ทนายไพศาล ร้อง กกต. ชื่อหายจากบอร์ด พบรูปพรรคอื่นปิดทับ ฉะจนท.ให้ข้อมูลเท็จ

ทนายไพศาล ร้อง กกต. ชื่อหายจากบอร์ด พบรูปพรรคอื่นปิดทับ ฉะจนท.ให้ข้อมูลเท็จ

ทนายไพศาล ร้อง กกต. ชื่อหายจากบอร์ด พบรูปพรรคอื่นปิดทับ ฉะจนท.ให้ข้อมูลเท็จ

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.17 น.

เป็นงง!! “ทนายไพศาล” เดือด โพสต์จี้ กกต. หลังชื่อ หายจากบอร์ดรายชื่อผู้สมัคร เขต 1 ระยอง พบใช้แม็กเย็บติดหน้าผู้สมัครพรรคอื่นทับ  ลั่น ไม่เคยถูกตัดสิทธิ์ !  โวย จทน.หน้าหน่วยทำประชาชนสับสน

1 ก.พ.69 เวลา 13.35 น. นายไพศาล  เรืองฤทธิ์  ผู้สมัคร สส.จ.ระยอง เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถามไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง หลังมีผู้ใช้สิทธิ์ เลือกตั้งล่วงหน้า ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 52 บริเวณบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ศูนย์โทรคมนาคม นนทบุรี แจ้งพบปัญหา ว่ามีการนำภาพผู้สมัครจากพรรคอื่นปิดทับหน้าของตนเอง และเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งให้คำตอบว่า นายไพศาล ถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้งไปแล้ว 

โดย นายไพศาล ได้โพสต์ภาพหลักฐาน พร้อมระบุข้อความ ว่า “กกต.ว่ายังไง ชี้แจงด้วยครับ มีภาพผู้สมัครพรรคอื่นปิดทับหน้าผม คล้ายตั้งใจให้ประชาชนสับสน ผู้ใช้สิทธิ์ถามทางหน่วยเลือกตั้งได้คำตอบว่า ทนายไพศาลถูกตัดสิทธิ์ ทั้งที่ผมไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์” 

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บัญชีรายชื่อผู้สมัคร ที่ติดบริเวณหน้าหน่วยเลือกตั้ง ดังกล่าว มีการนำรูปผู้สมัครจากพรรคอื่น เบอร์เดียวกัน แต่เป็นผู้สมัครจากคนละเขต มาแปะทับหน้าของ นายไพศาล โดยใช้แม็กเย็บติด  โดยไม่ปรากฏชื่อของทนายไพศาลบนบอร์ดรายชื่อผู้สมัครแต่อย่างใด 

พิธา บุกหาดใหญ่ ลุยหาเสียงหนุน’หมอสุภัทร’ กาส้ม 2 ใบ

พิธา บุกหาดใหญ่ ลุยหาเสียงหนุน'หมอสุภัทร' กาส้ม 2 ใบ

พิธา บุกหาดใหญ่ ลุยหาเสียงหนุน’หมอสุภัทร’ กาส้ม 2 ใบ

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.21 น.

“พิธา” ขอชาวหาดใหญ่กาส้ม 2 ใบไม่ปันใจ ส่ง “หมอสุภัทร” เบอร์ 5 พร้อมทีมสงขลา 9 คน 9 เขต เข้าไปโหวต “เท้ง ณัฐพงษ์” เป็นนายกฯ ตั้งรัฐบาลประชาชนฟื้นฟูหาดใหญ่พัฒนาสงขลาไปด้วยกัน

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน เดินทางไปที่ จ.สงขลา เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 เบอร์ 5 พรรคประชาชน 

นายพิธา กล่าวว่าซาบซึ้งใจที่พี่น้องมารอต้อนรับ ทั้งที่แจ้งล่วงหน้าแค่วันเดียวว่าจะมาที่นี่ ตนมั่นใจในคุณหมอสุภัทรในฐานะนักบริหารที่คิดเป็นระบบ ทำงานเป็นระบบ เชื่อมั่นว่าเมื่อได้เป็น สส. จะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการซับน้ำตาพี่น้องหาดใหญ่และชาวสงขลาเหมือนที่คุณหมอรักษาคนเจ็บคนไข้มาตลอดกว่า 30 ปี

ผมเห็นใจและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพราะเราเคยผ่านการถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองมาก่อน โดยเฉพาะในช่วงนาทีสำคัญ จากคู่ต่อสู้ทางการเมืองที่ใครๆ ก็รู้ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนชัดเจน ย้อนไปช่วงโควิดเป็นช่วงวิกฤตของประเทศ ต้องมีคนกล้าหาญลุกขึ้นมาช่วยชีวิตผู้คน แม้ต้องเสี่ยงกับระบบราชการที่ไม่เอื้อต่อความเร่งด่วน คุณหมอสุภัทรคือหนึ่งในคนเหล่านั้น

