ยศชนัน ลั่นเป็นนิมิตหมายที่ดี มั่นใจแก้ รธน. ฉบับเพื่อไทยราบรื่น หลังพรรคประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุน

ยศชนัน ลั่นเป็นนิมิตหมายที่ดี มั่นใจแก้ รธน. ฉบับเพื่อไทยราบรื่น หลังพรรคประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุน

ยศชนัน ลั่นเป็นนิมิตหมายที่ดี มั่นใจแก้ รธน. ฉบับเพื่อไทยราบรื่น หลังพรรคประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.55 น.

ยศชนัน เป็นนิมิตหมายที่ดี หลัง ปชน.ร่วมลงชื่อร่างแก้ไขรธน.ฉบับ เพื่อไทย ไม่มีแบ่งแยกฝ่ายรบ.-ฝ่ายค้าน คาดเดินหน้าราบรื่น   

28 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 09.05 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาชน (ปชน.) ร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับพรรค พท. ว่าเป็นเรื่องดี ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่มีการแบ่งแยกฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ครับ สามารถที่จะร่วมกันได้ในเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ถือเป็นเรื่องดี เมื่อถามว่า อนาคตจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญราบรื่นใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ครับ คิดว่าน่าจะเป็นไปอย่างราบรื่น เป็นสิ่งที่ได้พูดไว้ก่อนเลือกตั้ง 

เมื่อถามย้ำว่า ถือเป็นไปตามที่ประชาชนมีประชามติออกมาให้แก้ไขรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวสั้นๆ ว่าครับ เมื่อถามอีกว่า ท้ายที่สุดเชื่อว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นได้ใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ครับ จะทำให้เต็มที่.

ด่วน!ยกฟ้องธนาธร ศาลระบุวิจารณ์บริหารวัคซีน ไม่ใช่การอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบัน

ด่วน!ยกฟ้องธนาธร ศาลระบุวิจารณ์บริหารวัคซีน ไม่ใช่การอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบัน

ด่วน!ยกฟ้องธนาธร ศาลระบุวิจารณ์บริหารวัคซีน ไม่ใช่การอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบัน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.52 น.

ศาลอาญายกฟ้อง”ธนาธร” หมิ่นเบื้องสูงปมวัคซีนพระราชทาน ชี้เป็นการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานจัดการวัคซีนโควิดของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 

28 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น.ที่ห้องพิจารณาคดี 814 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบัน หมายเลขดำ อ.875/2565 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ฟ้อง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เป็นจำเลย ในความผิด ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ

กรณีเมื่อวันที่ 18 ม.ค.2564 จำเลยได้ไลฟ์สดในเฟซบุ๊กวิจารณ์การจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลในหัวข้อ “วัคซีนพระราชทาน ใครได้-ใครเสีย” เข้าข่ายบิดเบือนข้อมูล ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด พาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์และการจัดหาวัคซีน

จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีและได้รับการประกันตัว

โดยวันนี้ นายธนาธร เดินทางมาฟังคำพิพากษา ขณะเข้าอาคารศาลอาญา ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความมั่นใจแค่ไหน นายธนาธร หันมาส่งยิ้มพร้อมชูกำปั้น พร้อมบอกว่า “มีกำลังใจดี” ก่อนเดินเข้าไปในอาคารศาลอาญา นอกจากนี้ มีกลุ่มผู้สนับสนุนมาคอยให้กำลังใจ อาทิ นายชัยธวัช ตุลาธน อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และ นางอมรัตน์ โชคไปมิตต์กุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินทางมาให้กำลังใจ

ต่อมา ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายนำสืบหักล้างกันแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ในการไลฟ์สดของจำเลยพูดถึงการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ว่าจะสามารถรับมือกับสถานการณ์กาแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้หรือไม่ เพราะการแทงม้าตัวเดียวหมายถึงการใช้วัคซีนจากบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ เพียงเท่านั้น อาจเกิดความล่าช้าไม่สามารถรองรับความต้องการของประชาชนได้

ส่วนที่จำเลยไลฟ์สดคำว่า วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย นั้น หมายถึงประชาชนทั่วไปอาจจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการใช้วัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเพียงบริษัทเดียว การกระทำของจำเลยเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยไม่มีเจตนาที่จะดูหมิ่นอาฆาตมาดร้ายสถาบันแต่อย่างใด พยานหลักฐานโจทก์จึงไม่อาจรับฟังได้ว่า จำเลยแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบัน อันเป็นการดูหมิ่นสถาบัน พิพากษายกฟ้อง

