ผบ.ทบ. สดุดี 46 ทหารกล้า เสียสละชีวิตปกป้องอธิปไตย เปรียบเสมือนเพื่อนรักร่วมชีวิต

ผบ.ทบ. สดุดี 46 ทหารกล้า เสียสละชีวิตปกป้องอธิปไตย เปรียบเสมือนเพื่อนรักร่วมชีวิต

ผบ.ทบ. สดุดี 46 ทหารกล้า เสียสละชีวิตปกป้องอธิปไตย เปรียบเสมือนเพื่อนรักร่วมชีวิต

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.32 น.

ผบ.ทบ.กล่าวคำสดุดีวีรชนทหารกล้า 46 นาย เสียสละชีวิตปกป้องอธิปไตย ชี้กำลังพลทุกนาย เปรียบเสมือนเพื่อนรักร่วมชีวิต ภายใต้ครอบครัวกองทัพบก

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวคำสดุดีในพิธีสดุดีวีรชนทหารกล้า” จากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เนื่องในโอกาสวันทหารผ่านศึก ที่กองบัญชาการกองทัพบกว่า ห้วงวิกฤติชายแดนที่ผ่านมา
กองทัพบกมุ่งมั่นปฏิบัติงาน ตามบทบาทหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตย เพื่อให้ผลลัพธ์ของการปฏิบัติ บรรลุเป้าหมายอย่างสมบูรณ์ตามเจตนารมณ์ให้ได้อย่างดีที่สุด ในอันที่จะดำรงไว้ ซึ่งอธิปไตยของชาติ และศักดิ์ศรีของประเทศ

สำหรับการปฏิบัติการใด ๆ อันจะมีผลต่อการบาดเจ็บ และสูญเสียของกำลังพล หน่วยทหารต้องวางแผนการปฏิบัติ ให้มีความรอบคอบรัดกุม โดยพิจารณาองค์ประกอบ ที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติอย่างรอบด้าน ในทุกมิติ ซึ่งมี 2 ปัจจัยที่สำคัญคือ

1. ต้องปฏิบัติภารกิจให้บรรลุตามเป้าหมาย

2. ลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด

แต่ในความเป็นจริงของการปฏิบัติการ ที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ คือ การบาดเจ็บ และการสูญเสีย ดังเช่น วีรบุรุษผู้เสียสละทั้ง 46 นาย นำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจ ที่มิใช่แต่เพียงครอบครัว และญาติเท่านั้น แต่รวมถึงกำลังพลทุกนายในหน่วยทหารซึ่งเปรียบเสมือนเพื่อนรักร่วมชีวิต ภายใต้ครอบครัวกองทัพบก

ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวอีกว่า การจากไปของทุกท่าน นับเป็นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของกองทัพ และประเทศชาติ ทุกท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ เพื่อให้ผืนแผ่นดินนี้คงไว้ซึ่งความสงบสุข ขอให้ดวงวิญญาณของทุกท่านจงไปสู่สุคติ ขอให้คุณงามความดีที่ทุกท่านได้กระทำจงเป็นแสงนำทางสู่ความสงบสุข ขอให้ครอบครัวของทุกท่านมีพลังใจที่เข้มแข็ง มีความภาคภูมิใจ จากการทำหน้าที่อย่างสมเกียรติ จนวาระสุดท้าย พวกเราขอคำนับสดุดีทหารกล้า ผู้สละชีพเพื่อแผ่นดิน และวีรกรรมของทุกท่านจะถูกจารึกไว้ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป

จากนั้นผู้บัญชาการทหารบก ได้ชวนผู้ร่วมพิธี ได้ร่วมกันยืนสงบนิ่ง เพื่อเป็นการสดุดี และรำลึกถึงทหารกล้าผู้ที่ได้อุทิศชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อปกป้องประเทศชาติ

ก่อนจะกล่าวต่อว่า อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะกล่าวถึง คือ ผู้สนับสนุนทุกท่าน ทั้งในส่วนของการมอบกำลังใจ และการให้ความช่วยเหลือในทุกด้านพวกท่านทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้ต่อสู้อยู่เพียงลำพัง การสนับสนุนของท่านได้กลายเป็นพลังเสริม อันทรงคุณค่าต่อกองทัพบก และเป็นพลังที่สำคัญของชาติในการรักษาอธิปไตยต่อไป

จากนั้นผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้เป็นตัวแทนกองทัพบก ทำพิธีแสดงความขอบคุณแก่ทายาททหารผู้เสียสละชีวิต ก่อนที่จะมอบของที่ระลึกให้แก่ครอบครัว ประกอบด้วย รูปภาพกำลังพล, ธงชาติไทย, อาร์มยุทธการยุทธบดินทร์ และยุทธการศตวรรษ, เครื่องหมายประดับยศ และตรากองทัพบก

ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย! จิตภัสร์ ตั๊น ลงพื้นที่สวนหลวง–ประเวศ รับฟังปัญหาปากท้องพ่อค้าแม่ค้าตลาดยงเจริญ

ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย! จิตภัสร์ ตั๊น ลงพื้นที่สวนหลวง–ประเวศ รับฟังปัญหาปากท้องพ่อค้าแม่ค้าตลาดยงเจริญ

ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย! จิตภัสร์ ตั๊น ลงพื้นที่สวนหลวง–ประเวศ รับฟังปัญหาปากท้องพ่อค้าแม่ค้าตลาดยงเจริญ

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.26 น.

ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย!“จิตภัสร์ ตั๊น” ลงพื้นที่สวนหลวง–ประเวศ รับฟังปัญหาปากท้องพ่อค้าแม่ค้าตลาดยงเจริญ หลังถูกเวนคืนพื้นที่ทำกิน

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569  เข้าโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส. จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อและ หัวหน้าทีมเสมอภาคและความมั่นคงของมนุษย์ พรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่เขตสวนหลวง–ประเวศ เพื่อช่วยนายกัณฑ์ชาติ มนต์กันภัย ผู้สมัคร สส.กทม. เบอร์ 9 เขต 22 (สวนหลวง–ประเวศ) พรรคไทยก้าวใหม่ เพื่อรณรงค์หาเสียงและรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่  โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะผู้สมัครได้เดินพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในตลาดยงเจริญ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่กำลังได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบและการเวนคืนพื้นที่ทางเดิน ส่งผลให้พ่อค้าแม่ค้าหลายรายขาดพื้นที่ทำกิน และประสบปัญหาด้านรายได้อย่างหนัก   ทั้งนี้มีตัวแทนพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่สะท้อนปัญหาว่า ก่อนหน้านี้ทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) เคยยื่นข้อเสนอว่าจะจัดหาแหล่งที่ดินหรือพื้นที่ทำกินแห่งใหม่ให้กับผู้ค้าที่ย้ายออกจากพื้นที่เดิม แต่จนถึงขณะนี้กลับไม่มีความคืบหน้า และขาดการสื่อสารที่ชัดเจน ทำให้ผู้ค้าจำนวนมากต้องเผชิญความเดือดร้อนโดยลำพัง

ด้าน น.ส.จิตภัสร์ กล่าวว่า ปัญหาปากท้องและสิทธิในการทำมาหากินของประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ไม่ควรถูกละเลย พร้อมยืนยันว่า หากผู้สมัครของพรรคไทยก้าวใหม่ได้รับเลือกตั้ง สิ่งแรกที่ต้องดำเนินการคือ  นำปัญหานี้เข้าสู่การอภิปรายและการหารือในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกร้องคำตอบและแนวทางแก้ไขที่ชัดเจนจากกรุงเทพมหานคร

“การจัดระเบียบเมืองต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง การเวนคืนหรือรื้อย้ายต้องมาพร้อมทางออกที่เป็นธรรม ไม่ใช่ให้ประชาชนรับภาระเพียงฝ่ายเดียว หากเข้าสภา เรื่องนี้จะต้องถูกหยิบยกขึ้นมาพูด และต้องได้คำตอบจาก กทม. ว่าจะแก้ปัญหาให้พี่น้องพ่อค้าแม่ค้าอย่างไร” จิตภัสร์ กล่าวและว่า ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าพรรคไทยก้าวใหม่ย้ำจุดยืนในการเป็นพรรคทางเลือกที่ให้ความสำคัญกับปัญหาปากท้องของประชาชนในพื้นที่จริง พร้อมเชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศ

ยศชนัน กลางวงแดง Gen Z ชู กางแผนรื้อระบบเงินเดือน ดันเศรษฐกิจอีสานมูลค่าสูง

ยศชนัน กลางวงแดง Gen Z ชู กางแผนรื้อระบบเงินเดือน ดันเศรษฐกิจอีสานมูลค่าสูง

ยศชนัน กลางวงแดง Gen Z ชู กางแผนรื้อระบบเงินเดือน ดันเศรษฐกิจอีสานมูลค่าสูง

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.21 น.

