ไม่มีอะไร-แค่ฝึกซ้อม! นายกฯ แจงเหตุ F-16 ขึ้นบินกลางดึก

ไม่มีอะไร-แค่ฝึกซ้อม! นายกฯ แจงเหตุ F-16 ขึ้นบินกลางดึก

ไม่มีอะไร-แค่ฝึกซ้อม! นายกฯ แจงเหตุ F-16 ขึ้นบินกลางดึก

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.14 น.

23 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีโซเชียลมีเดียโพสต์ข้อความระบุว่า F-16 ขึ้นบินกลางดึก ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า “ไม่มีอะไรเป็นแค่การฝึกซ้อม”

ขณะที่กองทัพอากาศ (ทอ.) ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า “เป็นการฝึกตามวงรอบปกติ ทุกเดือน จะมีการฝึกบินในช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมของกองทัพตลอด 24 ชั่วโมง โดยบินในเส้นทางการฝึก พื้นที่ชายแดน แต่อยู่ในน่านฟ้าของไทย ไม่เคยมีการล้ำเขตแดนฝ่ายตรงข้ามแน่นอน” (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ทอ.แจง F-16 ขึ้นบินกลางดึก เป็นการฝึกตามวงรอบทุก 1 เดือน เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ 24 ชม.)

นายกฯ สั่งฟาดเต็มที่ ปมโกงสอบท้องถิ่น ด้าน ปลัดมท. ซัดเป็นเรื่องที่แย่มาก

นายกฯ สั่งฟาดเต็มที่ ปมโกงสอบท้องถิ่น ด้าน ปลัดมท. ซัดเป็นเรื่องที่แย่มาก

นายกฯ สั่งฟาดเต็มที่ ปมโกงสอบท้องถิ่น ด้าน ปลัดมท. ซัดเป็นเรื่องที่แย่มาก

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.04 น.

นายกฯ สั่งฟาดเต็มที่ ปมโกงสอบท้องถิ่น ด้าน ปลัดมท. ซัดเป็นเรื่องที่แย่มาก 

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะรัฐมนตรีร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ โดยก่อนเข้าประชุม ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่กองบังคับการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จับกุมขบวนการทุจริตสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น ว่า รับทราบเรื่องแล้ว 

เมื่อถามว่า ได้สั่งการอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า เต็มที่ กระทรวงมหาดไทยมีโกงเรื่องพวกนี้ไม่ได้  ฟาดเต็มที่ และสั่งการไปแล้ว 

ด้าน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ทราบข่าวแล้วเมื่อช่วงเช้า และเป็นเรื่องที่แย่มาก 

ปัดดิสเครดิตการเมือง! รุทธพล ย้ำปมเปิดชื่อ ภาวุธ เอี่ยวคดี Forex

ปัดดิสเครดิตการเมือง! รุทธพล ย้ำปมเปิดชื่อ ภาวุธ เอี่ยวคดี Forex

ปัดดิสเครดิตการเมือง! รุทธพล ย้ำปมเปิดชื่อ ภาวุธ เอี่ยวคดี Forex

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.02 น.

23 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเปิดชื่อ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เกี่ยวข้องกับคดี Forex ทั้งที่ยังไม่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา จนพรรคประชาชนมองว่าเป็นการดิสเครดิตทางการเมือง ว่า ไม่ใช่ แต่เป็นการดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตามห้วงเวลาอยู่แล้ว

ต้องหาคนมาจ่ายแทน! พิพัฒน์ เผยนายกฯ สั่งรื้อ ค่าไฟทางหลวงรวมบิลไฟบ้าน

ต้องหาคนมาจ่ายแทน! พิพัฒน์ เผยนายกฯ สั่งรื้อ ค่าไฟทางหลวงรวมบิลไฟบ้าน

ต้องหาคนมาจ่ายแทน! พิพัฒน์ เผยนายกฯ สั่งรื้อ ค่าไฟทางหลวงรวมบิลไฟบ้าน

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.58 น.

