พีระพันธุ์ ลุยสมุทรสาคร! ฟังเสียงชาวมหาชัย ทวงคืนถนนพระราม 2

พีระพันธุ์ ลุยสมุทรสาคร! ฟังเสียงชาวมหาชัย ทวงคืนถนนพระราม 2

พีระพันธุ์ ลุยสมุทรสาคร! ฟังเสียงชาวมหาชัย ทวงคืนถนนพระราม 2

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.09 น.

“พีระพันธุ์” ลุยสมุทรสาคร! ฟังเสียงชาวมหาชัย ทวงคืนถนนพระราม 2 ย้ำ! รทสช. พร้อมรื้อโครงสร้างพลังงาน-คุมเข้มแรงงานต่างด้าว แก้ปัญหาค่าครองชีพ

วันที่ 1 ก.พ.69 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วย พันเอกเฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่บริเวณตลาดสดมหาชัย และตลาดริมคลองพ่อพันท้ายนรสิงห์ เพื่อช่วยนายโกศล ตาลทอง ผู้สมัคร สส. สมุทรสาคร เขต 1 เบอร์ 8 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยต่างให้การต้อนรับและให้กำลังใจอย่างอบอุ่น โดยกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าได้สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาบริเวณถนนพระราม 2 ซึ่งมีการก่อสร้างล่าช้าไม่แล้วเสร็จ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและเกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย จึงอยากให้นายพีระพันธุ์ช่วยผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ กลุ่มพ่อค้าแม่ค้ายังกล่าวถึงการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในจังหวัดสมุทรสาคร โดยมองว่ากำลังแย่งอาชีพคนในพื้นที่ ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์ยืนยันว่า หากได้มีโอกาสเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชน จะดำเนินการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างเด็ดขาดแน่นอน

นายพีระพันธุ์ ยังกล่าวถึงปัญหาค่าครองชีพ และราคาน้ำมัน โดยระบุว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบกับคนจำนวนมาก และยืนยันว่าพร้อมแก้ไขอย่างจริงจัง ซึ่งที่ผ่านมาเคยผลักดันกฎหมายบางฉบับจนใกล้เสร็จสิ้นแล้ว แต่ต้องหยุดชะงักเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่ได้กล่าวให้กำลังใจนายพีระพันธุ์ โดยระบุว่านโยบายและการดำเนินงานด้านพลังงานของพรรคมาถูกทิศทางแล้ว เนื่องจากการแก้ปัญหาเศรษฐกิจควรเริ่มจากการลดต้นทุนพลังงาน เข้าใจว่าการเดินหน้าแก้โครงสร้างพลังงานทำให้ต้องเผชิญแรงต้านจากกลุ่มทุนและผู้มีผลประโยชน์ แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงให้กำลังใจ พร้อมฝากความหวังให้ นายพีระพันธุ์ และพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้จัดตั้งรัฐบาล เพื่อผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์กับคนไทยทุกคน

อนุทิน ปราศรัยสามโคก อ้อนขอกลับเป็นนายกฯ โว 4 เดือนยังดีขนาดนี้ 4 ปีจะดีขนาดไหน

อนุทิน ปราศรัยสามโคก อ้อนขอกลับเป็นนายกฯ โว 4 เดือนยังดีขนาดนี้ 4 ปีจะดีขนาดไหน

อนุทิน ปราศรัยสามโคก อ้อนขอกลับเป็นนายกฯ โว 4 เดือนยังดีขนาดนี้ 4 ปีจะดีขนาดไหน

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.58 น.

“อนุทิน” ปราศรัยใหญ่สามโคก ขอโอกาสชาวปทุมธานีเลือกภูมิใจไทย อ้อนขอกลับมาเป็นนายกฯ หลังผ่านทดลองงาน 4 เดือน บอก ช่วยต่อสัญญาให้หน่อย โว 4 เดือนดีขนาดนี้ 4 ปีจะดีขนาดไหน ลั่นถ้าทำงานครบ 12 เดือน ดัชนีไม่ดีขึ้นไม่ต้องไล่เดี๋ยวออกเอง แขวะคนเอามือไขว้หลังไม่เคารพเพลงชาติ ไม่ให้เกียรติบรรพบุรุษ ย้ำไม่เปิดด่าน ลั่นภูมิใจไทยมีแต่คนเขี้ยวแต่ไม่เอี้ย ยกเหตุสต๊อกข้าว เย้ยคู่แข่ง นี่แหละความแตกต่างของ “กึ๋น”

1 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ลานอเนกประสงค์ตลาดนัดสามโคก จ.ปทุมธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ,นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส. ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย ทั้ง 8 เขต หาเสียง ประกอบด้วย นายสุรศักดิ์ สุรทัตโชค ผู้สมัคร สส.เขต 1 ,นางสาวชิดชนก พวงเพ็ชร์ ผู้สมัคร สส.เขต 2 ,นายคุณานนท์ ชูประเสริฐ ผู้สมัคร สส.เขต 3 ,นายจำลอง เงินยวง ผู้สมัคร สส.เขต 4 ,นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ผู้สมัคร สส.เขต 5 , นายวรากร เครือทองศรี ผู้สมัคร สส.เขต 6 ,นายพิษณุ พลธี ผูัสมัคร สส.เขต 7 และนางสาวพรพิมล ธรรมสาร ผู้สมัคร สส.เขต 8 

โดย นายอนุทิน กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ต้องขออภัยที่เสียงอาจไม่ใสเหมือนปกติ เพราะเป็นฤดูกาลที่ต้องไปพบปะปราศรัยกับประชาชนทั่วประเทศ วันนี้ตนเป็นคนขอนายชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี มาพบกับพ่อแม่พี่น้องชาวปทุมธานี สถานที่แห่งนี้ตนเคยมาเมื่อการเลือกตั้งปี 2562 วันนี้ขอมาอีกครั้งด้วยความมั่นใจ ว่าพ่อแม่พี่น้องชาวปทุมธานีจะให้โอกาสพรรคภูมิใจไทย เข้าไปทำงานรับใช้ทุกท่าน ซึ่งจะดีกว่านี้ถ้าทุกคนให้พรรคภูมิใจไทยกลับเข้ามาทำงาน ให้ตนเข้าเป็นนายกรัฐมนตรี ไปเป็นรัฐบาลให้กับทุกคน ตอนนี้ขอติดไว้ก่อนแล้วอีกสองสัปดาห์จะกลับมาขอบคุณ พ่อค้าแม่ค้าจะได้ติดป้ายคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ไม่ต้องเอาออก ซึ่งโครงการนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดรายจ่าย เกิดการหมุนเวียนของเงิน และสร้างการจับจ่ายใช้สอยกันทั่วประเทศ นี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยนำมาเสนอให้กับประชาชนทั่วประเทศ ให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อที่จะเติบโตไปด้วยกัน

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เมื่อสักครู่พวกเราร้องเพลงชาติไทยไปด้วยกัน รู้สึกหรือไม่ว่าช่วงนี้เพลงชาติไทยเพราะกว่าปกติที่พวกเราเคยได้ยินมา ฟังแล้วรู้สึกรักชาติปลาบปลื้มใช่หรือไม่ มีใครเอามือไขว้หลังแล้วยืนเฉยๆหรือไม่ ตนแอบดูอยู่ปรากฏว่าพี่น้องชาวปทุมธานี ยืนตรงไม่มีคนเอามือไขว้หลังเลยสักคน เพลงชาติไทยคนไทยร้องเพราะที่สุด คนไทยฟังแล้วเพราะที่สุด เพราะเป็นเพลงชาติของเรา เราต้องเคารพต้องให้เกียรติทุกครั้งที่เคารพธงชาติ เราจึงต้องลุกขึ้นยืน เป็นการเคารพบรรพบุรุษ ศาสนา และสถาบันสูงสุด รวมถึงเคารพผู้ที่ปกป้องแผ่นดินไทยที่ทำให้เราอยู่สุขสบายทุกวันนี้ นี่คือความหมายของการเคารพธงชาติ จะไม่มีความหมายอะไรเลยถ้าเรามองว่าเป็นการเคารพผ้าหนึ่งผืน แต่ถ้าผืนนั้นมีสีแดงขาวน้ำเงิน บ่งบอกว่านี่คือประเทศไทยที่กว่าจะมาถึงวันนี้ บรรพบุรุษได้ปกป้องบ้านเมืองสละชีวิต และจิตวิญญาณ ดังนั้น วันนี้การที่เราฟังเพลงชาติได้ไพเราะ เพราะเราถูกรังแกถูกคุกคามแผ่นดิน เราจึงหวงแหนแผ่นดิน เราไม่เคยวุ่นวายกับแผ่นดินอื่น แต่ถ้าใครเข้ามาวุ่นวายกับแผ่นดินของเรา ก็มีความจำเป็นต้องปกป้องต่อสู้ไม่ให้มีใครมารุกรานนี่คือคนไทย

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า พรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา พบกับสถานการณ์นี้พอดี ตนได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยจะเข้ามาเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยแล้วบอกว่าอยู่เพียง 4 เดือน แต่เมื่อประเทศชาติมีภัยถูกคุกคามถูกล่วงล้ำอธิปไตยเมื่อไหร่ ตนที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลได้ทำอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องบ้านเมืองของเราให้มีความปลอดภัยจากการถูกคุกคามของคนต่างชาติ

ดังนั้น ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าเรามีความปลอดภัย จะไม่มีใครเข้ามาคุกคามรังแกล่วงล้ำอธิปไตยได้  ประชาชนทุกคนสามารถที่จะวางแผนทำทุกสิ่งทุกอย่างตามที่ตั้งใจไว้ รับรองว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน ด่านชายแดนพวกเราจะไม่มีวันเปิด แต่จะปิดมันอยู่แบบนี้ เพราะปิดแล้วเกิดประโยชน์กับประเทศไทยมากมาย ช่องทางที่ปิดไม่มียาเสพติดไม่มีข้าวเถื่อน ไม่มีมันสำปะหลังเถื่อน ไม่มีแรงงานเถื่อนลักลอบเข้ามา

”ถือเป็นฉันทานุมัติเรื่องเปิดด่าน ถ้าภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล ไม่มี ไม่ต้องโทรศัพท์พูดคุยกันทั้งสิ้น ประชาชนสั่งแล้ว นายกฯ หัวหน้ารัฐบาลที่มาจากพรรคภูมิใจไทย ถ้าประชาชนต้องการให้กลับเข้าไปอีก ไม่มีเปิดด่าน” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ปทุมธานีเป็นจังหวัดสำคัญ ความเจริญคล้ายกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของปริมณฑล วันนี้เราต้องช่วยกันผลักดันให้จังหวัดปทุมธานีมีความเจริญก้าวหน้าในทุกด้านให้มากกว่าเดิม ลดความแออัดในกรุงเทพฯ ด้วยการกระจายความเจริญให้มากกว่านี้ ซึ่งตนมีความใกล้ชิดติดตามการเจริญเติบโตของจังหวัดปทุมธานีมาโดยตลอด ตนสนิทกับนายกฯชาญ เป็นสิบๆปี ตั้งแต่ตนยังไม่ได้เข้าการเมืองมากขนาดนี้ และรู้จักอีกหลายคน ทั้งพลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ก็เป็นเพื่อนตน ตนไม่มีปัญหากับใครในจังหวัดปทุมธานี และเชื่อว่าสามารถที่จะเชื่อมพลังสามัคคีให้เกิดขึ้นในจังหวัดปทุมธานีได้ เพื่อที่จะได้พัฒนาปทุมธานีไปด้วยกัน

นายอยุทิน กล่าวว่า เที่ยวนี้ขอให้พรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงานอย่างเต็มที่ดูสักครั้ง เข้ามา 4 เดือนก็ทำคนละครึ่งเรียบร้อย ตอนเดินหาเสียงก็ไม่เดินแห่ ใครถือป้ายก็ขอให้เก็บ ตนขอเดินไม่เกิน 3-4 คน ไม่ต้องตามให้ก็เกะกะ ตนถึงบอกว่าขบวนพวกนี้ไม่จำเป็น เพราะตนไม่กลัวหรอกว่าใครจะจับไปเรียกค่าไถ่ไม่คุ้ม เพราะกินจุ กินทุกวัน เจอเฟซบุ๊กก็จะเห็นหมด แต่สิ่งที่ตนได้จากการเดินตลาด เดินตามถนน เดินตามแหล่งชุมชน คือข้อมูล เรื่องคนละครึ่งที่ทุกคนขอเฟส 2 โดยที่ประชาชนไม่ขอมากกว่านี้ เพราะไม่อยากรบกวนบ้านเมือง ไม่อยากรบกวนวินัยการคลังของประเทศ บอกว่าให้พวกเราแค่นี้พอแล้ว ตนบอกว่าเอาเงินหมื่นมาแจกเอาไหม ชาวบ้านบอกไม่เอาวุ่นวาย พอได้มาเจ้าหนี้มายืนรอเอาคืนหมด ยังไม่ทันได้ใช้แม้แต่บาทเดียว ตนจึงหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ว่าต้องจัดการปรับโครงสร้างหนี้ให้ประชาชน ให้ทุกคนไม่มีหนี้นอกระบบ ถ้าจ่ายร้อยละสองต่อวันได้ ขอร้อยละสองต่อเดือน เพราะธนาคารก็ได้ด้วยเช่นกัน

นายอนุทิน กล่าวว่า คำว่าไทยแลนด์ไม่เคยหลุดจากปาก นายโดนัลด์ เจ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาก่อน แค่ 3-4 เดือน พูดคำว่าไทยแลนด์แล้วหลายครั้ง และพูดว่านายกฯ ไทยเก่ง เราสามารถนำเอาประเทศไทยกลับเข้ามาในจอเรดาร์โลกได้ ขณะเดียวกันประเทศไทยก็ต้องทำตัวให้เขามอง วันนี้โลกตั้งกติกามาใหม่ ห้ามใช้แรงงานเถื่อน ห้ามใช้แรงงานเด็ก ห้ามใช้แรงงานจากการกดขี่ข่มเหง เราไม่ต้องการทำอยู่แล้ว 

นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ตนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ใช้นโยบายในการผลักดันให้เกิดสิ่งเหล่านี้ เพื่อจะทำให้คนไทยสามารถส่งสินค้าไปขายต่างประเทศได้ โดยไม่มีการกีดกันทางการค้า    

“พรรคภูมิใจไทยเรามีบุคลากรที่พร้อมแล้ว มีบุคลากรที่เดินทางไปทั่วโลก สมัยก่อนไม่มีใครกล้าไป เพราะไปแล้วไม่รู้ว่าตัวเองมีดีอย่างไร ไม่มั่นใจคุณศุภจีถึงบอกไง จะไปขายข้าวให้เมืองนอก ฉันต้องรู้ว่าฉันมีเข้าสต๊อกอยู่ เพราะถ้าเดินไปปุ๊บเขาบอกจะซื้อเท่านี้ ฉันสต๊อกไว้ 1 ล้านตัน ถ้าเขาซื้อ 7 แสนตัน บอกพรุ่งนี้ส่งเลย เขาก็จะซื้อเรา ในขณะที่บางพรรคบอกไม่จำเป็นต้องสต๊อก เสียของ ไปขายก่อน รับออเดอร์มาแล้วค่อยมาผลิต เวียดนามแย่งเราไปหมดแล้ว ขายไม่ทันเขา นี่ไงครับ ความแตกต่างของคำว่าประสบการณ์ ความแตกต่างของคำว่ากึ๋น ความแตกต่างของคำว่าเขี้ยว คำว่าเขี้ยว ไม่ใช่เอี้ยนะ  พรรคภูมิใจไทยมีคนเหล่านี้อยู่เต็มพรรค 4 เดือนยังทำได้ขนาดนี้ แล้ว 4 ปีจะขนาดไหน” นายอนุทิน กล่าว   

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนทำงานมีความสุข ที่เห็นประชาชนตอบรับว่าขอบคุณมาก คนละครึ่ง ปิดด่าน เอาดินแดนคืนมา ตรงนี้เอาเงินร้อยล้านมาให้ ยังแลกไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น เงินเหล่านี้ไม่ได้มีความหมายอะไร ที่เขาบอกว่ามาทำธุรกิจทางการเมือง ไม่ใช่หรอก การยอมรับจากประชาชนสำหรับตน 5 แสนล้าน ไม่มีใครจ่ายตนได้