ชัชชาติ เบอร์ 9 ลุยหาเสียงทันที ปราศรัยเปิดนโยบายเย็นนี้ที่สเตเดียมวัน

ชัชชาติ เบอร์ 9 ลุยหาเสียงทันที ปราศรัยเปิดนโยบายเย็นนี้ที่สเตเดียมวัน

ชัชชาติ เบอร์ 9 ลุยหาเสียงทันที ปราศรัยเปิดนโยบายเย็นนี้ที่สเตเดียมวัน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.42 น.

28 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จับได้เบอร์ 9 กองเชียร์ด้านนอกเฮลั่น พร้อมติดเบอร์ 9 ในป้ายหาเสียงทันที โดยในเวลา 10.30 น. นายชัชชาติจะให้สัมภาษณ์หลังยื่นเอกสารสมัครเสร็จ ก่อนขึ้นรถแห่อีวี มีรถกระบะ รถตุ๊กตุ๊ก รถมอเตอร์ไซค์ อีวี หาเสียงต่อทันที โดยรถแห่จะขับไปทางแฟลตดินแดง ถ.ประชาสงเคราะห์ มุ่งหน้าไปอนุสาวรีย์ชัยลงเดินหาเสียง

จากนั้น นั่ง BTS จากสถานีอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปสถานีอโศก / เดินเท้าต่อไปตลาดรวมทรัพย์ , ตลาดนัด มศว. พบปะพูดคุยผู้ค้านักศึกษา รับประทานอาหารกลางวันที่โรงอาหาร มศว. และเดินทางจากอโศกไปคลองเตย โดยรถเมล์สาย 236 หรือ รถมูฟมี (MUVMi) พูดคุยกับชาวชุมชนคลองเตย และจุดสุดท้าย นายชัชชาติ จะนั่ง MRT สถานีคลองเตย ไปที่สถานีสามย่าน และปั่นจักรยาน bike sharing ไปสเตเดียมวัน บรรทัดทอง เพื่อปราศรัยใหญ่ แถลงนโยบายครั้งแรก

ชัชชาติ ดวงเฮงเบอร์ 9 มัลลิกา มาไม่ทัน ได้เบอร์ 14

ชัชชาติ ดวงเฮงเบอร์ 9  มัลลิกา มาไม่ทัน ได้เบอร์ 14

ชัชชาติ ดวงเฮงเบอร์ 9 มัลลิกา มาไม่ทัน ได้เบอร์ 14

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.37 น.

28 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 08.30 น. นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.ทถ.กทม.) แจ้งขั้นตอนในการรับสมัครผู้ว่าฯ กทม.และการจับสลาก โดยจะมีการจับสลาก 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 จะเป็นการจับสลากลำดับที่ต้องการยื่นใบสมัคร ส่วนครั้งที่ 2 จะให้ผู้สมัครตามลำดับที่จับไปครั้งแรก จับหมายเลขประจำตัวเพื่อยื่นสมัคร ซึ่งในขั้นนี้ใครจับได้หมายเลขอะไร จะถือเป็นหมายเลขที่ใช้ในการหาเสียง

เมื่อถึงเวลา 08.30 น.เจ้าหน้าที่ขีดเส้นแดงใต้รายชื่อสุดท้าย ปรากฎว่ามีผู้สมัครมายื่นเอกสารก่อนเวลา 08.30 น.เริ่มตั้งแต่ 05.47 – 08.24 น.จำนวน 13 คน จึงถือว่าผู้สมัครกลุ่มดังกล่าวเดินทางมาถึงพร้อมกัน ทำให้ ผอ.กกต.ทถ.กทม.ลงมาสอบถามผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ตกลงลำดับการจับสลาก “ลำดับในการยื่นใบสมัคร” และ “หมายเลขที่ผู้สมัครจะใช้หาเสียง” เสียงส่วนใหญ่ เห็นด้วยให้จับสลาก

