อภิสิทธิ์ ลั่นปชป. สมบัติพ่อเฒ่า ปลุกคนคอนไล่คนโกง 90 วันเดินหน้าปราบทุนเทา

อภิสิทธิ์ ลั่นปชป. สมบัติพ่อเฒ่า ปลุกคนคอนไล่คนโกง 90 วันเดินหน้าปราบทุนเทา

อภิสิทธิ์ ลั่นปชป. สมบัติพ่อเฒ่า ปลุกคนคอนไล่คนโกง 90 วันเดินหน้าปราบทุนเทา

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.09 น.

‘อภิสิทธิ์’ลั่นปชป.’สมบัติพ่อเฒ่า’ ปลุกคนคอนไล่คนโกง 90 วันเดินหน้าปราบทุนเทา ใครขวางเตรียมถูกย้าย ผุดนโยบายหวยจังหวัด 1 ล้าน

เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2569 ที่ลานจอดรถหน้าห้างโรบินสันโอเชี่ยน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยใหญ่ ท่ามกลางประชาชนที่รอฟังการปราศรัยล้นพื้นที่หน้าลานจอดรถ

โดยนายอภิสิทธิ์ ปราศรัยว่า พี่น้องชาวนครศรีธรรมราชที่เคารพทุกท่าน เข้าสู่อาทิตย์สุดท้ายแล้ว ก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง ขอบคุณพี่น้องจริง ๆ มากันล้นหลาม และตลอดทั้งวัน ตนลงเครื่องมา ไปทุ่งสง ทุ่งใหญ่ ชะอวด บางขัน หัวไทร ปากพนัง ทุกที่ต้อนรับตนและคณะของพรรคฯ ดีเยี่ยม อบอุ่น วันนี้พี่น้องที่นี่เป็นสักขีพยานเป็นหลักฐานที่ดีที่สุด ว่าใครที่บอกว่าอนาคตของประชาธิปัตย์ไม่ดีแล้ว ระวังเถอะ คนเหล่านั้นต่างหาก จะไม่มีอนาคต เพราะประชาธิปัตย์กลับมาแล้ว

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ถามว่า “พี่น้องนครศรีธรรมราชกลับมาแล้วใช่ไหม นครศรี สีอะไร” ประชาชนที่นั่งฟังบอกว่า “สีฟ้า”

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ขนาดกลางคืนตนมองขึ้นไปยังเป็นสีฟ้า ตนกลับมาทำคนเดียวไม่ได้ ต้องพยายามรวบรวมสรรพกำลังของพรรค ที่เคยเป็นที่หวังที่พึ่งของพี่น้องประชาชนมาตลอดระยะเวลายาวนานเกือบจะ 80 ปี วันนี้ยืนยันเรามีคนทุกรุ่นทุกกลุ่ม ที่เข้ามาเป็นกำลังสำคัญของเรา คนที่เป็นจิตวิญญาณหลัก ผู้อาวุโสอยู่กับเราแน่นอน คือ นายชวน หลีกภัย ยังคงสมัครบัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคฯ แม้ไม่ได้ลงสมัคร แต่ก็ยังยืนยันว่า เป็นประชาธิปัตย์เต็มร้อย รวมถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในนครศรีธรรมราช ที่ยังยืนหยัดทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับพรรคฯ รวมถึงแกนนำสำคัญในภาคใต้ก็กลับมาพรรคประชาธิปัตย์แล้ว นอกจากนี้ยังมีคนรุ่นใหม่ ที่ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคฯ เดินหน้าทำงานต่ออย่างยาว ๆ แม้จะถูกปรามาสจะสูญพันธุ์ แต่ก็ยังมีคนรุ่นใหม่มาร่วมงาน เพราะพรรคประชาธิปัตย์ คือ สมบัติของพ่อเฒ่า

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ กับชาวนครศรีธรรมราช และคนใต้ คือตัวแทนของการสร้างการเมืองสุจริต เพราะประเทศถูกโกงกินด้วยทุจริตคอร์รัปชัน หากปล่อยให้เป็นไปเช่นนี้ เศรษฐกิจก็จะแย่ ดังนั้น ที่ตนกลับมาครั้งนี้ ก็ต้องการไล่คนโกง คนซื้อเสียงออกจากภาคใต้ เพราะถ้ามีการทุจริตในประเทศ ก็ไม่มีนักลงทุนกล้าเข้ามาลงทุน แม้ประเทศจะมีกฎหมายป้องกันของเถื่อน หรือของทุ่มตลาด เพราะไม่มีใครทำ เหมือนปัญหาทุนเทา ดังนั้น 90 วัน พรรคประชาธิปัตย์ เดินหน้าปราบทุนเทาแน่นอน ใครขัดขวางเตรียมถูกย้ายออกจากตำแหน่งแน่นอน

“ย้ำนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ดูแลประชาชนตั้งแต่เกิดจนแก่ พร้อมดูแลความเป็นธรรม และสวัสดิการให้กับผู้มีอาชีพอิสระ เช่น เรียนฟรีที่ต้องฟรีจริง ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง, เบี้ยสูงอายุ 1,000 บาทถ้วนหน้า และเบี้ยผู้พิการที่เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว หวยจังหวัด จังหวัดละ 100,000 ฉบับต่องวด ราคา 50 บาท/ใบ หากประชาชนถูกรางวัล ก็จะได้รับ 1,000,000 บาท ประชาชนที่ไม่ถูกรางวัล เงินที่จ่ายไป ก็จะกลายเป็นเงินออม งวดละ 40 บาท รวมถึงเงินช่วยคุณแม่ดูแลบุตร ที่คลอดปุ๊บ รับทันที 5,000 บาท และหลังจากนั้น ก็จะได้ 5,000 บาทอีก 1 ปีรวม 65,000 บาท ไว้ดูแลบุตร เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีลูกแก้ปัญหาการเกิดน้อย รวมถึงการทำฟันผู้สูงอายุไม่ต้องรอคิว เป็นต้น ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ส่วนที่มีประชาชนเรียกร้องเบี้ยคนโสดนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังทำให้ไม่ได้ ตนก็เริ่มใจอ่อน แต่ก็กลัวการซุกซ่อนสามี ดังนั้น จึงย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ดูแลตั้งแต่เกิด และสนับสนุนให้ประชาชนมีการออม ไม่เหมือนพรรคการเมืองอื่น ที่ชอบสนับสนุนให้คนเป็นหนี้

“นครศรีธรรมราช นครศรีฟ้า อย่าแบ่งคะแนนให้ใคร ต้องเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งพรรค ด้วยบัตรสีเขียว และสีชมพู เพื่อมาร่วมกันต่อสู้การทุจริต ที่คนใต้ต่อต้านเรื่องนี้ และสู้ร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้กำลังมีความร้ายแรง ทุนเทากำลังเปลี่ยนเป็นแบงก์เทา ดังนั้นถ้าจะเอาต้องอย่าเลือก กินเหยื่อแต่ไม่กินเบ็ด สั่งสอนคนซื้อเสียงและไล่ออกจากภาคใต้” นายอภิสิทธิ์กล่าว

‘ไอซ์’จบไม่สวย ‘ชูวิทย์’เตือนแรงสู่‘ดาวคุก’ ยกตัวอย่างชะตากรรม3นิ้ว

‘ไอซ์’จบไม่สวย  ‘ชูวิทย์’เตือนแรงสู่‘ดาวคุก’  ยกตัวอย่างชะตากรรม3นิ้ว

‘ไอซ์’จบไม่สวย ‘ชูวิทย์’เตือนแรงสู่‘ดาวคุก’ ยกตัวอย่างชะตากรรม3นิ้ว

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ชูวิทย์” ออกโรงโต้ข้อกล่าวหาโจมตีพรรคส้มเพื่อเอื้อสีน้ำเงิน ยันโดนฟ้อง 7 คดี ยกฟ้องหมดโดยไม่มีบุญคุณต้องชดใช้ พร้อมเตือนแรงฝากถึง “ไอซ์-รักชนก ปมคดี ม.112 ระวังเส้นทางชีวิตจะเปลี่ยนจากดาวสภากลายดาวคุก ยกชะตากรรม3 นิ้วอย่าง”เพนกวิน-รุ้ง”ให้ดูเป็นตัวอย่าง

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นายชูวิทย์กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นตอบโต้น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนที่กล่าวหาตนว่าโจมตีพรรคส้ม เพื่อทำให้พรรคน้ำเงินได้ประโยชน์ หรือเพื่อต่อรองคดีที่ถูกพรรคน้ำเงินฟ้อง

โดย นายชูวิทย์ กล่าวว่า หากน.ส.รักชนก มัวแต่ยุ่งเรื่องหาเสียง แล้วไม่ได้ดูที่ตนแถลงพูดถึงเรื่องนี้ก็จะบอกให้ทุกคดีที่พรรคน้ำเงินฟ้องตนเมื่อครั้งรณรงค์ต่อต้านกัญชาเสรีศาลมีคำพิพากษายกฟ้องจบมาก่อนแล้ว ทุกคดีพรรคภูมิใจไทยฟ้องผมทั้งหมด 7 คดี ยกฟ้องยันคดีสุดท้ายจบไปเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2568 ที่ศาลอาญา รัชดา โดยทุกคดีพรรคน้ำเงินไม่มีการยอมความใดๆ ไม่มีการประนีประนอม ไม่มีบุญคุณต้องชดใช้ ต่างคนต่างต่อสู้ในศาลจนสุดทาง ศาลตัดสินยกคำร้องบ้าง ยกฟ้องบ้าง ด้วยเหตุผลว่าเป็นการวิจารณ์นโยบายของพรรคการเมือง เป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถกระทำได้ตามรัฐธรรมนูญ

“ดังนั้นการวิพากษ์วิจารณ์พรรคส้มจึงไม่ได้เป็นการช่วยให้พรรคน้ำเงินได้ประโยชน์เพื่อแลกเปลี่ยนแต่อย่างใด กลับกัน พรรคส้มต่างหากที่เป็นคนเอาคะแนน 14 ล้านเสียงที่ประชาชนมอบให้ไปยกให้พรรคน้ำเงินจนเติบใหญ่มาแข่งกับพรรคส้มอย่างทุกวันนี้”นายชูวิทย์ ระบุ

อย่างไรก็ตามตนเป็นคนที่ผ่านอะไรมามาก ไม่ใช่แค่อายุมากเท่านั้น ตนจึงไม่เคยนำเอาเรื่องบ้านเมืองมาปะปนกับเรื่องส่วนตัว ตนรู้จักคุณอนุทิน แม้ต่างอุดมการณ์กัน เห็นไม่ตรงกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าความแค้นจะฝังใจ เพราะเป็นเรื่องการเมือง เมื่อเจอกันยังทักทายได้ กอดได้ ให้กำลังใจกันด้วยความเป็นผู้ใหญ่ ที่เด็กเพิ่งมีแสงอย่างไอซ์ยากจะเข้าใจ

นายชูวิทย์ กล่าวด้วยว่า เช่นเดียวกับไอซ์ที่ตนเคยให้กำลังใจเสมอ และไม่เคยว่าร้าย ทั้งๆ ที่ตนกำลังสั่งสอนพรรคส้มอยู่ การที่ไอซ์คิดว่าตนโจมตีพรรคส้มเพื่อแลกกับการถอนฟ้องคดี เพราะหากศาลลงโทษผมจะรอลงอาญาไม่ได้ ขอบอกให้ทราบว่า คนที่เคยติดคุกติดตะรางมา 3 รอบอย่างตน ยอมรับชะตาชีวิตและรับมือได้

“แต่ไอซ์ต่างหากที่ในระหว่างหาเสียงอยู่ตอนนี้ ยังต้องต่อสู้กับคดี ม.112 ที่ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกแล้ว 6 ปี อีกไม่นานจะไปถึงศาลฎีกา และจากสิ่งที่ไอซ์โพสต์ย่อมทำให้ศาลมองเจตนาเป็นอื่นไม่ได้บางทีวันหนึ่งไอซ์อาจต้องก้าวเท้าเข้าทัณฑสถานหญิงกลางทำให้ไอซ์เริ่มรู้จัก ชนชั้นในคุก ไม่ต้องนับถือเป็นรุ่นพี่ รุ่นพ่อ ม.ธรรมศาสตร์ แต่เป็นรุ่นพี่ในคุกแน่นอน”นายชูวิทย์ กล่าวย้ำ

นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ยังระบุด้วยว่า สำหรับคุกหญิงแน่นกว่าคุกชายมากนัก และคนปากแจ๋วในคุกมียิ่งกว่าไอซ์เยอะ จึงฝากสุภาษิตคุกไว้ให้ระลึกอยู่ให้เป็น (ในคุกหากอยู่ไม่เป็นปากจะมีสีได้) เย็นให้พอ (ถึงใจร้อนก็ออกจากคุกไม่ได้) รอให้ได้(รอวันที่ออกมาแต่แสงดับไปแล้ว)

“บทสรุปของไอซ์มีเส้นทางเดียวกันกับเยาวชน 3 นิ้ว อย่างเพนกวิน หรือรุ้ง ที่ต้องหนี หรือหมดสิ้นอิสรภาพซึ่งจะเป็นสิ่งเดียวที่ไอซ์โหยหาเช่นเดียวกับนักโทษทุกคนและเริ่มได้คุยกับตัวเองว่า ผลผลิตของ ม.112 มันคุ้มค่าหรือไม่ สังคมไทยยังเดินหน้าต่อไป ทุกคนยังไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัวและไม่กี่วันฟันเฟืองเล็กๆ อย่างไอซ์ก็จะถูกลืมในที่สุดแสงของ สส. จากดาวสภาจะกลายเป็นอดีต ถูกทดแทนกลายเป็นดาวคุก”นายชูวิทย์ กล่าวย้ำ

เลือกตั้งล่วงหน้ากระหึ่มทั่วปท. แห่ใช้สิทธิ์คึกคัก! ประชาชนรอเข้าคูหาแต่เช้า

เลือกตั้งล่วงหน้ากระหึ่มทั่วปท.  แห่ใช้สิทธิ์คึกคัก!  ประชาชนรอเข้าคูหาแต่เช้า

เลือกตั้งล่วงหน้ากระหึ่มทั่วปท. แห่ใช้สิทธิ์คึกคัก! ประชาชนรอเข้าคูหาแต่เช้า

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เลือกตั้งล่วงหน้ากระหึ่มทั่วปท. แห่ใช้สิทธิ์คึกคัก! ประชาชนรอเข้าคูหาแต่เช้า กกต.สอบโพสต์ซื้อเสียง7พัน ปชน.โวยลั่นไม่ติดชื่อผู้สมัคร เปิด8ข้อพิรุธอ้างไม่โปร่งใส

กกต.จัดเลือกตั้งสส.ล่วงหน้าทั่วประเทศคึกคัก บางหน่วยชาวบ้านมารอตั้งแต่เช้า เตือนซื้อสิทธิ์ ขายเสียงมีโทษหนัก ทั้งจำทั้งปรับ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ด้าน “อภิสิทธิ์” นำทัพ หาเสียงนครศรีฯ ย้ำคนใต้ใจเดียวรักประชาธิปัตย์

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) โดยมีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าทั่วประเทศรวมกว่า 2.4 ล้านคน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักทั่วประเทศ

เมื่อเวลา 07.00น. ที่โครงการตะวันนา 2 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ บรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกเขตเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก ก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้งจริงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานครพบว่า เขตบางกะปิมียอดผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกเขตสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 จำนวนทั้งสิ้น 58,683คน จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในช่วงเช้าก่อนเวลาเปิดหีบ 08.00 น. พบว่าเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งได้เข้าเตรียมอุปกรณ์ประจำคูหา พร้อมซักซ้อมขั้นตอนการดูแลประชาชนที่จะเดินทางมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่มีประชาชนที่ลงทะเบียนไว้เริ่มทยอยเดินทางมาถึงสถานที่เลือกตั้งเพื่อตรวจสอบลำดับที่และชุดเลือกตั้งของตนเองล่วงหน้า สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่ โครงการตะวันนา 2 ได้มีการแบ่งหน่วยเลือกตั้งออกเป็น 85 ชุด ครอบคลุมพื้นที่ 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยใช้สีประจำภาคในการจำแนกเพื่อความชัดเจน ดังนี้ ภาคใต้ จำนวน 34 ชุด ใช้สีม่วง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 23 ชุด ใช้สีน้ำตาล, กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก จำนวน 20 ชุด ใช้สีชมพู และภาคเหนือ จำนวน 12 ชุด ใช้สีเขียว เพื่อให้ผู้ใช้สิทธิสามารถจำแนกชุดตามจังหวัดที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านได้ง่ายขึ้น

อำนวยความสะดวกประชาชน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้จัดตั้งกองอำนวยการเพื่อบริการประชาชนในการตรวจสอบลำดับที่ผ่านระบบคอมพิวเตอร์และคิวอาร์โค้ด จำนวน 3 จุดรอบบริเวณ เมื่อทราบลำดับชุดและลำดับที่แล้ว เจ้าหน้าที่จะมอบกระดาษจดข้อมูลเพื่อให้ผู้ใช้สิทธิเดินไปยังคูหาที่ระบุไว้ ซึ่งแต่ละจุดจะมีการปักป้ายและธงราวแสดงหมายเลขชุดอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ กทม. นักศึกษาวิชาทหาร (รด.) จิตอาสา และอาสาสมัคร คอยประชาสัมพันธ์และอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งจัดหน่วยรถพยาบาลเคลื่อนที่และเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัย รวมถึงรถขยายสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตเพื่อรองรับการใช้งานของประชาชนจำนวนมาก

เปิดหย่อนบัตร8.00น.

เวลา 08.00น.เจ้าหน้าที่ได้เปิดเพลงชาติเพื่อเป็นสัญญาณเริ่มการเปิดหีบลงคะแนนอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีประชาชนเข้าแถวรอใช้สิทธิอย่างหนาแน่นตั้งแต่นาทีแรก โดยนางสิริกาญจน์ สุยวณิชย์ ผู้อำนวยการเขตบางกะปิ ระบุว่าเขตบางกะปิมีผู้ลงทะเบียนสูงสุดใน กทม. และจากการสถิติพบว่าภาคใต้เป็นภูมิภาคที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด เนื่องจากพื้นที่เขตบางกะปิเป็นที่ตั้งของสถานศึกษาสำคัญอย่างมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งมีนักศึกษาจากต่างจังหวัดพำนักอยู่เป็นจำนวนมาก โดยยอดในปีนี้สูงกว่าปี 2566 ถึง 6,000 คน

ด้านมาตรการอำนวยความสะดวกและการจราจร ผู้อำนวยการเขตแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบลำดับที่ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” มาล่วงหน้าเพื่อความรวดเร็ว พร้อมย้ำเตือนข้อกฎหมายว่า ห้ามฉีกบัตรเลือกตั้ง และห้ามถ่ายภาพหรือเซลฟี่ภายในคูหาโดยเด็ดขาด สำหรับปากกานั้นทางหน่วยได้จัดเตรียมไว้ให้ครบถ้วนแล้ว ในส่วนการจราจร สน.ลาดพร้าว และเจ้าหน้าที่เทศกิจ ได้จัดเตรียมพื้นที่จอดรถไว้กว่า 1,000 คัน แต่ขอความร่วมมือให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีบางกะปิ) หรือเรือโดยสารคลองแสนแสบ และควรเผื่อเวลาเดินทางเนื่องจากปริมาณรถในพื้นที่จะหนาแน่นตลอดทั้งวัน

กำลังพลแห่ใช้สิทธิ์

ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่ลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ล่วงหน้า มีประชาชนจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งข้าราชการ พนักงานเอกชนและเจ้าหน้าที่ทหาร เดินทางมารอใช้สิทธิกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเปิดหีบ

สำหรับการจัดสถานที่ในครั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แบ่งพื้นที่ 8 หน่วยเลือกตั้ง ประกอบไปด้วย เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต จำนวน 3,333คน เลือกตั้งล่วงหน้าในเขต จำนวน 65 คน

ไฮไลต์สำคัญคือ กลุ่มทหารนาวิกโยธินและกำลังพลในสังกัดกองทัพเรือ ที่เดินทางมาปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดนในพื้นที่จังหวัดตราด ในยุทธการตราดปราบปรปักษ์ เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2568 ได้รวมกลุ่มกันเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตกันจำนวนมาก เนื่องจากติดภารกิจสำคัญไม่สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้

ตัวแทนนายทหารรายหนึ่ง (ไม่เปิดตัวตน) เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ตามแนวชายแดนในขณะนี้จะยังคงเป็นปกติ แต่ด้วยภารกิจการเฝ้าระวังพื้นที่ที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทำให้กำลังพลต้องสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาลงคะแนนตลอดทั้งวันในวันนี้ ส่วนทหารที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดตราดอยู่แล้ว จะมีการแบ่งกำลังอีกส่วนหนึ่งเพื่อไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้งจริงต่อไป

นอกจากเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยแล้ว ยังมีกลุ่ม ลูกเสือ กกต. และ นักศึกษาวิชาทหาร (รด. จิตอาสา กกต.) คอยทำหน้าที่อำนวยความสะดวก ตรวจสอบรายชื่อ และให้คำแนะนำแก่ผู้มาใช้สิทธิ ทำให้ขั้นตอนการลงคะแนนเป็นไปด้วยความรวดเร็วและเป็นระเบียบเรียบร้อย

หาหน่วยเลือกตั้งไม่เจอ

ที่ใต้ถุนหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม

พบปัญหาผู้มาใช้สิทธิ์ หาคูหาเลือกตั้งไม่เจอ เจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้มาตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งตามแผนผังที่ติดประกาศไว้ บางส่วนมาผิดอาคาร เนื่องจากสถานที่ไม่เพียงพอ ทำให้หลายหน่วยเลือกตั้ง ต้องขยับไปใช้สนามกีฬาด้านข้างอาคารหอประชุมซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆกัน

เรือเอกไตรสรณ์ ผาสุก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ภาพรวมในการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันนี้ได้มีการเตรียมบุคลากรและสถานที่ รวมถึงการส่งมอบวัสดุอุปกรณ์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่พบปัญหาและอุปสรรคใดๆ ซึ่งมีหน่วยเลือกตั้งสำหรับเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งหมด 43 หน่วยเลือกตั้ง มีผู้ทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งหมด 20,956 คน แบ่งเป็นลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขต 111 คน และลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตจำนวน 20,845คน ทั้งนี้จังหวัดมหาสารคาม มีประชากร 924,124คน มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 774,511คน

โคราชแห่ลงทะเบียนแน่น

ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นสถานที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้าของ เขต8 พบว่า มีประชาชนที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้า เดินทางมาตรวจสอบสิทธิ์กันตั้งแต่เช้า เพื่อรอใช้สิทธิ์ลงคะแนน

ในเวลา 08.00น.โดยเขตเลือกตั้งที่ 8 นี้ ได้แก่ พื้นที่อำเภอพิมาย (ยกเว้นตำบลสัมฤทธิ์ ตำบลชีวาน ตำบลกระเบื้องใหญ่ และตำบลท่าหลวง) กับอำเภอชุมพวง (ยกเว้นตำบลโนนตูม และตำบลตลาดไทร) ซึ่งมีผู้แจ้งใช้สิทธิฯ นอกเขต จำนวน 752 คน และในเขต จำนวน 2คน ทั้งนี้ คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้มาตรวจสอบหีบบัตรและอุปกรณ์ต่างๆ ให้มีความเรียบร้อยตั้งแต่ก่อน 08.00 น. และมีการให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการใช้สิทธิ รวมถึง การตรวจสอบรายชื่อ ก่อนจะเปิดให้ ประชาชนได้ใช้สิทธิกันอย่างโปร่งใส โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยสอดส่องดูแลอำนวยความปลอดภัย เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งหน้าเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย

‘อยุธยา-ภูเก็ต-ขอนแก่น’คึกคัก

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นไปอย่างคึกคักและเรียบร้อย โดยประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิตั้งแต่ช่วงเช้า

ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้าที่หอประชุมพระพิรุณโปรดเกล้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (หันตรา) มีประชาชนมารอใช้สิทธิจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นพนักงานโรงงาน พนักงานบริษัท และข้าราชการที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด

นางพุทธิพร พลอยผักแว่น รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย น.ส.ณัฏฐ์อริญ แก้วญาณะสิทธิ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดฯ ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย โดยระบุว่าการจัดสถานที่มีความเหมาะสม กว้างขวาง เป็นห้องปรับอากาศ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้เป็นอย่างดี

ขณะที่จังหวัดภูเก็ต บรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นไปด้วยความคึกคักตั้งแต่เวลา 07.30 น. โดยมีประชาชนทั้งในพื้นที่และผู้มีภูมิลำเนาต่างจังหวัดทยอยมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิอย่างมีคุณภาพ โดยย้ำให้พิจารณาผลประโยชน์ของจังหวัดและประเทศเป็นหลัก

ด้านจังหวัดขอนแก่น บรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น หรือไคซ์ เป็นไปอย่างคึกคักเช่นกัน โดยผู้มาใช้สิทธิส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักศึกษา ซึ่งเป็นนิวโหวตเตอร์ที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งแรก นายวัชระ สีสาร ผู้อำนวยการ กกต.จังหวัดขอนแก่น ระบุว่า ภาพรวมการเลือกตั้งล่วงหน้าในพื้นที่ยังไม่พบปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการเลือกตั้ง และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

‘ระยอง’เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สำหรับบรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้าใน จ.ระยอง เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า โดยประชาชนจำนวนหนึ่งมารอใช้สิทธิก่อนเปิดหีบบัตรเลือกตั้งในเวลา 08.00 น. พร้อมเข้ารับการตรวจสอบรายชื่อและต่อแถวตามลำดับอย่างเป็นระเบียบ ภายใต้การอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า และออกจากบ้านตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งในการเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งที่ผ่านมา เคยเกิดปัญหาการจราจรแออัดในบางช่วงเวลา อาจส่งผลกระทบต่อการใช้สิทธิและภารกิจส่วนตัวของประชาชน ทั้งนี้ หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าที่โรงเรียนมัธยมตากสินระยอง มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจำนวน 13,999 คน โดยจังหวัดระยองมีการจัดตั้งหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าครอบคลุมทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ รวม 28 หน่วยเลือกตั้ง ขณะที่ภาพรวมการลงคะแนนตั้งแต่เปิดหีบเป็นต้นมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่พบรายงานปัญหาหรืออุปสรรคในการจัดการเลือกตั้งแต่อย่างใด

แค่เตรียมเงินซื้อเสียงก็ผิด!

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ไปกันใหญ่ ขออภัยมา ณ ที่นี้ วันนี้ได้ให้สัมภาษณ์สื่อเรื่องการป้องกันการซื้อเสียง อาจจะพูดสั้นไปหรือพูดเร็วไป หรือพูดไม่ได้ศัพท์ ทำให้มีคนเข้าใจบริบทที่พูดจากสิ่งที่ต้องการสื่อคลาดเคลื่อนจากสิ่งที่จะสื่อออกไป โดยได้พูดก่อนหน้ามาว่า สำนักงานฯ มีมาตราการอย่างไรในการซื้อเสียง คือต้องซื้อไม่ได้และได้สั่งการไปแล้ว แม้จะเตรียมการการซื้อเสียงได้ แต่อย่าแจก จริงๆ เป็นการพูดถึงพฤติการณ์คนที่จะทำการซื้อเสียง ไม่ได้อธิบายกฎหมาย กฎหมายได้กำหนดว่าแค่จัดเตรียมการซื้อเสียงก็เป็นความผิดแล้ว พฤติการณ์ผู้จะทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเรื่องการซื้อเสียง พฤติการณ์ก่อนซื้อคือการจัดเตรียมแจกเงิน แต่การจัดเตรียมมันจับได้อยาก นั้นหมายความว่า เขามีโอกาสเลี่ยงกฎหมายได้ง่าย ถ้าหลักฐานไม่ชัดเจน จึงพูดกับสื่อว่าแม้จะจัดเตรียมการซื้อเสียงได้ แต่ถ้าแจกคือแจกไม่ได้ เพราะเรามีมาตราการรองรับแบบเข้มข้น หรือถ้าแจกจับได้แน่ ต้องขออภัยที่ทำให้สังคมเข้าใจผิด ที่สื่อสารไม่ดีเอง”

‘สมชัย’สังเกตการณ์เลือกตั้ง

นายสมชัย ศรีสุทธยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ขี่จักรยานไปสังเกตการณ์เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ที่ เขตราชเทวี เวลา 8.30น.บรรยากาศทั่วไป : คนทยอยมาใช้สิทธิ ต่างคนต่างมา เป็นธรรมชาติ ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดน่าจะเป็นคนต่างจังหวัดที่มาทำงาน กทม. ยังไม่ถึงหนาแน่น

สิ่งที่ทำได้ดี : ป้ายต่าง ๆ เพื่อชี้แจงการใช้สิทธิ ทำได้ชัดเจน มีแบ่งพื้นที่ใช้สิทธิของผู้ที่มาจากจังหวัดต่าง ๆ มี QR code ให้ Scan เพื่อตรวจสอบสิทธิ แต่ยังมีขนาดเล็ก น้อยจุด มีโต๊ะพร้อม จนท. และโน้ตบุ๊ค อำนวยความสะดวกสำหรับคนที่ไม่ต้องการตรวจด้วยตัวเอง มี จนท. ถือโทรโข่งประชาสัมพันธ์ เป็นจุด ๆสิ่งที่ต้องแก้ไข : ในบริเวณใกล้ที่เลือกตั้งยังเห็นป้ายของพรรคการเมือง และผู้สมัคร ที่ติดไว้ก่อนหน้า ซึ่งเขตควรเอาออกในช่วงการลงคะแนน โดยรวมให้ 9 เต็ม10

เตือนซื้อสิทธิ์ขายเสียงโทษหนัก

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เตือนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมือง งดเว้นการกระทำเข้าข่ายการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งและมีโทษทางอาญาอย่างร้ายแรง

กรณีผู้ซื้อสิทธิพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73 บัญญัติ ว่า ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผู้กระทำความผิด ให้ศาลสั่งจ่ายเงินสินบนนำจับไม่เกินกึ่งหนึ่งจากจำนวนเงินค่าปรับแก่ผู้แจ้งความนำจับ

เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง

ส่วนกรณีผู้ขายเสียง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 101 บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลงคะแนน ผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 -5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 10 ปี และในกรณีที่ผู้ฝ่าฝืนเป็นผู้รับหรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ถ้าได้แจ้งถึงการกระทำดังกล่าวต่อ กกต.หรือผู้ซึ่ง กกต.มอบหมายก่อนถูกจับกุม ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษและไม่ต้องถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ตามมาตรา 164

สำนักงาน กกต.ขอความร่วมมือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมือง ไม่ซื้อสิทธิ ไม่ขายเสียง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย

‘จุรินทร์’หาเสียงลาดพร้าว-บึงกุ่ม

เวลา 08.00น.วันที่ 1ก.พ.2569 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีราย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฏ์ ผู้สมัคร สส. เขตที่ 13 แขวงลาดพร้าว -บึงกุ่ม หมายเลข8 โดย นายจุรินทร์ และนายภาณุพงศ์ ได้เดินพบปะประชาชนที่ ตลาดอมรพันธุ์ 9 และ ตลาดรวมโชค มีประชาชนมาจับจ่ายใช้สอยจำนวนมาก ได้รับการต้อนรับอย่างคึกคัก

นายจุรินทร์ กล่าวปราศรัยบนรถขยายเสียงกับประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยและมายืนฟังว่า นายภาณุพงศ์ มีความพร้อมที่จะทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรของชาวกทม. เขต 13 เพราะมีความรู้ พื้นฐานจบปริญญาตรี 2 ใบ ทั้งด้านนวัตกรรม อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กับด้านกฎหมาย และจบปริญญาโททางด้าน รัฐศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกทั้งยังเป็นคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์มาหลายปี รวมทั้งเคยเป็นคณะทำงานของตน เมื่อครั้งเป็น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งเป็นผู้ช่วย สส.ของ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี จึงเชื่อว่า นายภาณุพงศ์ มีความรู้และประสบการณ์พอที่จะทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร เพื่อร่วมทำการเมืองสุจริตกับพี่น้องแขวงลาดพร้าว บึงกุ่ม ได้เป็นอย่างดี

ขอถือโอกาสนี้ ขอโอกาสให้กับ นายภาณุพงศ์ ซึ่งเป็นลูกน้องสาวของผม โดยขอ “ฝากหลานก๊อด เบอร์ 8 ไว้รับใช้พี่น้องชาวลาดพร้าว-บึงกุ่ม สักคน จากนั้นได้ขึ้นรถแห่ไปรอบเขตลาดพร้าวบึงกุ่มจุดสิ้นสุดที่ปั๊มปตท ถนนเกษตรนวมินทร์

‘อภิสิทธิ์’ทำทัพลุยเมืองคอน

เวลา 09.30 น. ที่ตลาดทุ่งสง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคฯดูแลพื้นที่ภาคใต้ นายอิสรา สุนทรวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคฯ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคฯ ลงพื้นที่ตลาดทุ่งสง เพื่อ ช่วยนายธนภัทร รัตนพันธ์ ผู้สมัครส.ส. เขต5 ทุ่งสง-นาบอน-(ยกเว้น ต.ทุ่งสง)

โดยทันทีที่นายอภิสิทธิ์และคณะมาถึง ได้มีประชาชนที่คอยต้อนรับเข้าไปกอด และขอถ่ายรูป โดยมีเด็กมาขอเซลฟี่ ขอลายเซ็น ลายเซ็นบนหมวกและเสื้อ นอกจากนั้นยังมีประชาชนร้องเพลงปักษ์ใต้บ้านเรา ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

ก่อนที่นายอภิสิทธิ์ จะขึ้นบนรถแห่และกล่าวปราศรัยย่อย ทักทายประชาชน เป็นภาษาใต้ว่า “ว่าพรือ” พร้อมขอบคุณที่มาให้กำลังใจพรรคประชาธิปัตย์ ตนมาวันนี้เพื่อมาย้ำเตือน ทราบดีว่าพี่น้องกับเราผูกพันกันมาเป็นเวลานาน ในทุ่งสงนี้ก็มีอดีตสส.คือนายประกอบ รัตนพันธ์ ทำงานกับตนมาหลายยุคหลายสมัย โดยเฉพาะเรื่องของการศึกษา แต่เที่ยวนี้ไม่ได้ลงสมัครในเขตเลือกตั้ง เลยต้องเอาคนอายุใกล้ๆกันมาลง ใกล้กับตนเมื่อ 30 ปีที่แล้ว คือนายธนภัทร ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ พร้อมแล้วที่จะมาช่วยตนและพรรคฯ เพราะเที่ยวนี้เราบอกได้ว่าจะมาทำให้ไทยหายจน

นายอภิสิทธิ์ ได้ถามชาวบ้านว่า จำได้หรือไม่ว่าตอนที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเราดูแลเอาใจใส่พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ และภาคใต้และอื่นๆเราดูแลได้เป็นอย่างดี ตอต้นเป็นนายกฯ ยางราคา 100 กว่าบาท แต่ตอนนี้ 50 กว่าบาท ก็ไม่เป็นไรเที่ยวนี้เรามีประกันภัยได้อย่างน้อยได้ 60 บาท แต่เราทำระบบเศรษฐกิจที่จะมีการเอานักลงทุน มาซื้อยางเพื่อผลิตสินค้าราคาแพง ซึ่งทำให้ตนมั่นใจว่าราคายางต้องเกิน 80 บาทแน่นอน

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงนโยบาย “หวยจังหวัด” ซื้อสลาก 50 บาท ให้ซื้อได้แค่ 100,000 คน โดยในนี้ที่ซื้อ 50 บาท จะมีคนนครศรีธรรมราช ได้รางวัล 1 ล้านบาท ทุกเดือน ส่วนที่เหลือ ก็จะถูกนำเงิน 40 บาทไปใส่ในบัญชีเงินออมให้ทุกคน ยืนยันว่านโยบายใหม่ๆของพรรคฯจะทยอยออกมา รวมถึงการดูแลผู้สูงอายุ ถ้วนหน้า 1,000 บาท การทำฟันใหักับผู้สูงอายุ แม้จะเป็นนโยบายเดิม แต่จะเป็นการต่อเติมให้

สนับสนุนคนไทยมีบุตร

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีนโยบายใหม่ เช่น สนับสนุนให้คนไทย มีบุตรเพราะสถานการณ์การเกิดในประเทศไทยน้อยมาก ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจ ดังนั้นพรรคฯ ต้องทำให้เด็กเกิดมามีคุณภาพ โดยจะมีเงินช่วยคุณแม่ดูแลเด็ก คุณแม่คลอดลูกจะได้รับเงินทันที 5,000 บาท หลังจากนั้นปีแรกให้เดือนละ 5,000 บาท ทั้งปีคุณแม่จะได้เงิน 65,000 บาทไว้คอยดูแลลูกน้อย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า เขาพูดกันว่าคนใต้รักพรรคประชาธิปัตย์ พรรคอื่นที่มาหาเสียงก็จะมาขอแบ่ง แต่คนใต้ใจเดียว ให้เลือกประชาธิปัตย์ 2 ใบ เพราะอาทิตย์หน้าทุนเทาจะแปลงร่างเป็นแบงค์เทา และเริ่มมีการจดชื่อแล้ว พร้อมถามชาวบ้าน เอาไหมเอา ซึ่งชาวบ้านตะโกนว่าเอา นายอภิสิทธิ์ จึงกล่าวกับชาวบ้านว่าเอาได้แต่ไม่เลือก แน่ใจหรือไม่ ถ้าไม่เลือกตนจะได้กลับมาเยี่ยมเยียน ผู้แทนฯกลับมาดูแลพี่น้อง ทำให้บ้านเมืองสุจริต เศรษฐกิจดีขึ้น และไทยหายจน

ยุไอซ์อย่าถอย! เพิ่มสิทธิ์ต่างด้าว นั่งบอร์ดประกันสังคม

ยุไอซ์อย่าถอย! เพิ่มสิทธิ์ต่างด้าว นั่งบอร์ดประกันสังคม

ยุไอซ์อย่าถอย! เพิ่มสิทธิ์ต่างด้าว นั่งบอร์ดประกันสังคม

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 22.12 น.

สุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรท์วอชประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า 

” ไม่ควรถอย! ปีกแรงงานของ #พรรคส้ม มีนโยบายชัดเจนที่สนับสนุนให้แรงงานข้ามชาติมีสิทธิเลือกตั้ง และสมัครเป็นบอร์ดประกันสังคม (ดูนโยบายข้อ 14 ของ #ประกันสังคมก้าวหน้า https://thestandard.co/14-policies-from-progressive…/ และคำให้สัมภาษณ์ของแกนนำในหลายโอกาส) ซึ่งเป็นเรื่องดีที่จะยกระดับการปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติให้สอดคล้องกับหลักสากล แรงงานข้ามชาติมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และมีสถานะเป็นผู้ประกันตน แต่กลับถูกกีดกันด้อยสิทธิ … ขอแนะนำในฐานะกัลยณมิตรว่า #ไอซ์ และ #พรรคประชาชน @PPLEThai ควรปกป้องยืนยันหลักการสำคัญนี้อย่างหนักแน่น แทนที่จะปฏิเสธ และโบ้ยว่าเป็นเรื่องบิดเบือน ” 

ปชน.บุกน่าน ศิริกัญญา ขอประชาชนกาส้มทั้งสองใบเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง

ปชน.บุกน่าน ศิริกัญญา ขอประชาชนกาส้มทั้งสองใบเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง

ปชน.บุกน่าน ศิริกัญญา ขอประชาชนกาส้มทั้งสองใบเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 22.08 น.

คาราวานพรรคประชาชนบุกน่าน “ศิริกัญญา” ขอประชาชนกาส้มทั้งสองใบ กาเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง อย่าเชื่อข่าวปลอม และอย่าทนกับการทำงานผิดพลาดซ้ำๆ ของ กตต. ด้าน “ชัยธวัช” ย้ำ ความนิยมที่พรรคได้รับตอนนี้ ไม่ใช่กระแสแต่คือศรัทธาจากประชาชน

1 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน พร้อมนายชัยธวัช ตุลาธน ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน ได้เดินทางมากับคาราวานหาเสียง สายเหนือฝั่งขวา สายกลิ่นกาสะลอง ของพรรคประชาชน โดยได้เดินทางมาช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส.จังหวัดน่าน ของพรรคประชาชน และได้มาปราศรัยที่เวทีปราศรัยใหญ่ในจังหวัดน่าน

โดยระหว่างการปราศรัย น.ส.ศิริกัญญา ได้กล่าวว่า การเลือกตั้งรอบนี้ต้องการทุกคะแนนเสียง ไม่มีปันใจให้พรรคอื่น เพราะพรรคประชาชนต้องการคะแนนเสียงให้มากที่สุด จากการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ในจังหวัดน่านหลายเขตนั้นถือว่าคะแนนสูสีมาก รอบนี้มาหาเสียงก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนในพื้นที่ว่าอยากได้รัฐบาลประชาชน

ในการเลือกตั้งรอบนี้ไม่มี สว. ที่ไหนจะมาเลือกนายกรัฐมนตรีอีกแล้ว แต่ก็มีบางกลุ่มที่คอยขัดขวาง มารุมกินโต๊ะพรรคประชาชน จึงต้องขอแรงชาวน่านและประชาชนทั่วประเทศช่วยส่งพรรคประชาชนเป็นรัฐบาลพรรคเดียว นอกจากลงคะแนนเสียงให้พรรคประชาชนทั้ง 2 ใบแล้ว ก็ขอให้ช่วยหาเสียงให้กับพรรคประชาชนด้วย

ตนเชื่อว่าหากประชาชนไปช่วยหาเสียง ก็จะโดนตั้งคำถามหลายอย่างที่มาจากข่าวปลอม ซึ่งมีมาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 และ 2566 จนถึงการเลือกตั้งปัจจุบัน อย่างเรื่องการตัดบำนาญข้าราชการ ซึ่งไม่เคยเป็นนโยบายของพรรคประชาชนเลย และตนเองเป็นคนคอยทวงเบี้ยบำเหน็จบำนาญให้ทุกคนทุกปี และในช่วงหลังนี้ก็ยังมีกระแสโหนชาตินิยม อย่างเรื่องประกันสังคม ที่เราพยายามปกป้องเงินทุกบาททุกสตางค์ของทุกคน เพื่อให้สวัสดิการยังอยู่ถึงลูกถึงหลานของทุกคน แต่ก็ยังมีการกล่าวหาว่าพรรคประชาชนจะออกนโยบายให้แรงงานข้ามชาติมาเป็นบอร์ดประกันสังคม ซึ่งพรรคประชาชนก็ไม่เคยมีนโยบายดังกล่าว สามารถตรวจสอบในเว็บไซต์ได้ แม้แต่เรื่องท่ายืนเคารพธงชาติของหัวหน้าพรรค ก็โดนเอามาโจมตี ตนเชื่อว่าทุกคนคงเข้าใจว่าการรักชาติไม่ได้อยู่ที่การยืนตรง แต่อยู่ที่การทำเพื่อประชาชนหรือไม่ เพราะว่าชาติคือประชาชน

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อไปว่า การที่ถูกรุมกินโต๊ะอย่างนี้ เพราะพรรคประชาชนถูกคาดการณ์ว่าจะคว้าชัยชนะจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่ชนะแค่ที่จังหวัดน่านเท่านั้น แต่จะชนะทั่วประเทศ นอกจากข่าวปลอมที่มีอยู่เต็มไปหมด หากมีคนพูดถากถางน้ำใจว่าเลือกแล้วไม่เห็นจะได้เป็นรัฐบาลเลย ก็ให้ประกาศได้เลยว่าถ้าชนะครั้งนี้ก็จะได้เป็นรัฐบาลเลย เพราะไม่มี สว. มาร่วมโหวตนายกฯ แล้ว หากไม่มี สว. ในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2566 วันนี้นายกฯ ก็ชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แล้ว และวันนี้ถ้าชนะการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยก็จะชื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

บางคนก็พูดว่าชนะเลือกตั้งไปแล้วเขาจะยอมให้เป็นรัฐบาลหรือไม่ เราก็ต้องถามกลับว่า แล้วเราจะยอมให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่เคารพเสียงของประชาชนหรือไม่

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวปิดท้ายว่า ขอให้ประชาชนกาส้มทั้งสองใบ และกาเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ไขกติกาที่ไม่เป็นธรรม อย่างการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันนี้ ตนเชื่อว่าประชาชนคงได้เห็นการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ผิดพลาด โดยเฉพาะที่มีผลเสียหายกับพรรคประชาชนและผู้สมัคร หากประชาชนเห็นเช่นนี้แล้วไม่พอใจ ก็ขอให้กาเห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพื่อให้สามารถถอดถอนองค์กรอิสระได้

8 กุมภาพันธ์นี้ ประชาชนจะเป็นคนที่ขีดเขียนอนาคตด้วยอำนาจของตัวเองว่าอยากให้อนาคตเป็นแบบไหน ระหว่างรัฐบาลสีน้ำเงินที่อยู่แบบเดิม หรือรัฐบาลสีส้มเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมไปด้วยกัน

ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ได้กล่าวปราศรัยว่า ตนยืนยันว่าการที่ พรรคประชาชนมาเป็นอันดับหนึ่งไม่ใช่เพราะกระแส แต่เพราะได้พิสูจน์ตัวเองมาตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล จนมาเป็นพรรคประชาชน ว่าสามารถยกระดับคุณภาพการทำงานการเมืองให้กับประเทศ และเป็นพรรคการเมืองที่ซื่อตรงกับประชาชนไม่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่กระแสแต่แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยสามารถเปลี่ยนแปลงได้จนพี่น้องประชาชนยอมรับและเป็นส่วนหนึ่งกับพรรคประชาชนมากขึ้น 

ทั้งนี้นายชัยธวัช ขอให้ประชาชนมั่นใจในผู้สมัครของจังหวัดน่านทั้งสามเขตว่าจะสามารถเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ในจังหวัดน่านได้อย่างแน่นอน และตนเชื่อว่าน่านจะเป็นส่วนหนึ่งของพลังสีส้มที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง ให้เกิดขึ้นกับสังคมไทยได้ ขอสัปดาห์สุดท้ายประชาชนช่วยกันเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่พวกเขาปฏิเสธไม่ได้ และชวนสร้างชาติที่คือประชาชนไปด้วยกัน ด้วยการเลือกพรรคประชาชนเพื่อให้ไปรัฐบาลสีส้ม เพราะหากไม่เลือกจะได้รัฐบาลสีน้ำเงินแน่นอน

แห่ฟังล้นเวที! จูรี​ ปราศรัยใหญ่​ เมืองคอน​ ขอโทษประชาชนแทนปชป.ในอดีต

แห่ฟังล้นเวที! จูรี​ ปราศรัยใหญ่​ เมืองคอน​ ขอโทษประชาชนแทนปชป.ในอดีต

แห่ฟังล้นเวที! จูรี​ ปราศรัยใหญ่​ เมืองคอน​ ขอโทษประชาชนแทนปชป.ในอดีต

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.57 น.

แห่ฟังปชป.ล้นเวที! “จูรี​” ปราศรัยใหญ่​ เมืองคอน​ ขอโทษประชาชนแทนปชป.ในอดีต​ ขอเริ่มกันใหม่​ เรามาดีกันนะ เปรียบเลือกตั้งให้เหมือนเล่นไพ่​ ลุ้น​ 2 กับ​ 7 ได้ป็อก​ 9 กินเจ้า​ ถ้าออก​ 3 กับ ​7 หรือ ​4 กับ​ 6 ก็บอด​  ขอปชช.​ ร่วมกัน​ “ปฏิบัติการฟ้าคืนใต้” ขณะที่ “สาทิตย์​” ขอให้กอบกู้ศักดิ์​ศรีคนใต้​ จับมือให้แน่น​จัดตั้งรัฐบาล

1 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 19.40 น. ประชาธิปัตย์ เปิด เวทีปราศรัยใหญ่ ณ ลานจอดรถหน้าห้างโรบินสันโอเชี่ยน อำเภอเมือง จ.นครศรีธรรมราช นำโดยนาย​อภิสิทธิ์​ เวชชาชีวะ​ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคน​ดิ​เดต​นายก​รัฐมนตรี​ นายชัยชนะ​ เดชเดโช​ รองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลพื้นที่ ภาคใต้ นายสาทิตย์​ วงศ์​หนอง​เตย​  รองหัวหน้าพรรคฯ นายจูรี​ นุ่นแก้ว​ รองหัวหน้าพรรคฯ และผู้สมัครสส.เขต2 สงขลา โดยเปิดเวทีด้วยการเริ่มปราศรัยจากผู้สมัครทั้ง​ 9  เขต​ ท่ามกลางประชาชนมารอรับฟังการปราศรัยแน่นพื้นที่​ และล้นกว่าที่จัดเตรียมไว้​ 

โดยนายจูรี กล่าวปราศรัยโดยเริ่มเปิดเวทีด้วยการแซวบรรดาแฟนคลับ ว่า​ อะไรหรอ​ เก็บดอกไม้ไว้ให้นายอภิสิทธิ์บ้าง​ ฉันพอแล้ว ดอกกุหลาบให้เอาหนามออกบ้างบาดมือหมดแล้ว​ กว่าจะได้รับดอกไม้เสร็จ นายอภิสิทธิ์ขึ้นตี 3​ แน่

นายจูรี​ กล่าวว่า​ ภาพเหล่านี้ไม่ได้เห็นมานานมากแล้ว แสดงว่าเป็นสัญญาณที่จะบอกว่า อาจจะรับเงินเทามากาสีฟ้าก็เป็นได้​ ไม่ว่าชื่อจะอยู่ที่ไหน แต่ให้จำไว้ว่ามืออยู่ที่เรา ขอพูดกันให้เข้าใจก่อนว่าวันที่ 8 ก.พ.นี้ ขอให้มั่นคงเด็ดเดี่ยว อย่าไขว้เขว ไม่ว่าจะถูกใบอะไรก็ตามแต่ 

นายจูรี​ กล่าวว่า​ รู้หรือไม่เรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์เราไม่ได้สู้กับอะไรทั้งสิ้น แต่เราสู้กับสีเทาอย่างเดียว เพราะฉะนั้นสำคัญ คือความมุ่งมั่นของจิตใจประชาชน​ ไม่ใช่ไปถึงบ้านแบงค์เทาไปเหน็บไว้แล้วเงียบ​ วันนี้เป็นปฏิบัติการฟ้าคืนใต้​ เงินที่มาให้เป็นเงินที่โกงคนไทยไปทั้งนั้น​ เงินที่มาจากการที่ประชาชนเป็นสแกมเมอร์ ก็ถูกเอามาแตกเป็นใบละ 500 บาท​ แจกกลับคืนมา​ ถ้าเกิดว่ายังเลือกแสดงว่าร่วมกันคดโกง แต่ถ้าเป็นการปราบสแกมเมอร์ให้หยิบ 500 บาท แล้วหนีไปเลย​ ครั้งนี้สีฟ้าจะต้องล้มสีเทาให้ได้

“เมื่อก่อนนครศรีธรรมราชฟ้าทั้งฝืน​ แต่ 6 ปีที่ผ่านมา ตีกันบ้าง​ โกรธกันมั่ง​ ไม่สบายใจกันบ้าง​ ตามประสาผัวเมีย​ที่รักกันมานาน แล้วก็ปันใจไปสีอื่น แต่ก่อนเรารักกันมา 80 ปี เรารักกันบ้าง​ ด่ากันบ้าง​ งอนกันบ้าง​ ก็ไม่เป็นไร แต่ 6 ปีลองอยู่กับผัวอื่น ทั้งตบ​ ทั้งต่อย ทั้งโกง​ ทั้งขโมยเงินในกระเป๋า​ สุดท้ายวันนี้กลับมาง้อ​ ในอดีตที่ผ่านมาอาจจะทำให้ไม่สบายใจบ้าง กระทบกระทั่งกันบ้าง ให้อภัยกันได้หรือไม่ ถ้ารู้สึกว่าไม่สบายใจ ผมในนามของคนรุ่นใหม่ในนามประชาธิปัตย์ การกระทำในอดีต ขอกราบขอโทษพี่น้องตรงนี้​ ขอให้เข้าใจความตั้งใจดีของพวกเรา​” ก่อนนายจูรีชูนิ้วก้อย​ไปยังด้านหน้ากองเขียร์  พร้อมกล่าวว่า​”เขามาง้อตัวเองแล้วนะ”นายจูรี กล่าว

นายจูรี กล่าวต่อว่า ยุทธการกินเจ้ามือที่เปรียบเหมือนการเล่นไพ่ป๊อก9 ​ ค่อยๆลุ่น​ ออก​ 2 มาแล้วตาม​ด้วย​ 7 เป็นป๊อก​ 9 แต่ถ้าหยิบมาเป็น​ 3 กับ​ 7 และ​ 4 กับ​ 6  แปลว่าบอด  เจ้าก็เจ๊ง​ ดังนั้นพวกเราต้องสั่งสอนให้เจ้าเจ๊ง

ด้านนายสาทิตย์​ กล่าวว่า วันนี้ตนใส่เสื้อมาที่สกรีนด้านหลัง​ “ไม่เท่ แหลงไรแล้ว” ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ตนจะมาชวนคนภาคใต้ตั้งรัฐบาล การเมืองภาคใต้เหมือนถูกเฉือน​ ถูกดึง​พรรคการเมืองอื่นเข้ามาแทรกแซง​ เคยมีบางพรรคการเมืองพยายามเข้ามาต่อสู้แย่งชิงในพื้นที่ภาคใต้ในเวลานั้นคือพรรคไทยรักไทย แต่ด้วยความที่ติดตามการเมืองอย่างใกล้ชิดก็รู้ผู้นำของพรรค มีการทุจริตเชิงนโยบาย จึงมีการลุกขึ้นต่อสู้ในสภ 

”ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องเป็นการกู้ศักดิ์ศรีคนใต้​ ที่เป็นการเมืองอุดมการณ์​ ไม่เอาทุนเทา​ หากจับมือกันชัดเจนอย่างนี้​ คนภาคใต้จะต้องได้ตั้งรัฐบาล​ และจากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนล่าสุด ผลสำรวจ พรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาเป็นลำดับที่ 3 แล้ว​ ดังนั้นขอฝากประชาธิปัตย์ทั้ง 2 ใบ คนใต้ต้องได้ตั้งรัฐบาล“นายสาทิตย์ กล่าว

ธนาธรเดือด! ซัด กกต.ทำงานพลาด กระทบพรรคประชาชน ลั่นงานนี้ต้องมีคนติดคุก

ธนาธรเดือด! ซัด กกต.ทำงานพลาด กระทบพรรคประชาชน ลั่นงานนี้ต้องมีคนติดคุก

ธนาธรเดือด! ซัด กกต.ทำงานพลาด กระทบพรรคประชาชน ลั่นงานนี้ต้องมีคนติดคุก

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.55 น.

‘ธนาธร’ สุดเซ็ง! กกต.ทำงานพลาดกระทบแต่กับพรรคประชาชน – ลั่นงานนี้ต้องมีคนติดคุก – กระตุ้นพี่น้องไปลงคะแนนให้พรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ ใครมองมาจากดาวอังคารก็รู้ว่าชนะขาด กลโกงทำอะไรไม่ได้

1 ก.พ.69 คาราวานรถแห่หาเสียงพรรคประชาชนสายตะวันออก “ลูกน้ำเค็ม” เปิดปราศรัยที่หน้าตลาดสดศูนย์การค้า เทศบาลเมืองตราด อ.เมือง จ.ตราด เพื่อช่วยหาเสียงให้พรรณเศรษฐ์ นุ่มหนู หมายเลข 7 ในนามพรรคประชาชน

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน กล่าวปราศรัยถึงกรณีปัญหาการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้า-นอกเขต ที่ กกต. จัดขึ้นทั่วประเทศในวันนี้นั้น ตนรู้สึกอารมณ์เสียเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพบข่าวการทำงานผิดพลาดของ กกต. ในหลายกรณี ทั้งการไม่แปะเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร พอประชาชนท้วง กลับบอกว่าผู้สมัครคนนั้นถูกตัดสิทธิ์ไปแล้ว ซึ่งไม่เป็นความจริง

ทั้งการแปะคิวอาร์โค้ดรายละเอียดผู้สมัครผิดจากปี 2569 ไปเป็นข้อมูลของการเลือกตั้งปี 2566 รวมทั้งการกรอกเลขรหัสเขตผิด เปรียบเสมือนการใส่จดหมายผิดซอง อาจทำให้คะแนนเสียงที่พี่น้องประชาชนลงไป ไปอยู่ในเขตอื่นก็เป็นได้

นายธนาธร กล่าวต่ออีกว่า “ทำไมเกิดแต่กับพรรคประชาชน งานนี้ต้องมีคนติดคุก” โดยได้รับเสียงปรบมือตอบรับจากประชาชนที่มาฟังปราศรัยอย่างล้นหลาม

สุดท้าย นายธนาธร กล่าวปิดท้ายว่า  ระหว่างนี้ ททางแก้เดียวของพวกเราก็คือการออกไปเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 กาให้พรรคประชาชนทั้งสองใบ ให้มากที่สุด เอาให้ชนะขาด ใครก็ตามที่มองมาจากดาวอังคารก็รู้ว่าชนะขาด เอาให้ชนะจนกลโกงของพวกเขาจะไม่สามารถทำอะไรเราได้

ชื่นชอบ หลั่งน้ำตา ลั่นยอมชนปลวกพลังงานคืนเงินแสนล้านให้ประชาชน

ชื่นชอบ หลั่งน้ำตา ลั่นยอมชนปลวกพลังงานคืนเงินแสนล้านให้ประชาชน

ชื่นชอบ หลั่งน้ำตา ลั่นยอมชนปลวกพลังงานคืนเงินแสนล้านให้ประชาชน

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.43 น.

“ชื่นชอบ” หลั่งน้ำตากลางเวที! ลั่นยอมชน “ปลวกพลังงาน” คืนเงินแสนล้านให้ประชาชน ประกาศเด็ดขาดป้อง รธน. หมวด 1-2

เมื่อวันที่ 1 ก.พ.69 ที่ตลาดคงอุดม เขตบางซื่อ นายชื่นชอบ คงอุดม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และผู้สมัคร สส. เขตบางซื่อ-ดุสิต หมายเลข 4 เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ภายใต้แนวคิด “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ” โดยนายชื่นชอบระบุว่า ตนเป็นคนที่เกิดและเติบโตในพื้นที่บางซื่อ จึงมีความผูกพันกับประชาชนเหมือนคนในครอบครัว เส้นทางการเมืองของตนเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2550 แม้จะมีช่วงที่พ่ายแพ้แต่ไม่เคยหยุดสู้ จนได้รับความไว้วางใจให้เป็น สส. ในปี 2554 ซึ่งมีผลงานประจักษ์ชัดในการบริหารจัดการน้ำไม่ให้ท่วมเขตบางซื่อ รวมถึงในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่พยายามจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในที่ดินส่วนตัวเพื่อช่วยชาวบ้านแม้จะถูกคัดค้านจากหน่วยงานรัฐ และแม้ในการเลือกตั้งปี 2566 จะไม่ได้ตำแหน่ง สส. แต่ยังคงทำงานในพื้นที่มาโดยตลอดเพราะถือว่าบางซื่อ-ดุสิตคือ “บ้าน”

นายชื่นชอบเน้นย้ำว่า หน้าที่ของ สส. ต้องอยู่กับประชาชนและพัฒนาพื้นที่ควบคู่ไปกับงานนิติบัญญัติ โดยพรรครวมไทยสร้างชาติมีนโยบายที่ทำได้จริง โดยเฉพาะการลดค่าไฟฟ้าที่ทำได้แล้วถึง 270,000 ล้านบาท ผ่านการต่อสู้กับทุนพลังงานที่เอาเปรียบประชาชน ซึ่งตนเห็นความมุ่งมั่นของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ที่ทำงานหนักเพื่อแก้ปัญหาจนส่งผลต่อสุขภาพ นอกจากนี้พรรคยังเป็นต้นคิดโครงการ “คนละครึ่ง” มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้ปัจจุบันพรรคจะเหลือ สส. ที่ร่วมสู้เพียงไม่กี่คน แต่ยังคงยืนหยัดสู้กับทุนเทาและทุนพลังงานที่พยายามขัดขวางไม่ให้พรรคเข้าไปบริหารกระทรวงพลังงาน

ในช่วงหนึ่งนายชื่นชอบกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและหลั่งน้ำตาว่า “ผมขอยืนยันว่าท่านหัวหน้าพีระพันธุ์เป็นคนเดียวที่กล้าชนกับทุนพลังงาน อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กนะครับ ทุนเหล่านี้เหมือนปลวกที่แอบกินเงินเราอยู่ในมุมมืด รู้ไหมครับว่าที่ลดค่าไฟมาได้ 76 สตางค์ รวม 2 ปี เป็นเงินถึง 270,000 ล้านบาทที่คืนกลับเข้ากระเป๋าพวกเรา พรรครวมไทยสร้างชาติคือพรรคที่ทำจริง คิดทุกเรื่องที่ทำได้และไม่เป็นภาระภาษีของประชาชน เราสู้กับสารพัดทุน ถ้าพี่น้องชาวบางซื่อ-ดุสิตไม่ช่วยเราสู้ เราจะเป็นทาสเขาแน่ๆ ผมไม่ได้อยากดราม่า แต่ผมเป็นห่วงประเทศนี้จริงๆ กลัวคนไทยไม่รู้ว่าพวกเราทำงานหนักขนาดไหนเพราะเราสร้างภาพไม่เก่งเท่าคนอื่น”

สำหรับประเด็นทางการเมือง นายชื่นชอบแสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการฉีกรัฐธรรมนูญ และต้องคงหมวด 1 และหมวด 2 เกี่ยวกับสถาบันหลักของชาติไว้ พร้อมโต้แย้งพรรคการเมืองที่มุ่งเน้นแต่การแก้รัฐธรรมนูญโดยไม่สนใจแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนก่อน พร้อมกันนี้ยังชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้มีอิทธิพลหรือนักเลง โดยยืนยันว่าตระกูลคงอุดมไม่ใช่คนเช่นนั้น แต่กลับถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองมาตลอด เช่น การถูกร้องเรียนเรื่องสติกเกอร์หาเสียง หรือกรณีหัวหน้าพรรคถูกร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการชี้มูลความผิด นายชื่นชอบจึงขอโอกาสให้ประชาชนเลือก สส. ที่ทำงานจริงและรักสถาบัน เพื่อเข้าไปเลือกนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ดีมาบริหารประเทศต่อไป

ธรรมนัส นำทัพกล้าธรรมเปิดศึกโค้งสุดท้าย ประกาศพลิกปทุมธานีสู่ยุคใหม่

ธรรมนัส นำทัพกล้าธรรมเปิดศึกโค้งสุดท้าย ประกาศพลิกปทุมธานีสู่ยุคใหม่

ธรรมนัส นำทัพกล้าธรรมเปิดศึกโค้งสุดท้าย ประกาศพลิกปทุมธานีสู่ยุคใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.35 น.

“ธรรมนัส–นฤมล” จับมือ “บิ๊กแจ๊ส” นำทัพกล้าธรรมเปิดศึกโค้งสุดท้าย ประกาศ พลิกปทุมธานีสู่ยุคใหม่ แก้น้ำท่วม–รถติด–หนี้ครูเกษตรกร ดัน 5 ผู้สมัครปักธงเขียวทั้งจังหวัด

1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.30 น. ที่ลานตลาดกินซ่า ตรงข้ามห้างสรรพสินค้า ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จ.ปทุมธานี พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ปทุมธานี ของพรรคกล้าธรรมทั้ง 5 คน ได้แก่ เขต 1 นายนพพร ขาวขำ เบอร์ 2 ,เขต 2 นายชัยอนันต์ สิริเบญสานนท์ เบอร์ 9,เขต 4 นายชยุต สินพูนภักดิ์ เบอร์ 7, เขต 5 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ เบอร์ 8 และเขต 6 นางสาวพัชร์ชิสา พชิระธารีรัตน์ เบอร์ 4 

ศ.ดร.นฤมล กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของประเทศ โดยพรรคยืนยันแนวทางการเมืองสุจริต ไม่สร้างความขัดแย้ง ไม่โจมตีใส่ร้ายฝ่ายใด แต่มุ่งเสนอทางออกที่เป็นรูปธรรมให้ประชาชน พร้อมขอโอกาสเข้าไปทำงานเพื่อแก้ปัญหาปากท้องอย่างจริงจัง

หัวหน้าพรรค ระบุว่า กลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษายังเผชิญภาระหนี้จำนวนมาก พรรคมีแนวทางช่วยปรับโครงสร้างหนี้และเพิ่มสวัสดิการให้เหมาะสม ขณะเดียวกันเกษตรกรก็ต้องได้รับการดูแลเรื่องต้นทุนการผลิตและการเข้าถึงตลาดอย่างเป็นระบบ ไม่ปล่อยให้รับความเสี่ยงเพียงลำพัง นอกจากนี้ยังผลักดันการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชนในปทุมธานีให้เติบโต ควบคู่กับการพัฒนาเมือง

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ปัญหาหลักของปทุมธานีไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นปัญหาโครงสร้างสะสม ทั้งน้ำท่วมซ้ำซาก น้ำแล้งในบางช่วง การจราจรติดขัด และการทำงานที่ไม่เชื่อมกันระหว่างหน่วยงานรัฐกับท้องถิ่น ซึ่งพรรคมองว่าต้องแก้แบบบูรณาการ จุดแข็งของพรรคคือการทำงานร่วมกับท้องถิ่นได้จริง หากได้ผู้แทนเข้าไปทำหน้าที่ จะสามารถประสานงบประมาณและนโยบายลงพื้นที่ได้รวดเร็วขึ้น เพื่อแก้ปัญหาระบบระบายน้ำ ทางน้ำ และโครงข่ายถนนที่เชื่อมโยงชุมชนกับเมืองหลัก

ในด้านเศรษฐกิจ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ปทุมธานีเป็นพื้นที่ใกล้ตลาดใหญ่ มีศักยภาพด้านเกษตรและการค้าพืชผล แต่เกษตรกรยังแบกรับต้นทุนสูง พรรคจึงเสนอแนวทางปฏิรูปภาคการเกษตร ทั้งการลดต้นทุนปัจจัยการผลิต การสนับสนุนช่องทางตลาด และการช่วยเหลือจากภาครัฐแบบตรงจุด เพื่อให้รายได้สุทธิเพิ่มขึ้นจริง

“เป้าหมายของพรรคกล้าธรรมไม่ใช่เพียงชนะการเลือกตั้ง แต่ต้องยกระดับคุณภาพชีวิตคนทั้งจังหวัดในระยะยาว ให้ปทุมธานีเป็นเมืองที่มีทั้งเศรษฐกิจเข้มแข็ง โครงสร้างพื้นฐานพร้อม และการบริหารจัดการที่ตอบโจทย์ประชาชน”

ภายหลังเสร็จสิ้นเวทีปราศรัย ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยย้ำความมั่นใจว่าพรรคสามารถปักธงในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ได้แน่นอน และจะเข้ามาร่วมกันทำงานกับพี่ชายที่แสนดีอย่าง บิ๊กแจ๊ส ซึ่งปทุมธานีมีโจทย์ใหญ่ด้านการบริหารจัดการน้ำ ทั้งปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและช่วงน้ำแล้ง รวมถึงโครงข่ายคูคลองและทางระบายน้ำที่ต้องวางแผนร่วมกันระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่น พร้อมชี้ว่าหากการประสานงานมีเอกภาพ ปัญหาจะคลี่คลายได้เป็นรูปธรรมมากขึ้น

ในด้านการจราจร เขามองว่าปทุมธานีเป็นพื้นที่รอยต่อเมืองหลวง มีประชากรแฝงจำนวนมาก การขยายตัวของชุมชนรวดเร็ว แต่โครงสร้างถนนและระบบรองรับยังไม่ทัน จึงต้องผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานควบคู่การจัดระเบียบผังเมือง

ส่วนภาคเกษตร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ปทุมธานียังเป็นแหล่งผลิตพืชผลสำคัญใกล้ตลาดใหญ่ แต่เกษตรกรแบกรับต้นทุนสูง พรรคมีแนวทางลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนปัจจัยการผลิต และเพิ่มช่องทางตลาด เพื่อให้รายได้สุทธิเพิ่มขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ยอดขายเพิ่มแต่กำไรไม่เหลือ

“จุดแข็งของพรรคกล้าธรรม คือการทำงานเชื่อมระหว่างระดับชาติและท้องถิ่น หากได้ผู้แทนในพื้นที่ จะช่วยผลักดันงบประมาณและนโยบายลงสู่จังหวัดได้รวดเร็วขึ้น พร้อมย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสกำหนดทิศทางพัฒนาปทุมธานีในระยะยาว”

เมื่อถามถึงบรรยากาศการแข่งขันช่วงโค้งสุดท้ายมีวาทกรรมรักชาติเกิดขึ้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า คนไทยทุกคนรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยกเว้นพวกคนที่คิดร้ายกับแผ่นดินเท่านั้น

ภูมิใจไทยลุยลาดพร้าว เร่งโกยคะแนนโค้งสุดท้าย

ภูมิใจไทยลุยลาดพร้าว เร่งโกยคะแนนโค้งสุดท้าย

ภูมิใจไทยลุยลาดพร้าว เร่งโกยคะแนนโค้งสุดท้าย

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.26 น.

‘ภูมิใจไทย’ ลุยหาเสียงลาดพร้าวเร่งทำคะแนนใกล้โค้งท้ายเลือกตั้ง69! ‘ศุภจี’ วีดีโอคอลยันเน้นดูแลเศรษฐกิจ-ปากท้อง-ความเป็นอยู่ทุกช่วงวัย ด้าน ‘เอกนัฏ’ การันตีกา ‘ภท.’ พูดแล้วทำ ไม่เอาอนาคตประเทศมาเสี่ยง ลั่นไม่มีปั่นกระแสชาตินิยม แต่ความมั่นคงชาติ-อธิปไตยเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ไทยเดินหน้าต่อไปได้

1ก.พ.2569 เมื่อเวลา18.00น. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ แม่ทัพหาเสียงพื้นที่กทม. พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงช่วย นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัครสส. กทม.เขตห้วยขวาง-วังทองหลาง พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 4 ที่ลาดพร้าว 64 ซึ่งนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ได้มีการวีดิโอคอลมายังเวทีปราศรัย ซึ่งมีประชาชนมาฟังการปราศรัยอย่างเนืองแน่นกว่า 1,000 คน

โดยนางศุภจี กล่าวว่า เลือกตั้งครั้งนี้เราจำเป็นต้องมีสส. ที่จะมาทำงานร่วมกัน หากเราได้เป็นรัฐบาลก็ขอโอกาสให้นายประเดิมชัยมาช่วยเป็นตัวแทนของประชาชน ซึ่งมีสิ่งที่สะท้อนมาและตรงกับนโยบายของพรรคคือ การเอาพื้นที่ที่เป็นอาคารของภาครัฐที่ไม่ได้ใช้งาน เช่น อาคารเดิมของคุรุสภา เอามาปรับปรุงเป็นสถานที่ดูแลผู้สูงวัย โดยให้เอกชนมาช่วยบริหารให้ นอกจากนี้ ยังมีโครงการคนละครึ่งพลัส ถ้าอยากได้ก็ต้องช่วยเลือกเราเข้าไปกัน รวมทั้งนโยบายลดค่าไฟ และสิ่งสำคัญก็คือพยาบาลชุมชน ที่เราจะทำเป็นพยาบาลอาสาช่วยดูแลคนในชุมชน นอกจากนี้ ในพื้นที่ก็ยังมีวัยทำงาน วัยรุ่น ก็จะมีนโยบายที่จะเข้าไปส่งเสริมทักษะให้คนในชุมชนว่าอยากเรียนรู้เรื่องอะไร เพื่อสร้างงาน สร้างโอกาส 

“นโยบายของพรรคภูมิใจไทยเน้นในเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ เน้นในเรื่องความเป็นอยู่ของคนทุกช่วงวัย และคนในชุมชนด้วย ดังนั้น ขอฝากตัวแทนของเราเพื่อจะเป็นสส. เราจะได้รับรู้ความต้องการของคนในพื้นที่ เพื่อจะเอามาทำเป็นนโยบาย ทำสิ่งดีๆ ส่งกลับคืนให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป” นางศุภจี กล่าว

ด้านนายเอกนัฏ ปราศรัยว่า นายประเดิมชัยทำงานมาตลอด ลงพื้นที่ช่วงโควิดก็ช่วยเหลือคนในพื้นที่ไม่เคยทิ้ง มีปัญหาก็สู้ให้ และยังรู้ปัญหาทุกเรื่องดี เราต้องมี 3 ดรีมทีมที่จะมาทำงานให้รัฐบาล และต้องมีคนแบบนายประเดิมชัยมาทำงานเชื่อมต่อกัน 

“ที่ผมมาพรรคภูมิใจไทยก็เหมือนกับหลายคนที่ครั้งนี้อยากจะเลือกพรรคภูมิใจไทย เพราะพรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำตั้งแต่มาเป็นรัฐบาล 3 เดือนพิสูจน์ให้เห็นว่าทำเพื่อบ้านเมือง หลายพรรคพูดเก่งพูดดี แต่พอถึงเวลา ทำได้อย่างที่พูดหรือไม่ พอทำจริงก็ทำอีกแบบหนึ่ง” นายเอกนัฏ กล่าว

นายเอกนัฏ กล่าวว่า มีการมาบอกว่าเราปั่นกระแสชาตินิยมเรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา แต่เราไม่ได้มาปั่นกระแสชาตินิยม แม้คนในกรุงเทพเราก็ยังเป็นห่วงลูกหลานของเราทหารชายแดน และคนที่อยู่จังหวัดชายแดน แต่ถ้าเราไม่สามารถปกป้องอธิปไตยของไทยได้ ประเทศไม่มีความมั่นคง แล้วเศรษฐกิจจะโตได้หรือไม่ ดังนั้น เรื่องความมั่นคงจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ นอกจากนี้ ตัวเลขจีดีพีที่คาดการณ์ว่าโต 0% กว่าพอรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ใช้ดรีมทีมอย่างนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นางศุภจี และยังมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกฯพรรคภูมิใจไทย มาทำโครงการคนละครึ่งพลัสที่ดันเศรษฐกิจโตขึ้นมาได้ จีดีพีโต 1% กว่า 

“เลือกพรรคภูมิใจไทยได้บุคคลเหล่านี้ที่มีฝีมือมาทำงานแน่นอน อย่าเอาประเทศมาเสี่ยงในอนาคตที่ไม่รู้จะได้นโยบายของรัฐบาลแบบไหน  ถ้าไม่อยากเสี่ยงก็ต้องเลือกคนที่ทำงานเห็นผลงานมาแล้ว รอบนี้ขอเสียงเทใจให้พรรคภูมิใจไทยไม่แบ่งให้ใคร ซึ่งอีกไม่กี่ก้าวเราจะเข้าเส้นชัยแล้ว ขอให้เลือกเบอร์ 4 นายประเดิมชัย และเลือกเบอร์ 37 ให้พรรคภูมิใจไทย” นายเอกนัฏ กล่าว