ทุกพรรคตั้งเป้าไว้สูง ภราดรเผยตัดสินวันเลือกตั้ง8ก.พ. ยันภท.ไม่มีดีลเก้าอี้ล่วงหน้า

ทุกพรรคตั้งเป้าไว้สูง ภราดรเผยตัดสินวันเลือกตั้ง8ก.พ. ยันภท.ไม่มีดีลเก้าอี้ล่วงหน้า

ทุกพรรคตั้งเป้าไว้สูง ภราดรเผยตัดสินวันเลือกตั้ง8ก.พ. ยันภท.ไม่มีดีลเก้าอี้ล่วงหน้า

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.26 น.

ภราดร บอกทุกพรรคตั้งเป้าไว้สูง แต่สุดท้ายตัดสินวันที่ 8 ก.พ. ยัน ภท.ไม่มีดีลเก้าอี้ล่วงหน้า ต้องเห็นผลเลือกตั้งก่อน ฝาก กกต.หาแนวทางแก้ไขข้อผิดพลาด อย่าทำให้ประชาชนรู้สึกไม่มั่นใจ
 

3 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้สมัคร สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. ระบุอาจได้ สส. 200 กว่าที่นั่ง ว่าหัวหน้าพรรค ภท. พูดชัดเจนแล้ว ซึ่งทุกพรรคการเมืองคาดหวังและตั้งเป้าสูงไว้ก่อน อย่างพรรคกล้าธรรม (กธ.) เขาก็คาดว่า จะได้ 80-90 ที่นั่ง ส่วนพรรคประชาชน (ปชน.) ล่าสุดเห็นบอกว่าน่าจะได้ 300 ที่นั่งแล้ว ตอนนี้รวมๆ กันแล้ว 700-800 ที่นั่ง ทุกพรรคคาดหวังสูง แต่สุดท้ายแล้วอยู่ที่วันที่ 8 ก.พ. อยู่ที่ประชาชนจะตัดสินใจว่าจะให้โอกาสพรรคไหนเข้ามาทำงานในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของพรรค ภท.มีการจัดทำโพลของตัวเองหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนอยู่ในพื้นที่ ไม่ได้เป็นคนทำ เมื่อถามว่า มีอะไรอยากฝากถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า เรื่องของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเมื่อการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 ก.พ. คิดว่าคงจะต้องไปตรวจสอบดูว่ามีความผิดพลาดบกพร่องเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ถ้าจริง กกต.ก็ต้องหามาตรการหรือแนวทางว่าจะดำเนินการแก้ไขความผิดพลาดบกพร่องอย่างไร ฝาก กกต.ให้ระมัดระวัง เพราะเรื่องนี้ละเอียดอ่อนมาก และทำให้ประชาชนรู้สึกไม่มั่นใจในกระบวนการเลือกตั้ง 
 
เมื่อถามว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงวันเลือกตั้ง แต่มีกระแสข่าวว่ามีการดีลเก้าอี้รัฐมนตรีตั้งรัฐบาลกันแล้ว นายภราดร กล่าวว่า พรรค ภท.ไม่มี รอให้ผลการเลือกตั้งออกมาก่อน และดูว่าประชาชนจะไว้ใจพรรคการเมืองไหนเข้ามาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามอีกว่า ในพื้นที่มีการยิงกระสุนกันหรือไม่ นายภราดร หยอกว่า “มีแต่โคกกระสุน ติดล้อยาง รั่วไปหมดแล้ว”

ทนาย ปชน.ย่องเงียบ! ยื่นหนังสือกกต.ตรวจสอบกปน.ทำผิดพลาดวันเลือกตั้งล่วงหน้า

ทนาย ปชน.ย่องเงียบ! ยื่นหนังสือกกต.ตรวจสอบกปน.ทำผิดพลาดวันเลือกตั้งล่วงหน้า

ทนาย ปชน.ย่องเงียบ! ยื่นหนังสือกกต.ตรวจสอบกปน.ทำผิดพลาดวันเลือกตั้งล่วงหน้า

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.23 น.

ทนาย ปชน.ย่องเงียบ! ยื่นหนังสือกกต.ตรวจสอบกปน.ทำผิดพลาดวันเลือกตั้งล่วงหน้า

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2569 ตามที่พรรคประชาชน (ปชน.) แจ้งว่าจะมีการส่งทนายความมายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้มีการตรวจสอบความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา หลายจุด อาทิ กรณีกรรมการประจำที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง ไม่กรอกข้อมูลจังหวัด เขตเลือกตั้ง หรือรหัสเขตเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงบนซองใส่บัตรเลือกตั้ง (แบบ ส.ส.5/2) หรือกรอกข้อมูลไม่ถูกต้อง กรณีที่เลือกตั้งกลางหลายแห่ง ไม่มีประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (แบบ ส.ส.4/14)  โดยมีการนัดหมายว่าจะมาที่สำนักงานกกต.เวลา 08.46 น. ทำให้มีสื่อมวลชนมาปักหลักรอทำข่าวจำนวนมาก แต่จนถึงเวลานัดหมายก็ยังไม่พบ

ทั้งนี้ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการทั่วไป ที่ทำหน้าที่รับส่งเอกสาร แจ้งว่า มีผู้แทนจากพรรคประชาชนมายื่นเรื่องไปแล้วก่อนหน้านี้

อนุทิน เดินตลาดเช้าพระนั่งเกล้า พบชาวนนทบุรี แม่ค้าหยอกชอบมาก อนุทิน ชินวัตร

อนุทิน เดินตลาดเช้าพระนั่งเกล้า พบชาวนนทบุรี แม่ค้าหยอกชอบมาก อนุทิน ชินวัตร

อนุทิน เดินตลาดเช้าพระนั่งเกล้า พบชาวนนทบุรี แม่ค้าหยอกชอบมาก อนุทิน ชินวัตร

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.30 น.

อนุทิน เดินตลาดเช้าพระนั่งเกล้า พบชาวนนทบุรี แม่ค้าหยอกชอบมาก อนุทิน ชินวัตร ปชช.ขอเพิ่มเงินผู้สูงอายุ บอกได้หลักพันเลือกแน่ โชว์ปั่นจักรยานพาผู้สมัครซ้อนท้าย มั่นใจได้สส.นนทบุรี

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 3 ก.พ.2569 ที่ จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า และแคนดิเดตนายกรัฐมในตรี พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงตลาดนัดเช้าพระนั่งเกล้า เพื่อช่วยน.ส.กัญญาพร แก้วทิพย์ ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทยหาเสียง  โดยมีผู้สมัคร สส.นนทบุรี ประกอบด้วย นายเฉลิมพล นิยมสินธุ์ ผู้สมัครสส.เขต 2  น.ส. สิริภิญญ์ อินทรประเสริฐ ผู้สมัครสส.เขต 3 และนายอดุล จันทร์แก้ว ผู้สมัครสส.เขต 8 พรรคภูมิใจไทย ร่วมลงพื้นที่หาเสียงด้วย

โดยนายอนุทิน เดินทักทายพ่อค้า แม่ค้าที่ขายของในตลาด และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของในช่วงเช้า ซึ่งมีประชาชนดึงมือนายอนุทินไปดูลายมือ พร้อมบอกว่า “อนาคตจะได้เป็นนายกฯไหม“ 

ซึ่งตลอดทางบรรดาพ่อค้าแม่ค้าสอบถามถึงโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งนายอนุทิน กล่าวว่า  “100 เปอร์เซ็นต์” และช่วงหนึ่งนายอนุทินได้สอบถามแม่ค้าว่า “ได้คนละครึ่งพลัสไหม” แม่ค้าจึง บอกว่า “ได้รับแล้ว”  นายอนุทิน จึงกล่าวว่า “ให้รอเฟส 2”

ขณะที่ในช่วงที่นายอนุทิน เดินในตลาดได้มีแม่ค้าคนหนึ่งกล่าวกับนายอนุทินว่า “ดีใจมากที่ได้เจอท่าน” ก่อนกล่าวหยอกล้อนายอนุทินว่า “ลูกชอบท่านมาก อนุทิน ชินวัตร”  ซึ่งทำให้นายอนุทินถึงกับหัวเราะก่อนตอบว่า “เป็นมงคลๆ” และยังมีแม่ค้าบอกนายอนุทินว่า “ใจให้ร้อย” นายอนุทิน กล่าวตอบว่า “ไม่เอาร้อย เอาเบอร์ 37”  นอกจากนี้ ยังมีพ่อค้ากล่าวทักทายนายอนุทิน พร้อมบอกว่า “ได้กลับมาแน่นอน”

ผู้สื่อข่าวรายงาน ช่วงหนึ่งมีผู้สูงอายุเข้ามาขอถ่ายรูปกับนายอนุทิน พร้อมขอให้เพิ่มเงินผู้สูงอายุเป็น 1,000 -2,000 บาท เพราะ 600 บาทมันน้อยไป ถ้าได้จะเลือกเลย นายอนุทิน จึงหันมาตอบว่า “ได้ แต่ต้องดูที่งบประมาณ”  ขณะเดียวกันได้มีอาม่าที่อายุมากถือไม้เท้า เดินมาขอถ่ายภาพกับนายอนุทินพร้อมบอกว่า “เหนื่อยเลย” นายอนุทินจึงประคองอาม่าเดินเข้ามาในซอย บอกให้พักก่อน นอกจากนี้ยังมีแฟนคลับดีใจวิ่งเข้ามากอด พร้อมโอบเอวนายอนุทินและพยายามจะหอมแก้มนายอนุทิน ทั้งนี้ระหว่างเดินตลาดนายอนุทิน ยังได้อุดหนุนขนมนางเล็ดและหอยทอดด้วย

จากนั้นนายอนุทิน ได้เดินไปขึ้นคร่อมจักรยานที่มีป้ายหาเสียงเป็นรูปนายอนุทิน พร้อมหมายเลข 37 โดยมีน.ส.กัญญาพร ผู้สมัครสส.นั่งซ้อนท้าย ก่อนปั่นจักรยานในบริเวณดังกล่าว ท่ามกลางประชาชนมายืนถ่ายรูปอย่างสนุกสนาน ซึ่งมีประชาชนนำหมวกมาขอลายเซ็นนายอนุทิน นำสมุดมาให้เซ็นและหันหลังให้เซ็นลายเซ็นบนเสื้อ

จากนั้นนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจพื้นที่นนทบุรีว่า จากการลงพื้นที่ได้รับการตอบรับที่ดีประชาชนเดินเข้ามาให้กำลังใจบอกว่าชื่นชอบผลงานรัฐบาล บางคนเข้ามาทักบอกว่าสมัยตนเป็นรมว.สาธารณสุข ก็ใช้ชีวิตที่นนทบุรีไม่ต่ำกว่า 5 ปี ก็คุ้นเคยกับหลายคน ทราบถึงปัญหาและสิ่งที่ต้องแก้ไขของนนทบุรี ส่วนจะเจาะฐานเสียงได้หรือไม่นั้นผู้สมัครทำงานอย่างเต็มที่และเป็นคนในพื้นที่ และเราไม่อ้อนขอคะแนน แต่จะเอาผลงานมาแลกคะแนน เอาความมั่นใจและความไว้วางใจของประชาชนถ้าสร้างสิ่งเหล่านี้ได้ประชาชนจะเลือกเราเอง

อนุทิน มั่นใจไม่มีเหตุชายแดน 8 ก.พ.ได้เลือกตั้ง เมิน อภิสิทธิ์ เตือนกทม.กาน้ำเงินได้ส้ม

อนุทิน มั่นใจไม่มีเหตุชายแดน 8 ก.พ.ได้เลือกตั้ง เมิน อภิสิทธิ์ เตือนกทม.กาน้ำเงินได้ส้ม

อนุทิน มั่นใจไม่มีเหตุชายแดน 8 ก.พ.ได้เลือกตั้ง เมิน อภิสิทธิ์ เตือนกทม.กาน้ำเงินได้ส้ม

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.10 น.

อนุทิน มั่นใจไม่มีเหตุชายแดน 8 ก.พ.ได้เลือกตั้ง เมิน อภิสิทธิ์ เตือนกทม.กาน้ำเงินได้ส้ม สวนไม่ยุ่งพรรคอื่น โต้ ธนาธร คนสั่งการเมืองได้มีแต่ปชช. 