นายอนุทิน ย้ำว่า ไม่ต้องบอกว่าเมื่อไหร่จะได้คนละครึ่งเฟส 2 เพราะมันจะมาเอง มันจะมาจากหัวใจ จะมาจากความตั้งใจ ไม่ต้องมาบีบบังคับ ถ้ามาออกมาจากหัวใจ ทำแล้วเป็นประโยชน์ให้กับประชาชน ตนทำทุกเรื่อง และหาคนที่ถูกต้องถูกงานมาทำให้ท่าน 

”พูดแล้วมันโมโหเหมือนกัน นึกถึงภาพ เราต้องไป ถูกเขารังแก ไปเป็นน้ำใต้ศอกเขา อยากได้อะไรก็บอก อยากให้อะไรกูยังไม่ให้เลย อยากได้อะไรจะบอกได้อย่างไร มันคนละประเทศกัน มีแต่พี่น้องชาวไทยเท่านั้น อยากได้อะไรบอกมา” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน ตั้งคำถามว่า ครบทดลองงานแล้ว ต่อสัญญาให้หน่อยได้หรือไม่ แล้วถ้า 12 เดือนผ่านไป ทำแล้วดัชนีทุกอย่างตก ไม่มีปัญญาทำให้กับพี่น้องได้ ไม่ต้องไล่ ออกให้เอง ไม่อยู่ให้เปลืองภาษีไม่อยู่ให้เปลืองข้าวสาร

“เดี๋ยวบอกว่าจะกล้าออกหรือ ก็เขาบอกให้ยุบสภา 31 ม.ค. พอพูดกันไม่รู้เรื่อง 8 ธ.ค.ก็ยุบแล้ว ทำมาแล้ว ไม่ได้ยึดติด ถ้าไม่มีประโยชน์ไม่ต้องเก็บเอาไว้ ผมไม่ต้องรอให้ประชาชนประเมิน ผมประเมินตัวเองได้ทุกวัน คนที่ทำงานให้บ้านเมืองมันรู้ มันมีสัญชาตญาณเหมือนกัน ว่าตื่นมาวันนี้กูไม่มีค่าต่อไปให้คนไทย ก็ไม่อยู่ อยู่ไม่ได้” นายอนุทิน กล่าว

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่นายอนุทิน ปราศรัยช่วงนี้ ได้มีประชาชนตะโกนว่า ”อยู่ยาวไป อยู่ยาวไป ปทุมธานีอยากได้ไฟสว่าง“

นายอนุทิน จึงกล่าวว่า อยากได้ไฟสว่างหรือ ขออะไรให้มันยากกว่านี้หน่อยได้หรือไม่ ดูถูกมากเลย นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนะเนี่ย กำกับดูแลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้พ่อแม่พี่น้องมา น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีเงินใช้ด้วย

ในช่วงท้าย นายอนุทิน ได้กล่าวกับชาวปทุมธานีว่า ใจฉันมีแต่เธอมีแต่เธอคนเดียว ส่วนใจเธอมีแต่ฉัน เบอร์ 37 ก่อนจะร่วมถ่ายรูปกับผู้มาฟังปราศรัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการปราศรัย นายอนุทิน นายชาญ พวงเพ็ชร์ และผู้สมัคร สส.ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย ได้เดินตลาดนัดสามโคก ทักทายประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของ และพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของในตลาด โดยมีประชาชนเข้ามาขอเซลฟี่ แม่ค้าบางคนบอกว่า ขนลุกเลยดีใจที่ได้เจอนายกฯตัวจริงเพราะปลื้ม ก่อนที่จะเดินทางกลับ

กกต.ขอโทษประชาชน ปมคิวอาร์โค้ดผิดพลาดยันแก้ไขแล้ว

กกต.ขอโทษประชาชน ปมคิวอาร์โค้ดผิดพลาดยันแก้ไขแล้ว

กกต.ขอโทษประชาชน ปมคิวอาร์โค้ดผิดพลาดยันแก้ไขแล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.31 น.

เลขาฯ กกต.แถลงขอโทษประชาชน เหตุคิวอาร์โค้ดผิดพลาด เป็นข้อมูลเก่า ‘เขตบางบอน’ แก้ไขแล้ว ยันไม่เชื่อมีคนโทรข่มขู่ พร้อมแจงปมรหัสเขตเป็นเลขเฉพาะไปรษณีย์กำหนดใหม่ โว!!ต่อให้ไม่เขียนก็ส่งถูกที่ พร้อมเปิดคัดแยก 3 ก.พ.นี้ ระบุเจ้าหน้าที่ยังปิดล้อมบ้านต้องสงสัยซื้อเสียงที่ จ.สุราษฎร์ฯ มั่นใจหลักฐานครบ รอแค่หมายศาลเข้าค้นทันที  

1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แถลงภาพรวมหลังการเลือกตั้งล่วงหน้า ว่าภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่มีหลายเหตุการณ์ที่อยากชี้แจงให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ ดังนี้ 1. บางหน่วย บางจังหวัดไม่มีเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครของบางพรรคการเมืองที่หน้าหน่วยเลือกตั้ง จากการตรวจสอบแล้วพบว่าทั่วประเทศมี 2 แห่ง คือ ที่จังหวัดชลบุรี และเชียงราย เหตุเกิดจากต้นทาง คือจังหวัดลำปางจัดส่งชุดเอกสารบกพร่อง โดยที่ส่งไปที่ชลบุรี มีหมายเลข 6 ซ้ำกัน ไม่มีหมายเลข 8 ส่วนที่จังหวัดเชียงราย เอกสารแนะนำตัวผู้สมัครหมายเลข 8 ไปอยู่ในเขตอื่น   

2. กรณีปัญหาคิวอาร์โค๊ดข้อมูลผู้สมัครสส. ที่ทางกทม.จัดทำเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้ข้อมูลกับผู้มาใช้สิทธิ์ พบว่ามีปัญหาที่เขตบางบอน ซึ่งทำคิวอาร์โค๊ดไปลิ้งค์กับข้อมูลผู้สมัครเมื่อปี 2566 ซึ่งตนต้องขอโทษกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ส่วนที่มีการออกมาระบุว่า มีเจ้าหน้าที่กกต.โทรไปข่มขู่นั้น ตนคิดว่าไม่น่าจะใช่คนของกกต. เพราะเราอบรมมาให้บริการประชาชน และเรื่องนี้เป็นความบกพร่องของทางเราจึงควรขอโทษมากว่า อย่างไรก็ตาม ตนจะตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง 

3. กรณีเจ้าหน้าที่เขียนรหัสเขตเลือกตั้งหน้าซองใส่บัตรผิด ซึ่งขอชี้แจงว่ารหัสเขตเลือกตั้งใน 1 เขต จะมีหลายอำเภอ แต่ละอำเภอจะมีรหัสไปรษณีย์แตกต่างกัน และบางเขตรหัสไปรษณีย์ซ้ำกัน เช่น จ.สมุทรปราการ กับกทม. ดังนั้น ทางไปรษณีย์ ในฐานะผู้นำส่งจึงได้กำหนดรหัสเขตการเลือกตั้งขึ้นมาเป็นการเฉพาะเพื่อให้นำส่งถึงทั้ง 400 เขตอย่างถูกต้อง ซึ่งหลังปิดหีบลงคะแนนวันนี้ ประธานเขตเลือกตั้งแต่ละเขตจะทำการตรวจสอบจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ กับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่อยู่ในหีบก็จะมีการตรวจสอบรหัสไปด้วย ดังนั้น ต่อให้ไม่กรอกรหัสเขตเลือกตั้งก็ยังส่งไปถึง เพราะรูปแบบที่เราออกแบบไว้ทำให้เราสามารถตรวจสอบได้  ทั้งนี้ ในวันที่ 3 ก.พ. เวลา 14.00 น.จะมีการคัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ส่วนบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ซึ่งขณะนี้ทยอยส่งกลับมาถึงเมืองไทยแล้ว แต่ช้าที่สุดคือ 5 ก.พ. ซึ่งจะทำการคัดแยกให้เสร็จภายในวันที่ 6 ก.พ.และจะส่งในวันที่ 6 และ 7 ก.พ.ให้ไปถึงหน่วยเลือกตั้ง เพื่อนำไปนับรวมกันในวันที่ 8 ก.พ. 

4.กรณีประชาชนลืมบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตไว้ในหน่วย ที่จังหวัดนครปฐม ไม่ได้นำใส่ไปในซอง ทางกรรมการประจำหน่วยจึงได้ทำบันทึกเหตุการณ์ประจำวัน และเย็บติดบัตรเลือกตั้งดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน 
5. กรณีกปน. จังหวัดนนทบุรี ฉีกบัตรเลือกตั้ง ติดต้นขั้วให้กับผู้มาใช้สิทธิ์ไปด้วย ซึ่งบัตรดังกล่าวจะส่งไปปลายทางที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี  จึงได้มีการประสานไปยังจังหวัดสุราษฎร์ฯ ว่าก่อนนับให้แยกต้นขั้วออกมาก่อนนำบัตรไปนับเป็นคะแนน 

“ปัญหาความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะไม่ส่งผลกระทบกับการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. เพราะในวันที่ 8 ก.พ.ไม่มีเรื่องการใช้รหัสเขตการเลือกตั้ง หรือคิวอาร์โค๊ดแล้ว รวมถึงเรื่องการสังเกตการณ์ของผู้แทนและประชาชน ในหน่วยเลือกตั้งที่ตั้งอยู่ในเขตทหาร ซึ่งเราจะนำสิ่งที่เกิดขึ้นไปปรับปรุงการทำงานในวันที่ 8 ก.พ.” นายแสวง กล่าว 

นายแสวง กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้ากรณี ผอ.กกต.สุราษฎร์ธานี กับตำรวจเข้าปิดล้อมบ้านหลังหนึ่งที่จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากได้รับข้อมูลจากพลเมืองดีว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นหัวคะแนน ผู้สมัคร สส.พรรคหนึ่งทำการซื้อเสียงโดยมีคลิปวิดีโอเป็นหลักฐาน ซึ่งเราไปขอตรวจค้นบ้านแล้วแต่เจ้าของบ้านไม่อนุญาต เราจึงต้องมีการไปขอหมายศาลเพื่อเข้าตรวจค้นบ้าน ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าวอยู่ ก็ต้องรอว่าศาลจะอนุมัติหมายให้หรือไม่ ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นการจัดเตรียมซื้อเสียงถือว่ามีความผิด  

เมื่อถามว่ามีกรณีซื้อสิทธิ์ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นลักษณะอย่างไรและมีที่อื่นเป็นความผิดแบบนี้อีกหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ที่จ.สุราษฎร์ธานีเราได้ขอดูโทรศัพท์มือถือและมีข้อมูลอยู่แล้ว แต่เราจะยังไม่เปิดเผยจนกว่าจะได้คำสั่งจากศาลก่อน สำหรับเรื่องร้องเรียนต่อกกต.ขณะนี้มีแจ้งเข้ามา 77 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องใส่ร้ายป้ายสี และมี 7 เรื่องที่เป็นการซื้อสิทธิ์ขายเสียง

เพื่อไทยเดือด! จี้ กกต. รับผิดชอบรายชื่อล่องหน ปลุกโหวตเห็นชอบ รื้อรัฐธรรมนูญ

เพื่อไทยเดือด! จี้ กกต. รับผิดชอบรายชื่อล่องหน ปลุกโหวตเห็นชอบ รื้อรัฐธรรมนูญ

เพื่อไทยเดือด! จี้ กกต. รับผิดชอบรายชื่อล่องหน ปลุกโหวตเห็นชอบ รื้อรัฐธรรมนูญ

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.24 น.

“เพื่อไทย” เตรียมยื่นร้องเรียน จี้ กกต. รับผิดชอบเลือกตั้งล่วงหน้าวุ่น “ชื่อผู้สมัครหาย”  เตือนจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระ ชวนโหวต “เห็นชอบ” แก้รัฐธรรมนูญ

1 ก.พ.69 นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝากไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ขอให้จัดการเลือกตั้งให้มีความโปร่งใส ยุติธรรม และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทุกเสียงของประชาชนได้รับการสะท้อนผ่านการเลือกตั้งอย่างแท้จริงและมีความหมาย และท่านต้องแสดงความรับผิดชอบกับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น

ที่ผ่านมาเราได้ยินข่าวเรื่องการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นกลางของเจ้าหน้าที่รัฐ เรื่องการเบิกเงินจำนวนผิดปรกติ ก็หวังว่าจะเห็นความชัดเจนจากทาง กกต.

แต่วันนี้การเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีพี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิกันเป็นจำนวนมาก พรรคเพื่อไทยและอีกหลายๆ พรรคกลับได้รับการร้องเรียนถึงการบริหารจัดการเลือกตั้งที่ผิดพลาด 

สำหรับพรรคเพื่อไทย เราได้รับแจ้งจากนายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 2 ว่าในการลงคะแนน ณ ที่เลือกตั้งกลาง จังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ 5 ที่ปะรำด้านข้างหอประชุมนครชัยศรี วันนี้ ผู้มาใช้สิทธิลงคะแนน ได้ตรวจสอบพบว่า ป้ายที่ปิดประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เฉพาะจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 2 ไม่มีประกาศรายชื่อผู้สมัคร (สส.4/14) ของนายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ติดอยู่ จึงได้ไปทักท้วงต่อกรรมการประจำที่เลือกตั้งกลาง และต่อมา กรรมการประจำที่เลือกตั้งกลาง จึงได้นำประกาศรายชื่อผู้สมัคร (สส.4/14) ของนายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ มาติดเพิ่มเติมภายหลัง

ต่อกรณีดังกล่าว พรรคเพื่อไทย จึงขอเรียกร้องให้ กกต. ได้ตรวจสอบว่า การที่กรรมการประจำที่เลือกตั้งกลาง ไม่นำประกาศรายชื่อผู้สมัครไปปิดประกาศหน้าที่เลือกตั้งกลางให้ครบถ้วนเป็นความผิดพลาดของผู้ใดหรือเป็นเจตนาที่จะมิให้มีการลงคะแนนให้กับผู้สมัครของพรรคหรือไม่ และ กกต. จะแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้อย่างไร ที่คะแนนอาจหายไป จากการที่ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่พบรายชื่อและหมายเลขของผู้สมัครที่เขาต้องการเลือก เพื่อให้ทุกสิทธิทุกเสียงของประชาชนมีความหมาย ให้การเลือกตั้งนี้ไม่มีข้อครหา 

เรากำลังรวบรวมข้อมูลจากทั่วประเทศ และจะทำการยื่นเอกสารร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อไป

ถ้าเราทุกคนคิดว่าองค์กรอิสระควรมีความยึดโยงกับประชาชนมากกว่านี้การมีรัฐธรรมนูญใหม่จึงมีความจำเป็น นอกจากจะเลือก “คน” และ “พรรค” ที่ใช่แล้ว ขอให้โหวต “เห็นชอบ” ในการออกเสียงประชามติคราวนี้

อนุทินฟังคลิปเสียงคล้ายศักดิ์ดาแล้ว ลั่นให้เจ้าตัวตอบเอง ไม่หวั่นโค้งสุดท้าย 7 วัน

อนุทินฟังคลิปเสียงคล้ายศักดิ์ดาแล้ว ลั่นให้เจ้าตัวตอบเอง ไม่หวั่นโค้งสุดท้าย 7 วัน

อนุทินฟังคลิปเสียงคล้ายศักดิ์ดาแล้ว ลั่นให้เจ้าตัวตอบเอง ไม่หวั่นโค้งสุดท้าย 7 วัน

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.12 น.

“อนุทิน” บอกคลิปเสียงคล้าย”ศักดิ์ดา” ปมน้ำเงินตั้งรัฐบาล ได้ยินแล้ว แต่ให้ เจ้าตัวตอบตัวเอง ไม่รู้ของจริงหรือปลอม ไม่หวั่นโค้งสุดท้าย 7 วัน กระแสพุ่งโจมตี ภท.ลั่น เชื่อใน ปชช.ขอเปรียบเป็นภูเขาทอง “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้”

1 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ตลาดสามโคก จังหวัดปทุมธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจ ในการเลือกตั้งสส.พรรคภูมิใจไทย ในพื้นที่จ.ปทุมธานี หลังมีหลายพรรคแข่งขันกันอย่างดุเดือด ว่า แข่งขันดุเดือดกันทุกพื้นที่ ยังไม่เห็นพื้นที่ไหนแข่งขันไม่ดุเดือด ตั้งแต่ตนไปมาในทุกจังหวัด ซึ่งพรรคภูมิใจไทยคาดหวังพื้นที่นี้และทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เราส่งผู้สมัครที่มีการใกล้ชิดประชาชนและเข้าใจพื้นที่ในทุกเขต 

เมื่อถามว่า ได้ติดตามกรณีคลิปเสียงคล้ายนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย สนทนาอยู่กับผู้ที่คาดว่าเป็นนักการเมืองท้องถิ่นจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลซึ่งมีโอกาสที่พรรคสีน้ำเงินจะได้จัดตั้งรัฐบาลและไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้น แต่ถ้าเป็นสีส้มตั้งรัฐบาลจะเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร ขณะที่พรรคสีแดง มีโอกาสไม่ได้ตั้งรัฐบาลเพราะนายใหญ่ยังถูกคุมขังในเรือนจำ หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า มีคนส่งมาให้ฟังแล้ว มันก็ย้อนแย้งในตัวของมันเอง ตนว่ารอให้เจ้าของคลิปชี้แจงเอง เพราะตนฟังดูก็ไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม เพราะมีการระบุว่าตนนั้นใจดํา ซึ่งตนก็ยังงงอยู่เลย เอาไว้ตนเจอนายศักดิ์ดาก็จะถาม แต่ตอนนี้เขายังอยู่ในระหว่างการหาเสียง ซึ่งช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการหาเสียงก็เป็นแบบนี้ พรรคภูมิใจไทยต้องอยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้ เหมือนเดิมตามสไตล์พรรคภูมิใจไทย 

เมื่อถามว่าช่วง  7 วันสุดท้าย จะมีอะไรเข้ามาโจมตีพรรคภูมิใจไทยอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ในช่วงสัปดาห์ปล่อยของ แต่ไม่ต้องห่วงพรรคภูมิใจไทยไม่มีเรื่องพวกนี้ เรายืนหยัดพูดแต่เรื่องนโยบายของพรรค พูดแต่เรื่องที่เราจะทําให้พี่น้องประชาชน ไม่พาดพิง ไม่ด้อยค่า ทําไมวิพากษ์วิจารณ์พรรคอื่น 

” เราไม่กังวลเพราะภูมิต้านทานของเราคือพี่น้องประชาชน มั่นใจในประชาชน ส่วนคะแนนเสียงจะลดลงหรือไม่ ผมไม่กังวล เพราะเชื่อว่าประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างเต็มที่ และสามารถแยกแยะความจริง ความเท็จ ความถูก ความผิดได้ พรรคภูมิใจไทยก็ผ่านสถานการณ์เช่นนี้มาโดยตลอด ส่วนใหญ่เราก็จะโดน โดน โดน แต่สุดท้ายก็จะมีข้อพิสูจน์ออกมาว่าไม่ใช่เรื่องจริง” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่า มีการตั้งทีมตรวจสอบเพื่อดําเนินคดีทางกฎหมายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า หากเป็นเรื่องเอาความเท็จมาพูด มาใส่ร้ายป้ายสี ก็ว่าเป็นเรื่อง ๆ ไป แต่ตนไม่ได้ซีเรียส เพราะบางทีที่เราฟ้องดําเนินคดีไปก็เพื่อให้หลาบจํา เพื่อไม่ไปทําอีก  แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยจํากันเท่าไหร่ ยกฟ้อง หรือถอนฟ้องไป ไปเดี๋ยวก็มาอีก และเราต้องทําตัวเป็นภูเขาทอง 

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งล่วงหน้าวันนี้ค่อนข้างที่จะมีปัญหา กังวลว่าจะกระทบฐานเสียงของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และไม่กังวลว่าเสียงจะตกหล่น เพราะประชาชน เข้าถึงและเข้าใจว่าจะเลือกตั้งอย่างไร พรรคภูมิใจไทย จับได้เบอร์ 37 และไม่เคยมีใครเข้ามาถามว่าคุณเบอร์อะไร ทุกคนที่เข้ามาหาก็บอกว่าเบอร์ 37 ทันที ก่อนหน้านี้ตนเคยกังวลเรื่องนี้ แต่เจอปรากฏการณ์แบบนี้ก็ไม่กังวลแล้ว 

เมื่อถามว่า กังวลเรื่องการซื้อเสียงหรือไม่ เนื่องจากตอนนี้มีเรื่องนี้ผุดขึ้นมา นายอนุทิน ตอบว่า ไม่กังวล ทุกคนก็พยายามพูดสาดโคลนและป้ายสี เป็นเรื่องธรรมดาของสัปดาห์สุดท้าย เรื่องของผู้ที่คิดว่าตัวเองไม่สามารถเอาชนะได้ 

เมื่อถามว่า ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยโจมตีนายอนุทินว่า วิ่งราวชาติ ไปรักอยู่พรรคเดียว นายอนุทิน ตอบว่า เมื่อวานตนให้สัมภาษณ์ไปแล้ว เรื่องนี้ตนชี้แจงไปแล้ว แต่ถ้าจะให้อธิบาย แต่ละพรรคก็มีวัฒนธรรม มีแนวทางไม่เหมือนกัน ของเขาก็มีวัฒนธรรมแบบนั้น 

ศุภชัย จ่อฟ้อง ษัษฐรัมย์ ใส่ร้ายโยงคนภูมิใจไทย ต้นตอทุจริตประกันสังคม

ศุภชัย จ่อฟ้อง ษัษฐรัมย์ ใส่ร้ายโยงคนภูมิใจไทย ต้นตอทุจริตประกันสังคม

ศุภชัย จ่อฟ้อง ษัษฐรัมย์ ใส่ร้ายโยงคนภูมิใจไทย ต้นตอทุจริตประกันสังคม

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.51 น.

‘ศุภชัย’ จ่อดำเนินคดี ‘ษัษฐรัมย์’ ใส่ร้ายเท็จอ้างลามโยง ‘คนภูมิใจไทย’ ต้นตอปัญหา ‘ทุจริตประกันสังคม’

1 กุมภาพันธ์ 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร ผูัสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีมีข่าวที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ โดย นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ที่เป็นกรรมการประกันสังคมในสัดส่วนของผู้ประกันตน และเคยเป็นผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ออกมาระบุ ถ้าอยากหาแสง หาความนิยมทางการเมืองสัปดาห์สุดท้ายนี้ สู้ไปจัดการปัญหาทุจริตภายในประกันสังคมที่มีคนในพรรคภูมิใจไทยต้นตอ หรือไม่ก็ใช้อำนาจของตัวเองในฐานะรัฐบาลจัดการศูนย์เลือกตั้งว่า การที่กล่าวอ้างว่าปัญหาทุจริตภายในประกันสังคมที่มีคนภายในพรรคภูมิใจไทยเป็นต้นตอ ถือเป็นการใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จต่อพรรคภูมิใจไทย ซึ่งฝ่ายกฎหมายของพรรค จะพิจารณาดำเนินคดีกับนายษัษฐรัมย์ ในเรื่องนี้ต่อไป

ศุภชัย ยัน ภูมิใจไทย ปลูกสร้างค่านิยมรักชาติ ไม่ใช่แค่วาทกรรมช่วงหาเสียง

ศุภชัย ยัน ภูมิใจไทย ปลูกสร้างค่านิยมรักชาติ ไม่ใช่แค่วาทกรรมช่วงหาเสียง

ศุภชัย ยัน ภูมิใจไทย ปลูกสร้างค่านิยมรักชาติ ไม่ใช่แค่วาทกรรมช่วงหาเสียง

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.41 น.

‘ศุภชัย’ ยัน ‘ภูมิใจไทย’ ปลูกสร้างค่านิยมรักชาติ ไม่ใช่แค่ ‘วาทกรรม’ ช่วง ‘หาเสียงเลือกตั้ง’

1 กุมภาพันธ์ 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร ผูัสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ช่วงนี้มีวาทกรรมเรื่องความรักชาติ กลายเป็นประเด็นช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยไม่เคยกล่าวหาพรรคใดเลย ว่าไม่รักชาติ พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ปลุกกระแสรักชาติแต่ส่งเสริม ปลุกจิตสำนึกความรักชาติให้กับคนไทย มีเพียง 2 พรรคการเมืองเท่านั้นที่รู้สึกเดือดร้อน ทั้งที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่เคยเอ่ยชื่อพรรคการเมืองใดเลย 

“ในโลกที่มีการแข่งขันและการข้ามผ่านของวัฒนธรรมหลายเชื้อชาติ ความรักชาติ และ ชาตินิยม เป็นค่านิยมและคุณธรรมที่คนไทยพึงมี และรักษารากเหง้าของคนไทยสืบทอดไปยังรุ่นต่อไป พรรคภูมิใจไทยรณรงค์ปลูกฝังสร้างค่านิยม รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์มาโดยตลอด ไม่ใช่พึ่งมาทำในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง และยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยเราจะทำต่อไป เราจะไม่ตอบโต้ใคร แต่จะย้ำจุดยืนของพรรคให้ประชาชน ได้พิจารณาประกอบการตัดสินใจ ยืนยันว่าสิ่งที่เราได้แสดงออกความรักชาติตามแบบวิถีทางของภูมิใจไทยที่ทำมาอาจจะมีความแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น ที่มีวิธีการแสดงออกเรื่องความรักชาติที่อย่างไรประชาชนก็ต้องเห็น” นายศุภชัย กล่าว

เซอร์ไพรส์กลางเมืองคอน อ.เจษฎ์ ทักทาย พิธา โชว์มิตรภาพต่างพรรค ชี้ทุกฝ่ายควรมองบวก

เซอร์ไพรส์กลางเมืองคอน อ.เจษฎ์ ทักทาย พิธา โชว์มิตรภาพต่างพรรค ชี้ทุกฝ่ายควรมองบวก

เซอร์ไพรส์กลางเมืองคอน อ.เจษฎ์ ทักทาย พิธา โชว์มิตรภาพต่างพรรค ชี้ทุกฝ่ายควรมองบวก

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.05 น.

เซอร์ไพรส์กลางเมืองคอน “อ.เจษฎ์” ทักทาย “พิธา” กลางวงล้อมแฟนคลับ โชว์มิตรภาพต่างพรรค  ชี้ ทุกฝ่ายควรมองบวก รักชาติร่วมกัน-อย่าทำบ้านเมืองแตกแยก พร้อมชม FC ส้มน่ารัก เชื่อ ทุกคนรักชาติ 

1 ก.พ.69 เวลา 16.00 น. บรรยากาศการหาเสียงที่จังหวัดนครศรีธรรมราชกลับมาคึกคักและเป็นที่จับตามองอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุการณ์สุดเซอร์ไพรส์ ที่บริเวณร้านกาแฟชื่อดัง ‘โกปี๊ คิวคูตอน’ เมื่อ นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรครักชาติ ได้พบกับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน โดยบังเอิญ ในขณะที่นายพิธา กำลังอยู่ระหว่างภารกิจลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวใต้ ทันทีที่ นายเจษฎ์ เห็นนายพิธา ท่ามกลางวงล้อมของแฟนคลับจำนวนมากที่มารอให้กำลังใจ นายเจษฎ์ ก็ได้แสดงสปิริตทางการเมืองเข้าไปทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สร้างความตื่นเต้นและเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนคลับพรรคประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก 

บรรยากาศเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง นายเจษฏ์ ก็ทักทาย และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกัน โดยมีเหล่าแฟนคลับต่างพากันเข้ามาขอถ่ายภาพกับทั้งสองนักการเมืองด้วยความประทับใจ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเห็นถึงสปิริตของนักการเมือง โดยมีแฟนคลับของพรรคประชาชน เข้ามาขอถ่ายรูป กับนายเจษฎ์ กันอย่างคึกคัก ซึ่งหลายคนก็ไม่คิดว่าจะเจอนายเจษฎ์ที่นี่ ซึ่งอาจารย์และทีมพรรครักชาติ ได้แวะมาทาน กาแฟและชาที่ร้านโกปี๊ คิวคูตอน

ทั้งนี้ นายจษฎ์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้เดินทางมาพบปะพี่น้องประชาชนที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยได้ไป วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อกราบสักการะพระบรมธาตุ ก่อนเดินทางผ่านร้านกาแฟชื่อดังในพื้นที่และได้พบกับบรรยากาศของผู้สนับสนุน พรรคประชาชน ที่มารวมตัวกันจำนวนมาก ผู้สนับสนุนพรรคประชาชนน่ารักมาก มีท่าทีเป็นมิตรและบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก จึงได้เข้าไปสังเกตการณ์และพบว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน กำลังพูดคุย และถ่ายภาพร่วมกับประชาชนกันอยู่

นายเจษฎ์ กล่าวว่า นี่คือบรรยากาศของการที่พี่น้องประชาชนจะไปช่วยกันบริหารราชการแผ่นดิน ช่วยกันปกครองบ้านเมือง เราต้องคิดในทางดี คิดในทางบวกร่วมกัน เราต้องรักชาติและร่วมกันพัฒนาชาติ ตั้งมั่นในสถาบันหลักของบ้านเมือง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ส่งเสริมความรักชาติ ทุก ๆ คนรักชาติเหมือนกัน เราเห็นบรรดาคนที่เป็นแฟนคลับของพรรคประชาชนโอภาปราศรัย อยากช่วยกันพัฒนาบ้านเมือง นี่คือบรรยากาศที่อยากเห็น อย่าไปแยกว่านี่คือพวกรักชาติ นี่คือพวกไม่รักชาติ แล้วก็มองกันในทางบวก สิ่งที่รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของบ้านเมืองมาจนถึงทุกวันนี้ ก็คือความรักชาติ รักในสิ่งที่บรรพชนเราหวงแหนมาจนถึงวันนี้ เราเห็นต่างกันได้ครับ 

“เราคิดไม่เหมือนกันได้ครับ แต่อย่าพากันทำบ้านเมืองแตกแยก อย่าใช้สถานการณ์ทำให้ทุกฝักทุกฝ่ายกลายเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน วันนี้ไม่รบกันเองครับ” นายเจษฎ์ กล่าว

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติยังกล่าวอีกด้วยว่าเราต้องต่อสู้กับกัมพูชา เราต้องต่อสู้กับบรรดาประเทศที่รายล้อมเรา และคิดไม่ดีต่อเรา เราต้องต่อสู้กับประเทศที่อยู่ไกล และกำลังคิดไม่ซื่อ สงครามในวันข้างหน้าไม่ใช่สงครามรบกันเอง เป็นสงครามระดับภูมิภาค สงครามระดับโลกที่เราต้องสามัคคีกัน ไม่ว่าจะสีอะไรต้องจับมือร่วมกัน เราก็เป็นไทยด้วยกัน รักชาติเหมือนกัน ช่วยกันพัฒนาบ้านเมือง

ใครให้เงินอย่าไปเลือก สุรเดชปลุกกระแสคนไทยต้านซื้อเสียง ท้า กกต. โชว์ผลงานจับคนผิด

ใครให้เงินอย่าไปเลือก สุรเดชปลุกกระแสคนไทยต้านซื้อเสียง ท้า กกต. โชว์ผลงานจับคนผิด

ใครให้เงินอย่าไปเลือก สุรเดชปลุกกระแสคนไทยต้านซื้อเสียง ท้า กกต. โชว์ผลงานจับคนผิด

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.46 น.

‘สุรเดช’ ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า เผยประชาชนออกมาใช้สิทธิคึกคัก ชี้เป็นสัญญานดีที่อยากเห็นรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศแบบยาวๆ มีเสถียรภาพ ให้เศรษฐกิจดีต่อเนื่อง แนะกกต.คุมซื้อสิทธิขายเสียงเข้มข้น หวั่น’สแกมเมอร์’  แทรกซึมเป็นนายทุนพรรคการเมืองแจกเงินชาวบ้าน แล้วถอนทุนคืน แซะ ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’สักครั้ง หลังสะพัดมีการถอนเงินสดจากธนาคารนับร้อยล้าน เบรคประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนกไม่มีการเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้จากปัญหาไทย-เขมร ขอเตรียมพร้อมใช้สิทธิตัวเองก่อน แต่หากเกิดอุบัติเหตุจริง ก็ถือว่า ‘สุดวิสัย’ คาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้  รอกกต. พิจารณา เลือกตั้งได้หรือไม่ 

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและ อดีตสว.และสส.จากการเลือกตั้ง เปิดเผยภายหลังออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันนี้(1 ก.พ.)ว่า วันนี้ ตนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแถวถนนสุขุมวิท ซึ่งบรรยากาศดูแล้วคึกคักมาก มีประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประชาชนคนไทยตื่นตัวมากขึ้น ในการที่จะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่มีประชาชนออกไปใช้สิทธิจำนวนมาก น่าจะสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของประชาชนที่อยากจะเห็นรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศหรือไม่ นายสุรเดช กล่าวว่า ตนคิดว่าขณะนี้ประชาชนอยากเห็นรัฐบาลใหม่ที่สามารถเข้ามาทำงานแบบยาวนานหน่อย เพราะที่ผ่านมารัฐบาลทำงานในระยะเวลาที่สั้นมาก ซึ่งการเมืองจะมีผลต่อชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกสาขาอาชีพไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจหรือคนทำงานทั่วไป ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนอยากได้จากพรรคการเมืองก็คือนโยบายที่ยั่งยืน จับต้องได้ และยาวนานหน่อย ไม่ใช่เปลี่ยนไป เปลี่ยนมา พอเปลี่ยนขั้ว ก็เปลี่ยนนโยบาย ตนจึงคิดว่าประชาชนคาดหวังอยากให้รัฐบาลที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ได้อยู่ยาวและมีเสถียรภาพ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเลือกพรรคไหน แต่ส่วนตัวคิดว่าพรรคใหญ่อาจจะได้เปรียบพรรคเล็ก แต่ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละพรรคด้วยว่าเป็นนโยบายที่จับต้องได้หรือไม่ และเป็นนโยบายที่จะเป็นรูปธรรมได้จริงหรือไม่ ดังนั้นใครที่มาเป็นรัฐบาลก็จะต้องทำให้ได้ เพราะถ้าทำไม่ได้ก็ถือว่าเป็นการผิดสัญญากับประชาชน

นายสุรเดช กล่าวว่าขณะนี้สิ่งที่ตนเป็นห่วงมากก็คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ซึ่งถือเป็นองค์กรที่สำคัญมากในระบอบประชาธิปไตย ที่จะต้องตรวจสอบการทุจริตซื้อสิทธิ ขายเสียง ดังนั้นการทำงานจะต้องเข้มข้น และต้องจับคนทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมาลงโทษให้ได้ โดยเฉพาะพวกที่ซื้อสิทธิขายเสียงทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนซื้อหรือคนขาย ต้องลงโทษทั้งคู่ซึ่งมีกฎหมายอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมา รู้สึกว่ากกต.ไม่สามารถจับคนซื้อสิทธิ ขายเสียงได้เลย ทำให้เสียงบประมาณแผ่นดินโดยเปล่าประโยชน์  ผู้สื่อข่าวถามว่าดังนั้นครั้งนี้จึงน่าจะเป็นความท้าทายการทำหน้าที่ของกกต.ในการที่จะจับคนที่ซื้อสิทธิ ขายเสียงให้ได้ หรือต้องเชือดไก่ให้ลิงดูสักครั้งหนึ่งหรือไม่ นายสุรเดช กล่าวว่า ตนเองก็คาดหวังเช่นนั้นเหมือนกัน เพราะตั้งแต่ที่ตนเป็นสว.และสส.อยู่ในสภามา 10 กว่าปี ตอนเป็นสว. ก็แต่งตั้งองค์กรอิสระหลายองค์กร และเราก็ตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระด้วยความเข้มข้น เพราะเราต้องการเห็นประเทศชาติได้รับการพัฒนาแบบก้าวกระโดด ถ้าเราได้คนที่เก่ง ที่ดี มีอุดมการณ์เข้ามาในสภาเยอะๆ ประเทศชาติก็จะเจริญรุ่งเรือง ผู้แทนของประชาชนก็จะเป็นผู้แทนที่แท้จริงที่จะสามารถเข้ามาแก้ปัญหาปากท้อง ช่วยเหลือประชาชนได้ เพราะคนเหล่านี้จะต้องเสียสละตัวเองพอสมควร และต้องมีองค์ความรู้ มีประสบการณ์และทุ่มเทให้กับประชาชน แต่ถ้าเราได้คนที่ทุจริตคอรัปชั่น ซื้อเสียงเข้ามา ก็จะเข้ามาถอนทุนคืน ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรชาติบ้านเมืองและประชาชนเลย แถมยังผลาญงบประมาณแผ่นดินอย่างไม่สิ้นสุด ดังนั้นจึงอยากสื่อไปถึงประชาชนทุกคนว่า ‘ขอเถอะ อย่าไปรับเงินคนเหล่านี้เลย ถ้ารับก็อย่าไปลงคะแนนให้เขา ซึ่งไม่ผิดอะไร เพราะถือว่าเขาให้ด้วยความเสน่หา แต่ถ้ารับเงินเขาแล้วไปลงคะแนนให้เขา แล้วถูกจับได้ ตรงนี้จะมีความผิดแน่นอน ดังนั้นจึงอยากบอกประชาชนว่าขอให้ตื่นตัว และทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ดี ใครให้เงินอย่าไปเลือก ขอให้เลือกคนที่ไม่ให้เงิน  เลือกคนที่มาหาเสียงด้วยความสุจริตและด้วยความตั้งใจจริง ตนอยากให้สนับสนุนคนเหล่านั้น

‘ส่วนตัวคิดว่า กกต.เป็นกลไกที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง หรือรุ่งริ่ง ตอนนี้สิ่งที่น่าห่วงที่สุดก็คือเรื่องของ สแกมเมอร์ ซึ่งการซื้อสิทธิ ขายเสียง อาจมีสแกมเมอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยอาจเข้ามาเป็นนายทุนให้กับพรรคการเมือง  มาอัดฉีดเงินอย่างเต็มที่ ทำให้เงินสะพัดลงไปในพื้นที่ต่างๆ ส่วนประชาชนที่ไม่รู้ ไปรับเงินเขา แล้วตัดสินใจเลือกพรรคเหล่านั้น ซึ่งถ้าคิดอย่างนี้บ้านเมืองจบเห่แน่นอน เพราะพวกสแกมเมอร์เหล่านี้ถูกรัฐบาลที่ผ่านมากดดันอย่างหนัก และต้องตอบโต้เราแน่นอน ด้วยการเข้ามาแทรกแซงการเมืองไทย’

นายสุรเดช กล่าวว่าในส่วนของ กกต. ก็คงจะต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่โดยเฉพาะล่าสุดที่มีข่าวว่ามีการไปเบิกเงินสดจากธนาคารนับ 100 ล้านบาท ดังนั้นในช่วงนี้กกต.ยิ่งต้องเคลื่อนไหวเพราะไม่เช่นนั้น กกต.อาจจะโดนข้อหา ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 เพราะประชาชนสามารถเข้าชื่อร้องเรียนได้ อย่าคิดว่าเป็นองค์กรอิสระแล้วจะทำอะไรตามอิสระของตัวเองได้  จะคิดอย่างนั้นไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีความกังวลว่าอาจจะไม่มีการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. จากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา นายสุรเดช กล่าวว่า ส่วนตัวอยากแนะนำประชาชนให้ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และให้เต็มที่ ยังไม่ต้องไปคำนึงถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น แม้แต่กกต.เองก็ต้องทำตามหน้าที่ของตัวเองตามกฎหมายในฐานะเป็นผู้ดูแลการเลือกตั้งให้ดีที่สุด แต่หากมันจะมีอุบัติเหตุที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ขึ้นจริงๆ ก็เป็นเรื่องที่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ที่เกินความคาดหมาย ก็ต้องถือว่าทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือกกต.แต่ตอนนี้อย่าพึ่งไปตื่นตระหนกหรือไปทึกทักว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถไปคาดการณ์ได้หรือคาดเดาได้ว่าจะเกิดหรือไม่เกิด แม้ว่าเราไม่อยากให้เกิดก็ตาม แต่ส่วนตัวคิดว่ามาถึงขนาดนี้แนวโน้มไม่น่าที่จะมีปัญหาอะไร น่าจะสามารถเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ได้ อย่างไรก็ตามตอนนี้ กกต. ควรให้ความสำคัญกับ 7 จังหวัดในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา มากเป็นพิเศษ โดยกกต.กลางจะต้องสั่งการหรือกำชับกกต.จังหวัดเหล่านั้นให้เข้มงวดในพื้นที่ โดยไปทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจก่อน  และถ้าจะเกิดเหตุการณ์สู้รบขึ้นจริง ก็ค่อยมาพิจารณากันอีกที

‘ยศชนัน’ อ้อนคนแปดริ้วเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด ชูเพิ่มมูลค่ามะพร้าว-ผลไม้

‘ยศชนัน’ อ้อนคนแปดริ้วเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด ชูเพิ่มมูลค่ามะพร้าว-ผลไม้

‘ยศชนัน’ อ้อนคนแปดริ้วเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด ชูเพิ่มมูลค่ามะพร้าว-ผลไม้

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.25 น.

‘ยศชนัน’ อ้อนคนแปดริ้วเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด ชูเพิ่มมูลค่ามะพร้าว-ผลไม้ สนับสนุนโฮมสเตย์ยกระดับการท่องเที่ยวเมืองรองเป็นเมืองหลัก พร้อมแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

วันที่ 1 ก.พ.69 เวลา 13.00 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง ที่ตลาดนัดวินเทจ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ช่วยหาเสียงนายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 เบอร์ 3 และนายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 3 เบอร์ 1

รวมถึงคณะพรรคเพื่อไทยที่มาช่วยหาเสียง ประกอบด้วย นางฐิติมา ฉายแสง ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 1 เบอร์ 2, นายพิทักษ์ จารุสมบัติ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 4 เบอร์ 1, นายคงกฤช หงษ์วิไล ผู้สมัคร สส.ปราจีนบุรี เขต 3 เบอร์ 1, นายรัฐชานนท์ คาดหมายดี ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 1 เบอร์ 3, นายภีมเดช อมรสุคนธ์ ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 2 เบอร์ 2, นายชัยณรงค์ สันทัสนะโชค ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 3 เบอร์ 1, นายพิเชษฐ์ โพธิสาร ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 4 เบอร์ 3, นายธนชัย วสุอนันต์กุล ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 5 เบอร์ 1, นายสุชาติ ตันเจริญ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย

โดยก่อนการขึ้นเวทีปราศรัย นายยศชนัน ได้พบกับชาวสวนมะพร้าว ที่มาร้องเรียนเรื่องราคามะพร้าวตกต่ำ และกลุ่มอาสาพิทักษ์ช้างป่า ขอให้ช่วยดูเรื่องการดูแลป้องกันช้างป่ารุกพื้นที่การเกษตร เสนอสานต่อการสร้างรั้วกั้นระหว่างป่าและพื้นที่การเกษตร และแหล่งท่องเที่ยวแบบซาฟารี 

นายยศชนัน กล่าวว่า ขอขอบคุณชาวแปดริ้วที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ตนได้รับพวงมาลัยลูกมะพร้าว ซึ่งพี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน จากราคาที่ตกต่ำจากปกติขายลูกละ 10 บาท ตอนนี้เหลือลูกละ 3-4 บาท เพราะราคาไปอ้างอิงกับประเทศจีน รวมถึงมีปัญหาเรื่องชลประทาน และศัตรูพืชที่ระบาดหนัก เราต้องแก้ไขทั้งระบบ โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าให้พ่อแม่พี่น้อง ซึ่งหลายชิ้นส่วนของมะพร้าวสามารถนำไปใช้ทำเป็นยาได้ ช่วยเพิ่มมูลค่าของมะพร้าวได้ 1,000 เท่า โดยจะเสริมให้ฉะเชิงเทราเป็นหมุดหมายเมืองแห่งอุตสาหกรรม และเทคโนโลยี 

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ในพื้นที่เขต 3 มีปัญหาเรื่องช้างป่าบุกรุก ทำลายพืชสวนไร่นา รวมถึงทำร้ายชาวบ้านจนเสียชีวิต โดยนายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ได้เข้าไปผลักดันในสภาฯ ได้เป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานและศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน ซึ่งได้มีการสร้างรั้วกั้นช้างไปแล้วกว่า 40 กม. พร้อมเยียวยาเกษตรกรที่ถูกรุกที่ชุมชน โดยพรรคเพื่อไทยจะสร้างรั้วต่อให้ครบ รวมถึงเราจะรักษาป่าให้อุดมสมบูรณ์ ช้างจะได้ไม่ออกมารุกพื้นที่เกษตรของชาวบ้าน

นายยศชนัน กล่าวถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวในจังหวัดว่า หลายคนมองว่าฉะเชิงเทราเป็นทางผ่าน เราจะทำให้นักท่องเที่ยวมาอยู่ที่นี่ทั้งอาทิตย์ หากเราเชื่อมโยง สวน หมู่บ้าน ตลาด วัด เข้าด้วยกัน เราสามารถทำเป็นโฮมสเตย์ได้ เพียงปรับปรุงเล็กน้อย โดยเป็นการเพิ่มช่องทางการขายสินค้าการเกษตรในโฮมสเตย์ได้ หรือในสถานที่ท่องเที่ยว เพิ่มมูลค่าสร้างความเจริญ พี่น้องจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

นายยศชนัน กล่าวถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่จะช่วยยกระดับชีวิตของประชาชน เช่น นโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% คูปองปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์, นโยบายล้างหนี้เพื่อคนไทย, นโยบายยิ่งกว่าพลัส รัฐออก 70% ประชาชนออก 30%, นโยบาย Smart City ด้วย AI For All, นโยบายแก้ปัญหาที่ดินทำกิน

“เราจะเติมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องชาวฉะเชิงเทรา วันที่ 8 กุมภา นอกจากจะเป็นวันเลือกตั้งแล้ว จะเป็นวันที่นำความหวัง ความฝันของพี่น้องประชาชนให้เป็นความจริง“ นายยศชนันกล่าว

ด้านนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน  ไม่มาถึงขนาดนี้ได้ เพราะหนู (นายอนุทิน) กินส้ม (พรรคประชาชน) หนูก็เลยเป็นราชสีห์ ส้มตกลงกับหนูว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญใน 4 เดือนแล้วยุบสภา แต่ว่าอยู่ได้เพียง 2 กว่า รัฐธรรมนูญก็ไม่แก้ และยุบสภาหนี เรียกว่าเป็น“ หนูต้มส้ม”

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยช่วงนี้หาเสียงแปลก ว่าพรรคท่านรักชาติ พรรคอื่นไม่รักชาติ ตนบอกว่าท่านนายกฯ ใจเย็นๆ อย่าหาเสียงแบบนี้ ใจคอท่านจะวิ่งราวชาติไปรักคนเดียวหรือไง ตยไม่เชื่อว่าจะมีพรรคใดเกลียดชาติ หรือต้องรักชาติแบบท่าน ที่เอาชาติไปครอบครอง เช่น เป็นเจ้าของเขากระโดง เป็นเจ้าของ สว. 

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทราของเราพูดชัดเจนว่าอยู่พรรคเพื่อไทย ไม่เหมือนกับผู้สมัครอีกพรรคที่ไม่กล้าพูดชื่อพรรคของตัวเอง ฉะนั้นต้องกาให้พรรคเพื่อไทยพรรคเดียวเป็นเหมือนสายน้ำบางปะกง ให้ชนะยกจังหวัดทั้ง 4 เขต

จากนั้น เวลา 15.00 น. นายยศชนันและคณะ เดินทางไปยัง ตลาดโรงสี อ.บางประกง จ.ฉะเชิงเทรา ช่วยผู้สมัครหาเสียง โดยมีประชาชนรอพบปะเป็นจำนวนมาก โดยมีประชาชนได้มอบพวงมาลัยมะม่วง ที่ติดหมายเลข 9 ไว้ด้วย