จี้ยุบพรรคปชน. ‘ศรีสุวรรณ’ยื่นกกต.ปมทำIO หลักฐานมัดทั้งสถานที่-บุคคล

จี้ยุบพรรคปชน.  ‘ศรีสุวรรณ’ยื่นกกต.ปมทำIO  หลักฐานมัดทั้งสถานที่-บุคคล

จี้ยุบพรรคปชน. ‘ศรีสุวรรณ’ยื่นกกต.ปมทำIO หลักฐานมัดทั้งสถานที่-บุคคล

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ศรีสุวรรณ”ยื่น กกต.ยุบพรรคประชาชน ปมทำ IO ผ่านบริษัท Spectre C ชี้หลักฐานมัด ทั้งสถานที่-ตัวบุคคล ส่วนเรื่องข้อมูลสมาชิกพรรค ลั่นแม้ขออนุญาต Laser ID ก็ผิดรัฐธรรมนูญ ตั้งข้อสงสัย ‘ช่อ-พรรณิการ์’ ออกมาแก้ต่างให้ในฐานะอะไร ขณะที่ อ.เจษฏ์ จี้ กกต.ลงดาบ ลั่นถึงขั้นยุบพรรคประชาชน

เมื่อวันที่ 17กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ประธานองค์การรักชาติรักแผ่นดิน เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อให้ยุบพรรคประชาชน (ปชน.) จากกรณีที่ น.ส.ธิษะณาชุณหะวัณ หรือแก้วตา อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยข้อมูลภายในพรรคประชาชน เกี่ยวกับการจัดทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง ผ่านบริษัทSpectre C โดยนายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชนอย่างมากและสื่อมวลชนนำประเด็นดังกล่าวไปเจาะลึกถึงที่มาที่ไป ว่าอยู่ในสำนักงานเดียวกันกับสถานที่ตั้งของพรรคประชาชน จึงทำให้สงสัยว่าสมาชิกพรรคหรือผู้บริหารของพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวหรือไม่ หรืออาจเป็นการล่วงล้ำไปถึงการปฎิบัติการ IO ให้กับพรรคด้วยหรือไม่

นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา สังเกตเห็นได้ว่าสมาชิกพรรค ผู้บริหารของพรรค กรรมการบริหาร ผู้สมัคร สส.พรรคที่ไปออกรายการทีวีหรือสื่อต่างๆ และดูเหมือนว่าพรรคประชาชนจะได้รับเสียงโหวตอย่างมากล้นผิดสังเกต กระทั่งมีสื่อสำนักหนึ่งย่านบางนา ออกมาบอกว่าการโหวตมีความผิดปกติ จึงต้องยกเลิกการโหวตไป ถือเป็นประจักษ์พยานอีกประเภทหนึ่งซึ่งเรื่องดังกล่าวในกฎหมายรัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามพรรคการเมือง หรือผู้สมัครพรรคการเมืองเข้ามาถือหุ้นในกิจการสื่อหรือหนังสือพิมพ์ใดๆ ทั้งสิ้น และหากจะเชื่อมโยงถึงบริษัทที่มารับจ้างก็จะเห็นความเชื่อมโยงอย่างมีนัยยะสำคัญ

ต่อมาเมื่อมีการเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวโฆษกพรรคประชาชนก็ออกมายอมรับว่ามีบริษัทนี้จริง รวมทั้งบุคคลที่ถูกศาลฎีกาพิพากษาว่าผิดจริยธรรมร้ายแรงก็ออกมาตีหน้ากล่าวอ้างเป็นตัวแทน ทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับพรรคประชาชนหรือบริษัทดังกล่าวและออกมาพูดแก้ต่างให้กับบริษัทดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ จึงอาจเข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรค การเมือง มาตรา 20 ได้

รวมทั้งหาก กกต.มีการสืบไต่สวนไปจนถึงวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถ้ากระบวนการIO เข้าไปทำการใส่ร้ายป้ายสี หรือนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จก็อาจจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง มาตรา 73 อนุมาตรา 5 ซึ่งอาจจะนำไปสู่การที่ กกต.สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 92 ยื่นยุบพรรคการเมืองได้

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า นอกจากเรื่องIO แล้ว ยังได้ยื่นให้ตรวจสอบเรื่องการที่พรรคประชาชนทำแบบฟอร์มสมัครสมาชิกพรรค และทุกคนต้องกรอกข้อมูลลับเป็นเลเซอร์ไอดี (Laser ID) บัตรประชาชน ซึ่งตัวเลข 12 หลักด้านหลังบัตรประชาชนถือเป็นข้อมูลลับและข้อมูลส่วนตัว ฉะนั้นการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดในรัฐธรรมนูญ มาตรา 32 ประกอบมาตรา 25 ที่ห้ามบุคคลใดนำข้อมูลส่วนบุคคลไปแสวงหาผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น

เมื่อถามว่า หัวหน้าพรรคประชาชนชี้แจงแล้วว่าได้ดำเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้อง และใช้เพื่อยืนยันตัวตนเท่านั้น นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เรื่องที่พรรคประชาชนออกมาชี้แจงก็รับฟัง แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 32 บัญญัติไว้ชัดเจนถึงข้อห้าม เพราะฉะนั้นกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายแม่บทอยู่เหนือกฎหมายใดๆ ทั้งปวง จึงเป็นอำนาจวินิจฉัยของ กกต.ว่าจะเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ ถ้าฝ่าฝืนก็แน่นอนว่ามาตรา 92 รออยู่คือยุบพรรค

เมื่อถามย้ำว่า ต่อให้ขออนุญาตก็เข้าข่ายกระทำความผิดใช่หรือไม่ นายศรีสุวรรณ ยืนยันว่าใช่

เมื่อถามถึงปฏิบัติการ IO มีจุดไหนที่สุ่มเสี่ยงถึงขั้นยุบพรรคได้ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ถ้ามองเฉพาะหน้าฉาก บริษัทดังกล่าวมีการจดทะเบียนถูกต้องจากกระทรวงพาณิชย์ ตามหนังสือบริคณห์สนธิ ถ้ามีกรรมการ มีผู้ถือหุ้น แต่ประเด็นคือเรื่องของความเชื่อมโยงของบริษัทดังกล่าวกับพรรคประชาชน ที่บางส่วนก็เคยมารับงานของพรรคประชาชน โดยเฉพาะการรับงานจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง ซึ่งกองทุนดังกล่าวก็มีข้อห้ามชัดเจนอยู่แล้วใน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ดังนั้น กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมืองต้องไปตรวจสอบว่าบริษัทดังกล่าวที่มีสถานที่ตั้งอยู่ที่เดียวกันกับพรรคประชาชน และมีบุคคลที่ก่อตั้งบริษัทนี้เข้ามาดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาชน จะมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องวินิจฉัย ส่วนที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือช่อ โฆษกคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ออกมาชี้แจงว่าเป็นการแยกขาดออกจากกัน และมีการรับงานสินค้าที่ไม่ใช่งานการเมือง นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เข้าใจการแก้ต่างของ น.ส.พรรณิการ์

“ผมยังสงสัยว่าคุณช่อมีหน้าที่อะไรในบริษัทดังกล่าว รวมทั้งในพรรคประชาชนด้วย ซึ่งอาจจะเป็นแค่ผู้ช่วยหาเสียง แต่ ณ วันนี้การเลือกตั้งจบแล้ว การจะอ้างว่าเป็นผู้ช่วยหาเสียงคงไม่ได้ ทุกอย่างที่คุณช่อพยายามออกมานำเสนอ ต้องดูฐานะของคุณช่อด้วย คุณมาพูดในฐานะอะไร แต่ตัวแทนของบริษัทนี้ไม่เคยออกมาพูด ไม่เคยออกมาชี้แจงใดๆทั้งสิ้น รวมถึงการที่พาสื่อมวลชนไปดูในห้องที่คุณแก้วตากล่าวถึง ไม่ว่าจะเป็นชั้น 4 หรือ 5 ก็มีคุณพริษฐ์วัชรสินธุ รวมทั้งอดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และล่าสุดคือคุณช่อ พาไปในฐานะอะไร จึงเป็นคำตอบที่ผมอยากรู้เหมือนกัน” นายศรีสุวรรณ กล่าว

ด้านนายเจษฎ์  โทณะวณิก   แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ กล่าวถึงกรณี Spectre C ที่สังคมกำลังพูดถึงซึ่งถือเป็นขบวนการซ่อนเงื่อนในพรรคการเมืองยุคดิจิทัลที่ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารในอาคารอนาคตใหม่ว่า การเมืองยุคปัจจุบันไม่ได้สู้กันแค่การลงพื้นที่ทักทายประชาชน หรือชูนโยบายตรงไปตรงมาเหมือนในอดีต แต่มีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ Information Operation (IO) เข้ามาเป็นอาวุธหลักในโลกออนไลน์ ทั้งการถล่มฝ่ายตรงข้าม และการปั่นกระแสเชิดชูฝ่ายตัวเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่อันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย ทุกวันนี้จะมีการใช้แนวทางที่มีปฏิบัติการข้อมูล หรือIO ถ้ามีใครมาพูดถึงในแง่ไม่ดี ก็ถล่มเขา หรือถ้ามีใครพูดถึงในทางดี ก็จะรีบกระพือให้ดังยิ่งขึ้น ทั้งหมดมันมีคนที่ดำเนินการ

