สพฐ สยบดรามา แจงปมรับเด็กไร้สัญชาติเข้าเรียน ยันทำตามหลักสากล

สพฐ สยบดรามา แจงปมรับเด็กไร้สัญชาติเข้าเรียน ยันทำตามหลักสากล

สพฐ สยบดรามา แจงปมรับเด็กไร้สัญชาติเข้าเรียน ยันทำตามหลักสากล

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.29 น.

วันที่ 2 ก.พ. 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำเสนอบนสื่อสังคมออนไลน์ กรณีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การรับนักเรียน นักศึกษาที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย พ.ศ. 2568 และมีเสียงสะท้อนถึงความกังวลในหลายประการ ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และในพื้นที่ชายแดนอื่นๆ นั้น

สพฐ. ขอเรียนว่า การรับนักเรียน นักศึกษาที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย เข้ารับบริการทางการศึกษานั้น กระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. ได้ปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (CRC) ซึ่งประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เป็นความร่วมมือที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยข้อมูลปี 2019-2025 ระบุว่า มีรัฐภาคีเข้าร่วมถึง 196 ประเทศ ประกอบด้วยประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย, กัมพูชา, ลาว, พม่า, เวียดนาม, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, บรูไน และฟิลิปปินส์ รวมถึงประเทศในภูมิภาคอื่น ๆ ทั้งประเทศมหาอำนาจและประเทศส่วนใหญ่ในเอเชีย, ยุโรป, แอฟริกา และอเมริกาใต้ เป็นต้น

สพฐ

ประกอบกับมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2548 ที่กำหนดให้กระทรวงศึกษาธิการ ขยายโอกาสทางการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งเดิมเคยกำหนดไว้เฉพาะบางกลุ่ม บางระดับการศึกษา เป็นการเปิดกว้างให้ทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศสามารถเข้าเรียนได้ 

อีกทั้งตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา กำหนดให้เด็กที่อายุไม่เกิน 18 ปี ที่อยู่ในเขตอำนาจของรัฐไทย ต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกัน โดยห้ามเลือกปฏิบัติ เพราะเหตุเชื้อชาติ สีผิว ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง ต้นกำเนิดทางชาติ ชาติพันธุ์ หรือสังคม ทรัพย์สิน ความทุพพลภาพ การเกิดหรือสถานะอื่น ๆ ของเด็ก ให้เด็กได้รับสิทธิการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ รวมถึงการคุ้มครองเด็กให้ปลอดภัยจากความรุนแรงในโรงเรียน ซึ่งการให้นักเรียน นักศึกษาเหล่านั้นเข้าถึงการศึกษา จะส่งผลให้มีความเข้าใจ มีทัศนคติที่ดีต่อประเทศไทย ช่วยลดปัญหาสังคมและอาชญากรรม ความปลอดภัยทางสาธารณสุข แก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน สร้างความตระหนักรู้กตัญญูต่อแผ่นดิน ส่งเสริมความมั่นคงของชาติในระยะยาว

สำหรับประกาศฉบับล่าสุด พ.ศ. 2568 ได้มีการปรับปรุงจากประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การรับนักเรียน นักศึกษาที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย พ.ศ. 2562 ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเน้นให้สถานศึกษาใช้ระบบกำหนดรหัสประจำตัวผู้เรียนเพื่อเข้ารับบริการทางการศึกษา สำหรับผู้ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร (ระบบ G Code) กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อใช้แสดงตนในการเข้ารับบริการทางการศึกษาเท่านั้น 

ทั้งนี้ สพฐ. มีความห่วงใยเด็กและเยาวชนในทุกพื้นที่ของประเทศไทย ให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างครบถ้วน ไม่ว่าเชื้อชาติไหน สัญชาติใด ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติสากลที่เป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก โดยไม่มีการทอดทิ้งหรือลิดรอนสิทธิของเด็กไทยแต่อย่างใด จึงได้กำชับหน่วยงานในสังกัดให้ดำเนินการรับนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย ให้เป็นไปตามระเบียบ/ประกาศ/แนวปฏิบัติของส่วนราชการ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อย่างเคร่งครัด ขอให้ผู้ปกครองและประชาชนมั่นใจว่า จะไม่มีการดำเนินการอันใดที่กระทบกับสิทธิด้านการศึกษาของเด็กไทย และจะมุ่งเสริมสร้างสิทธิเด็กให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืนต่อไป

ส้มเดินหน้าชน กกต. ยื่นหนังสือด่วน สางปมเลือกตั้งล่วงหน้า เตือน เสี่ยง ม.157

ส้มเดินหน้าชน กกต. ยื่นหนังสือด่วน สางปมเลือกตั้งล่วงหน้า เตือน เสี่ยง ม.157

ส้มเดินหน้าชน กกต. ยื่นหนังสือด่วน สางปมเลือกตั้งล่วงหน้า เตือน เสี่ยง ม.157

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.53 น.

จากกรณีการจัดการออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง และที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปรากฏข้อเท็จจริงที่เผยแพร่เป็นการทั่วไปจากสื่อมวลชนและประชาชนผู้มาออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง ในหลายหน่วยเลือกตั้งกระจายไปทั่วประเทศ เกี่ยวกับปัญหาความผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ประธานกรรรมการและกรรมการประจำที่เลือกตั้งกลาง ตลอดจนผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานในการเลือกตั้ง เช่น 