23 มิถุนายน 2569 ที่ทําเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์กรณีมีการเก็บเงินค่าไฟส่องทางสาธารณะรวมอยู่ในบิลค่าไฟฟ้าของบ้านเรือนประชาชน ถือเป็นการผลักภาระให้ประชาชน ว่า อันนี้ตนยอมรับ แต่เหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นในปัจจุบัน และขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่จะพยายามทำทุกวิถีทาง หาวิธีลดค่าไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ตามบ้าน โดยจากการที่เราไปสืบค้นการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด ส่วนหนึ่งมาจากทางหลวงชนบทที่เป็นไฟส่องสว่างบนถนน ซึ่งในส่วนนั้น เราเพิ่งรู้ว่ามันแฝงอยู่ในค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) โดยนายกฯ มีข้อสั่งการในเรื่องนี้แล้ว ให้กระทรวงพลังงานไปหาวิธีการแก้ปัญหา ส่วนกระทรวงคมนาคมเราเคยบอกไปแล้วว่าโคมไฟที่หมดอายุต้องมีการเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟฟ้าแอลอีดี เพื่อประหยัดไฟฟ้า 40 – 50 เปอร์เซ็นต์ และอีกส่วนหนึ่งหากยังทำอะไรไม่ได้จริงๆ ก็ต้องหารือกับสำนักงบประมาณ ว่าจะทำอย่างไร เพราะสำหรับกระทรวงคมนาคมต้องเรียนตรงไปตรงมาว่า เราไม่มีปัญญาที่จะไปรับผิดชอบ หรือรับค่าใช้จ่ายในส่วนนั้นที่ตกปีละประมาณหมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าเยอะมากพอสมควร ทั้งนี้ เรื่องไม่ได้เกิดขึ้น ณ ตอนนี้ แต่เกิดมาหลาย 10 ปีแล้ว ซึ่งนายกฯ ได้สั่งการให้ลงไปรื้อ ว่าจะทำอย่างไรที่จะลดค่าใช้ไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ตามบ้าน

“อะไรที่สร้าง หรือแฝงอยู่ในค่า FT เราต้องหาผู้ที่จะมาเป็นผู้ชำระแทน โดยไม่ต้องไปบวกในค่า FT ของผู้ใช้ตามบ้านเรือน ส่วนเรื่องของการของบประมาณจากหน่วยงานอื่นเป็นแนวทางหนึ่งที่จะไปขอจากสำนักงบประมาณ แต่ก็จะมีคำถามว่า เงินที่สำนักงบประมาณรวบรวมไปได้ หรือจากกระทรวงการคลังที่เก็บเข้าไปได้ มันเป็นของใคร เป็นเงินมาจากไหน ผมคิดว่าจะต้องมีคำถามแบบนี้ตามมา ฉะนั้น ดีที่สุดเราต้องหาวิธีที่ตัวเองรับผิดชอบตัวเองให้ได้ แต่จะเป็นวิธีการไหนต้องให้กระทรวงพลังงานไปหาวิธีการมา” นายพิพัฒน์ กล่าว

คมนาคม ดันตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท เร่งเครื่องให้ทันเป็นของขวัญปีใหม่

คมนาคม ดันตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท เร่งเครื่องให้ทันเป็นของขวัญปีใหม่

คมนาคม ดันตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท เร่งเครื่องให้ทันเป็นของขวัญปีใหม่

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.35 น.

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทําเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์กรณีกระทรวงคมนาคม เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณากำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าในรูปแบบ “ตั๋วร่วม” เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน  ในอัตราค่าโดยสารค่าใหม่ 17- 45 บาท ต่อเที่ยว ว่า

เรื่องนี้เป็นนโยบายที่เราพูดกันมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ และมีการทํามาก่อนหน้านี้แล้วคือรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีแดง ในอัตรา 40 บาทตลอดสาย แต่ตอนนี้เราจะมาขยายผลพยายามให้รถไฟฟ้าทุกสีเข้ามาเป็นของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) แต่การที่จะเป็นของรฟม.ในตอนนี้ รัฐบาลไม่มีเงินมากพอที่จะไปซื้อ ฉะนั้นในส่วนต่าง ๆ ตรงนี้ มีบางสัญญาที่กําลังจะหมดอายุสัมปทาน ปี 2572

