฏิบัติไม่เหมือนกัน? เทพไท ฉงนใจ ภูมิใจไทย ปมเพื่อไทย VS กล้าธรรม

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.21 น.

18 กุมภาพันธ์ 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ทำไม? ภูมิใจไทย ปฏิบัติต่อเพื่อไทย-กล้าธรรม แตกต่างกัน

มีสำนักข่าวบางสำนัก ได้รายงานถึงแหล่งข่าวจากแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล พูดถึงการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ ได้มีการพูดคุยและตกลงกันว่า จะยอมรับให้พรรคกล้าธรรมเป็นพรรครัฐบาลอีกพรรคหนึ่ง โดยจัดสรรโควต้ารัฐมนตรีให้3กระทรวง4ตำแหน่ง คือ

1.กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

2.กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

3.กระทรวงแรงงาน และมอบหมายตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีอีกหนึ่งตำแหน่งด้วย

ส่วนพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีกระแสข่าวมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ได้รับการจัดสรรโควต้ารัฐมนตรี5คน 6ตำแหน่ง คือ

1.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือกระทรวงสาธารณสุข

2.กระทรวงอุตสาหกรรม

3.กระทรวงศึกษาธิการ

ส่วน4และ5 เป็นรัฐมนตรีช่วยในกระทรวงต่างๆ รวมไปถึงควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีอีก1ตำแหน่ง

การจัดสรรโควต้ารัฐมนตรีให้กับพรรคเพื่อไทย อยากจะตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ที่มีพรรคเพื่อไทยและพรรคกล้าธรรมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล คือ

1.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ประกาศเสียสละ ไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก เพราะในคณะรัฐมนตรีชุดอนุทิน1 มีร.อ.ธรรมนัส เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยไม่มีปัญหาอะไร หรือไม่มีข้อรังเกียจใดๆทั้งสิ้น แต่ทำไมคณะรัฐมนตรีชุดอนุทิน2 จึงมีกระแสข่าวไม่อยากจะให้ร.อ.ธรรมนัสเข้าดำรงตำแหน่ง

2.พรรคเพื่อไทยได้โควต้ากระทรวง เกรด A เกือบทั้งหมด แต่ทำไมพรรคกล้าธรรม ถึงได้กระทรวงเกรด B ทั้งหมด ซึ่งมีความแตกต่างกันมาก ระหว่าง2พรรคนี้ น่าจะมีการเกลี่ยเกรดของกระทรวงต่างๆ เพื่อความเท่าเทียมกัน ไม่ควรให้พรรคเพื่อไทยได้รับกระทรวง เกรด A เป็นหลัก และพรรคกล้าธรรม ได้รับเฉพาะกระทรวงเกรด B

3.การให้ความสำคัญในการติดต่อเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย มีการเชื้อเชิญจากนายอนุทินให้มาพบที่ทำการพรรคภูมิใจไทย และเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ แต่ในส่วนของพรรคกล้าธรรม ต้องวิ่งไล่ตื๊อ หรือวิ่งง้อ เพื่อที่จะให้เชิญเข้าร่วมรัฐบาลด้วย

4.ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรม ในฐานะพันธมิตรทางการเมือง มีความแตกต่างกันมาก พรรคเพื่อไทยเคยยึดกระทรวงมหาดไทย ผลักพรรคภูมิใจไทยออกจากรัฐบาลมาแล้ว ในขณะที่พรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส เป็นพันธมิตรทางการเมือง เป็นผู้พลิกขั้วจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทย มาสนับสนุนให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี

จึงไม่เข้าใจว่า บทบาททางการเมืองที่มีต่อกัน ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรม ที่มีต่อพรรคภูมิใจไทย ซึ่งพรรคกล้าธรรมได้แสดงน้ำใจ ความเป็นมิตรไมตรีหรือพันธมิตรทางการเมืองชัดเจนกว่าพรรคเพื่อไทย แต่ทำไมการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยจึงให้ความสำคัญกับพรรคเพื่อไทยมากกว่าพรรค กล้าธรรม และดูท่าทีเหมือนจะรังเกียจพรรคกล้าธรรมด้วยซ้ำไป

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็จะทำให้ดีที่สุด ตำแหน่งไม่ใช่อุปสรรคว่าจะทำดีไม่ได้ เราต้องทำให้ดีที่สุดให้เป็นประโยชน์ให้คนเขาสรรเสริญซึ่งคนจะสรรเสริญหรือนินทาอยู่ที่การกระทำของเรา ทำดีคนก็สรรเสริญ ทำไม่ดีคนก็นินทาเป็นเรื่องปกติ”

นายโสภณ ซารัมย์

รองนายกรัฐมนตรี

แกนนำพรรคภูมิใจไทย

ปปง.ชงอัยการยึดทรัพย์ 4แก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ มูลค่ารวมกว่า1.3หมื่นล.

