ภูมิใจไทยลุยหาเสียง มุสลิมเมืองกรุง ซาบีดา อ้อนผลงานชัด ทำฮัจญ์ถูกลง คุณภาพไม่ลด

ภูมิใจไทยลุยหาเสียง มุสลิมเมืองกรุง ซาบีดา อ้อนผลงานชัด ทำฮัจญ์ถูกลง คุณภาพไม่ลด

ภูมิใจไทยลุยหาเสียง มุสลิมเมืองกรุง ซาบีดา อ้อนผลงานชัด ทำฮัจญ์ถูกลง คุณภาพไม่ลด

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.08 น.

ขุนพลกทม. ขนดรีมทีมภท. ลุยหาเสียง มุสลิมเมืองกรุง “ซาบีดา” อ้อนผลงานชัด ทำฮัจญ์ถูกลง คุณภาพไม่ลด แซวกลับชาวบ้านถามหา “ชาดา” บอกเอา “ชาดา” ใส่วิกไปก่อน” ได้ไหมค่ะ ก่อนช่วย “ดร.ส้ม พัชรินทร์” ลุยขอคะแนน กทม.เขต 2

วันที่ 26 มกราคม 2569 ดรีมทีมภูมิใจไทย นำโดย นายไชยชนก ชิดชอบ , นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ , นายวราวุธ ศิลปอาชา พร้อมด้วยขุนพล กทม. นำโดย นางสาวศุภมาส อิศรภักดี , นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ลงพื้นที่หาเสียงช่วย นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต2 ปทุมวัน-สาทร-ราชเทวี ลงพื้นที่ย่านชุมชนมุสลิม ศูนย์มูลนิธิดารุ้ลฟะละห์ รวมถึงเดินหาเสียง พบปะประชาชนบริเวณชุมชนบ้านครัว

ขณะที่นางสาวซาบีดา ระบุว่า ตั้งใจมาหาพี่น้องชาวมุสลิมในเขตกรุงเทพฯ และผลงานที่ผ่านมาก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าเรื่องราคาฮัจญ์สามารถลดลงได้จริงๆ โดยการขับเคลื่อนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เน้นย้ำว่าพี่น้องชาวมุสลิมจะต้องเข้าถึงการทำฮัจญ์ได้ง่ายที่สุด ในราคาที่ถูกลง แต่คุณภาพไม่ลด หวังว่าผลงานที่เราทำฝากไว้ จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน พร้อมฝาก นางสาวพัชรินทร์ เบอร์ 4 ไว้กับชาวมุสลิม กทม. 

ทั้งนี้การลงพื้นที่ครั้งนี้ นางสาวซาบีดา และคณะ ได้เดินตามตรอกซอกซอยต่างๆ เพื่อทักทายประชาชนตามบ้านเรือน ซึ่งชาวบ้านให้การตอบรับอย่างดี บ้างก็ออกมาขอถ่ายรูป พร้อมให้กำลังใจตลอดเส้นทาง   โดยช่วงหนึ่งมีชาวบ้านแซวว่า นายชาดา ไม่มาด้วยหรือ ด้านนางสาวซาบีดา ตอบทันทีว่า เอาชาดา ใส่วิกไปก่อนได้ไหมค่ะ 

นายกฯอนุทิน เขียนคำปณิธาน จะรับใช้ชาติและประชาชนทุกวันตลอดชีวิต

นายกฯอนุทิน เขียนคำปณิธาน จะรับใช้ชาติและประชาชนทุกวันตลอดชีวิต

นายกฯอนุทิน เขียนคำปณิธาน จะรับใช้ชาติและประชาชนทุกวันตลอดชีวิต

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.57 น.

“อนุทิน” เขียนปณิธาน รับใช้ราชวงศ์จักรีตลอดชีวิต

วันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่ตึกบัญชาการ 1 ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รับฟังภาพรวมโครงการ “หนึ่งความดี ล้านความรัก ภูมิใจภักดิ์พระพันปีหลวง” จากน.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม โดยนายอนุทิน ร่วมเขียนปณิธานทำความดีประดับต้นไม้แห่งความดี เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม ว่า “ข้าพเจ้าจะรับใช้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ด้วยความสามารถทุกสิ่งที่มีอยู่ จะเทิดทูลและจงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรีตลอดชีวิต และทำประโยชน์ให้ประชาชนไทยทุกวัน“ 

จากนั้นได้เยี่ยมชมการสาธิตการจัดทำริบบิ้นแสดงความอาลัย การประดิษฐ์ดอกไม้ในพระนามาภิไธย “ควีนสิริกิติ์” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้มีรัฐมนตรีลาประชุม 10 คนประกอบด้วย นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกฯ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม นางมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรและสหกรณ์  นายนเรศ ธํารงค์ทิพยคุณ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายวรโชติ สุคนธ์ขจร รมช.สาธารณสุข 

 

ไม่ขายฝัน! พิพัฒน์ มั่นใจ ดิสนีย์แลนด์ ประเทศไทย ทำได้จริง

ไม่ขายฝัน! พิพัฒน์ มั่นใจ ดิสนีย์แลนด์ ประเทศไทย ทำได้จริง

ไม่ขายฝัน! พิพัฒน์ มั่นใจ ดิสนีย์แลนด์ ประเทศไทย ทำได้จริง

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.52 น.