ซึ่งถ้าหากเราจะซื้อทั้งหมดมูลค่าก็เป็นแสนล้าน เราถึงเลือกใช้วิธีตั๋วร่วม ในอัตราราคา 17- 45 บาท ต่อเที่ยว เป็นค่าแรกเข้า เก็บครั้งเดียวไม่ว่าจะกี่สายก็แล้วแต่ การเดินทางจะเก็บไม่เกิน 45 บาท โดยตนจะนําเข้าครม. ในวันนี้ โดยเมื่อครม.เห็นชอบในหลักการแล้ว ตนจะพยายามทําให้ทันเป็นเพื่อของขวัญปีใหม่ และให้ทันวันที่ 1 มกราคม 2570 ในเรื่องราคา 17- 45 บาท ต่อเที่ยวในทุกสาย

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะต้องหารือกับกระทรวงการคลังว่าการที่รัฐบาลจะเอารถไฟฟ้าทั้งหมดมาเป็นของรฟม. เราจะระดมทุนจากที่ไหน ซึ่งมีแนวความคิด ว่าเราอาจจะเข้าไประดมทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) หรือ TFF  คาดว่าใช้เวลาไม่น้อยกว่าปีครึ่งหรืออาจจะสองปี

บิ๊กดุลย์ เผย ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก เตีย เซรย ฮา ปมขอคืนบ้านหนองจาน ลั่น ยึดตาม Joice Statement

บิ๊กดุลย์ เผย ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก เตีย เซรย ฮา ปมขอคืนบ้านหนองจาน ลั่น ยึดตาม Joice Statement

บิ๊กดุลย์ เผย ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก เตีย เซรย ฮา ปมขอคืนบ้านหนองจาน ลั่น ยึดตาม Joice Statement

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.23 น.

บิ๊กดุลย์ เผย ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก เตีย เซรย ฮา ปมขอคืนบ้านหนองจาน ลั่น ยึดตาม Joice Statement เชื่อมือ มทภ.2 คุมพื้นที่ 

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์ภาพรวมชายแดนไทย-กัมพูชา ภายหลังเครื่องบิน F- 16 มีการฝึกบิน และกองทัพบกมีการเพิ่มมาตรการในการควบคุมพื้นที่ ว่า การปฏิบัติการตามแนวชายแดนเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง และต้องยึดตามกฎการปะทะอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกรณีที่กัมพูชาได้รับรถถังจากจีนล็อตใหม่ ทราบว่า เป็นโครงการเดิมที่เขาได้พูดคุยกันเอาไว้ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการนำรถถังมาประจำตามแนวชายแดน

สำหรับหน่วยที่ปฏิบัติงานตามพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะพื้นที่กองกำลังสุรนารีที่เรากังวลใจ มีแม่ทัพภาคกำกับดูแลเป็นอย่างดีด้วยความไม่ประมาท ขณะที่เสียงระเบิดที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ในฝั่งไทย อาจเป็นไปได้ว่า เป็นกำลังพลของกัมพูชาที่เข้ามาใหม่ ที่อาจไม่รู้และทำให้เกิดเสียงดังกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีทหารกัมพูชาขุดคูเลต พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ได้รับรายงานแล้ว ทหารไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน จะต้องสร้างฐานที่มั่นเพื่อป้องกันตนเอง ไม่ได้มองว่า เป็นเรื่องปกติหรือไม่ปกติ

เมื่อถามถึงกรณี พล.อ.เตีย เซรย ฮา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา เตรียมขอคืนพื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว จากไทย พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆ ในส่วนของเรายืนยันตาม Joint Statement ซึ่งเป็นผลมาจากการสู้รบ 2 ครั้งที่ผ่านมา

ทั้งนี้ พล.ท.อดุลย์ ระบุว่า ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะลงมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายหลังเกิดเหตุบ่อยครั้ง รวมถึงความคืบหน้าการทำงานของคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล

ทอ.แจง F-16 ขึ้นบินกลางดึก เป็นการฝึกตามวงรอบทุก 1 เดือน เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ 24 ชม.

ทอ.แจง F-16 ขึ้นบินกลางดึก เป็นการฝึกตามวงรอบทุก 1 เดือน เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ 24 ชม.

ทอ.แจง F-16 ขึ้นบินกลางดึก เป็นการฝึกตามวงรอบทุก 1 เดือน เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ 24 ชม.

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.54 น.

ทอ.แจง F-16 ขึ้นบินกลางดึก เป็นการฝึกตามวงรอบทุก 1 เดือน เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ 24 ชั่วโมง ยันอยู่ในน่านฟ้าไทยไม่ล้ำเขตแดนเพื่อนบ้าน ชี้ เสียง F-16 คือเสียงความมีเอกราช-อธิปไตยไทย 

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 จากกรณี โซเซียลมีเดีย โพสต์ข้อความ ระบุว่า F-16 ขึ้นบินกลางดึก ท่ามกลางการตั้งข้อสังเกตของประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย กัมพูชา เพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น โดยล่าสุดกองทัพอากาศชี้แจงว่า เป็นการฝึกตามวงรอบปกติ ทุกเดือน จะมีการฝึกบินในช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมของกองทัพตลอด 24 ชั่วโมง โดยบินในเส้นทางการฝึก พื้นที่ชายแดน  แต่อยู่ในน่านฟ้าของไทย ไม่เคยมีการล้ำเขตแดนฝ่ายตรงข้ามแน่นอน 

“ประชาชนตื่นตัวเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพื่อจะได้รู้ว่ากองทัพอากาศตื่นตัวตลอดเวลา และมีการฝึกบินกลางคืนต่อเนื่องเป็นประจำ ทั้งนี้อยากให้ประชาชนตามแนวชายแดนได้เข้าใจว่า   เสียง F-16 คือเสียงของความมีเอกราชและอธิปไตยไทย เพราะเรายังบินอยู่ได้” กองทัพอากาศระบุ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 5 มิ.ย.2569  กองทัพอากาศเคยส่ง F-16 MLU Cobra ปฎิบัติการกลางคืน เพื่อดำรงความพร้อมรบ และเฝ้าติดตามสถานการณ์ชายแดนอย่างใกล้ชิด เพื่อสะท้อนขีดความสามารถ กองทัพอากาศไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนตามแนวชายแดน พร้อมเฝ้าระวัง และตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ตลอดเวลา เช่นเดียวกับ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เพจเฟสบุ๊ก “กองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force” โพสต์ภาพ กองทัพอากาศฝึกการโจมตีเป้าหมายในเวลากลางคืน คือช่วงเวลาที่มีประสิทธิภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการรบ

QRS Global โร่แจง! ยันโปร่งใส-จดทะเบียนถูกต้อง หลัง DSI เปิดชื่อเอี่ยวคดี Forex

QRS Global โร่แจง! ยันโปร่งใส-จดทะเบียนถูกต้อง หลัง DSI เปิดชื่อเอี่ยวคดี Forex

QRS Global โร่แจง! ยันโปร่งใส-จดทะเบียนถูกต้อง หลัง DSI เปิดชื่อเอี่ยวคดี Forex

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.44 น.

23 มิถุนายน 2569 จากกรณีที่กรมสอบสวนดคีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้แถลงข่าวเกี่ยวคดี Forex และมีผังข้อมูลเชื่อมโยงและปรากฏชื่อของบริษัท QRS Global เข้าไปเกี่ยวข้อง เนื่องจากมีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนว่า ได้รับความเสียหายจากการถูกโบรกเกอร์ Forex ชื่อ QRS Global HFM GOFX Eterwealth และกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) ทำการหลอกลวงให้ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex)

ทั้งนี้ ดีเอสไอ แถลงด้วยว่า ในประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่เคยออกใบอนุญาตให้บริษัทรายใด ทำธุรกิจโบรกเกอร์เทรด Forex

ต่อมา เพจเฟซบุ๊ก “DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ” โพสต์ข้อความระบุว่า “ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากโบรกเกอร์ FOREX QRS Global HFM GOFX Eterwealth และกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) ประกอบด้วย อาจารย์พี่ โค้ชเจมส์ JP Global แอคมี และบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ การรับ – ส่งเงินและการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์อีก 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด บริษัท เพย์โซลูชั่น จำกัด สามารถติดต่อ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2831 9888 หรือ โทร 1202 ต่อ 50219 หรือ 50231 #DSI #forex”

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก “QRS Global” โพสต์ข้อความระบุว่า คำชี้แจงเกี่ยวกับสถานะใบอนุญาตและการกำกับดูแลของ QRS Global

ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะบริษัท QRS Global ในประเทศออสเตรเลีย และมีข้อกล่าวหาว่าบริษัทถูก “ปิด” หรือ “สูญเสียใบอนุญาต” ทางบริษัทขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้ เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

1) สถานะในประเทศออสเตรเลีย (ASIC Framework)

QRS GLOBAL (AUSTRALIA) PTY LTD ทางบริษัทเคยดำเนินงานภายใต้กรอบการกำกับดูแลของประเทศออสเตรเลีย ในฐานะ ASIC Authorised Representative (AR) ภายใต้ผู้ถือใบอนุญาต Australian Financial Services Licence (AFSL)

• เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2024

• สิ้นสุดการใช้งานสถานะ AR เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2025

การสิ้นสุดสถานะดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างด้านใบอนุญาตและ regulatory framework ของบริษัท

ภายหลังจากนั้น บริษัทได้ถอดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ ASIC AR ออกจากช่องทางสื่อสารต่าง ๆ ตามระเบียบ compliance ที่เหมาะสม

ปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมการเพื่อดำเนินการใน regulatory tier ที่สูงขึ้น คือ ASIC STP ซึ่งใช้ระยะเวลาในการดำเนินการตามกระบวนการของหน่วยงานกำกับดูแล

2) ใบอนุญาตและการกำกับดูแลในปัจจุบัน

QRS Global ดำเนินงานภายใต้โครงสร้างนิติบุคคลและ regulatory framework หลายส่วน เพื่อรองรับการให้บริการในระดับสากล

MISA (Comoros / Mwali International Services Authority)

QRS Global LLC ถือใบอนุญาตภายใต้หน่วยงานกำกับดูแลของเกาะ Mwali ประเทศคอโมโรส

• License No. T2023349

• License Type: International Brokerage and Clearing House

FinCEN (United States)

QRS Global LLC ได้ขึ้นทะเบียนกับ

Financial Crimes Enforcement Network (FinCEN)

ในรูปแบบ Money Services Business (MSB) Registration

FSP (New Zealand) เลขทะเบียน FSP1009652

บริษัทมีโครงสร้างการดำเนินงานและ entity ที่เกี่ยวข้องในประเทศนิวซีแลนด์ ภายใต้กรอบ compliance ที่เกี่ยวข้องกับ jurisdiction ดังกล่าว

Canada (MSB Registration) เลขทะเบียน 1412877-0

บริษัทมีการดำเนินการด้าน compliance และ registration ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศแคนาดาตาม regulatory requirement

3) Financial Commission Membership

QRS Global เป็นสมาชิกของ Financial Commission ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2025 และยังมีผล active จนถึงปัจจุบัน

Financial Commission เป็นองค์กรอิสระด้าน dispute resolution สำหรับอุตสาหกรรม financial services ที่ช่วยคุ้มครองลูกค้าในกรณีเกิดข้อพิพาทระหว่างลูกค้ากับผู้ให้บริการ

โดยกรณีลูกค้าเกิดข้อพิพาท ลูกค้าสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านระบบไกล่เกลี่ยของ Financial Commission ได้โดยตรง

• Compensation Fund Coverage วงเงินคุ้มครองลูกค้าสูงสุด €20,000 ต่อกรณี

สิ่งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการรักษามาตรฐานความโปร่งใสและมาตรการคุ้มครองดูแลลูกค้า

4) จุดยืนของบริษัท

QRS Global ยืนยันว่าบริษัทดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับ

• Regulatory

• Client Protection

• Transparency

• Fair Trading Environment

แม้จะมีข้อมูลหรือข่าวสารหลายด้านเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา QRS Global ยังคงยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับการคุ้มครองลูกค้าและเล็งเห็นถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

บริษัทขอยืนยันว่าจะรักษามาตรฐานในการให้บริการ พร้อมพัฒนาและรักษามาตรฐานการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน ขอบคุณสำหรับความไว้วางใจที่มีให้เสมอมา

(ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ขุดคลิป ‘ภาวุธ’ รีวิวเทรด QRS Global 1 ใน 4 โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ บนผังของ DSI)

ปลดล็อกขยายเช่าสูงสุด 30 ปี! รัฐจับมือธนารักษ์ ยกระดับสนามบินภูมิภาค 28 แห่ง

ปลดล็อกขยายเช่าสูงสุด 30 ปี! รัฐจับมือธนารักษ์ ยกระดับสนามบินภูมิภาค 28 แห่ง

ปลดล็อกขยายเช่าสูงสุด 30 ปี! รัฐจับมือธนารักษ์ ยกระดับสนามบินภูมิภาค 28 แห่ง

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.35 น.

รัฐบาลปลดล็อก ศักยภาพสนามบินภูมิภาค 28 แห่ง จับมือกรมธนารักษ์ขยายสิทธิบริหารพื้นที่เช่าสูงสุด 30 ปี ดึงลงทุน-เพิ่มรายได้รัฐ-กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

23 มิถุนายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและการพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค โดยสนับสนุนการเพิ่มศักยภาพท่าอากาศยานภูมิภาคทั้ง 28 แห่ง ในสังกัดกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ให้เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทาง การท่องเที่ยว และการลงทุน ตามแนวทาง “Airport for Regional Development” เพื่อกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคและสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างยั่งยืน

รองโฆษกฯ กล่าวว่า นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ติดตามและผลักดันมาตรการเพิ่มรายได้ให้กับท่าอากาศยานภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ทั้งรายได้จากกิจการการบิน (Aeronautical Revenue) และรายได้จากกิจการอื่น (Non-Aeronautical Revenue) โดยที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมและกรมท่าอากาศยานได้ร่วมมือกับสายการบินทั้งในและต่างประเทศ นำเสนอศักยภาพของสนามบินภูมิภาคเพื่อดึงดูดการเปิดเส้นทางบินใหม่ เส้นทางข้ามภูมิภาค และเส้นทางระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่มการเชื่อมโยงการเดินทางและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวลลิดา กล่าวว่า ในส่วนของการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในท่าอากาศยาน นายภัทรพงศ์ได้เร่งรัดให้กรมท่าอากาศยานร่วมกับกรมธนารักษ์หาแนวทางแก้ไขข้อจำกัดด้านขั้นตอนราชการที่ส่งผลให้การดึงดูดผู้ประกอบการและการลงทุนใหม่ๆ ใช้เวลานาน จนนำไปสู่การจัดทำบันทึกความตกลง (MOU) ระหว่างกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม และกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เพื่อมอบอำนาจให้กรมท่าอากาศยานสามารถบริหารจัดการพื้นที่ราชพัสดุภายในบริเวณท่าอากาศยานภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัวมากขึ้น

รองโฆษกฯ ระบุว่า สาระสำคัญของ MOU ฉบับดังกล่าว คือ การมอบอำนาจให้กรมท่าอากาศยานสามารถลงนามสัญญาเช่าหรือสัญญาต่างตอบแทนกับภาคเอกชนได้โดยตรง สำหรับโครงการที่มีมูลค่าทรัพย์สินไม่เกิน 500 ล้านบาท พร้อมขยายระยะเวลาการใช้ประโยชน์พื้นที่จากเดิมที่จำกัดไม่เกิน 3 ปี เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมกับลักษณะการลงทุนมากขึ้น โดยพื้นที่ภายในท่าอากาศยานสามารถให้เช่าได้สูงสุดไม่เกิน 10 ปี ส่วนพื้นที่ภายนอกท่าอากาศยานสามารถให้เช่าได้สูงสุด 20 ปี หรือ 30 ปี ตามขนาดพื้นที่และประเภทกิจกรรมที่ดำเนินการ นอกจากนี้ ยังให้อำนาจกรมท่าอากาศยานดำเนินคดีในกรณีผู้เช่าฝ่าฝืนเงื่อนไขสัญญาได้โดยตรง

นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับปรุงกลไกการบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ครั้งนี้ จะช่วยลดขั้นตอนทางราชการ เพิ่มความรวดเร็วในการนำร้านค้า บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เข้ามาให้บริการภายในสนามบิน ส่งเสริมบรรยากาศการลงทุน เพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ และช่วยสร้างรายได้กลับคืนสู่ภาครัฐมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค

“รัฐบาลเชื่อมั่นว่าการมอบอำนาจและเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารพื้นที่ของท่าอากาศยานภูมิภาค จะช่วยปลดล็อกศักยภาพการลงทุน ดึงดูดผู้ประกอบการรายใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และยกระดับสนามบินภูมิภาคให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาในแต่ละพื้นที่ได้อย่างแท้จริง” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

พลอยทะเล โต้ ครม.เงา ย้ำ แก้ภูเก็ตคืบ เกิดผลเป็นรูปธรรม ยัน ไร้ระบอบสีน้ำเงิน

พลอยทะเล โต้ ครม.เงา ย้ำ แก้ภูเก็ตคืบ เกิดผลเป็นรูปธรรม ยัน ไร้ระบอบสีน้ำเงิน

พลอยทะเล โต้ ครม.เงา ย้ำ แก้ภูเก็ตคืบ เกิดผลเป็นรูปธรรม ยัน ไร้ระบอบสีน้ำเงิน

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.02 น.

พลอยทะเล โต้ ครม.เงา ย้ำ แก้ไขปัญหาภูเก็ตคืบหน้าเกิดผลเป็นรูปธรรม ยืนยันเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่อเนื่อง ไม่มีระบอบสีน้ำเงิน ทุกอย่างทำเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน 

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจง กรณี “ครม.เงา” โดยนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชนกล่าวช่วงหนึ่งในที่ประชุม ครม.เงา เกี่ยวกับเรื่องการโยกย้ายข้าราชการ ในพื้นที่ภูเก็ต และการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า วันนี้ปัญหาของจังหวัดภูเก็ต ไม่ใช่แค่การย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าฯ และย้ายผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 แต่มันส่อถึงระบอบสีน้ำเงิน ที่พยายามหยั่งรากลึกในพื้นที่ และจังหวัดภูเก็ตไม่ใช่แค่ปัญหารายบุคคล แต่เป็นปัญหาของโครงสร้างผู้มีอิทธิพลที่หยั่งรากลึกลงในระบบในพื้นที่

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะผู้มีอิทธิพลเป็นปัญหาที่หยั่งลึกและสะสมมายาวนาน รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งจะเห็นได้จากผลการบูรณาความร่วมมือของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตรวจพบบริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี จำนวน 10 บริษัท ที่ดิน 4 แปลง จำนวน 2 ไร่ 1 งาน 50.5 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 116 ล้านบาท และศาลอนุมัติหมายจับชาวต่างชาติ 12 คน /หมายจับ 13 หมายจับ และบริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซื้อและครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 39 บริษัท ที่ดิน 52 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 12 ไร่ 2 งาน 62.5 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 115 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายค้น 29 หมายค้น รวมที่ดินกลุ่มที่ 1 และ 2 จำนวน 56 แปลง เนื้อที่ 15 ไร่ 13 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 231 ล้านบาท

นอกจากนี้ จะเห็นได้ว่ารัฐบาลมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ต่างลงพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้สร้างภาพ และไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้มีอิทธิพลระดับไหน ถ้าหากตรวจสอบแล้วพบดำเนินการที่ผิดต่อกฎหมาย จะต้องดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด ไม่มีการละเว้น ทุกอย่างทำงานอย่างเป็นขั้นตอนผ่านการบูรณาความร่วมมือทุกส่วนราชการ ทุกระดับ ส่วนการโยกย้ายผู้ว่าราชการ ชัดเจนว่าเป็นการย้ายเพื่อให้การแก้ไขปัญหาดีขึ้น เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนจังหวัดภูเก็ต ไม่ได้เป็นการวางตัวข้าราชการเพื่อสนองพรรคการเมือง ขอย้ำว่าไม่มีระบอบสีน้ำเงินอย่างที่พรรคประชาชนกล่าวหาลอย ๆ เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง หากมีข้อมูลการเก็บส่วยหรือมีข้อมูลมาเฟีย ขอให้ส่งข้อมูลให้รัฐบาล รัฐบาลพร้อมดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด ไม่ว่าใครก็ไม่มีการละเว้นโทษ