นายเจษฎ์ กล่าวว่า ตอนนี้มีคนพูดถึงกรณีSpertre C ดำเนินการ IO ให้พรรคประชาชน โดยมีหลักฐานสำคัญคือสถานที่ตั้งอยู่ภายในอาคารอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นที่ทำการของพรรคประชาชนซึ่งว่ากันว่าเป็นการดำเนินการให้กับพรรคประชาชน จะใช่หรือไม่ตนไม่รู้ ไม่ได้ไปกล่าวหา แต่สถานที่ตั้งซึ่งเป็นอาคารที่ทำการของพรรคประชาชน โดยกลไกการทำงาน ทำเรื่องเกี่ยวกับเนื้อหา ข้อมูลต่างๆ หรือทำเรื่องเกี่ยวกับการต่อสู้กับบรรดาคนที่เห็นต่างผ่านระบบออนไลน์ ทั้งในแง่กฎหมาย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) พรรคการเมือง ที่อาจเข้าข่ายความผิดใน 2 มาตรา ประกอบด้วยมาตรา 20 พรรคการเมืองจดทะเบียนแล้วต้องทำกิจกรรมการเมือง ห้ามทำธุรกิจแสวงหากำไรมาแบ่งปันกันและมาตรา 92 หากพรรคใดฝ่าฝืนทำกิจการต้องห้ามตามมาตรา 20 มีโทษสถานหนักคือยุบพรรคการเมือง

นายเจษฎ์ กล่าวอีกว่า ขอส่งสัญญาณไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าต้องเร่งตรวจสอบเรื่องนี้โดยด่วน อย่าปล่อยให้พรรคการเมืองทำตัวไม่โปร่งใส ซับซ้อนซ่อนเงื่อน และปิดบังประชาชน หากพรรคการเมืองไม่ใช่ที่รวมตัวของผู้มีอุดมการณ์ แต่กลายเป็นที่รวมตัวของขบวนการทำธุรกิจ IO ปัญหาจะกระจายตัวจนแก้ไม่ได้ ดังนั้น กกต.ต้องไปตรวจสอบกรณีที่มีคนมาพูดว่า Spertre C ดำเนินการโดยพรรคประชาชน จริงเท็จไม่รู้ แต่ถ้าจริง กกต.ก็ควรดำเนินการเรื่องนี้ เพราะขัดต่อพ.ร.ป.พรรคการเมือง และอาจนำพาไปถึงขั้นยุบพรรคการเมืองได้ สิ่งที่กกต.ต้องคิดคือควรหรือไม่ถ้าหากพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมในลักษณะที่มีบริษัทใช้ชื่อ Spertre C แล้วก็ทำหลายสิ่งหลายอย่างที่ใครก็บอกว่าเป็นปฏิบัติการข้อมูล ในการที่อาจจะไม่ชอบมาพากล กกต.ต้องตรวจสอบให้ชัด”นายเจษฎ์ กล่าว

กกต.ลุยฟ้องคนป่วนเลือกตั้ง ไกล่เกลี่ยไร้ข้อสรุป กลัวผิดม.157-ละเว้นหน้าที่

กกต.ลุยฟ้องคนป่วนเลือกตั้ง  ไกล่เกลี่ยไร้ข้อสรุป  กลัวผิดม.157-ละเว้นหน้าที่

กกต.ลุยฟ้องคนป่วนเลือกตั้ง ไกล่เกลี่ยไร้ข้อสรุป กลัวผิดม.157-ละเว้นหน้าที่

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กกต.ลุยฟ้องคนป่วนเลือกตั้ง ไกล่เกลี่ยไร้ข้อสรุป กลัวผิดม.157-ละเว้นหน้าที่ แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ปลุกปชช.ออกมาชุมนุม สับเละกกต.จะต้องชดใช้

ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งหนังสือให้ กกต.ชี้แจงภายใน 7 วัน หลังถูกร้องกรณีพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งส่อขัดรัฐธรรมนูญ ก่อนวินิจฉัยจะส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากเห็นว่าไม่มีมูลก็จะสั่งยุติเรื่อง ด้าน“กกต.”ถกพิมพ์บัตรเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วย เล็งทบทวนบาร์โค้ด หวั่นกระทบคดีเลือกตั้ง-ข้อกฎหมาย

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ที่ประชุมได้หารือต่อเนื่องเกี่ยวกับการจัดพิมพ์บัตรออกเสียงลงคะแนนใหม่ สำหรับการลงคะแนนซ่อมในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้    หลัง กกต.มีมติให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ใน 3 หน่วย ได้แก่ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขตเลือกตั้งที่ 1 ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน และหน่วยเลือกตั้งที่ 4 เขตเลือกตั้งที่ 6 ตำบลโพนสูง อำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานี

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ว่า บัตรเลือกตั้งชุดใหม่จะยังคงรูปแบบเดิมที่มีเลขเล่ม เลขที่บัตร และสัญลักษณ์บาร์โค้ดเหมือนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หรือไม่ เนื่องจากเกรงว่า หากเปลี่ยนรูปแบบบัตร อาจเกิดข้อถกเถียงทางกฎหมายเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างบัตรเลือกตั้งทั่วไปกับบัตรที่ใช้ในการลงคะแนนใหม่ และอาจส่งผลต่อคดีที่มีผู้ยื่นฟ้อง กกต. กรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกัน คาดว่าที่ประชุมยังจะมีมติสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่เพิ่มเติมอีก 20 กว่าหน่วย หลังสำนักงาน กกต.เสนอว่าพบว่าบัตรออกเสียงเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่า บัตรเขย่ง

ไล่สอบเอกสารหลุด

รายงานข่าวยังระบุว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กกต.ได้เรียกผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสมุทรปราการเข้าชี้แจง กรณีพบแบบขีดคะแนนการเลือกตั้ง ส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 6 ถูกทิ้งในบ่อขยะเทศบาลลัดหลวง อำเภอพระประแดง โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า แบบขีดคะแนนดังกล่าวเป็นฉบับที่ยังไม่มีการรวมคะแนน เจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งให้ถ้อยคำว่าเกิดความผิดพลาดในการขีดคะแนน จึงเปลี่ยนไปใช้แบบสำรองและมีการคัดลอกคะแนนก่อนดำเนินการนับต่อ โดยมีประชาชนร่วมสังเกตการณ์และมีการบันทึกไว้ในรายงานประจำหน่วย

ทั้งนี้ กกต.อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเอกสารดังกล่าวหลุดไปอยู่ในกองขยะได้อย่างไร และมีบุคคลใดเกี่ยวข้องหรือไม่ รวมถึงพิจารณาว่าเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่

แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมเห็นพ้องให้ลดการแถลงข่าวต่อสื่อในช่วงนี้ เนื่องจากเกรงว่าคำชี้แจงอาจถูกนำไปตีความและขยายผลจนส่งผลกระทบต่อองค์กร โดยจะใช้การชี้แจงผ่านเอกสารเป็นหลัก ขณะเดียวกัน กกต.ได้ทำหนังสือชี้แจงกลับไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) แล้ว ยืนยันว่าการเลือกตั้งยังคงเป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับภายในคูหา ส่วนกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินที่ให้ชี้แจงภายใน 7 วัน อยู่ระหว่างจัดทำคำชี้แจงตามขั้นตอน

ให้กกต.ชี้แจงใน 7 วัน

มีรายงานว่าสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้มีการชี้แจงกรณีมีผู้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการที่ กกต. พิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจนรู้ได้ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด พรรคการเมืองใด เข้าข่ายเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 96 หรือไม่ โดยกำหนดให้สำนักงาน กกต. ชี้แจงกลับมาภายใน 7 วัน

ขณะที่ก่อนหน้านี้ มีผู้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ตรวจสอบเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ รวม 12 คำร้อง ในจำนวนนี้มีคำร้องที่ยื่นขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งการที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน มีหนังสือแจ้งให้ กกต. ชี้แจงนั้น มาจาก 3 คำร้อง คือ คำร้องของ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์, นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักธุรกิจและนักวิชาการอิสระ และตัวแทนประชาชนที่ขอสงวนชื่อ

รอชี้ขาดส่งศาลรธน.

อย่างไรก็ตาม ตามขั้นตอนของผู้ตรวจการแผ่นดิน หลังจากได้รับหนังสือชี้แจงจากสำนักงาน กกต. แล้ว ทางสำนักงานฯ จะประมวลเรื่องและเสนอที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา หากที่ประชุมเห็นว่าคำร้องมีมูลเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ ก็จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ แต่หากเห็นว่าไม่มีมูลก็จะสั่งยุติเรื่อง

สำหรับปัจจุบัน มีผู้ตรวจการแผ่นดิน 2 คน คือ นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และ พล.ต.ท.ยุทธนา สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่วนอีก 1 คนอยู่ระหว่างการสรรหา ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในการประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา วันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้

ยุประชาชนออกมาชุมนุม

ด้านแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม – United Front of Thammasat and Demonstration ระบุว่า

สืบเนื่องจากการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ปรากฎหลักฐานเป็นที่ประจักษ์จำนวนมากที่ชี้ให้เห็นว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ มิได้เป็นไปโดยโปร่งใส สุจริต และเที่ยงธรรม ส่งผลให้ความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตกต่ำลงถึงขีดสุด

กระนั้นก็ตาม การเรียกร้องความรับผิดชอบและการชดใช้จาก กกต. ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ทำได้ด้วยความลำบาก เนื่องจากในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มิได้ให้สิทธิประชาชนเข้าชื่อ ร้องขอให้ถอนถอน กกต.พวกเราจึงขอเชิญชวนประชาชนทุกคน นิสิตนักศึกษาทุกมหาวิทยาลัย องค์กรภาคประชาสังคมทุกองค์กร และพรรคการเมืองทุกพรรค ออกมาพูดส่งเสียง ออกมาเรียกร้อง ถึงความไม่ปกติของการเลือกตั้งสส.ในครั้งนี้ ใครใคร่จะปราศรัยก็ปราศรัย ใครใคร่จะชุมนุมก็ชุมนุม ใครใคร่จะจัดกิจกรรมใดก็จัดกิจกรรมนั้น ขอให้ทุกคนจงพร้อมเพรียงพร้อมใจกันทั้งประเทศ เพื่อร่วมกันยืนยันว่า “คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องชดใช้” ต่อความเลวร้ายทั้งปวงที่ปรากฏในครั้งนี้ ด้วยความศรัทธาในเจตจำนง ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย

ร้องผู้ตรวจฯ ส่งศาล รธน.

นายรณรงค์ แก้วเพชร ทนายความโซเชียลชื่อดัง เข้ายื่นหนังสื่อถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เนื่องจากการที่ กกต.พิมพ์คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับว่า สืบเนื่องจากการฟังการแถลงข่าวของ กกต.ในเรื่องคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง กังวลว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะเป็นความลับหรือไม่ตามมาตรา 85 อีกทั้งยังกลัวคนจะล่วงรู้ว่าเราเลือกพรรคไหน กาให้กับใคร ทั้งนี้ หลังจาก กกต.ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อ กกต.โดยประเด็นที่ได้ไปแจ้งความ คือการที่ กกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นอกจากนี้ ยังยื่นเรื่องถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการที่ กกต.ออกระเบียบหรือกฎหมายในการมีคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งขัดต่อกฎหมายหรือไม่

“เราแค่ทวงถามสิทธิเลือกตั้งเราว่าทำไมต้องอยากรู้ว่าเราใส่กางเกงในสีอะไร ไม่ต้องรู้ขนาดนั้น ไม่จำเป็นเพราะเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เรามีสิทธิจะเลือกชอบ หรือไม่ชอบพรรคไหนก็ได้ การระบุคิวอาร์โค้ดและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ แม้ กกต.จะบอกว่าถูกกฎหมาย ถูกระเบียบ ดังนั้น จึงยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ระเบียบและกฎหมายต่างๆ ที่ กกต.ได้ทำออกมาขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างไร และประชาชนกระทบสิทธิอย่างไรกับการเลือกตั้งที่ไม่เป็นความลับ” นายรณรงค์กล่าว

นายรณรงค์ยังกล่าวอีกว่า เมื่อกฎหมายระบุว่าเป็นความลับ แต่ กกต.ออกกฏหมายเพิ่มเติมให้ทำอะไรก็ได้ ให้ทำสัญลักษณ์บนบัตรเลือกตั้งโดยไม่บอกประชาชนก่อนว่าข้อมูลสามารถตรถวจสอบย้อนกลับได้ จึงอยากให้ กกต.ชี้แจงกลับไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินทันที โดยไม่ต้องรอ 7 วัน ถ้ายืนยันว่าตัวเองทำถูกต้อง

เคลียร์เขต1ชลบุรี

เวลา10.00น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การมีส่วนรร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา(สว.) เป็นประธาน กมธ. นัดประชุม พิจารณากรณีที่กกต. ดำเนินคดีกับประชาชนผู้เข้าร่วมเรียกร้องให้นับคะแนนผลการเลือกตั้งใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี โดยเชิญฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง อาทิ น.ส.เบญจพร สุขสว่าง น.ส.กนกวรรณ สร้อยสน ตัวแทนกลุ่มนับใหม่okนะ ขณะที่ฝ่าย กกต. ได้ส่งนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. นายประยูร วัฒนศิริบรรรจง ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง จ.ชลบุรี เขต1 เข้าชี้แจงต่อกมธ.ผ่านระบบออนไลน์

นายนรเศรษฐ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การเชิญตัวแทนกกต. และประชาชนที่ได้รับผลกระทบเข้ามาหารือ เพื่อต้องการให้ทั้ง 2 ฝ่าย ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยกมธ.หวังว่าจะทำให้เกิดการไกล่เกลี่ยไม่ต้องฟ้องคดีกับประชาชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบกระบวนการการเลือกตั้ง ส่วนตัวมองว่าหาก กกต. เลือกฟ้องคดีกับประชาชน แทนอธิบายข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและปัญหาที่ประชาชนสงสัยอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ กกต.ได้ เพราะกระบวนการดังกล่าวเท่ากับเป็นการฟ้องปิดปาก

“กรณีกระบวนการการนับคะแนนที่มีปัญหา และประชาชนเข้าไปตรวจสอบ จนทำให้ กกต.แจ้งข้อกล่าวหากับประชาชน จะให้กกต.ชี้แจงว่าการแจ้งข้อกล่าวหาเป็นการตีความตามตัวอักษรของกฎหมายว่าประชาชนละเมิด หรือเป็นการตีความตามเจตนารมณ์ กรณีที่กกต.จะดำเนินการกับประชาชนนั้นได้สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนอย่างมาก เพราะการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนไม่กล้าตรวจสอบ อาจเกิดกรณีฟ้องปิดปากได้” นายนรเศรษฐ์ กล่าว

กกต.ประเคนข้อหาบุกรุก

ด้านน.ส.เบญจพร ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ กกต.ชลบุรี เขต1 ได้ฟ้องในข้อหาบุกรุก และขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้นมองว่าสิ่งที่กกต.ทำนั้นอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะการตัดสินใจฟ้องประชาชนนั้นอาจเป็นเพราะได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ ขณะที่ภาคประชาชนได้แจ้งความกกต.ชลบุรีกลับข้อหาแจ้งความเท็จ ส่วน กกต.กลางอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดี

“เหตุผลที่ประชาชนต้องต่อสู่เพราะเห็นความน่าสงสัยหลายอย่าง และประชาชนไม่มั่นใจในความโปร่งใส ขณะที่เจ้าหน้าที่กกต.ที่ทำหน้าที่ไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริง อย่างไรก็ดีรู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นผิดกฎหมายแต่ยืนยันว่าไม่มีเจตนานำเอกสารเลือกตั้งออกมาพื้นที่ แต่ที่ต้องเข้าไปต้องการแสดงให้ประชาชนเห็นว่ากระบวนการจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งนั้นมีความน่าสงสัย ซึ่งแทนที่ กกต. จะชี้แจงตรงไปตรงมา กับใช้กฎหมายเล่นงาน ซึ่งคิดว่าเป็นการฟ้องปิดปากจากนี้ประชาชนต้องดำเนินการต่อไป” น.ส.เบญจพร กล่าว

เดินสายเวทีโลกใส่ความไทย กต.จับตา‘เขมร’

เดินสายเวทีโลกใส่ความไทย  กต.จับตา‘เขมร’

เดินสายเวทีโลกใส่ความไทย กต.จับตา‘เขมร’

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เดินสายเวทีโลกใส่ความไทย กต.จับตา‘เขมร’ เล็งใช้ก.ม.ระหว่างปท. หลังยกเลิกเอ็มโอยู44

“สีหศักดิ์”จับตานายกฯเขมรเดินสายเวทีตปท.พบปธน.ทรัมป์-คุยปธน.มาครง ปมขอข้อมูลพรมแดนไทย-เขมร ยันพร้อมตอบโต้ชี้แจง ถ้าเขมรบิดเบือนข้อมูล เล็งประสานฝรั่งเศสขอเอกสารชุดเดียวกับที่เขมรขอ ส่วนการยกเลิกเอ็มโอยู 44 ทำได้โดยหันไปใช้กม.ระหว่างปท.แทน

เมื่อ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศกล่าวถึงการยกเลิก MOU 44 ว่า ตามหลักการแล้วจะยกเลิกMOU 44 ต้องรอนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาลใหม่ ซึ่งต้องหารือกับนายกฯอีกครั้ง รวมถึงหารือสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ายกเลิกต้องร่างกติกาใหม่หรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ต้องมีกติกา กฎหมายระหว่างประเทศก็มีอยู่ เช่น การเจรจาพื้นที่พิพาทกับประเทศมาเลเซีย เราก็ไม่มี MOU แต่ใช้กฏหมายระหว่างประเทศ ต้องดูว่าหากยกเลิกแล้วจะมีทางเลือกอะไรบ้างถามย้ำว่าไม่จำเป็นต้องเป็น MOU ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ใช่ ใช้หลักกฏหมายระหว่างประเทศ แต่ต้องชัดเจนว่ายกเลิกแล้วจะมีทางเลือกอย่างไร

นายสีหศํกดิ์กล่าวต่อว่า การยกเลิกและสร้างกติกาใหม่ ถ้าทั้งสองประเทศเห็นพ้องด้วยกันก็จบ ถ้าไม่เห็นด้วยก็อาจต้องเจรจากัน ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งขณะนี้สั่งการให้ทำข้อมูลเรื่องนี้ว่ากระบวนการยกเลิกMOU44 จะมีแนวทางอย่างไรบ้าง

ส่วนที่นายฮุนมาเนต นายกฯกัมพูชาเดินสายในเวทีต่างประเทศและไปเยือนสหรัฐฯพบนายโดนัลด์ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯด้วย นายสีหศักดิ์กล่าวว่า มีรายงานข่าวว่าเขาไปร่วมประชุมสภาสันติภาพ (peace Council) สำหรับรัฐบาลไทยไม่ได้เข้าร่วม เพราะจะเป็นพันธกรณีกับรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งทราบว่านายฮุนมาเนต คงไปเชื่อมความสัมพันธ์ เราก็ติดตามอยู่

ถามว่าจะไม่ทำให้เราเสียเปรียบเรื่องข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา เพราะอาจไปแจ้งข้อมูลเพียงฝ่ายเดียว นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เรามีช่องทางการชี้แจงข้อมูลเรื่อยๆอยู่แล้ว หากมีอะไรบิดเบือนอย่างตั้งใจ เราก็ต้องชี้แจง ซึ่งปัจจุบันข้อเท็จจริงระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา ได้รับการชี้แจงต่อเนื่อง ตนไปเวทีไหนก็ไปชี้แจง แต่หากเขาไปพูดอะไรที่ไม่ตรงข้อเท็จจริง เราก็ต้องชี้แจง

เมื่อถามถึงกรณีนายฮุนมาเนต ประสานนายเอ็มมานูเอลมาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ขอข้อมูลด้านประวัติศาสตร์และข้อมูลทางเทคนิค เกี่ยวกับพรมแดนไทย-กัมพูชา นายสีหศักดิ์กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศสอบถามไปยังประเทศฝรั่งเศสเช่นกันว่าคือเอกสารอะไร แต่ถือว่าเป็นสิทธิ์ อาจขอไปทั้งสองฝ่าย ยืนยันว่ากระทรวงการต่างประเทศติดตามอยู่ หากมีอะไรก็ค่อยว่ากันอีกที

สำหรับกรณีเกิดไฟไหม้ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาหลายจุดนั้น ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าเกิดจากอะไร ถ้ามีอะไรจำเป็นกระทรวงการต่างประเทศก็พร้อมดำเนินการ ทั้งนี้ การนัดประชุมกรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชานั้น ถือเป็นการประชุมที่ครอบคลุมทุกเรื่อง รวมถึงชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งมองว่าควรถึงเวลาที่สมช.ต้องมาคุยกันหลายเรื่อง เพื่อเตรียมพร้อมข้อมูลระหว่างรอรัฐบาลใหม่ด้วย

ด้านนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกากล่าวถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย สั่งการให้ศึกษายกเลิก MOU 2544 ว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายกระทรวงการต่างประเทศไปศึกษา ซึ่งขั้นตอนการยกเลิกต้องไปดูกฎหมายระหว่างประเทศ และข้อตกลงการประชุมว่าทำได้หรือไม่ แต่โดยหลักทำได้และมีกระบวนการที่ต้องทำ ต้องดูว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อยกเลิกแล้วทั้งสองประเทศต้องไปพูดคุยกันเพื่อร่างกติกาขึ้นมาใหม่หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า แล้วแต่ทั้งสองประเทศจะคุยกันจะนับหนึ่งกันใหม่หรือไม่ จึงอยากให้ไปถามกระทรวงการต่างประเทศดีกว่า ก่อนออกตัวว่าตนไม่ถนัดกฎหมายระหว่างประเทศ ถนัดกฎหมายไทยมากกว่า

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าการต่ออายุอนุญาตทำงานของแรงงานสัญชาติกัมพูชาประมาณ 1 แสนคนในประเทศไทยว่า ขอดูสถานการณ์ก่อน ขั้นตอนขณะนี้อยู่ในการพิจารณาเรื่องความมั่นคง ต้องดูให้เรียบร้อยก่อน แต่ยอมรับว่า เรื่องผู้ประกอบการ โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมก็กระทบส่วนหนึ่ง แต่ต้องดูเรื่องความมั่นคงด้วย ดังนั้น ขอให้ฝ่ายความมั่นคงพิจารณาตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อน จึงจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมครม. ซึ่งจะเร่งให้มีความชัดเจนเร็วที่สุด ยืนยันว่า ดูหลายมิติสำหรับแรงงานกลุ่มดังกล่าว เนื่องจากอยู่ในเมืองไทยแต่เกิดสถานการณ์ชายแดนจึงตกค้าง และผิดกฎหมายอยู่ขณะนี้ หากส่งกลับยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะติดเงื่อนไขความมั่นคง เรื่องนี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบ โดยแรงงานที่ตกค้างกลุ่มดังกล่าวมีประมาณ 1 แสนคน

  วันเดียวกัน  พ.อ.ริชฌา   สุขสุวานนท์  รองโฆษกกองทัพบกเปิดเผยว่า กองทัพบกได้รับรายงาน มีเหตุการณ์​ไฟไหม้ป่าในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา  จากกองทัพภาคที่ 2 ดังนี้  เวลา 09.00 น บริเวณ ช่องเสม็ด อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์   เวลา 12.00 น.บริเวณทิศใต้ ปราสาทคนา อ.กาบเชิง จังหวัดสุรินทร์   เวลา 12.30 น. บริเวณ พื้นที่โดนตรวน ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ   ส่วนกรณี ไฟเผาป่าฝั่งกัมพูชา ลามมาถึงรั้วลวดหนามปราสาทตาเมือน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์นั้น ​ ไม่ได้รับรายงานมา แต่มีใกล้เคียงคือ พื้นที่ช่องเสม็ด  ซึ่งห่าง 2-3 กม.

ไอติม พริษฐ์ มัดรวมทุกคำถามถึง กกต. ขอคำตอบชัด ให้ประชาชนสิ้นสงสัย

ไอติม พริษฐ์ มัดรวมทุกคำถามถึง กกต. ขอคำตอบชัด ให้ประชาชนสิ้นสงสัย

ไอติม พริษฐ์ มัดรวมทุกคำถามถึง กกต. ขอคำตอบชัด ให้ประชาชนสิ้นสงสัย

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.59 น.

วันที่ 17 กุมภาพันธื 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน โพสต์ผ่านเฟชบุ๊ก พริษฐ์ วัชรสินธุ -ไอติม -parit Wacharasindhu ระบุว่า  [ รวมทุกคำถามถึง กกต. – ขอคำตอบชัดๆ เพื่อให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัย ]

ผมได้เฝ้ารอการแถลงข่าวของ กกต. มา 2 วัน ตั้งแต่เปิดสัปดาห์นี้มา แต่สิ่งเดียวที่ผมกลับเห็นในเพจ Facebook ทางการของ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง คือภาพการประชุมเพื่อหารือเรื่องแนวทางในการ “ติดตาม ตรวจสอบ วิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์” ของ กกต. (หากไม่นับคลิปเรื่องการแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ ที่ลงหลังหมดเขตไปแล้ว และถูกลบออกไป)

ผมเสนอแนะว่าหากท่านกังวลเรื่อง “ภาพลักษณ์” และความน่าเชื่อถือของ กกต. ท่านเริ่มต้นได้ โดยการตอบคำถามเหล่านี้ให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัยครับ

เพื่อสะดวกต่อการทำงานของ กกต. ผมขออนุญาตรวบรวมประเด็นและคำถามที่ผมมี และอยากขอให้ กกต. กรุณาชี้แจงและตอบให้ชัด เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความโปร่งใสของการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา

หากพี่ๆสื่อมวลชนที่ได้มีโอกาสถาม กกต. จะพิจารณาหยิบคำถามไหนไปถาม ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ

[ 1. QR code / barcode บนบัตรเลือกตั้ง ]

ปัญหา = บัตรเลือกตั้งแต่ละใบมี barcode ที่มีรหัสเจาะจง (unique) และสามารถใช้ระบุย้อนกลับไปได้ว่าใครกาบัตรดังกล่าว โดยการใช้ข้อมูลที่ต้นขั้วและบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

1.1. ตอนนี้ กกต. ได้ยอมรับเป็นที่ชัดเจนแล้ว ว่า barcode ของบัตรสีชมพู (สส. บัญชีรายชื่อ) สามารถระบุ “รหัสบัตร” แบบเจาะจงได้:
– แล้วตกลง QR code ของบัตรีสีเขียว (สส. เขต) สามารถระบุ “รหัสบัตร” แบบเจาะจงได้เช่นกันหรือไม่ หรือทำได้เพียงการระบุ “รหัสเล่ม” (ซึ่ง 1 เล่มจะมีบัตรหลายใบ)?
– กกต. จะยอมรับหรือพิสูจน์ให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัยเรื่องนี้ได้อย่างไร?

1.2. หาก กกต. ยืนยันว่าจำเป็นต้องมีมาตรการในการระบุ “รหัสบัตร” ในบัตรเลือกตั้ง เพื่อรักษาความปลอดภัย-ป้องกันการปลอมแปลง:
– แล้วเหตุใด บัตรสีเหลือง (บัตรออกเสียงประชามติ) ถึงไม่มี barcode หรือ QR code ที่สามารถใช้ระบุ “รหัสบัตร” ได้?
– ทำไม กกต. จึงวางแนวปฏิบัติที่แตกต่างกันระหว่างบัตรเลือกตั้ง กับ บัตรออกเสียงประชามติ?

1.3. ในเมื่อ barcode ของบัตรสีชมพู (สส. บัญชีรายชื่อ) สามารถระบุ “รหัสบัตร” แบบเจาะจงได้ กกต. ยังจะยืนยันอยู่ใช่หรือไม่ ว่าการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นการออกคะแนนเสียงโดย “ลับ”?
– แม้ กกต. จะพยายามอธิบายว่าการเลือกตั้งยังเป็นไปโดย “ลับ” เพราะ “ตรวจสอบได้ยากว่าใครกาอะไร (หากคนนั้นไม่เปิดเผยเอง) เพราะต้องเข้าถึงข้อมูลหลายส่วน”…
– แต่ที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าสังคมโดยทั่วไปเข้าใจมาโดยตลอดว่า การเลือกตั้งจะเป็นไปโดย “ลับ” ต่อเมื่อ “ไม่สามารถตรวจสอบได้เลยว่าใครกาอะไร (หากคนนั้นไม่เปิดเผยเอง) ไม่ว่าจะเข้าถึงข้อมูลใดๆก็ตาม”

1.4. แม้จะยอมยึดตามที่ กกต. บอกว่าการเลือกตั้งยังเป็นไปโดย “ลับ” เพราะ “ตรวจสอบได้ยากว่าใครกาอะไร” กกต. ยอมรับได้ไหม ว่า การเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว ไม่ได้ “ยาก” อย่างที่ กกต. นำเสนอ เพราะแม้ กกต. บอกว่า กกต. มีการเก็บตัวบัตรเลือกตั้ง และต้นขั้วไว้ในที่ที่ปลอดภัยหลังนับคะแนนเสร็จ แต่สังคมได้ออกความเห็นมาพอสมควรแล้วว่ามีหลายวิธีมาก ที่สามารถออกแบบระบบเพื่อเช็คได้ว่าใครกาอะไร โดย (1) ไม่จำเป็นต้องเข้าถึง บัตรเลือกตั้งหรือต้นขั้ว ที่ กกต. จัดเก็บไว้ในที่ปลอดภัยหลังนับคะแนนเสร็จ และ (2) ไม่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ หรือ กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ด้วยซ้ำ?

– ตัวอย่าง 1: ผู้สมัคร จูงใจหรือข่มขู่ให้ นาย ก. เลือกตนเอง โดยขอให้ นาย ก. จำรหัสต้นขั้ว (อย่างน้อยคือเลข 3-4 ตัวหลัง) และแจ้งกลับมาที่ผู้สมัคร / เมื่อมีการนับคะแนน ผู้สมัครให้ทีมสังเกตการณ์ตั้งกล้องถ่ายบัตรทุกใบตอนมีการนับและขานคะแนนในที่แจ้ง เพื่อนำมาสแกนและเช็คว่าบัตรที่มีรหัสตรงกับรหัสต้นขั้วที่นาย ก. แจ้งมา เป็นบัตรที่ลงคะแนนให้ตนหรือไม่

– ตัวอย่าง 2: ผู้สมัคร หาผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1 คน (เช่น นาย ก.) ให้ทำหน้าที่เป็น “หัวคะแนน” โดยขอให้นาย ก. นำประชาชนที่ผู้สมัคร หรือ นาย ก. จูงใจหรือข่มขู่ให้เลือกตนเอง มาเรียงคิวรับบัตรเลือกตั้งหลังนาย ก. / เมื่อนาย ก. รู้รหัสต้นขั้วตนเอง (เช่น xx0001) ก็จะรู้ว่าคนที่เข้าคิวถัดมาจะต้องมีรหัสต้นขั้ว (xx0002 / xx0003 / xx0004 เป็นต้นไป) / เมื่อมีการนับคะแนน ผู้สมัครให้ทีมสังเกตการณ์ตั้งกล้องถ่ายบัตรทุกใบตอนมีการนับและขานคะแนนในที่แจ้ง เพื่อนำมาสแกนและเช็คว่าบัตรที่มีรหัสตรงกับรหัสต้นขั้วที่นาย ก. แจ้งมาของ นาย ก. เอง และของกลุ่มคนที่เรียงคิวหลังนาย ก. เป็นบัตรที่ลงคะแนนให้ตนหรือไม่

1.5. หากจะให้เหตุผลว่าบางประเทศ (เช่น สิงคโปร์ หรือ สหราชอาณาจักร) มีการใช้รหัสบัตรที่สามารถระบุย้อนกลับไปในเชิงทฤษฎีได้ (ซึ่งคงใช้เป็นเหตุผลทางกฎหมายได้ยากเนื่องจากกฎหมายแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน – https://shorturl.at/PZmoD ) ก็ต้องบอกว่าประเทศดังกล่าวจะเปิดให้มีการเข้าถึงบัตรเลือกตั้งหรือต้นขั้วหลังนับคะแนนได้ต่อเมื่อต้องมีคำสั่งศาลเท่านั้น แต่สำหรับประเทศไทย เราเข้าใจถูกหรือไม่ว่าเกณฑ์หรือดุลพินิจในการตัดสินใจว่าจะมีการเปิดให้ใครเข้าถึงบัตรเลือกตั้งหรือต้นขั้วนั้น ขึ้นอยู่กับ กกต. เพียงผู้เดียว?

1.6. ใครรับรู้มาก่อนเรื่องการมีระบบ barcode และ QR code ในการเลือกตั้งรอบนี้บ้าง? แน่นอนว่าผู้รู้ต้องรวมถึง กกต. (ในฐานะผู้กำหนดแบบและผู้อนุมัติการสั่งพิมพ์) และ โรงพิมพ์ (ในฐานะผู้ดำเนินการจัดพิมพ์) แต่
– มีใครอีกหรือไม่ ที่สามารถรับรู้หรือเข้าถึงข้อมูลเรื่องการมีระบบ barcode และ QR code เช่นนี้ได้?
– กกต. ได้มีการวางมาตรการอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นรับรู้ถึงระบบ barcode และ QR code?

1.7. วันอาทิตย์ 22 ก.พ. ที่จะถึงนี้ ที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วย ทาง กกต. จะยังคงดำเนินการด้วยบัตรเลือกตั้งที่มีระบบ barcode และ QR code แบบเดิมใช่หรือไม่?
– หากยังเป็นระบบเดิม ทาง กกต. จะป้องกันความเสี่ยงที่กล่าวมาอย่างไร (โดยเฉพาะการเช็คการลงคะแนนของประชาชนตามตัวอย่างใน 1.4)?
– หากจะเปลี่ยนระบบให้ไม่มี barcode และ QR code แล้ว จะถือเป็นการปฏิบัติด้วยมาตรฐานที่แตกต่างจากเดิมหรือไม่ และจะถือเป็นการแสดงว่า กกต. ยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นวันที่ 8 ก.พ. ใช่หรือไม่?

[ 2. บัตร 2 ใบ ไม่เท่ากัน ]

ปัญหา = จำนวนบัตรสีเขียว (ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. เขต) กับ จำนวนบัตรสีชมพู  (ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. เขต) ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน มีจำนวนที่แตกต่างกันอย่างมีนับสำคัญ

2.1. แม้ กกต. จะแถลงว่าจำนวนบัตร 2 ใบ ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน อาจไม่เท่ากัน หากอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์รายงานผลของ กกต. แต่ กกต. จะมีคำอธิบายอย่างไรกับจำนวนบัตร 2 ใบที่ไม่เท่ากัน ที่มาจากข้อมูลบนบอร์ด ณ เขตเลือกตั้ง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลบนเว็บไซต์รายงานผล?
– เช่น สงขลา เขต 3 และ ศรีสะเกษ เขต 2 ที่ผมได้โพสต์ก่อนหน้านี้ ( https://shorturl.at/w4YIk )
– เช่น กรุงเทพมหานคร เขต 24 และ สมุทรสาคร เขต 4 ที่ได้แถลงข่าวก่อนหน้านี้ ( https://shorturl.at/Dbpwb )

[ 3. ผลการนับคะแนนรายหน่วยไม่ตรงกัน ]

ปัญหา = คะแนนของผู้สมัครหรือพรรคในบางหน่วย มีคะแนนไม่เท่ากัน (ทั้งที่ควรจะเท่ากัน) ระหว่าง:
– (A) 5/11 วันนับ : คะแนนในใบขีดคะแนนรายหน่วยที่ถูกถ่ายทันทีหลังนับเสร็จ
– (B) 5/18 วันนับ : คะแนนในใบรายงานผลรายหน่วยที่ถูกแปะในบอร์ดหลังนับเสร็จ
– (C) 5/18 กกต. : คะแนนในใบรายงานผลรายหน่วยที่ กกต. ทยอยเผยแพร่ในเว็บไซต์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

3.1. ถ้าหน่วยไหนที่ คะแนนใน “5/18 วันนับ” vs. “5/18 กกต.” ไม่ตรงกัน (ตัวอย่างจาก ภูเก็ต เขต 3: https://x.com/thitipruethikul/status/2022722206284034190 )

– กกต. จะอธิบายตัวเลขที่ไม่ตรงกันอย่างไร?

– กกต. จะทำอย่างไรให้ประชาชนมั่นใจ ว่าทั้งหมดนี้ เป็นความบกพร่องโดยสุจริต โดยไม่ได้มีใครใน กกต. ส่วนกลาง ระดับจังหวัด หรือ ระดับเขต ที่จงใจดัดแปลงคะแนนจากที่ถูกส่งต่อจากแต่ละหน่วยเข้ามา?

– แม้จะเป็นความบกพร่องโดยสุจริต กกต. จะแก้ไขข้อผิดพลาดนี้อย่างไร และจะดำเนินการตรวจสอบอย่างไรเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีข้อผิดพลาดลักษณะนี้ในหน่วยอื่น ที่ประชาชนยังไม่ได้ทักท้วงเข้ามา?

3.2. ถ้าหน่วยไหนที่ คะแนนใน “5/11 วันนับ” vs. “5/18 กกต.” ไม่ตรงกัน (ตัวอย่างจาก กทม. เขต 9: https://shorturl.at/LJaRK )

– กกต. จะอธิบายตัวเลขที่ไม่ตรงกันอย่างไร?

– กกต. จะทำอย่างไรให้ประชาชนมั่นใจ ว่าทั้งหมดนี้ เป็นความบกพร่องโดยสุจริต โดยไม่ได้มีใครในแต่ละหน่วยที่จงใจกรอกผลคะแนนรายหน่วย ให้ไม่ตรงกับใบขี้ดคะแนนที่ประชาชนร่วมสังเกตการณ์และตรวจสอบการขีดคะแนน?

– แม้จะเป็นความบกพร่องโดยสุจริต กกต. จะแก้ไขข้อผิดพลาดนี้อย่างไร และจะดำเนินการตรวจสอบอย่างไรเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีข้อผิดพลาดลักษณะนี้ในหน่วยอื่น ที่ประชาชนยังไม่ได้ทักท้วงเข้ามา?

3.3. กกต. จะเปิดเผยใบรายงานผลรายหน่วย (5/18 กกต.) ให้ครบบถ้วนทุกหน่วย ตามที่กฎหมายกำหนด ได้ภายในเมื่อไหร่? (ในเมื่อตอนนี้ผ่านมาแล้ว 9 วันหลังจากการเลือกตั้ง และในเมื่อระเบียบเดิมกำหนดให้ต้องเปิดเผยให้ครบภายใน 5 วันหลังจากการเลือกตั้ง ก่อนที่ กกต. จะไปแก้จาก “ภายใน 5 วัน” เป็น “โดยเร็ว” เมื่อปลายปี 2568)

3.4. กกต. จะเปิดเผยใบขีดคแะนนรายหน่วย (5/11) ให้ครบถ้วนทุกหน่วย ได้หรือไม่? (เพราะแม้กฎหมายไม่ได้บังคับให้เปิด แต่จากความผิดพลาดที่เราเห็นข้างต้น การเปิดเผยให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ จะเป็นวิธีการที่ดีในการทำให้เราร่วมกันแก้ไขข้อผิดพลาด และทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าการรวมคะแนนนั้นมีความถูกต้อง-แม่นยำ)

[ 4. เว็บไซต์รายงานผลเลือกตั้ง ]

ปัญหา = เว็บไซต์รายงานผลการเลือกตั้ง ยังค้างอยู่ที่ 94.33% แม้ผ่านมาแล้ว 9 วันหลังจากการเลือกตั้ง

4.1. กกต. จะใช้เวลาอีกกี่วัน ถึงจะมีการรายงานผลการเลือกตั้งได้ 100% ในเมื่อ 2562 ใช้เวลา 4 วัน และ 2566 ใช้เวลา 11 วัน (หากอ้างอิงข้อมูลจาก iLaw: https://shorturl.at/NJVwZ )

4.2. หากใช้เวลาเกินกว่าครั้งก่อน เหตุใดที่ทำให้ครั้งนี้มีความล่าช้ากว่าครั้งก่อน?

เบื้องต้น ประมาณนี้ครับ

รังสิมันต์ซัดยึดทรัพย์สแกมเมอร์ช้าไป-น้อยไป แปลกใจไทยไม่ออกหมายจับ เบน สมิธ

รังสิมันต์ซัดยึดทรัพย์สแกมเมอร์ช้าไป-น้อยไป แปลกใจไทยไม่ออกหมายจับ เบน สมิธ

รังสิมันต์ซัดยึดทรัพย์สแกมเมอร์ช้าไป-น้อยไป แปลกใจไทยไม่ออกหมายจับ เบน สมิธ

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.01 น.

“รังสิมันต์“ ชี้กรณีอายัดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ยังทำได้น้อยไป-ช้าไป ผิดสังเกตไม่ออกหมายจับ “เบน สมิธ” ทั้งไร้การขยายผลจากปฏิบัติการ “สกายฟอล” ทำเครือข่ายโยกเงินก้อนใหญ่ได้ทัน

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรค และว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงความเห็นต่อกรณีที่รัฐบาลไทยมีความเคลื่อนไหวในการยึดอายัดทรัพย์บุคคลในเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ โดยระบุว่าสำหรับตนแล้วการดำเนินการในวันนี้ยังถือว่าไม่เพียงพอ เพราะประเด็นตั้งต้นของคดีที่เริ่มจากกรณีนางสาวแตงไทยเป็นแค่คดีหนึ่ง แต่ยังมีอีกคดีที่ใหญ่กว่าและยังไม่ได้ริเริ่มในการดำเนินการ และที่น่าแปลกคือทั้งที่มีการออกหมายจับ ยิม เลียก ไปแล้ว แต่กลับยังไม่มีการออกหมายจับ เบน สมิธ กับภรรยา ซึ่งในแง่ทรัพย์สินที่มีการยึดอายัด ทรัพย์สินของ เบน สมิธ มีมากกว่า ยิม เลียก เสียอีก จึงน่าแปลกใจว่าทำไมถึงยังไม่มีการออกหมายจับ เบน สมิธ ซึ่งจะสามารถนำไปสู่การขอหมายแดงจากตำรวจสากลได้ และจะทำให้การเคลื่อนไหวของ เบน สมิธ ไปยังที่ต่างๆ ทำไม่ได้อีก

ดังนั้น การออกหมายจับจึงเป็นส่วนสำคัญที่หายไป และตนก็ไม่เคยได้รับคำอธิบายต่อเรื่องนี้ ทุกหน่วยงานพร้อมใจที่จะเงียบเรื่องนี้ นอกจากนี้ ตนได้รับข้อมูลมาโดยตลอดว่ามีความพยายามวิ่งเพื่อขอปลดอายัดทรัพย์สินที่มีการยึด แต่อย่างน้อยตนขอชื่นชมหน่วยงาน ปปง. ที่มีคนพยายามทำงานจริงจังในเรื่องนี้ แต่ส่วนที่ยังไม่มีความคืบหน้าเคลื่อนไหวคือตำรวจสอบสวนกลาง โดยเฉพาะต่อกรณี ฮุ่ยวัน ที่เคยมีปฏิบัติการ “สกายฟอล” ของตำรวจสอบสวนกลางมาก่อน ซึ่งถ้าดำเนินการตั้งต้นจากจุดนี้จะสามารถขยายผลในส่วนของเครือข่ายสแกมเมอร์ได้มากกว่าเดิม แต่กลับไม่มีการขยายผลในเรื่องนี้แต่อย่างไร

รังสิมันต์กล่าวต่อไปว่าจากตัวเลขที่มีการสำรวจ เงินที่มีการเคลื่อนไหวผ่านแพลตฟอร์มของ ฮุ่ยวัน มีมูลค่ามากกว่า 3.3 ล้านล้านบาท ซึ่งไม่ได้มีแค่เงินของเครือข่ายสแกมเมอร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงธุรกิจสีดำอื่นๆ ด้วย ดังนั้น ปัญหาคือการขยายผลจากสิ่งที่มีอยู่ยังน้อยเกินไป แม้จากการดำเนินงานของ ปปง. ความพยายามในการถอนยึดอายัดทรัพย์ใดๆ น่าจะเป็นไปได้ยากแล้ว แต่สิ่งที่ต้องจับตามองต่อไปคือการออกหมายจับ รวมถึงการขอหมายแดงเพื่อตามจับ เบน สมิธ และภรรยา

ส่วนกรณีท่าทีของกัมพูชาที่ดูเหมือนมีความพยายามในการปราบสแกมเมอร์มากขึ้นนั้น เป็นแค่การแสดงละคร เพราะ ฮุ่ยวัน มีความเชื่อมโยงกับ ฮุนโต หลานของฮุนเซน และเชื่อมกับเฉินจื้อ นอกจากนี้ภรรยาของ เบน สมิธ เคยดีแคลร์กับ กลต. สหรัฐอเมริกาว่ามีความเกี่ยวข้องกับการจัดการกองทุน ฮุ่ยวันเอสเอ ในสวิตเซอร์แลนด์ ฮุ่ยวัน จึงเชื่อมโยงกับภรรยา เบน สมิธ และฮุ่ยวันเปย์ เชื่อมโยงกับ ฮุนโต และถ้าไล่เส้นเงินดีๆ มั่นใจได้ว่า ฮุนเซน เกี่ยวข้องด้วยแน่นอน สุดท้ายจึงเป็นได้แค่การแสดงละครเพื่อให้ตัวเองดูไม่เกี่ยวข้อง แต่ในความเป็นจริงทุกคนรู้อยู่ว่าผู้มีอำนาจในกัมพูชาล้วนเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ทั้งสิ้น

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อไปว่า ตนจึงไม่อยากให้ประเทศไทยทำแบบเดียวกัน รอบนี้อาจถูกตัวใหญ่แต่ใช้เวลานานมาก ทำให้เกิดการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินและการจัดการความเสี่ยงของเครือข่ายเหล่านี้ จนทำให้โอกาสที่จะยึดทรัพย์ได้จริงเป็นจำนวนมากไม่เกิดขึ้น จำนวนที่มีการยึดทรัพย์ในรอบนี้ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับเส้นเงิน ซึ่งควรจะเอามาคืนให้กับเหยื่อสแกมเมอร์ได้ดีกว่านี้ ขณะเดียวกันก็จะมีโอกาสในการทำลายโครงสร้างอาชญากรรมอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

อนุทิน​ ชวน นฤมล​ กินข้าวเย็น​ ตักมะระผัดไข่ให้​ ก่อนขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพพร้อมกัน

อนุทิน​ ชวน นฤมล​ กินข้าวเย็น​ ตักมะระผัดไข่ให้​ ก่อนขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพพร้อมกัน

อนุทิน​ ชวน นฤมล​ กินข้าวเย็น​ ตักมะระผัดไข่ให้​ ก่อนขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพพร้อมกัน

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.31 น.

“อนุทิน​”ชวน​”นฤมล​ กินข้าวเย็น​ ตักมะระผัดไข่ให้​ ก่อนขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพพร้อมกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้น​การ​ประชุมความมั่นคง​ ที่จ.สงขลา นาย​อนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ นายก​ รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​มหาดไทย​  ในฐานะหัวหน้าพรรค​ภูมิใจ​ไทย​ ได้เปลี่ยนชุดลำลองเสื้อยืนคอกลมสีน้ำเงินและแจ๊คเก็ตสีกรมท่า​ มีโลโก้พรรคภูมิใจ​ไทย​ ก่อนจะเดินทางมารับประทาน​อาหารเย็นพร้อมคณะ​ ซึ่งนายกรัฐมนตรี​ได้ชวนนางนฤมล​ ภิญโญ​สิน​วัฒน์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ​ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม​ มาร่วมรับประทานอาหารและเดินทางกลับพร้อมกัน​ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทั้ง​ 2 คณะแยกกันเดินทางมาเครื่องบินคนละลำ​ 

โดยบรรยากาศระหว่างรับประทานอาหารเป็นไปอย่างมื่น​ นายอนุทิน ถึงกับออกปากแซวสื่อมวลชนว่า​ ทำไมถึงไม่มาถ่ายภาพจะได้ไม่ต้องถามให้เป็นประเด็น​  ซึ่งวงรับประทานอาหารประกอบด้วย​ นายอนุทิน นางนฤมล​  นายนิพนธ์​ บุญ​ญา​มณี​  นายพิพัฒน์​ รัช​กิจ​ประการ​ นาย​พัฒนา​ พร้อม​พัฒน์​ นายวราวุ​ธ​ ศิลปอาชา​ พลโทนรธิป​ โพยนอก​ แม่ทัพภาค​ 4 และระหว่างร่วมรับประทานอาหาร​ นายกรัฐมนตรี​ได้ตักมะระผัดไข่ ให้นางนฤมลอีกด้วย​

กกต.ประกาศนับคะแนนใหม่ที่ปทุมธานี พร้อมสั่งจัดเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วย

กกต.ประกาศนับคะแนนใหม่ที่ปทุมธานี พร้อมสั่งจัดเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วย

กกต.ประกาศนับคะแนนใหม่ที่ปทุมธานี พร้อมสั่งจัดเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วย

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.11 น.

กกต.ชวนใช้สิทธิ์ออกเสียงลงคะแนนใหม่ 3 หน่วยเลือกตั้ง22ก.พ.นี้ ส่วนลุ้นนับคะแนนปทุมฯใหม่ 19ก.พ.ที่อาคารโดมข้างหอประชุมที่ว่าการอำเภอหนองเสือ

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานกกต. ขอประชาสัมพันธ์การสั่งนับคะแนนใหม่และการออกเสียงลงคะแนนใหม่รวม 3แห่งที่กกต.มีมติไปเมื่อวันที่ 12ก.พ.ว่า กรณี ให้นับคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ ของบัตรเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักร ของเขตเลือกตั้งที่ 7 จ.ปทุมธานีนั้น ให้นับในวันที่ 19 ก.พ.69 เวลา 13.00 น. ณ อาคารโดมข้างหอประชุมที่ว่าการอำเภอหนองเสือ จ.ปทุมธานี

นอกจากนี้ยังเชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งออกมาใช้สิทธิ์ออกเสียงลงคะแนนใหม่ใน 3 หน่วยเลือกตั้งในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569ตั้งแต่ เวลา 08.00 – 17.00 น.ประกอบด้วย

1.ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส. เฉพาะแบบบัญชีรายชื่อ หน่วยเลือกตั้งที่ 4  เขตเลือกตั้งที่ 6 ต.โพนสูง. อ.ไชยวาน   จ.อุดรธานี

2.ออกเสียงลงคะแนนในการเลือกตั้ง สส. เฉพาะแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้งที่ 3.เขตเลือกตั้งที่ 1 ต.ไชยสถาน อ.เมืองน่าน จ.น่าน  

3.ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ  และลงคะแนนออกเสียงประชามติ ใหม่ ที่หน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 แขวงคันนายาว  กรุงเทพฯมหานคร  

กกต. มีมติสั่งเลือกตั้งใหม่ 1 หน่วย จ.พะเยา นับคะแนนใหม่ 8 แห่ง

กกต. มีมติสั่งเลือกตั้งใหม่ 1 หน่วย จ.พะเยา นับคะแนนใหม่ 8 แห่ง

กกต. มีมติสั่งเลือกตั้งใหม่ 1 หน่วย จ.พะเยา นับคะแนนใหม่ 8 แห่ง

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.42 น.

กกต.สั่ง เลือกตั้งใหม่ทั้งสสแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อที่พะเยา เขต 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 พร้อมสั่งนับคะแนนใหม่อีก 7 หน่วยเลือกตั้ง ใน 4 จังหวัด รอกำหนดวันเวลาสถานที่อีกครั้ง มีลุ้น!!หน่วยเลือกตั้งที่กกต.ยังตรวจสอบไม่แล้วเสร็จอีกจำนวนหนึ่ง ทราบผลปลายสัปดาห์นี้หรือต้นสัปดาห์หน้า

​​วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 69 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารระบุว่าที่ประชุมกกต. ได้มีมติให้นับคะแนนใหม่ จำนวน 8 แห่งและออกเสียงลงคะแนนใหม่ จำนวน 1 แห่ง ดังนี้ ข้อ 1. กรณีการนับคะแนนออกเสียงประชามติใหม่ จำนวน 1 แห่ง คือหน่วยออกเสียงประชามติที่ 10 เขตออกเสียงประชามติที่ 15 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 เวลา 10.00 น. ณ สถานที่ออกเสียงเดิม

ข้อ 2. การนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ สส. แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 7 แห่ง ได้แก่

1.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอสามร้อยยอด หน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลไร่ใหม่

2. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอสามร้อยยอด หน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบลสามร้อยยอด

3. จังหวัดเพชรบูรณ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ตำบลนายม

4. จังหวัดเพชรบูรณ์ เขตเลือกตั้งที่ 4 อำเภอหนองไผ่ หน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลหนองไผ่ 

5. จังหวัดกำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองกำแพงเพชร หน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล

6.จังหวัดกำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองกำแพงเพชร หน่วยเลือกตั้งที่ 14 ตำบลเทพนคร​​

7. จังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองสกลนคร หน่วยเลือกตั้งที่ 32  ตำบลธาตุเชิงชุม
 
3.ให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ ของจังหวัดพะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองพะเยา หน่วยเลือกตั้งที่ 6 ตำบลท่าวังทอง

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากรวมก่อนหน้านี้ที่กกตมีมติสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่และการออกเสียงลงคะแนนใหม่รวม 4 แห่งนั้น  ถึง ณ ปัจจุบันกกต.มีคำสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่แล้วรวม 9 แห่ง และสั่งออกเสียงลงคะแนนใหม่ 4 แห่ง ซึ่งมี รายงานว่า ยังมีเหลือหน่วยเลือกตั้งที่กกต.ยังตรวจสอบไม่แล้วเสร็จอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งหากสำนักงานดำเนินการได้ทันก็จะมีการเสนอให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาในการประชุมครั้งต่อไปซึ่งอาจเป็นช่วงปลายสัปดาห์นี้หรือการประชุมในสัปดาห์หน้า

​​ทั้งนี้  สำหรับ ข้อ 2 และ ข้อ 3 วัน เวลา และสถานที่ ในการนับคะแนนและการออกเสียงลงคะแนนใหม่ จะแจ้งให้ทราบต่อไป ​​สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง http://www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444

อ้างก้าวหน้าแต่ล่าแม่มด แก้วตา ฟาด เจี๊ยบ ต่ำทราม-ขี้ขลาด

อ้างก้าวหน้าแต่ล่าแม่มด แก้วตา ฟาด เจี๊ยบ ต่ำทราม-ขี้ขลาด

อ้างก้าวหน้าแต่ล่าแม่มด แก้วตา ฟาด เจี๊ยบ ต่ำทราม-ขี้ขลาด

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.37 น.

ชาวเน็ตบนโลกโซเชียลยังคงถกกันสนั่นหลังจากที่ นาง อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือ เจี๊ยบ อดีตสส.พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “ไม่ว่าองค์กรใดก็ไม่ควรเป็นแพะรับบาป ให้กับคนที่พังตัวเองด้วยสารเสพติด” จนทำเอา แก้วตา หรือ ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส. กทม. พรรคประชาชน ออกมาโพสต์ตอบโต้ไปก่อนหน้านั้นจนถึงขั้นจะฟ้องร้องขึ้นศาล

กระทั่งวันนี้ 17 กุมภาพันธ์ 2569 แก้วตา หรือ ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส. กทม. พรรคประชาชน โพสต์ เฟซบุ๊กร่ายยาวถึงนาง อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ต่อข้อกล่าวหาเรื่องการ insinuate เรื่องสารเสพติด โดยมีข้อความทั้งหมด ระบุว่า “[ถึง นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ต่อข้อกล่าวหาเรื่องการ insinuate เรื่องสารเสพติด] นี่ไม่ใช่การวิพากษ์เชิงนโยบาย แต่นี่คือ ตำรามาตรฐานของการทำลายความน่าเชื่อถือ (character assassination) เมื่อโต้เถียงด้วยเหตุผลไม่ได้ เมื่อโต้ตอบข้อเท็จจริงไม่ได้ เมื่อแพ้ในสนามนโยบาย คุณจะลดระดับการต่อสู้ลงสู่การโจมตีศีลธรรม คุณจะปล่อยคำใบ้ลอย ๆ ให้สังคม “สงสัย” คุณจะหวังให้ความคลุมเครือทำหน้าที่แทนหลักฐาน นี่คือพฤติกรรมที่ต่ำทราม ขี้ขลาดและบ่อนทำลายวัฒนธรรมประชาธิปไตยอย่างยิ่ง

แก้วตา

ฝ่ายซ้ายที่แท้จริงต้องยืนอยู่บนหลัก due process ไม่ใช่ศาลเตี้ยบนโซเชียล ไม่ใช่การรุมประณามโดยขาดจริยธรรม ไม่ใช่การสร้างบรรยากาศให้คนถูกกล่าวหากลายเป็นจำเลยของฝูงชน การเมืองที่อ้างตัวว่า “ก้าวหน้า” แต่ใช้วิธีล่าแม่มด ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากโครงสร้างอำนาจที่ตนเองอ้างว่าต่อต้านอย่างไรก็ตาม ดิฉันจะไม่ตอบคำถามเชิงรายละเอียดใด ๆ ต่อสาธารณะในขณะนี้ เพราะเรื่องดังกล่าวอยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว การให้ข้อมูลผ่านสื่ออาจกระทบต่อคดี

ดิฉันเลือกให้ข้อเท็จจริงพิสูจน์ในศาลไม่ใช่ในไทม์ไลน์และขอให้ชัดเจนว่า เรื่องนี้ไม่ได้กระทบแค่ตัวดิฉัน มันกระทบครอบครัวของดิฉัน ดิฉันมีลูกที่อยู่ในวัยรุ่น เขาอาจเห็นข้อความเหล่านี้อาจถูกเพื่อนตั้งคำถาม อาจแบกรับตราบาปจากคำกล่าวหาที่ยังไม่มีคำพิพากษา การลากเด็กและครอบครัวเข้าสู่สมรภูมิการเมือง คือความต่ำทรามทางศีลธรรมขั้นร้ายแรง มันคือการทำร้ายคนที่ไม่ได้มีส่วนร่วมใด ๆ เพื่อหวังทำลายคู่แข่งทางการเมือง การเมืองควรถกเถียงกันด้วยเหตุผล ด้วยข้อมูล ด้วยวิสัยทัศน์ ไม่ใช่ด้วยการสร้างข่าวลือ ไม่ใช่ด้วยการทำให้สังคมเสพความอื้อฉาวแทนนโยบาย

แก้วตา

ดิฉันจะปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองและปกป้องศักดิ์ศรีของครอบครัวอย่างถึงที่สุด ถ้าจะต่อสู้กันมาสู้กันด้วยข้อเท็จจริงไม่ใช่ด้วยความต่ำทรามที่ปลอมตัวเป็นศีลธรรม”

ทำเอาชาวโซเชียลเข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากกับ โพสต์ของ แก้วตา ที่มีต่อ นาง อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ เช่น

“การกระทำของบุคคลดังกล่าวเป็นเพราะนิสัยส่วนตัว หรือ เป็นจากระบบ Character Assassination ครับ”

“ต้องสู้ ต้องอธิบาย ต้องชี้แจง เป็นกำลังใจครับ”

“ตอนนี้แก้วตาคือแสงสว่างอำไพ สว่างไสวไฉไลเริ่ดสะแมนแตน ขอให้คุณย่างก้าวเป็นตัวแทน เป็นขาแขนช่วยไทยแลนด์ให้พ้นภัย”

“โอ้ย!! มันดีมาก กับโพสนี้ แสดงถึงทัศนคติอย่างชัดเจนและตรงๆ ไม่อ้อมค้อม # เป็นกำลังใจครับ”

“สู้ๆครับ สุจริตคือเกราะบังศาสตร์พ้อง #ทีมแก้วตา”

“ช่วยเปนพยานให้ค่ะว่า ชาวบ้านอย่างดิฉันอ่านโพสต์ใส่ความว่าใช้…. ผู้อ่านรู้ในทันทีว่า คุณอมรัตน์สื่อความหมายถึงคุณแก้วตา”

แก้วตา
แก้วตา
แก้วตา
แก้วตา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ธิษะณา ชุณหะวัณ – แก้วตา – Tisana Choonhavan

ลอตเตอรี่ก็มีบาร์โค้ด รองผู้ว่าฯ โคราช งัดมุกเตือน อย่าเชื่อแต่กูรู

ลอตเตอรี่ก็มีบาร์โค้ด รองผู้ว่าฯ โคราช งัดมุกเตือน อย่าเชื่อแต่กูรู

ลอตเตอรี่ก็มีบาร์โค้ด รองผู้ว่าฯ โคราช งัดมุกเตือน อย่าเชื่อแต่กูรู

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.32 น.

บนโลกออนไลน์ในยามนี้กับประเด็น บาร์โค้ด และ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง ยังไม่มีวี่แววว่าความร้อนแรงในครั้งนี้จะแผ่วเบาลงแม้แต่น้อย หลายคนยังออกมาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากกับประเด็นดังกล่าว จนทำให้ออนไลน์คึกคักกันอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดวันนี้ 17 กุมภาพันธ์ 2569 มนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าฯโคราช โพสต์เฟซบุ๊กปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเปรียบเทียบกับสลากกินแบ่งรัฐบาลก็มีบาร์โค้ด โดยมีข้อความทั้งหมด ว่า “ลอตเตอรี่ ก็มีบาร์โค้ดและ QR Code เป็นการไม่รักษาความลับ รู้หมดว่าใครซื้อไป สแกนปุ๊บรู้ปั๊บ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะต้องคืนเงินให้ลูกค้า นะครับ เพราะมันเป็นสิทธิส่วนบุคคล ละเมิดกฎหมาย PDPA อิอิ ผมเล่นมุกเพื่อสะท้อนสังคมในการรับรู้ข่าวสารในเวลานี้ แยกแยะความจริง ความเป็นไปได้ กติกา ไม่ออก เป็นการสะท้อนปัญหาจากโพสต์ก่อนหน้า สังคมถูกปลุกกระแส เพราะกูรู เพราะผู้รู้ไม่อยู่ในหลักของกฎหมาย อุปมาอุปไมยเหมือน QR Code สลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ผมโพสต์ คนหนึ่งพูดอะไรก็เชื่อหมด ฝ่ายบ้านเมืองชี้แจงอย่างไรก็ไม่ฟัง”

มนัส สุวรรณรินทร์
มนัส สุวรรณรินทร์
มนัส สุวรรณรินทร์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก มนัส สุวรรณรินทร์