เมื่อเวลา 17.10 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ตลาดเจริญศรี อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี นายยศชนัน และคณะ เดินทางมาพบปะกับพี่น้องประชาชน ทั้งพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังขายของและประชาชนที่เดินจับจ่ายซื้อของในตลาด โดยมีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปและมอบดอกไม้ให้เป็นระยะ 

ช่วงหนึ่งของการเดินตลาดมีประชาชนได้มอบน้ำมะพร้าวเผาให้กับนายยศชนัน พร้อมกล่าวว่า “ซื้อให้ค่ะ” จากนั้นนายยศชนันได้ปิ้งข้าวจี่ พร้อมกับกล่าวว่า “เป็นของดีเมืองอุบลฯ ใครมาก็ต้องกิน” 

ยศชนัน

จากนั้นในระหว่างทางเดินไปเวทีปราศรัยที่อยู่ด้านหลังตลาด นายยศชนันและคณะ ได้พบกับกลุ่มเยาวชนหรือกลุ่มแดง Gen Z โดยมีตัวแทนกลุ่มได้สอบถามว่า ถ้ารัฐบาลเป็นพรรคเพื่อไทยจะพัฒนาเศรษฐกิจในภาคอีสานด้านใดบ้าง นายยศชนัน กล่าวว่า ทุกด้าน ทั้งทางด้านเกษตรแปรรูป SME ต่างๆ การส่งเสริมการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ ส่งเสริมเศรษฐกิจมูลค่าสูง เป็นศูนย์กลางด้านสาธารณสุขและการศึกษา 

ขณะที่เยาวชนอีกคนถามว่า ตนในฐานะที่เป็นคนอุบลและคนอีสาน มีความคิดเห็นอย่างไรที่คนด้อยค่าคนอีสาน ด้อยโอกาส ยากจน มีแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร นายยศชนัน กล่าวว่า ต้องกระจายอำนาจรัฐลงสู่ท้อง ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ การทำแบบนี้เป็นการทำให้เข้าถึงงบประมาณ ทั้งการศึกษาและสาธารณสุข 

ยศชนัน

เยาวชนยังได้สอบถามว่าถ้าจบปริญญาตรีจะมีฐานเงินเดือนเท่าไหร่ จะเทียบเท่ากับคนที่ไม่ได้เรียนต่อ แต่ทำงานในตลาดแรงงานมาก่อนหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องกลไกฐานเงินเดือนเราต้องทำความรู้ ให้เหมาะสมกับบางสิ่งบางอย่าง กลไกจะขึ้นไปทั้งหมดแต่ตอนนี้กลไกยังไม่เพียงพอ ซึ่งตนพยายามจะสร้างและเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ เพื่อให้สามารถเปลี่ยนฐานเงินเดือนจากสาขาวิชาชีพได้ ควบคู่กับการสร้างงานคือจะส่งเสริมสตาร์ทอัพ และ SME 

ยศชนัน
ยศชนัน
ยศชนัน

อภิสิทธิ์ นำทัพ ปชป บุกพัทลุง ประกาศก้องขอโอกาสเป็นรัฐบาล สร้างการเมืองสีขาว

อภิสิทธิ์ นำทัพ ปชป บุกพัทลุง ประกาศก้องขอโอกาสเป็นรัฐบาล สร้างการเมืองสีขาว

อภิสิทธิ์ นำทัพ ปชป บุกพัทลุง ประกาศก้องขอโอกาสเป็นรัฐบาล สร้างการเมืองสีขาว

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.07 น.

เมื่อวันที่  3 ก.พ. เวลา 17.00 น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยที่ สวนสาธารณะเทศบาลเมือง พัทลุง ท่ามกลางประชาชนที่มารอ ให้กำลังใจและฟังการปราศรัยหลายพันคน ว่าการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ เน้นดึงศักยภาพทางวัฒนธรรมและธรรมชาติสร้างรายได้ยั่งยืน พร้อมประกาศขอโอกาสนำพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเพื่อสร้างการเมืองที่โปร่งใส เพราะพัทลุงมีต้นทุนทางสังคมและธรรมชาติที่ล้ำค่า ไม่ใช่ภาพจำแบบเดิมๆ แต่คือเมืองที่มีมรดกโลกและเศรษฐกิจที่ทันสมัย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเทรนด์โลกในปัจจุบัน

“พัทลุงมีพื้นที่ลุ่มน้ำและธรรมชาติที่งดงาม หน้าที่ของเราคือการรักษาและนำมาสร้างรายได้โดยไม่ทำลายให้เสื่อมโทรมเหมือนแหล่งท่องเที่ยวอื่น ประชาธิปัตย์จะเปลี่ยนศักยภาพเหล่านี้ให้เป็นความมั่งคั่งที่ยั่งยืนของพี่น้องชาวพัทลุง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

อภิสิทธิ์

นายอภิสิทธิ์ ยังได้วิจารณ์การทำงานด้านท่องเที่ยวในอดีตว่า ทำได้เพียงการจัดกิจกรรมชั่วคราว จึงขอเสนอแนวทางใหม่โดยการ “คืนอำนาจให้ท้องถิ่น” เพื่อให้คนในพื้นที่ที่มีความเข้าใจจุดเด่นและจุดอ่อนของตนเองมากที่สุด เป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวแทนการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง นอกจากนี้ ยังเตรียมนำเทคโนโลยีมาช่วยในการสื่อสาร เพื่อผลักดันให้จังหวัดรองอย่างพัทลุง กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกเคียงคู่กับเชียงใหม่ หรือภูเก็ต

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า นโยบายทั้งหมดจะสำเร็จได้ต้องเริ่มจากการมี การเมืองที่สุจริต เพราะหากนักการเมืองมุ่งแต่ผลประโยชน์จากงบประมาณ โครงการต่างๆ ก็จะไม่ถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง จึงขอโอกาสให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าไปเป็นรัฐบาล เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่เติบโต ควบคู่ไปกับความมั่นคงของชีวิตประชาชนและการเมืองที่ใสสะอาด

อภิสิทธิ์
อภิสิทธิ์
อภิสิทธิ์
อภิสิทธิ์
อภิสิทธิ์
อภิสิทธิ์
อภิสิทธิ์

กกต. มีมติส่ง ศาลฎีกา สั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส. 28 คน เล็งเอาผิดอาญาทั้ง ผู้สมัคร-หัวหน้าพรรค

กกต. มีมติส่ง ศาลฎีกา สั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส. 28 คน เล็งเอาผิดอาญาทั้ง ผู้สมัคร-หัวหน้าพรรค

กกต. มีมติส่ง ศาลฎีกา สั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส. 28 คน เล็งเอาผิดอาญาทั้ง ผู้สมัคร-หัวหน้าพรรค

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.02 น.

มติกกต.ส่งศาลฎีกาสั่งถอนชื่อผู้สมัครสส. อีก28 ราย เหตุอยู่ระหว่างถูกจำกัดสิทธิ์เนื่องจากไม่ไปเลือกตั้ง เล็งเอาผิดอาญาทั้งผู้สมัคร-หัวหน้าพรรค

วันที่ 3 มกราคม 2569 มีรายงานว่าในการประชุม กกต.สัปดาห์นี้ได้มีมติตามที่สำนักงาน กกต.เสนอให้ส่งศาลฎีกาสั่งถอนชื่อผู้สมัครสส.จะพรรคการเมืองต่างๆอีก28ราย เนื่องจากตรวจสอบพบว่าเป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิ์ เนื่องจากไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเราไม่ได้แจ้งเหตุแห่งการไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ตามมาตรา 35 (2)พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส. 2561 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างสำนักงานฯเร่งยกร่างคำวินิจฉัยก่อนที่จะให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา

ทั้งนี้ ตามกฎหมายหากยื่นต่อศาลฎีกาล้ว ศาลฯมีคำสั่งถอนชื่อไม่ทันวันเลือกตั้ง ก็จะยังคงถือว่าทั้ง28คนเป็นผู้สมัคร ซึ่งถ้าได้รับเลือกตั้งมาเข้ากกต.ก็จะไม่ประกาศรับรองผล และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวกกต.เตรียมพิจารณาเอาผิดผู้สมัคร ฐานรู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิ์สมัครแต่ยังลงสมัครตามมาตรา 151ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปีปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาทและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 20 ปี ขณะที่หัวหน้าพรรคก็ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้ที่เซ็นรับรองการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งตามมาตรา 56 ของพ.ร.ปว่าด้วยพรรคการเมือง2560 มีโทษตามมาตรา 120 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี

ปวงชนไทย ขนทัพบุกอีสานเหนือ ชู นโยบายบัตรทองน้องหมา แมว แบ่งเบาค่าครองชีพ

ปวงชนไทย ขนทัพบุกอีสานเหนือ ชู นโยบายบัตรทองน้องหมา แมว แบ่งเบาค่าครองชีพ

ปวงชนไทย ขนทัพบุกอีสานเหนือ ชู นโยบายบัตรทองน้องหมา แมว แบ่งเบาค่าครองชีพ

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.55 น.

นครพนม (3 กุมภาพันธ์ 2568) นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย  ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หมายเลข 23 ขนทัพ กรรมการบริหารพรรค ลงพื้นที่อีสานเหนือ ไหว้ขอพรพญาศรีสัตตนาคราช เสริมสิริมงคล พร้อมประกาศสู้ศึกเลือกตั้งเต็มตัว ชูนโยบาย “บัตรทองเพื่อน้องหมา-แมว” และปากท้องพี่น้องประชาชน หวังลดภาระค่าใช้จ่ายพี่น้องประชาชนที่เป็นคนรักสัตว์​ เสริมทัพบุกเขตอีสานเหนือ

ทั้วนี้ นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล พร้อมคณะผู้บริหารพรรค อาทิ ดร.จิตรกร  ลากุล (ผู้อำนวยการพรรค), นายสมบูรณ์ บุญยรัตนประภา, นายวิทยา ติรณะประกิจ และนายวรฐ สุนทรนนท์ รองหัวหน้าพรรคได้เดินทางมาพบปะและให้กำลังใจผู้สมัคร สส. ทั้ง 9 เขตเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดนครพนม บึงกาฬ และสกลนคร โดยมีตัวแทนผู้สมัครคนสำคัญให้การต้อนรับ อาทิ จ.นครพนม: นายธงทิพย์ แห่สถิตย์ (เขต 1 เบอร์ 6), นายสมพงษ์ มณีย์รัตน์ (เขต 2) และนายพิทักษ์ สุระพร (เขต 3 เบอร์ 2)

เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล

ส่วนจ.บึงกาฬมี ว่าที่ ร.ต.สุเทพ บุพศิริ (เขต 1 เบอร์ 4) และนายปังทอง สีม่วง (เขต 2 เบอร์ 4) จ.สกลนคร: นายไพบูลย์ สกลนคร (เขต 4) และนางทัศนีย์ สุภาพร (เขต 7) นโยบายไฮไลท์ สวัสดิการเพื่อสัตว์เลี้ยง​ และปากน้องพี่น้องประชาชน

นายเอกสิทธิ์ เผยว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง พรรคปวงชนไทยขอเน้นย้ำนโยบายที่ทำได้จริงและตอบโจทย์วิถีชีวิตใหม่ คือ “นโยบายบัตรทองเพื่อน้องหมา/แมว” เนื่องจากเล็งเห็นว่าปัจจุบันสัตว์เลี้ยงคือสมาชิกในครอบครัว แต่ภาระค่ารักษาพยาบาลสัตว์มีราคาสูง นโยบายนี้จะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล

 “เราตั้งใจมอบนโยบายนี้เป็นไฮไลท์สำคัญ เพราะเรื่องปากท้องไม่ได้หมายถึงแค่คน แต่รวมถึงสมาชิกน้อง 4 ขาในบ้านด้วย พรรคปวงชนไทยพร้อมผลักดันให้เกิดสวัสดิการรักษาสัตว์เลี้ยงที่เข้าถึงง่ายและเป็นธรรม” นายเอกสิทธิ์ กล่าว

พรรคปวงชนไทย ได้ลุยเคาะประตูบ้านช่วงโค้งสุดท้าย​ 4 วัน โดยผู้สมัคร สส. ทั้ง 9 เขต ต่างแสดงความมั่นใจและฮึกเหิม​  พร้อมให้คำมั่นว่าจะสู้ศึกครั้งนี้อย่างเต็มที่ โดยจะเน้นกลยุทธ์ “เดินเคาะประตูบ้าน” เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนแบบถึงตัว สื่อสารนโยบายพรรคอย่างใกล้ชิด เพื่อกวาดคะแนนทั้งแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อในการเลือกตั้งครั้งนี้

เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล

งานเข้า! แสวง สั่งเรียกสอบ CK โพสต์อ้างยายรับเงินซื้อเสียงเลือกตั้ง

งานเข้า!  แสวง สั่งเรียกสอบ CK โพสต์อ้างยายรับเงินซื้อเสียงเลือกตั้ง

งานเข้า! แสวง สั่งเรียกสอบ CK โพสต์อ้างยายรับเงินซื้อเสียงเลือกตั้ง

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.49 น.


เลขาธิการ กกต.สั่งเรียกสอบผู้บริหารแพลตฟอร์ม Fastwork ที่โพสต์อ้าง คุณยายรับเงินซื้อเสียงจากพรรคการเมืองหนึ่ง 

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.00น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  มีรายงานว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ได้สั่งการให้ สำนักงาน กกต.เรียกตัว นายซีเค เจิง (CK Cheong)  ผู้บริหาร Fastwork แพลตฟอร์มจัดหาฟรีแลนซ์ออนไลน์ในไทย มาสอบสวนกรณีที่ นายซีเค โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คส่วนตัว เมื่อช่วงค่ำวันที่ 2ก.พ. โดยระบุเป็นข้อความสนทนา ระหว่าง นายซีเค กับคุณยายของเขา  ว่า 

 ผมเพิ่งโทรไปหายาย เมื่อกี้นี้ ถามเขาว่า…

CK: ยาย เลือกตั้งปีนี้จะเลือกใคร

ย้าย: เอ้าลูก! ยายรับเงินเขามาแล้ว 2,000 น่าจะเลือกพรรค xxx นะ

CK:ยายเห็น TV OLED ที่ซีเคเพิ่งซื้อให้ตรงข้างหน้ายายไหมครับ? เดี๋ยวพรุ่งนี้้ซีเคส่งคนมายึดคืนนะครับ…

ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าว ถูกสังคมสื่อออนไลน์แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์กันกว้างขวาง  พร้อมตั้งคำถามและแนะนำให้ทาง นายซีเคพายายไปแจ้งความกับตำรวจ และ กกต. เนื่องจากมีหลักฐานยืนยันครบ เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่เวลาต่อมา พบว่านายซีเค ได้ลบโพสต์ดังกล่าวไปเสียแล้ว ชาวเน็ตจึงตั้งข้อสังเกตว่า ซีเคน่าจะแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อโจมตีพรรคการเมืองหนึ่ง

เปิดภาพบรรยากาศงาน ‘เกียรติยศทหารกล้า เชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก’ ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

เปิดภาพบรรยากาศงาน 'เกียรติยศทหารกล้า เชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก' ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

เปิดภาพบรรยากาศงาน ‘เกียรติยศทหารกล้า เชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก’ ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.31 น.

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรยงาน บรรยากาศการแสดง แสงสีเสียง เกียรติยศทหารกล้า เชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก รวมพลังศิลปินสดุดีวีรบุรุษผู้เสียสละ ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยมรประชาชนทยอยเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ชมสด งานเกียรติยศทหารกล้า เชิดชูเกียรติวันทหารผ่านศึก ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ชมสด งานเกียรติยศทหารกล้า เชิดชูเกียรติวันทหารผ่านศึก ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ชมสด งานเกียรติยศทหารกล้า เชิดชูเกียรติวันทหารผ่านศึก ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.31 น.

ถ่ายทอดสด งาน “เกียรติยศทหารกล้า” ถ่ายทอดการระลึกสดุดีและเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก ผ่านการแสดงแสง สี เสียง ชุดพิเศษ “พลังแห่งผู้กล้า (Lights of Honor)” ผสานบทเพลงแห่งความทรงจำ ดนตรีสด และพลังของศิลปิน ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

#องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก #ทหารผ่านศึก #เชิดชูเกียรติทหารกล้า #วันทหารผ่านศึก #แนวหน้าออนไลน์
 

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FNaewnaOnline%2Fvideos%2F1662448118248986%2F&show_text=false&width=560&t=0

ชัยวุฒิ รำลึกวันทหารผ่านศึก ชวนทุกพรรคปลูกฝังค่านิยมรักชาติ เทิดทูนทหาร

ชัยวุฒิ รำลึกวันทหารผ่านศึก ชวนทุกพรรคปลูกฝังค่านิยมรักชาติ เทิดทูนทหาร

ชัยวุฒิ รำลึกวันทหารผ่านศึก ชวนทุกพรรคปลูกฝังค่านิยมรักชาติ เทิดทูนทหาร

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.23 น.

“ชัยวุฒิ” รำลึกวันทหารผ่านศึก  ชวนทุกพรรคปลูกฝังค่านิยมรักชาติ   เทิดทูนทหาร ย้ำไทยต้องสามัคคีอย่าแตกแยก

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี    พร้อมด้วยนายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก ที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจพรรครักชาติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 2 นำทีมพรรครักชาติ    ลงพื้นที่ตลาดรุ่งเจริญ เขตยานนาวา กรุงเทพฯ   เพื่อแนะนำตัวและช่วยขอคะแนนเสียงให้กับ นายกิตติพศ ถนอมวรารักษ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 3 เบอร์ 13     ซึ่งได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนในพื้นที่     หลายคนชื่นชมในความตั้งใจและขยันลงพื้นที่ของทีมพรรครักชาติ     บอกว่าเมื่อวานเห็นในข่าวยังอยู่ภาคใต้    เช้าเดินทางกลับ กทม. ก็มาช่วยผู้สมัคร สส.เขต ลงพื้นที่ต่อทันที     พร้อมเป็นกำลังใจให้ทีมพรรครักชาติ และสมาชิกคนรุ่นใหม่ทุกคน อย่าท้อกับเกมการเมือง ขอเพียงตั้งใจทำเต็มที่ สักวันจะประสบความสำเร็จเอง

นายชัยวุฒิ    ให้สัมภาษณ์ เนื่องในโอกาสวันทหารผ่านศึก 3 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า วันทหารผ่านศึก เป็นวันที่คนไทยควรร่วมกันระลึกถึงคุณงามความดี    และเกียรติภูมิของทหารที่เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อรักษาอธิปไตย    ปกป้องผืนแผ่นดินไทย ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนคนไทย ให้ร่วมส่งกำลังใจไปยังทหารผ่านศึก    รวมถึงครอบครัวของผู้เสียสละทุกคนที่ได้เสียสละชีวิตเลือดเนื้อ เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยของเรา

“วันนี้เป็นวันทหารผ่านศึกครับ เป็นวันที่พวกเราคนไทยทุกคนระลึกถึงคุณงามความดี เกียรติภูมิของทหารที่ได้เสียสละชีวิต เลือดเนื้อ เพื่อรักษาอธิปไตยปกป้องผืนแผ่นดินไทยไว้ ก็ขอฝากไปถึงพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนนะครับ ร่วมกันส่งกำลังใจไปถึงทหารผ่านศึก รวมถึงครอบครัวของทุกคนที่ได้เสียสละชีวิต เลือดเนื้อ เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยของเราครับ” นายชัยวุฒิ กล่าว

นายชัยวุฒิ ระบุด้วยว่า ช่วงนี้เป็นช่วงของการเลือกตั้ง จึงอยากฝากไปถึงพรรคการเมืองทุกพรรคให้ช่วยกันสื่อสารทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่     ให้เห็นความสำคัญของทหาร เทิดทูนและระลึกถึงวีรกรรมที่ทหารได้ทำไว้ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทหารปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีที่สุด

 “ช่วงนี้ก็เป็นช่วงเลือกตั้งนะครับ ก็ฝากไปถึงพรรคการเมืองทุกพรรคเลยก็แล้วกันนะครับ ให้ช่วยกันสื่อสาร ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่นะครับ ให้เข้าใจความสำคัญของทหาร ให้เทิดทูน คิดถึงวีรกรรมที่ทหารได้ทำไว้ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทหารนี่แหละครับ ให้เขาได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด” นายชัยวุฒิ กล่าว  

นายชัยวุฒิ ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนว่า ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงและอาจลุกลามเป็นสงครามระดับภูมิภาค    หากประเทศอ่อนแอและเกิดความแตกแยกก็อาจทำให้สถานการณ์บานปลาย โดยมองว่าอาจมีมหาอำนาจพยายามเข้ามาแทรกแซงจนกลายเป็นความขัดแย้งในวงกว้าง จึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยกัน ไม่สร้างความแตกแยก และไม่สร้างค่านิยมที่ไม่ดีในสังคมไทย แต่ร่วมกันปลูกฝังค่านิยมรักชาติ รักบ้านเมือง และร่วมปกป้องอธิปไตยของชาติ

“วันนี้ความขัดแย้งชายแดนยังมีอยู่นะครับ อาจจะมีความรุนแรงเกิดขึ้น และอาจจะลุกลามเป็นสงครามระดับภูมิภาค ถ้าเราอ่อนแอ เราแตกแยกกัน เราไม่เข้มแข็ง สงครามอาจบานปลายนะครับ มีมหาอำนาจพยายามเข้ามาแทรกแซงให้เป็นสงครามในระดับภูมิภาคนี้อีก เราต้องช่วยกัน     อย่าสร้างความแตกแยก อย่าสร้างค่านิยมที่ไม่ดีในสังคมไทยนะครับ ให้ทุกคนช่วยกันรักชาติ รักบ้านเมือง มาช่วยกันปกป้องอธิปไตยของชาติร่วมกันครับ นี่คือหน้าที่ของพรรคการเมืองทุกคนที่ต้องทำด้วยกัน อะไรที่ไม่ดีที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปครับ ไม่ว่ากัน แต่วันนี้เรามาเริ่มกันใหม่ครับ” นายชัยวุฒิ กล่าว

นายชัยวุฒิ ย้ำด้วยว่า การสร้างความเข้าใจและค่านิยมที่ดีเป็นหน้าที่ที่พรรคการเมืองทุกพรรคต้องทำร่วมกัน โดยเรื่องที่ไม่ดีในอดีตให้ถือว่าผ่านไปแล้ว และควรเริ่มต้นกันใหม่ พร้อมขอให้พรรคการเมืองที่สื่อสารกับคนรุ่นใหม่ได้มาก ช่วยกันสร้างค่านิยมที่ถูกต้องให้กับประชาชน

“ในฐานะรุ่นพี่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน พี่โอ๋ ขอฝากไปถึง พิธา น้องทิม ด้วยความห่วงใย สิ่งที่ทิมได้พูดไว้เรื่อง  ทหารมีไว้ทำไมมันฝังอยู่ในใจประชาชน คนเขารับไม่ได้ ถึงแม้พรรคประชาชนหรือทีมงานจะไปช่วยกันแก้ ช่วยกันแถ มันแก้อะไรไม่ได้หรอก วันนี้เป็นวันทหารผ่านศึก ถ้าน้องทิมไปที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปขอขมาดวงวิญญาณของวีรชนทหารหาญที่เสียชีวิตในการปกป้องประเทศชาติ ทุกอย่างจะจบ ประชาชนจะเข้าใจ ที่สำคัญวันนี้เราต้องไม่แตกแยกกันนะ เราต้องสร้างความคิดให้คนไทยรักทหาร รักชาติบ้านเมือง มาช่วยกันปกป้องประเทศชาติ เพราะสงครามมันคืบคลานเข้ามาแล้วนะ เราต้องรักกันสามัคคีกัน ไม่ใช่เวลาที่จะมาสร้างความแตกแยก” นายชัยวุฒิ   กล่าว

นายชัยวุฒิ     ยังกล่าวถึงพรรคประชาชนที่สื่อสารคำว่าชาติคือประชาชน   ว่าฟังแล้วจะไปกันใหญ่    โดยเห็นว่ามีประชาชนไม่เท่ากับมีชาติ    ยกตัวอย่างกลุ่มชาติพันธุ์ หรือชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนไทย เช่น กะเหรี่ยง หรือ ไทใหญ่  ที่เป็นประชาชนเช่นกัน    แต่เขาก็ไม่ได้มีชาติ   ในความหมายของรัฐชาติ     พร้อมอธิบายว่า   ชาติคือผืนแผ่นดิน คืออำนาจอธิปไตยที่มีสถาบันหลักของชาติ มีชาติ มีศาสนา มีพระมหากษัตริย์ มีความมั่นคงเข้มแข็ง อยู่ร่วมกันเป็นปึกแผ่น ไม่ใช่มีแค่ประชาชน หากมีประชาชนแต่ไร้ระบบ แตกแยกกัน ทะเลาะกัน ไม่มีสถาบันหลักของชาติ ไม่มีสิ่งที่ยึดเหนี่ยวรวมคนไทยไว้ ก็ไม่อาจเรียกว่าเป็นชาติได้

“ชาติไม่ใช่แค่ประชาชน ไปเข้าใจมาให้ถูกด้วย คำนี้เป็นคำที่น่ากลัวมากนะครับ ชาติคือประชาชน… ไม่ใช่ครับ” นายชัยวุฒิ กล่าว