ไม่ขายฝัน! “พิพัฒน์” มั่นใจ  “ดิสนีย์แลนด์ ประเทศไทย” ทำได้จริง ชี้ความต่อเนื่องคือ “กุญแจ” ปลดล็อกโครงการระดับโลก พร้อมกางแผนดัน EEC รองรับคอนเสิร์ต-กีฬา สู่ฮับบันเทิงระดับสากล ยืนยันไร้กาสิโน ถอดบทเรียนความสำเร็จ Phuket Sandbox สู่ Disneyland Thailand “พิพัฒน์” หยัดได้ 

วันที่ 27 มกราคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ในฐานะผู้กำกับดูแลเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กล่าวถึงข้อสังเกตต่อแนวคิดการดำเนินโครงการ “สวนสนุกดิสนีย์แลนด์” ในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ว่าสามารถทำได้จริงหรือไม่  โดยยืนยันว่า ประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะพัฒนาโครงการระดับโลกอย่าง “ดิสนีย์แลนด์” ของไทยได้จริง ไม่ใช่เพียงแนวคิดในจินตนาการหรือขายฝัน แต่โครงการนี้ยังต่อยอดไปไกลกว่าสวนสนุก ด้วยแผนพัฒนาคอนเสิร์ต ฮอลล์​ สนามกีฬามาตรฐานโลก ซึ่งมีความจุไม่ต่ำกว่า 80,000 ที่นั่ง เพื่อรองรับคอนเสิร์ตระดับโลก การแข่งขันกีฬานานาชาติ และมหกรรมอีเวนต์ขนาดใหญ่ โดยไม่จำเป็นต้องมีกาสิโนอยู่ในนั้น ซึ่งความคืบหน้าล่าสุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน EEC เริ่มทำการศึกษาโครงการแล้ว ซึ่งคาดว่ารูปแบบการลงทุนจะเป็นลักษณะ PPP (Public–Private Partnership) เพื่อผสานความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และเงินลงทุนจากเอกชนระดับโลก ควบคู่กับการกำกับดูแลเชิงนโยบายของรัฐอย่างรอบคอบ ซึ่งการเลือกพื้นที่ EEC เป็นการวางยุทธศาสตร์บนฐานโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมที่สุดของประเทศ ทั้งสนามบินนานาชาติ ระบบราง รถไฟความเร็วสูง ท่าเรือน้ำลึก และการเชื่อมต่อเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างกรุงเทพฯ พัทยา และระยอง 

“โครงการ Disneyland Thailand ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงสวนสนุก แต่เป็น Entertainment & Lifestyle Hub ระดับโลก ที่จะสร้างผลเชิงบวกเป็นลูกโซ่ ทั้งการจ้างงาน การดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง และการเพิ่มรายได้ต่อหัว ตลอดจนเป็นพื้นที่แสดงศักยภาพของคนรุ่นใหม่ไทยบนเวทีโลก ทั้งในฐานผู้สร้าง ผู้จัด และผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ เป็นการยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของ Music & Sport Tourism ที่สามารถดึงศิลปินระดับโลก แฟนกีฬา และนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่จากทั่วโลกเข้ามาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า  Disneyland Thailand ใน EEC ไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ความสนุก แต่คือโอกาสของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ที่รัฐบาลต้องการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางกิจกรรมระดับโลกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  

“คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่าดิสนีย์แลนด์ในไทยทำได้จริงหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าใครจะเป็นคนทำให้จบ ซึ่งโครงการแบบนี้ถ้าพร้อมก็ต้องเดินหน้า ไม่ใช่รอให้โอกาสผ่านไป เพราะความต่อเนื่องคือกุญแจของโครงการระดับโลก” นายพิพัฒน์ กล่าวและว่า หากเลือกตน เลือกพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแน่นอน  

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับฝ่ายนโยบาย  เปิดเผยว่า โครงการดิสนีย์แลนด์ในพื้นที่ EEC ไม่ได้ถูกวางไว้เป็นเพียงแนวคิดระยะยาว แต่มีการเตรียมโรดแมปการดำเนินงานเอาไว้แล้วในระดับหนึ่ง
หากฝ่ายบริหารชุดถัดไปได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาทำหน้าที่ ตั้งแต่ขั้นตอนการศึกษารายละเอียดเชิงลึก การเปิดเจรจากับนักลงทุนเอกชนระดับโลก ไปจนถึงการกำหนดกรอบการลงทุนในรูปแบบ PPP อย่างเป็นรูปธรรม และด้วยโครงสร้างของ EEC ที่มีกฎหมายเฉพาะและกลไกสนับสนุนพร้อมอยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ แต่สามารถต่อยอดจากงานที่ได้เริ่มไว้ และเร่งเครื่องได้ทันทีที่มีอำนาจในการตัดสินใจเชิงนโยบาย ที่สำคัญในช่วงวิกฤตโควิด-19 นายพิพัฒน์คือผู้อยู่เบื้องหลัง Phuket Sandbox โมเดลเปิดประเทศที่ทั่วโลกจับตามอง และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในวันที่สถานการณ์เลวร้ายที่สุด เช่นเดียวกับโครงการ Disneyland Thailand หากมีคน “คิดเป็นและทำเป็น” ก็สามารถเกิดขึ้นจริงได้