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 3 ก.พ.2569 ที่ตลาดเช้าพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงวันที่ 3 ก.พ.ที่เป็นวันทหารผ่านศึก จะให้ความสำคัญกับชายแดนอย่างไรบ้างว่า วันนี้ชายแดนอยู่ในระดับที่สงบ คุมสถานการณ์ได้ ยังไม่มีสัญญาณใดๆบอกว่าจะเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ขอให้ประชาชนมั่นใจและวางใจว่ากองทัพและรัฐบาลดำเนินการทุกอย่าง เราไม่ประมาท แม้ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแต่การควบคุมพื้นที่และเฝ้าระวังชายแดนยังคงเข้มงวด เข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพ 

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.ไม่มีปัญหาแน่นอนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ”ต้องไม่มีครับ วันที่ 8 อีกไม่กี่วันแล้ว และวันที่ 1 ก.พ. เราเห็นประชาชนให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ที่เป็นการกำหนดอนาคตประเทศ“ 

เมื่อถามว่ากระแสพรรคภูมิใจไทยในกทม.เป็นอย่างไรบ้าง เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาพูดทำนองว่าหากเลือกน้ำเงินผลการเลือกตั้งในพื้นที่กทม.จะออกมาแบบเดิม ที่พรรคประชาชนได้เกือบยกจังหวัด นายอนุทิน กล่าวว่า ก็เป็นความคิดของแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ทางที่ดีที่สุดคือเรานำเสนอนโยบายและความเข้มแข็งของพรรคตัวเองให้มากที่สุด ไม่ควรไปพูดถึงพรรคอื่นๆโดยเฉพาะไปพูดถึงพรรคอื่นลักษณะด้อยค่าดูถูกดูแคลนวิพากษ์วิจารณ์พรรคอื่นๆ ทั้งที่ไม่ได้กำหนดมา นโยบายของทุกพรรคต้องมีประโยชน์ต่อประชาชนไม่เช่นนั้นกรรมการบริหารพรรคคงไม่ผ่านออกมาเราก็ต้องให้เกียรติ การดำเนินการอะไรก็แล้วแต่สังเกตได้เลยว่าพรรคภูมิใจไทยไม่เคยไปวิพากษ์วิจารณ์นโยบายและความคิดคนอื่นๆ ไม่ชี้ชวนประชาชนให้จงเกลียดจงชังหรือให้มีความรู้สึกที่ไม่ดีกับพรรคอื่น

เมื่อถามว่ามั่นใจจะปักธงกทม.ได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าเราก็มั่นใจในตัวผู้สมัครของเรา เราไม่ใช่ไปจับมาจากที่ไหนทุกคนต้องมีประวัติ มีความใกล้ชิดกับพื้นที่ตัวเองเสมือนเป็นผู้แทนประชาชนในพื้นที่นั้นๆ 

เมื่อถามว่าวันที่ 2 ก.พ. ได้ประเมินว่าได้เก้าอี้มากกว่า 200 นายอนุทิน กล่าวว่า “เมื่อวานเหรอเก้าอี้ 2 หมื่นกว่าที่สุพรรณบุรี” 

เมื่อถามถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน​ บอกว่า​ การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ยอมให้พรรคประชาชนตั้งรัฐบาล​ นายอนุทิน กล่าวว่า​ ยังไม่เคยรับรู้เรื่องพวกนี้ และไม่ทราบ​ว่า​ ใบสั่งจะมาจากใคร​ ใบสั่งใครจะเป็นรัฐบาล​ ใครจะเป็น​ สส. มาจากประชาชน ไม่มีใครสั่งได้​ ตอนเลือกตั้งใครจะเดินเข้าสภาฯคือประชาชนสั่งอย่างเดียว​ โหวตเตอร์สั่งอย่างเดียว​ ดังนั้น​ ในเมื่อมาจากประชาชนก็ไม่ต้องเกรงกลัวใบสั่งอะไรทั้งสิ้น​ และจริงๆแล้ว​ คำถามและคำตอบจบในตัวเอง​ คนที่เลือก สส.มาคือใคร​ คือประชาชน​หรือเปล่า​ ดังนั้น​ สส. ที่ถูกเลือกมาโดยประชาชนก็ต้องฟังประชาชน​ นี่คือใบสั่ง​ อย่าไปกังวลครับ​ ไม่มีหรอกใบสั่ง ตนเล่นการเมืองมา 22-23 ปีแล้วไม่เคยเจอใบสั่งสักใบ

ธนาธร ปรี๊ด! โต้ข่าว’เขาไม่ยอมให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาล’ ลั่นไม่ใช่เรื่องของมึง เป็นเรื่องของปชช.

ธนาธร ปรี๊ด! โต้ข่าว'เขาไม่ยอมให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาล' ลั่นไม่ใช่เรื่องของมึง เป็นเรื่องของปชช.

ธนาธร ปรี๊ด! โต้ข่าว’เขาไม่ยอมให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาล’ ลั่นไม่ใช่เรื่องของมึง เป็นเรื่องของปชช.

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.57 น.

ธนาธร เดือดโต้กระแสที่ว่าเขาไม่ยอมให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาล ลั่น ไม่ใช่เรื่องของมึง เป็นเรื่องของประชาชน ใบอนุญาตจะให้ใครเป็นรัฐบาล อยู่ที่ประชาชนคนเดียว

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 ที่สามเหลี่ยมทุ่งนาเชย อ.เมือง จ.จันทบุรี พรรคประชาชนจัดเวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง และแนะนำตัวผู้สมัคร สส. จันทบุรีในนามพรรคประชาชน 3 เขต ได้แก่ เขต 1 วรายุทธ ทองสุข หมายเลข 4 เขต 2 ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ หมายเลข 4   เขต 3 ไพโรจน์ บัวเผื่อน หมายเลข 1

โดยมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ร่วมเวทีปราศรัย โดยกล่าวถึงปัญหาเดิม ปัญหาใหม่ และปัญหาใหญ่ของชาวจังหวัดจันทบุรี

ปัญหาแรก ปัญหาที่ดิน สปก. เช่นในพื้นที่อำเภอสอยดาว โป่งน้ำร้อน ที่พี่น้องจำนวนมากถือเอกสาร สปก. ทั้งที่เมืองเจริญเติบโตขยายไปหมดแล้ว แต่ถูกจำกัดการพัฒนา ทำให้ต้องทำแต่การเกษตรเท่านั้น รวมทั้งปัญหาที่ดินสอยดาว พี่น้องหลายคนอยู่กินทำกินในที่ดินมาก่อนจะมีการขีดเส้นออกประกาศพื้นที่ป่า ทำให้ต้องอยู่อย่างหวาดกลัว ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ดินตัวเองจะมีปัญหา

นอกจากยี้ยังมีปัญหาช้างป่า พี่น้องสวนผลไม้ เช่นลำไย และทุเรียน ถูกช้างป่าเข้ามาทำลายพื้นที่เกษตร ทำลายพื้นที่บ้านเรือน ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไข

ส่วนปัญหาเดิมๆ ที่ทับถมกันมา ก็คือการบริการภาครัฐ ยกตัวอย่างเช่นน้ำประปา พี่น้องหลายพื้นที่ที่ตนไปเจอมาน้ำยังขุ่นข้น ไหลบ้างไม่ไหลบ้าง โรงพยาบาลแออัด บุคลากรทางการแพทย์ หมอ พยาบาล ก็ทำงานกันหนักมากไม่ได้หลับไม่ได้นอน ทำงานกัน 60-70 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าชีวิตหมอพยาบาลไม่ดี จะดูแลชีวิตพี่น้องประชาชนให้ดีได้อย่างไร

เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่ทุกท่านเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมการเข้าถึงบริการภาครัฐถึงแตกต่างกันขนาดนี้ ทำไมน้ำประปาเราไม่เหมือนกัน ทำไมยังมีคนอีกจำนวนมากต้องอยู่อย่างหวาดระแวงในที่ดินทำกินของตัวเอง ท่านเห็นด้วยหรือไม่ว่าบริการภาครัฐจะต้องเสมอภาคกัน

สำหรับปัญหาใหญ่ คือภาคการประมงล่มสลาย จากที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งรายได้สำคัญของจังหวัด แต่ พ.ร.บ. ประมงฯ ฉบับล่าสุด ทำให้พี่น้องสูญเสียรายได้ สูญเสียอาชีพ รวมทั้งตลาดค้าพลอยที่เคยเป็นเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดกลับต้องซบเซาลงเรื่อยๆ มากไปกว่านั้น หากไปดูบริเวณชายทะเล ก็เจอภัยคุกคามใหม่ที่มาถึงแล้ว นั่นคือปลาหมอคางดำ ที่เข้ามารุกรานทำลายประมงเพาะเลี้ยงและทำลายระบบนิเวศ

ปัญหาเดิม ปัญหาใหม่ ถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาใหญ่ของประเทศ นั่นคือปัญหาสังคมไทยเข้าสู่สังคมชรา ปัญหายาเสพติด ปัญหากระบวนการยุติธรรมและการคอร์รัปชัน

ทั้งหมดนี้ เราจะปล่อยสังคมไทยเป็นต่อไปแบบนี้ไม่ได้ และภารกิจของคนแต่ละรุ่น คือต้องส่งต่อสังคมที่ดีกว่าไปให้คนรุ่นถัดไป ผมจึงถามทุกท่านว่าสังคมนี้เหมาะสมดีพอที่จะให้ลูกหลานเราเติบโตขึ้นมาหรือไม่

ตั้งแต่เราเป็นพรรคอนาคตใหม่ มาจนถึงพรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน เราเชื่อว่าประเทศไทยดีกว่านี้ได้ วันนี้เราเชิญทุกท่านมาร่วมเดินทางกับพวกเรา ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาเราทำให้ทุกท่านเห็นแล้ว ว่าเราเอาจริง ท่านจึงเกิดศรัทธา สนับสนุนพวกเรา

และนี่คือเพื่อนร่วมงานที่ตนรู้สึกภาคภูมิใจ เซีย จำปาทอง ผู้ที่ผลักดันสวัสดิการให้กับพี่น้องคนทำงาน ปรับสิทธิลาคลอดจาก 90 วัน มาเป็น 120 วัน เบญจา แสงจันทร์ ผู้ที่อภิปรายสาเหตุค่าไฟแพง จนถูกทุนพลังงานฟ้องร้อง 100 ล้านบาท และวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้ที่ออกมาเปิดรายละเอียดการใช้เงินภาษีประชาชนไปทำปฏิบัติการไอโอ รวมทั้งผลักดันการปฏิรูปกองทัพ

สำหรับผู้แทนราษฎรจันทบุรี บิว วรายุทธ ทองสุข เขต 1 มีบทบาทในการทวงเงินค่าตอบแทนโครงการคนละครึ่งให้ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็ก รวมกว่า 10 ล้านบาทใน กมธ. จนได้เงินคืนมา ส่วนเฟิร์น ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ เขต 2 ร่วมต่อสู้กับชาวบ้านที่มีปัญหาที่ดิน จนได้สิทธิ์ในการพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดินที่ตนเองอยู่มาก่อนมีเขตป่าไม้ และเล็ก ญาณธิชา บัวเผื่อน เขต 3 ผลักดันเงินชดเชยการเสียชีวิตตาจช้างป่า จาก 1.8 แสนบาท ไปเป็น 5 แสนบาท รวมถึงผลักดันการชดเชยความเสียหายต่อทุเรียน 10,000 บาท/ต้น จากที่ได้ไม่กี่พันบาทต่อไร่ นี่คือตัวอย่างเพื่อนร่วมงานที่ตนภูมิใจ และก็คือผู้แทนราษฎรที่ชาวจันทบุรีเลือกมา

ตลอด 8 ปีของพวกเรา เราทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้มาหลายครั้ง ตั้งแต่การตั้งพรรคและถูกปรามาสว่าเป็นพรรคใหม่ ไม่มีหัวคะแนน ไม่มีผู้มีอิทธิพล พรรคแบบนี้ได้ 5 เสียงก็เก่งแล้ว แต่เราทำให้เป็นไปได้ พรรคอนาคตใหม่ได้ 80 เสียง เป็นพรรคอันดับ 3 ของประเทศไทย

ปี 2566 เขาปรามาสป้ายสีเราต่างๆ นานา ทั้งชังชาติ ล้มเจ้า แต่เราก็ทำให้เห็นอีกครั้ง พรรคก้าวไกลเป็นพรรคอันดับ 1 ของประเทศ

“ครั้งนี้ เขาบอกว่าเราตั้งรัฐบาลไม่ได้ ผมบอกว่าไม่ใช่เรื่องของมึง เป็นเรื่องของประชาชน ใบอนุญาตจะให้ใครตั้งรัฐบาล อยู่ที่ประชาชนคนเดียว ไม่มี สว. มาขัดขวางความเจริญประเทศอีกแล้ว”

นายธนาธร กล่าวต่อไปว่า ครั้งที่แล้ว 14 ล้านเสียงไม่พอตั้งรัฐบาล มาเลือกตั้งครั้งนี้ต้อง “กาส้มทั้งสองใบ” ไม่ได้เลือกนโยบายหรือผู้สมัครรายคน แต่คือการเลือกอนาคตประเทศ เลือกคนมาเป็นนายกฯ ถ้าเลือกตั้งครั้งนี้เอาให้ถึง 20 ล้านเสียง ใครก็ขวางไม่ได้

นายธนาธร กล่าวทิ้งท้ายว่า อย่ายอมจำนนกับปัจจุบัน ความยากลำบาก ความอยุติธรรม ถ้าท่านเชื่อเหมือนพวกเรา ขอให้ใช้เวลาไม่กี่วันที่เหลือนี้ร่วมเดินทางกับเรา เราจะทำเต็มที่ในส่วนของเรา ขอให้ท่านทำในส่วนของท่านให้เต็มที่ได้ไหมครับ

“อย่ากลัวความเปลี่ยนแปลง แต่จงกลัวปัจจุบันที่ไร้อนาคต”

ปชป.ปล่อยคลิปเด็ดโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 8 ก.พ. ขอโอกาสสร้าง ฟ้าใหม่ ไปด้วยกัน

ปชป.ปล่อยคลิปเด็ดโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 8 ก.พ. ขอโอกาสสร้าง ฟ้าใหม่ ไปด้วยกัน

ปชป.ปล่อยคลิปเด็ดโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 8 ก.พ. ขอโอกาสสร้าง ฟ้าใหม่ ไปด้วยกัน

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.30 น.

ปชป.ปล่อยคลิปเด็ดโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 8 ก.พ. ขอโอกาสสร้าง ฟ้าใหม่ ไปด้วยกัน

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอหาเสียงเลือกตั้งโค้งสุดท้าย โดยระบุว่า “ทุกหัวใจมีรัก กุมภา 69” ซึ่งในคลิปเป็นการสร้างสรรค์โดย AI คล้ายการเปรียบเปรยชายหนุ่มที่กลับมาขอความรักจากหญิงสาวในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเดือนแห่งความรัก และเป็นเดือนที่มีการเลือกตั้ง โดยมีนายอภิสิทธิ์ ถือป้ายหน้าประตูบ้าน พร้อมข้อความในกระดาษ มีเนื้อหา เปรียบคล้ายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ขอโอกาสคนที่เคยใช่ ได้กลับมาร่วมกันสร้างฟ้าใหม่อีกครั้ง ขอโอกาสกลับมา

อานนท์ ท้า CK จัดการคนซื้อเสียง หยันจงกล้าหาญเหมือนแบรนด์กางเกงในที่ใส่

อานนท์ ท้า CK จัดการคนซื้อเสียง หยันจงกล้าหาญเหมือนแบรนด์กางเกงในที่ใส่

อานนท์ ท้า CK จัดการคนซื้อเสียง หยันจงกล้าหาญเหมือนแบรนด์กางเกงในที่ใส่

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.58 น.

‘อานนท์’ท้า CK จัดการคนซื้อเสียง หลังโพสต์ยายได้ 2 พัน หยันจงกล้าหาญเหมือนแบรนด์กางเกงในที่ใส่

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2569 นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้โพสต์จากเพจ “จักรวาลด้อมส้ม” ที่โพสต์ภาพของนาย ซีเค เจิง ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Fastwork.co แพลตฟอร์มสำหรับฟรีแลนซ์และผู้ประกอบการในประเทศไทย ซึ่งโพสต์เรื่องคุณยายตนเองถูกซื้อเสียงด้วยเงิน 2,000 บาท โดยเพจเฟซบุ๊ก “จักรวาลด้อมส้ม” เข้ามาคอมเมนต์ในโพสต์ของนายซีเค ด้วยว่าให้พายายไปแจ้ง กกต.เพื่อเป็นเคสตัวอย่าง

นายอานนท์ ระบุโพสต์ดังกล่าวบนเฟซบุ๊กว่า “ไม่เห็นมีนักการเมืองคนไหนกล้ามาขอซื้อเสียงอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์เลยครับ

ถ้ามาผมจัดการอย่างเด็ดขาดอย่างแน่นอน

CK ต้องมีความกล้าหาญทางจริยธรรมให้เท่ากางเกงใน CK Calvin Klein นะครับ คือ กางเกงใน CK ตรงไปตรงมาไม่โกหก ถ้าคนใส่หุ่นห่วย ต่อให้ใส่ CK ก็จะดูห่วยเหมือนเดิมแหละครับ จงกล้าหาญอย่างกางเกงใน CK นะครับ”

ชูวิทย์ อัด ไอซ์ รักชนก นางฟ้าเสียงแจ๋ว ปั่นนิทานมาโปรดผู้ประกันตน ก่อนตื่นมาก็เป็นแค่ฝันไป

ชูวิทย์ อัด ไอซ์ รักชนก นางฟ้าเสียงแจ๋ว ปั่นนิทานมาโปรดผู้ประกันตน ก่อนตื่นมาก็เป็นแค่ฝันไป

ชูวิทย์ อัด ไอซ์ รักชนก นางฟ้าเสียงแจ๋ว ปั่นนิทานมาโปรดผู้ประกันตน ก่อนตื่นมาก็เป็นแค่ฝันไป

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.10 น.

ชูวิทย์ อัด ไอซ์ รักชนก นางฟ้าเสียงแจ๋ว ปั่นนิทานมาโปรดผู้ประกันตน ก่อนตื่นมาก็เป็นแค่ฝันไป 

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2569 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ได้โพสต์ภาพ พร้อมข้อความระบุว่า “ประกันสังคม นางฟ้าจำแลง ใครโกหกผู้ประกันตน? ตามนโยบายของ “ประกันสังคมก้าวหน้า” ทีมของพรรคประชาชน ที่มีระบุในข้อ 14 ว่า

“ปรับเงื่อนไขการรับบำนาญ-บำเหน็จของแรงงานข้ามชาติเข้ากับสภาพการทำงาน รวมทั้งปรับเงื่อนไขให้แรงงานข้ามชาติมีสิทธิเลือกตั้งและสมัครเป็นบอร์ดประกันสังคม“

ถึงขนาดจะให้แรงงานข้ามชาติ “ลาว พม่า เขมร” เข้ามานั่งในบอร์ดประกันสังคมโดยอ้างว่า

ต่างด้าวทำงานจ่ายเงินประกันสังคมเหมือนกัน

ถ้าจะเอากันถึงขนาดนั้นก็ควรให้ไอซ์ปราศรัยให้คนฟังทราบด้วยว่า

”คนต่างด้าวจ่ายเงินทุกเดือน 750 บาท เท่ากับคนไทย ก็ต้องมีสิทธินั่งในบอร์ดประกันสังคมใช่ไหมคุณพี่“

แต่เมื่อถามเรื่องนี้เข้าจริงๆ กลับปัดเป๋กันพัลวันว่า ”ไม่มี ไม่เคยพูด“

ทั้งที่ปรากฏชัดเป็น “นโยบาย” ข้อ 14 ชัดเจน

พรรคส้มมักไม่รับผิด แต่รับชอบอย่างเดียว

ส่วนเรื่องขึ้นเบี้ยประกันจาก 750 เป็น 875 บาท

นี่เป็นเอกสารรายงานการประชุมที่แสดงให้เห็นว่า

บอร์ดประกันสังคมมี ”ทีมประกันสังคมก้าวหน้า“ ของพรรคส้มอยู่ในบอร์ดฝั่งตัวแทนผู้ประกันตนถึง 6 คน จาก 7 คน คือ

1. รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษตี
2. นางสาวนลัทพร ไกรฤกษ์
3. นายธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน
4. นายคิววงศ์ สุขทวี
5. นายชลิต รัษฐปานะ
6. นางลักษมี สุวรรณภักตี

และทั้งหมดลงมติ “เห็นชอบ” ให้ขึ้นเบี้ยประกันตน

ไอซ์นำเรื่องนี้มาหาเสียงกับ ”ผู้ประกันตน” จำนวน 20 กว่าล้านคน เสียงแจ้วๆ ว่า

”คุณพี่เสียเงินทุกเดือน 750 บาท ให้ประกันสังคม เงินนี้เอาไปกินอาหารมื้อดีๆ ได้ แล้วนี่จะขึ้นอีก 125 บาท เป็น 875 บาทต่อเดือน“

ไอซ์พูดความจริงแค่ในส่วนที่คนถูกหักเงินประกันสังคมอยากได้ยินได้ฟังเท่านั้น

ส่วนความจริงที่เหลือคือบอร์ดที่เป็นคนของพรรคส้ม 6 คน ลงมติ “เห็นชอบ” กลับไม่พูดถึง

บรรดาคนฟังคิดว่าไอซ์เป็น “นางฟ้าเสียงแจ๋ว“ มาโปรด

หากจะบอกให้ “ผู้ประกันตน” 20 กว่าล้านคนฟังข้อเท็จจริงต้องเพิ่มด้วยว่า

”คุณพี่จ่าย 750 บาทต่อเดือนอยู่ แต่เดี๋ยวคุณพี่จะต้องจ่ายเพิ่มอีกเป็น 875 บาทต่อเดือน เพราะพรรคส้มของเราเอง”

แล้วดูว่าผู้ประกันตนที่นั่งฟังจะเห็นดีเห็นงามด้วยไหม?

ความจริงที่ชัดแจ้งนี้เป็นฝีมือของทีมประกันสังคมก้าวหน้าของพรรคส้มที่ลงมติขึ้นเงินอีก 125 บาท

แต่พรรคส้มกลับเอามาโจมตีเพื่อคะแนนเสียงของตัวเอง

ผู้ประกันตน หรือคนที่ไปฟังปากอ้าตาลอยมองเห็นอนาคตหรือยัง!?

ใครพูดความจริงแค่ครึ่งเดียว?

มีโอกาสเป็นรัฐบาลไปนั่งกระทรวงแรงงานแก้ปัญหาประกันสังคมก็ไม่ยอมเป็น แต่เที่ยวคร่ำครวญว่า

“เขาไม่ให้เราเป็น เพราะกลัวอนาคตที่จะเปลี่ยนแปลง”

แต่เบื้องหลังกลับปั่นกระแสเอาดีเข้าตัวเพื่อหาคะแนนเสียง

ทำตัวเป็น ”นางฟ้าจำแลง“ ที่มาเล่านิทานดีๆ ให้ฟังก่อนนอน

ก่อนที่จะตื่นมาพบกับความจริงว่า เราแค่ฝันไป”

รุมสับเละเลือกตั้งล่วงหน้า กกต.โร่ขอโทษ สายด่วนโดนถล่มแทบไหม้

รุมสับเละเลือกตั้งล่วงหน้า กกต.โร่ขอโทษ สายด่วนโดนถล่มแทบไหม้

รุมสับเละเลือกตั้งล่วงหน้า กกต.โร่ขอโทษ สายด่วนโดนถล่มแทบไหม้

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

รุมสับเละเลือกตั้งล่วงหน้า กกต.โร่ขอโทษ สายด่วนโดนถล่มแทบไหม้ ปชน.แจ้งความฟันผิดม.157 ‘เจษฎ์’อัดซ้ำพลาดมโหฬาร

กกต.ถกเครียดสรุปปัญหาในการเลือกตั้งล่วงหน้า ก่อนเสนอที่ประชุมกกต.พิจารณา ขณะที่สายด่วน 1444 แทบไหม้ประชาชนกระหน่ำร้องเรียน แสวง” ขอบคุณ กปน.จัดเลือกตั้งล่วงหน้า แนะทำบันทึกเหตุการณ์นำไปสู่การแก้ไข อนุทิน” บอกเป็นเรื่องดี ที่ประชาชนแห่เลือกตั้งล่วงหน้า ชี้ 8 กุมภาพันธ์เจ้าของประเทศจะไปใช้สิทธิ์เต็มที่ เพื่อไทย” เผยตรวจสอบพบพิรุธหลายจุด ส่อซื้อเสียง” อาจมีขนคนมาลงคะแนนผิดกฎหมาย เจษฎ์” สับเละกกต.หลังพบผิดพลาดมโหฬาร จี้แก้ไขด่วน ก่อนระบบพัง ทำคนกังขาจัดเลือกตั้ง ไม่โปร่งใส ผู้สมัคร ปชน. แจ้งความเอาผิด ม.157 เหตุ กกต. จัดเลือกตั้งล่วงหน้าบกพร่องผิดพลาด

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานแจ้งว่าตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ได้เรียกประชุมเพื่อสรุปประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งความผิดพลาดของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)ในการเขียนรหัสเขตเลือกตั้ง เอกสารแนะนำผู้สมัครที่ปิดประกาศไว้หน้าหน่วยไม่ครบถ้วนหรือผิดพลาด คิวอาร์โค้ดลิงค์ข้อมูลผู้สมัคร สส.ซึ่งเป็นข้อมูลในการเลือกตั้งในปี 2566  รวมถึงประเด็นที่ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน เพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม กกต.ให้พิจารณาในช่วงบ่าย

สำหรับการประชุม กกต. ในเวลา 13.00 น. ซึ่งจะมีการพิจารณาให้ความเห็นชอบข้อสังเกตของคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายหาเสียงที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง สส. ของ  51 พรรค และจะมีความเห็นของ กกต.ด้วย ก่อนที่จะมีการเผยแพร่ให้ประชาชนได้พิจารณาประกอบการตัดสินใจเลือกพรรคการเมือง

นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาแนวทางในการดำเนินการเกี่ยวกับกรณีการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ หลังได้รับข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานได้มีการตรวจสอบรายละเอียดและความเกี่ยวข้องเบื้องต้น รวมถึงแนวทางในการจัดทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อใช้เป็นแนวทางตรวจสอบการทำธุรกรรมในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ขณะที่สายด่วน กกต. 1144 ก็ได้รับเรื่องร้องเรียนและต่อว่าจากประชาชนสายแทบไหม้ เนื่องจากไม่ได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจากปัญหาข้างต้นตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 1 ก.พ. จนถึงขณะนี้

แสวงขอบคุณกปน.จัดเลือกตั้งล่วงหน้า

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า สิ่งที่ตนเองลืมกล่าวบนเวทีแถลงข่าวหลังปิดหน่วยลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าคือ เพราะกังวลกับการกล่าวขอโทษในสิ่งที่ผิดหลงระห่างลงคะแนน คือ1.การกล่าวขอบคุณบุคคล ดังนั้น 1)ขอขอบคุณกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นประชาชนกึ่งอาสา ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอุตสาหะ ท่านทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว แม้จะมีบางส่วนไม่เข้าใจ หรือสำคัญผิด หรือ ไม่รู้ในบางเรื่อง ได้ตำหนิ เกรี้ยวกราด ตั้งข้อสังเกต เพราะมาทำหน้าที่สำคัญนี้กับสำนักงาน กกต.

ในส่วนนี้เป็นความรับผิดชอบของสำนักงานฯ เอง ขออย่าให้ท่านเสียกำลังใจ หันหลังให้กับงานสำคัญของชาติ 2) ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่ออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก ทำให้การการเลือกตั้งล่วงหน้า สส. มีบรรยากาศคึกคัก ส่งผลต่อการกระตุ้นให้มีผู้ออกมาใช้สิทธิในวันที่ 8 ก.พ. มากขึ้น แม้จะมีความไม่สะดวกอยู่บ้าง และ 3) ผู้สมัคร พรรคการเมือง ผู้สังเกตการณ์ ที่ได้ร่วมติดตาม ตรวจสอบ การลงคะแนน การปฏิบัติหน้าทีของพนักงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความโปร่งใส สุจริตและเที่ยงธรรม

แนะทำบันทึกนำไปสู่การแก้ไข

2.เรื่องข้อกล่าวหา ระหว่างการลงคะแนน และหลังการลงคะแนนมีตามมาพอสมควร ซึ่งเรารับฟังเสมอ เพื่อนำมาปรับปรุง พัฒนา แก้ไขให้ดีขึ้น แต่บางข้อกล่าวหาเป็นการพูดลอยๆ ว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ โดยไม่ได้ระบุอะไรมาเลย ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไปได้ อยากขอว่าถ้ากล่าวหาว่าทำอะไรผิด อย่างน้อยกบอกหน่วยเลือกตั้งใว้ก็จะพอตรวจสอบข้อเท็จจริงได้หรือบันทึกเหตุการณ์ประจำหน่วยไว้ก็จะดีมาก เพราะบันทึกเหตุการณ์ประจำหน่วยจะว่ามีเหตการณ์อะไรเกิดขึ้น ใคร ทำอะไร ทำที่ใหนอย่างไร ไม่อยากให้มีการกล่าวหากันลอย ไม่เป็นธรรมกับ กปน. ที่ปฏิบัติงาน ซึ่งเขาไม่ได้มีโอกาสได้พูด ได้ชี้แจง เพราะไม่ทราบว่ามันเกิดที่หน่วยใหน ข้อมูลเบื้องต้นจึงจำเป็นขอเถอะ

กทม.ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าคึกคัก

นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานครเปิดเผยว่า ได้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า ณ สถานที่เลือกตั้งกลางของกรุงเทพมหานคร จำนวน 50 จุด โดยภาพรวมการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่สามารถบริหารจัดการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้อย่างเหมาะสม

สำหรับภาพรวมผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง จำนวน 845,853 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 740,966 คน คิดเป็นร้อยละ 87.60 ขณะที่ผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง จำนวน 2,747 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 2,650 คน คิดเป็นร้อยละ 96.47 สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและการมีส่วนร่วมทางประชาธิปไตยของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างชัดเจน

อนุทินบอกดี ปชช.แห่ลต.ล่วงหน้า

ที่สำนักข่าวท็อปนิวส์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งพรรคประชาชนมีปัญหาในเรื่องของข้อมูลต่างๆ ทางพรรคภูมิใจไทยได้เจอปัญหาหรือมีขั้นตอนการแก้ไขอย่างไร ว่า ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีปัญหาอะไร ทราบแต่รายงานภาพรวมมีประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าเยอะมาก ให้ความสนใจในความเป็นไปของบ้านเมืองเยอะขึ้น ดีครับ เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าในวันที่ 8 ก.พ.ที่จะถึงนี้ เจ้าของประเทศจะได้ไปใช้สิทธิ์เต็มที่ ตัดสินใจอนาคตของประเทศอย่างเต็มที่ ก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศเป็นอย่างมาก

พท.แถลงพบข้อสังเกตเพียบ

นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเกี่ยวกับการสังเกตการณ์การเลือกตั้งล่วงหน้าว่า พรรคเพื่อไทยได้ส่งตัวแทนไปสังเกตการณ์การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และการลงคะแนนเสียงของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า ใน 16 จังหวัด 26 เขตเลือกตั้ง เฉพาะที่เลือกตั้งกลางที่มีผู้มาลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าสูงกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าในการเลือกตั้งปี 2566 เกินกว่าร้อยละ 50 ตามที่ศูนย์แจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง พบว่า มีบางจังหวัด บางเขต มีผู้ขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก พบข้อสังเกตดังนี้ 1 พบว่ามีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต แต่ยังอยู่ภายในจังหวัดเดียวกัน เป็นจำนวนมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าในจังหวัดอื่น ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการซื้อเสียงล่วงหน้าได้ในแต่ละจังหวัด

2 พบว่าการปิดป้ายประกาศหน้าที่เลือกตั้งกลางแต่ละแห่ง ไม่เป็นไปตามแบบแผนเดียวกัน บางแห่งปิดประกาศรายชื่อผู้สมัครทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อแยกออกจากกัน แต่บางแห่งปิดประกาศรวมอยู่ในป้ายหน้าหน่วย ทำให้ผู้มาใช้สิทธิ์เกิดความสับสน และเกิดปัญหาการจดจำหมายเลขผู้สมัครสลับกัน

3 พบว่าในหลายหน่วยเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลาง มีการปิดประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือใบ ส.ส. 4/14 ไม่ครบถ้วน เช่น กรณีนายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ เขต 2 ไม่มีรายชื่อปรากฏอยู่

4 พบว่าการจ่าหน้าซองในแบบ ส.ส. 5/2 โดยเฉพาะการระบุรหัสเขตเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งมีความเข้าใจแตกต่างกัน บางแห่งเข้าใจว่า 2 หลักแรกเป็นรหัสจังหวัด และ 2 หลักหลังเป็นรหัสเขต พบว่าบางหน่วยมีการกรอกรหัสเขตเลือกตั้งผิด และบางหน่วยไม่ได้กรอกรหัสเขตเลย ทำให้เกิดความไม่มั่นใจว่าบัตรเลือกตั้งจะถูกส่งไปยังเขตเลือกตั้งที่ถูกต้องหรือไม่

5 พบว่าการใช้สิทธิลงคะแนน ณ ที่เลือกตั้งกลาง มีโอกาสที่จะมีการจัดยานพาหนะขนส่งคนมาลงคะแนน ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

เรียกร้องจัดเลือกตั้งอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนหลายกรณี และพรรคเพื่อไทยยังมีหลักฐานอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลจากทั่วประเทศ และดำเนินการยื่นเอกสารร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อไป

ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยได้สื่อสารมาโดยตลอด เรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส เพื่อไม่ให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีข้อครหา และเพื่อให้เสียงของพี่น้องประชาชนมีความหมายในทุก ๆ เสียง

เจษฎ์สับเละ จี้แก้ไขก่อนระบบพัง

ที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกฯ พรรครักชาติ กล่าวถึงการทำงานของ กกต. ในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมาว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นชัดเจนถึงความสะเพร่าของกกต.กลาง ที่กำลังทำลายศรัทธาประชาชน และอาจลากยาวไปถึงการทำลายโครงสร้างประเทศด้วย ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมืองเฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่คือความล้มเหลวของระบบ ที่ทุกพรรคโดนหางเลขกันถ้วนหน้า เป็นความผิดพลาดของกกต. ซึ่งต้องยอมรับว่า ทั้งการติดป้าย การติดชื่อ การเอาแผ่นที่เป็นแผ่นขาวไปทับชื่อผู้สมัคร ผิดพลาดกันไปหมด ทำให้ประชาชนสับสน หรือการเขียนเลขที่หน้าซอง ก็ต้องเขียนให้ถูก พิจารณาให้ถี่ถ้วน อย่าให้เกิดความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก

นายเจษฎ์ กล่าวถึงเหตุอุกอาจในพื้นที่นครศรีธรรมราช ที่มีการบุกชิงบัญชีรายชื่อไปดื้อ ๆ ซึ่งสะท้อนความหละหลวมของมาตรการรักษาความปลอดภัย ด้วยว่า ขอถามไปยัง กกต.ว่า กรณีแบบนี้ผู้ตรวจการเลือกตั้งอยู่ที่ไหน ซึ่งหากยังทำงานกันแบบนี้ อย่าหวังเลยว่าประชาชนจะไว้ใจผลการเลือกตั้ง เมื่อความศรัทธาใน กติกา หมดลง ความศรัทธาใน สภา และ พรรคการเมือง ก็จะพังทลายตามไปด้วย แล้วจะอยู่กันยังไง การเลือกตั้ง ถ้าวิปริต แปรปรวน มันก็จะทำให้สภาไม่สามารถตั้งมั่นอยู่ได้ เกิดความไม่ไว้วางใจพรรคการเมือง แล้วการพัฒนาประเทศชาติก็จะทำไม่ได้ด้วย จึงอยากฝากไปถึงกกต.ว่า หากจัดการเลือกตั้งไม่ดี ประเทศชาติพังแน่ อย่าลืมว่า เงินภาษีทุกบาททุกสตางค์คือน้ำพักน้ำแรงของประชาชน การจัดเลือกตั้งที่ผิดพลาดซ้ำซาก เท่ากับเอาเงินประชาชนมาละลายเล่น บัตรเลือกตั้ง ทั้งสีเขียว สีชมพู ถ้าไร้ค่าเพราะความผิดพลาดของกกต. ก็เท่ากับกกต.เผาเงินภาษีทิ้ง

อรรถวิชช์ขอให้รอบคอบกว่านี้

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 2 และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับหลากหลายปัญหาหลังจากการเลือกตั้งล่วงหน้า นอกจากปัญหาชื่อผู้สมัครหายหลายพรรคแล้ว มีประชาชนร้องเรียนมาว่า ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าสำเร็จแล้ว แต่พอไปใช้สิทธิ์จริงกลับไม่มีชื่อ ไม่สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ จึงอยากให้ กกต. ทำงานให้ รอบคอบ กว่านี้ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นธรรม กระทบสิทธิ์ประชาชน

ปชน.จี้กกต.ฟันคนทุจริตต่อหน้าที่

จากกรณีการจัดการออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง และที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้ง ปรากฏข้อเท็จจริงที่เผยแพร่เป็นการทั่วไปจากสื่อมวลชนและประชาชนผู้มาออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง ในหลายหน่วยเลือกตั้งกระจายไปทั่วประเทศ เกี่ยวกับปัญหาความผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ประธานกรรรมการและกรรมการประจำที่เลือกตั้งกลาง ตลอดจนผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานในการเลือกตั้ง ทางพรรคประชาชน จึงขอให้ กกต.เร่งกำหนดมาตรการป้องกันมิให้เกิดความบกพร่องในการจัดการเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตลอดจนตรวจสอบการดำเนินการของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งทั่วประเทศว่า มีการประพฤติส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อประกาศ หรือระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ละเลยต่อหน้าที่หรือไม่ หากพบว่ามีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ ขอให้สั่งปลดเจ้าพนักงานประจำหน่วยโดยทันที ซึ่งเป็ยอำนาจโดยตรงของ กกต.

ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง พนักงานการเลือกตั้ง ตลอดจนกรรมการการเลือกตั้ง ผู้หนึ่งผู้ใด หลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ทุจริตต่อหน้าที่ พรรคประชาชนขอสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง พนักงานการเลือกตั้ง ตลอดจนคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้กระทำผิดตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ ฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาชน จะยื่นหนังสือด่วนที่สุดอย่างเป็นทางการ ต่อ กกต. ในวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์

ผู้สมัคร ปชน. แจ้งเอาผิด กกต.

วันเดียวกัน นางสาวชลณัฏฐ์ โกยกุล ผู้สมัครสส.กรุงเทพ เขต28 พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก โจมตี กกต. โดยระบุว่า อย่าคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วจะมากดขี่ข่มเหงประชาชนคิดจะฟ้องข่มขู่ใครก็ได้ เราไม่ได้บอกว่าเจ้าหน้าที่ กกต.ทุกคนที่แย่ เจ้าหน้าที่ กกต.ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใสและเป็นธรรมมีอยู่มากมาย แต่คนที่เป็นผู้กำหนดแนวทางการปฏิบัติปัจจุบัน ที่ทำให้การเลือกตั้งมันยากและซับซ้อน

นอกจากนั้น นางสาวชลณัฏฐ์ เปิดเผยว่าได้แจ้งความเอาผิด กกต. มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 69 ที่ระบุโทษกรรมการหรือพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต โดยหยิบยกประเด็นหลักเรื่องของความผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้ากรณี QR Code

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ในการเลือกตั้งครั้งนี้ อย่ามองหาเพียงคนที่สัญญาว่าจะให้อะไร แต่จงมองหาคนที่คิดเป็นระบบ กล้ารื้อโครงสร้าง และพร้อมออกแบบอนาคตจริงๆ เพราะเราจะไม่พึงพอใจกับสิ่งที่หวัง แต่เราจะได้ในสิ่งที่เราเลือก”

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์

อดีตรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม