
สมช.โยนปชช.ฟ้องเอง ฟัน‘ฮุนเซน-ฮุนมาเนต’
วันเสาร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
สมช.โยนปชช.ฟ้องเอง ฟัน‘ฮุนเซน-ฮุนมาเนต’
ทร.เดินหน้าเก็บกู้วัตถุระเบิดพื้นที่ชำราก–หนองรี จ.ตราด เพิ่มความปลอดภัยประชาชนอย่างต่อเนื่องภายหลังข้อตกลงหยุดยิง เผยเคลียร์จบปลอดภัยแล้วรวม 29,242 ตารางเมตร ด้านทัพบกเปิดประตูต้อนรับประชาชนร่วมพิธี “รำลึกสดุดีวีรชนทหารกล้า”จากเหตุสู้รบไทย-เขมรร่วมวางกุหลาบขาวที่กำแพงอนุสรณ์ เชิญชวนเขียนข้อความส่งใจถึงทหาร ด้าน เลขาธิการสมช.แจงประชาชนพร้อมหน่วยรัฐที่เสียหาย เป็นผู้ฟ้อง”ฮุนเซน-ฮุนมาเนต”เอง ยันเป็นสิทธิชอบธรรม ระทึก!ไฟไหม้กอไผ่ หลังแนวรั่วลวดหนาม ชายแดนช่องอานม้า ความร้อนจุดชนวนระเบิดเก่าปะทุสะเก็ดระเบิดถูกทหารไทยเจ็บ 2 นาย
เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 มกราคม2569 หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ(นปท.ทร.)ได้ตรวจพบและเก็บกู้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล จำนวน 5 ทุ่น ประกอบด้วย ทุ่นระเบิดแบบ Type-72 จำนวน 3 ทุ่น ทุ่นระเบิดแบบ PMN-2 จำนวน 1 ทุ่น และทุ่นระเบิดแบบ MD 82 B จำนวน 1 ทุ่น ในพื้นที่บ้านชำราก ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งได้ดำเนินการเก็บกู้และควบคุมพื้นที่ตามขั้นตอนความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด การเดินหน้าปฏิบัติภารกิจเก็บกู้วัตถุระเบิดดังกล่าวเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดตราด โดยที่ผ่านมา หน่วยฯ ได้ดำเนินการตรวจค้นและเก็บกู้วัตถุระเบิด ครอบคลุมพื้นที่ปลอดภัยแล้วรวม 29,242 ตารางเมตร
นอกจากนี้ ในพื้นที่บ้านหนองรี (บ้านสามหลัง) ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ตรวจพบสรรพาวุธที่ถูกละทิ้ง จำนวน 3 รายการ ได้แก่ ระเบิดแสวงเครื่อง (IED) จำนวน 1 ชุด กระสุน B 40 จำนวน 1 นัด และชนวน M 6 จำนวน 1 ชนวน โดยหน่วยฯ ได้ดำเนินการเก็บกู้และทำลายตามหลักวิชาการ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน
กองทัพเรือขอยืนยันความมุ่งมั่นในการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามหน้าที่และพันธกรณีของประเทศไทยในฐานะภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และโอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรือ อนุสัญญาออตตาวา พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบวัตถุต้องสงสัย ขอให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้และแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทันที
กองทัพบกขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมพิธี “รำลึกสดุดีวีรชนทหารกล้า” เพื่อร่วมรำลึกถึงทหารผู้เสียสละชีวิตในการปกป้องอธิปไตยของชาติ จากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ในวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ณ กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยญาติและครอบครัวของกำลังพลผู้เสียสละเข้าร่วมพิธี
ภายในงานตั้งแต่เวลา 09.00–17.00น. กองทัพบกได้จัดกิจกรรมให้ประชาชนร่วมแสดงความอาลัย พร้อมเยี่ยมชมพื้นที่รำลึกถึงวีรชนผู้กล้า โดยมีการจัดแสดงภาพวีรบุรุษและถ่ายทอดเรื่องราวการเสียสละของกำลังพลในแต่ละสมรภูมิ บอกเล่าภารกิจในการปฏิบัติการยุทธบดินทร์ และยุทธการศตวรรษ รวมถึงกิจกรรมแสดงความขอบคุณต่อการเสียสละของทหารกล้าด้วยการวางดอกกุหลาบขาว และการเขียนจารึกข้อความจากหัวใจประชาชนส่งถึงครอบครัววีรชน ตลอดจนการประดับแผ่นป้ายจารึกรายนามผู้เสียชีวิต ณ บริเวณกำแพงอนุสรณ์ ทั้งนี้ ภายในงานมีการจัดบริการอาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมงาน ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป
ในช่วงเวลา 17.00–18.00น.ได้จัดให้มีพิธีสดุดีวีรชนทหารกล้าอย่างสมเกียรติ ประกอบด้วยพิธีแสดงความขอบคุณและมอบของที่ระลึกแก่ครอบครัววีรชน เพื่อสดุดีและน้อมรำลึกถึงวีรกรรมอันทรงคุณค่าของกำลังพลผู้เสียสละเพื่อประเทศชาติ
สำหรับการจัดพิธีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติวีรกรรมของทหารผู้เสียสละ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมส่งพลังใจแก่ครอบครัววีรชน และร่วมกันจารึกการเสียสละของทหารกล้าไว้ในความทรงจำของแผ่นดินอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ประชาชนที่ไม่สะดวกเดินทางมาร่วมงาน สามารถร่วมแสดงความอาลัยและส่งกำลังใจผ่านช่องทางออนไลน์ โดยการแชร์หรือโพสต์ภาพแบนเนอร์ “รำลึกสดุดีวีรชนทหารกล้า” พร้อมข้อความจากใจ และติดแฮชแท็ก #รำลึกสดุดีวีรชนทหารกล้า #ขอบคุณจากหัวใจคนไทย #วีรชนของแผ่นดิน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #FromHeartsToHeroes #ArmyForTheNation #HeroesOfTheNation เพื่อร่วมกันส่งต่อพลังใจจากประชาชนไทยทั้งประเทศ สู่ครอบครัววีรชนและกำลังพลในแนวหน้า
นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ให้สัมภาษณ์กับแนวหน้าออนไลน์กรณีฟ้องร้อง ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา พร้อมด้วยสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในฐานะผู้สั่งการในเหตุปะทะชายแดนทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนไทยในพื้นที่ชายแดนและต่อหน่วยราชการที่ได้รับความหายว่า จริงๆแล้ว ไม่ใช่ตนหรือสมช.เป็นผู้ฟ้อง แต่เป็นเป็นเรื่องของประชาชนที่ได้รับความเสียหายไปแจ้งความดำเนินคดีและมีอัยการทำสำนวนฟ้อง
“เพียงแต่เรื่องนี้เป็นมติสภาความมั่นคงแห่งชาติให้ประชาชนดำเนินการ ประชาชนและหน่วยงานภาครัฐที่ได้รับความเสียหายเป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีตามกฏหมายไทย การฟ้องร้องดังกล่าว เป็นสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนไทยภายใต้กฎหมายไทย เพื่อชดเชยและเยียวยาความเสียหาย ในชีวิตและทรัพย์สินจากสงครามที่เกิดขึ้น”เลขาธิการ สมช.กล่าว
เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2569 ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชาได้รับทราบรายงานจากฝ่ายกัมพูชา ที่แจ้งต่อคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน(AOT) เกี่ยวกับข้อกล่าวหาว่า ฝ่ายไทยได้กระทำการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในช่วงวันที่ 12-22 มกราคม 2569
ประเทศไทย ขอยืนยันจุดยืนอย่างชัดเจนว่าฝ่ายไทยยังคงยึดมั่นและปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังทหารหรือเสริมกำลังใดๆเกินกว่าแนวการวางกำลัง (Troop Deployment Line) ตามที่ได้ตกลงไว้ร่วมกัน
สำหรับประเด็นข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับ การใช้โดรน , การติดตั้งสิ่งกีดขวางชั่วคราว, การเก็บกู้หรือทำลายวัตถุระเบิด และการปฏิบัติของกำลังพลในพื้นที่
ฝ่ายไทยขอชี้แจงว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อการลาดตระเวนและการรักษาความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพล ภายในพื้นที่แนวการวางกำลังของฝ่ายไทย มิได้เป็นการละเมิดอธิปไตยของฝ่ายใด และไม่ขัดต่อข้อตกลงหยุดยิงที่มีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน
ประเทศไทยเคารพบทบาทและอำนาจหน้าที่ของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ในการติดตาม ตรวจสอบ และรายงานข้อเท็จจริงในพื้นที่ พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ภายใต้กรอบที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกัน
ทั้งนี้ ประเทศไทยขอย้ำถึงความสำคัญของการยึดถือความเข้าใจร่วมกันอย่างละเอียดถี่ถ้วนตามถ้อยแถลงร่วมดังกล่าว และขอให้ทุกฝ่ายใช้กลไกที่มีอยู่เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยด้วยข้อมูลข้อเท็จจริง บนพื้นฐานของความโปร่งใส และความยับยั้งชั่งใจ เพื่อธำรงไว้ซึ่งบรรยากาศแห่งสันติภาพและเพื่อส่งเสริมเสถียรภาพตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา อย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2569กองทัพภาคที่ 2 ได้รับรายงานจากกำลังพลในพื้นที่ช่องอานม้า ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้หญ้าแห้งบริเวณหน้าแนวรั้วลวดหนาม จุดบ่อนไก่ ช่วงหน้าผา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยมีการสู้รบและมีลูกระเบิดตกค้างอยู่ก่อนหน้านี้ รายงานระบุว่า เพลิงได้ลุกลามเข้าไปยังบริเวณที่คาดว่ามีวัตถุระเบิดตกค้าง ส่งผลให้เกิดการระเบิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้สะเก็ดระเบิดกระเด็นถูกกำลังพลทหารไทยได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 นาย เจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ในพื้นที่ได้เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลน้ำยืนทันที
ทราบชื่อ 1.จ.ส.อ.ธรรมรัตน์ คล้ายทิพย์ ตำแหน่ง ผบ.หมู่.ปืนเล็ก มีอาการ ถูกแรงอัดจากระเบิด หมดสติ สะเก็ดเข้าบริเวณเหนือกระดูกไหปลาร้าข้างขวาแพทย์ทำการรักษา และดำเนินการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ พร้อมตรวจ X-Ray คอมพิวเตอร์ โดยผู้ได้รับบาดเจ็บเริ่มมีอาการพูดจาสับสนและความดันต่ำ แพทย์พิจารณาส่งการรักษาต่อไปยัง รพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ด้วยอากาศยาน ไป ยัง รพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์
2. พลทหารวีระศักดิ์ กันหาเรือง ได้รับแรงอัดจนหมดสติ นำส่งที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ แพทย์ทำการรักษาให้นอนดูอาการ
ขณะที่ชนิดและขนาดของวัตถุระเบิด ที่เกิดการระเบิด อยู่ระหว่างการตรวจสอบ จากการสอบถามกำลังพลที่เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุพบเพลิงไหม้ที่กอไผ่อยู่ด้านหน้ารั้วลวดหนาม จึงเตรียมนำน้ำเข้าไปดับไฟเพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามเข้าสู่ฐานปฏิบัติการ ก่อนจะเกิดเหตุระเบิดขึ้นดังกล่าว

































.jpg)