ปปง.ชงอัยการยึดทรัพย์  4แก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ  มูลค่ารวมกว่า1.3หมื่นล.

ปปง.ชงอัยการยึดทรัพย์ 4แก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ มูลค่ารวมกว่า1.3หมื่นล.

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ปปง.ชงอัยการสำนักงานคดีพิเศษให้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์ 4 เครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ มูลค่ารวมกว่า 1.3 หมื่นล้าน หลังชี้แจงที่มาของทรัพย์สินไม่ได้ยันเดินหน้าตัดวงจรฟอกเงินข้ามแดนจากกัมพูชาสู่ไทย พร้อมกางแผนเปิดทางเหยื่อยื่นคำร้องขอเฉลี่ยคืนทรัพย์สินภายใน90วัน

เมื่อวันที่ 17กุมภาพันธ์ 2569 นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมด้วย นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง.และโฆษกสำนักงาน ปปง.เดินทางมาส่งมอบสำนวนคดีสำคัญ 4รายคดี ในความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาชญากรรมข้ามชาติ และฟอกเงิน รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ13,074 ล้านบาท ให้แก่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน โดยมี นางเยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เป็นผู้รับมอบ

สำหรับรายละเอียดทั้ง 4 รายคดีที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประกอบด้วย 1.คดี น.ส.แตงไทย กรณี นายยิมเลียก (MR.LEAK YIM), นางวิรินยา, นายเบน สมิธ (MR.SMITH BEN) และ น.ส.แคทรียา กับพวก ได้หลอกลวงผู้เสียหาย พบข้อมูลธุรกรรมเชื่อมโยงถึงกัน มีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชน ปปง. ส่งสำนวนทรัพย์สินรวม 68 รายการ (ย.300 – 302/2568 และ ย.305/2568) คือ ที่ดิน, ห้องชุด, รถยนต์, เรือยอชท์ และเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท

2.คดีนายเฉินจื้อ กับพวก ตรวจพบเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล เชื่อมโยง นายเฉินจื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ธุรกิจข้ามชาติในกัมพูชา โดยส่งสำนวนทรัพย์สิน 96 รายการ (ย.293/2568) คือ ที่ดิน, เงินสด, สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ รวมมูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท

3.คดี นายก๊ก อาน กับพวก สืบเนื่องจากคดีจับกุมผู้กระทำผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน ส่งสำนวนทรัพย์สิน 89 รายการ (ย.297/2568) คือ ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝาก รวมมูลค่าประมาณ 560ล้านบาท

4.คดีนายเอื้ออังกูร กับพวก กรณีกลุ่มมิจฉาชีพชักชวนประชาชนลงทุนเทรดหุ้นผ่านกลุ่มไลน์ ส่งสำนวนทรัพย์สิน 31 รายการ (ย.296/2568) อาทิ เงินสด และเงินในบัญชีเงินฝาก รวมมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท

นางเยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เปิดเผยว่า สำนวนทั้ง 4 จะมอบหมายให้สำนักงานคดีพิเศษกอง 2 และกอง 3 รับผิดชอบ โดยจะมีการตั้งคณะทำงานและมีเจ้าหน้าที่ ปปง. มาช่วยรวบรวมเอกสารเพื่อให้ทันกรอบเวลา 90 วัน ซึ่งคณะกรรมการธุรกรรมได้มีคำสั่งยึดอายัดไว้ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 และจะครบกำหนดในวันที่ 1 มีนาคม 2569 นี้ ยืนยันว่าทั้ง 4 สำนวนเป็นกลุ่มเครือข่ายสแกมเมอร์หลอกลวงประชาชน ในส่วนความเชื่อมโยงของเส้นเงินระหว่าง นายเฉินจื้อ และ ยิมเลียก หรือเบน สมิธ ทาง ปปง. แจ้งว่าเป็นเรื่องของความเกี่ยวพันกันซึ่งอยู่ในรายละเอียดของคดีที่ยังไม่ขอเปิดเผย แต่ยืนยันว่าเป็นการแยกคดีคนละสำนวนกัน

“ความผิดมูลฐานอาญาเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจ กองบัญชาการสอบสวนกลาง ซึ่งมีการดำเนินคดีแยกไปตามกลุ่มความผิด ปัจจุบันคดีอาญายังไม่ส่งถึงอัยการ มีเพียงส่วนของ ปปง. ที่ยึดทรัพย์ส่งมาเท่านั้น ซึ่งตามหลักการยึดทรัพย์สินของ ปปง. จะแยกส่วนไม่ผูกติดกับคดีอาญา โดยคาดว่าเป็นความผิดนอกราชอาณาจักรที่เชื่อมโยงเส้นเงินจากสิงคโปร์และกัมพูชา ทั้งนี้เนื่องจากเป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา ผู้มีส่วนได้เสียจึงไม่สามารถยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมได้ เป็นการพิจารณาของอัยการฝ่ายเดียว แต่สามารถไปต่อสู้ได้จนถึงชั้นฎีกา” นางเยาวลักษณ์ กล่าว

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวมีบางส่วนที่เป็นการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร เพราะมีเส้นเงินบางส่วนที่เกี่ยวข้องในประเทศสิงคโปร์และกัมพูชา

ทางด้าน นายวิทยา นีติธรรม โฆษก ปปง. เปิดเผยว่า สำนักงาน ปปง. เตรียมออกประกาศลงใน ราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ผู้เสียหายทั้ง 4 คดี สามารถส่งคำร้องขอคุ้มครองสิทธิ์เพื่อนำมาสู่การเฉลี่ยทรัพย์สินได้ในเร็วๆ นี้ โดยจะมีกรอบเวลา 90 วันนับจากวันที่ประกาศ ซึ่ง ปปง. จะรวบรวมคำร้องส่งให้พนักงานอัยการ เพื่อขอต่อศาลให้นำเงินหรือทรัพย์สินมาคืนหรือชดใช้ให้แก่ผู้เสียหาย แทนการสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป

ขณะที่ นายกมลสิษฐ์ รองเลขาธิการ ปปง. และ นายเสวต อภัยรัตน์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมยืนยันความมั่นใจว่า ทางอัยการจะตรวจสอบทรัพย์สินและยื่นคำร้องต่อศาลได้ทันตามกรอบเวลาวันที่ 1 มีนาคมนี้อย่างแน่นอน ส่วนกรณีที่ผู้มีส่วนได้เสียเคยยื่นคำร้องขอเพิกถอนการอายัดทรัพย์สินชั่วคราวมาก่อนหน้านี้นั้น คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาแล้วเห็นว่าคำชี้แจงไม่มีน้ำหนักเพียงพอ และไม่สามารถตอบได้ว่าทรัพย์สินมิได้เกี่ยวกับการกระทำความผิดอย่างไร จึงได้ยกคำร้องและดำเนินการส่งสำนวนให้อัยการในวันนี้

‘ภูมิใจไทย-กล้าธรรม’ยังอึมครึม ‘อนุทิน’ยื้อจับมือ รอให้เลือก‘นายกฯ’เสร็จก่อน

‘ภูมิใจไทย-กล้าธรรม’ยังอึมครึม  ‘อนุทิน’ยื้อจับมือ  รอให้เลือก‘นายกฯ’เสร็จก่อน

‘ภูมิใจไทย-กล้าธรรม’ยังอึมครึม ‘อนุทิน’ยื้อจับมือ รอให้เลือก‘นายกฯ’เสร็จก่อน

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘ภูมิใจไทย-กล้าธรรม’ยังอึมครึม ‘อนุทิน’ยื้อจับมือ รอให้เลือก‘นายกฯ’เสร็จก่อน อ้างไทม์ไลน์แจ้ง‘ผู้กอง-นฤมล’ ‘ธรรมนัส’หลบร้อนทัวร์ยุโรป จับตา19ก.พ.เรียกประชุมพรรค

บรรยากาศ ครม.อึมครึม หลัง“ภูมิใจไทย-กล้าธรรม”ยังปิดดีลไม่ลงตัว ด้าน“อนุทิน-นฤมล”คุยเครียดกลางงานศพ อ้างต้องเลือกประธานสภาฯกับนายกฯก่อน ฟอร์มรัฐบาลเป็นขั้นตอนสุดท้าย ขณะที่ “ผู้กองธรรมนัส” ให้รอลุ้นประชุมพรรค 19 กุมภาฯ จะเอายังไง ก่อนบินทัวร์ยุโรปพักผ่อนยาว ส่วน“ไชยชนก”รับคุย‘ไผ่ ลิกค์’จริงไร้เงื่อนไขต่อรอง

ความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคฯซึ่งขณะนี้ได้มีการรวบรวมเสียงสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี 297 เสียง จาก พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง และพรรคเล็กอีก 13 พรรคอีก 30 เสียงซึ่งต้องจับตาว่าในที่สุด 58 เสียงของพรรคกล้าธรรม จะเข้ามาร่วมจัดรัฐบาลนี้ด้วยหรือไม่