ธรรมนัส ฟาด ไอซ์ รักชนก เหยียบพะเยาวันเดียวอย่ามโนว่ารู้ดี อย่าสำคัญตัวผิด

ธรรมนัส ฟาด ไอซ์ รักชนก เหยียบพะเยาวันเดียวอย่ามโนว่ารู้ดี อย่าสำคัญตัวผิด

ธรรมนัส ฟาด ไอซ์ รักชนก เหยียบพะเยาวันเดียวอย่ามโนว่ารู้ดี อย่าสำคัญตัวผิด

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.45 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม(กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินสายหาเสียงว่า ก็เหนื่อยดีแต่ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี แต่เสียงตอบรับกับคะแนนต้องไปว่ากันอีกทีหลังวันที่ 8 ก.พ.ว่าจะเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่าตอนนี้เข้าโค้งสุดท้ายแล้ว กังวลว่าจะมีการเล่นเกมใต้ดินโจมตีพรรคกล้าธรรมหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เวลาพรรคกล้าธรรมโดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์เราไม่โทษพรรคอื่น เราต้องดูตัวเราเอง ผู้สมัครทุกคนต้องดูตัวเองว่าคุณสมบัติมีความพร้อมสำหรับสมัครสส.หรือไม่ ถ้ายังไม่พร้อม ไม่อยู่ในกรอบระเบียบตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กำหนดก็ต้องโทษตัวเองไม่ใช่ไปโทษคนอื่น 

ธรรมนัส พรหมเผ่า

“อะไรที่ผิดกฎหมายสมัคร สส. ไม่ได้ก็ต้องยอมรับความเป็นจริง ไม่ได้มีใครไปแกล้ง เพราะก็ต้องมีการตรวจสอบอยู่แล้ว ไม่โดนวันนี้ หลังเลือกตั้งก็โดนเหมือนกัน เรามีบทเรียนในเรื่องนี้เยอะแล้ว ดังนั้นต้องดูตัวเองเป็นหลักอย่าไปโทษคนอื่น ไม่ว่าใครทำผิดกฎหมายก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ตัวเองให้ได้ ไม่อย่างนั้นอยู่เวทีการเมืองไม่ได้ เป็นนักการเมืองต้องทำใจ บางคนพอโดนหน่อยก็โอดครวญ เหมือนพรรคบางพรรค ที่ว่าแต่คนอื่นไม่ดูตัวเอง”

เมื่อถามถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน บอกไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรม แต่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าบอกจับมือได้กับทุกขั้ว มองอย่างไร  ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มองอย่างไร ตอนนี้มองตัวเองก่อน ไม่ได้มองคนอื่น พรรคกล้าธรรม มีหลักการชัดเจนไม่ต้องเปลี่ยนคำพูดบ่อยครั้ง ว่าพรรคใดก็ตามที่มีเจตนารมณ์แก้รัฐธรรมนูญในหมวด 1 หมวด 2 เราไม่เอาเด็ดขาด เรามีหลักการณ์แค่นี้ 

ธรรมนัส พรหมเผ่า

เมื่อถามว่า ควรออกมาเรียกร้องให้พรรคการเมืองที่อยากแก้รัฐธรรมนูญออกมาแสดงจุดยืนหรือไม่  ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าไม่ต้องไปเรียกร้องเพราะพรรคกล้าธรรมประกาศจุดยืนชัดเจนไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่ตนเข้าสู่เวทีการเมือง อะไรก็ตามที่เข้าไปยุ่งกับเสาหลักของบ้านเมือง ชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ เราไม่เอาเด็ดขาด 

เมื่อถามว่าการที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน กลับมาช่วยหาเสียงมองว่าจะเป็นการปลุกกระแสไม่เอาทหารที่เคยหาเสียงไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่หรอก กองทัพก็อยู่ในส่วนของกองทัพอย่าดึงกองทัพมายุ่งกับการเมืองโดยเด็ดขาด พอเวลาการเมืองไม่คุยกันชอบทะเลาะกันท้ายที่สุดก็ต้องมีกรรมการกลางเข้ามาเบรกไม่เช่นนั้นบ้านเมืองก็จะเสียหาย ตนจบสถาบันทหารบางครั้งยามบ้านเมืองวิกฤตก็มีทหารออกมาแก้ปัญหา 

