ทนายเชาว์ ปลุกศักดิ์ศรีคนใต้ สร้างฟ้าใหม่เมืองคอน ร่วมไล่การเมืองซื้อเสียง

ทนายเชาว์ ปลุกศักดิ์ศรีคนใต้ สร้างฟ้าใหม่เมืองคอน ร่วมไล่การเมืองซื้อเสียง

ทนายเชาว์ ปลุกศักดิ์ศรีคนใต้ สร้างฟ้าใหม่เมืองคอน ร่วมไล่การเมืองซื้อเสียง

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.58 น.

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chao Meekhuad สะท้อนบรรยากาศการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง หลังลงพื้นที่ปราศรัยย่อย ณ สนามโรงเรียนบ้านห้วยหาร ตำบลหินตก อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยระบุว่า แม้จะเป็นการปราศรัยขนาดเล็ก แต่มีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมากเกินคาด สะท้อนความตื่นตัวทางการเมืองของชาวบ้านในพื้นที่อย่างชัดเจน

เชาว์ ระบุว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกซาบซึ้งใจไม่ใช่จำนวนผู้มาร่วมฟังเพียงอย่างเดียว แต่คือการต้อนรับอย่างอบอุ่นของประชาชน โดยย้ำว่า การสนับสนุนดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการแจกของหรือการใช้เงินหาเสียง หากแต่เกิดจาก “ศักดิ์ศรีของคนใต้ที่ยังไม่ตาย”

อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงปัญหาการซื้อเสียงว่า เงินไม่ใช่ความหวังของประชาชน แต่เป็น “กับดัก” ทางการเมือง พร้อมเตือนว่า แม้จะ “กินเหยื่อได้ แต่อย่ากินเบ็ด” เพราะเบ็ดที่กลืนเข้าไปในวันนี้ อาจกลายเป็นโซ่ที่ล่ามอนาคตของประชาชนไปอีกหลายปี

เชาว์ ย้ำจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ยืนอยู่บนหลัก “การเมืองสุจริต” มาอย่างยาวนาน และเป็นสมบัติทางการเมืองที่พ่อเฒ่าแม่เฒ่าชาวใต้ร่วมกันรักษาไว้ ไม่ใช่เพื่อพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เพื่อไม่ให้ลูกหลานต้องอยู่ใต้ระบบการเมืองแบบซื้อขาย

พร้อมกันนี้ เขามองว่าภาพประชาชนแน่นสนามปราศรัย เป็นสัญญาณชัดเจนว่าภาคใต้ยังไม่ยอมจำนนต่อการเมืองทุน และยังไม่ยกบ้านยกเมืองให้กับแนวคิดที่ว่า “เงินถึงก็ชนะ”

เชาว์ ทิ้งท้ายว่า “ฟ้าใหม่เมืองคอน” ไม่ใช่ฟ้าที่เกิดจากทุน แต่คือฟ้าที่เกิดจากประชาชนที่ตาสว่าง และพร้อมจะใช้พลังในคูหาเลือกตั้ง “ไล่คนซื้อเสียงออกจากภาคใต้” ด้วยมือของตัวเอง โดยย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกผู้แทน แต่คือการเลือกว่าจะรักษาศักดิ์ศรีของบ้านเมืองไว้ หรือยอมขายมันในราคาถูก เพื่อให้คนโกงไปกอบโกย โกงกินบ้านเมืองที่เทียบค่ากันไม่ได้ 

กกต.แจงเรียก ซีเค ให้ข้อมูลซื้อเสียง ย้ำสอบหมดแม้ไม่ระบุพรรค ชี้ซื้อเสียงคำร้องไม่ถึง 10%

กกต.แจงเรียก ซีเค ให้ข้อมูลซื้อเสียง ย้ำสอบหมดแม้ไม่ระบุพรรค ชี้ซื้อเสียงคำร้องไม่ถึง 10%

กกต.แจงเรียก ซีเค ให้ข้อมูลซื้อเสียง ย้ำสอบหมดแม้ไม่ระบุพรรค ชี้ซื้อเสียงคำร้องไม่ถึง 10%

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.51 น.

กกต.เผยปมเรียก”ซีเค เจิง”ให้ข้อมูลซื้อเสียง ย้ำตรวจสอบหมดแม้ไม่ระบุพรรค ชี้เรื่องซื้อเสียงมีคำร้องไม่ถึง 10%

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. กล่าวกรณีกกต.เรียกนายซีเค เจิง  ซีอีโอและผู้บริหารของแพลตฟอร์ม Fastwork มาให้ข้อมูล เกี่ยวกับข้อความที่บอกว่ามีการซื้อเสียง  นายแสวงกล่าวว่า  ต้องอธิบายในหลักการก่อน ใครที่ให้ข้อมูลถึงความผิดพลาดของกกต.หรือใครที่ให้ข้อมูลถึงการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เราเรียกมาสอบสวนทั้งหมด ทุกเหตุการณ์จะเรียกมาสอบ เพื่อให้ได้ข้อมูลมาบริหารจัดการ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม หรือไม่ใส่ร้ายกัน   ซึ่งตอนนี้มีคนส่งข้อความมาระบุว่ามีพรรคการเมืองซื้อเสียง พรรคการเมืองจะซื้อเสียงไม่ได้ ต้องมาดูว่าพรรคการเมืองซื้อเสียงจริงหรือไม่ ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาเหมือนกัน ถึงจะไม่ระบุพรรคเรามีหน้าที่ตรวจสอบ และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการเรียกมาสอบสวน

ส่วนเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ส่งข้อมูลการเบิกเงิน 250 ล้านบาทมาให้นั้น เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบมูลเหตุซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าเขาทำธุรกิจอย่างอื่น ไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่ก็ต้องตรวจสอบว่ามีเหตุที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งต้องตรวจสอบก่อน ก่อนที่จะไปกล่าวหาใคร และต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย

เมื่อถามว่าการเรียกคนที่โพสต์ข้อความ เป็นการป้องปราม ความคึกคะนองบนโลกโซเชียลหรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า วันนี้มีคำร้องเข้ามา 90 เรื่อง มีการร้องในเรื่องของการโพสต์ใส่ร้าย กว่า 80% แต่ซื้อเสียงไม่ถึง 10% ซึ่งช่วง3-4วันนี้ ก่อนจะถึงวันเลือกตั้งเป็นช่วงเฝ้าระวัง 

ส่วนความคืบหน้าคดีบุกค้นบ้านหัวคะแนนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีนั้น ตอนนี้กกต.สุราษฎร์ธานี ได้เข้าไปทำงานเชิงรุกเพื่อดูว่ามีการจัดเตรียมอะไรหรือไม่ แต่เบื้องต้นตั้งสำนวนเป็นความปรากฏ ซึ่งต้องรอดูว่ารายละเอียดจะเป็นอย่างไร

หมอตุลย์ ลุยศาลาแดง 6 ก.พ.นี้ รณรงค์ประชามติ กาไม่เห็นชอบให้มี รธน.ใหม่

หมอตุลย์ ลุยศาลาแดง 6 ก.พ.นี้ รณรงค์ประชามติ กาไม่เห็นชอบให้มี รธน.ใหม่

หมอตุลย์ ลุยศาลาแดง 6 ก.พ.นี้ รณรงค์ประชามติ กาไม่เห็นชอบให้มี รธน.ใหม่

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.53 น.

4 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานข่าวแจ้งว่า ในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ.นี้ เวลา 11.00 – 12.30 น.ที่หน้าสีลมคอมเพล็กซ์ ใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ หรือ หมอตุลย์ จะเดินทางไปรณรงค์ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ วันที่ 8 ก.พ.69 ร่วมกัน กา “ไม่เห็นชอบ” ให้มีรัฐธรรมนูญใหม่

พรรคประชาชาติ ลั่นเดินหน้าปราบยาเสพติด คุมเข้ม กระท่อม-กัญชา ทำร้ายประชาชน

พรรคประชาชาติ ลั่นเดินหน้าปราบยาเสพติด คุมเข้ม กระท่อม-กัญชา ทำร้ายประชาชน

พรรคประชาชาติ ลั่นเดินหน้าปราบยาเสพติด คุมเข้ม กระท่อม-กัญชา ทำร้ายประชาชน

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.36 น.

พรรคประชาชาติ’ ลั่นเดินหน้าปราบยาเสพติด คุมเข้ม ‘กระท่อม-กัญชา’ ทำร้ายประชาชน เน้นจังหวัดชายแดนใต้ เผยคุย ‘สันติบาลกลันตัน มาเลย์ฯ’ สแกนพื้นที่พบ ‘สุไหงโก-ลก-ตากใบ’ ระบาดหนัก-น่าห่วง ลั่นน่าอับอายมาก

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า นโยบายสำคัญของพรรคประชาชาติ ที่ให้ความสำคัญมาก ก็คือเรื่องของยาเสพติด ที่ต้องเอาจริงเอาจัง เพราะถือเป็นปัญหาสำคัญที่ทำลายสังคม โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งหลังจากที่ได้เดินทางไปมาเลเซีย เพื่อพูดคุยกับหัวหน้าสันติบาลรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย พบว่ามีความเป็นห่วง เพราะเขามองว่าพื้นที่อ.สุไหงโก-ลก และอ.ตากใบ เป็นแหล่งแพร่ระบาดของยาเสพติด จนมองว่าเป็นเมืองหลวงของยาไอซ์ ซึ่งน่าอับอายมาก

พ.ต.อ.ทวี  กล่าวว่า ยาเสพติดเหล่านี้ถูกลักลอบนำเข้ามาจากสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อนำกบดานไว้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเชื่อว่ามีผู้มีอิทธิพล หรือนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง ซึ่งนำเงินที่ได้มาจากการทำร้ายพี่น้องประชาชน เอามาเล่นการเมืองอีกรอบ เป็นที่น่าเป็นห่วงมาก ซึ่งหากตนและพรรคประชาชาติ เข้าไปก็จะต้องดำเนินการกับผู้ค้ายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยใช้กลไกเรื่องการฟอกเงินจัดการให้เรียบร้อย 

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ผลกระทบของยาเสพติด นอกจากเกิดปัญหาจากพื้นที่ชายแดน จนถึงขั้นที่มาเลเซีย จะสร้างรั้วกั้นพรมแดนเพื่อป้องกันยบาเสพติด ซึ่งส่งผลกระทบต่่อเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งพรรคประชาชาติ ก็มีแนวทางที่จะต้องบริหารพื้นที่ กวาดล้างยาเสพติด สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศเพื่อนบ้านว่าจะไม่เป็นแหล่งยาเสพติดที่ทำลายคุณภาพชีวิตประชาชนทั้ง 2 ประเทศอีก

“ยาเสพติดเป็นเรื่องร้ายแรง ถ้าพื้นที่ไหนมียาเสพติดระบาด ก็ไม่มีทางที่จะมีสันติภาพ สันติสุขได้ เราต้องแก้ไขจริงจัง ก่อนหน้านี้ตั้งแต่เป็นรมว.ยุติธรรม ก็ผลักดันให้มีข้อห้ามเรื่องการเร่ขายกระท่อมว่าทำไม่ได้ ต้องห่างจากสถานศึกษา เพราะมอมเมาเยาวชน ซึ่งคนในพื้นที่ก็ให้ความร่วมมือ ถ้ากลับเป็นรัฐบาล กระท่อม-กัญชา ต้องกลับเป็นยาเสพติด ต้องกวาดล้างจริงจัง ยึดทรัพย์ ส่วนผู้เสพ ก็ต้องมีกระบวนการบำบัดที่เหมาะสม” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

ปิดโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 69 ภท.นัดใหญ่เวทีปราศรัย 6 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์สิริกิติ์

ปิดโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 69 ภท.นัดใหญ่เวทีปราศรัย 6 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์สิริกิติ์

ปิดโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 69 ภท.นัดใหญ่เวทีปราศรัย 6 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์สิริกิติ์

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.26 น.

ปิดโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง69 “ภท.”นัดใหญ่เวทีปราศรัย 6 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์สิริกิติ์ “อนุทิน”นำดรีมทีม ชู”เลือกพรรคภูมิใจไทย ได้มืออาชีพ พลิกโฉมเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตโลก”

4 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี กรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แม่ทัพหาเสียงกรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า พรรคภูมิใจไทยจะจัดการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 16.30 น.เป็นต้นไป โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊ก และยูทูป พรรคภูมิใจไทย ซึ่งการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายดังกล่าว นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารมืออาชีพ ได้แก่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย , นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทย , นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย โดยจะนำเสนอให้เห็นว่า “เลือกพรรคภูมิใจไทย ได้มืออาชีพ พลิกโฉมเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตโลก”

ผมคลั่งชาติ! อดีตบิ๊กข่าวกรอง ชี้ พรรคใดยอมตามข้อเรียกร้องต่างชาติ​ มันคือทรยศต่อแผ่นดิน

ผมคลั่งชาติ! อดีตบิ๊กข่าวกรอง ชี้ พรรคใดยอมตามข้อเรียกร้องต่างชาติ​ มันคือทรยศต่อแผ่นดิน

ผมคลั่งชาติ! อดีตบิ๊กข่าวกรอง ชี้ พรรคใดยอมตามข้อเรียกร้องต่างชาติ​ มันคือทรยศต่อแผ่นดิน

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.26 น.

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ผมคลั่งชาติ
แผ่นดินไทยนี้ พระมหากษัตริย์เจ้าและบรรพบุรุษได้ช่วยกันรักษาแผ่นดินนี้ให้กับพวกเราได้อยู่อาศัยอย่างมีความสุข ถ้าไม่รักชาติไทย​ ไม่คลั่งชาติไทย​ จะให้ไปรักชาติอื่นนั้นอย่าหมาย

หากไม่มี​ ร.1 เราก็เป็นขี้ข้าพม่า​ หากไม่มี​ ร.3 ที่ทรงสะสมเงินถุงแดงไว้​ ร.5 คงไม่มีเงินไถ่ประเทศจากฝรั่งเศส​ หากไม่ใช่พระปรีชาสามารถของ​ ร.​5 ไทยคงต้องถูกแบ่งประเทศให้เจ้าอาณานิคมอังกฤษ​ ฝรั่งเศส ที่จะรุมทิ้งไทย จะไม่ให้รักและเทิดทูนพระมหากษัตริย์เจ้าได้อย่างไร

ไทยต้องเสียดินแดนจำนวนมาก​ ทั้งกลันตัน​ ตรังกานู​ ไทรบุรี​ ปาลิสให้อังกฤษ​ และเสียลาวฝั่งซ้ายและขวาของแม่น้ำโขง​ เสียมราช​ พระตะบอง​ ศรีโสภณ​ และเกาะกงให้ฝรั่งเศส​ เราต้องไม่ยอมเสียดินแดนให้ใครอีกแล้ว

ใครที่ว่าไทยคลั่งชาติ​ ดินแดนไทยถูกรุกล้ำ​ แต่ยังไม่เสียดินแดน​ ต้องถามคนพวกนั้น​ ยอมเสียที่ดินของตนเองให้คนอื่นยึดครองไหม​ เปิดรั้วบ้าน​ เปิดประตูบ้านให้คนอื่นเข้าอยู่ได้ไหม​ หากยังทำไม่ได้​ อย่าเห่าหอน​ หุบปากได้แล้ว พรรคใดยอมตามข้อเรียกร้องของต่างชาติ​ มันคือทรยศต่อแผ่นดินเกิด

ปชป.มั่นใจ10เขตกรุงเทพฯจ่อเข้าวิน ระดมดึงเสียงฝ่ายอนุรักษ์ฯช่วย

ปชป.มั่นใจ10เขตกรุงเทพฯจ่อเข้าวิน ระดมดึงเสียงฝ่ายอนุรักษ์ฯช่วย

ปชป.มั่นใจ10เขตกรุงเทพฯจ่อเข้าวิน ระดมดึงเสียงฝ่ายอนุรักษ์ฯช่วย

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.24 น.

โค้งสุดท้ายประชาธิปัตย์ประเมินโอกาสยึด 10 เขต กรุงเทพ ระดมกำลังดึงคะแนนฝ่ายอนุรักษ์นิยมช่วยโหวต

รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยกับแนวหน้าออนไลน์ว่า ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ได้ประเมินความเป็นได้ที่จะได้ที่นั่ง สส.ในกรุงเทพฯ พบว่า มี 10 เขต ที่คะแนนสูสีกับคู่แข่ง และมีโอกาสชนะสูงมาก หากได้รับเสียงโหวตเพิ่มขึ้นจากฝ่ายอนุรักษ์นิยม

โดย 10 เขต ดังกล่าว ประกอบด้วย

เขต 1 นายพีรวุฒิ พิมพ์สมฤดี หมายเลข 9

เขต 2 ดร.เจษฎา เลิศธนสาร หมายเลข 11

เขต 3 นายอภิมุข ฉันทวานิช หมายเลข 3

เขต 4 นายพงศกร ขวัญเมือง หมายเลข 1

เขต 6 น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร หมายเลข 5

เขต 9 น.ส.วิเวียน จุลมนต์ หมายเลข 1

เขต 21 ดร.กิตพล เชิดชูกิจกุล หมายเลข 14

เขต 23 น.ส.วีร์ ศรีวราธนบูลย์ หมายเลข 17

เขต 31 พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ หมายเลข13

เขต 33 นายเจตน์สฤษดิ์ เลิศธนสาร หมายเลข 8

แหล่งข่าวระบุว่า ในช่วงสุดท้ายของการหาเสียง พรรคประชาธิปัตย์ระดมแกนนำลงไปช่วยผู้สมัครทั้ง 10 เขตหาเสียงอย่างเต็มที่โดยเชื่อว่าถ้าสามารถดึงฝ่ายอนุรักษ์นิยมให้มาลงคะแนนให้ได้ จะได้รับการเลือกตั้งเข้ามาทั้ง 10 เขต นอกเหนือจากคะแนนบัญชีรายชื่อที่จะได้เพิ่มขึ้นแน่นอน

พิชิต-นัสเซอร์ รอดคุก ศาลให้ประกันคนละ 1 หมื่น-ไม่กำหนดเงื่อนไข

พิชิต-นัสเซอร์ รอดคุก ศาลให้ประกันคนละ 1 หมื่น-ไม่กำหนดเงื่อนไข

พิชิต-นัสเซอร์ รอดคุก ศาลให้ประกันคนละ 1 หมื่น-ไม่กำหนดเงื่อนไข

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.13 น.

4 กุมภาพันธ์ 2569 จากกรณีเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ที่ศาลแขวงดุสิต ถ.นครไชยศรี ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ387/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวง 3 เป็นโจทก์ฟ้อง นายนัสเซอร์ หยีหมะ หัวหน้ารักษาความปลอดภัย เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) หรือหัวหน้าการ์ด คปค.และนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท.ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 – 2 ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ โดยศาลพิพากษาให้จำคุกจำเลยทั้งสอง คนละ 1 เดือน และเมื่อพิจารณาจากประวัติและสภาพความผิดที่จำเลยทั้งสองได้เคยกระทำในลักษณะเดียวกันหลายครั้ง ตามรายงานของกองทะเบียนประวัติอาชญากร จึงเห็นสมควรไม่รอการลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : จำคุก พิชิต-นัสเซอร์ 1 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีชุมนุมตั้งเต็นท์บนถนน ปี 67)

ต่อมา ทนายความของจำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดเพื่อขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยทั้งสองมีประกันตัวไประหว่างอุธรณ์คดี โดยตีราคาประกันคนละ 10,000 บาท โดยไม่กำหนดเงื่อนไขใดๆ

ดร.เอ้ ยันให้ความสำคัญดันยกระดับอาชีวะไทย ไม่ให้เป็นเพียงทางเลือกที่สอง

ดร.เอ้ ยันให้ความสำคัญดันยกระดับอาชีวะไทย ไม่ให้เป็นเพียงทางเลือกที่สอง

ดร.เอ้ ยันให้ความสำคัญดันยกระดับอาชีวะไทย ไม่ให้เป็นเพียงทางเลือกที่สอง

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.05 น.

‘หัวหน้าเอ้’ นำทีมไทยก้าวใหม่เยือน ‘เทคนิคดอนเมือง’ ยันให้ความสำคัญ ดันยกระดับ ‘อาชีวะไทย’ ไม่ให้เป็นเพียงทางเลือกที่สอง เชื่อคือหัวใจของการศึกษา-ใบเบิกทางสู่ตลาดแรงงานคุณภาพ ชูโมเดล ‘KOSEN’ พลิกโฉมสู่สถาบันวิชาชีพชั้นสูง ปั้นยุววิศวกร เงินเดือนสูง เป็นที่ต้องการของตลาด ยันทุกคนมีโอกาสไปได้ไกลเท่าความฝัน 

4 กุมภาพันธ์ 2569 ที่วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง กทม. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่พบปะผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน-นักศึกษา ที่วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง โดยนายสุชัชวีร์ กล่าวกับนักศึกษาว่า ตนเองเติบโตมาในครอบครัวครู พ่อเป็นครูช่างยนต์ แม่เป็นครูคหกรรม และเกิดในบ้านพักครูของวิทยาลัยเทคนิคระยอง จึงมีความเข้าใจและผูกพันกับอาชีวะมาตั้งแต่เด็ก จึงขอให้กำลังใจนักเรียนอาชีวศึกษา ไม่ว่าศึกษาอยู่แผนกใด ขอให้ตั้งใจเรียน เพราะทุกคนมีโอกาสไปได้ไกลเท่าความฝัน เช่นเดียวกับตนที่ได้รับทุนไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยระดับโลก จนกลับมาตอบแทนคุณแผ่นดินในทุกวันนี้ ได้เป็น ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมการก่อสร้างใต้ดินคนแรก และเป็นนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย

“สิ่งหนึ่งที่พี่เอ้ภาคภูมิใจ คือการนำระบบอาชีวะญี่ปุ่นอย่าง “KOSEN” (โคเซ็น) หรือสถาบันเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ที่เปิดรับนักเรียนจบชั้น ม.3 เข้ามาเรียนต่อในหลักสูตร 5 ปี เพื่อปั้นให้เป็น ยุววิศวกร เพื่อให้ผู้เรียนจบออกมาเป็นกำลังหลักช่วยภาคอุตสาหกรรมได้เร็วขึ้น โดยในสมัยที่พี่เอ้เป็นคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้นำโมเดลนี้มาเปิดในไทยเป็นครั้งแรก โดยเริ่มจากการแลกเปลี่ยนนักศึกษากับ KOSEN Maizuru ของญี่ปุ่น และนำไปสู่การก่อตั้ง สถาบัน KOSEN-KMITLแห่งแรกของประเทศไทย และได้สร้าง ยุววิศวกรไทย สไตล์ญี่ปุ่น ที่จบออกมาแล้วสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศได้จริง” นายสุชัชวีร์ กล่าว

นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ภาพลักษณ์ของ KOSEN ไม่ใช่เพียงโรงเรียนอาชีวศึกษา แต่คือสถาบันวิชาชีพขั้นสูงที่ผู้เรียนจบมาได้รับเงินเดือนสูงไม่แพ้ปริญญาตรีเพราะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน หรือหากต้องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยก็สามารถศึกษาต่อได้ถึงระดับปริญญาเอก  ที่สำคัญตนดีใจมากที่ได้มาพบกับเพื่อนเก่าสมัยเรียนที่ไม่ได้เจอกันนานกว่า 40 ปี ดีใจที่ได้เห็นการเติบโตของทุกคนที่มาจากจุดเริ่มต้นการเป็นเด็กช่างด้วยกัน หลายๆ คนเติบโตมาเป็นช่างฝีมือ วิศวกรเทคนิค และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งเป็น คนทำงานตัวจริงที่สังคมขาดไม่ได้ และเป็นหลักฐานสำคัญที่พิสูจน์ว่าระบบอาชีวศึกษาสามารถสร้างบุคลากรคุณภาพระดับประเทศได้จริง โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคขั้นสูง เช่น ช่างระบบอัตโนมัติ ช่างอากาศยาน หรือวิศวกรเทคนิค AI และหุ่นยนต์ หากมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญระดับโลก สามารถสร้างรายได้สูงถึงหลักแสนบาท และในบางสาขาอาจพุ่งแตะระดับ 600,000 บาทต่อเดือน

ต่อมานายสุชัชวีร์ ให้สัมภาษณ์ว่า ในต่างประเทศ เด็กอาชีวะไม่ใช่ ทางเลือกที่สองแต่คือ ทางลัดสู่ตลาดแรงงานคุณภาพสูงที่ได้ฝึกงานจริง มีรายได้เริ่มต้นสูง และเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องผลักดันยุทธศาสตร์นี้อย่างจริงจังไม่ปล่อยให้องคาพยพที่สำคัญของชาติถูกมองข้ามไป และเสียโอกาสในการให้อาชีวะสร้างชาติ สร้างงาน และสร้างคนคุณภาพให้กับสังคม 

“ผมขออาสามาผลักดันนโยบายด้านการศึกษาที่ทำได้จริง และทำได้เลยให้กับการศึกษาทั้งสายสามัญ และสายอาชีพให้กับประเทศไทย โดยผู้มีประสบการณ์ที่ผ่านการบริหารด้านการศึกษามาจริง โดยขอโอกาสให้กับพรรคไทยก้าวใหม่เบอร์ 49 เข้ามาทำงานรับใช้ประชาชน”นายสุชัชวีร์ กล่าว

สว.แนะ 5 ข้อไล่บี้ กกต. เร่งพิสูจน์คลิปเสียงฉาว

สว.แนะ 5 ข้อไล่บี้ กกต. เร่งพิสูจน์คลิปเสียงฉาว

สว.แนะ 5 ข้อไล่บี้ กกต. เร่งพิสูจน์คลิปเสียงฉาว

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.42 น.

“สว.”แนะ 5 ข้อไล่บี้”กกต.” เร่งพิสูจน์”คลิปเสียงฉาว” อ้างอำนาจเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง สร้างความเชื่อมั่นการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์

4 กุมภาพันธ์ 2569 ที่รัฐสภา นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) พร้อมด้วย นายสหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์ สว.ร่วมกันแถลงข่าวเรื่อง “คลิปเสียงกล่าวอ้างเบื้องสูง และกล่าวอ้างอำนาจเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง” โดย นายปริญญา กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์คลิปเสียงดังกล่าวว่าเป็นเสียงของใคร และมีใครอยู่ในคลิปเสียงนี้บ้างซึ่งสิ่งสำคัญคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า เป็นคลิปเสียงจริงหรือไม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย พร้อมทั้งขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ 5 ข้อ ดังนี้ 1.ตรวจสอบข้อเท็จจริงของคลิปเสียงด้วยเทคโนโลยีพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ 2.ตรวจสอบคลิปเสียงว่ามีบุคคลใดบ้าง 3.ตรวจสอบแหล่งที่มาของคลิปเสียงว่ามาจากที่ใด และบุคคลใดเป็นผู้ผลิต 4.เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องในคลิปเสียงทุกฝ่ายมาให้ข้อมูลอย่างจริงจัง และ 5.ตรวจสอบการโยกย้ายหน่วยงานราชการต่างๆ ในพื้นที่ที่ถูกกล่าวอ้างในคลิปเสียง

“ขอฝากไปถึงหน่วยงานภาครัฐ ต้องเป็นกลางทางการเมือง และต้องทำงานภายใต้กฎหมาย หลักคุณธรรม เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นของประเทศ เพื่อให้การเลือกตั้งของไทยเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม” นายปริญญา กล่าว