​​(1) กรณีกรรมการประจำที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง ไม่กรอกข้อมูลจังหวัด เขตเลือกตั้ง หรือรหัสเขตเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงบนซองใส่บัตรเลือกตั้ง (แบบ ส.ส.5/2) หรือกรอกข้อมูลไม่ถูกต้อง เช่น การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม จังหวัดสมุทรปราการ ที่หน่วยเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดเพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเขียนรหัสจังหวัดหน้าซองใส่บัตรเลือกตั้ง (แบบ ส.ส.5/2) เป็นรหัส 57 แทนที่จะเป็นรหัส 67 ซึ่งเป็นรหัสเขตเลือกตั้งที่ถูกต้องของจังหวัดเพชรบูรณ์ อันเข้าข่ายอาจเป็นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 200 ซึ่งกำหนดให้กรรมการประจำที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง มีหน้าที่ลงรายการเกี่ยวกับจังหวัด เขตเลือกตั้ง และรหัสเขตเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงบนซองใส่บัตรเลือกตั้ง (แบบ ส.ส.5/2) ให้ถูกต้องเรียบร้อย ก่อนส่งมอบบัตรเลือกตั้งพร้อมซองใส่บัตรเลือกตั้งและหลักฐานแสดงตนให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อไปออกเสียงลงคะแนน การที่กรรมการประจำที่เลือกตั้งกลางปฏิบัติหน้าที่มิชอบด้วยระเบียบดังกล่าว ส่งผลโดยตรงต่อการบิดเบือนเจตจำนงของประชาชนผู้ออกเสียงลงคะแนน เนื่องจากแต่ละเขตเลือกตั้งนั้น ผู้สมัครแต่ละพรรคการเมืองมีหมายเลขในการออกเสียงลงคะแนนที่แตกต่างกัน อันอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ก่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม

พรรคประชาชน

​​(2) กรณีที่เลือกตั้งกลางหลายแห่งในจังหวัดชลบุรี ได้แก่ หน่วยวัดพันเสด็จนอก หน่วยศาลากลางจังหวัดชลบุรี หน่วยอาคารโดมโรงเรียนเมืองพัทยา 7 หน่วยอาคารโดมโรงเรียนสิทธิสุนทร ฝั่งมัธยมปลาย อำเภอสัตหีบ ไม่มีประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (แบบ ส.ส.4/14)จังหวัดลำปาง เขตเลือกตั้งที่ 1 ของนางทิพา ปวีณาเสถียร สังกัดพรรคประชาชน หมายเลขประจำตัวผู้สมัคร หมายเลข 8 อีกทั้งยังมีผู้ให้ข้อมูลว่า เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ทวงถามการไม่ติดประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งของนางทิพา ปวีณาเสถียร ต่อเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งในที่เลือกตั้งบางหน่วย เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งได้แจ้งกับผู้มิสิทธิเลือกตั้งว่า ผู้สมัครที่ไม่มีการติดประกาศ คือบุคคลที่ถูกศาลฎีกาถอนสิทธิการเป็นผูเสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งเป็นข้อมูลเท็จ 

​​จากปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ในวันออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าของเจ้าพนักงานประจำหน่วยดังกล่าว พรรคประชาชน ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเร่งกำหนดมาตรการป้องกันมิให้เกิดความบกพร่องในการจัดการเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตลอดจนตรวจสอบการดำเนินการของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งทั่วประเทศว่า มีการประพฤติส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อประกาศ หรือระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ละเลยต่อหน้าที่หรือไม่ หากพบว่ามีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ ขอให้สั่งปลดเจ้าพนักงานประจำหน่วยโดยทันที ซึ่งเป็ยอำนาจโดยตรงของ กกต. 

พรรคประชาชน

ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง พนักงานการเลือกตั้ง ตลอดจนกรรมการการเลือกตั้ง ผู้หนึ่งผู้ใด หลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ทุจริตต่อหน้าที่ พรรคประชาชนขอสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง พนักงานการเลือกตั้ง ตลอดจนคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้กระทำผิดตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ ฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาชน จะยื่นหนังสือด่วนที่สุดอย่างเป็นทางการ ต่อ กกต. ในวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ เวลา 8 นาฬิกา 46 นาที

พรรคประชาชน

เท้ง ยื่นประกันตัวล่วงหน้า คดี กัลฟ์ ฟ้องหมิ่น 100 ล้าน พร้อม 2 ผู้สมัคร สส

เท้ง ยื่นประกันตัวล่วงหน้า คดี กัลฟ์ ฟ้องหมิ่น 100 ล้าน พร้อม 2 ผู้สมัคร สส

เท้ง ยื่นประกันตัวล่วงหน้า คดี กัลฟ์ ฟ้องหมิ่น 100 ล้าน พร้อม 2 ผู้สมัคร สส

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.24 น.

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายวรภพ วิริยะโรจน์ และ นายศุภโชติ ไชยสัจ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินทางไปยื่นประกันตัวต่อศาลอาญา จากกรณีการแถลงข่าวตั้งข้อสังเกตต่อโครงการจัดซื้อพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนของรัฐบาล และกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในประเด็นนโยบายพลังงาน 

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า วันนี้พวกตนเดินทางมาเพื่อดำเนินการเรื่องเอกสารขอประกันตัวล่วงหน้าในคดีถูกฟ้องหมิ่นประมาทจากบริษัททุนพลังงาน กรณีของตนที่ถูกฟ้องโดย บริษัท กัลฟ์ เจพี เอ็นเอส จำกัด ในกรณีที่แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อเรียกร้องเรื่องการแก้ไขปัญหาค่าไฟแพงในช่วงเดือนตุลาคมปี 2567  ส่วนนายวรภพ และนายศุภโชติ ถูกฟ้องโดยบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หลังจากอภิปรายเรื่องนี้ในสภาฯ โดยบริษัทดังกล่าวเรียกค่าเสียหายจากพวกตน คนละ 100 ล้านบาท 

เท้ง

ทั้งนี้ วันที่ 16 ก.พ เวลา 09.00 น. ศาลนัดสอบคำให้การ นายณัฐพงษ์  และเวลา 13.00 น. ศาลนัดสอบคำให้การ นายศุภโชติ ส่วนนายวรภพ ศาลนัดสอบคำให้การ วันที่ 11 พ.ค.2569 เวลา 09.00 น.“ผมพร้อมเดินหน้าต่อสู้ทางคดีเรื่องนี้และไม่ได้มีผลกระทบต่อคุณสมบัติของการเป็นผู้สมัคร สส. เพราะการฟ้องหมิ่นประมาทไม่ใช่โทษร้ายแรงเป็นลหุโทษ หากหลังการเลือกตั้งแล้วต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผม นายวรภพ และนายศุภโชติ จะไม่ใช้เอกสิทธิ์ สส. เพื่อสร้างความได้เปรียบทางคดี และพร้อมที่จะชี้แจงเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้สังคมรับรู้ข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว“ 

นายณัฐพงษ์ ยืนยันด้วยว่า เรื่องนี้จะไม่ได้ทำให้หวั่นไหวหรือเสียสมาธิในการหาเสียงเลือกตั้ง พรรคประชาชนจะเดินหน้าเรียกร้องการดำเนินนโยบายของภาครัฐในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานและการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าภายในประเทศ หากพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล เราจะเดินหน้าเรื่องนี้ต่อไปเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยมีโครงสร้างพลังงานไฟฟ้าที่โปร่งใส ค่าไฟฟ้าเป็นธรรมต่อประชาชนมากขึ้น           

นโยบายของพรรคประชาชน เช่น ลดค่าไฟ 25 สตางค์/หน่วย ภายในปีแรก แก้สัญญาโรงไฟฟ้าที่ไม่เป็นธรรมทันที, นโยบาย “ผ่อนโซลาร์และเทคโนโลยีลดค่าไฟ” ผ่านบิลค่าไฟได้ ภายในปีแรก ไม่ต้องจ่ายเงินก้อน ประหยัดค่าไฟได้ทุกคน, นโยบายติดโซลาร์บนหลังคา ถ้าใช้ไม่หมดขายไฟคืนได้ เพิ่มโควตารับซื้อไฟฟ้าโซลาร์บนหลังคาบ้านประชาชนก่อนนายทุนพลังงาน แทนที่โครงการรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์ชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ที่มีการอนุมัติทิ้งทวนก่อนการเลือกตั้งเพื่อรับซื้อไฟฟ้าจากนายทุนพลังงาน

ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งเดือนตุลาคม 2562 รัฐบาลเวลานั้นได้อนุมัติโรงไฟฟ้า 1,940 เมกะวัตต์โดยไม่มีการประมูล ต่อมาการเลือกตั้งพฤษภาคม 2566 รัฐบาลเวลานั้นอนุมัติโรงไฟฟ้า 5,200 เมกะวัตต์ และล่าสุดก่อนการเลือกตั้ง 2569 ในเดือนมกราคมรัฐบาลมีการอนุมัติโรงไฟฟ้าอีก 3,600 เมกะวัตต์ ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลให้ค่าไฟของพี่น้องประชาชนแพงขึ้น

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงผลโพลจากสำนักต่างๆและผลการสำรวจทางโซเชียลในโค้งสุดท้ายพบว่าพรรคประชาชนมีกระแสความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณตามลำดับ ตนและเพื่อนร่วมพรรคทุกคนก็มีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้นและสิ่งสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็คือการสื่อสารกับประชาชนว่า 8 กุมภาพันธ์นี้ ไม่อยากให้ทุกคนมองว่าเป็นการเลือกตั้ง แค่นักการเมืองไปบริหารประเทศ แต่เป็นการเลือกอนาคตของประเทศไทย ก็อยากให้ทุกคนตัดสินการกาลงบัตรเลือกตั้งเพื่อที่จะเปลี่ยนประเทศไปด้วยกัน และหลุดจากวงจรการเมืองในอดีตแบบเดิมๆ ถ้าเห็นด้วยว่าเราอยากได้ประเทศไทยที่ดีกว่า ไม่มีสีเทา คนไทยเท่าเทียมกัน ผมคิดว่าพรรคประชาชนเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดตอนนี้“

ถามว่าช่วงโค้งสุดท้ายนี้พรรคประชาชนจะมีหมัดเด็ดอะไรที่จะประกาศให้ประชาชนรับรู้ก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนมีเวทีปราศรัยย่อยหลายจังหวัด พรรคมีคาราวานออกไป 8 สายครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ อันนี้ก็มีหมัดเด็ดทุกวันแน่นอน และจะมีเวทีสุดท้ายเป็นเวทีปราศรัยใหญ่ ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1  ก็อยากให้ทุกคนติดตามเพราะเรายังมีอะไรอีกหลายๆอย่างที่อยากจะสื่อสารต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคนให้ลงคะแนนเสียงเป็นมติเอกฉันท์เพื่อหาทางออกให้กับประเทศไทย

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับช่วงเย็นวันตนจะไปขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาชน ที่สนามโรงเรียนอนุบาลวัดป่าเลไลยก์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ร่วมกับ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน  ส่วนที่พรรคภูมิใจไทย ก็ไปปราศรัยที่นั่นด้วย  ตนก็ไม่ได้หวั่นเกรงอะไรใดๆทั้งสิ้น  ตนเชื่อว่าชาวสุพรรณบุรีก็ลงคะแนนเสียงเปลี่ยนมาแล้วตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 ถ้าดูจากคะแนนบัญชีรายชื่อที่พรรคก้าวไกลเราได้มาเป็นอันดับหนึ่ง และคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนเห็นแล้วว่าต้องกาสองใบเท่านั้น ประเทศไทยถึงจะเปลี่ยน เพราะฉะนั้นหมัดเด็ดสุพรรณบุรีมีอะไรขอให้รอดูในเวทีปราศรัยในเย็นวันนี้

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงกรณีการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวานนี้(1 ก.พ.) ที่มีปัญหากับภาคประชาชนเยอะกรณีชื่อหาย ชื่อไม่ตรง ตรงนี้พรรคประชาชนจะดำเนินการอย่างไรกับ กกต. หลังจากนี้หรือไม่
ซึ่งตัวแทนของพรรครวมถึงทีมงานด้านกฎหมายของพรรคเก็บรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานทั้งหมด ถ้าพบเห็นเหตุผิดปกติที่เกิดขึ้น ที่เราเห็นได้ชัดว่าเกิดจากความบกพร่องจากเจ้าหน้าที่ กกต.  หรือว่าเป็นการจงใจเราก็พร้อมที่จะดำเนินการทุกอย่างตามขบวนการ ก็อยากจะเรียกร้องไปยัง กกต. อยากให้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยความโปร่งใสเป็นธรรมมากที่สุด เพราะประชาชนเฝ้ามองและจับตาดูอยู่  กกต. สามารถดำเนินการล่วงหน้าได้ดีกว่านี้เพื่อป้องกัน human Error ถ้ากกต. คิดล่วงหน้าทำงานได้ดีกว่านี้ก็จะช่วยปกป้องสิทธิ์ของประชาชนได้ดีกว่านี้

ส่วนพรรคประชาชนจะยื่นฟ้อง มาตรา 157 กับกกต.หรือไม่นั้น ต้องขอดูรายละเอียดก่อน แต่ตนยืนยันว่าถ้าพบเหตุผิดปกติ ที่เกิดจากความจงใจในการทุจริตต่อหน้าที่ หรือความบกพร่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น เราก็พร้อมที่จะดำเนินการทุกอย่างๆเต็มที่ตามขบวนการที่กฎหมายให้อำนาจพวกเรา  

 “พวกเราก็รอฟังคำตอบที่ชัดเจนจาก กกต.  ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ที่ผ่านมาในส่วนของปัญหาบัตรเขย่งที่ส่งไปผิดเขต ผิดหน่วยนั้นจะแก้ไขอย่างไร และอยากให้ กกต. ตรวจสอบกรณีของ น.ส. ชลณัฏฐ์ โกยกุล ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 28 พรรคประชาชน ที่ QR code สแกนดูผู้สมัคร กทม. กลายเป็นข้อมูลรายชื่อผู้สมัครของปี 66 และหลังจากนำข้อมูลมาเปิดเผยกับถูกเจ้าหน้าที่ กกต.ขู่จะฟ้องนั้น  ต้นก็อยากให้กกต. ดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา  และจากข่าวที่ตนได้รับมาก็ออกมายอมรับแล้วว่ามีข้อผิดพลาดจริง ดังนั้น วิธีการตอบสนองจากเจ้าหน้าที่ ไม่ควรตอบสนองด้วยการไปฟ้องข่มขู่ เพราะกกต.ก็เป็นหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบในเรื่องนี้โดยตรงอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะถูกร้องเรียนมาจากตัวแทนผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคใด หรือว่าได้รับร้องเรียนมาจากประชาชนกลุ่มใดก็ตาม ก็อยากให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ตรวจสอบกระบวนการของตัวเองก่อน ก่อนที่จะให้คำตอบไปว่าถ้าให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจะไปฟ้องปิดปากอย่างนี้ก็ไม่ถูกต้อง

ส่วนปัญหาที่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับพรรคประชาชน นั้น จากที่ตนติดตามก็มีพรรคอื่นด้วยเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นโดยส่วนมากเกิดกับพรรคประชาชน ก็อยากให้ กกต.ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเป็นธรรม ไม่อยากให้เกิดเหตุผิดปกติกับพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ส่วนที่มีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า เป็นขบวนการสกัดพรรคส้มหรือไม่เพราะว่าช่วงนี้กระแสดี นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนตรวจสอบและพยายามรักษาสิทธิ์ของตัวเองให้มากที่สุด ตนจึงอยากเรียกร้องเหมือนเดิมว่า หน้าที่ของ กกต.ก็คือการจัดการเลือกตั้งอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมให้กับทุกพรรคการเมือง

ยศชนันออนทัวร์นครพนม อ้อนขอแลนด์สไลด์4เขต ล้างหนี้-ค่าไฟ3.70 มัดใจชาวอีสาน

ยศชนันออนทัวร์นครพนม อ้อนขอแลนด์สไลด์4เขต ล้างหนี้-ค่าไฟ3.70 มัดใจชาวอีสาน

ยศชนันออนทัวร์นครพนม อ้อนขอแลนด์สไลด์4เขต ล้างหนี้-ค่าไฟ3.70 มัดใจชาวอีสาน

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.17 น.

หน้าฮ้านแตก! “ยศชนัน” ลุยปราศรัยนครพนม คนแห่รับแน่น ชู “ล้างหนี้-ลดค่าไฟ 3.70 บ.-เติมเงินเปราะบาง 3 พัน” ประกาศสงครามทุนสีเทา มั่นใจกวาด ส.ส. ยกทีม 4 เขต

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ บรรยากาศพรรคเพื่อไทย ทัวร์ภาคอีสาน 3 วัน 8 จังหวัด 16 เวทีปราศรัย นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคเพื่อไทย โดยวันนี้ (2 ก.พ.) พบปะประชาชนและปราศรัย 3 เวที ในจังหวัดสกลนคร และมาพบปะประชาชนที่เวทีที่ 4 ที่ จ.นครพนม ที่ หอประชุมวชิรบพิตร มหาวิทยาลัยนครพนม มีผู้มาฟังจนล้นออกไปนอกหอประชุม ชาวบ้านมาต้อนรับแน่นขัด คล้องพวงมาลัยหมูยอ แคปหมู กระติบข้าวเหนียว ข้าวเกรียบว่าว และผลิตภัณฑ์ของดีประจำจังหวัดนครพนม 

นายยศชนัน ปราศรัยว่า ชาวนครพนมโชคดีที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้เพียงแค่ลงพื้นที่ช่วงหาเสียง แต่ได้นำข้อมูลความต้องการของประชาชนไปกำหนดเป็นนโยบายพรรคเรียบร้อยแล้ว พร้อมขอเสียงสนับสนุนผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 4 เขต เพื่อผลักดันกฎหมายและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ผ่านรัฐสภาไปสู่นายกรัฐมนตรี โดยเน้นย้ำวิสัยทัศน์ให้นครพนมเป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจสำคัญ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ “คุณภาพชีวิตของประชาชน”

นานยศชนัน กล่าวถึงปัญหาปากท้องว่า พรรคเข้าใจหัวอกประชาชนและพร้อมประกาศนโยบาย “แก้หนี้ทั้งระบบ” โดยหนี้ไม่เกิน 200,000 บาท หากเป็นหนี้เสีย จ่ายเพียง 10% จะตัดจบปิดบัญชีทันที ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุที่มีหนี้เสียวงเงิน 100,000 บาท จะตัดจบให้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐออกค่าใช้จ่าย 70% ประชาชนจ่าย 30% ลดค่าไฟเหลือ 3.70 บาท ด้วยนโยบายพลังงานไฟฟ้าเสรีเพื่อสร้างความยั่งยืน

ด้านการเกษตรและสาธารณูปโภค ประกาศโครงการขนาดใหญ่เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งแบบเบ็ดเสร็จ โดยชี้แจงที่มาของงบประมาณผ่านโครงการดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ในระบบ ซึ่งจะทำให้มีวงเงินเพิ่มขึ้นกว่า 100,000 ล้านบาท นำมาพัฒนาถนน ประปา และความเป็นอยู่ชาวนครพนม พร้อมประกาศลดอำนาจรัฐและคืนอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อให้งบประมาณถึงมือประชาชนโดยตรง

นายยศชนัน ยังยกตัวอย่างความสำเร็จของสิงคโปร์ในการปราบปรามทุจริต โดยพรรคเพื่อไทยจะนำระบบ “รัฐบาลดิจิทัล” มาใช้เพื่อตรวจสอบราคาสินค้าและการจัดซื้อจัดจ้าง ป้องกันการใช้อำนาจรัฐข่มขู่ประชาชน พร้อมประกาศ “ทำสงครามกับคอร์รัปชัน ทุนสีเทา และสแกมเมอร์” ให้หมดไปจากสังคมไทย รวมถึงมาตรการปราบปรามยาเสพติดขั้นเด็ดขาด โดยแยกผู้เสพไปบำบัด 1 จังหวัด 1 ศูนย์บำบัด สร้างอาชีพให้ และยึดทรัพย์ผู้ค้าพร้อมขับไล่ออกนอกประเทศ ช่วงท้ายได้เน้นย้ำถึงนโยบายดูแลกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียง หากมีรายได้ไม่ถึง 3,000 บาทต่อเดือน พรรคเพื่อไทยพร้อมสมทบให้ครบ 3,000 บาท ตามหลักการ “คนไทยไม่ทิ้งกัน”

“ครั้งนี้การแข่งขันสูงจริงๆ มาทุกวิถีทาง ทำให้วันนี้ผมต้องเดินทางมาที่นครพนมเพื่อสื่อสารโดยตรง หากผมได้เป็นนายกรัฐมนตรี ผมจะกลับมาที่นี่แน่นอน ฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกหลานคนนครพนม” นายยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย พร้อมขอให้ประชาชนร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศด้วยการสนับสนุนพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค 

สำหรับผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย จ.นครพนม ประกอบด้วย นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ผู้สมัคร สส.นครพนม เขต1 เบอร์3 นางมนพร เจริญศรี ผู้สมัคร สส.นครพนม เขต2 เบอร์1 นายธนากรณ์ ปราณีนิตย์ ผู้สมัครสส. จังหวัดนครพนม เขต3 เบอร์6 และเนายชาญชัย คำจำปา ผู้สมัครสส. จังหวัดนครพนม เขต4 เบอร์1

โค้งสุดท้ายส้มโหนเจ้า! ไอซ์ รักชนก แชร์ภาพเท้ง 7 ปีที่แล้ว สวมเสื้อเหลืองร่วมกิจกรรมจิตอาสา

โค้งสุดท้ายส้มโหนเจ้า! ไอซ์ รักชนก แชร์ภาพเท้ง 7 ปีที่แล้ว สวมเสื้อเหลืองร่วมกิจกรรมจิตอาสา

โค้งสุดท้ายส้มโหนเจ้า! ไอซ์ รักชนก แชร์ภาพเท้ง 7 ปีที่แล้ว สวมเสื้อเหลืองร่วมกิจกรรมจิตอาสา

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.40 น.

โค้งสุดท้ายส้มโหนเจ้า! ไอซ์ รักชนก แชร์ภาพเท้ง 7 ปีที่แล้ว สวมเสื้อเหลืองร่วมกิจกรรมจิตอาสา

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้แชร์โพสต์ของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ซึ่งเป็นภาพขณะนายณัฐพงษ์ สวมเสื้อเหลืองร่วมเป็นจิตอาสา เมื่อปี 2562 โดยระบุแคปชันว่า “นายกเท้งรักในหลวง”

อย่างไรก็ตาม สำหรับน.ส.รัชนก ศรีนอก ถูกศาลชั้นต้น พิพากษาจำคุก 6ปี ฐานผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพ์พิวเตอร์   โดยไม่รอลงอาญา เมื่อวันที่  13 ธันวาคม 2566 และได้รับการประกันตัว สู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์ 

อรรถวิชช์ อัดกกต.ไม่รอบคอบ เผยเลือกตั้งล่วงหน้ามีคนลงทะเบียนสำเร็จแต่ใช้สิทธิไม่ได้

อรรถวิชช์ อัดกกต.ไม่รอบคอบ เผยเลือกตั้งล่วงหน้ามีคนลงทะเบียนสำเร็จแต่ใช้สิทธิไม่ได้

อรรถวิชช์ อัดกกต.ไม่รอบคอบ เผยเลือกตั้งล่วงหน้ามีคนลงทะเบียนสำเร็จแต่ใช้สิทธิไม่ได้

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.18 น.

อรรถวิชช์ อัดกกต.ไม่รอบคอบ เผยเลือกตั้งล่วงหน้ามีคนลงทะเบียนสำเร็จแต่ใช้สิทธิไม่ได้ ทำเลือกตั้งไม่เป็นธรรม ย้ำพีระพันธุ์ เตรียมปล่อยข้อมูลเด็ดบนเวทีปราศรัยใหญ่ กา 6 ไม่โกหก พลิกโฉมประเทศ เย็นวันอังคารที่ 3 ก.พ. ลานหน้า MBK

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 2 และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับหลากหลายปัญหาหลังจากการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา นอกจากปัญหาชื่อผู้สมัครหายหลายพรรคแล้ว มีประชาชนร้องเรียนมาว่า ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าสำเร็จแล้ว แต่พอไปใช้สิทธิ์จริงกลับไม่มีชื่อ ไม่สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ จึงอยากให้ กกต. ทำงานให้ รอบคอบกว่านี้ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นธรรม กระทบสิทธิ์ประชาชน

นายอรรถวิชช์ เปิดเผยว่า วันอังคารที่ 3 ก.พ. นี้ ที่ลานหน้า MBK ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป พรรครวมไทยสร้างชาติ จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ภายใต้แคมเปญ “เบอร์ 6 ไม่โกหก พลิกโฉมประเทศ” โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค เตรียมจะนำ “ชุดข้อมูลสำคัญ” ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชน เกี่ยวกับข้อเท็จจริงตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ในการต่อสู้ว่าต้องเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง พร้อมเปิดโปงพฤติกรรมของ “กลุ่มทุนผูกขาด” ให้ประชาชนได้รับรู้ความจริง เพื่อเป็นข้อมูลตัดสินใจครั้งสำคัญก่อนเข้าคูหา ว่าทำไมต้องเลือก “รวมไทยสร้างชาติ” เข้าไปทำหน้าที่

กรณ์ นำทัพ ปชป หนุน สมชาติ ปลุกกระแสเลือกทั้งคนทั้งพรรค

กรณ์ นำทัพ ปชป หนุน สมชาติ ปลุกกระแสเลือกทั้งคนทั้งพรรค

กรณ์ นำทัพ ปชป หนุน สมชาติ ปลุกกระแสเลือกทั้งคนทั้งพรรค

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.01 น.

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นาย กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ช่วยหาเสียงให้นาย สมชาติ ประดิษฐพร หรือ “พี่อ้อย” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 หมายเลข 5 ขอคะแนนจากประชาชนในอำเภอพุนพินและอำเภอบ้านตาขุน ซึ่งเป็นพื้นที่เลือกตั้งเขต 4

ช่วงเช้า นายกรณ์พร้อมนายสมชาติ ได้นั่งเรือข้ามแม่น้ำตาปี ไปยังตลาดพุนพิน ตลาดใหญ่ลำดับสองของจังหวัด ท่ามกลางชุมชนหนาแน่นและพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีเสียงตะโกนสนับสนุน “คนใต้ต้องเลือกประชาธิปัตย์ เพื่อไม่ให้สมบัติพ่อเฒ่าสูญ” สะท้อนความผูกพันของพรรคการเมืองเก่าแก่ที่อยู่คู่คนใต้มายาวนานกว่า 80 ปี

ปชป

ไฮไลต์สำคัญ เกิดขึ้นเมื่อมีชาวบ้านผู้ติดตามเวทีปราศรัยพรรคอย่างต่อเนื่อง เดินทางไปดักพบนายกรณ์ ที่สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี เพื่อขอลายเซ็นบนเสื้อที่มีรายชื่อผู้นำพรรคในอดีตและปัจจุบัน ได้แก่ นาย บัญญัติ บรรทัดฐาน, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และตั้งใจจะไปขอลายเซ็น นาย ชวน หลีกภัย ที่เวทีปราศรัยจังหวัดตรัง วันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ ขณะเดียวกัน คุณป้าชาวบ้านรายหนึ่งกล่าวชัด “คนใต้ต้องเลือกพรรคของคนใต้ เพื่อให้หัวหน้าพรรคได้เป็นนายกฯ”

ตลอดเส้นทาง มีประชาชนทุกเพศทุกวัยเข้ามาขอถ่ายภาพ มอบดอกกุหลาบและพวงมาลัย พร้อมฝากความหวังให้ช่วยแก้ปัญหาปากท้องผู้ค้าผู้ขาย โดยต่างส่งเสียงเชียร์ “สุราษฎร์เขต 4 เลือก 527 เลขเด็ด” เทใจให้ทั้งเบอร์ผู้สมัคร 5 และเบอร์พรรค 27

ปชป

จากนั้น คณะเดินทางต่อไปยังศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอบ้านตาขุน แหล่งผลิตพริกแกงปักษ์ใต้โอทอปชื่อดัง จำหน่ายทั่วประเทศ กลุ่มแม่บ้านผู้แทนชุมชนระบุว่า โครงการดังกล่าวสร้างงาน สร้างรายได้ และแบ่งปันผลกำไรคืนสมาชิกอย่างเป็นธรรม

นายกรณ์กล่าวชื่นชมรูปแบบเศรษฐกิจชุมชนเช่นนี้ ระบุว่าเป็นแนวทางที่เคยประสบความสำเร็จสูงในหลายพื้นที่ หากพรรคได้โอกาสเป็นรัฐบาล พร้อมกลับมาหนุนเสริมอย่างเป็นรูปธรรม

ปชป

ก่อนกลับ นายกรณ์ฝากย้ำหมายเลขเลือกตั้ง “เบอร์ 5 พี่อ้อย และเบอร์พรรค 27” พร้อมระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์กลับมาแข็งแรงและมีพลังคนรุ่นใหม่มากขึ้น ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ การจะมีบทบาทในสภาหรือรัฐบาลขึ้นอยู่กับจำนวน สส. ที่ประชาชนเลือกเข้าไป สำหรับนายสมชาติ แม้เคยเว้นวรรคการเมืองไประยะหนึ่ง แต่เป็นบุคลากรที่พรรคเชื่อมั่นและรู้จักดี จึงขอแรงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนให้ “527” เข้าไปทำงานในสภา เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศต่อไป.

ปชป
ปชป
ปชป
ปชป

ลุงป้อมติดใจเข้าครัว โชว์ฝีมือทำกุ้งกระเทียม บอกเคล็ดลับทำอาหาร

ลุงป้อมติดใจเข้าครัว โชว์ฝีมือทำกุ้งกระเทียม บอกเคล็ดลับทำอาหาร

ลุงป้อมติดใจเข้าครัว โชว์ฝีมือทำกุ้งกระเทียม บอกเคล็ดลับทำอาหาร

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.59 น.

ลุงป้อม ติดใจการเข้าครัว โชว์ฝีมือทำกุ้งกระเทียม พร้อมบอกเคล็ดลับ ทำอาหารต้องจริงใจ เหมือนทำงานเพื่อคนกินได้รับรสชาติที่ถูกใจ ผลตอบรับคำชมก็จะตามมาเอง

2 กุมภาพันธ์ 2569 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ เปิดครัวทำจานโปรด “กุ้งกระเทียม” ซึ่งเป็นเมนูง่ายๆ และสามารถปรับใช้กับเนื้อสัตว์ชนิดอื่นได้

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การทำอาหารก็เหมือนการใช้ชีวิตและการทำงาน ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป ต้องลองผิดลองถูก และเรียนรู้ตลอดเวลา ต้องเปิดใจรับฟังความคิดเห็น และเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา

สำหรับเมนูกุ้งกระเทียมแบบ “ลุงป้อม” เริ่มจากเลือกกุ้งที่สด ล้างให้สะอาด แล้วโรยเกลือเล็กน้อยก่อนนำไปทอด ค่อยๆ ทอดให้มันกุ้งออกมากำลังดี เคล็ดลับอยู่ที่เตรียมน้ำมันกระเทียม จำเป็นต้องใช้กระเทียม 2 แบบ คือกระเทียมไทยเพื่อความหอม และกระเทียมจีนเพื่อให้มีเนื้อ ปรุงรสด้วยพริกไทยและซอสปรุงรสตามชอบ แล้วนำไปผัดกับน้ำมันที่ทอดกุ้ง ก่อนราดลงบนกุ้ง กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ และพริกกระเทียมน้ำมะนาว จะช่วยตัดเลี่ยนทำให้กินเพลินจนข้าวหมดหม้อ 

พล.อ.ประวิตร กล่าวทิ้งท้ายว่า การทำอาหารคือการสร้างความสามัคคี วัตถุดิบทุกอย่างต้องช่วยกัน ไม่มีใครเด่นกว่าใคร กระเทียมช่วยชูรสกุ้ง กุ้งช่วยให้รสชาติกลมกล่อม เหมือนกับการอยู่ร่วมกันในสังคม หากช่วยกัน ทุกอย่างก็อร่อยได้

‘นักวิชาการ’ ชี้ ‘อนุทิน’ นำ ‘ภท.’ รุกปราศรัยใหญ่สวนลุมฯทะลุเป้า ฉายภาพชัด3มิติ

‘นักวิชาการ’ ชี้ ‘อนุทิน’ นำ ‘ภท.’ รุกปราศรัยใหญ่สวนลุมฯทะลุเป้า ฉายภาพชัด3มิติ

‘นักวิชาการ’ ชี้ ‘อนุทิน’ นำ ‘ภท.’ รุกปราศรัยใหญ่สวนลุมฯทะลุเป้า ฉายภาพชัด3มิติ

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.57 น.

พรรคอนุรักษ์นิยมร่วมสมัย! ‘นักวิชาการ’ ชี้ ‘อนุทิน’ นำ ‘ภท.’ รุกปราศรัยใหญ่สวนลุมฯทะลุเป้า ฉายภาพชัด3มิติโชว์ ‘เด็ดขาด-ตรงไปตรงมา-ภาวะผู้นำเข้มแข็ง’ วางยุทธศาสตร์รวมเสียงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง69 

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานครมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวให้ความเห็นต่อการปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ที่สวนลุมพินี เมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า เวทีดังกล่าวถือว่าประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน ทั้งในเชิงบรรยากาศและนัยทางการเมือง โดยมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก สะท้อนการตอบรับจากฐานเสียงเป้าหมายได้อย่างเป็นรูปธรรม

ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวต่อว่า หากพิจารณาเฉพาะคำปราศรัยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เวทีสวนลุมพินีมิใช่เพียงเวทีหาเสียงทั่วไป หากแต่เป็น “หมุดหมายเชิงยุทธศาสตร์” ที่สะท้อนความพยายามจัดระเบียบใหม่ของขั้วอนุรักษ์นิยมไทย ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนการเลือกตั้งใหญ่ เวทีนี้ไม่ได้มุ่งอธิบายนโยบายเชิงเทคนิค แต่เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองอย่างจงใจ เพื่อวางตำแหน่งพรรคในระยะยาว การเลือกสวนลุมพินีไม่ใช่เรื่องบังเอิญเนื่องจากเป็นพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ของชนชั้นกลางกรุงเทพฯ ข้าราชการ ผู้ประกอบการ และประชาชนที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคง เสถียรภาพ และความเป็นระเบียบของสังคม ซึ่งเป็นกลุ่มที่แม้ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ แต่มีบทบาทกำหนดทิศทางการเมืองมาโดยตลอด การขึ้นเวทีในพื้นที่ดังกล่าวจึงเท่ากับการประกาศชัดว่าพรรคตระหนักดีว่ากำลังสื่อสารกับใคร และต้องการเป็นตัวแทนของใคร

ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวอีกว่า ลีลาของนายอนุทินมีความชัดเจนใน 3 มิติ ได้แก่ ความเด็ดขาด ความตรงไปตรงมา และภาพลักษณ์ความเข้มแข็งของผู้นำในภาวะวิกฤต ซึ่งสอดคล้องกับการเมืองแบบสร้างอารมณ์ร่วมและกำหนดฐานเสียงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการรับ “คำสั่งประชาชน” 4 ประเด็นหลัก คือ ความมั่นคงแห่งชาติ การปกป้องสถาบันกษัตริย์การนำศักดิ์ศรีไทยกลับสู่เวทีโลก และการสร้างเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพผ่านนโยบายคนละครึ่งพลัสต่อเนื่อง
สารดังกล่าวเป็นหัวใจของ “อนุรักษ์นิยมร่วมสมัย” ที่พยายามผสานความมั่นคงทางอุดมการณ์เข้ากับนโยบายเศรษฐกิจที่ประชาชนจับต้องได้ พร้อมทั้งตอกย้ำความไม่ไว้วางใจต่อพรรคคู่แข่งในอีกสองขั้ว และกำหนดกรอบความชอบธรรมทางศีลธรรมให้กับฝ่ายอนุรักษ์นิยมอย่างชัดเจน

ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวด้วยว่า หัวใจสำคัญของเวทีนี้คือการส่งสารตรงถึงชาวอนุรักษ์นิยมไม่ให้เสียงแตก และรวมพลังลงคะแนนเชิงยุทธศาสตร์ โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นศูนย์กลาง เพื่อเพิ่มโอกาสเอาชนะอีกขั้วทางการเมือง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีความผูกพันทางอารมณ์กับอดีตผู้นำอย่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งยังคงเป็นฐานเสียงสำคัญในตลาดเลือกตั้ง ขณะที่ในเชิงโครงสร้าง เวทีสวนลุมพินีทำหน้าที่ปูทางพร้อมกัน 3 ระดับ ได้แก่ การสร้างอัตลักษณ์พรรคในฐานะแกนหลักฝ่ายอนุรักษ์นิยม การดูดซับฐานเสียงที่ลังเลในขั้วเดียวกัน และการเตรียมความชอบธรรมเพื่อก้าวสู่การเป็นแกนนำรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง

“คำปราศรัยครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปลุกใจ แต่เป็นการตอกเสาเข็มทางอุดมการณ์ ฐานเสียง และความชอบธรรมในการนำประเทศ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าภูมิใจไทยจะชนะหรือไม่ แต่คือฝ่ายอนุรักษ์นิยมจะสามารถรวมศูนย์พลังได้จริงเพียงใด ซึ่งจะเป็นตัวแปรชี้ชะตาการเมืองไทยหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ผศ.ดร.เชษฐา กล่าว 

วราวุธ-สรชัด ไม่แผ่ว เดินตลาดกลางเมืองสุพรรณ เจอเอฟซี บอกยังรักเหมือนเดิม เทใจให้ภท.

วราวุธ-สรชัด ไม่แผ่ว เดินตลาดกลางเมืองสุพรรณ เจอเอฟซี บอกยังรักเหมือนเดิม เทใจให้ภท.

วราวุธ-สรชัด ไม่แผ่ว เดินตลาดกลางเมืองสุพรรณ เจอเอฟซี บอกยังรักเหมือนเดิม เทใจให้ภท.

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.52 น.

วราวุธ-สรชัด ไม่แผ่ว เดินตลาดกลางเมืองสุพรรณ เจอเอฟซี บอกยังรัก เทใจให้ภูมิใจไทย ขอให้ทำงานให้คนสุพรรณเหมือนเดิมและดีขึ้นกว่าเดิม

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 ที่ จ.สุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายสรชัด สุจิตต์ ผู้สมัคร สส. เขต 1 สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงในเขตอำเภอเมือง และได้เดินเข้าไปในตลาดทรัพย์สินสุพรรณบุรี ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาพักเที่ยง ทำให้ภายในตลาดเต็มไปด้วยผู้คนที่มารับประทานอาหารกลางวันในช่วงพักกลางวัน ซึ่งนายวราวุธ และนายสรชัด ได้เดินทักทายด้วยความเป็นกันเอง

นอกจากนี้ ได้ไปเดินขอคะแนนในโซนร้านค้าที่เป็นห้องแถว โดยบริเวณดังกล่าว เป็นบ้านเก่าของนายบรรหาร กับคุณหญิงแจ่มใส ก่อนที่จะพบรักกันและมีครอบครัว และปัจจุบันนี้ยังมีบรรดาญาติๆ ของนายวราวุธทำมาค้าขายอยู่ด้วย

อย่างไรก็ตามหลายคนได้ทักทายนายวราวุธและนายสรชัด พร้อมระบุว่า ยังรักเหมือนเดิม เทใจให้ภูมิใจไทย, ไม่ต้องห่วงบ้านนี้ยกครัว, ขอให้ทำงานให้คนสุพรรณเหมือนเดิม และดีขึ้นกว่าเดิม