ธรรมนัส พรหมเผ่า

เมื่อถามถึงกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ไปหาเสียงที่พะเยา แล้วมีประชาชนมาต้อนรับจำนวนมากหวั่นไหวหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนแทบไม่ได้อยู่พะเยาเลยเพราะไม่ได้ลงสมัครในพื้นที่ 

“จริงๆชาวบ้านเขาก็ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไร อย่าสำคัญตัวเองผิด”

ธรรมนัส พรหมเผ่า

เมื่อถามว่า น.ส.รักชนก บอกว่าคนพะเยาอยากเปลี่ยน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “คุณไปวันเดียวแล้วรู้เรื่องอะไร อย่าหลอกตัวเอง” 

เมื่อถามว่าพะเยาถือเป็นหัวใจสำคัญของพรรคกล้าธรรมใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าเราทำอะไรที่พะเยามาเยอะจากเมืองทางผ่านมาเป็นเมืองรอง ตอนนี้แทบจะเป็นเมืองหลักอยู่แล้วขาดอย่างเดียวคือสนามบินที่ต้องมีการศึกษา เมื่อศึกษาและสร้างเสร็จ เมืองพะเยาก็จะเป็นเมืองหลักได้เลย 

ธรรมนัส พรหมเผ่า

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก รักชนก ศรีนอก – Rukchanok Srinork, เฟซบุ๊ก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ – Natthaphong Ruengpanyawut, เฟซบุ๊ก

แม่ทัพกุ้ง มองสถานการณ์ไทย-กัมพูชา อยู่ในขั้นหยุดยิง รอเจรจา ชี้ การยั่วยุ อาจมีบ้าง

แม่ทัพกุ้ง มองสถานการณ์ไทย-กัมพูชา อยู่ในขั้นหยุดยิง รอเจรจา ชี้ การยั่วยุ อาจมีบ้าง

แม่ทัพกุ้ง มองสถานการณ์ไทย-กัมพูชา อยู่ในขั้นหยุดยิง รอเจรจา ชี้ การยั่วยุ อาจมีบ้าง

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.44 น.

“แม่ทัพกุ้ง” มองสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา อยู่ขั้นหยุดยิง รอเจรจา บอก การยั่วยุ อาจมีบ้าง แนวชายแดนกว้างกว่า 1000 กิโล แต่ส่วนใหญ่ทหารกัมพูชาเป็นคนเริ่มก่อน

วันที่ 27 มกราคม 2569  ที่โรงเรียนเตรียมทหาร จังหวัดนครนายก พลเอก บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 มองสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เวลานี้ ว่า ยังคงรอการเจรจาให้มันเรียบร้อย ตอนนี้อยู่ในขั้นของการหยุดยิง ตรึงกำลัง ซึ่งต้องรอผู้มีอำนาจของสองรัฐบาลคุยกันว่าจะเดินหน้าสันติภาพอย่างไร

ส่วนที่มีคลิปทหารกัมพูชา ยั่วยุ จะเป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ นั้น พลโท บุญสิน กล่าวว่า ตอนแนวชายแดนกว้างกว่า 1,000 กิโลเมตร มันก็อาจจะมีบ้าง เหตุการณ์ที่ทหารทั้งสองฝ่ายอยู่ใกล้กัน บางส่วนก็มีความสัมพันธ์ที่ดี บางจุดอาจจะมีทหารที่เสียวินัย ซึ่งทหารไทยก็พยายามรักษากติกา ดังนั้นคลิปที่ออกมาส่วนใหญ่จะเป็นการเริ่มต้นของฝ่ายทหารกัมพูชาเป็นหลัก  ซึ่งก็เป็นการพยายามเตือนไม่อยากให้เกิดเรื่อง

ขยายผลเครือข่าย สจ.เนย์ รุทธพล ยันลุยต่อ10นักการเมือง

ขยายผลเครือข่าย สจ.เนย์ รุทธพล ยันลุยต่อ10นักการเมือง

ขยายผลเครือข่าย สจ.เนย์ รุทธพล ยันลุยต่อ10นักการเมือง

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.12 น.

“รุทธพล” เผย คืบหน้าคดี 2 สจ.โยงพนันออนไลน์ หนีออกนอกประเทศแล้ว บอกยังเปิดเผยชื่ออีกรายไม่ได้ เหตุยังไม่ถูกออกหมายจับ ส่วนผู้สมัคร 10 นักการเมือง  ยังอยู่ในกระบวนการสืบสวน ยันไม่เกี่ยวข้องเรื่องการเมือง 

วันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 09.45 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการออกหมายจับนายปฐนัญ จันดอน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ หรือ สจ.เนย์ และภรรยา ว่าจากการตรวจสอบพบว่าเดินทางออกนอกประเทศแล้ว ส่วน สจ. อีก 1 คน ก็ได้เดินทางออกนอกประเทศแล้วเช่นกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อดำเนินการหาหลักฐาน จะได้ดำเนินการในกลุ่มเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวต่อว่า  สำหรับบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 1 คน ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ และขอไม่ตอบว่าเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองหรือไม่ เนื่องจากถ้ายังไม่สามารถออกหมายจับ แม้จะมีหลักฐานก็ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ เพราะจะถูกฟ้องร้องได้ แต่ยืนยันว่าเราพยายามอย่างเต็มที่ 
     
