คนระโนดให้ไปอยู่ระโนด หมอฮา กับมาตรฐานพรรคส้ม

คนระโนดให้ไปอยู่ระโนด หมอฮา กับมาตรฐานพรรคส้ม

คนระโนดให้ไปอยู่ระโนด หมอฮา กับมาตรฐานพรรคส้ม

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.03 น.

การปราศรัยของ พรรคประชาชน หรือพรรคส้ม ที่อำเภอหาดใหญ่ ในช่วงเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถูกพูดถึงขึ้นมา ไม่ใช่เพราะนโยบาย แต่เพราะคำพูดที่เลือกใช้ “ที่มา” ของคน เป็นตัวตัดสินความเหมาะสมทางการเมือง

บนเวทีนั้น นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.เขต 2 จังหวัดสงขลา พรรคส้ม พูดถึงคู่แข่งว่าเป็นคนอำเภอระโนด และบอกตรง ๆ ว่าคนระโนดควรไปเป็นผู้แทนระโนด ไม่ควรมาลงแข่งในหาดใหญ่

ประโยคนี้ไม่พูดถึงผลงาน ไม่พูดถึงความสามารถ และไม่สนใจว่าทำงานในพื้นที่มานานแค่ไหน

เหตุผลเดียวที่ถูกใช้คือ “คุณไม่ได้เกิดที่นี่” และเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

คำพูดลักษณะนี้คือการตัดความชอบธรรมของผู้สมัครด้วยชาติกำเนิด

ผลของคำพูดแบบนี้ไม่ได้จบแค่บนเวที แต่มันถูกส่งต่อไปยังคนฟังทั้งจังหวัด คนสงขลาเริ่มถูกแยกออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งคือคนหาดใหญ่ที่ถูกมองว่าเหมาะสม อีกฝั่งคือคนจากอำเภออื่นที่ถูกทำให้เป็นคนนอก

ทั้งที่เป็นจังหวัดเดียวกัน เป็นคนสงขลาเหมือนกัน และเป็นคนไทยด้วยกัน แต่การเมืองของพรรคส้มกลับบอกประชาชนว่า สิทธิในการถูกเลือกไม่เท่ากันตั้งแต่ต้น คนจากบางอำเภอถูกยกขึ้นโดยอัตโนมัติ ขณะที่คนจากอำเภออื่นถูกกันออกไปก่อนจะได้แข่ง

ตำแหน่งผู้แทนราษฎร ควรเป็นพื้นที่ให้ประชาชนตัดสินจากตัวเลือก แต่คำพูดแบบนี้ทำให้ตัวเลือกหายไปตั้งแต่แรก และความรู้สึกไม่เป็นธรรมก็เริ่มก่อตัวขึ้นในพื้นที่เดียวกัน

สิ่งที่ทำให้กรณีหมอสุภัทรน่าตั้งคำถามยิ่งขึ้น คือมาตรฐานของพรรคส้มเอง เพราะตรรกะเดียวกันนี้ไม่เคยถูกใช้กับผู้สมัครของพรรค

พรรคส้มมีผู้สมัครจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้เกิดในพื้นที่ที่ลงสมัคร แต่เรื่องนี้ไม่เคยถูกยกขึ้นมาเป็นปัญหา

ตัวอย่างชัดเจนคือ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคส้ม คนสงขลาโดยกำเนิด ที่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร และไม่เคยมีใครในพรรคพูดว่า ควรกลับไปลงพื้นที่บ้านเกิด

พอเป็นคนของพรรคส้ม การเกิดที่ไหนไม่สำคัญ แต่พอเป็นฝ่ายอื่น การเกิดที่ไหนกลายเป็นเรื่องใหญ่

พื้นที่ถูกหยิบมาเป็นข้ออ้างเฉพาะตอนจะกีดกันฝ่ายตรงข้าม แต่ถูกเก็บเงียบทันทีเมื่อย้อนมาหาคนของพรรคส้มเอง

เมื่อคำพูดบนเวทีถูกวิจารณ์ หมอสุภัทรออกมาชี้แจงภายหลัง น้ำเสียงอ่อนลงทันที จากการพูดเรื่องที่มา กลายเป็นการพูดถึงวิกฤตหาดใหญ่ และย้ำว่าตนเองเข้าใจพื้นที่ พร้อมบอกว่าไม่ได้ตั้งใจดูถูกใคร

อย่างไรก็ตาม คำอธิบายทีหลังไม่สามารถลบคำพูดแรกออกไปได้ เพราะสิ่งที่ประชาชนได้ยินไปแล้วคือ ประโยคที่ใช้ชาติกำเนิดเป็นเหตุผลกันคนออกจากสนาม

รูปแบบการสื่อสารเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับพรรคส้ม พูดแรงตอนอยู่บนเวที แต่พอแรงตีกลับก็รีบปรับโทน แก้คำพูดให้ดูนุ่มลง โดยไม่แตะต้นตอของปัญหาจริง ๆ

การสื่อสารลักษณะนี้อาจช่วยเอาตัวรอดเฉพาะหน้า แต่แลกมาด้วยความน่าเชื่อถือที่ลดลงทุกครั้ง

