‘อนุทิน’ประเมินภท.ชนะอันดับ1 ตั้งเป้ากวาด200 2ทุ่มรู้ผล-พร้อมตั้งรัฐบาล

‘อนุทิน’ประเมินภท.ชนะอันดับ1 ตั้งเป้ากวาด200 2ทุ่มรู้ผล-พร้อมตั้งรัฐบาล

‘อนุทิน’ประเมินภท.ชนะอันดับ1 ตั้งเป้ากวาด200 2ทุ่มรู้ผล-พร้อมตั้งรัฐบาล

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘อนุทิน’ประเมินภท.ชนะอันดับ1 ตั้งเป้ากวาด200 2ทุ่มรู้ผล-พร้อมตั้งรัฐบาล แทงกักไม่มีขั้ว/ไม่ปิดตาย ปชป.กระหึ่มตลาดกิมหยง

อนุทิน” มั่นใจ ภท.” คว้าชัยที่ 1 ยกคำสอนพ่อต้องไม่เป็น 2 ตั้งเป้าได้สส.เขตกว่า 200 ที่นั่ง-ปาร์ตี้ลิสต์ 10-15 ที่ กั๊กยังไม่รู้จับมือ กธ.-ปชป.ขอดูตัวเลขก่อน ยันไม่ฝืนปชช.คนเทา-ดำไม่เอา เผย 8 กุมภาพันธ์ เข้าคูหาบุรีรัมย์ พร้อมเกาะติดบุรีรัมย์-สุรินทร์-ศรีสะเกษ” ด้าน อภิสิทธิ์” ลุยหาดใหญ่ โค้งสุดท้าย ช่วยจูรีตลาดกิมหยงแตก ชาวบ้านนำรูปสมัยเลือกตั้งปี44มาขอลายเซ็น โค้งสุดท้ายรุนแรงซื้อสิทธิ์ขายเสียง ขอกกต./เร่งผลสอบยศชนันทัวร์สกลนคร อ้อนขอสส.ยกจังหวัด ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ 8ปี หวังยกเครื่องประเทศไทย

เมื่อเวลา 08.25 น.วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีออกรายการ‘กรรมกรข่าวคุยนอกจอ’ดำเนินรายการโดยนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา โดยผู้ดำเนินรายการถามว่า ตั้งเป้าการเลือกตั้งรอบนี้จะได้สส.เท่าไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า คาดว่ามาเยอะ เมื่อถามย้ำว่ามาเป็นที่หนึ่งใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเป้าหมาย พ่อตนสอนตั้งแต่เด็กว่าไปแข่งขันอะไร พยายามให้เป็นที่1 อย่าเป็นที่ 2เพราะเป็นที่2คนจะลืม แต่สมมุติว่าตนเป็นที่หนึ่งในการเลือกตั้งไม่ได้ ถ้าเกิดมีการดำเนินการใดๆในระบอบรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตยก็ต้องเป็นที่หนึ่งในขั้วนั้นๆให้ได้

เมื่อถามย้ำว่า เชื่อมั่นใช่หรือไม่จะเป็นที่หนึ่ง นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องเชื่อมั่น ส่วนขั้ว นายอนุทิน มีใครบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า มีทุกขั้ว เมื่อถามว่า รวมถึงพรรคประชาชน(ปชน.)ด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า แม้กระทั่งพรรคประชาชน ตนไม่ถือว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม หัวหน้าพรรคประชาชนบอกไม่ยกมือให้นายอนุทิน เป็นนายกฯแต่ท่านยังไม่เคยพูดว่า ไม่เอาพรรคภูมิใจไทย

หนูลั่น200สส.เขต/10-15ปาร์ตี้ลิสต์

ผู้ดำเนินรายการถามว่า หากพรรคประชาชนได้ที่หนึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้จะจับมือด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าขอกลับไปคิดออพชั่นนี้ก่อนและตนก็มีความมั่นใจในระดับหนึ่ง เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจว่าภูมิใจไทยจะเป็นอันดับหนึ่งใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ครับ ถามย้ำกระแสข่าวประเมินว่าภูมิใจไทยได้ สส. 180 เก้าอี้ จริงหรือไม่ นายอนุทินหัวเราะและตอบว่า “ผมประเมินสูง” เมื่อถามย้ำว่ามากกว่า 180 เก้าอี้อีกหรือ นายอนุทิน กล่าวว่า หากพูดจะมีคนโจมตีหาว่าเราเว่อร์ไป สังคมไทยเป็นสังคมที่หมั่นไส้ง่าย

เมื่อถามอีกว่าจะได้กว่า 200 ที่นั่งเลยหรือ นายอนุทิน กล่าวว่า นั่นเป็นเป้าหมาย เป็นสิ่งที่เราเชื่อ ซึ่งเราส่ง 300 กว่าเขต และผู้สมัครเคยเป็น สส.เคยชนะเลือกตั้งมาแล้ว 160 เขต และมีอีกประมาณ 70 เขต เป็นผู้ที่เกือบจะได้ ขาดคะแนน 400-1,000 คะแนน เมื่อถามว่า รอบนี้คิดว่าภูมิใจไทยจะได้ สส.บัญชีรายชื่อกี่คน นายอนุทิน กล่าวว่า คาดหวังในระดับ 10-15 ที่นั่ง ตนตีต่ำ และเที่ยวนี้เราปรับกระบวนทัพและอาศัยว่าเราได้เข้ามาเป็นรัฐบาลมีผลงานในระยะเวลาสั้น เมื่อถามว่ารอบนี้คิดว่าพรรคประชาชนจะไม่แรง กว่าการเลือกตั้งปี 66 ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยก็มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเท่ากัน และอยู่ในช่วงวัยที่เจนเดียวกัน ซึ่งคิดว่าจะสร้างความมั่นใจให้คนทุกช่วงวัยได้

ไม่มีปัญหาปชน.-8ก.พ.ไปบุรีรัมย์

นายอนุทิน กล่าวช่วงหนึ่งอีกว่าทั้งนี้ตนไม่ได้เป็นพรรคที่เที่ยวไปดูนโยบายพรรคอื่นหรือผู้สมัครพรรคอื่นแล้วไปขุดประวัติว่าเขามีประวัติไม่ดี และออกมาด้อยค่าพูดวิพากษ์วิจารณ์เสียดสี พรรคตนไม่มีแบบนี้ผู้ดำเนินรายการถามว่า มีอะไรจะสื่อสารถึงพรรคประชาชนโดยตรงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีอะไร ไม่มีความเคียดแค้นส่วนตัว และตนไม่เคยปิดทางใคร ตนไม่เอาอย่างเดียวคือคนผิดกฎหมาย คนมีเบื้องหน้าเบื้องหลังไม่ดี คนไม่ประกอบอาชีพสุจริต แต่ต้องมีกฎหมายมายืนยัน เมื่อถามว่า วันเลือกตั้ง 8 ก.พ.จะอยู่ที่ไหน นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไปเลือกตั้งที่ จ.บุรีรัมย์และตะเวนดูสถานการณ์ที่ จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ เพราะเป็นพื้นที่คาดหวังไว้สูง แล้วอาจจะเลยไป จ.ศรีสะเกษและกลับกรุงเทพฯตอนค่ำซึ่งทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ตนจะตะเวนลงพื้นที่แบบนี้ เมื่อถามว่าวันนั้นจะตั้งรัฐบาลเลยหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า เวลา 20.00น.น่าจะทราบผลแล้วว่า เป็นอย่างไร

ไม่เอาสีเทา-ดำ-พวกผิดกม.-ปชช.ยี้

เมื่อถามว่าพรรคกล้าธรรม(กธ.)กับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) สนใจพรรคไหนกว่ากัน นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องรอผล เมื่อถามย้ำว่า สองพรรคนี้ร่วมรัฐบาลกันไม่ได้จะเลือกพรรคไหน นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าตนเป็นหัวหน้ารัฐบาล ตนเป็นคนกำหนด แต่ยังไม่ขอบอกว่า ใครทั้งสิ้น เพราะยังไม่รู้ตัวเลข ขอดูตัวเลขก่อน ไม่ต้องห่วงเรื่องพวกนี้ ในทางปฏิบัติถึงเวลาจริงๆจะมีทางออก แต่ตนบอกแล้วไม่มีเอาเทา ไม่มีเอาดำ ไม่มีเอาพวกผิดกฎหมาย คนที่สังคมส่วนใหญ่ไม่เอา ตนก็ไม่เอา เมื่อถามว่า แต่ต้องมีกฎหมายที่ตัดสินแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องตัดสินแล้ว แต่ต้องมีอีกหลายองค์ประกอบ ไม่ใช่ปัญหาของตนเลย คนที่สังคมส่วนใหญ่ไม่เอาก็คือไม่เอา ตนไม่เคยฝืนประชาชนอยู่แล้ว

สวนธนาธรพรรคประชาชนชนะ

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ปราศรัยเมื่อวันที่ 1ก.พ.ว่า มองจากดาวอังคารก็รู้แล้วว่าพรรคประชาชนชนะแน่ นายอนุทิน ถึงกับร้องหืมก่อนตอบว่าทุกคนต้องคาดหวังไว้ ทุกคนก็มีสิทธิ์ ไม่มีใครรู้จักพรรคประชาชนเท่ากับคนของพรรคประชาชนเอง เช่นเดียวกันกับพรรคภูมิใจไทย ไม่มีใครรู้จักพรรคภูมิใจไทยเท่ากับคนของพรรคภูมิใจไทย ทุกคนตั้งความหวังและความตั้งใจ

อภิสิทธิ์ยกทัพลุยหาดใหญ่ช่วยจูรี

ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วย นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค พร้อมกับ นายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 และนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 9 จิบชายามเช้า ที่ร้านฮัจยีสัน ร้านชาชื่อดังของหาดใหญ่ จ.สงขลา โดยนายอภิสิทธิ์ ได้ดื่มชา รับประทานข้าวเหนียวไก่ทอด และ โรตี พร้อมพูดคุยกับภาคธุรกิจในพื้นที่ รับฟังเสียงสะท้อน หลังน้ำท่วมหาดใหญ่ เมื่อปลายปีที่ 2568 โดยภาคธุรกิจต้องการให้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และส่งเสริมการท่องเที่ยวฝั่งอ่าวไทยมากขึ้น

ขณะเดียวกันมีพี่น้องชาวหาดใหญ่นำลูกหลานมาร่วมถ่ายรูป และโปสเตอร์ภาพนายอภิสิทธิ์สวมสูท ซึ่งใช้ในการหาเสียง เมื่อปี 2544 ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุข้อความว่า “โปรดเลือกพรรคประชาธิปัตย์ กาเบอร์ 16 ทั้ง 2 ใบ” มาให้นายอภิสิทธิ์ เซ็นด้วย จากนั้น นายอภิสิทธิ์ เดินทางไปที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่มารับบริการ

ตลาดกิมหยงแตกแห่ขอลายเซ็นต์

จากนั้นนายอภิสิทธิ์เดินทางไปเดินตลาดกิมหยง ซึ่งทันทีที่ถึงตลาดประชาชนแห่รุมล้อมขอถ่ายเซลฟี มอบดอกกุหลาบ คล้องพวงมาลัยดาวเรือง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักชาวตลาดกิมหยงร้องเพลง “ปักษ์ใต้บ้านเรา”ต้อนรับคณะของนายอภิสิทธิ์ สร้างสีสันการหาเสียง เป็นอย่างดี และยังมีประชาชนนำรูปเมื่อสมัย 20 ปีก่อนของนายอภิสิทธิ์ มาขอลายเซ็น พร้อมบอกว่าชอบนายอภิสิทธิ์ตั้งแต่สมัยตนเองอยู่ ม.ต้น ขณะเดียวกันบรรดาแม่ค้า ส่งเสียงกรี๊ด บอกเอารักมาฝาก พร้อมกับตะโกนเรียกเป็นภาษาใต้ว่า “พี่มาร์ค ไม่พัก ต้องขายของแล้ว คนหล่อมาพันนี้”(แปลว่าไม่ทำอะไรแล้ววันนี้ คนหล่อมาๆ) และบอกว่า นักท่องเที่ยวมาเลเซียยังยืนงง บรรยากาศบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างกรูกันเข้ามาขอถ่ายรูป

ปชป.ใต้กระแสดี-ย้ำปราบทุนเทา

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกระแสตอบรับในพื้นที่ภาคใต้ว่า ขณะนี้หากไม่มีความเปลี่ยนแปลงตามความนิยมของผลสำรวจ ส่วนตัวมีความมั่นใจทั้งหมด แต่ก็รู้ว่ามีปัจจัยอื่นเข้ามาแทรกซ้อนอยู่ ดังนั้นจึงอยากขอความกรุณา คนในพื้นที่ภาคใต้ ว่าเที่ยวนี้จะเป็นการสร้างพรรคการเมืองที่ยึดแนวทางการเมืองสุจริตและเข้มแข็ง เพื่อให้เข้าไปทำงานในสภาฯเมื่อถามว่า กรณีการไล่ทุนเทา ล่าสุดพรรคประชาธิปัตย์ ปล่อยวิดีโอออกมาในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง จะมีไม้เด็ดในด้านใดออกมาอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ประชาชนได้สัมผัสถึงอันตรายและความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการรู้จักญาติพี่น้อง ที่ถูกหลอกลวงไป และเห็นภาพชัดอยู่แล้วว่าการเมือง ที่มีทุนเทาครอบงำ มีแต่การทุจริตคอรัปชัน แลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน ซึ่งประเทศไม่ได้ไปไหน ดังนั้นจึงเป็นการกระตุ้นให้เห็นว่า ได้เชื่อมโยงมาถึงเรื่องการเลือกตั้งแล้ว และต้องสู้กับสิ่งนี้ นอกเหนือจากเรื่องการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมและแสดงให้เห็นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา พรรคสามารถติดตามและแสดงว่ามีการยื่นให้ตรวจสอบ โดยเฉพาะที่มีการเคลื่อนไหวธุรกรรมทางการเงิน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบ ซึ่งหากพรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสเข้าไปทำงาน

โค้งสุดท้ายซื้อสิทธิ์ขายเสียงรุนแรง

“อยากให้ประชาชนมั่นใจว่าใครมีอำนาจขัดขวางปราบปรามเรื่องนี้จะต้องถูกโยกย้ายออก แล้วจะต้องมีการเสริมในเรื่องของอำนาจทางกฎหมาย นำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อตรวจจับสิ่งเหล่านี้ให้ได้”นายอภิสิทธิ์ กล่าว เมื่อถามว่า การตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับการซื้อเสียง และมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใหญ่ ส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้รับรายงานในพื้นที่อื่นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่จะได้รับจากการบอกเล่ากันมา ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าใจว่ากกต.ได้เบาะแส จึงเข้าไปตรวจสอบ ส่วนตัวอยากให้ดำเนินการอย่างจริงจัง หากทำให้เห็นได้ใน 1 ถึง 2 วันข้างหน้า จะช่วยได้อย่างมากในการปรามไม่ให้การกระทำแบบนี้เกิดขึ้นอีกในพื้นที่อื่น ส่วนความคาดหวังของตนเองนั้นก็อยากให้มีการตรวจสอบไปตามข้อเท็จจริง และขอให้ทำอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อถามว่าการประเมินในช่วงสถานการณ์โค้งสุดท้าย จะมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงรุนแรงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ยอมรับว่าก็รุนแรง เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ก็มีคนพูดอยู่ว่าอาจจะเป็นการเลือกตั้งที่เป็นการใช้เงินมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง เพราะหลายคนก็รู้ว่าเห็นอาการตั้งแต่ก่อนยุบสภาฯ ซึ่งมีการพูดถึงตัวเลขของสส. ที่มีการเปลี่ยนแปลงย้ายพรรค เมื่อถามว่า มีการระบุว่า จะมีการซื้อเสียงมากถึง 5 ใบเทา นายอภิสิทธิ์ หัวเราะ ก่อนจะกล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามชาวบ้าน

ถอนหายใจคลิปเสียงคล้ายศักดา

นายอภิสิทธิ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีคลิปเสียงคล้าย นายศักดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย ออกมาระบุถึงการโยกย้ายข้าราชการในช่วงเลือกตั้งไว้หมดแล้ว นายอภิสิทธิ์ ถึงกับถอนหายใจ ก่อนหันมาตอบว่ายังบอกว่าเป็นเสียงคล้ายอยู่ใช่ไหม พร้อมหัวเราะ ก่อนกล่าวต่อว่า ตนอยากให้มีการตรวจสอบกัน เมื่อมีการพูดถึงสิ่งเหล่านี้ เป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นในกระบวนการตามปกติ ไม่อยากให้มีสิ่งเหล่านี้

เมื่อถามว่าหน่วยงานที่ตรวจสอบจะเป็นใครนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องดูถ้อยคำที่ออกมาในลักษณะนี้ ไปเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่ หรือขัดกับกฎหมายเลือกตั้ง หรือขัดกับกฎหมายอื่น ถ้ามีก็ต้องดำเนินการ เมื่อถามว่า มีการปล่อยคลิปออกมาโจมตีกันหลายฝ่าย มีการประเมินสถานการณ์การเมืองในช่วงนี้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เวลามีการแข่งขันก็จะมีคนที่ใช้วิธีการแบบนี้ และเราก็ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น พร้อมย้ำว่าเราต้องเดินหน้าในส่วนของเรา

ยศชนันทัวร์หาเสียงอีสาน8จังหวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรคและผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ออนทัวร์หาเสียงภาคอีสาน 8 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และร้อยเอ็ด ระหว่างวันที่ 2-4 ก.พ.2569 โดยวันที่ 2ก.พ.เริ่มที่ จ.สกลนคร ลงพื้นที่และปราศรัยที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร อ.พังโคน จ.สกลนคร ช่วย น.ส.สกุณา สาระนันท์ ผู้สมัคร สส.สกลนคร เขต 6 หาเสียง โดยมีประชาชนมารอฟังการปราศรัยจนเต็มพื้นที่ ทันทีที่ นายยศชนันและคณะ มาถึงได้เดินทักทายประชาชน ได้รับพวงมาลัยยาดมสมุนไพร พวงมาลัยตุ๊กตาหมีที่ทำจากผ้าย้อมครามธรรมชาติ ผ้าพันคอย้อมครามธรรมชาติ พวงมาลัยลูกประคบสมุนไพร

พร้อมอยู่เป็นนายกฯ8ปียกเครื่องปท.

นายยศชนัน ปราศรัยว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ตนมาสกลนครและได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ขอขอบคุณจากใจ ถ้าแบบนี้ตนขอฝากตัวเป็นลูกหลานชาวสกลนครได้หรือไม่ ฉะนั้นวันนี้ยศชนัน เป็นคนสกลนครไปแล้ว ตนมาที่นี่และมาตอกย้ำให้พี่น้องเห็นว่าวันนี้พวกเราพรรคเพื่อไทย เราสนิทกับผู้สมัคร และผู้สมัครทุกคนส่งมอบนโยบาย ส่งมอบปัญหาของพ่อแม่พี่น้องมาสู่มือตนแล้ว วันนี้ตนจึงต้องมาพูดคุยโดยตรงกับพ่อแม่พี่น้อง เหลือเวลาอีกไม่ถึงอาทิตย์แล้ว วันที่ 8 ก.พ.คือวันชี้ชะตา ทำไม 1 สิทธิ์ 1 เสียงจึงสำคัญ เพราะ 1 เสียงจะไปเปลี่ยนและเลือกนายกฯ แล้วได้คนที่เข้าใจคนสกลนครจริงๆ ได้ ซึ่งสามารถที่จะเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตได้ จากข้อมูลหนี้ครัวเรือนของชาวสกลนครต่อหนึ่งครัวเรือนโดยเฉลี่ยมีหนี้ร่วม 2 แสนบาท และนี่เป็นสิ่งที่เราพูดตลอด เราจะเป็นประเทศรายได้สูง แต่หากเราไม่ดูแลคนที่เดือดร้อน ก็จะไม่ใช่ผู้นำที่ดี ฉะนั้นสิ่งแรกที่จะทำทันที คือเราจะแก้หนี้ทั้งระบบ

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า วันนี้สกลนครมี 7 เขต ขอ 7 เขตเลย และตนขออยู่ 8 ปีเลย เราใช้คำว่ายกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้ และวันนี้ตนพร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 แล้ว แต่ตนทำงานคนเดียวไม่ได้ ดังนั้น ขอผู้สมัครของเราเข้าไปทำงานด้วยได้หรือไม่ ตนขออาสาเป็นนายกรัฐมนตรีของชาวสกลนคร ขอให้เลือกทั้งคนและพรรค

เต้นจับตาคลิปเสียงหนทางได้อำนาจ

ด้านนายณัฐวุฒิ กล่าวปราศรัยว่า ไม่มีพรรคการเมืองไหนที่จะทำการเมืองแบบเกลียดชาติ เกลียดแผ่นดิน และพรรคเพื่อไทยไม่ได้เดินแนวทางที่จะสร้างความแตกแยก เราเดินหาเสียงทุกวันพูดถึงนโยบาย พูดที่จะแก้ปัญหา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีนายยศชนัน ไม่เคยกระทบกระทั่ง ไม่เคยขัดแย้ง ไม่เคยมีวิวาทะกับใคร ตั้งรัฐบาลปุ๊ปทำงานได้ทันที วันนี้ตนเองนั่งเครื่องบินมาจากกรุงเทพฯ เขาเปิดคลิปเสียงใครก็ไม่รู้ ตนเองไม่กล้าพูดชื่อ เดี๋ยวเขาไปแจ้งความเอา เพราะคดีก็เยอะอยู่แล้ว แต่ฟังดูแล้ว คำพูดคนในคลิปเสียง น่าจะใหญ่โตมาก บอกว่าจะมีการปฏิวัติ หากได้พรรคโน้น มีคนที่ถูกขังคุก อ้างอิงสิ่งที่ไม่ควรอ้าง มิบังควรต่างๆนานาหลายเรื่องหลายราว ไม่รู้คลิปเสียงใคร แต่ถ้าใหญ่โตขนาดนี้ ตนเองขอเรียกว่าเป็น“คลิปประกาศศักดา“เพราะว่าใหญ่มาก ซึ่งคลิปดังกล่าว ไม่รู้ นายกฯหนู รู้เรื่องหรือไม่ เห็นผู้สื่อข่าวไปถามว่ารู้เรื่องหรือไม่ แต่นายกฯ บอกว่าได้ฟังแล้ว แต่ไม่รู้ต้องไปถามเจ้าตัวว่าจริงหรือไม่อย่างไร นายกฯ หนู ท่าทีเหมือนไม่เชื่อ แต่ไม่รู้ทำไมตนเองโคตรเชื่อ ว่าเสียงจริง แต่เสียงใครตนเองไม่รู้

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า หากฟังเนื้อหา คนที่คิดจะใช้อำนาจแบบนี้ คิดว่าการเมืองเป็นเรื่องที่จะใช้ความฉ้อฉล ความไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจแบบนี้ มันไปด้วยกันไม่ได้ พรรคเพื่อไทย ทำถูกบ้าง ไม่ถูกบ้าง เพราะทำมาเยอะ คนทำงานมามาก ๆ ผิดพลาดบ้างก็ต้องมี อะไรผิดพลาดก็ขออภัย แต่อย่างเดียวแน่ ๆ ที่ชัดเจนว่าเพื่อไทยไม่เคยทำ คือไม่เคยเข้าสู่อำนาจด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ไม่เคยเกาะล้อรถถังขึ้นมาตั้งรัฐบาล แต่ตั้งรัฐบาลทุกทีจากคะแนนของพี่น้องประชาชน

รทสช.ปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย3ก.พ.นี้

พรรครวมไทยสร้างชาติ เตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการตัดสินอนาคตประเทศ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ ในงานปราศรัยใหญ่ที่เข้มข้นที่สุดแห่งปี “กา6ไม่โกหก พลิกโฉมประเทศ”เพื่อแสดงพลังความพร้อมและย้ำจุดยืนในการนำพาประเทศก้าวข้ามทุกวิกฤตอย่างยั่งยืน ในวันอังคารที่ 3 ก.พ.2569 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานอเวนิว โซน A ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (มาบุญครอง) ฝั่งถนนพระราม 1

เวทีปราศรัยโค้งสุดท้ายของพรรครวมไทยสร้างชาติครั้งนี้จะเป็นการรวมตัวของขุนพลคนสำคัญ นำโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 พร้อมด้วย นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 2 นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 3 และนายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค ร่วมด้วย คณะผู้บริหาร ผู้สมัคร สส. และสมาชิกพรรคอย่างพร้อมเพรียง

ไฮไลต์สำคัญ คือ การขึ้นเวทีโชว์วิสัยทัศน์ของ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อเน้นย้ำนโยบาย “6 เสาหลัก” ซึ่งเป็นกลยุทธเด็ดขาดในการแก้ปัญหาวิกฤตและพลิกโฉมประเทศไทยในทุกมิติ จึงขอเชิญชวนประชาชนและสื่อมวลชนร่วมฟังนโยบายที่ทำจริง “ไม่โกหก” ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ณ ใจกลางกรุงเทพมหานคร ตามวันและเวลาดังกล่าว เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางของประเทศไทยไปด้วยกัน

​รบ.-กองทัพฮึม! พร้อมตอบโต้เขมรป้องอธิปไตย ย้ำเลิกยั่วยุ-หยุดแถลงโจมตีไทย

​รบ.-กองทัพฮึม! พร้อมตอบโต้เขมรป้องอธิปไตย ย้ำเลิกยั่วยุ-หยุดแถลงโจมตีไทย

​รบ.-กองทัพฮึม! พร้อมตอบโต้เขมรป้องอธิปไตย ย้ำเลิกยั่วยุ-หยุดแถลงโจมตีไทย

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

รบ.-กองทัพฮึม! พร้อมตอบโต้เขมรป้องอธิปไตย ย้ำเลิกยั่วยุ-หยุดแถลงโจมตีไทย

 “สีหศักดิ์” ฮึ่ม! พร้อมปกป้องอธิปไตย ถ้าเขมรตั้งใจยั่วยุ-เสริมกำลังทหาร-ขุดคูเลตยิงป่วนไทย ลั่นจับตาความเคลื่อนไหวทหารเขมรตลอดเวลา เผยเตือน บิ๊กเขมร” ไปแล้วให้ระวังคำพูด ที่อาจเป็นการแทรกแซงไทย ด้านโฆษกทอ.ยัน ทอ.สแตนด์บาย พร้อมรบมาตั้งแต่มีข้อตกลงหยุดยิง ขอให้ปชช.มั่นใจ

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังเขมรยิง M79 เข้ามาฝั่งประเทศไทยเมื่อค่ำวันที่ 30 มกราคมว่า ยังมีช่องทางการพูดคุย ประเด็นสำคัญคือ ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ซึ่งมีการพูดคุยกันระดับพื้นที่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบางครั้งก็เกิดความเข้าใจผิด หรือถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมา ก็เป็นสิ่งที่เราต้องกังวล ที่ผ่านมาเหตุการณ์เหล่านี้ถ้าเกิดขึ้นก็คุยกันและตรวจสอบว่าเป็นมาอย่างไร กลไกที่เรามีอยู่ก็เดินหน้าไปด้วยดี แต่มันเป็นเรื่องของการที่ต้องทำให้หยุดยิงแบบยั่งยืนจริงๆ ไม่มีกระทบกระทั่งหรือยั่วยุ ไม่ว่าเป็นสถานการณ์ในพื้นที่ หรือยั่วยุเรื่องถ้อยแถลงต่างๆ ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน เมื่อเดินหน้าอย่างนี้จะเห็นภาพชัดขึ้นว่าการฟื้นฟูความสัมพันธ์จะเป็นอย่างไรต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าให้ความมั่นใจประชาชานได้หรือไม่ว่า ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่มีการเลือกตั้ง จะไม่มีเหตุการณ์ที่ทำให้การเลือกตั้งในประเทศไทยไม่สามารถเกิดขึ้นได้ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เราต้องคุยกับเขมรว่าต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์ ต้องให้การหยุดยิงยั่งยืนจริงๆ จะได้เดินหน้าความไว้เนื้อเชื่อใจ

ถามว่าถึงขณะนี้ยังมีการยิงปืนบ้าง มีเสียงระเบิดบ้าง นายสีหศักดิ์กล่าวว่า แต่ก็มีการชี้แจงทำความเข้าใจว่าเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดเพราะอะไร ตราบใดที่ยังไม่ใช่การยุยงหรือเป็นการรุกล้ำด้วยเจตนา ถ้าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วคุยกันได้ อธิบายกันได้ ทุกเหตุการณ์ต้องมีการชี้แจง

ถามอีกว่า ถ้ายังเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าการสู้รบครั้งที่ 3 จะไม่เกิดขึ้น นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ตอนนี้เราต้องทำงานร่วมกัน เพื่อให้การหยุดยิงยั่งยืน ไม่ให้เกิดเหตุที่ทำให้เกิดสถานการณ์ที่เราไม่ประสงค์ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้น เราก็ต้องทำหน้าที่ของเราคือ ปกป้องอธิปไตยของเราอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาฝ่ายความมั่นคงได้รับรายงานแล้วใช่หรือไม่ว่า กัมพูชาเสริมอาวุธ เสริมกำลังทหาร ขุดคูเลต นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เราติดตามอยู่ว่าเขาทำอะไรบ้าง ถ้าเป็นการรุกล้ำอธิปไตยเรา หรือถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรที่จงใจ เราก็ต้องปฏิบัติการของเรา

ถามย้ำว่า มีการพูดคุยกัน แต่ทำไมยังมีกรณีผู้ใหญ่ของกัมพูชาออกมาแถลงโจมตีประเทศไทย นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ตนก็บอกกัมพูชาระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ก็พูดกันชัดเจนว่าคำพูดต่างๆต้องระมัดระวัง อย่ามีคำพูดอะไรที่อาจเข้ามาแทรกแซง เพราะไทยพยายามหลีกเลี่ยงที่จะมีคำพูดเหล่านี้ในถ้อยแถลง

ด้านพลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า กองทัพอากาศ (ทอ.)ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่แนวชายแดนตามปกติ โดยเฝ้าระวังตั้งแต่ประกาศการหยุดยิงครั้งที่ 2 ทุกเหล่าทัพ เราทำอยู่บนพื้นฐานความพร้อมตลอดเวลา เพื่อป้องกันน่านฟ้าอธิปไตยของไทย แม้ว่ายังคงถูกยั่วยุ 2-3 ครั้งจากฝั่งกัมพูชา โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุด ที่อ้างว่ามีการเตะ fire winner แล้วทำให้เกิดแสงสว่างนั้น ซึ่งได้พูดคุยพยายามรักษาสภาพแวดล้อมไม่ให้เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน และบอกว่าเป็นเหตุการณ์ที่ประเทศไทยยอมรับไม่ได้ เพราะเป็นการละเมิดข้อตกลงที่พูดคุยกันไว้ชัดเจน ตนก็ไม่มั่นใจว่า หลังจากที่เกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ตนยืนยันว่า กองทัพอากาศไทยอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติการ ขอให้ประชาชนมั่นใจ กองทัพอากาศยังปฏิบัติงานอยู่บนพื้นฐานการปกป้องตัวเองบนความจำเป็น และความเหมาะสมกับภัยคุกคาม ซึ่งอยู่บนพื้นฐานมนุษยธรรม โดยการปฎิบัติหน้าที่ของกองทัพอากาศที่ผ่านมา มีการโจมตีกองกำลังทหารเท่านั้น ไม่เคยมุ่งเป้าพลเรือนที่ไม่เกี่ยวกับการสู้รบ สังเกตได้ว่า การรายงานข่าวของกัมพูชาก็ไม่พบข้อมูลการเสียชีวิตของพลเรือนกัมพูชา

ส่วนเรื่องยุทธโธปกรณ์ โฆษก ทอ.ยืนยันว่า ทอ.พร้อมในการปฏิบัติการ 2-3 ปี เมื่อใช้ก็ต้องเติม ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างกองทัพกับรัฐบาลสนับสนุนกันและกัน ประเทศไทยเป็นเนื้อเดียวกันไม่ว่าเป็น รัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นศักยภาพความเป็นหนึ่งเดียวของทีมไทยแลนด์ และมองความเป็นหนึ่งเดียวของเรา เป็นพื้นฐานการอยู่รอด ความมั่นคงของประเทศชาติ ในการถูกคุกคามทุกมิติ อย่างไรก็ตาม การเฝ้าระวังความปลอดภัยช่วงเลือกตั้งชายแดน เป็นส่วนของหน่วยงานความมั่นคงดูแลอยู่แล้ว เรื่องชายแดนทุกเหล่าทัพสแตนด์บายตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2568 พร้อมรับมือกับภัยคุกคามประเทศไทยทุกมิติ

‘สปส.’ฉาวซ้ำอีกแล้ว พรรคส้มเขย่าไม่เลิก คราวนี้ควัก84.5ล้าน ซื้อที่รกร้างอยู่ในหลืบ

‘สปส.’ฉาวซ้ำอีกแล้ว พรรคส้มเขย่าไม่เลิก คราวนี้ควัก84.5ล้าน ซื้อที่รกร้างอยู่ในหลืบ

‘สปส.’ฉาวซ้ำอีกแล้ว พรรคส้มเขย่าไม่เลิก คราวนี้ควัก84.5ล้าน ซื้อที่รกร้างอยู่ในหลืบ

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘สปส.’ฉาวซ้ำอีกแล้ว พรรคส้มเขย่าไม่เลิก คราวนี้ควัก84.5ล้าน ซื้อที่รกร้างอยู่ในหลืบ

สหัสวัต” เปิดอีก! แฉประกันสังคม ผลาญเงินผู้ประกันตน ซื้อที่ดินรกร้าง 84.5 ล้านบาท ข้องใจอยู่ในหลืบซอยขับรถสวนกันยังลำบาก ฝาก 5 คำถามถึง สปส. ด้าน ฮิวแมนไรท์ฯ คอนเฟิร์มพรรคส้ม” ยุไม่ควรถอย หนุนนโยบายให้แรงงานข้ามชาติ มีสิทธิเลือกตั้ง บอร์ดประกันสังคม แนะยึดหลัก อย่าปฏิเสธ

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายสหัสวัต คุ้มคง ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จ.ชลบุรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สหัสวัต คุ้มคง ระบุว่า… เราเป็นเจ้าของที่ดินรกร้างกันเฉยเลยพี่น้องผู้ประกันตน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาผมได้รับเอกสารจากคนในสำนักงานประกันสังคมเกี่ยวกับโครงการโครงการหนึ่ง คือสำนักงานประกันสังคมมีโครงการจัดซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารสำนักงานประกันสังคมจังหวัดชลบุรีแห่งใหม่ โดยให้เหตุผลว่าสำนักงานประกันสังคมสาขาชลบุรีปัจจุบันนั้น พื้นที่คับแคบ มีขนาดเล็ก ไม่เพียงพอกับการให้บริการผู้ประกันตน ต้องเช่าที่ดิน เกิดความสิ้นเปลืองจึงจำเป็นที่จะต้องจัดซื้อที่ดินเพื่อสร้างสำนักงานใหม่ เลยแวะมาดูที่ดินหน่อยครับ

โครงการดังกล่าวคือโครงการเลขที่ 67089559825 เป็นโครงการที่อนุมัติในช่วงปลายปี 66 ก่อนที่บอร์ดจากการเลือกตั้งจะเข้าไป แล้วเริ่มใช้งบในปี 67โดยตั้งงบประมาณที่จะจัดซื้อไว้ 88,000,000 บาท แต่ได้มาในราคา 84,500,000 บาทครับ ต่ำกว่าราคากลางแค่ 3.98%ที่ดินดังกล่าวเป็นการรวมแปลงที่ดินจำนวน 5 แปลงรวมกัน โดยราคาประเมินของกรมธนารักษ์รวมกัน 5 แปลง จะอยู่ที่ประมาณ 24 ล้านบาท ผมไปค้นเอกสารมาก็พบว่า ที่ดินนี้เป็นที่ดินขนาดประมาณ 5 ไร่ 1 งาน ตั้งอยู่ในซอกหลืบโซนบ้านสวนครับ โดยมีการประกาศราคากลางในวันที่ 24 สิงหาคม 2567 และมีการประกาศรายชื่อผู้ชนะในวันที่ 11 ธันวาคม 2567 ครับ

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ จนถึงวันนี้ผ่านไปปีกว่าก็ยังไม่มีโครงการจะก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่เลยก็ไม่แน่ใจว่าทำไม แต่มีคนในประกันสังคมมาแอบกระซิบกับผมว่าอาจจะเป็นเพราะการซื้อที่ดินดังกล่าวเป็นการซื้อที่ผิดสเปคเพราะกำหนดไว้ว่าที่ดินจะต้องติดถนนใหญ่แต่ดันไปซื้อในตรอกซอก และยังใช้วิธีซื้อแบบเฉพาะเจาะจงอีกด้วย ผมพยายามค้นหา TOR เรื่องนี้แต่กลับหายไปจากเว็บไซต์ประกันสังคมอย่างน่าแปลกใจ และผมยังได้ยินมาอีกว่ามีคนเอาเรื่องนี้ไปร้องกับหน่วยงานตรวจสอบบางหน่วยงานแล้ว

ผมมีคำถามไปสำหรับเรื่องนี้ดังนี้ครับ 1.สำนักงานประกันสังคมมีเหตุผลอะไรจึงต้องเลือกใช้วิธีเฉพาะเจาะจงในการซื้อที่ดินแห่งนี้ทั้งๆที่อาจมีที่ดินที่เหมาะสมกว่าที่ติดถนใหญ่ในราคาใกล้เคียงกันถึงตรว.ละ 40,000 กว่าบาท 2. การซื้อนี้เป็นการจัดซื้ออย่างถูกต้องหรือไม่ แล้วถ้าหากจัดซื้ออย่างถูกต้อง ทำไมถึงยังไม่มีโครงการที่จะก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่นี้เกิดขึ้นอีก ปัจจุบันยังคงปล่อยเป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า จนหญ้าขึ้นสูงไปหมด 3. มีการร้องไปที่หน่วยงานตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นปปช. หรือ สตง. จริงหรือไม่ 4. ผมขอคำตอบจากสำนักงานประกันสังคมเรื่องความโปร่งใสตรวจสอบได้จากเรื่องนี้ด้วยพร้อมกับเปิด TOR ที่หายไปให้พี่น้องประชาชนร่วมกันตรวจสอบ

และข้อสุดท้ายครับผมอยากถามคนชลบุรีและพี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับว่าการใช้เงินครั้งนี้เพื่อซื้อที่ดินตรงนี้คุ้มหรือไม่กับการรองรับผู้ประกันตนนับล้านคนในจังหวัดชลบุรี กับพื้นที่ที่ทางเข้าคับแคบ อยู่ในหลืบในซอย ถนนรถขับสวนกันก็ยังลำบาก และอยากถามพี่น้องคนชลบุรีครับว่ามีใครมีที่ดินหรือทำงานด้านการประเมินมูลค่าอสังหาฯช่วยกันคอมเม้นท์หรือส่งข้อมูลหน่อยครับว่าการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้สมเหตุสมผลหรือไม่ ราคาที่ดินตรงนี้เป็นอย่างไร กับที่ดินที่อยู่ลึกขนาดนี้ แต่ราคาสูงขนาดนี้ เราจะไม่เสียเงิน 84.5 ล้านบาทของกองทุนประกันสังคมไปฟรีๆ จริงๆใช่มั้ย

ด้าน นายสุณัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรท์วอชประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่าน Xว่า ไม่ควรถอย! ปีกแรงงานของ #พรรคส้ม มีนโยบายชัดเจนที่สนับสนุนให้แรงงานข้ามชาติมีสิทธิเลือกตั้ง และสมัครเป็นบอร์ดประกันสังคม (ดูนโยบายข้อ14ของ#ประกันสังคมก้าวหน้า https://thestandard.co/14-policies-from-progressive และคำให้สัมภาษณ์ของแกนนำในหลายโอกาส)ซึ่งเป็นเรื่องดีที่จะยกระดับการปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติให้สอดคล้องกับหลักสากล แรงงานข้ามชาติมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และมีสถานะเป็นผู้ประกันตน แต่กลับถูกกีดกันด้อยสิทธิ

ขอแนะนำในฐานะกัลยาณมิตรว่า #ไอซ์ และ #พรรคประชาชน @PPLEThai ควรปกป้องยืนยันหลักการสำคัญนี้อย่างหนักแน่น แทนที่จะปฏิเสธ และโบ้ยว่าเป็นเรื่องบิดเบือน.

สุวินัย ชำแหละ ไอซ์ ไม่ใช่วีรสตรี แต่คือ อวัยวะ ที่พรรคส้มใช้ปั่นกระแสโกรธแค้น

สุวินัย ชำแหละ ไอซ์ ไม่ใช่วีรสตรี แต่คือ อวัยวะ ที่พรรคส้มใช้ปั่นกระแสโกรธแค้น

สุวินัย ชำแหละ ไอซ์ ไม่ใช่วีรสตรี แต่คือ อวัยวะ ที่พรรคส้มใช้ปั่นกระแสโกรธแค้น

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.30 น.

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความร่ายยาวฟาด ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ชำแหละ “ไอซ์” เพื่อชำแหละพรรคส้ม ไอซ์ไม่ใช่วีรสตรี แต่คือ “อวัยวะ” ของการเมืองที่ปฏิเสธการปกครอง การที่พรรคส้มชูไอซ์ขึ้นมาเป็นหน้าเป็นตา ไม่ใช่ความผิดพลาด ไม่ใช่อุบัติเหตุ และไม่ใช่เพราะเธอ “กล้าหาญเป็นพิเศษ” แต่เพราะ เธอเหมาะสมกับสิ่งที่พรรคส้มเป็น และเหมาะสมกับสิ่งที่พรรคส้ม ไม่คิดจะเป็น ไอซ์ไม่ใช่วีรสตรี เพราะวีรสตรีต้องมีอย่างน้อยสามอย่าง ที่ไอซ์ไม่มีเลย

สุวินัย ภรณวลัย

1. วินัย

2. ความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์

3. ความสามารถในการแยกอารมณ์ออกจากอำนาจ

ความ “ถ่อย” ของไอซ์ไม่ใช่จุดอ่อน แต่คือฟังก์ชันหลัก คำว่า ‘ถ่อย’ ในที่นี้ ไม่ใช่คำด่าทางศีลธรรม แต่คือคำอธิบายเชิงโครงสร้าง “ความถ่อย” หมายถึงอะไร?

– การไม่ยอมรับกติกา

– การยั่วยุอย่างจงใจ

– การพูดเพื่อกระแทก ไม่ใช่เพื่อเจรจา

– การสร้างศัตรูให้มากที่สุดในเวลาสั้นที่สุด

ในพรรคการเมืองปกติ บุคลิกแบบนี้จะถูกกันออกจากแนวหน้าแต่แรกเพราะมัน ทำลายความเป็นรัฐบาล แต่ในพรรคส้มมันคือคุณสมบัติพิเศษ เพราะพรรคนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อ “บริหารประเทศ” แต่เพื่อ รักษาอุณหภูมิความโกรธของมวลชนส้ม

พรรคส้มไม่ได้ต้องการผู้นำแต่ต้องการ “ตัวปล่อยไฟ” ไอซ์ไม่ได้ถูกชู เพราะเธอคิดลึกหรือมีวิสัยทัศน์เชิงนโยบาย เธอถูกชู เพราะเธอ ไม่กลัวจะพูดในสิ่งที่ทำให้ระบบพังและยิ่งระบบตอบโต้ ยิ่งเข้าทางพรรคส้ม เพราะการเมืองแบบพรรคส้ม
อยู่ได้ด้วยวงจรนี้เท่านั้น ยั่วยุ → ถูกต้าน → อ้างถูกกดขี่ → ระดมอารมณ์ → ยั่วยุซ้ำ นี่ไม่ใช่การต่อสู้เพื่ออำนาจรัฐ แต่มันคือ การเสพการปะทะเป็นเป้าหมายในตัวมันเอง

สุวินัย ภรณวลัย

วีรสตรีที่แท้ ต้องแบกผล แต่ไอซ์แบกแค่ไมค์ วีรสตรีในประวัติศาสตร์ไม่ใช่คนที่พูดแรงที่สุด แต่คือคนที่ รับผลของคำพูดนั้น จนจบ แต่ไอซ์ไม่เคยแบกอะไรเลย ไม่ต้องแบกงบประมาณ ไม่ต้องแบกเสถียรภาพ ไม่ต้องแบกผลกระทบระหว่างประเทศ ไม่ต้องแบกความเสี่ยงของรัฐ เมื่อทุกอย่างพัง พรรคส้มจะพูดว่า “ระบบเลว” มวลชนส้มจะพูดว่า “เขาถูกกลั่นแกล้ง” และตัวละครก็จะถูกเลื่อนขึ้นเป็น “สัญลักษณ์” นี่ไม่ใช่วีรกรรม แต่มันคือ การโยนหายนะให้ประเทศแบกแทน

พรรคส้มที่ต้องใช้คนแบบไอซ์คือพรรคที่รู้ตัวดีว่า “ปกครองไม่ได้”ถ้าพรรคส้มเชื่อจริงว่าตนเองจะได้เป็นรัฐบาลเขาจะไม่ใช้บุคลิกแบบนี้เป็นหน้าเป็นตา เพราะรัฐต้องการคนที่รู้จักถอย คนที่พูดหลายระดับ คนที่รักษาความชอบธรรมเชิงสถาบัน
แต่พรรคส้มเลือกไอซ์ เพราะลึก ๆ แล้ว พรรคนี้ ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ปกครองจริง พรรคนี้คิดแค่ว่า ต้อง ชนะเชิงอารมณ์ ต่อไปเรื่อย ๆ

การชูไอซ์ คือการประกาศต่อประเทศว่า “เราไม่รับผิดชอบผลลัพธ์”นี่คือสารที่แท้จริงที่พรรคส้มส่งออกมาไม่ใช่ประชาธิปไตย ไม่ใช่สิทธิมนุษยชน ไม่ใช่ความก้าวหน้า แต่คือข้อความเดียวสั้น ๆ ว่า เราจะพูดให้สะใจส่วนผลลัพธ์ ใครก็ได้ช่วยรับแทน

บทสรุป ไอซ์ไม่ใช่วีรสตรีและพรรคส้มที่ยกคนแบบนี้ขึ้นเป็นสัญลักษณ์ก็ไม่ใช่พรรคที่พร้อมจะนำประเทศมันคือพรรคที่เข้าใจอารมณ์ แต่ไม่เข้าใจรัฐ เข้าใจการปะทะ แต่ไม่เข้าใจการปกครอง การชำแหละไอซ์ จึงไม่ใช่การโจมตีปัจเจก แต่มันคือการมองทะลุพรรคส้มทั้งพรรคในฐานะพรรคการเมืองที่ไม่ได้ตั้งใจจะบริหารประเทศจริงจังตั้งแต่แรก แต่มาทำการเมืองเพื่อบ่อนทำลายฐานรากของบ้านเมืองนี้เท่านั้น สุวินัย ภรณวลัย มหาวิทยาลัยไร้รอย”

ชาวโซเชียลจำนวนมากต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากกับโพสต์ของ ศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย ที่ออกมาโพสต์ร่ายยาวฟาด ไอซ์ รักชนก ศรีนอก เช่น

“เป็นพรรคที่ เซาะกร่อน บ่อนทำลาย สถาบันหลัก ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ / ความเชื่อ ค่านิยม วิถีชีวิตไทย จริงๆ …. สั้นๆ คือ ป่วนทุกวงการ สร้างความขัดแย้ง หลอกลวงให้หลงเชื่อ ประเด็นคือ ก็ยังจะมี คนหลงเชื่อ ต่อไป”

“ต้องรีบตัดตอนพรรคนี้”

“ชัดเจนมากค่ะ กราบขอบพระคุณมากค่ะอ.”

“เหนือกว่าสิ่งที่ผลไม้ทำ ก็คือคุณภาพของคนไทย จะเรียกว่าส่วนใหญ่ก็ได้ ผลจึงเป็นดังที่เห็นครับ”

“คงภัค ตรีวัชรากร จริงทุกประการค่ะ ขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ ที่ออกมาชี้ตรงๆ”

“แต่ก็ยังมีคนชื่นชมไอซ์นะคะ (แปลกใจจัง) การที่ส้มไม่ได้เป็นรัฐบาล คิดว่า ทราบกันอยู่ว่าถ้าได้เป็นแล้ว บ้านเมือง ship หายแน่ จึงมีมือที่ทั้งมองเห็นและมองไม่เห็นช่วยกันสกัด แม้แต่โดยวิธีเทาบ้างดำบ้างก็ตาม ทำอย่างไรก็ได้ เพื่อไม่ให้ได้ขึ้นเถลิงอำนาจค่ะ”

สุวินัย ภรณวลัย
สุวินัย ภรณวลัย
สุวินัย ภรณวลัย
สุวินัย ภรณวลัย
สุวินัย ภรณวลัย
สุวินัย ภรณวลัย

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก สุวินัย ภรณวลัย

ยศชนัน โชว์หมัดเด็ด เพื่อไทย ประกาศล้างหนี้ NPL ไม่เกิน 2 แสน ชูโครงการ ยิ่งกว่าพลัส รัฐช่วยจ่าย 70 เปอร์เซ็นต์

ยศชนัน โชว์หมัดเด็ด เพื่อไทย ประกาศล้างหนี้ NPL ไม่เกิน 2 แสน ชูโครงการ ยิ่งกว่าพลัส รัฐช่วยจ่าย 70 เปอร์เซ็นต์

ยศชนัน โชว์หมัดเด็ด เพื่อไทย ประกาศล้างหนี้ NPL ไม่เกิน 2 แสน ชูโครงการ ยิ่งกว่าพลัส รัฐช่วยจ่าย 70 เปอร์เซ็นต์

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.56 น.

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศพรรคเพื่อไทย ทัวร์ภาคอีสาน นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคเพื่อไทย โดยวันเดินสายปราศรัย 6 เวที เวทีที่ 5 ที่ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร และ เวทีที่ 6 ที่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสาร อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ บรรยากาศทั้งที่ มุกดาหาร และ อำนาจเจริญ ในช่วงเวลา 18.00 น. มีประชาชนมาฟังการปราศรัยจนเต็มพื้นที่แน่นขนัด โดยเฉพาะที่ จ.อำนาจเจริญ ช่วงก่อนการปราศรัย ชาวอำนาจเจริญนับหมื่นเปิดแฟลชมือถือทำ “ทะเลดาว” ส่องแสงสว่างเต็มพื้นที่ มีมอบพวงมาลัยป๊อบคอร์นอีสาน (ข้าวตอกแตก) แคปหมู กระติ๊บข้าวเหนียว อโวคาโด พร้อมสายสะพาย “นายกรัฐมนตรีคนที่ 33” และช่วงที่ นายยศชนัน กำลังปราศรัย มีเสียงตะโกนจากกลุ่มวัยรุ่นชาวอำนาจเจริญ ว่า “นายกฯเชน” เป็นระยะๆ 

ที่ จ.มุกดาหาร นายยศชนัน ปราศรัยเน้นย้ำถึงความตั้งใจที่ต้องมาพบชาวมุกดาหาร เพื่อประกาศวิสัยทัศน์ยกระดับจังหวัดสู่การเป็นเมืองการค้าที่ทันสมัยและแหล่งท่องเที่ยวชายโขงเชื่อมโยงสากล ควบคู่ไปกับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี โดยพร้อมจะเปลี่ยนความฝันและความหวังของทุกคนให้เป็นความจริงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งและรถไฟ ยึดมั่นในความถูกต้องโดยไม่เกรงกลัวใคร พร้อมจัดหาเม็ดเงินเพื่อเร่งแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนทันที ทั้งนี้ ตนพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีของคนมุกดาหาร แต่การทำงานเพียงลำพังนั้นไม่สามารถสำเร็จได้ จึงขอฝากผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทยทั้ง 2 เขต ให้พี่น้องเลือกเข้าไปทั้งคนทั้งพรรค เพื่อผนึกกำลังในการดูแลชาวมุกดาหารได้อย่างเต็มที่ 

ยศชนัน

สำหรับผูัสมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.มุกดาหาร เขต 1 และ น.ส.ปิยธิดา บุตรกาล ผู้สมัคร ส.ส.มุกดาหาร เขต 2 หาเสียง

ทั้งนี้ ก่อนเดินทางต่อไปยัง จ.อำนาจเจริญ ได้แวะพบปะพูดคุยกับน้องๆ ที่โรงเรียนทีโอเอวิทยา จ.มุกดาหาร ด้วยความเป็นกันเอง พร้อมฝากข้อคิดถึงน้องๆ ว่า ไม่ว่าจะเรียนที่ไหน ขอแค่เป็นสิ่งที่ใจรักก็เพียงพอแล้ว เมื่อเราทำในสิ่งที่ชอบ ความสุขและความต่อเนื่องจะเกิดขึ้นเอง เรื่องเงินทองไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะโลกยุคใหม่อาชีพอยู่ที่ ‘การลงมือทำ’ มากกว่า ‘คณะที่เรียนจบ’ ขอให้น้องๆ ทุกคนเติบโตเป็นอนาคตที่ดีของประเทศ

ยศชนัน

จากนั้น นายยศชนัน ปราศรัยต่อที่ จ.อำนาจเจริญ ว่า วิสัยทัศน์ผลักดันเมืองธรรมะเกษตรสู่เส้นทางค้าสากล และ “ผมจะเปลี่ยนความหวังความฝันของพี่น้องให้เป็นความจริง” โดยเน้นนโยบายแก้หนี้ทั้งระบบเพื่อชุบชีวิตประชาชนที่กำลังล้มลุกคลุกคลาน โดยเฉพาะกลุ่มหนี้เสีย (NPL) ไม่เกิน 2 แสนบาทที่รัฐบาลพร้อมปิดบัญชีให้หากจ่ายเพียงร้อยละ 10 รวมถึงการปิดหนี้เสียให้ผู้สูงอายุทันที และการดึงหนี้นอกระบบกลับเข้าสู่ธนาคารรัฐเพื่อคืนความอุ่นใจให้ครอบครัว

ในมิติเศรษฐกิจ นายยศชนัน เสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ด้วยโครงการรัฐช่วยจ่าย 70% ประชาชนจ่าย 30% พร้อมพักหนี้เกษตรกร 3 ปี และประกันกำไรข้าวหอมมะลิอีก 30% เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนสูง โดยยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยมีศักยภาพในการหาเงินและจะใช้ระบบดิจิทัลมาจัดการข้อมูลเพื่อปราบคอร์รัปชัน ยาเสพติด และสแกมเมอร์อย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านนโยบาย “คนไทยต้องไร้จน” ด้วยการเติมรายได้ให้ถึง 3,000 บาทต่อเดือนสำหรับผู้มีรายได้น้อย และสานต่อโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ให้เท่าเทียมกัน

ยศชนัน

ช่วงท้าย นายยศชนัน ได้ฝากผู้สมัคร เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในสภา พร้อมประกาศความพร้อมในการก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 โดยระบุว่า “เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค ได้ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ไปเป็นนายกรัฐมนตรี และผมจะทำให้ดีที่สุดเพื่อคนอำนาจเจริญ” เพื่อสร้างหมุดหมายใหม่ที่มั่นคงให้แก่ลูกหลานในอนาคต

สำหรับผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ ทั้ง 2 เขต ประกอบด้วย เขต 1 นางสาวพิมพ์วิภา บัวบุตร เขต 2 เบอร์ 3 นางสาว วรัดดา ประเสริฐศรี เบอร์ 3

ยศชนัน
ยศชนัน
ยศชนัน
ยศชนัน

วราวุธ แจงดรามา ทิ้งสมบัติ เตี่ยบรรหาร ลั่นอยู่ ภูมิใจไทย อบอุ่น

วราวุธ แจงดรามา ทิ้งสมบัติ เตี่ยบรรหาร ลั่นอยู่ ภูมิใจไทย อบอุ่น

วราวุธ แจงดรามา ทิ้งสมบัติ เตี่ยบรรหาร ลั่นอยู่ ภูมิใจไทย อบอุ่น

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.34 น.

2 ก.พ. 2569 ที่อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานเทศบาลตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ โดยเริ่มกล่าวปราศรัยว่า “ท็อปวราวุธคนเดิม ลูกพ่อบรรหาร สวัสดีครับ” พร้อมกล่าวต่อว่า วันนี้หลายคนดราม่ากันเหลือเกิน พูดกันนักพูดกันหนาว่า วราวุธทิ้งสมบัติพ่อบรรหารไปแล้วอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่รักสิ่งที่พ่อบรรหารสร้างมาแล้วอย่างโน้นอย่างนี้ วันนี้วราวุธมาอยู่พรรคภูมิใจไทย ได้มีโอกาสมาพูดต่อหน้าพี่น้องประชาชนว่าสิ่งที่พ่อบรรหารทำมาตลอด 40 ปี ตนขอถามหน่อยเถอะว่า สิ่งที่พ่อบรรหารทำมาในจังหวัดสุพรรณบุรี มีเพียงแค่พรรคชาติไทยพัฒนาเพียงอย่างเดียวหรือ ไม่มีถนน ไม่มีแหล่งน้ำหรือปลูกสร้างเลยใช่หรือไม่

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า วันนี้สิ่งที่อยากจะบอกกับชาวสุพรรณบุรีว่า ตั้งแต่ที่พ่อบรรหารเสียชีวิตไป 23 เมษายน 2559 พวกเราพรรคชาติไทยพัฒนา ทำงานกันอย่างหนัก ดูแลพี่น้องประชาชนชาวสุพรรณบุรีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทำตั้งแต่รุ่นพ่อจนถึงรุ่นลูก แต่ในการเลือกตั้งปี 2562 เราได้ สส. 10 คน ตนดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ 1 กระทรวง และในปี 66 ก็ได้ สส.มา 10 คน ซึ่งได้มาอีก 1 กระทรวงคือ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และวันนี้เราย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทย ยังไม่ทันเลือกตั้ง พี่น้องประชาชนเห็นพรรคภูมิใจไทยดูแลกี่กระทรวง

วราวุธ

นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เรามีกระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม วันนี้กระทรวงมาเป็แผงเลย ตนจึงอยากจะถามพี่น้องชาวสุพรรณ เมื่อก่อนเลือกพวกเรา 10 คนเข้าไป ได้กระทรวงเดียว แต่วันนี้เลือกไอ้หน้าเดิมเข้าไป แต่ได้กระทรวงมาเป็นพรือเลย เอาหรือไม่ ถ้าเป็นแบบนี้เข้าคูหากาบัตรสีชมพู พรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37 

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญตนเข้าพรรคภูมิใจไทยมา หัวหน้าพรรคบอกว่า จะให้อยู่บัญชีรายชื่อไม่เกินที่ 5 ตนก็ดีใจ ปรากฎว่าพี่ชายสุดที่รักของตน พอประกาศออกมาเมื่อที่ 27 ธันวาคม ให้เกียรติคนสุพรรณบุรี ได้อยู่อันดับที่ 3 แบบนี้ดีหรือไม่ นี่คือความอบอุ่น นี่คือเกียรติที่พรรคภูมิใจไทยให้กับพวกเราคนสุพรรณบุรี

วราวุธ

จากนั้น นายวราวุธได้แนะนำผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรีแต่ละคน จนมาถึงเขตที่ คือนายเสมอกัน เที่ยงธรรม เบอร์ 5 ซึ่งนายวราวุธ กล่าวว่า ”เขตนี้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เสมอกันไม่ได้เป็น สส. ต้องชนะอย่างเดียว“ และพวกเรา 5 คนบวกกับตน จะมารับใช้พี่น้องชาวจังหวัดสุพรรณบุรี นี่คือสิ่งที่พวกเราทำมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นลูก 

นายวราวุธ กล่าวด้วยว่า อยากให้ข้าวมีราคาแพงหรือไม่ รวมถึงอยากให้ประเทศไทยเปิดด่านหรือไม่ และอยากให้ประเทศไทยเป็นที่รับรองของนานาประเทศหรือไม่ นี่คือสองเดือนที่มีนายกฯ ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล ทำให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย และนี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยทำตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา หากลองนึกภาพ ถ้ามีเวลาอีก 4 ปีหลังจากนี้เราจะทำให้ได้ขนาดไหน และหากพรรคภูมิใจไทยเข้ามา มีนายกรัฐมนตรี ชื่ออนุทิน ที่จะเข้ามาพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องชาวสุพรรณบุรีให้ดีขึ้น

วราวุธ

ธรรมนัส ยกทัพบุกลำปาง ประกาศปักธง กล้าธรรม ยกระดับถนน ระบบน้ำให้กินดีอยู่ดีจริง

ธรรมนัส ยกทัพบุกลำปาง ประกาศปักธง กล้าธรรม ยกระดับถนน ระบบน้ำให้กินดีอยู่ดีจริง

ธรรมนัส ยกทัพบุกลำปาง ประกาศปักธง กล้าธรรม ยกระดับถนน ระบบน้ำให้กินดีอยู่ดีจริง

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.18 น.

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2569 เวลา 18.30 น. ที่สนามกีฬาเทศบาล อ.เสริมงาม จ.ลำปาง พรรคพรรคกล้าธรรม จัดเวทีปราศรัยหาเสียง โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีช่วยผู้สมัคร สส.ลำปางของพรรค ท่ามกลางประชาชนในพื้นที่มาร่วมรับฟังอย่างคึกคัก

ก่อนที่แกนนำพรรคจะขึ้นเวที น.ส.เพ็ญภัค รัตนคำฟู ผู้สมัคร สส.ลำปาง เขต 4 เบอร์ 3 กล่าวย้ำแนวคิดการเมืองแบบมีส่วนร่วม เปิดพื้นที่ให้ทุกกลุ่มในสังคม ทั้งเยาวชน คนทำงาน ผู้สูงอายุ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ เข้ามามีบทบาทกำหนดอนาคตของพื้นที่ ไม่ให้การเมืองเป็นเรื่องของนักการเมืองเพียงฝ่ายเดียว พร้อมสะท้อนเสียงชาวเสริมงามที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงจากพลังของคนในชุมชน และการทำงานการเมืองที่ต้องรับฟังฐานรากอย่างแท้จริง

ธรรมนัส

น.ส.เพ็ญภัค ยังระบุว่า ผู้นำพรรคเป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ กล้าตัดสินใจและกล้าแก้ปัญหา เข้าใจบริบทของคนภาคเหนือ ขณะที่หัวหน้าพรรคซึ่งเป็นผู้หญิงก็มีศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศ และพรรคยังมีตัวแทนจากภาคสังคมที่จะร่วมผลักดันประเด็นเด็ก ผู้หญิง และผู้สูงอายุอย่างจริงจัง

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ขึ้นเวทีปราศรัย โดยตั้งคำถามกับประชาชนว่า ทุกช่วงเลือกตั้งมักมีนโยบายที่ฟังดูดี แต่หลังเลือกตั้งกลับไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ พร้อมถามตรง ๆ ว่าที่ผ่านมาชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นจริงหรือไม่ และถึงเวลาหรือยังที่จะเปลี่ยนแนวทางการเมืองไปสู่ทางเลือกใหม่ที่เน้นคุณภาพ การประสานงานกับท้องถิ่น และการทำงานร่วมกับประชาชน เพื่อยกระดับการพัฒนาลำปางให้ก้าวหน้ากว่าเดิม

ธรรมนัส

เขายังกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง จ.ลำปาง กับ จ.พะเยา ว่ามีความผูกพันเสมือนบ้านพี่เมืองน้อง การพัฒนาควรมองในภาพรวมของภูมิภาค ไม่แยกจังหวัดออกจากกัน โดยพรรคจะผลักดันการพัฒนาทั้งโครงสร้างพื้นฐานและโอกาสทางเศรษฐกิจควบคู่กัน

ประเด็นโครงสร้างพื้นฐานถูกหยิบยกขึ้นมาเน้นย้ำ โดยเฉพาะถนน ระบบน้ำ และสาธารณูปโภคในพื้นที่ชนบท ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนร้องเรียนต่อเนื่องมาหลายปี เจ้าตัวระบุว่า ในบทบาทที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง บางโครงการเข้าสู่แผนแล้ว แต่จำเป็นต้องมีผู้แทนที่กล้าผลักดันให้เกิดผลจริง ไม่หยุดอยู่แค่เอกสาร พร้อมย้ำว่าการเมืองต้องวัดกันที่ผลงานที่ประชาชนมองเห็นและใช้ประโยชน์ได้

ธรรมนัส

ด้านเศรษฐกิจ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การแก้ปัญหาปากท้องต้องลงลึกถึงระดับครัวเรือน สร้างโอกาสเพิ่มรายได้ในพื้นที่ ลดภาระค่าใช้จ่าย และดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่มาตรการระยะสั้นที่ไม่ยั่งยืน ขณะที่การศึกษาและอนาคตของเยาวชน ต้องพัฒนาคนให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น เน้นทักษะที่นำไปประกอบอาชีพได้จริง มากกว่านโยบายจากส่วนกลางที่ไม่เข้าใจความแตกต่างของแต่ละจังหวัด พร้อมสะท้อนว่าลูกหลานควรมีโอกาสเติบโตในบ้านเกิด ไม่จำเป็นต้องย้ายไปเมืองใหญ่เสมอไป

“ พรรคการเมืองบางพรรคอ้างว่า ตัวเองเป็นคนรุ่นใหม่ต้องการที่จะเข้ามาปฏิรูปประเทศบอกว่า จบจากฝรั่งเศสเห็นว่า บ้านเมืองเขาพัฒนาแบบนั้น แบบนี้ ประเทศเราก็ต้องทำแบบนั้น และพวกเขาพร้อมที่จะเข้ามาปฏิรูปประเทศ ผมอยากถามว่า ก่อนที่จะพูดคำพูดเหล่านี้ได้ถามคนไทยหรือยังว่า เขาอยากให้พวกคุณเข้ามาปฏิรูปหรือไม่ แล้วสิ่งที่พูด ๆ มา จะทำได้หรือไม่ ก็แค่พูดไปเรื่อย ชวนฝันไปเรื่อยๆ“

ธรรมนัส

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวทิ้งท้ายว่า การเมืองต้องทำให้ประชาชนจับต้องผลได้จริง ทั้งรายได้ คุณภาพชีวิต บริการรัฐ และโอกาสในอนาคต โดยพลังของคนเสริมงามสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้ หากรวมพลังเลือกตัวแทนที่พร้อมทำงานต่อเนื่องหลังการเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ช่วงหาเสียงเท่านั้น

ธรรมนัส
ธรรมนัส
ธรรมนัส
ธรรมนัส
ธรรมนัส
ธรรมนัส
ธรรมนัส

ประภัตร เปิดใจ กลางเวทีปราศรัย เหตุผลที่ร่วมพรรคภูมิใจไทย

ประภัตร เปิดใจ กลางเวทีปราศรัย เหตุผลที่ร่วมพรรคภูมิใจไทย

ประภัตร เปิดใจ กลางเวทีปราศรัย เหตุผลที่ร่วมพรรคภูมิใจไทย

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.58 น.

2 ก.พ. 2569 เมื่อเวลา 18.30 น. ที่อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานเทศบาลตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรีจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จัดปราศรัยใหญ่ ช่วยผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย หาเสียง นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นางศุภจี สุธรรมพันธ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ น.ส.สุจิตรา ทรงมัจฉา สมาชิกพรรคภูมิใจไทย ไทยพร้อมด้วยผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต จ.สุพรรณบุรี ทั้ง 5 เขต ประกอบด้วย นายสรชัด สุจิตต์ ผู้สมัครสส.เขต 1 นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ผู้สมัคร สส.เขต 2 นายนพดล มาตรศรี ผู้สมัคร สส.เขต 3 นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ผู้สมัคร สส.เขต 4 และนายประภัตร โพธสุธน ผู้สมัคร สส.เขต 5 โดยมีประชาชนร่วมฟังการปราศรัยจำนวนมาก

โดยนายประภัตร ขึ้นปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้ถือเป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของจังหวัดสุพรรณบุรีเพราะสิ่งที่ประชาชนรอคอยคือการรวมพลังของคนสุพรรณบุรี เพื่อเดินไปด้วยกันในฐานะคนสุพรรณบุรี โดยขอให้สนับสนุนหมายเลข 37

ประภัตร

นายประภัตร กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ชาวสุพรรณบุรีสงสัยและตั้งคำถามมากที่สุด คือเหตุผลในการย้ายพรรค ซึ่งตนยอมรับว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนสุพรรณบุรีทุกคน ขอให้ลองย้อนกลับไปเมื่อปี 2518–2519 กว่า 50 ปีก่อน ในยุคของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ขณะนั้นสุพรรณบุรีแทบไม่มีไฟฟ้า ไม่มีถนน ไม่มีน้ำประปา แต่หลังจากมีผู้แทนจากพรรคชาติไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา บ้านเมืองก็พัฒนาอย่างต่อเนื่องมากว่า 50 ปี

“วันนี้หากเราต้องการให้บ้านเมืองดีกว่านี้ จำเป็นต้องมีนายกรัฐมนตรีชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งประชาชนได้เห็นฝีมือการทำงานมาแล้ว” นายประภัตร กล่าว

ประภัตร

นายประภัตร กล่าวต่อว่า ตนเป็นนักการเมืองที่ทำงานคู่บุญกับนายบรรหารมากว่า 50 ปี โดยย้อนเหตุการณ์ในปี2562 หลังการรัฐประหาร พรรคชาติไทยพัฒนาแทบไม่เหลืออะไร มีเพียง 2 หลาน คือ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา และนายวราวุธ ศิลปอาชา และอีกหนึ่งอาคือตนเอง ทุกคนไม่แน่ใจว่าจะเดินต่ออย่างไร

“นาทีสุดท้าย เราทั้งสามคนไปหาคุณแม่แจ่มใส ศิลปอาชา ทุกคนร้องไห้ ท่านบอกว่าพ่อบรรหารสร้างพรรคไว้ คนสุพรรณรักพรรค ก็ต้องรักษาพรรคไว้ แม่จึงให้ 2 หลาน 1 อา เดินหน้าต่อ จนพรรคชาติไทยพัฒนาได้ สส. 10 เสียงและได้ร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเวลา 4 ปี” นายประภัตร กล่าว

ประภัตร

นายประภัตร กล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งปี 2566 พรรคชาติไทยพัฒนาได้ สส. 10 เสียง พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับพรรคชาติไทยพัฒนา แต่ นายทักษิณ ชินวัตร จะติดต่อประสานให้ไปร่วมงานก็ตามกระทั่งปี 2568 มีการยุบสภา ทำให้สถานการณ์ของพรรคชาติไทยพัฒนาเปลี่ยนไปอย่างมาก

“ผู้แทนราษฎรต้องทำงานกับรัฐบาล ต้องมีงบประมาณดูแลประชาชน หากเลือกตั้งครั้งนี้เราได้ไม่ถึง 10 เสียง ก็จะไม่มีใครเชิญร่วมรัฐบาล พี่น้องประชาชนต้องเห็นใจเรา เราจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกพรรคภูมิใจไทย” นายประภัตร กล่าว

ประภัตร

นายประภัตร กล่าวด้วยว่า ต้องขอบคุณนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่โทรศัพท์มาพูดคุยและนัดรับประทานอาหารร่วมกัน รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ให้เกียรติชักชวน ถือเป็นการให้เกียรติ พร้อมย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคใหญ่ มีศักยภาพเป็นรัฐบาล และมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีชัดเจน

“เราต้องการมากกว่านโยบาย คือ 1. เรื่องปากท้องประชาชน 2. ราคาข้าว วันนี้ข้าวราคา 5,000 บาทต่อตันอยู่ไม่ได้แต่ภายใน 3 เดือน หลังได้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ราคาข้าวขึ้นเป็น 7,500 บาทต่อตัน และเป้าหมายของเราคือ ข้าวต้องถึงตันละ 10,000 บาท” นายประภัตร กล่าว

หยุ่นแซะสีหศักดิ์ เปิดประเด็นเขมรยั่วยุ แขวะใกล้เลือกตั้งมีอะไรแปลกๆ

หยุ่นแซะสีหศักดิ์ เปิดประเด็นเขมรยั่วยุ แขวะใกล้เลือกตั้งมีอะไรแปลกๆ

หยุ่นแซะสีหศักดิ์ เปิดประเด็นเขมรยั่วยุ แขวะใกล้เลือกตั้งมีอะไรแปลกๆ

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.27 น.

เฟซบุ๊ก Suthichai Yoon  ของ สุทธิชัย แซ่หยุ่น หรือ สุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโสชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า 

” บางคนเริ่มร้อง “เอ๊ะ” ว่าใกล้ถึงวันเลือกตั้ง เรื่องตรงชายแดนกลับมาเป็นข่าวจนรัฐมนตรีต่างประเทศสีหศักดิ์ต้องพูดเรื่องยั่วยุ-ตอบโต้ ขณะที่กองทัพภาค 2 ออกข่าวว่าประชุม RBC กับเขมรวางมาตรการป้องกันความเข้าใจผิด… เหมือนสลับบทบาทกันของฝั่งไทยอย่างน่าสนใจ!

คงไม่เกี่ยวกับการหาเสียงของพรรคการเมืองบางพรรคเรื่องกระแสชายแดนหรอกครับ อย่าคิดมาก! ” 

ผบ.ตร. ตั้ง พล.ต.ท.อัคราเดช อดีตตำรวจมือปราบ นั่งที่ปรึกษา เสริมทัพป้องกันอาชญากรรม

ผบ.ตร. ตั้ง พล.ต.ท.อัคราเดช อดีตตำรวจมือปราบ นั่งที่ปรึกษา เสริมทัพป้องกันอาชญากรรม

ผบ.ตร. ตั้ง พล.ต.ท.อัคราเดช อดีตตำรวจมือปราบ นั่งที่ปรึกษา เสริมทัพป้องกันอาชญากรรม

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.42 น.

เมื่ออวันที่ 2 ก.พ.2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)ได้คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 585/2568 เรื่อง แต่งตั้งที่ปรึกษาสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีภารกิจสำคัญที่จะต้อะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมามาณ พ.ศ.ศ. 2568 ในด้านยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมซึ่งจะต้องมีการบริหารจัดการทรัพยากรทางการบริหารในทุกด้านเพื่อรองรับนโยบายดังกล่าว ให้สามารถขับเคลื่อนงานตามนโยบายที่สำคัญให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจตามนโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.พ.ศ. 2565 จึงแต่งตั้ง พลตำรวจเอก อัคราเดช พิมลศรี เป็นที่ปรึกษาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้านยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม โดยมีหน้าที่ ดังนี้

อัคราเดช

(1.)ให้ข้อมูลและให้คำปรึกษาแก่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจเรตำรวจแห่งชาติหรือตำแหน่งเทียบเท่า ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองจเรตำรวจแห่งชาติหรือตำแหน่งแหน่งเทียบเท่า
รวมทั้งผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานระดับรองลงมาที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมรวมถึงงานบริหารในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้เป็นไปตานโยบายการบริหารราชการ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.ศ. 2569

(2.)ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปราม อาชญากรรม พร้อมทั้งน้ำเสนอข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

อัคราเดช

(3.)ถ่ายทอดงานให้แก่ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจแห่งชาติหรือตำแหน่งเทียบเท่าผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองจเรตำรวจแห่งชาติหรือตำแหน่งเทียบเท่า และผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานที่รับผิดชอบงานเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม

(4.)ให้คำปรึกษาในด้านอื่น ๆ ตามที่ผู้บัญชาการดำรวจแห่งชาติจะใต้มอบหมายตามที่เห็นที่เห็นสนครับทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 สั่ง ณ วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2568 “คำสั่งดังกล่าว ระบุ”

พลตำรวจเอก อัคราเดช พิมลศรี