เมื่อถามว่าที่เคยบอกว่ามี 10 นักการเมืองที่เกี่ยวข้องด้วยจะสามารถเปิดเผยได้หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า อยู่ระหว่างการสืบสวน ซึ่งจะมีเรื่อยๆ พร้อมยกตัวอย่างว่า เราเคยค้นบ้าน สจ.ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ มีหลักฐานแค่ออกหมายค้น แต่ยังไม่มีพยานหลักฐานที่จะทำการจับกุมได้ ก็เลยไม่เคยเป็นข่าว เพราะต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา จึงไม่อยากให้ถูกพูดว่าเป็นเรื่องทางการเมือง ซึ่งกรณีของสจ.เนย์ เราขอออกหมายจับถึง 2 ครั้ง แต่ศาลได้ให้ความเป็นธรรม เพราะครั้งแรกหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะออกหมายจับ จึงมีการยกคำร้อง ซึ่งเห็นชัดว่าเราให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

สธ.แจงมติปลด หมอสุภัทร ออกจากราชการ เซ่นจัดซื้อ ATK จำนวน 5 ครั้ง เป็นไปตามขั้นตอน อ.ก.พ.

สธ.แจงมติปลด หมอสุภัทร ออกจากราชการ เซ่นจัดซื้อ ATK จำนวน 5 ครั้ง เป็นไปตามขั้นตอน อ.ก.พ.

สธ.แจงมติปลด หมอสุภัทร ออกจากราชการ เซ่นจัดซื้อ ATK จำนวน 5 ครั้ง เป็นไปตามขั้นตอน อ.ก.พ.

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.05 น.

“พัฒนา“ แจงมติปลด “หมอสุภัทร”ออกจากราชการเซ่นจัดซื้อ ATK ภายหลัง 5 ครั้ง ยัน เป็นไปตามขั้นตอน อ.ก.พ. ชี้ ราคาถูกสุดหรือไม่ ต้องดูว่าเทียบกับอะไร ยันไร้วาระทางการเมือง ย้ำทุกอย่างเป็นตามวงรอบการประชุมวาระปกติ

วันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 09.10 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงสาธารณสุข มีมติปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต2 พรรคประชาชน ออกจากราชการถูกมองเป็นการกลั่นแกล้งโดยไม่เป็นธรรม ว่า ยืนยันว่าไม่มีการกลั่นแกล้ง เป็นไปตามที่คณะกรรมการสอบสวนและนำเข้าที่ประชุม อ.ก.พ. ตามวาระปกติ ไม่ใช่วาระเร่งด่วน ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและข้อเท็จจริง ตามที่มีการสอบสวนมา โดยมีการเรียกผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาชี้แจง 

เมื่อถามว่า นพ.สุภัทร ออกมาระบุว่าไม่มีการเรียกเข้าไปชี้แจง นายพัฒนา กล่าวว่า มีการเรียกเข้ามาตามขั้นตอนปกติ 

เมื่อถามว่า ข้อเท็จจริงการจัดซื้อผิดระเบียบราชการใช่หรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ในรายละเอียดมีหลายอย่าง แต่การจัดซื้อจัดจ้างและข้อเท็จจริงอยู่ในข้อเท็จจริง คือ มีการไปตรวจโควิด โดยเอาATKมาใช้ และมีการจัดซื้อจัดจ้างในภายหลังหลายครั้ง ซึ่งเป็นไปในลักษณะนั้น และ การจัดซื้อจัดจ้างหากตนจำไม่ผิดมีทั้งหมดจำนวน 5 ครั้ง 

เมื่อถามว่า มีการเบิกATKออกมาใช้ และจัดซื้อจัดจ้างย้อนหลังใช่หรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ไม่ได้เบิกของหลวง แต่ตนไม่แน่ใจว่าเอามาจากไหน แต่รายละเอียดทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการสอบสวน และการทำหน้าที่ของ อ.ก.พ. ทุกอย่างเป็นไปตามหน้าที่ ซึ่งตนเป็นประธาน 

เมื่อถามว่ามีการระบุว่ามีการจัดซื้อจัดจ้างราคาถูก แต่ถูกลงโทษ ไม่ใช่เรื่องจริงใช่หรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า คำว่าถูกต้องไปดูว่านำไปเปรียบเทียบกับอะไร และการจัดซื้อATKในตอนนั้นตนทราบว่ามีการจัดซื้อในหลายแหล่งที่มา ซึ่งอันนี้เป็นแหล่งหนึ่ง แต่จะถูกที่สุดหรือไม่ ไปว่ากันในคณะกรรมการสอบสวน

เมื่อถามว่า นพ.สุภัทร ยังสามารถอุทธรณ์มติได้ใช่หรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ตามกฏหมายน่าจะเป็นอย่างนั้น ส่วนจะใช้ระยะเวลาอีกนานหรือไม่ต้องดูตามกฎหมาย ตนไม่ได้ลงรายละเอียดในประเด็นนี้ ตนทำหน้าที่ในฐานะประธาน อ.ก.พ. หน้าที่เราก็คือเมื่อคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งตั้งขึ้นมานานแล้ว และมีข้อสรุปมาระยะหนึ่ง กระทั่งมีการตรวจสอบ และนำเข้าที่ประชุมข้อเท็จจริงก็พิจารณาตามข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่า มีการมองว่ามีการตัดขาพรรคประชาชน ที่อาจหาผู้สมัครแทนไม่ทัน นายพัฒนา กล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้เป็นไปตามขั้นตอนปกติ และการประชุมเมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้มีวาระนี้ในวาระเร่งด่วน และไม่ใช่วาระเดียวยังมีวาระอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการพิจารณาวินัยอีกเกือบ 20 รายการ ซึ่งเป็นวาระประจำของการประชุม อ.ก.พ. อยู่แล้ว

สมช. เผยฟ้อง พ่อลูกตระกูลฮุน แล้ว ย้ำปัจจุบันพื้นที่ชายแดนยังจัดเลือกตั้งได้

สมช. เผยฟ้อง พ่อลูกตระกูลฮุน แล้ว ย้ำปัจจุบันพื้นที่ชายแดนยังจัดเลือกตั้งได้

สมช. เผยฟ้อง พ่อลูกตระกูลฮุน แล้ว ย้ำปัจจุบันพื้นที่ชายแดนยังจัดเลือกตั้งได้

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.55 น.

“เลขาฯสมช.” ย้ำ สถานการณ์ พื้นที่ชายแดน ณ ปัจจุบัน ยังจัดการเลือกตั้งได้ บอก ต้องประเมินเป็นรายวัน เผย ฟ้องเอาผิดพ่อลูกตระกูลฮุนแล้ว

เมื่อเวลา09.40 น.วันที่ 27 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีรายงานเรื่องของการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ได้มีการติดตามสถานการณ์อยู่  ส่วนที่ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีออกมาตำหนิเรื่องการข่าวนั้น เราพยายามเชื่อมกันทุกระดับอยู่แล้ว ทั้งส่วนกลางและส่วนพื้นที่ สร้างเอกภาพในการทำงาน ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม และทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยข่าว ทั้งตำรวจและทหารร่วมทำงานกันอย่างใกล้ชิด

ผู้สื่อข่าวถามว่า คณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีส่วนในการเข้ามาช่วยเรื่องนี้หรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ขอให้ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา หัวหน้าคณะพูดคุยฯ เป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียด 

เมื่อถามถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา มีการประเมินหรือไม่ว่า ในช่วงก่อนการเลือกตั้งจะมีสถานการณ์เกิดขึ้น นายฉัตรชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบพื้นที่ชายแดนสามารถจัดการเลือกตั้งได้ ไม่น่ามีปัญหา เมื่อถามว่า ได้มีการประเมินหรือไม่ว่า จะมีเหตุปะทุขึ้นจนไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ นายฉัตรชัย กล่าวว่า กำลังติดตามอยู่ แต่ ณ ปัจจุบัน ยังคงโอเคอยู่ เมื่อถามย้ำว่า ในโซเชียลมีการปั่นว่าจะมีการปะทะรอบสาม ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนเตรียมอพยพอีกครั้ง นายฉัตรชัย กล่าวว่า จะต้องประเมินเป็นรายวันไป ต้องติดตามในอนาคตว่ามีปัจจัยรอบด้านอะไรบ้าง เนื่องจากมีความเปราะบางและสุ่มเสี่ยง 

เมื่อถามว่า ในช่วงเลือกตั้งจะต้องเตรียมการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า จริงๆ แล้วในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาและพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่ด้านในเป็นเรื่องของตำรวจซึ่งดำเนินการอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่กัมพูชาขุดคูเลตใกล้แนว มีนัยยะทางความมั่นคงอะไรหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ขอให้ฝ่ายทหารเป็นผู้ชี้แจงดีกว่า จะได้ตรงกับแนวทางที่ได้เตรียมแนวทางไว้ 

เลขาธิการ สมช. เปิดเผยว่า ตนและอัยการได้เดินทางไปพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อฟ้องร้องฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในฐานะผู้สั่งการในเหตุปะทะชายแดน

ปชป.เปิดเกมโค้งสุดท้าย จัดเดินวิ่ง G0 27 เทาไม่ใช่ทาง อภิสิทธิ์ประกาศเป็นผู้คุมเกมรัฐบาลทุจริต

ปชป.เปิดเกมโค้งสุดท้าย จัดเดินวิ่ง G0 27 เทาไม่ใช่ทาง อภิสิทธิ์ประกาศเป็นผู้คุมเกมรัฐบาลทุจริต

ปชป.เปิดเกมโค้งสุดท้าย จัดเดินวิ่ง G0 27 เทาไม่ใช่ทาง อภิสิทธิ์ประกาศเป็นผู้คุมเกมรัฐบาลทุจริต

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.29 น.

ถือกฤษ์27 ‘ปชป. ’ จัดกิจกรรมเดินวิ่ง ‘G0 27 เทาไม่ใช่ทาง’ ดัน ‘พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ นั่งรถเมล์สาย 27 ผุดแคมเปญ ‘รถไฟฟ้ามาหานะคุณ’ อ้อนขอประชาชนกาเลือก ‘ประชาธิปัตย์’


วันที่ 27 มกราคม 2569 ที่สวนรถไฟ จตุจักรกทม.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดกิจกรรม Go 27 แรงไม่หยุด ฉุดไม่อยู่!  ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ตรงกับวันที่ 27 และตรงกับหมายเลขบัญชีรายชื่อของพรรค เบอร์ 27 โดยกิจกรรมมีการเดินวิ่ง”เทาไม่ใช่ทาง” นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคฯ นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ซึ่งทุกคนสวมเสื้อฟ้า และถุงเท้าหมายเลข 27

โดยกิจกรรมเป็นการเดินวิ่งตามระยะทางเป็นเลข 27 ในเวลา 07.27 น. และหลังปล่อยตัวนักวิ่ง นายอภิสิทธิ์ พร้อมคณะจะเดินไปขึ้นรถเมล์สาย 27 ไปยังบิ๊กซีสะพานควาย เพื่อหาเสียงกับประชาชนที่สัญจรไปมา จากนั้นนั่งรถเมล์สาย 27 ไปที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ร่วมกิจกรรมรถไฟฟ้ามาหา..คุณ ร่วมกับผู้สมัคร สส.กทม แนะนำ Application ลดค่าโดยสารแบบโซนนิ่ง 5-30 บาท ที่สถานี BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตามนโยบายพรรค

จากนั้นนายอภิสิทธิ์และคณะ ขึ้นรถไฟฟ้าไปลงสถานี BTS ศาลาแดง เพื่อหาเสียงกับประชาชน ที่ซอยละลายทรัพย์ในช่วงกลางวันทั้งนี้ก่อนเริ่มกิจกรรมนายอภิสิทธิ์ พูดแซวพรรคการเมืองใหญ่พรรคอื่นว่า “ขอแสดงความเสียใจที่เขาไม่มีวันที่เหมือนเรา”

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้ประชาธิปัตย์ถือกฤษ์ในฐานะที่เราหมายเลข 27 ในฐานะบัญชีรายชื่อ เพื่อแสดงความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น เราเดินหน้าสู่เส้นชัยเต็มที่ ซึ่งจะมีกิจกรรมทั้งเดินวิ่งและการเดินทางไปเพื่อเปิดนโยบายสำหรับพี่น้องชาวกรุงเทพฯอยู่ 2 เรื่องคือ พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)อากาศสะอาด โดยจะทำควบคู่กับกฎหมายอีก 2 ฉบับคือ กฎหมายเศรษฐกิจหมุนเวียน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศควบคู่ไปกับนโยบายที่จะสนับสนุนเรื่องสิ่งแวดล้อมครบวงจร เพราะเราไม่ควรจะต้องทนกับฝุ่น PM 2.5 ในระดับแบบที่เราเจออยู่ขณะนี้ ส่วนอีกเรื่องคือรถไฟฟ้าซึ่งจะมีการเสนอรายละเอียดในช่วงเที่ยงของวันนี้

ส่วนพี่น้องชาวกรุงเทพฯในช่วงโค้งสุดท้าย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า เลือกประชาธิปัตย์เข้าไปเยอะๆแล้ว เราจะเป็นผู้คุมเกมให้กับท่าน คุมเกมว่ารัฐบาลชุดต่อไป จะต้องเป็นรัฐบาลที่เอาจริงเอาจังกับการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่มีเรื่องของทุนเทา ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง เพราะการทำงานทุกอย่างจะต้องโปร่งใส คุมเกมไม่ให้มีใครไปใช้นโยบายสร้างความแตกแยก แต่ประเด็นละเอียดอ่อนทั้งหลายควรจะแสวงหาจุดร่วม และคุมเกมไม่ให้มีการเอานโยบายลดแลกแจกแถม ทำให้เศรษฐกิจไม่ยั่งยืน คุมเกมให้มียุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เป็นความพร้อมของประชาธิปัตย์ ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ ผู้สมัครของกทม.และแคนดิเดตนายกฯ มาร่วมการแสดงความพร้อม

เมื่อถามว่า กระแสตอบรับในกรุงเทพฯ และพื้นที่ต่างๆ ดูเหมือนว่า เสียงตอบรับประชาธิปัตย์ดีได้มีการนำมาคำนวณหรือวิเคราะห์เป็นตัวเลขหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ต้องคำนวณ เราเดินหน้าในการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนอย่างเดียว เมื่อวานที่เดินทางไปภาคใต้ ซึ่งหลายคนกลัวว่ากระแสประชาธิปัตย์จะดีอย่างไรก็ตาม จะสู้กระสุนไม่ได้ แต่ตนเห็นพี่น้องประชาชนยืนยันกันอย่างหนักแน่นว่าถึงเวลาที่เขาจะเปลี่ยนแปลงแล้ว เขาบอกว่าเที่ยวนี้คนภาคใต้จะไล่คนซื้อเสียงออกจากพื้นที่

“ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้อยากให้ประชาชน มองว่าวันที่ 8 ก.พ.ไม่ใช่แค่วันเลือกตั้ง แต่เป็นโอกาสสำคัญในรอบหลายปี ที่จะตั้งต้นให้ประเทศกลับไปสู่การมีบ้านเมืองที่สุจริต และเราต้องมีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ได้พึ่งพาการแจกเงินของรัฐบาล เป็นครั้งเป็นคราว และเป็นการที่จะให้การเมืองของเราหลุดพ้นจากความขัดแย้งเดิมๆให้ได้ จึงเป็นโอกาสสำคัญของพี่น้องประชาชน”นายอภิสิทธิ์กล่าว

เมื่อถามต่อว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์ จะเข้าไปคุมเกมรัฐบาล มีการพูดคุยกันแล้วหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้คุย แต่ว่าทุกครั้งที่ไปเวทีดีเบต ที่ผ่านมาพรรคอื่นๆที่แข่งขันกันอยู่ในลำดับต้นๆ จะมีการโจมตีและพูดแซวกันทางการเมือง และทุกคนก็พูดเหมือนกับว่าจะจับมือกันได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์พูดเรื่องการจับมือบนพื้นฐานของหลักการ บนทิศทางของประเทศ และทิศทางของเศรษฐกิจดังนั้นขอประชาชนให้โอกาสเรา เราจะไปคุมเกมให้

เมื่อถามว่าทุกวันนี้ กลายเป็น”มาร์ค”ตลาดแตกแล้ว นายอภิสิทธิ์หัวเราะ พร้อมกล่าวว่าวันก่อนห้างก็แตก

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้เดินพบปะประชาชนที่ตลาดหลังปตท. มีประชาชนแม่ค้าพ่อค้าขอถ่ายรูป และมี FC ขอให้นายอภิสิทธิ์อวยพรวันเกิดให้กับคุณพ่อ ที่เกิดวันนี้คือวันที่ 27 มกราคม ซึ่งคุณพ่อเป็นคนกทม. FC ของนายอภิสิทธิ์ รวมถึงแม่ค้าบางคนได้มอบกล้วยให้ บอกเป็นเคล็ดทำอะไรจะได้กล้วยๆ

กฤษฎีกา ชี้ หมอสุภัทร เล่นการเมืองได้ ถ้าไม่โดนปมทุจริต โยน กกต. เป็นผู้ชี้ขาด

กฤษฎีกา ชี้ หมอสุภัทร เล่นการเมืองได้ ถ้าไม่โดนปมทุจริต โยน กกต. เป็นผู้ชี้ขาด

กฤษฎีกา ชี้ หมอสุภัทร เล่นการเมืองได้ ถ้าไม่โดนปมทุจริต โยน กกต. เป็นผู้ชี้ขาด

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.09 น.

“เลขาฯกฤษฎีกา” ชี้ เป็นอำนาจ กกต. ตัดสิทธิ์ “หมอสุภัทร” ลงชิง สส.ได้หรือไม่  แจง ช่วงรบ.รักษาการ ฝันวินัยขรก.ได้

วันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 09.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงกรณีคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) มีมติให้ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ในฐานะผู้สมัคร สส.สงขลา พรรคประชาชน ถูกปลดออกจากราชการ กรณีจัดซื้อชุดตรวจโควิด จะยังลงสมัครรับเลือกตั้งได้หรือไม่ ว่า ต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วินิจฉัย ตามกฏหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และ สว. และตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ มองว่า หากไม่ใช่เรื่องการทุจริตก็สมัครได้ ไม่มีปัญหา เพราะรัฐธรรมนูญระบุหากพ้นหรือออกจากราชการเพราะเหตุทุจริตหรือประพฤติมิชอบ จะต้องถูกตัดสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ตนไม่รู้ข้อเท็จจริงในรายละเอียด ต้องให้ กกต.เป็นผู้ชี้ขาด

เมื่อถามว่า เมื่อ อ.ก.พ.สธ.มีมติแล้ว ต้องส่งเรื่องให้ กกต. ใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องไปถาม กกต. แต่ส่วนตัวคิดว่า กกต.ควรทำให้ชัดเจนก่อนการเลือกตั้ง เพราะคะแนนเสียงจะได้ไม่หาย แต่ถึงอย่างไรก็ทำได้ทั้งก่อนและหลัง แล้วแต่ กกต.

เมื่อถามว่า การฟันวินัยสามารถทำได้ในช่วงรัฐบาลรักษาการใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องวินัยทำได้ตลอด เพราะไม่ใช่เรื่องที่ต้องผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะอำนาจการลงโทษทางวินัย เป็นไปตามกฎหมายข้าราชการพลเรือน