คำพูดของหมอสุภัทรลดสิทธิทางการเมืองของผู้สมัครที่ไม่ได้เกิดในอำเภอหาดใหญ่ตั้งแต่ต้น คนจากอำเภออื่นในจังหวัดเดียวกัน โดยเฉพาะคนจากอำเภอระโนด ถูกทำให้มีสถานะต่ำกว่าในการถูกเลือก แม้จะยังไม่ทันถูกพิจารณาจากความสามารถ

เมื่อพรรคส้มยอมรับวิธีคิดแบบนี้ และใช้มาตรฐานคนละแบบกับพวกเดียวกัน ความไม่เท่าเทียมจึงไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการเลือกปฏิบัติตั้งแต่จุดเริ่มต้น

การเมืองที่เริ่มจากการให้สิทธิไม่เท่ากัน ย่อมไม่อาจอ้างความเสมอภาคได้เต็มปาก และพรรคที่ใช้วิธีคิดเช่นนี้ ก็ยากจะทำให้ประชาชนเชื่อได้ว่า ทุกคนมีค่าเท่ากันจริง.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

สมชัย ไขกระจ่าง 6 ข้อ ทำไมยกเครื่อง กกต.ต้องรื้อ รธน.ใหม่ทั้งฉบับ

สมชัย ไขกระจ่าง 6 ข้อ ทำไมยกเครื่อง กกต.ต้องรื้อ รธน.ใหม่ทั้งฉบับ

สมชัย ไขกระจ่าง 6 ข้อ ทำไมยกเครื่อง กกต.ต้องรื้อ รธน.ใหม่ทั้งฉบับ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.32 น.

5 กุมภาพันธ์ 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า อยากให้ กกต. ทำงานดีขึ้นเกี่ยวอะไรกับ การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

ก็แก้รายมาตรา ที่เกี่ยวกับ กกต. ไม่กี่มาตรา ก็ได้นี่

คำตอบคือ ไม่ใช่ และ ยากมาก

1. แก้คุณสมบัติของ คนที่เข้ามาเป็น กกต. เรื่องนี้เรื่องเดียวก็ต้องทำประชามติ ตามมาตรา 256

2. แก้เรื่อง เลขผู้สมัครเขตของพรรค กับ เลขพรรค ไม่ตรงกัน ต้องแก้ ม. 90 ในรัฐธรรมนูญ

3. แก้เรื่อง ให้ประชาชน เข้าชื่อถอดถอน กกต. ต้องเขียนเป็นมาตราใหม่ในรัฐธรรมนูญ

4. แก้เรื่อง ความสัมพันธ์องค์กรอิสระ เช่น กกต. ชงเรื่อง ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสิทธิฝ่ายการเมือง ยุบพรรค ปปช. มีมติเรื่อง จริยธรรม ชงเรื่องศาลฎีกา ตัดสิทธิการเมือง ผูัตรวจการแผ่นดิน ชงเรื่อง ศาลรัฐธรรมนูญ ยุบพรรค ฯลฯ ต้องแก้มากกว่า 20 มาตรา ในรัฐธรรมนูญ และต้องทำประชามติทุกครั้ง ตามมาตรา 256

5. จะเห็นได้ว่า การแก้รัฐธรรมนูญ 2560 แบบรายมาตรา มีอุปสรรคเป็นเขาวงกตราวค่ายกลเกาะดอกท้อที่วกวนซับซ้อน

6. การแก้ไขปัญหาการทำหน้าที่ของ กกต. และองค์กรอิสระต่าง ๆ จึงมี 2 ทาง คือ เข้าเขาวงกตหรือ ทลายเขาวงกต โดย กา “เห็นชอบ” บัตรสีเหลืองทลายเขาวงกต

โทษหนัก!เว้นวรรค 20 ปี กกต.เตือนพรรคการเมือง คุมสมาชิกให้ดี ห้ามเอี่ยวทุจริตเลือกตั้ง

โทษหนัก!เว้นวรรค 20 ปี กกต.เตือนพรรคการเมือง คุมสมาชิกให้ดี ห้ามเอี่ยวทุจริตเลือกตั้ง

โทษหนัก!เว้นวรรค 20 ปี กกต.เตือนพรรคการเมือง คุมสมาชิกให้ดี ห้ามเอี่ยวทุจริตเลือกตั้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.40 น.

5 กุมภาพันธุ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรคและกรรมการบริหารพรรคการเมือง ในการควบคุมและกำกับดูแลไม่ให้สมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง กระทำการในลักษณะที่อาจทำให้การเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับ ตลอดทั้งระเบียบประกาศ และคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หากคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว จะเป็นเหตุให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ และห้ามมิให้กรรมการบริหารพรรคการเมือง ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุดังกล่าวดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองจนกว่าจะพ้นระยะเวลา 20 ปี นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง และห้ามกระทำการอันมีลักษณะเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง และห้ามมิให้มีส่วนร่วมในการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือตำแหน่งอื่นหรือการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

“กกต.มุ่งหวังให้สมาชิกพรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พรรคการเมืองทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์เป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็ง และเป็นสถาบันหลักในการพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมและชอบด้วยกฎหมาย”

อภิสิทธิ์ ลุย วงเวียนใหญ่ ประกาศพร้อมพาประเทศหลุดวิกฤต กรีดส้ม!น่าตกใจแบ่งแยกคนระโนด-หาดใหญ่

อภิสิทธิ์ ลุย วงเวียนใหญ่ ประกาศพร้อมพาประเทศหลุดวิกฤต กรีดส้ม!น่าตกใจแบ่งแยกคนระโนด-หาดใหญ่

อภิสิทธิ์ ลุย วงเวียนใหญ่ ประกาศพร้อมพาประเทศหลุดวิกฤต กรีดส้ม!น่าตกใจแบ่งแยกคนระโนด-หาดใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.21 น.

อภิสิทธิ์ ลุย วงเวียนใหญ่ ช่วย มารียา ประกาศปชป.พร้อมคุมเกม พาประเทศหลุดวิกฤต กรีดส้ม! น่าตกใจแบ่งแยกคนระโนด-หาดใหญ

5 ก.พ.2569 ที่วงเวียนใหญ่ กทม. ช่วยนายอภิสิทสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสกลธี​ ภัททิยกุล​ รองหัวหน้า​พรรค​ดูแล​พื้นที่​กรุงเทพ​มหานคร​  และนายองอาจคล้ามไพบูลย์​ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค​ ลงพื้นที่วงเวียนใหญ่ช่วย  นางสาวมารียา​ ฤกษ์​ดี​ ผู้สมัคร สส.กทม. เบอร์ 7 เขต 24 หาเสียง​ 

โดยนายอภิสิทธิ์และคณะได้สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช​ ก่อนที่จะเดินตลาดวงเวียนใหญ่ ด้วยรถตุ๊กๆ 
เพื่อพบปะขอคะแนนเสียงจากประชาขน​ โดยมีพ่อค้า​ แม่ค้า​ และ ประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย ได้มอบดอกกุหลาบ​ คล้องพวงมาลัย​ และขอถ่ายรูปกับนายอภิสิทธิ์​อย่างคึกคัก​ พร้อมกับให้กำลังใจ​ ว่า​ “คนนครฯ​ คนใต้​ เลือกประชาธิปัตย์ 2 ใบ”  “เป็นแฟนคลับมานานแล้ว”  “หล่อเหมือนเดิม” “รักเก่าที่บ้านเกิดคนใต้  ยังไงก็เลือก ดีใจที่กลับมา” 
“คุณอภิสิทธิ์  คุณเป็นนายกในดวงใจฉัน ขอให้ได้เป็นอีกสมัยสำเร็จ” โดยมีจังหวะ 1 นายอภิสิทธิ์ได้ก้มลงไปกอด แม่ค้าที่ได้ขายของอยู่ที่พื้น

ขณะเดียวยังมีประชาชนบอกกับ​ นายสัตวแพทย์อนันต์​ ฤกษ์ดี​ พ่อของผู้สมัคร​ และอดีตผู้สมัครสส.กทม.​เขตลาดกระบัง อีกว่า​” ของจริงๆ​ ทั้งคนทั้งพรรคเที่ยวนี้​ ท่านต้องกลับมา​ ประชาธิปัตย์ต้องกลับมา​ยิ่งใหญ่ให้ได้ในกรุงเทพฯเรานี่​ ตัวจริงอยู่แล้ว​ ทั้งบ้าน​ไม่ต้องห่วง”

นายอภิสิทธิ์​ ยังถึงการหาเสียงกับชาวกรุงเทพฯและทั่วประเทศในช่วงโค้งสุด ว่า  ตอนนี้ทุกพรรคเร่งหาเสียงและเน้นย้ำในจุดแข็งของแต่ละพรรค แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์อยากจะสื่อสารไปยังพี่น้องทุกคนคือ เรามองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญในแง่ของเรื่องโอกาสให้เราหลุดพ้นจากหลายอย่างที่เป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับประเทศในขณะนี้แทนทั้งในแง่วิกฤตคอรัปชั่น เศรษฐกิจติดหล่มเป็นเวลานาน สังคมยังมีความแตกแยก ถ้าเราไม่ระมัดระวังมองเลือกตั้งเป็นการแข่งขันกันอีกครั้ง อีก 4 ปี สถานการณ์อาจจะยิ่งหนักกว่านี้

“ สิ่งที่อยากสื่อสารก็คือประชาธิปัตย์พร้อมแล้วที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากสิ่งเหล่านี้เป็นทางรอดที่ปลอดภัยด้วยความพร้อมเรื่องนโยบายบุคลากรและจุดยืนทางการเมือง ” นายอภิสิทธิ์กล่าว 

เมื่อถามว่าในระยะ 4 เดือนที่ผ่านมาทำได้ขนาดนี้ถือว่าพร้อมแล้วใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องทำต่อไปเรื่อย ๆ งานหลักยังรออยู่ข้างหน้าและหลังเลือกตั้ง แต่ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่สนับสนุนให้การทำงานของผู้บริหารชุดใหม่ของพรรคมาถึงจุดนี้ ทุกคนก็ยอมรับว่าเรามาไกลพอสมควรเทียบกับสถานการณ์เมื่อ 4 เดือนที่แล้วกับเงื่อนไขทางการเมืองที่ทำให้เรามีเวลาน้อยมาก 