โดย ผอ.กกต.ทถ.กทม.จึงทำการจับสลาก ลำดับในการยื่นใบสมัคร ดังนี้

1.พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช พรรคเศรษฐกิจ

2.นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร พรรคประชาชน

3.นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล อิสระ

4.นายพิศาล กิตติเยาวมาลย์ อิสระ

5. นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ กลุ่มกรุงเทพบินได้

6.นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ อิสระ

7. นายประยูร ครองยศ อิสระ

8. ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี อิสระ

9. นายประทีป วัชรโชคเกษม อิสระ

10. นายวีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล อิสระ

11. นายอนุชา บูรพชัยศรี พรรคประชาธิปัตย์

12. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อิสระ

13. นายสมัย ละเลิศ อิสระ

จากนั้น ผอ.กกต.ทถ.กทม.ได้บรรจุหมายเลข 1 – 13 ใส่ในภาชนะทึบแสง ก่อนคนสลากให้คละกัน ก่อนเรียกรายชื่อผู้สมัคร มาจับสลากได้หมายเลข ดังนี้

1.พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช พรรคเศรษฐกิจ หมายเลข 12

2.นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร พรรคประชาชน หมายเลข 10

3.นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล อิสระ หมายเลข 13

4.นายพิศาล กิตติเยาวมาลย์ อิสระ หมายเลข 6

5. นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ กลุ่มกรุงเทพบินได้ หมายเลข 7

6.นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ อิสระ หมายเลข 3

7.นายประยูร ครองยศ อิสระ หมายเลข 11

8.ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี อิสระ หมายเลข 1

9.นายประทีป วัชรโชคเกษม อิสระ หมายเลข 4

10.นายวีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล อิสระ หมายเลข 8

11.นายอนุชา บูรพชัยศรี พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5

12.นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อิสระ หมายเลข 9

13.นายสมัย ละเลิศ อิสระ หมายเลข 2

ส่วน ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ได้เบอร์ 14 เนื่องจากมีรายงานว่ายื่นเอกสารไม่ทันก่อนเวลา 08.30 น.

เช็กที่นี่!!! ได้เบอร์แล้ว 14 ผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.

เช็กที่นี่!!! ได้เบอร์แล้ว 14 ผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.

เช็กที่นี่!!! ได้เบอร์แล้ว 14 ผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.03 น.

28 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องบางกอก ชั้น B2 อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร (กกต.ทถ.กทม.) กำหนดให้เป็นสถานที่รับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 28 พ.ค. – 1 มิ.ย. 69 เวลา 08.30 – 16.30 น.

สำหรับเบอร์ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดังนี้

ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี (อิสระ) จับสลากได้เบอร์ 1

สมัย ละเลิศ จับสลากได้เบอร์ 2

พงศ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ (อิสระ) จับสลากได้เบอร์ 3

ประทีป วัชรโชคเกษม จับสลากได้เบอร์ 4

อนุชา บูรพชัยศรีอดีต (พรรคประชาธิปัตย์) จับสลากได้เบอร์ 5

พิศาล กิตติเยาวมาลย์ จับสลากได้เบอร์ 6

ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ (กลุ่มกรุงเทพบินได้) จับสลากได้เบอร์ 7

วีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล (กลุ่มผู้นำกรุงเทพ) จับสลากได้เบอร์ 8

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. (อิสระ) จับสลากได้เบอร์ 9

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตรอดีต (พรรคประชาชน) จับสลากได้เบอร์ 10

ประยูร ครองยศ (อิสระ) จับสลากได้เบอร์ 11

พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช (พรรคเศรษฐกิจ) จับสลากได้เบอร์ 12

คมสัน พันธุ์วิชาติกุล (อิสระ) จับสลากได้เบอร์ 13

มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (กลุ่มเพื่อนมัลลิกา) จับสลากได้เบอร์ 14

โจ ชัยวัฒน์ นำทัพ! ทีมบริหาร-ส.ก.พรรคประชาชนสมัครเลือกตั้ง

โจ ชัยวัฒน์ นำทัพ! ทีมบริหาร-ส.ก.พรรคประชาชนสมัครเลือกตั้ง

โจ ชัยวัฒน์ นำทัพ! ทีมบริหาร-ส.ก.พรรคประชาชนสมัครเลือกตั้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.35 น.

“โจ ชัยวัฒน์”นำทัพ! ทีมบริหาร-ส.ก.พรรคประชาชนสมัครเลือกตั้ง เปิดแคมเปญ 10 นโยบาย เมืองแคร์คน

28 พฤษภาคม 2569 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือโจ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร นำทีมบริหารผู้ว่าฯ อาทิ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร นายวรภพ วิริยะโรจน์ น.ส.เพียงพนอ บุญกล่ำ นายเดชรัต สุขกำเนิด ศ.อมร พิมานมาศ นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม และ นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย ร่วมด้วยว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. 50 เขต เดินทางมายังศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เพื่อสมัครเลือกตั้งและจับสลากเบอร์ โดยทั้งหมดเดินทั้งมาด้วยรถเมล์ EV เพื่อประหยัดพลังงานและลดมลภาวะ

นายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า วันนี้ถือเป็นการเข้าสู่การหาเสียงอย่างเป็นทางการ โดยก่อนหน้านี้ พรรคประชาชนได้เปิดตัว Vision กรุงเทพง่ายๆ เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน เป็นเป้าหมาย หรือเป็นวาระกรุงเทพที่พรรคนำเสนอต่อประชาชน คือใน 4 ปีนับจากนี้ กรุงเทพจะเป็นเมืองที่มีสวัสดิการโอบอุ้มดูแลทุกคน และเป็นเมืองที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เติบโต สร้างตัว และใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีคุณภาพ

“เพื่อขยายวาระทำให้กรุงเทพง่ายขึ้น วันนี้เราได้เปิดตัว 10 นโยบายหลัก ที่คัดเลือกมาจากกว่า 40 นโยบาย ภายใต้คอนเส็ป เมืองแคร์คน นี่คือ Mission หรือภารกิจที่จะทำให้ Vision เป็นจริง เมืองแคร์คน ดูแลคน เพราะคนคือผู้สร้างเมือง เราแคร์คน ดูแลคน เพื่อให้คนกลับมาเป็นพลังของเมือง เมืองแคร์คน เป็นชุดนโยบายที่จะทำให้กรุงเทพเป็นเมืองที่ทุกคนอยู่ได้ ตั้งตัวง่าย และใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีคุณภาพ”

สำหรับ 10 นโยบายหลัก ครอบคลุมทุกมิติของการดูแลชีวิตคนทุกคน ทุกช่วงวัย ได้แก่

1.ค้าขายไม่ต้องจ่ายส่วย เพิ่มพื้นที่ขายอาหารค่าเช่าถูก

2.ช่วยรายย่อย ซื้อของ SMEs มีลุ้นรางวัลรวม 10 ล้านบาทต่อเดือน

3.เปลี่ยนศูนย์ฝึกอาชีพเป็นแพลทฟอร์มรีสกิล สร้างงาน 2 แสนตำแหน่งใน 4 ปี

4.เพิ่มศูนย์ดูแลผู้สูงวัย 10 แห่งใกล้ชุมชน

5.จ้างงาน 5,000+ ตำแหน่ง ดูแลผู้ป่วยติดเตียงฟรี

6.อัพเกรดศูนย์เด็กเล็กโดยใช้งบ 2 ล้านบาท ต่อศูนย์ รับตั้งแต่ 6 เดือน เปิดถึง 6 โมงเย็น

7.แก้ปัญหาใบส่งตัว ใช้บัตรทองหาหมอไม่ต้องรอนาน เพิ่มโควต้าบัตรทองเป็น 1 ล้านคนใน กทม.

8.เพิ่มเส้นทางรถเมล์ครอบคลุมพื้นที่เมืองใหม่ ป้ายรถเมล์มีหลังคาและที่นั่งรอทุกป้าย

9.ฟื้นฟูคลอง พัฒนาเรือเมล์ เพิ่มเส้นทางเดินและจักรยานเลียบคลอง

10.PARTICIPATORY BUDGETING งบพัฒนาเขต 7 – 13 ล้านบาทต่อเขต ประชาชนรวมออกแบบ และตัดสินใจ

นายชัยวัฒน์ ย้ำว่า จากนี้ถ้าหาป้ายโจไม่เจอ ไม่ต้องตกใจ เราประกาศแล้วว่าจะไม่มีป้ายผู้ว่ฯ มีเพียงป้าย ส.ก.ที่จำเป็นต้องติด เพราะมี 50 คน 50 เบอร์ การไม่ติดป้ายผู้ว่า เพื่อลดการเกะกะกีดขวางการสัญจร และลดการใช้ทรัพยากร ซึ่งการลดเพียงป้ายผู้ว่าฯ ก็สามารถลดได้จำนวนกว่า 3 หมื่นป้าย ส่วนป้าย ส.ก.ก็จะติดน้อยกว่ากฎหมายกำหนด เหลือเพียงไม่เกิน 1 – 2 เท่าของหน่วยเลือกตั้ง ถือว่าเลือกตั้งครั้งนี้เราจะใช้ป้ายน้อยที่สุดเท่าที่เคยทำมาตลอด 8 ปีตั้งแต่อนาคตใหม่