ตนมั่นใจในทีมกฎหมายและทีมบริหารของรัฐบาลประชาชนที่จะเข้ามาเสริมทัพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ขอยืนยันกับพี่น้องชาวสงขลาว่ากาเบอร์ 5 หมอสุภัทร ได้อย่างสบายใจ ให้คุณหมอและผู้สมัคร สส. ของเราทั้ง 9 คน 9 เขตเข้าไปโหวต นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งรัฐบาลประชาชน พวกเราจะเดินหน้าแก้ไขระเบียบราชการ ให้ข้าราชการทำงานได้อย่างสบายใจ เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือการรับใช้ประชาชน 

นายพิธาทิ้งท้ายว่า เหลือเวลาอาทิตย์สุดท้าย ขอให้พรรคประชาชนเป็นคำตอบสุดท้ายของพี่น้องชาวหาดใหญ่ ของชาวสงขลา และของชาวใต้ 8 กุมภาพันธ์ กาส้ม 2 ใบส่งนายกฯ เท้งเข้าทำเนียบรัฐบาล ตั้งรัฐบาลประชาชน

รัชดาจี้เท้ง แจงปมให้แรงงานข้ามชาติเป็นบอร์ดปกส. ลั่นผู้นำตัวจริงต้องชัดเจน

รัชดาจี้เท้ง แจงปมให้แรงงานข้ามชาติเป็นบอร์ดปกส. ลั่นผู้นำตัวจริงต้องชัดเจน

รัชดาจี้เท้ง แจงปมให้แรงงานข้ามชาติเป็นบอร์ดปกส. ลั่นผู้นำตัวจริงต้องชัดเจน

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.15 น.

1 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า 

       บอกหัวหน้าเท้ง พรรคประชาชน ผู้นำตัวจริงต้องชัดเจน ไม่ใช่ปัดให้ไปดูเว็บไซต์ เมื่อหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า

       “เรื่องให้แรงงานข้ามชาติเป็นบอร์ดประกันสังคม ไม่มีในนโยบายพรรค 100% ให้ไปดูในเว็บไซต์พรรคได้”
จะปัดกันง่ายๆ แบบนี้จริงหรือ
ทั้งที่คำถามของสังคมวันนี้ ไม่ได้อยู่แค่ว่า เว็บไซต์พรรคเขียนอะไร แต่อยู่ที่นโยบายของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ซึ่งเปรียบเสมือนฝาแฝดทางการเมืองของพรรคประชาชน และถือกำเนิดจากผู้นำคนเดียวกัน คือ คุณ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งนโยบายของทีมประกันสังคมฯ ในข้อ 14 ระบุชัดถึงการ “ปรับเงื่อนไขให้แรงงานข้ามชาติมีสิทธิเลือกตั้งและสมัครเป็นบอร์ดประกันสังคม” ถูกใช้หาเสียงจริง และชนะการเลือกตั้งจริง

       เมื่อทั้งพรรคและทีมการเมืองถือกำเนิดจากผู้นำและการสนับสนุนชุดเดียวกัน เดินเคียงคู่กันทุกฝีก้าว สังคมย่อมคาดหวังคำอธิบายถึงความเกี่ยวข้องที่ดีกว่านี้ การตอบเพียงว่า

       1) “ไม่ใช่นโยบายพรรค”
จึงยังไม่ใช่คำอธิบายที่เพียงพอ ไม่พอที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจในความคิดของพรรคประชาชนว่าจะเอาอย่างไรแน่ เพราะที่ผ่านมามีอาการ “ไม่อยู่กับร่องกับรอย” เป็นระยะๆ แล้วประชาชนจะเชื่อมั่นได้อย่างไร

       2) การเชิญให้ประชาชนไปดูนโยบายในเว็บไซต์พรรค ไม่สามารถลบล้างสิ่งที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าใช้หาเสียงและอาจส่งผลต่อโครงสร้างประกันสังคมได้

       ดังนั้น หากไม่ได้เป็นเพราะถูกวิจารณ์จึงต้องออกมาปฏเสธ แต่มันไม่เกี่ยวข้องกันจริง พรรคควรตรวจสอบและชี้แจงให้ชัด ว่านโยบายดังกล่าวเป็นจุดยืนของใคร และทางพรรคคิดอย่างไร ที่สำคัญหัวหน้าพรรคประชาชนต้องยอมรับในสิทธิของสังคมต่อการตั้งคำถามและการเรียกร้องความชัดเจน ไม่ใช่ออกมาตอบโต้ข้อสงสัยด้วยการกล่าวหาว่าคนอื่นบิดเบือน เพราะนั่น “ไม่ใช่ท่าทีของผู้นำตัวจริง!”

ทวี คุย พีมูฟ รับปากช่วยเร่งแก้ปัญหายากจน-ปลดหนี้ กยศ.

ทวี คุย พีมูฟ รับปากช่วยเร่งแก้ปัญหายากจน-ปลดหนี้ กยศ.

ทวี คุย พีมูฟ รับปากช่วยเร่งแก้ปัญหายากจน-ปลดหนี้ กยศ.

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.46 น.

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชาติ กล่าวภายหลังพูดคุยและร่วมเวทีสัญญาประชาคมเครือข่ายพีมูฟ (P-Move) ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อเร็วๆ นี้ผ่านมา เพื่อแลกเปลี่ยนนโยบาย 3 ชุด 10 ด้าน ทั้งเรื่องสิทธิเสรีภาพ ที่ดินทำกิน และสวัสดิการรัฐ มุ่งหวังสร้างสังคมที่ยั่งยืนและเท่าเทียมว่า การแก้ปัญหาความยากจน ต้องเริ่มด้วยการศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นรากฐานสำคัญในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่ต้องตั้งอยู่บนความยุติธรรม ซึ่งนโยบายหลักของพรรคประชาชาติคือการผลักดันให้มีการศึกษาฟรีถึงระดับปริญญาตรี เพื่อให้การเรียนคือการสร้างอนาคตที่ไม่ทิ้งภาระหนี้สินไว้เบื้องหลัง

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ปัญหาของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นหนึ่งในข้อกฎหมายที่โหดร้ายที่สุด เพราะมีกลไกที่มุ่งตรวจสอบและยึดทรัพย์สิน จนกลายเป็นภาระหนักหนาของประชาชน พรรคประชาชาติ จึงมีนโยบายล้างหนี้ กยศ.ให้กับผู้กู้กว่า 3 ล้านคน โดยที่ผ่านมาพรรคได้พยายามเดินหน้าแก้ไขกฎหมายเพื่อยกเลิกดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ แม้ว่าในชั้นของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จะยังคงให้มีอยู่ก็ตาม แต่พรรคยังยืนหยัดในเจตนารมณ์ที่ว่าการเรียนต้องไม่มีหนี้ เพื่อคืนศักดิ์ศรีและอนาคตที่ดีให้แก่เยาวชนไทยอย่างแท้จริง

“การดำเนินงานของพรรคประชาชาติมิใช่เพียงกิจกรรมช่วงเลือกตั้ง แต่คือความมุ่งมั่นที่จะสร้างจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญให้แก่ประเทศ พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อกระจายทรัพยากรและสร้างความเสมอภาคอย่างแท้จริง” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า เรายืนยันที่จะคืนความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐโดยเฉพาะปัญหาเขตป่าทับซ้อนที่ดินทำกิน ซึ่งหากพรรคได้เข้าร่วมรัฐบาล ภายใน 6 เดือน จะเร่งผลักดันการนิรโทษกรรมคดีที่ดินให้แก่ประชาชน

ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย ลุยหาเสียงแปดริ้ว ปชช.แห่ต้อนรับอบอุ่น

ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย ลุยหาเสียงแปดริ้ว ปชช.แห่ต้อนรับอบอุ่น

ยศชนัน นำทัพเพื่อไทย ลุยหาเสียงแปดริ้ว ปชช.แห่ต้อนรับอบอุ่น

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.33 น.

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา ทั้ง 4 เขต ประกอบด้วย นางฐิติมา ฉายแสง ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 1 เบอร์ 2 , นายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 เบอร์ 3 , นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 3 เบอร์ 1 และ นายพิทักษ์ จารุสมบัติ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 4 เบอร์ 1 เข้าสักการะหลวงพ่อโสธร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของ จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนลงพื้นที่ อ.พนมสารคาม และ อ.บางปะกง ช่วยผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย หาเสียง

ทันทีที่นายยศชนันเดินทางถึงหน้าวัดโสธรวรารามวรวิหาร ประชาชนที่มารอให้การต้อนรับจำนวนมากต่างเข้าไปห้อมล้อมขอถ่ายภาพและมอบพวงมาลัยดอกดาวเรือง พวงมาลัยขนมป๊อกกี้ และพวงมาลัยของดี จ.ฉะเชิงเทรา เช่น มะม่วง ข้าวหลาม ทั้งนี้ นายยศชนันได้พบปะประชาชนที่มาทำบุญและได้ขอคะแนนให้พรรคเพื่อไทย ซึ่งต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่ต้องฝากเต็มใจให้ ขอให้ได้” นอกจากนี้ นายยศชนันยังได้อุดหนุนดอกป๊อปปี้ของทหารผ่านศึก อีกทั้งมีประชาชนได้นำหนังสือ “ยศชนัน The Possible Leader” มาให้เซ็นอีกด้วย

ปลัด กทม. ลงพื้นที่ตรวจหน่วยเลือกตั้งบางกะปิ ย้ำภาพรวมเรียบร้อย ยังไม่พบร้องเรียน

ปลัด กทม. ลงพื้นที่ตรวจหน่วยเลือกตั้งบางกะปิ ย้ำภาพรวมเรียบร้อย ยังไม่พบร้องเรียน

ปลัด กทม. ลงพื้นที่ตรวจหน่วยเลือกตั้งบางกะปิ ย้ำภาพรวมเรียบร้อย ยังไม่พบร้องเรียน

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.06 น.