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม(กธ.) ต่อสายพูดคุยถึงการจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่มีเงื่อนไขต่อรองว่า มีการโทรศัพท์มาและพูดคุยกันสั้นๆ แต่ท้ายที่สุดก็ได้คุยกันว่าอยากให้หัวหน้าพรรคได้หารือกัน แล้วค่อยมาพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ

ไชยชนกย้ำขอรอหน.พรรคคุยก่อน

เมื่อถามว่าหลักการของพรรคกล้าธรรม คือสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า เบื้องต้นที่พูดคุยกัน แต่เดี๋ยวรอดูสุดท้ายว่าจะเป็นว่าจะเป็นอย่างไรอย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องรอให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พูดคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกฯและรมว. มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แล้วก็เข้ามาที่พรรคได้เลย

ยังไม่ปิดประตูคุย‘กล้าธรรม’

เมื่อถามย้ำว่า กรณีที่นายไผ่ระบุพรรคกล้าธรรมไม่มีเงื่อนไขต่อรองนั้น นายไชยชนก กล่าวว่า อันนั้นเป็นสิ่งที่พูดกับตนตอนที่โทรศัพท์คุยกัน เดี๋ยวรออย่างเป็นทางการดีกว่า

เมื่อถามว่าจะมีการนัดหารือกับพรรคกล้าธรรมวันไหน นายไชยชนกกล่าวว่ารอให้ร.อ.ธรรมนัส คุยกับนายอนุทินก่อน เมื่อถามย้ำว่าขณะนี้ไม่ปิดประตูในการจับมือกับพรรคกล้าธรรมใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า เราประกาศไปชัดเจนแล้วว่าพร้อมที่จะรับฟังทุกท่าน อันนี้เราคอนเฟิร์ม

ยืนกรานยังไม่คุยเก้าอี้รมต.

เมื่อถามว่าเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีในพรรคภูมิใจไทยมีการคุยกันหรือไม่ เนื่องจากมีชื่อนายไชยชนก ไปนั่ง รมว.มหาดไทย นายไชยชนก กล่าวว่า”ไม่ครับ ต้องยืนยันว่าตราบใดที่ผลการเลือกตั้ง ยังไม่ถูกคอนเฟิร์ม เราไม่มีการยืนยันตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น ขอให้รอการแถลงอย่างเป็นทางการดีกว่า”

‘นฤมล’บอกใจเย็นๆรอ‘กธ.’ร่วมรบ.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีได้รับการติดต่อจากพรรคภูมิใจไทยเพื่อร่วมรัฐบาลแล้วหรือยังว่าได้ติดต่อกันไปหมดแล้ว ส่วนจะมีการนัดหมายเพื่อพูดคุยกันอย่างเป็นทางการเมื่อใดนั้น ขอให้รอแล้วกันคงจะมีการแจ้งให้ทราบ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าต้องใช้เวลารอนานแค่ไหนนั้น นางนฤมล กล่าวว่า”ใจเย็นๆ“ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าได้มีการพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมแล้วหรือไม่นางนฤมลกล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส พูดไปหมดแล้ว

‘อัครา’ชี้กธ.ร่วมรบ.ยึดตามพรรค

นายอัครา พรหมเผ่า รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ว่าที่ สส.พะเยา พรรคกล้าธรรมให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมถึงการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม ในวันที่ 19 ก.พ.จะมีการสอบถามความคิดเห็นในเรื่องใดบ้างว่า ยังไม่ทราบ นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคยังไม่ได้แจ้งมา ส่วน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมนั้น ยังไม่ได้คุยกัน และยังไม่ได้เจอกันด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่ายืนยันที่จะเข้าร่วมรัฐบาลและสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯอยู่หรือไม่ นายอัครากล่าวว่าต้องเป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการบริหารพรรคโดยทางเลขาธิการพรรคกล้าธรรมได้ให้สัมภาษณ์ไปบางส่วนแล้ว

ทุกอย่างต้องยึดประโยชน์ปชช.

เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลกันมาซึ่งครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคอันดับ1ตามหลักการต้องโหวตให้หรือไม่ นายอัครา กล่าวว่าเป็นมารยาททางการเมือง เมื่อถามว่าวันนี้ได้มีการประสานไปยังพรรคภูมิใจไทยบ้างหรือยัง นายอัครา กล่าวว่าเลขาธิการพรรคกล้าธรรม ยังไม่ได้แจ้ง ว่าที่ สส.ในพรรค คาดว่าจะแจ้งในการประชุมพรรค วันที่ 19 ก.พ.นี้

ผู้สื่อข่าวถามว่าดีลจะจบในสัปดาห์นี้หรือไม่ นายอัครา กล่าวว่ายังไม่ทราบเลย ต้องรอความชัดเจนจากหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ส่วนที่ดูจากกระแสข่าวแล้วพรรคกล้าธรรมจะรออย่างเดียวใช่หรือไม่ นายอัครา กล่าวว่า เป็นมารยาททางการเมืองของพรรคที่เป็นอันดับ1ก็ต้องมีการเชิญไปคุย เมื่อถามย้ำว่าส่วนตัวเชื่อมั่นหรือไม่ ว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นายอัครา ย้ำว่า เชื่อว่าทุกอย่างต้องขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์ของประชาชน เพราะประชาชนรออยู่ และด้วยสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน

ยัน ก.เกษตรฯไม่ใช่ของกธ.

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่พรรคภูมิใจไทยจะยึดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นายอัครา กล่าวว่าก็เป็นแค่ข่าว และไม่คิดว่าจะสร้างความตะขิดตะขวงใจ ขอย้ำว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ใช่ของพรรคกล้าธรรม การบริหารราชการแผ่นดินอยู่ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เมื่อถามย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยกับพรรคธรรมจะไม่ตะขิดตะขวงใจต่อกันใช่หรือไม่ นายอัครา กล่าวว่า อย่าวิเคราะห์กันเองเลย ขอให้รอถามหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคถึงทิศทางการเมืองที่จะต้องขึ้นอยู่ในการคุยกันของแต่ละพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม ในวันที่ 19 ก.พ. เวลา 15.00 น. ร.อ.ธรรมนัส ได้กำชับให้ว่าที่ สส. เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง

‘ตรีนุช’ย้ำพปชร.หนุน‘หนู’นายกฯ

ด้าน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)เปิดเผยว่ายืนยันว่าตนเองและว่าที่สส.ของพรรค พร้อมสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นไปตามหลักการที่เป็นพรรคอันดับที่ 1 ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคพปชร.และตนเองยังไม่มีการพูดคุย ตนเองทำงานร่วมกับนายอนุทินด้วยดีมาโดยตลอด แต่ยังไม่มีการพูดคุยตำแหน่งแต่อย่างใด

นายกฯมอบ‘โสภณ’นำถกครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มอบหมาย นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แทน เนื่องจากนายกฯติดภารกิจในช่วงเช้า

ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ มีนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีรัฐมนตรีลาประชุมจำนวน 7 คน ซึ่งรวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่ติดภารกิจ และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.)ที่ถูกจับตาว่าจะได้พบกันและพูดคุยกันหลังมีประเด็นพรรค กธ.ยังไม่ได้ถูกเชิญเข้าร่วมรัฐบาล ตลอดจนกระแสข่าวพรรค ภท.จะยึดกระทรวงกษ.คืน

ในส่วนรัฐมนตรีของพรรค กธ.นำโดยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ หัวหน้าพรรค กธ.เข้าร่วมประชุม ครม.ครั้งนี้เกือบทั้งหมด ขาดเพียงร.อ.ธรรมนัสและนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาเท่านั้น

อึมครึม!รมต.ภท.-กธ.ไร้ปฏิสัมพันธ์

สำหรับบรรยากาศในที่ประชุม ครม.วันนี้ ค่อนข้างเงียบเหงาและอึมครึมที่เริ่มมีเค้าลางตั้งแต่การประชุม ครม.สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งปกติร.อ.ธรรมนัสจะทักทายพูดคุยกับอนุทินทุกครั้ง แต่ครั้งที่แล้วกลับไม่ได้มีการทักทายกัน ขณะที่ครั้งนี้รัฐมนตรีทั้งในส่วนของพรรคภท.และพรรคกธ.ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์และพูดคุยกันแต่อย่างใด โดยเฉพาะรัฐมนตรีในซีกพรรคกธ.ที่นั่งนิ่ง ไม่มีใครพูดอะไร รวมถึงมีสีหน้าค่อนข้างเคร่งขรึม ตรงกันข้ามกับรัฐมนตรีซีกพรรคภท.ที่จับกลุ่มพูดคุยกันปกติ

ขณะที่การประชุมครม.ครั้งนี้ มีหลายวาระที่ต้องถอนออกไป เนื่องจากถูกทักท้วงและระบุให้รอเสนอใน ครม.ชุดหน้าแทน อาทินางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ที่เสนอกฎหมายให้แรงงานต่างด้าวสามารถทำธุรกิจในประเทศไทยได้ ซึ่งนางศุภจี ได้ยอมถอนออกไป

นายกฯบอกคุย‘กล้าธรรม’แล้ว

เวลา13.10น.ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อํานวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ที่วัดยูงทอง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา จากเหตุชายคลุ้มคลั่งบุกจับเด็กนักเรียนเป็นตัวประกัน โดยมีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบกร่วมคณะด้วย

โดยทันทีที่นายกฯเดินทางถึงบน.6ผู้สื่อข่าวได้ถามว่าได้พูดคุยกับพรรคกล้าธรรม)แล้วหรือไม่นายอนุทินพยักหน้าพร้อมกล่าวเพียงสั้นๆว่า”คุยแล้ว”

ไร้เงา‘ธรรมนัส’บินร่วมคณะ

ผู้สื่อข่าวรายงานร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ไม่ได้เดินทางร่วมคณะกับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการที่จากเดิมมีกำหนดการจะเดินทางร่วมคณะด้วย และการเดินทางในครั้งนี้ นางนฤมลได้แยกคณะเดินทางกับนายกฯโดยเดินทางไปล่วงหน้าก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง

ประชุมมอบนโยบายฝ่ายมั่นคงใต้

หลังเสร็จสิ้นภารกิจเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ จากนั้นในเวลา 16.30 น.นายกรัฐมนตรีและคณะ จะเดินทางต่อไปมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อเป็นประธานประชุมความมั่นคง และรับฟังสรุปสถานการณ์โดยรวมของพื้นที่ หลังจากที่มีการเลือกตั้งเสร็จสิ้น เนื่องจากก่อนกน้านี้ได้สั่งการเน้นย้ำเรื่องการข่าวการก่อเหตุในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นราธิวาส ยะลา และปัตตานี รายงานสถานการณ์ความมั่นคงและการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะมอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคง

‘ธรรมนัส’ปัดหลบหน้า’อนุทิน’

วันเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) เดินทางเข้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ และนายอามินทร์ มะยูโซะ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมถึงผู้บริหารกระทรวงฯ ให้การต้อนรับ

โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สาเหตุที่ตนไม่ได้เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เช้าวันนี้ เนื่องจากติดภารกิจ ยืนยันไม่ได้หลบหน้าพูดคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแต่อย่างใด ภายหลังทราบว่านายอนุทินก็ติดภารกิจเช่นกัน

ไม่ได้คุยร่วมรัฐบาลเร็วเกินไป

ส่วนกรณีที่นายอนุทินระบุว่าได้มีการหารือกับตนในการเข้าร่วมรัฐบาลแล้วนั้น ร.อ.ธรรมนัส ขอย้ำว่าขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยแต่อย่างใดและปัจจุบันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ก็ยังไม่รับรองผลการเลือกตั้งและยังมีปัญหาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งในหลายกระเด็นซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญและต้องรอความชัดเจนและนายกรัฐมนตรีก็ยอมรับแล้วว่าการนัดจัดตั้งรัฐบาลและวางตัวรัฐมนตรีในขณะยังเร็วเกินไป แต่ท่าทีของพรรคขนาดเล็ก ที่มีความชัดเจนในการสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกฯถือเป็นเรื่องปกติของการเมือง แต่ในส่วนของพรรคกล้าธรรมยังอยู่ในที่ตั้ง ปล่อยให้พรรคแกนนำ เป็นผู้ดำเนินการ

มอบ‘นฤมล-ไผ่’ร่วมงานสงขลา

สำหรับช่วงบ่ายวันนี้ร.อ.ธรรมนัสจากเดิม มีกำหนดการจะลงพื้นที่ไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จ.สงขลา ซึ่งจะเดินทางพร้อมกับ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรมและนายไผ่ ลิงค์ เลขาธิพรรคกล้าธรรม แต่ช่วงเช้าติดภารกิจทำให้เดินทางไม่ทัน จึงได้มอบหมายให้นางนฤมล และนายไผ่ ลิกค์ เป็นตัวแทนในการร่วมงานพระราชทานเพลิงศพฯส่วนวันนี้และที่มีการคาดการณ์ในงานดังกล่าวที่มีนายอนุทินเป็นประธาน จะมีโอกาสที่ทั้ง 2พรรค ได้พูดคุยประเด็นการร่วมรัฐบาลกันหรือไม่ ไม่ทราบ เพราะงานดังกล่าวเป็นงานสีดำ อาจจะดูไม่เหมาะสม

นัดถกพรรค19ก.พ.กำหนดแนวทาง

ส่วนในการประชุมพรรคกล้าธรรมวันพฤหัสบดีที่19ก.พ.นี้ จะพูดคุยเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เนื่องจากตนจะเดินทางไปต่างประเทศในคืนวันดังกล่าวจึงต้องการประชุมว่าที่ สส.ทั้งหมด เพื่อกำหนดแนวทางและสร้างเชื่อมั่นให้กับสมาชิกก่อนที่ตนจะเดินทาง โดยมอบหมายให้หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค

เป็นผู้ดูแลทั้งหมด และเน้นย้ำไม่ให้สมาชิกกระทำการใดๆที่ผิดกฎหมายการเลือกตั้ง เพราะขณะนี้ยังอยู่ในช่วงต้องระมัดระวังตามพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งไม่ให้กระทำการใดที่อาจผิดกฎหมาย กกต.ก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบจากหลายฝ่ายเช่นกัน รวมถึงต้องรอการรับรองผลจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ก่อน

ก่อนบินยุโรปลาพักผ่อนยาว

ร.อ.ธรรมนัสย้ำว่าสมาชิกส่วนใหญ่ที่เข้ามาเป็นคนของตนรวมทั้งนายเฉลิมชัย ศรีอ่อนซึ่งขณะนี้มีว่าที่สส.รวมทั้งสิ้น 58 คน จึงจำเป็นต้องคุย สร้างความเชื่อมั่น ในช่วงที่ตนเองไม่อยู่ และขอให้ทุกคนรับฟังหัวหน้าพรรคกับเลขาธิการพรรคเป็นหลักซึ่งเดิมตนอยากจัดเลี้ยงแสดงความยินดีกับสมาชิกแต่ติดข้อจำกัดด้านกฎหมายเลือกตั้งอีกทั้งยังมีผู้ที่ได้ลำดับที่2จำนวนมากซึ่งไม่ว่าจะได้ลำดับใดตนยืนยันว่าจะดูแลต่อไปและพรรคจะต้องเดินหน้าต่อ

ส่วนกำหนดการเดินทางไปต่างประเทศ ตนจะเดินทางไปยุโรปหลายประเทศเป็นการลาพักผ่อนที่วางแผนไว้นานแล้ว อาจอยู่จนถึงสิ้นเดือนก.พ.หรืออาจยาวกว่านั้นยังไม่แน่นอน

‘อนุทิน’คุยเครียดตั้งรบ.กับ’นฤมล’

เวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จังหวัดสงขลา ปรากฏว่า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้เข้ามานั่งข้างนายอนุทินพร้อมสนทนากันด้วยท่าทีเคร่งเครียด

โดยท่าทีของนายอนุทินคล้ายกำลังอธิบายและพูดทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย ขณะที่นางนฤมลรับฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย พร้อมกล่าวตอนหนึ่งว่า“เข้าใจค่ะ” ซึ่งคาดว่าเป็นการพูดคุยถึงประเด็นการจัดตั้งรัฐบาลซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้นัดหารือพรรคกล้าธรรม

ขณะเดียวกันนายวราวุธ ศิลปอาชา และนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆต่างมีท่าทีสงสัยต่อการสนทนาของทั้งสองคน

‘อนุทิน’คุย’นฤมล’ทำความเข้าใจ

เวลา16.45น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยให้สัมภาษณ์ถึงภาพการพูดคุยกับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ หัวหน้าพรรคกล้าธรรมว่า เป็นการพูดทำความเข้าใจถึงกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลว่าขณะนี้ยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ จึงต้องรอให้ทุกอย่างมีความชัดเจนและเรียบร้อยเสียก่อน

ย้ำทุกอย่างมีขั้นตอน ไม่เร่ง

“ผมเคยบอกไปแล้วว่า ทุกอย่างมีขั้นตอน อย่าไปทำอะไรข้ามขั้นตอน วันนี้เราทราบผลคร่าวๆ แล้วว่าพรรคใดมีจำนวน สส.เท่าใด แต่เราจะรอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน เราไม่เร่งและไม่มีใครไล่เราออกจากรัฐบาลในเวลานี้”นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้กระบวนการต่างๆเป็นไปตามลำดับ โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)รับรอง สส.ก่อน จากนั้นจึงเปิดประชุมสภาเพื่อให้สมาชิกมารายงานตัว เลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และเลือกนายกรัฐมนตรี ส่วนขั้นตอนการจัดตั้งรัฐบาล ถือเป็นลำดับสุดท้าย

ย้ำรอกกต.รับรอง สส.ก่อน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การพูดคุยดังกล่าวเป็นการอธิบายให้นางนฤมลเข้าใจใช่หรือไม่นายอนุทินตอบว่า“ใช่”

เมื่อถามว่าเป็นการพูดคุยถึงพรรคกล้าธรรมด้วยใช่หรือไม่แล้วมีการพูดคุยกับร.อ.ธรรมรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคกล้าธรรมแล้วหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า“ก็เป็นไปอย่างที่ผมได้บอก เพื่อไม่ให้เกิดข้อเคลือบแคลงสงสัย ผมจะยังไม่พูดถึงเรื่องดังกล่าว จนกว่าจะมีการรับรอง สส.มีการรายงานตัวในที่ประชุมสภา เลือกประธานสภาและเลือกนายกรัฐมนตรี เรียบร้อยเสียก่อน

ฟอร์มรบ.เป็นขั้นตอนสุดท้าย

“ขั้นตอนการฟอร์มรัฐบาลเป็นลำดับสุดท้าย ขณะนี้ยังไม่มีการรับรอง สส. เลย ขอให้ กกต. รับรองให้เรียบร้อยก่อน ทุกอย่างยังเป็นไปตามไทม์ไลน์ ไม่ได้มีส่วนใดล่าช้า เพราะกฎหมายกำหนดให้ กกต. รับรอง สส. ภายใน 60 วัน ขณะนี้เพิ่งผ่านมาเพียง 9 วันเท่านั้น” นายอนุทิน กล่าว

‘โสภณ’ปัดถูกทาบนั่งปธ.สภา

ก่อนหน้านั้น นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกฯ ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวถูกวางตัวเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า กระแสข่าวก็คือกระแสข่าว ยืนยันยังไม่มีการทาบทาม ถ้าเราดูภาพรวมการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ทุกพรรคขอให้รอการรับรองของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ก่อนเพราะเราก็เห็นกันอยู่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ มีปัญหาอะไรกกต.ถึงยังไม่รับรองก็หวังว่าจะเรียบร้อยในเร็ววัน

ลั่นอยู่ที่ไหนต้องทำให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่าหากได้รับมอบหมายมีความพร้อมหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ตนเป็นคนที่ทำอะไรเล่นๆไม่เป็น ไม่ว่าอยู่ตำแหน่งไหนก็ทำมาแล้ว อย่างสภาฯสมัยที่แล้วที่ตนเป็นสส.ไม่ได้คิดจะเป็นรองนายกฯ ก็ทำเรื่องแก้ยาเสพติด ดังนั้น ตนอยู่ตำแหน่งไหนก็ทำเต็มที่ เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจว่าควบคุมการประชุมสภาฯได้ใช่หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ยังไม่ได้เป็นเลย ขอให้ได้เป็นก่อน

เมื่อถามอีกว่าระหว่างงานฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ อยากทำส่วนไหนมากกว่ากัน นายโสภณ กล่าวว่าไม่มีอยากทำอะไร แต่ยืนยัน ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็จะทำให้ดีที่สุด ตำแหน่ง ไม่ใช่อุปสรรคว่าจะทำดีไม่ได้ เราต้องทำให้ดีที่สุดให้เป็นประโยชน์ให้คนเขาสรรเสริญ ซึ่งคนจะสรรเสริญหรือนินทาอยู่ที่การกระทำของเรา ทำดีคนก็สรรเสริญ ทำไม่ดีคนก็นินทาเป็นเรื่องปกติ ตนท่องทุกวันโลกธรรม 8 และพอมาเป็นรองนายกฯก็ต้องคิดว่าสักวันหนึ่งก็ต้องไปเราไม่ได้เป็นเจ้าของ

‘ภราดร’ยันพร้อมทำได้หมด

ขณะที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ตอบคำถามกระแสข่าวจะได้นั่งตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือไม่ โดยตอบทีเล่นทีจริงว่า”จะไล่แล้วหรอ จะไล่ผมแล้วหรอ ไม่อยากให้ผมอยู่ทำเนียบรัฐบาลแล้วหรอ” เมื่อถามว่า ระหว่างเป็นรัฐมนตรีกับเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ชอบอะไรมากกว่ากัน นายภราดร กล่าวสั้นๆ พร้อมยิ้มว่า “ทำได้หมด”

2รมต.โยนถาม‘หนู’นั่งครม.หน้า?

ก่อนหน้านั้นนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการทาบทามกลับมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลหน้าโดยระบุเพียงสั้นๆว่า“ให้ไปถามท่านนายกฯ”เมื่อถามถึงความกังวลของประชาชนว่า การเลือกตั้ง สส. 2569ที่ผ่านมาอาจเป็นโมฆะ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่าอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ

ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรมก็ปฏิเสธเช่นกันว่ายังไม่ได้รับการทาบทามหรือพูดคุยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีแต่อย่างใด เรื่องนี้ต้องไปสอบถามจากนายกรัฐมนตรี

ส่วน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหมปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนว่าจะได้ไปต่อในรัฐบาลอนุทิน 2 หรือไม่โดยระบุเพียงว่า วันนี้วันตรุษจีนนะ ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้

สาธิต ย้ำจุดยืนตามมติพรรคปชป.

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า เวลานี้พรรคแกนนำกำลังจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลผม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พร้อมสนับสนุนเมื่อมีมติพรรคออกมา คิดอย่างไรเม้นต์มานะครับ