นายชัยวัฒน์ ยังได้ตอบคำถามที่ว่า เลือก โจ ชัยวัฒน์ จะต่างจากชัชชาติอย่างไร โดยชัยวัฒน์ระบุว่า อ.ชัชชาติ เพิ่งยอมรับเองว่าสิ่งที่คิดว่ายังทำได้ไม่ดีใน 4 ปีที่ผ่านมาคือการจัดการคอรัปชั่น เราเน้นแก้คอรัปชั่นที่ต้นตอ ตั้งแต่การตรวจสอบ TOR การจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ต้องรอให้เกิดการทุจริต ซึ่งหลายเรื่องอาจเกินอำนาจผู้ว่าที่จะจัดการ แต่ต้นตอ ผู้ว่าจัดการได้แน่ นอกจากนี้ เลือกโจ คนกรุงเทพจะได้ผู้ว่าที่พร้อมเป็นเจ้าภาพ จัดการเรื่องที่ถูกละเลยมานานบนประโยคที่ว่า ไม่ใช่อำนาจผู้ว่า เช่นเรื่องใบส่งตัว สิทธิบัตรทอง การขยายเส้นทางรถเมล์ การลดราคาตั๋วโดยสาร การทำที่อยู่อาศัยราคาถูกในเมือง ตนทราบดีว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ใช้อำนาจ กทม. อย่างเดียว แต่ในฐานะพ่อเมือง ต้องทำงานเชิงรุก ตามหาความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น เพื่อทำให้ชีวิตคนกรุงเทพดีขึ้น ไม่มีข้อแม้ ไม่มีข้ออ้างเรื่องอำนาจไม่พอ และหน่วยงานอื่นก็ไม่น่าจะไม่ร่วมมือ เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องชีวิตความเป็นอยู่คนทั้งนั้น

“ผมอยากนำเสนอให้เลือกคนกรุงเทพฯ เลือกผู้ว่าฯ และ ส.ก.จากพรรคประชาชน ยกทีมเพื่อทำกรุงเทพให้เป็นเมืองที่ง่ายขึ้น เป็นเมืองแห่งสวัสดิการ เป็นเมืองที่ความเหลื่อมล้ำลดลง และเป็นเมืองที่เปิดประตูแห่งโอกาสให้กับคนกรุงเทพฯ ถ้าอยากจะให้ผลักดันสิ่งเหล่านี้คนกรุงเทพฯก็ควรจะเลือกผู้ว่าฯ และ ส.ก.ที่มามาจากพรรคประชาชนทั้ง 50 เขต”

เริ่มแล้ว สมัครผู้ว่าฯ กทม.-สก. วันแรกคึกคัก เปิดขั้นตอนรับสมัคร-จับสลากหมายเลข

เริ่มแล้ว สมัครผู้ว่าฯ กทม.-สก. วันแรกคึกคัก เปิดขั้นตอนรับสมัคร-จับสลากหมายเลข

เริ่มแล้ว สมัครผู้ว่าฯ กทม.-สก. วันแรกคึกคัก เปิดขั้นตอนรับสมัคร-จับสลากหมายเลข

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.26 น.

สมัครผู้ว่าฯ กทม.-สก.เริ่มแล้ว  เปิดขั้นตอนรับสมัคร-จับสลาก

28 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องบางกอก ชั้น B2 อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร (กกต.ทถ.กทม.) กำหนดให้เป็นสถานที่รับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 28 พ.ค. – 1 มิ.ย. 69 เวลา 08.30-16.30 น. โดยวันแรกของการรับสมัคร ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและว่าที่ผู้สมัครว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้สนับสนุน แกนนำพรรคการเมืองทยอยเดินทางมายังสถานที่รับสมัครตั้งแต่ช่วงเช้ามืด แต่เนื่องจากทางกรุงเทพมหานครได้มีการจัดพื้นที่แยกต่างหากให้กับกองเชียร์และผู้ติดตามผู้สมัครโดยให้อยู่บริเวณด้านทิศตะวันออก ถนนประชาสงเคราะห์ และบริเวณด้านนอกถนนมิตรไมตรี  จึงอาจทำให้บรรยากาศโดยรวมของการรับสมัครไม่คึกคักเท่าที่ควร ขณะเดียวกันสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนมากต่างมาปักหลักรายงานการรับสมัคร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการรับสมัครครั้งนี้กรุงเทพมหานครได้จัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานจำนวน 1,500 คน และ ประสานกองบัญชาการตำรวจนครบาล สถานีตำรวจดินแดงในการดูแลความสงบเรียบร้อย จัดการจราจร การตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย โดยในส่วนของกองเชียร์และผู้ติดตามผู้สมัคร มีการกำหนดจุดจอดรถและพื้นที่พักคอยบริเวณด้านทิศตะวันออก ถนนประชาสงเคราะห์ และบริเวณด้านนอกถนนมิตรไมตรี พร้อมกำหนดเส้นทางรับ-ส่งผู้สมัครหลังจับสลากหมายเลขเสร็จสิ้น เพื่อป้องกันปัญหาการจราจรและความแออัดในพื้นที่ ทั้งนี้ อนุญาตให้ใช้เครื่องขยายเสียงได้ แต่ต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสม

สำหรับขั้นตอนการรับสมัครมีการเปิดให้ว่าที่ผู้สมัครลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 05.00น.โดยว่าผู้สมัคร ที่เดินทางมาถึงก่อนเวลา 08.30 น. เจ้าหน้าที่จะให้เขียนเวลาและลงชื่อด้วยตนเองในใบลงทะเบียน เมื่อถึงเวลา 08.30 น. เจ้าหน้าที่จะขีดเส้นแดงใต้รายชื่อสุดท้าย ซึ่งถือว่าผู้สมัครกลุ่มดังกล่าวเดินทางมาถึงพร้อมกัน และมีสิทธิตกลงลำดับการจับสลาก “ลำดับในการยื่นใบสมัคร” และ “หมายเลขที่ผู้สมัครจะใช้หาเสียง” หากตกลงลำดับการจับสลากหมายเลขกันไม่ได้ จะเข้าสู่กระบวนการจับสลาก

จากนั้น นายณรงค์ เรืองศรี  ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งท้องถิ่นกรุงเทพมหานครจะชี้แจงขั้นตอนการรับสมัครและการจับสลาก โดยจะมีการจับสลาก 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 จะเป็นการจับสลากลำดับที่ต้องการยื่นใบสมัคร ส่วนครั้งที่ 2 จะให้ผู้สมัครตามลำดับที่จับไปครั้งแรก จับหมายเลขประจำตัวเพื่อยื่นสมัคร ซึ่งในขั้นนี้ใครจับได้หมายเลขอะไร จะถือเป็นหมายเลขที่ใช้ในการหาเสียง

ขณะที่ ส.ก. ใช้ขั้นตอนเดียวกัน แต่จะมอบหมายให้ประธานอนุกรรมการประจำเขตดำเนินการจับสลากหมายเลข กรณีผู้สมัครไม่สามารถตกลงลำดับกันได้ โดยได้จัดจุดลงทะเบียนเวลาและตรวจเอกสารเบื้องต้นแยกตามเขตทั้ง 50 เขต ภายในห้องบางกอก เพื่อลดระยะเวลาในการรอ และรองรับผู้สมัครที่คาดว่าจะมีจำนวนมาก โดยการเข้าพื้นที่รับสมัครกรุงเทพมหานครกำหนดให้ผู้ที่จะเข้าพื้นที่ต้องลงทะเบียนและมีบัตรอนุญาตเท่านั้น อนุญาตให้ผู้สมัครมีผู้ติดตามได้ 1 คนเท่านั้น

สำหรับการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครครั้งนี้มีหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 6,629 หน่วย มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง4,507,523 คน ใช้งบประมาณในการจัดการเลือกตั้ง 294 ล้านบาท.

ดวงฤทธิ์ ปั่น Bike Sharing นำทัพ 30 ผู้สมัคร ส.ก. ทีมคนทำงาน จับเบอร์

ดวงฤทธิ์ ปั่น Bike Sharing นำทัพ 30 ผู้สมัคร ส.ก. ทีมคนทำงาน จับเบอร์

ดวงฤทธิ์ ปั่น Bike Sharing นำทัพ 30 ผู้สมัคร ส.ก. ทีมคนทำงาน จับเบอร์

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.22 น.

“ดวงฤทธิ์”ปั่น Bike Sharing นำทัพ 30 ผู้สมัคร ส.ก. ทีมคนทำงาน จับเบอร์ ย้ำสร้างกรุงเทพฯ เป็นไปได้ มุ่งแก้กฎหมายตอบโจทย์เมือง กั๊กตอบหนุนผู้ว่าฯ คนใด ขอดูนโยบายก่อน ไม่วางเป้าจำนวน ส.ก. ขอร่วมกันพัฒนาเมืองด้วยความยั่งยืน

28 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 06.35 น.ที่ศาลาว่าการ กทม. 2 ดินแดง กลุ่ม “ทีมคนทำงาน” นำโดย นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าทีมคนทำงาน ปั่นจักรยาน (Bike Sharing) จากย่านประชาสงเคราะห์เข้าสู่ถนนมิตรไมตรี นำทีมผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 30 เขต เดินทางมาสมัครรับเลือกตั้งและจับสลากหมายเลขผู้สมัคร สะท้อนวิสัยทัศน์การเข้าถึงวิถีชีวิตคนเมืองและการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะเส้นเลือดฝอยของ กทม.ที่ใช้งานได้จริง

นายดวงฤทธิ์ เปิดเผยว่า การที่ทีมคนทำงานเลือกเดินทางด้วยจักรยานสาธารณะในเช้าวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างสีสันในวันจับเบอร์ แต่เป็นการสะท้อนความตั้งใจจริงที่ต้องการเข้ามาแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและการเดินทางของคนกรุงเทพฯ แบบไร้รอยต่ออย่างยั่งยืน

นายดวงฤทธิ์ กล่าวว่า คนทำงานรวมกันจากหลากหลาย หลายคนคือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ จากหลายสาขาอาชีพ แต่สิ่งที่เราคิดตรงกันก็คือการมาทำงานให้บ้านของเรา ให้กับกรุงเทพฯของเรา โดยพวกเรามีความอิสระมุ่งมั่นตั้งใจ โดยเราส่งผู้สมัครทั้งหมดเบื้องต้น 30 เขต และเราทำเต็มที่ในทุกๆเขต สำหรับจุดขายสำคัญของพวกเรา คือการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ การปรับปรุงข้อบัญญัติ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของคนกรุงเทพฯ

เมื่อถูกถามถึงความเกี่ยวข้องกับผู้สมัครท่านอื่น หัวหน้าคนทำงาน กล่าวว่า เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเข้ามาทำงานกัน ดังนั้นเรื่องเดี่ยวที่เราเน้นก็คือการจะมาทำงาน ซึ่งทุกคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจ มีผู้คนจากหลายสาขาอาชีพ ทุกคนมีความตั้งใจที่จะทำเรื่องที่เชี่ยวชาญให้กับคนกรุงเทพฯ

สำหรับการสนับสนุนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนใดในอนาคตหรือไม่ หัวหน้าทีมคนทำงาน กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากกลุ่มไหนหรือคนไหน ถ้าเป็นเรื่องที่ดีก็ขอให้มาทำงานร่วมกัน นี่คือหัวใจหลักที่เราเป็นกลุ่มอิสระ ซึ่งเราต้องการสิ่งนี้ คือการอิสระเข้าไปทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะใดมิติของฝั่งนิติบัญญัติ หรือในฝั่งบริหาร เราสามารถทำงานร่วมกันได้ ถ้าเป็นเรื่องที่ดี และเป็นประโยชน์ส่วนรวม

ส่วนมีการวางสเปกผู้ว่าฯ กทม.ที่จะสนับสนุนและร่วมทำงานด้วยแล้วหรือไม่ นายดวงฤทธิ์ ระบุว่า เราคุยกันแล้วว่า พวกเราจะดูที่นโยบายเป็นหลัก ถ้านโยบายเป็นเรื่องที่ดีและทำเพื่อเมืองของเรา กรุงเทพฯ ของเรา พวกเราพร้อมทำงานด้วยอย่างเต็มที่

นายดวงฤทธิ์ ยังกล่าวถึงความอิสระที่จะทำให้ได้รับเลือกเข้ามา ว่า ในความเป็นอิสระเราสามารถทำงานได้ทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติใหญ่ เช่น เรื่องของเมือง ซึ่งพวกเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะมาทำ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของกรุงเทพฯ และของพวกเราในแต่ละเขตที่จะอาสาไปทำงาน

เมื่อถามว่า นโยบายของผู้ว่าฯ กทม.แต่ละคนเมื่อเห็นแล้วคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะสนับสนุนใคร นายดวงฤทธิ์ กล่าวว่า ตนว่ากรุงเทพฯ เป็นไปได้

ส่วนมีการวางเป้าจำนวน ส.ก.ที่จะได้รับเลือกไว้หรือไม่ นายดวงฤทธิ์ กล่าวว่า เนื่องจากเราเป็นกลุ่มอิสระ ไม่ใช่พรรคการเมือง ฉะนั้นความมุ่งมั่นตั้งใจของพวกเรา คือ เรื่องการทำงาน ไม่ได้วางเป้า ไม่ได้วางตัวเลข แต่วางเป้าหมายหลักของพวกเราไว้ว่า เราจะเข้าไปทำอะไร ซึ่งเราก็พูดคุยกันทั้งทีมทำงาน และที่ปรึกษาของพวกเราว่า ในคราวนี้ พวกเราจะร่วมกันพัฒนาเมืองของเราด้วยความยั่งยืน ซึ่งกลไกแรก คือ การแก้ไขพัฒนาปรับปรุงข้อบัญญัติ

ทั้งนี้ “ทีมคนทำงาน” มุ่งเน้นการชูนโยบายแก้ปัญหาเมืองในมิติที่สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของผู้สมัครแต่ละราย เน้นวาระงานเพื่อประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ อาทิ การนำข้อมูลมาใช้กระจายงบประมาณ (Data-Driven) , การยกระดับผังเมืองเชิงวิศวกรรมเพื่อบล็อกน้ำท่วม , การบังคับใช้กฎหมายท้องถิ่นเพื่อพื้นที่สีเขียวและความปลอดภัยจากยาเสพติด รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและระบบสาธารณสุขชุมชนเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

ภายหลังการให้สัมภาษณ์เสร็จ นายดวงฤทธิ์ ได้ประกาศว่า “พร้อมทำงาน” ก่อนนำผู้สมัคร ส.ก. ไปสักการะพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ และเข้ารับสมัคร ส.ก.

ชมสด!!! บรรยากาศรับสมัคร ผู้ว่าฯกทม.-ส.ก.

ชมสด!!! บรรยากาศรับสมัคร ผู้ว่าฯกทม.-ส.ก.

ชมสด!!! บรรยากาศรับสมัคร ผู้ว่าฯกทม.-ส.ก.

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.19 น.

28 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องบางกอก ชั้น B2 อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร (กกต.ทถ.กทม.) กำหนดให้เป็นสถานที่รับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 28 พ.ค. – 1 มิ.ย.69 เวลา 08.30 – 16.30 น.

–

หม่อมกร ลั่น!!! พร้อมทำงานเพื่อคนกรุง อย่างไร้รอยต่อ

หม่อมกร ลั่น!!! พร้อมทำงานเพื่อคนกรุง อย่างไร้รอยต่อ

หม่อมกร ลั่น!!! พร้อมทำงานเพื่อคนกรุง อย่างไร้รอยต่อ

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.59 น.

“หม่อมกร”ลั่น!!! พร้อมทำงานเพื่อคนกรุง อย่างไร้รอยต่อ มุ่งใช้ระบบสยบทุจริต เป้าทำให้กรุงเทพฯ ปลอดภัยทุกด้าน จับเบอร์ไม่คาดหวัง แล้วแต่ดวง

28 พฤษภาคม 2569 เวลา 07.00 น. ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ เดินทางมาถึงศาลาว่าการ กทม.2 (ดินแดง) เพื่อสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในเวลา 08.30 น.

โดย ม.ล.กรกสิวัฒน์ เปิดเผยว่า เรามีความพร้อม ทีมเราใหญ่แต่วันนี้ยังไม่ครบถ้วน ยังจะมี นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล , นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ที่พร้อมบริหารกรุงเทพฯ อย่างไร้รอยต่อ เพราะกรุงเทพฯ มีปัญหาหลายด้าน ทั้งอากาศ น้ำ ขยะ รถติด เศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และการคอรัปชั่น ดังนั้น ผู้ว่าฯ จะต้องชนกับทุกด้าน เราจะไม่ต้องรับให้ปัญหาเกิดแล้วไปไล่จับ เราต้องใช้ระบบสยบทุจริต แก้ตั้งแต่ต้นทาง เป้าหมายคือทำให้กรุงเทพฯ ปลอดภัยในทุกด้าน โดยการจับเบอร์วันนี้ ตนเองไม่คาดหวัง เป็นไปตามดวงไม่ว่าจะได้เบอร์อะไรก็ตาม