ปลัด กทม. ลงพื้นที่ตรวจหน่วยเลือกตั้งบางกะปิ ย้ำภาพรวมเรียบร้อย ยังไม่พบข้อร้องเรียน พร้อมรับมือปัญหาจราจร

1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่บริเวณโครงการตลาดนัดตะวันนา  นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่เขตบางกะปิ เพื่อติดตามความเรียบร้อยของการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า โดยระบุว่า ในช่วงเช้าได้เดินทางไปตรวจการลงคะแนนที่สำนักงานเขตคลองสามวา ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 16 พบว่ามีประชาชนเดินทางมาใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก

นายณรงค์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบปัญหาด้านการจราจรบริเวณโดยรอบหน่วยเลือกตั้ง เนื่องจากเส้นทางเข้า – ออกเป็นทางเดียวกัน ส่งผลให้เกิดสภาพคอขวดในบางช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครได้ประสานงานกับผู้อำนวยการเขตแต่ละเขตให้มีการประเมินสถานการณ์แบบเรียลไทม์ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร และปรับแผนการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยภาพรวมสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่พบปัญหาหรืออุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อการใช้สิทธิ์ของประชาชน

ทั้งนี้ หน่วยเลือกตั้งได้จัดการให้บริการประชาชนตามจุดต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ เป็นไปตามแนวทางและขั้นตอนที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครกำหนดไว้ มีการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ทั้งบุคลากร วัสดุอุปกรณ์ รวมถึงสถานที่อย่างครบถ้วน โดยกรุงเทพมหานครได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีรายงานปัญหาในพื้นที่ จะประสานกับผู้อำนวยการเขตในแต่ละเขต และรายงานเข้าสู่ศูนย์ติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งล่วงหน้า ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า อย่างต่อเนื่อง

สำหรับเขตบางกะปิ ถือเป็นเขตพื้นที่ที่มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของกรุงเทพมหานคร โดยกรุงเทพมหานครได้ให้ความสำคัญในการดูแลสถานที่ การจัดระเบียบการจราจร การดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชน รวมถึงการกำหนดแนวทางและขั้นตอนการใช้สิทธิ์ในแต่ละจุดอย่างชัดเจน ซึ่งได้มีการซักซ้อมการปฏิบัติงานมาในระดับหนึ่งแล้ว ปัญหาต่าง ๆ ได้รับการแก้ไขล่วงหน้า รวมถึงการจัดพื้นที่จอดรถ โดยได้ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า

นายณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขณะนี้ยังไม่พบปัญหาหรือข้อร้องเรียนใด ๆ การดำเนินการเป็นไปตามมาตรการที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดไว้ โดยกรุงเทพมหานครจะดำเนินการจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในวันนี้พื้นที่กรุงเทพมหานครมีสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 อยู่ในระดับสูง ปลัดกรุงเทพมหานครจึงขอฝากถึงประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องอยู่กลางแจ้ง ให้สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองดังกล่าว

อ.เจษฎ์ ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ฝากผู้มีสิทธิ จำเลขผู้สมัครให้แม่น

อ.เจษฎ์ ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ฝากผู้มีสิทธิ จำเลขผู้สมัครให้แม่น

อ.เจษฎ์ ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ฝากผู้มีสิทธิ จำเลขผู้สมัครให้แม่น

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.04 น.

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง ที่สำนักงานเขตราชเทวี โดยระบุว่า กระบวนการลงคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประชาชนมาใช้สิทธิจำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่จัดระบบการบริการค่อนข้างชัดเจน ตั้งแต่การให้ผู้มาใช้สิทธิสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อทราบจุดที่ต้องไป และกำหนดทิศทางการเดินภายในพื้นที่ไว้เป็นลำดับ ทำให้การเข้าคูหาเป็นระเบียบ

รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า ผู้มีสิทธิสามารถตรวจดูเอกสารบริเวณด้านหน้าคูหา เพื่อทบทวนว่ามีรายชื่อพรรคหรือผู้สมัครในเขตของตนเป็นใครบ้าง โดยมองว่าขั้นตอนโดยรวมทำให้ผู้มาใช้สิทธิเข้าแถวและลงคะแนนได้อย่างราบรื่น