ส่วนที่พรรคภูมิใจไทยปราศรัยพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์เรื่องแก้ปัญหาน้ำท่วม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริง ๆ แล้วคนสงขลา คนหาดใหญ่ ต้องเป็นคนให้คำตอบเพียงแต่เราอยากจะเห็นการหาเสียงที่แข่งขันกันในเรื่องนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา

“  น่าเสียดายว่าหลายครั้งรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงไปทุกครั้งพยายามด้อยค่าการทำงานของพรรคการเมืองอื่น สิ่งที่เราก็ตกใจคือบนเวทีปราศรัยวันก่อนของพรรคประชาชนก็ดูเหมือนว่าจะทำให้เกิดการแบ่งแยกกระทั่งเรื่องคนหาดใหญ่ คนระโนด ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้น ” 

เมื่อถามว่าในการปราศรัยใหญ่ที่จะถึงจะสื่อสารกับคนทั้งประเทศอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราทำงานจนนาทีสุดท้าย ย้ำอีกครั้งว่าวันนี้เราเสนอทางเลือกทางรอดที่สำคัญสำหรับวิกฤตต่าง ๆ ถ้าเรามีโอกาสเข้าไปร่วมรัฐบาลได้เราจะเป็นผู้คุมเกมให้ประชาชนได้ มั่นใจในเรื่องการที่ต้องมีรัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการทุจริตปราบทุนเทา สร้างบ้านเมืองสุจริตต้องมีแผนที่ชัดเจน ที่จะทำให้เศรษฐกิจกลับมาโตเหมือนกับที่เราเคยโตในอดีตได้อย่างไร ต้องมาช่วยกันทำให้ประเด็นความละเอียดอ่อนความขัดแย้งในสังคมการเมืองค่อย ๆ หมดไปด้วยการหาทางออกร่วมกัน

เมื่อถามว่ามั่นใจในตัวเลขสส.ที่จะได้ว่าจะทำให้ถูกจีบเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่อยากคาดเดาตัวเลขแต่ขอจากประชาชนว่าถ้าเติมกำลังให้กับพรรคประชาธิปัตย์มาก ๆ เราทำหน้าที่นี้ได้แน่นอน 

ส่วนการประกาศว่าจะไม่จับมือกับพรรคไหนและจะคุมเกมรัฐบาล จะทำให้ไม่ถูกเทียบเชิญหรือไม่  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าประชาชนเลือกเราเยอะเขาก็หนีไม่ออก

กรณ์ ชี้ภาพ จูรี-ชวน สัญลักษณ์ลูกชาวบ้าน ส่งผ่านจิตวิญญาณการเมืองสุจริต

กรณ์ ชี้ภาพ จูรี-ชวน สัญลักษณ์ลูกชาวบ้าน ส่งผ่านจิตวิญญาณการเมืองสุจริต

กรณ์ ชี้ภาพ จูรี-ชวน สัญลักษณ์ลูกชาวบ้าน ส่งผ่านจิตวิญญาณการเมืองสุจริต

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.08 น.

ฟ้าคืนใต้สะเทือน! “กรณ์”ชี้ภาพ”จูรี-ชวน”สัญลักษณ์ลูกชาวบ้าน ส่งผ่านจิตวิญญาณการเมืองสุจริต หาดใหญ่ตอบรับ ปชป.ล้น

5 กุมภาพันธ์ 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยถึงกระแสตอบรับจากประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ และ จ.สงขลา ว่า เป็นไปในทิศทางที่ดีมากเกินคาด สร้างความตื้นตันใจให้กับทีมงาน พร้อมขอบคุณพี่น้องประชาชนทั้ง จ.สงขลา ภาคใต้ และทั่วประเทศ ที่ให้การต้อนรับและสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์อย่างอบอุ่น

นายกรณ์ กล่าวว่า วันนี้คนหาดใหญ่และคนใต้กำลังมองหาความหวังใหม่ทางการเมือง ความหวังที่ยืนอยู่บนความสุจริต ความจริงใจ และความเข้าใจปัญหาประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่การเมืองสีเทาหรือสีดำเหมือนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมทั้งด้านนโยบายและทีมงาน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ ที่พรรคมีแผนแก้ไขตามหลักวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมอย่างเป็นระบบ สามารถดำเนินการได้ทันที เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจของภาคใต้

ด้าน นายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 1 เขต 2 จ.สงขลา กล่าวว่า ตลอดการลงพื้นที่ตนไม่เคยประเมินความมั่นใจออกมาเป็นตัวเลขคะแนน เพราะกระแสที่ได้รับเป็น “คะแนนเงียบ คะแนนธรรมชาติ” ไม่ใช่คะแนนจัดตั้ง จึงไม่สามารถคำนวณได้ สิ่งที่มีคือกำลังใจจากชาวบ้านที่ตอบรับอย่างอบอุ่นมาโดยตลอด ตั้งแต่ก่อนการจับสลากหมายเลขผู้สมัคร และยิ่งเดินพบปะประชาชนมากเท่าไร กำลังใจก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

นายจูรี กล่าวว่า บรรยากาศลักษณะนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในหาดใหญ่ แต่เกิดขึ้นเกือบทั่วภาคใต้ ซึ่งสะท้อนกระแส “ฟ้าคืนใต้” อย่างชัดเจน เนื่องจากในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา การเมืองภาคใต้ถูกมองว่าผูกโยงกับปัญหาทุจริตและอิทธิพลสีเทา ทำให้คนใต้จำนวนมากหวนคิดถึงประชาธิปัตย์ในอดีต ยุคที่เคยเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน และยึดมั่นการเมืองสีขาว โดยมีผู้นำอย่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เป็นสัญลักษณ์ของความสุจริตในความทรงจำของประชาชน

นายกรณ์ กล่าวเสริมว่า ภาพที่สร้างความประทับใจต่อคนใต้และคนไทยทั่วประเทศอย่างมาก คือภาพที่จูรีถ่ายคู่กับ นายชวน หลีกภัย ซึ่งสะท้อนความหมายทางการเมืองอย่างลึกซึ้ง ท่านชวนคือ “ลูกชาวบ้านที่ได้ดี” เติบโตด้วยความสุจริตจนเป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่จูรีคือ “ลูกชาวบ้านที่ปากกัดตีนถีบ” สร้างตัวเองขึ้นมาด้วยความมานะและความซื่อสัตย์

“ภาพนี้ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่า นี่คือคนที่เขาเข้าถึงได้ และสามารถเป็นตัวแทนของเขาได้จริง ผมมองว่ามันมีผลอย่างมากต่อการฟื้นฟูศรัทธาที่ชาวใต้มีต่อพรรคประชาธิปัตย์ เหมือนที่เคยศรัทธาในท่านชวนในอดีต” นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ ย้ำว่า ในระดับประชาชนทั่วไป คนที่สื่อสารตรงไปตรงมา อยู่เคียงข้างในยามยาก และพูดภาษาเดียวกับชาวบ้าน คือจูรี ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการปลุกศรัทธา และทำให้กระแสฟ้าคืนใต้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ช่วงท้าย นายจูรีฝากถึงพี่น้องชาวหาดใหญ่ และชาวสงขลา ขอแรงสนับสนุนให้ “ลูกชาวบ้านตัวจริง” ได้เข้าไปทำหน้าที่เป็นผู้แทนและปากเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมขอให้กาเบอร์ 1 ขณะที่ นายกรณ์ กล่าวเสริมว่า “อย่าลืมกาเบอร์ 27 ด้วยครับ”

– 006

‘แกนนำ คปท.’ ลั่น 1 เดือน แลก 1 ปี นับเป็นรางวัลของคนปกป้องกระบวนการยุติธรรม

'แกนนำ คปท.' ลั่น 1 เดือน แลก 1 ปี นับเป็นรางวัลของคนปกป้องกระบวนการยุติธรรม

‘แกนนำ คปท.’ ลั่น 1 เดือน แลก 1 ปี นับเป็นรางวัลของคนปกป้องกระบวนการยุติธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.35 น.

‘แกนนำ คปท.’ ลั่น 1 เดือน แลก 1 ปี นับเป็นรางวัลของคนปกป้องกระบวนการยุติธรรม

เมื่อวันที่ 5 ก.พ.2569 นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “1 เดือน แลก 1 ปี ผมกับนัสเซอร์ถูกศาลชั้นต้นตัดสิน จำคุก 1 เดือนไม่รอลงอาญา ในความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุม

ต้นเหตุการชุมนุม ในปี 2567 เพื่อเรียกร้องให้ รัฐบาลขณะนั้นรวมทั้งสังคมได้เห็นว่า ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้ถูกจำคุกจริง มีขบวนการร่วมกัน “ทุจริตกระบวนการยุติธรรม”

คปท.เคลื่อนไหวเป็นเหมือนแสงไฟจากก้านไม้ขีดเล็กๆอันหนึ่ง

สุดท้าย”คปท.ก็สามารถ #saveกระบวนการยุติธรรม เป็นส่วนหนึ่งที่นำ “ทักษิณ ชินวัตร” กลับมารับโทษตามกระบวนการยุติธรรมได้หลังสู้บนถนนมา 2 ปี

และคงไม่เพียง ทักษิณ ชินวัตร ที่ต้องรับโทษตามคำสั่งศาล ยังมีข้าราชการหลายคนน่าจะไปด้วยกัน ความยุติธรรมจึงแลกด้วยกระบวนการยุติธรรม

วันนี้เรา 2 คนโดนคำพิพากษาสั่งจำคุก 1 เดือนไม่รอลงอาญา เป็นรางวัลของคนออกมาปกป้องกระบวนการยุติธรรม

1 เดือนแลก 1 ปี

ประกันตัวแล้วและอุธรณ์กันต่อครับ เราเคารพคำพิพากษา และยังจะใส่รองเท้าผ้าใบเดินกันต่อไป ขอบคุณพี่น้องที่ห่วงใยทุกท่านครับ”

ปชป.ขยี้หมอสุภัทร ซัดแค่เริ่มต้นก็เห็นภาวะผู้นำ-สร้างความแตกแยก

ปชป.ขยี้หมอสุภัทร ซัดแค่เริ่มต้นก็เห็นภาวะผู้นำ-สร้างความแตกแยก

ปชป.ขยี้หมอสุภัทร ซัดแค่เริ่มต้นก็เห็นภาวะผู้นำ-สร้างความแตกแยก

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.52 น.

5 กุมภาพันธ์ 2569 นางกันตวรรณ ตันเถียร (กุลจรรยาวิวัฒน์) ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เบอร์ 27 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า พี่น้องเห้อ!!! ใครได้ฟังคลิปหมอ ผู้สมัครพรรคส้มแหลงถึง จูรีบ้าง

เค้าบอกว่า คนระโนดให้ไปอยู่ระโนด !!! จะมาเป็นผู้แทนหาดใหญ่ ไง

พี่น้องฟังแล้ว รู้สึกไง ไหนบอกกันทีซิ !!!!!

•คนหาดใหญ่ จะเลือกผู้นำ ผู้แทน แบบนี้เหรอ !!!

•แค่จุดเริ่มต้น… ก็เห็นถึงภาวะผู้นำ

แค่เริ่มต้น .. ก็เริ่มสร้างความแตกแยก

•ปี2562 พรรคส้มก็ส่งคนท้ายเหมืองเขต2 พังงา ไปลงสมัคร สส เขต1 พังงา นะคะ หมอลองกลับไปถามในพรรคมั๊ย???? และไม่มีผู้สมัครคนใดในพังงา ขึ้นปราศรัยไล่คนของพรรคส้มกลับไปเขต2 เหมือน ที่หมอกำลังทำกับจูรี

•เราเป็นคนตะกั่วป่าเขต2 และเราไปลงส.ส. ครั้งแรก ที่เขต1 และคนพังงา เขต1 ก็เป็นคนใจกว้าง เปิดใจ ดูความตั้งใจและการทำงานของเรา และเลือกเรา มาหลายครั้ง

•เราเชื่อว่า คนหาดใหญ่เลือกจูรี เพราะเธอคือจูรี

•เลือกเธอ เพราะ การทำงานของเธอ

•เลือกเธอ ที่เธอไม่แบ่งแยกว่า คนที่เธอช่วยคือใคร และอยู่เขตไหน จังหวัดไหน

เธอคนระโนดแต่เธอกระโดดมาช่วยคนหาดใหญ่ทั้งตัวและหัวใจ

•คนพังงาบ้านเรา ไปติดน้ำท่วมที่ หาดใหญ่ เธอก็ช่วยประสานดูแล

นี้แหละ คือความเป็นผู้นำ ผู้นำที่ไม่มองข้ามปัญหา คือ ผู้แทน ที่มีจิตวิญญาณรับใช้ประชาชน ร่างทรงชาวบ้านที่แท้จริง

•ขอให้เธอฝ่าใบเทาและฝ่าวิชามารได้สำเร็จ เข้าสู่สภาอย่าง สง่างาม ตามความตั้งใจของเธอ “การเมืองสุจริต ”

• เราเชื่อว่า คนหาดใหญ่มองเห็นเพชรแท้ที่อยู่ในมือของเค้า และไม่ปล่อยเพชรเม็ดนี้ให้หลุดมือ คนบ้านเรายังถามถึงแต่เธอ คนบ้านเรายังหวังเหวิดเธอ อยากได้เธอเป็นผู้แทน แล้วคนบ้านเธอจะมองไม่เห็นได้ไง

•เราเชื่อว่า เราจะเห็น จูรี ทำหน้าที่ในสภาเป็นปากเป็นเสียงให้ พี่น้องหาดใหญ่ และ เธอจะไม่เป็นเพียงเพชรเม็ดงามของคนหาดใหญ่

แต่เธอจะเป็นเพชรเม็ดงามให้คนใต้

และพรรคประชาธิปัตย์

สู้นะเธอ #จูรีนุ่มแก้ว …!!!

เรารักที่เธอเป็นเธอ

ทั้งนี้ วานนี้ (4 ก.พ.) จูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 (พื้นที่อำเภอหาดใหญ่) พรรคประชาธิปัตย์ ได้แชร์วิดีโอคลิปการกล่าวปราศัยของ หมอสุภัทร ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน ของผู้ใช้เฟซบุ๊ก Puwadol Wongsopanakul พร้อมข้อความตัวอักษณว่า “แม้ฉันเกิดระโนด ฉันก็ช่วยเหลือ แบ่งปันและรักหาดใหญ่แห่งนี้ไม่แพ้ใครเหมือนกัน”

ซึ่งภายในคลิปวิดีโอ เป็น หมอสุภัทร สส.บัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน กำลังกล่าวปราศัยอยู่บนเวทีพร้อมกับพูดเสียงดังว่า พร้อมออกท่าทาง “แล้วพี่น้องจะเอาคนละโนคมาเป็ สส.เราเหรอ” ซึ่งเบื้องล่างหน้าเวทีปราศัยเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่มารับฟังการกล่าวปราศัยของหมอสุภัทร และยังพูดตะโกนเสียงดังอีกว่า “เราเอาคนหาดใหญ่เท่านั้น” กระทั่งไม่กี่วินาทีต่อมาเจ้าตัวก็ยังได้พูดตะโกนเสียงดังตามออกมาอีกว่า “คนระโนดให้ไปอยู่ระโนค” ท่ามกลางเสียงเชีบร์จากบรรดาผู้คนที่เดินทางมารับฟังการปราศัยของเขา (อ่านข่าวประกอบ : สนามสงขลาลุกเป็นไฟ จูรี จวก หมอสุภัทร เผด็จการ แบ่งแยกคน ระโนด หาดใหญ่ ชมคลิป)

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ลั่น’ถ้าไม่แก้​จะอยู่กับปัญหาเดิมๆ ล้มทั้งฉบับ​ร่างใหม่ ชาติฉห.แน่นอน’

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง'ลั่น'ถ้าไม่แก้​จะอยู่กับปัญหาเดิมๆ ล้มทั้งฉบับ​ร่างใหม่ ชาติฉห.แน่นอน'

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ลั่น’ถ้าไม่แก้​จะอยู่กับปัญหาเดิมๆ ล้มทั้งฉบับ​ร่างใหม่ ชาติฉห.แน่นอน’

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.47 น.

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ลั่นถ้าไม่แก้​จะอยู่กับปัญหาเดิมๆ ล้มทั้งฉบับ​ร่างใหม่ ชาติฉห.แน่นอน

เมื่อวันที่ 5 ก.พ.2569 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ถ้าไม่แก้​จะอยู่กับปัญหาเดิมๆ ล้มทั้งฉบับ​ร่างใหม่ ชาติฉห.แน่นอน”

ต่อสู้ระบอบทักษิณ นิพิฏฐ์ ยก พิชิต-นัสเซอร์ ภารกิจเสร็จสิ้น ลาก แม้ว เข้าคุก

ต่อสู้ระบอบทักษิณ นิพิฏฐ์ ยก พิชิต-นัสเซอร์ ภารกิจเสร็จสิ้น ลาก แม้ว เข้าคุก

ต่อสู้ระบอบทักษิณ นิพิฏฐ์ ยก พิชิต-นัสเซอร์ ภารกิจเสร็จสิ้น ลาก แม้ว เข้าคุก

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.37 น.

5 กุมภาพันธ์ 2569 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ระบอบทักษิณ

ศาลจำคุกน้อง พิชิต ไชยมงคล และน้องนัสเซอร์ หยีหมะ แกนนำคปท. คนละ 1 เดือน โดยไม่รอการลงโทษจำคุก ในข้อหาจัดการชุมนุมกีดขวางการจราจร บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์

การชุมนุมของน้องทั้งสอง ก็เพื่อนำคุณทักษิณชินวัตรไปจำคุกจริงตามคำพิพากษา

การต่อสู้ของน้องทั้งสองเสร็จสิ้นแล้ว

ศาลมีคำสั่งให้นำคุณทักษิณ ไปจำคุกจริง

แต่น้องทั้งสองต้องแลกด้วยอิสรภาพด้วยการถูกจำคุกคนละหนึ่งเดือน

ผมก็ร่วมปราศรัยบนเวทีคปท. ของน้องทั้งสอง หลายครั้งที่สะพานชมัยมรุเชษฐ์

บางคนถูกคุณทักษิณฟ้อง ผมก็นำโฉนดที่ดินจากพัทลุง ไปประกันตัว และเป็นทนายความให้

การต่อสู้เพื่อรักษาหลักการของบ้านเมืองบางคนต้องแลกด้วยชีวิต บางคนต้องแลกด้วยอิสรภาพ

การต่อสู้กับ“ระบอบทักษิณ“ไม่ง่ายเลย

ผมภาวนาว่าอย่าให้การต่อสู้กับระบอบทักษิณของเราต้องสูญเปล่า

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และ แพทย์ ผู้อนุญาตให้คุณทักษิณไปนอนไปนอนที่โรงพยาบาล ปปช. ยังไม่ดำเนินการอะไรเลย ทั้งที่ แพทยสภามีมติพักใบอนุญาตไปแล้ว

การต่อสู้เพื่อดำรงหลักการของบ้านเมืองยังไม่จบสิ้น แต่น้องทั้งสองสูญสิ้นอิสรภาพแล้ว

ผมบอกน้องทั้งสองว่า หลังเลือกตั้ง ผมจะไปขอดูสำนวน เพื่อขอความเมตตาต่อศาลอุทธรณ์ต่อไป/

(ปล.ขอให้งดการแสดงความเห็น)

เข้าโค้งสุดท้ายหาเสียง! เทพไท วอนอย่าสร้างตรรกะวิบัติทางการเมือง

เข้าโค้งสุดท้ายหาเสียง! เทพไท วอนอย่าสร้างตรรกะวิบัติทางการเมือง

เข้าโค้งสุดท้ายหาเสียง! เทพไท วอนอย่าสร้างตรรกะวิบัติทางการเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.10 น.

5 กุมภาพันธ์ 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า อย่าสร้าง“ตรรกะวิบัติ”ทางการเมือง

สำหรับบรรยากาศการเลือกตั้ง ที่จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และกำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการหาเสียง เราจะเห็นมีการประดิษฐ์วาทกรรม หรือมีคำพูดในลักษณะที่ออกมาโน้มน้าวการตัดสินใจในการเลือกตั้ง หรือมีการยกคำพูดขึ้นมาอธิบายต่อการเลือกตั้งในตรรกะที่แปลกประหลาดมาก จะขออนุญาตยกตัวอย่าง การยกคำพูดขึ้นมาอธิบายสถานการณ์ทางการเมือง หรือประเด็นทางการเมือง ให้เห็นว่าเป็นตรรกะที่บิดเบี้ยวอย่างชัดเจน คือ

1.จากกรณีที่แกนนำพรรคภูมิใจไทยในภาคใต้ ได้ให้สัมภาษณ์กรณีแบ่งแยกคนที่จะเลือกตั้งว่า คนที่รักชาติขอให้เลือกพรรคที่รักชาติ ส่วนพวกที่ไม่รักชาติ ก็ไปเลือกพรรคที่ไม่รักชาติ ซึ่งเป็นตรรกะที่แบ่งแยกประชาชน เพราะในความเป็นจริงคนไทยทุกคนมีความรักชาติ ไม่ว่าจะสังกัดพรรคการเมืองใด การจะแบ่งแยกประชาชนเป็นกลุ่มที่รักชาติ กับกลุ่มที่ไม่รักชาติ จะก่อให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศการหาเสียง ถ้าหากจะเปรียบเทียบกันในเรื่องนโยบายจุดยืนทางการเมือง ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง แต่การผลักไสให้อีกฝ่ายเป็นฝ่ายไม่รักชาติ และอีกฝ่ายเป็นฝ่ายรักชาติ จะเกิดความแตกแยกเกิดขึ้นในสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

2.กรณีที่มีคนดังหรืออินฟลูเอ็นเซอร์ หรือบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงในสังคม ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการเลือกอย่างมียุทธศาสตร์ เพื่อไม่ให้คะแนนเสียงตกน้ำ หรือแตกแยกในหมู่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมด้วยกัน เช่น การยกวลีขึ้นมาว่า ไม่กลัวการทุจริตคอรัปชั่น แต่กลัวการสิ้นชาติ หรือเลือกพรรคที่โกง ดีกว่าเลือกพรรคทำลายชาติ ซึ่งการยกทางเลือกขึ้นมาว่า จะเลือก คนโกงหรือคนทำร้ายชาติ ซึ่งยังมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ ยังมีพรรคการเมืองอื่นที่เป็นทางเลือกที่ดีมากกว่าพรรคการเมืองขี้โกง หรือพรรคการเมืองทำลายชาติให้ประชาชนเลือก แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมคนกลุ่มนี้ ไม่คิดจะเลือกพรรคการเมืองอื่น นอกจากพรรคการเมืองที่คิดว่าเป็นพรรคการเมืองที่ประกอบด้วยคนโกง กับพรรคพรรคการเมืองที่มีแนวความคิดทำหลายชาติ ในเมื่อการเลือกตั้งครั้งนี้มีพรรคการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้ง 50 กว่าพรรค ไม่ควรจัดจำกัดให้เลือกแค่2พรรคนี้ ถ้าคิดว่าพรรคโกงกับพรรคทำลายชาติไม่ใช่ทางออกของประเทศ ก็ควรจะไปเลือกพรรคการเมืองอื่น แต่การยกตรรกะแบบนี้ขึ้นมา ก็เหมือนกับการบังคับให้คนไทยจำยอมที่จะเลือก ระหว่างพรรคการเมืองขี้โกงกับพรรคการเมืองทำลายชาติ

3.กรณีที่มีกระแสพูดถึงการปฎิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือกกต. ที่จัดการเลือกตั้งล่วงหน้า และมีปัญหาอุปสรรคในการจัดการเลือกตั้งเป็นอย่างมาก จนทำให้ประชาชนบางส่วนไม่มั่นใจและไม่พอใจการปฎิบัติหน้าที่ของกกต. จนนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต.ออกมาพูดกับสื่อว่า ถ้าไม่มั่นใจก็ไม่ต้องเลือกตั้ง ความหมายก็คือ ถ้าเห็นว่าไม่ดีไม่พอใจ ก็ไม่ต้องมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งเป็นหลักการที่ผิดพลาดมาก กกต.ไม่มีสิทธิ์ที่จะออกมาพูดเช่นนี้ ไม่ว่าจะจัดการเลือกตั้งดีหรือไม่ดี ประชาชนจะเชื่อมั่นหรือเชื่อมั่น ก็ต้องเชิญชวนให้ประชาชนมาใช้สิทธิ์มากๆ จะมาตัดพ้อต่อว่า หรือประชดประชันไม่ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่ควรที่จะออกมาจากเลขาธิการกกต.หรือเป็นทัศนะของผู้บริหารกกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระในการจัดการเลือกตั้ง มีแต่สร้างความเสียหายให้กับองค์กร และสร้างความไม่พอใจในหมู่ประชาชนมากกว่า

จึงขออนุญาตยกตัวอย่างว่า บรรยากาศการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการพูดถึงเหตุผลในการเลือกตั้ง ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์เลือกตั้ง โดยการยกตัวอย่างคำพูดที่บิดเบี้ยว และเป็นตรรกะที่ใช้ไม่ได้ ซึ่งอยากให้ทุกฝ่ายได้ทบทวนว่า ควรจะสร้างบรรยากาศการเลือกตั้งไม่ให้เกิดความขัดแย้ง และควรจะยกตัวอย่างที่เป็นตรรกะที่เป็นเหตุเป็นผล สามารถอธิบายได้ และเป็นตรรกะที่สังคมยอมรับ ไม่ใช่ตรรกะวิบัติ