นายเจษฎ์ ระบุว่า ผู้มีสิทธิควรจำชื่อพรรค หมายเลขพรรค และหมายเลขผู้สมัครในเขตให้ชัดเจน โดยการลงคะแนนครั้งนี้ใช้บัตร 2 ใบ คือบัตรสีเขียว สำหรับลงคะแนนเลือก สส.เขต และบัตรสีชมพู สำหรับลงคะแนนเลือก สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งบัตรสีชมพูจะเป็นบัตรของพรรค มีการระบุชื่อพรรคไว้ด้วย ขณะที่บัตรสีเขียวจะมีเฉพาะหมายเลข

นายเจษฎ์ กล่าวด้วยว่า หากผู้มีสิทธิจำหมายเลขพรรคไม่ได้ แต่จำชื่อพรรคได้ ก็ยังสามารถลงคะแนนในบัตรสีชมพูได้ถูกต้อง แต่สำหรับบัตรสีเขียวจำเป็นต้องจำหมายเลขผู้สมัครในเขต เนื่องจากในบัตรไม่ได้ใส่ชื่อพรรคหรือชื่อผู้สมัครไว้ อีกทั้งหมายเลขผู้สมัครในเขตและหมายเลขพรรคเป็นคนละเลขกัน

นายเจษฎ์ ฝากถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า ก่อนเข้าคูหาให้ตรวจดูว่าผู้สมัครของพรรคที่ต้องการเลือกในบัตรสีเขียวเป็นหมายเลขใดและจดจำหมายเลขนั้นไว้เป็นหลัก ส่วนบัตรสีชมพูสามารถใช้ทั้งการจำชื่อพรรคหรือจำหมายเลขพรรคได้ เพราะมีข้อมูลช่วยจำมากกว่า

“ผมคิดว่าบัตรสีชมพูเนี่ย ความสับสนจะน้อยมาก เพราะว่าจำชื่อพรรคเอาก็ได้ จำเลขพรรคเอาก็ได้นะครับ สัญลักษณ์ก็มี แต่ในบัตรที่เป็นบัตรสีเขียวนี่แหละ จะต้องจำเลขอย่างเดียวเลยนะครับ ก็อาจจะมีความขลุกขลัก ก็ต้องฝากพี่น้องผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกท่านนะครับว่า บัตรสีเขียวเนี่ย ท่านต้องไปดูว่าพรรคไหนเลขอะไร แล้วก็จำเลขที่ท่านจะไปเลือกเป็นหลักนะครับ” นายเจษฎ์ กล่าว

ในช่วงท้าย นายเจษฎ์ กล่าวถึงบรรยากาศการลงคะแนนที่เขตราชเทวี ว่า เป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้มีสิทธิมาใช้สิทธิจำนวนหนาแน่น โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตแจ้งว่าครั้งนี้มีผู้ลงทะเบียนมาใช้สิทธิที่จุดดังกล่าวมากกว่าครั้งที่ผ่านมา และได้ระดมกำลังอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ทั้งการกระจายเจ้าหน้าที่คอยแนะนำจุดเข้าคูหาตามชุดจังหวัดเพื่อความรวดเร็ว การติดตั้งลำโพงประชาสัมพันธ์ และการจัดเก้าอี้สำหรับพักคอยเพิ่มเติม

เลือกตั้งล่วงหน้าเรียบร้อยดี! กกต.ยันลุยสอบคนโพสต์ปั่นซื้อเสียง 7 พัน

เลือกตั้งล่วงหน้าเรียบร้อยดี! กกต.ยันลุยสอบคนโพสต์ปั่นซื้อเสียง 7 พัน

เลือกตั้งล่วงหน้าเรียบร้อยดี! กกต.ยันลุยสอบคนโพสต์ปั่นซื้อเสียง 7 พัน

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.45 น.

กกต.เผยภาพรวมเปิดหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า เรียบร้อยดี แจงปมเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครลำปางล่องหนที่ชลบุรี เป็นความผิดพลาด ไม่ใช่กลั่นแกล้ง พร้อมลุยสอบคนโพสต์ปั่นซื้อเสียง 7 พันบาท ยืนยันไม่มีเจ้าหน้าที่ กปน.ทำตัวเป็นหัวคะแนน เดินหน้าตรวจสอบเหตุ อสม.ศรีสะเกษ แฉบิ๊ก สธ.ใช้อำนาจสั่งช่วยพรรคการเมืองหาเสียง

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.แถลงภาพรวมของการเปิดการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งในและนอกเขตเลือกตั้งว่าลงทะเบียนล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง 8,610 คน ลงทะเบียนล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง 2,206,138 คน และลงทะเบียนสำหรับผู้พิการทุพพลภาพผู้สูงอายุ 1,666 คน โดยมีหน่วยเลือกตั้งในเขต 521 แห่ง นอกเขตเลือกตั้ง 524 แห่ง สำหรับผู้พิการผู้ทุพพลภาพและผู้สูงอายุ 22 แห่ง ภาพรวมตั้งแต่เวลา 08.00 น.ที่เปิดให้มีการลงคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย  มีผู้การออกมาใช้สิทธิ์จำนวนมาก มากที่สุดคือเขตบางกะปิ จำนวน 5.8 หมื่นคน มีบางหน่วยที่สถานที่อาจจะไม่พอกับจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ หรือบางพื้นที่มีปัญหาการจราจรหนาแน่น ซึ่งเท่าที่ได้รับรายงานเขตบางกะปิ จตุจักร เชียงใหม่ โดยมีการลงทะเบียนมากกว่า 5 หมื่นคน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังสามารถอำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างเรียบร้อย แต่มีที่บางเขต กทม.มีผู้ลงทะเบียนกว่า 1 หมื่นคน อาจจมีปัญหาการจราจรบ้าง แต่ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแก้ไขปัญหาได้เรียบร้อยแล้ว ประชาชนสามารถเข้าไปยังหน่วยเลือกตั้งได้รวดรวดเร็ว

ทั้งนี้ มีบางพื้นที่อาจจะมีบางเหตุการณ์ที่ไม่เรียบร้อย คือ หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าที่จังหวัดชลบุรี ที่มีปัญหาในส่วนเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครของผู้สมัครลำปางที่ติดหน้าหน่วย ไม่มีเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครของพรรคประชาชน หมายเลข 8 เนื่องจากเกิดความผิดพลาด โดยจังหวัดลำปางส่งเอกสารแนะนำตัวผู้หมายเลข 6 มาซ้ำ 2 ใบ แต่ไม่มีหมายเลข 8 ย้ำว่า เป็นความผิดพลาดในการจัดส่ง ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ทางชลบุรีได้มีการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว

นายแสวง กล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์อื่นๆ ขณะนี้ได้รับรายงานว่า มีประชาชนบางคนเมื่อใช้สิทธิแล้ว ได้ออกมาแสดงความเห็นว่าตนเองเลือกใคร กาหมายเลขอะไรบ้าง ตรงนี้อยากให้ระมัดระวัง เพราะอาจจะนำไปสู่การร้องเรียน ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูข้อเท็จจริงว่าเป็นการแสดงความเห็นโดยเจตนาว่ามีทำไปเพราะอะไร ซึ่งอาจจะถูกร้องเรียนว่าทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยก็ได้

เมื่อถามถึงการซื้อเสียงหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงาน กกต.การบริหารจัดการไปถึงวันที่ 8 ก.พ.มี 2 เรื่อง 1.ทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปด้วยดี ให้มีการหาเสียงด้วยถ้อยคำที่ดี ไม่ใส่ร้าย 2.ทำให้การเลือกตั้งสุจริต เที่ยงธรรม ไม่มีการซื้อเสียง ซึ่งจากการรายงานของจังหวัดที่ได้ร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เรามีชุดเคลื่อนที่เร็วที่ใช้ตำรวจเกือบครึ่งประเทศ ชุดป้องกัน ป้องปรามในการหาข่าวไม่ให้ซื้อเสียงได้ โดยในการข่าวเราพบว่ามีการเคลื่อนไหว แต่ยังไม่มีการกระทำเกิดขึ้น ผู้สมัครยังดำเนินการไม่ได้ นี่เป็นผลจากการที่เราเน้นเรื่องการป้องกัน ซึ่งกระบวนการคือ 1.จับตอนการดำเนินการ 2.คือจับการซื้อเสียง 3.การหาคนไปเป็นพยาน เรารู้ปัญหานี้ดี จึงได้เน้นการหาข่าวแล้วป้องกันไม่ให้มีการซื้อเสียงได้ ส่วนการซื้อเสียงตอนนี้ยังไม่มีประเด็น แต่มีเรื่องการร้องเรียนการหาเสียงทางโซเชียลมากกว่า

นายแสวง ยังได้ชี้แจงกรณีที่เคยให้ข่าวก่อนหน้านี้ว่า เตรียมเงินได้ แต่อย่าซื้อเสียงว่าตามกฎหมายแล้ว มาตรา 73 ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียม หรือการไปซื้อเสียง เป็นความผิดทั้ง 2 อย่าง เมื่อวาน (31 ม.ค.) ตนอาจจะพูดเร็วไป ตนต้องการสื่อสารว่า การเตรียมการนั้นอยู่ในที่ลับ การจะจับก็ทำได้ยาก จึงต้องเน้นไปที่การป้องปราม ช่วงเตรียมการเราจึงเน้นเรื่องการหาข่าว หรืออย่างเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทยส่งข้อมูลมาก็จะประกับการสอบสวนว่าคนไปเบิกเงินนั้นมีความสัมพันธ์เป็นเครือญาติหรือไม่ เป็นผู้ช่วยหาเสียงหรือไม่ เบิกเงินมาเพื่ออะไร และได้นำเงินไปใช้อะไรบ้าง ทั้งนี้ ตอนนี้เป็นขั้นตอนจังหวัดในการดำเนินการป้องปราม ซึ่งทางจังหวัดจะมีบัญชีหัวคะแนนอยู่ เขาจะประเมินพื้นที่ว่าเป็นพื้นที่สีแดง แข่งขันเข้มข้น การทำงานในพื้นที่ก็จะร่วมกับหลยหน่วยทั้งตำรวจ ผู้ตรวจการเลือกตั้งและภาคประชาชน ดังนั้นตอนนี้อยู่ในช่วงการกดดัน ป้องกัน ความตั้งใจเราคือไม่อยากให้มีการใช้เงินออกมาซื้อเสียง

“ผมเชื่อว่าคนมีตังค์ แต่การจะไปจับคนช่วยเตรียมการนั้นยากกว่าการป้องกัน ซึ่งการเตรียมการผิดอยู่แล้ว แต่เวลาเราสงสัยเราไม่สามารถไปค้นได้ทันที ต้องมีหมายค้น ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร ต่างจากการซื้อเสียง ซื้อแล้วจะมีหลักฐานพอสมควร แต่เรื่องการเตรียมการนั้นการข่าวเราต้องดี และต้องมีหลักฐานสามารถออกหมายจับ ล็อคตัวได้เลย” เลขาธิการ กกต.กล่าว

ต่อกรณีปรากฏมีผู้โพสต์ว่ามีการซื้อเสียงหัวละ 7 พันบาท ที่ภาคอีสาน โดยนำภาพที่แม่ค้าโพสต์ลงโซเชียลฯมาเผยแพร่แล้วระบุว่า เป็นเงินซื้อเสียงนั้น นายแสวง กล่าวว่า มีการตรวจสอบแล้ว ที่จริงไม่ใช่เงินซื้อเสียง แต่บุคคลดังกล่าวขายของในตลาดแล้วโพสต์ลงในอิสตราแกรม แล้วมีคนไปแคปหน้าเพจของแม่ค้ารายนั้นเพื่อไปทำคอนเทนต์ว่ามีการซื้อเสียง ซึ่งทาง กกต.ก็รู้ตัวคนแคปและคนโพสต์แล้ว ซึ่งเรากำลังไปสอบทั้ง 3 คน อยู่

เมื่อถามถึงกรณีมีรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งมีพฤติกรรมเหมือนหัวคะแนน จะมีการตรวจสอบหรือดำเนินการอย่างไรหรือไม่ นายแสวง กล่าวยืนยันว่า ไม่มีแน่นอน เจ้าหน้าที่ไปเป็นหัวคะแนนไม่มี เพราะขนาดญาติผู้สมัครหรือผู้ช่วยหาเสียง เราจะไม่ตั้ง ถ้าไปเป็นหัวคะแนนยิ่งไม่ใช่เลย และก่อนตั้งเราได้มีการตรวจสอบแล้ว

เมื่อถามต่อว่า มีการรายงานข่าวว่าอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ออกมาแฉว่ามีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข เรียกประชุม อสม.พูดจาโน้มน้าวเพื่อให้ลงคะแนนและหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.เขต 3 ศรีสะเกษ นั้น นายแสวง กล่าวว่า เรื่องนี้ตนขอไปตรวจสอบดูหลักฐานก่อน เราเป็นกรรมการ เราไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้

มือถือสาก ปากถือศีล! ดร.กิตติธัช ฟาดแสบ อดีตนักการเมือง-นักเล่าข่าวชื่อดัง

มือถือสาก ปากถือศีล! ดร.กิตติธัช ฟาดแสบ อดีตนักการเมือง-นักเล่าข่าวชื่อดัง

มือถือสาก ปากถือศีล! ดร.กิตติธัช ฟาดแสบ อดีตนักการเมือง-นักเล่าข่าวชื่อดัง

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.32 น.

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith ระบุว่า ความแปลกประหลาดใหม่ในการเมืองยุคนี้ เมื่ออดีตนักการเมืองพรรคหนึ่ง (ที่มักจะชอบอ้างเรื่องความสุจริต) ออกมาพูดว่าครอบครัวของตนรับไม่ได้กับการซื้อเสียง

แต่ข้อเท็จจริงคือนักการเมืองคนนี้และน้องชายโดนจับติดคุก 2 ปีกรณีทุจริตการเลือกตั้งซื้อหัวคะแนนให้เป็นนอมินีไปซื้อเสียงอีกที

แล้วเพิ่งออกจากคุกมาได้แค่ 2 ปีกว่าก็มาพูดอะไรแบบนี้แล้ว หรือว่าเขาคิดว่าคนจะจำไม่ได้แล้วว่าเขาและครอบครัวติดคุกจากเรื่องอะไร?

ส่วนอีกกรณีก็คือนักเล่าข่าวชื่อดังที่ทุจริตเงินที่ต้องนำส่งให้ภาครัฐ จนต้องติดคุกติดตาราง แต่วันนี้มาโพนทะนานตัวต่อสู้กับการทุจริต…

หลายคนไม่ได้มือสะอาดอะไรหรอกพอเข้าใจได้ แต่คนจำนวนมากที่รู้ว่าตนเองมือไม่สะอาดนั้นมักจะเลิกอยู่เงียบๆ เพราะเข้าใจว่าที่มาของตน

แต่ความน่ากลัวคือ พวกที่ทุจริตเองแต่ดันชูตัวเองเป็นนักต่อสู้เพื่อความสุจริตนี่แหละ

การกระทำแบบนี้เรียกว่าพวกมือถือสากปากถือศีล ( Hypocrisy) ครับ

แก้ม พัชรนันท์ รีวิวปราศรัยใหญ่กทม. ย้ำภท. ปกป้องอธิปไตย ขอเสียงกาทั้ง2ใบ

แก้ม พัชรนันท์ รีวิวปราศรัยใหญ่กทม. ย้ำภท. ปกป้องอธิปไตย ขอเสียงกาทั้ง2ใบ

แก้ม พัชรนันท์ รีวิวปราศรัยใหญ่กทม. ย้ำภท. ปกป้องอธิปไตย ขอเสียงกาทั้ง2ใบ

วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.26 น.

“พัชรนันท์” โพสต์ย้อนเวทีปราศรัยใหญ่ กทม.  ย้ำ “อนุทิน-ทีมงาน “ พูดแล้วทำได้จริง!   วางหมากปกป้องอธิปไตย คุมเสถียรภาพประเทศ ผนึกนโยบายเศรษฐกิจ–การศึกษา–สาธารณสุข ขอคะแนนไม่แตก พร้อมชวนเลือกภท.ทั้งเขตทั้งพรรค

1 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส. พัชรนันท์ โกศลสมบัตินนท์ (น้องแก้ม) ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ข้อความถึงบรรยากาศการปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า
อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี ได้ให้คำมั่นต่อประชาชนว่าจะยืนหยัดรักษาอธิปไตยและอาณาจักรไทย ไม่ยอมให้ใครมาข่มเหงประเทศ

ขณะที่ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” และ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ”ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ยืนยันความพร้อมในการผลักดันเศรษฐกิจ เจรจาการค้า และวางแผนการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้นโยบายของพรรคเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ

ส่วน “ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ” มีการกล่าวถึงนโยบายการศึกษา โดยมุ่งเน้นการเรียนฟรีออนไลน์ทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม ขณะที่ “พัฒนา พร้อมพัฒน์ ” ชูนโยบายกำหนดเพดานกำไรสูงสุดค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชน ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

ขณะเดียวกัน เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ทีมงานคนสำคัญในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ย้ำจุดยืนปราบปรามทุนเทา ไม่เอาคาสิโน และสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียว ส่วน ศุภมาส อิศรภักดี ระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องเลือกอย่างมีกลยุทธ์ ไม่ให้คะแนนเสียงแตก พร้อมเชิญชวนเลือกพรรคภูมิใจไทยทั้งสองใบ

พรรคภูมิใจไทยมีความตั้งใจพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดีขึ้น ด้วยนโยบายที่จับต้องได้ พูดแล้วทำได้จริง ช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย พร้อมเดินหน้า Reskill–Upskill ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้แข่งขันได้ในระบบเศรษฐกิจใหม่

ด้าน วราวุธ ศิลปอาชา ยังได้ร่วมกิจกรรมเก็บขยะหลังจบเวทีปราศรัย สะท้อนแนวคิดรักษ์โลก ก่อนที่ นายกฯ อนุทิน ร่วมช่วยเก็บเก้าอี้ ปิดท้ายกิจกรรมอย่างเป็นกันเอง

ทั้งนี้ น.ส.พัชรนันท์ ยังได้ส่งกำลังใจให้ผู้สมัคร สส. เขต พรรคภูมิใจไทยทั้ง 400 เขตทั่วประเทศ พร้อมฝากประชาชนสนับสนุนผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย