ผบ.กองกำลังสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก เข้าเยี่ยมคำนับ’ปลัดกระทรวงกลาโหมไทย’

ผบ.กองกำลังสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก เข้าเยี่ยมคำนับ'ปลัดกระทรวงกลาโหมไทย'

ผบ.กองกำลังสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก เข้าเยี่ยมคำนับ’ปลัดกระทรวงกลาโหมไทย’

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.13 น.

ผบ.กองกำลังสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก เข้าเยี่ยมคำนับปลัดกระทรวงกลาโหมไทย สานต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่กระทรวงกลาโหม พล.ร.อ. Samuel Paparo (แชมมูแอล พาพาโร่) ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก (USINDOPACOM) พร้อมคณะเข้าพบ พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านความมั่นคงในภูมิภาค และกระชับความสัมพันธ์อันดีกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศ

การเยือนในครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางการทูตมายาวนานกว่า 193 ปี โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการทหารที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรมในหลายมิติ อาทิ การแลกเปลี่ยนการเยือนและการประชุมในทุกระดับ การพัฒนาศักยภาพกำลังพลผ่านการฝึกและการศึกษาในสหรัฐอเมริกา การฝึกร่วม/ผสม Cobra Gold การจัดหายุทโธปกรณ์และการส่งกำลังบำรุง ตลอดจนความร่วมมือด้านความมั่นคงในกรอบพหุภาคี

นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกายังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนประเทศไทยในการใช้กลไกอาเซียนเพื่อส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค รวมถึงการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทบริเวณชายแดนไทย-ราชอาณาจักรกัมพูชาอย่างสันติ

การเข้าเยี่ยมคำนับและการหารือในครั้งนี้นับเป็นโอกาสในการเสริมสร้างความเข้าใจอันดี ตลอดจนการแลกเปลี่ยนมุมมองต่อประเด็นด้านความมั่นคงที่มีความสนใจร่วมกัน และยกระดับความร่วมมือระหว่างกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อันจะเป็นการสนับสนุนเสถียรภาพ ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ในระยะยาวต่อไป

– 006
 

นายกฯลุยตาพระยา-บ้านหนองจาน ฟังสรุปสถานการณ์ชายแดน-ให้กำลังใจทหาร

นายกฯลุยตาพระยา-บ้านหนองจาน ฟังสรุปสถานการณ์ชายแดน-ให้กำลังใจทหาร

นายกฯลุยตาพระยา-บ้านหนองจาน ฟังสรุปสถานการณ์ชายแดน-ให้กำลังใจทหาร

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.58 น.

นายกฯลุยตาพระยา-บ้านหนองจาน รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดน ให้กำลังใจทหาร มอบเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ กำชับนายอำเภอดูแลการใช้เงิน-ไม่ให้ใครยืม ชื่นมื่นกินอาหารร่วมโต๊ะทหารชายแดน

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 26 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ได้เดินทางถึงหน่วยเฉพาะกิจตาพระยา รับฟังบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่ จากนั้นเดินทางไปยังฐานปฏิบัติการพื้นที่บ้านคลองแผง ต.ทับเสด็จ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ซึ่งแต่เดิมบริเวณนี้ เป็นอาคารศุลกากรของฝั่งกัมพูชามาก่อน ซึ่งทางกองทัพสามารถยึดคืนพื้นที่ และได้ทำลายอาคารศุลกากรหลังลงถาวร

โดยทันทีที่นายกฯ เดินทางมาถึง ได้รับฟังบรรยายสรุปจากทหารในพื้นที่ และได้เดินตรวจพื้นที่โดยรอบ ก่อนจะถ่ายภาพหมู่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารที่ประจำฐานปฏิบัติการ พร้อมส่งเสียงปลุกขวัญกำลังใจทหาร สนั่นทั่วบริเวณ โดยมีเสาธงชาติไทยอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะเสาธงนั้นเป็นของเดิมของประเทศกัมพูชา มีรอยกระสุน ที่แสดงให้เห็นถึงการผ่านการสู้รบในพื้นที่นี้ จากนั้นนายกฯ ได้ให้กำลังใจทหารที่ประจำการในจุดฐานปฏิบัติการ ว่า “ขอให้ปลอดภัย” ก่อนเจ้าหน้าที่ทหารจะตอบกลับว่า “ขอบคุณ”

นายกฯ เดินทางต่อไปยังพื้นที่บ้านหนองจาน รับฟังบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่ทหาร พร้อมขึ้นไปยืนดูภาพรวมของพื้นที่ควบคุมของหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 บนบังเกอร์ของมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ พร้อมรับฟังรายงานจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า ที่ผ่านมาการรบที่บ้านหนองจาน มีทหารเสียชีวิต 5 นาย จึงได้ตั้งชื่อฐานปฎิบัติการทหารเพื่อเกียรติทหารที่เสียชีวิตทั้ง 5 นาย โดยบริเวณใกล้เคียงมีการตั้งป้ายชื่อสามแยกว่า “เอี่ยมสอาด” ซึ่งเป็นนามสกุลของทหารที่เสียชีวิต

และเดินทางต่อไปยังฐานปฏิบัติการนันทะวงศ์ ซึ่งตั้งชื่อตามนายทหารที่เสียชีวิตเช่นกัน โดยนายกฯ มอบเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรณีภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังภายนอกประเทศ จากสถานการณ์บริเวณชายแดนไทยกัมพูชา จ.สระแก้ว จำนวน 5 ราย โดยรายที่ 1.กรณีทุพพลภาพ จำนวน 8,013,300 บาท ส่วนกรณีบาดเจ็บสาหัสอีก 4 ราย จำนวน 804,000 บาท โดยนายกฯ ได้พูดคุยสอบถามอาการบาดเจ็บอย่างห่วงใย ก่อนที่นายกฯ สอบถามว่า ยังได้ค่าซ่อมบ้านไหม โดยเจ้าหน้าที่บอกว่า แยกกัน

ก่อนที่นายกฯ บอกว่า สู้ๆ ต่อไปอย่าไปคิดถึงอะไรที่มันผ่านไปแล้ว ให้เดินไปข้างหน้า พร้อมบอกว่า ห้ามให้ใครยืมเงินเด็ดขาด ต้องเก็บเอาไว้ดูแลตัวเอง ดูแลลูกดูแลหลาน เงินมันเยอะมากพอที่จะดูแลตัวเองและครอบครัวได้ ถ้าไม่คิดถึงคนอื่น มันก็จะทำให้เกิดความลำบากกับเราในอนาคต มันไม่ได้ สิ่งนี้คือรัฐได้ตอบแทนมาแล้ว ทำเต็มที่ ใจแข็ง

นอกจากนี้ นายกฯ ยังสอบชาวบ้านว่า มีหนี้หรือเปล่า ชาวบ้านตอบว่า มีหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) ก่อนนายกฯ บอกว่า รีบจ่ายหนี้ไม่ให้มีดอกเบี้ย และเรียกนายอำเภอมาให้ดูแลการใช้เงิน อย่าให้ใครมายืม ตนไม่เคยให้ใครยืมเงิน มะเร็งไม่กลัว กลัวมายืม

จากนั้น ได้ร่วมรับประทานอาหารว่าง อาทิ ป๊อบคอร์น ไอศครีม ขนมบราวนี่ และน้ำอ้อยสด ร่วมกับทหารผู้ปฏิบัติงานประจำฐาน และได้พูดคุยอย่างเป็นกันเอง

– 006

ยศชนัน ลุยประทาย-ชุมพวง ประกาศสงครามยาเสพติด-ล้างหนี้วัยเก๋า

ยศชนัน ลุยประทาย-ชุมพวง ประกาศสงครามยาเสพติด-ล้างหนี้วัยเก๋า

ยศชนัน ลุยประทาย-ชุมพวง ประกาศสงครามยาเสพติด-ล้างหนี้วัยเก๋า

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.40 น.

“ยศชนัน”ลุยประทาย-ชุมพวง ประกาศสงครามยาเสพติด-ล้างหนี้วัยเก๋า ชูนโยบายรัฐจ่าย 70 ปชช.จ่าย 30 ด้าน”ณัฐวุฒิ”ปลุกคนโคราช กา”เพื่อไทย”ยกจังหวัด สกัดงูเห่าส้ม-น้ำเงิน นามสกุลเดียวกันลงควบหลายพรรค

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำเพื่อไทยเพื่อไทย ลุยหาเสียง จ.นครราชสีมา เดินสายปราศรัยช่วงบ่ายที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอประทาย ช่วย น.ส.ปิยะนุช ยินดีสุช ผู้สมัคร สส.เขต 7 เบอร์ 2 และสนามหน้าที่ว่าการอำเภอชุมพวง ช่วย นายนิกร โสมกลาง ผู้สมัคร สส.เขต 8 เบอร์ 1 และ นางนารดา อึ้งสวัสดิ์ ผู้สมัคร สส.เขต 9 เบอร์ 4 ท่ามกลางประชาชนที่มารรอต้อนรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

นายยศชนัน ขึ้นปราศรัยเน้นย้ำถึงความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงประเทศ ในวันที่ 8 ก.พ.นี้ โดยระบุว่า พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับเกษตรกร พร้อมนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มผลผลิต ประกาศนโยบาย “ประกันกำไร 30%” สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ มันสำปะหลัง ยางพารา ข้าวโพด และอ้อย เพื่อให้เกษตรกรอยู่ได้จริงแม้ต้นทุนการผลิตจะผันผวน รวมถึงการแก้ปัญหาหนี้สินและปากท้อง ประกาศมาตรการเร่งด่วน ได้แก่ การให้สินเชื่อ 50,000 บาท เพื่อปลดหนี้นอกระบบ และมาตรการ “ตัดจบหนี้เสีย” ให้กับผู้สูงอายุที่มีหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท นอกจากนี้ ยังชูนโยบายการันตีรายได้ หากประชาชนมีรายได้ไม่ถึง 3,000 บาทต่อเดือน รัฐบาลพร้อมเติมเงินส่วนต่างให้ทันที และเสนอโมเดลกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ “รัฐบาลจ่าย 70 ประชาชนจ่าย 30” เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย

ช่วงท้าย นายยศชนัน ประกาศทำสงครามกับยาเสพติด ตั้งเป้ากวาดล้างให้สิ้นซากภายใน 3 เดือน พร้อมจัดตั้งศูนย์บำบัด “1 จังหวัด 1 ศูนย์บำบัด” และจะใช้มาตรการปิดด่านชายแดนไม่ให้ผู้กระทำผิดหนีรอดไปได้ พร้อมอ้อนขอคะแนนชาวโคราชเลือกเพื่อไทยทั้ง 16 เขต เพื่อส่งตนเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33

ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ขึ้นปราศรัยตั้งข้อสังเกตถึงพรรคสีส้ม ที่เคยประกาศจุดยืนไม่เอาลุง แต่กลับมีคนของอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลลุงมาลงสมัคร สส.นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้สมัครนามสกุลเดียวกันลงแข่งทั้งในพรรคสีส้ม และพรรคสีน้ำเงิน ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสน จึงขอให้ให้ชาวโคราชตัดสินใจเด็ดขาดด้วยการเลือกพรรคเพื่อไทยยกจังหวัดทั้ง 16 เขต เพื่อให้ได้รัฐบาลที่ต้องการอย่างแท้จริง และยืนยันว่าจะโหวตให้ ศ.ดร.ยศชนัน เป็นนายกฯ อย่างแน่นอน

จากนั้น คณะจะเดินทางไปปิดท้ายเวทีปราศรัยใหญ่ที่ตลาดเซฟวัน อ.เมือง โดยก่อนขึ้นเวทีจะเข้าสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางไปเวทีปราศรัย

– 006

ธนกร ย้อน ปิยบุตร 8 ก.พ.คนไทยทั้งประเทศพร้อมระเบิดพลังสั่งสอน

ธนกร ย้อน ปิยบุตร 8 ก.พ.คนไทยทั้งประเทศพร้อมระเบิดพลังสั่งสอน

ธนกร ย้อน ปิยบุตร 8 ก.พ.คนไทยทั้งประเทศพร้อมระเบิดพลังสั่งสอน

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.29 น.

“ธนกร”ย้อน”ปิยบุตร” 8 ก.พ.คนไทยทั้งประเทศพร้อมระเบิดพลังสั่งสอน คิดถึงความทุกข์ประชาชนได้เมื่อไหร่ค่อยมาขอโอกาสเป็นรัฐบาล มั่นใจ”ภูมิใจไทย”คว้าชัยชนะเก้าอี้ สส.สงขลา จี้”เพื่อไทย”พูดให้ชัด นโยบายรวยทุกวันเงินล้าน 9 คน พิสูจน์อย่างไรไม่ใช่หัวคะแนนตัวเอง เหน็บหลังเลือกตั้งอย่ายกข้ออ้างสารพัด แค่กลยุทธ์หาเสียง

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ขึ้นรถแห่ถนนนิพัทธ์อุทิศ 1, 2, 3 และเดินหาเสียงภายในตลาดกิมหยง เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายศาสตรา สีปาน ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 ของพรรคภูมิใจไทย จากนั้นในช่วงบ่ายได้ปั่นจักรยานและเดินหาเสียงภายในตลาดสดเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยภายในตลาด รวมถึงเข้ามาทักทาย ขอลายเซ็น และขอถ่ายรูปด้วยเป็นจำนวนมาก

นายธนกร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า เรียกร้องให้ประชาชนระเบิดพลังออกมาพร้อมกันในวันที่ 8 ก.พ.เพื่อบอกว่าคนไทยเจ้าของประเทศออกใบอนุญาตให้พรรคประชาชน (ปชน.) ตั้งรัฐบาล จะไม่มีใครขวางใบอนุญาตนี้ได้ และไม่ต้องไปหาใบอนุญาตที่ 2 มาเพิกถอนใบอนุญาตของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ ว่า เชื่อว่าในวันที่ 8 ก.พ.พี่น้องประชาชนจะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันอย่างล้นหลาม เพื่อแสดงให้นายปิยบุตรได้เห็นว่า ประชาชนทั้งประเทศต้องการพรรคการเมืองที่จะเข้าไปแก้ปัญหาปากท้องให้กับพวกเขา ไม่ใช่เพื่อแก้รัฐธรรมนูญก่อนเป็นอันดับแรก วันที่ 8 ก.พ.พี่น้องประชาชนจะเอาความไม่พอใจที่สะสมมาหลายปี เปลี่ยนให้เป็นพลังเพื่อแสดงให้นายปิยบุตรได้รับรู้ว่า วันนี้พี่น้องประชาชนไม่ยอมให้หลอกอีกแล้วว่าจะเข้าไปแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้เขา แต่พอเอาเข้าจริงก็สาละวนอยู่แต่กับการจะแก้ไขมาตรา 112 ให้ได้ ดังนั้น ในวันที่ 8 ก.พ.จะมีใบอนุญาตแค่เพียงใบเดียวคือ ใบสั่งสอนนายปิยบุตรให้รู้ว่า ถ้าคิดถึงความทุกข์ประชาชนก่อนเป็นอันดับแรกได้เมื่อไหร่ เมื่อนั้นค่อยมาขอโอกาสเป็นรัฐบาล

ส่วนกรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) พยายามออกมาแก้ต่างนโยบายรวยทุกวันเงินล้าน 9 คน คนละ 1 ล้านบาท ว่าไม่ใช่แค่การแจกเงินนั้น นายธนกร กล่าวว่า อยากถามพรรคเพื่อไทยว่า ต้องการเห็นภาพคนไทยทั้งประเทศ ทุกวัน 1 – 2 ชั่วโมง ต่างจับจ้องทีวีดูว่ารัฐบาลจะจับสลากหาผู้โชคดี 9 คน คนละ 1 ล้านบาท เพื่อเป็นเศรษฐีใหม่ว่าคือใครอย่างนั้นหรือ พ่อค้าแม่ค้าต้องหยุดหาเลี้ยงชีพ 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อคอยเฝ้าหน้าจอด้วยความฝันว่าวันนี้ตัวเองจะได้เป็นผู้โชคดีหรือเปล่า ช่องทางประชาสัมพันธ์ต่างๆ ของรัฐบาล ทุกวันมีแต่รายงานเรื่องรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รางวัล โดยไม่ต้องแยแสรายงานสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ต้องสนใจว่าวันนี้ประเทศไหนจะมาทำร้ายประชาชนของเราอีกใช่หรือไม่ ท่านต้องการให้ประเทศไทยเกิดภาพเหล่านี้ขึ้นจริงๆ หรือ

“คำถามแรกที่พรรคเพื่อไทยต้องตอบให้ได้คือ ผู้โชคดีเหล่านั้นจะพิสูจน์อย่างไรว่าไม่ใช่หัวคะแนนของพรรคเพื่อไทย สุดท้ายผู้โชคดีจะไม่ถูกแฉว่าเล่นเส้นเพื่อมารับรางวัลใช่หรือไม่ เพราะขนาดแค่ปล่อยนโยบายมาไม่กี่วัน เห็นข่าวว่าวันนี้ลมฟ้ายังไม่เป็นใจ พัดเต็นท์ปราศรัยถล่มต่อหน้าต่อตาชาวบ้านที่กำลังฟังปราศรัยจนชุลมุนไปหมด และสุดท้าย อย่าลืมว่า หลังเลือกตั้งเมื่อถึงเวลาจะไม่ยกข้ออ้างสารพัด อ้างว่าเป็นแค่กลยุทธ์หาเสียง หลอกพี่น้องประชาขนไปวันๆ” นายธนกร กล่าว

– 006

Baby Boomer คืออะไร? เถกิง ฉายภาพ 5 ความยิ่งใหญ่ สะพานจากโลกเก่าสู่โลกใหม่

Baby Boomer คืออะไร? เถกิง ฉายภาพ 5 ความยิ่งใหญ่ สะพานจากโลกเก่าสู่โลกใหม่

Baby Boomer คืออะไร? เถกิง ฉายภาพ 5 ความยิ่งใหญ่ สะพานจากโลกเก่าสู่โลกใหม่

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.15 น.

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 นายเถกิง สมทรัพย์ สื่อมวลชนอาวุโส และอดีตนายกสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า Baby Boomer คืออะไร?

Baby Boomer คือชื่อเรียก กลุ่มคนที่เกิดในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยทั่วไปหมายถึงผู้ที่เกิดประมาณ ค.ศ. 1946–1964 (พ.ศ. 2489–2507)

ทำไมเรียกว่า “Baby Boomer”
• หลังสงครามโลก เศรษฐกิจฟื้นตัว
• ครอบครัวมีลูกมากขึ้นอย่างรวดเร็ว (เกิด “เบบี้บูม”)
• จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

ลักษณะเด่นของ Baby Boomer (ภาพรวม)
• เติบโตในยุคเศรษฐกิจขยายตัว งานมั่นคง
• ให้คุณค่ากับ ความขยัน อดทน ความมั่นคง
• เชื่อในระบบลำดับขั้น องค์กร และประสบการณ์
• คุ้นเคยโลก ก่อนดิจิทัล (เริ่มใช้เทคโนโลยีตอนโต)


ความยิ่งใหญ่ของ Baby Boomers
1.สร้างประเทศจากความขาดแคลน
ในบริบทไทยและโลก
• เติบโตหลังสงคราม / ความยากจน / โครงสร้างพื้นฐานแทบไม่มี
• ถนน เขื่อน ไฟฟ้า ระบบราชการ การศึกษา มหาวิทยาลัย
*สิ่งที่คนรุ่นหลัง “ใช้เป็นเรื่องปกติ” คือสิ่งที่ Boomer ลงแรงสร้าง
ประเทศไม่ได้ “เกิดมาเป็นประเทศ”
แต่ถูกสร้างด้วยแรงงานของคนรุ่นนี้

2.วัฒนธรรม “อดทนก่อน เจริญทีหลัง”
• ทำงานหนัก ชั่วโมงยาว
• อดออม สร้างบ้าน ส่งลูกเรียน
• ยอมเสียปัจจุบันเพื่ออนาคตของครอบครัว
นี่คือเหตุผลที่ Boomer ให้คุณค่ากับคำว่า
ความมั่นคง / ความเสียสละ / หน้าที่

3.เป็นสะพานจากโลกเก่าสู่โลกใหม่
• เกิดในโลกอนาล็อก
• ทำงานในยุคอุตสาหกรรม
• ต้องปรับตัวเข้าสู่ดิจิทัลตอนอายุเพิ่มแล้ว
ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่คนรุ่นนี้จำนวนมาก ปรับตัวสำเร็จ
และทำให้การเปลี่ยนผ่าน “ไม่ล่ม”

4.ความกล้าที่แบกรับภาระ
• สร้างองค์กร
• สร้างระบบ
• แบกครอบครัว + สังคม + ประเทศ
Boomer คือรุ่นที่ “แบก” มากกว่ารุ่นอื่น
แม้จะไม่เรียกร้องคำชม

5.ความยิ่งใหญ่ที่มาพร้อมข้อจำกัด
ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมา:
• ระบบที่ Boomer สร้าง เหมาะกับยุคของเขา
• เมื่อโลกเปลี่ยนเร็ว ระบบเดิมเริ่มไม่พอ
• นี่ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือ ข้อจำกัดของยุคสมัย
ไม่มีรุ่นไหนถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาทุกยุค

อัษฎางค์ สวน สุทธิชัย หยุ่น คนรุ่น Baby Boomers คือฟันเฟืองหลัก-ผู้บุกเบิก

อัษฎางค์ สวน สุทธิชัย หยุ่น คนรุ่น Baby Boomers คือฟันเฟืองหลัก-ผู้บุกเบิก

อัษฎางค์ สวน สุทธิชัย หยุ่น คนรุ่น Baby Boomers คือฟันเฟืองหลัก-ผู้บุกเบิก

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.32 น.

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ “เอ็ดดี้” นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า Baby Boomers คือรุ่นล้มเหลว? จริงมั้ย?

ผมเห็นว่า ถึงมันจะมีส่วนจริง แต่อีกอย่างที่สำคัญคือ คนรุ่น Boomer ไม่ได้ล้มเหลวในหน้าที่ “ผู้สร้าง” คนรุ่นดังกล่าว คือผู้บุกเบิก และชาติไทยพัฒนามาไกลได้ขนาดนี้ ก็เพราะคนรุ่นนั้นมีส่วนสำคัญในการต่อสู้กับการแก้ปัญหาดังกล่าว

ผมเห็นว่า ควรให้ความเป็นธรรมกับประวัติศาสตร์

เพราะหากเรามองภาพกว้างในเชิงการพัฒนาชาติไทย เราจะพบความจริงที่ปฏิเสธว่า “คนรุ่น Baby Boomers คือผู้บุกเบิก”

ต้องยอมรับว่าประเทศไทยที่ก้าวขึ้นมาเป็น “ศูนย์กลางของภูมิภาค” ได้ในวันนี้ คือหยาดเหงื่อของคนรุ่น Boomer เป็นหลัก

ยุคแห่งการสร้างรากฐานและโครงสร้างพื้นฐาน

คนรุ่น Baby Boomer (เกิดช่วง พ.ศ. 2489 – 2507) คือฟันเฟืองหลักในยุคที่ไทยเปลี่ยนจากสังคมเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมและการส่งออก พวกเขาคือกลุ่มคนที่ทำให้เกิด:

พวกเขาคือกลุ่มคนที่เปลี่ยนไทยจากประเทศเกษตรกรรมยากจน ให้กลายเป็น “เสือตัวที่ห้าแห่งเอเชีย” ผ่านการวางรากฐานเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Seaboard)

ระบบสาธารณสุขที่ดีอันดับต้นๆ ของโลก ถนนหนทางที่เชื่อมโยงถึงกัน และระบบการศึกษาที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ล้วนเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการและแรงงานของคนรุ่นนี้

คนรุ่นนี้คือผู้ประคับประคองประเทศผ่านยุคสงครามล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศเพื่อนบ้านและภัยคอมมิวนิสต์ จนทำให้ไทยมีความมั่นคงมาถึงปัจจุบัน

การต่อสู้เพื่อแก้ปัญหาในยุคของเขา

พวกเขามีส่วนในการแก้ปัญหาให้หมดไปหรือดีขึ้นนั้นมีส่วนจริงในหลายมิติ เช่น:

• การลดช่องว่างความยากจนในช่วงทศวรรษที่ 2530-2540

• การยกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เข้าถึงคนส่วนใหญ่

• การร่วมต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยในหลายเหตุการณ์สำคัญ

_______________________________________________

สาเหตุที่เกิดกระแส “รุ่นที่ล้มเหลว” ในโพสต์ของคุณสุทธิชัย น่าจะมาจาก “ความคาดหวังที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง” ในยุคปัจจุบัน โพสต์ของคุณสุทธิชัยเน้นไปที่ “สถานะปัจจุบัน” ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน

ส่วนผมมองในแง่ “ผลงานในอดีต” (Legacy) ที่สร้างความมั่นคงให้ชาติจนถึงวันนี้

ถ้ามองอย่างเป็นกลาง ทั้งสองมุมคือความจริงคนละด้าน

ชาติไทยต้องการ “รากฐาน” ที่คนรุ่น Boomer สร้างไว้ แต่คนรุ่นใหม่ต้องการ “การปฏิรูป” เพื่อก้าวข้ามปัญหาเก่าๆ

แต่ไม่ควรมองอดีตหรือคนรุ่นเก่าว่าก่อปัญหาเหล่านั้นไว้ และคนรุ่นใหม่ต้องตามมาแก้ เพราะความจริงคนรุ่นเก่าคือคนที่ต่อสู้กับปัญหาเหล่านั้นมาก่อน และยังไม่รู้ว่าคนรุ่นใหม่จะแก้ปัญหานี้ได้หรือไม่ และถึงแม้ว่าคนรุ่นใหม่สามารถที่จะขจัดปัญหานี้ได้ในที่สุด ผลงานนั้นคนรุ่นเก่าย่อมมีส่วนในความสำเร็จนั้นในฐานะผู้บุกเบิกที่กรุยทางไว้ให้

ภท.เฟิร์มนัดสวนลุม 30 ม.ค.นี้ อนุทินนำทัพดรีมทีม เอกนิติ-ศุภจี เปิดปราศรัยใหญ่ครั้งแรก

ภท.เฟิร์มนัดสวนลุม 30 ม.ค.นี้ อนุทินนำทัพดรีมทีม เอกนิติ-ศุภจี เปิดปราศรัยใหญ่ครั้งแรก

ภท.เฟิร์มนัดสวนลุม 30 ม.ค.นี้ อนุทินนำทัพดรีมทีม เอกนิติ-ศุภจี เปิดปราศรัยใหญ่ครั้งแรก

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.04 น.

“ภท.”เฟิร์มนัดสวนลุม 30 ม.ค.นี้ “อนุทิน”นำทัพดรีมทีม”เอกนิติ-ศุภจี” เปิดปราศรัยใหญ่การเมืองครั้งแรกกลางกรุง ชูนโยบายครอบคลุม”เศรษฐกิจ-ความมั่นคง-ภัยธรรมชาติ-สังคม” มั่นใจพาคนเมืองอยู่ดีกินดี ได้กลิ่นความเจริญ

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ กรรมการบริหารพรรค และแม่ทัพสนามเลือกตั้งพื้นที่ กทม.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 ม.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 17.30 – 20.00 น.ที่บริเวณสวนลุมพินี หลังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พรรคภูมิใจไทยพร้อมด้วยผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร ทั้ง 33 เขต จะร่วมกันจัดเวทีปราศรัยใหญ่ เพื่อสื่อสารนโยบายและสร้างความมั่นใจกับประชาชนชาวกรุงเทพฯ ในช่วงโค้งสำคัญของการเลือกตั้ง โดยในการปราศรัยครั้งนี้มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย , นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ซึ่งจะขึ้นเวทีปราศรัยทางการเมืองเป็นครั้งแรกในกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ ยังมีแกนนำและผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อาทิ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ , นายวราวุธ ศิลปอาชา , นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และตน ร่วมขึ้นเวที นำเสนอนโยบายหลักของพรรคภูมิใจไทย ในการรับมือปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคง ภัยธรรมชาติ และปัญหาสังคม

“เวทีนี้ถือเป็นการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกของพรรคภูมิใจไทยในสนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ที่มีนายอนุทิน นำทัพขุนพลพรรค มาสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและปากท้อง ซึ่งนายเอกนิติ ผู้ผลักดันนโยบายคนละครึ่งพลัส และนางศุภจี จะร่วมสะท้อนแนวคิดและทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เป็นทีมเศรษฐกิจที่หลายคนบอกว่า แค่ได้ยินชื่อก็ได้กลิ่นความเจริญแล้ว” น.ส.ศุภมาส กล่าว

แม่ทัพสนามเลือกตั้งพื้นที่ กทม.พรรคภูมิใจไทย กล่าวด้วยว่า ขอเชิญชวนพี่น้องชาวกรุงเทพฯ เข้าร่วมรับฟังการปราศรัย พบตัวจริงบุคลากรคุณภาพที่เป็นคนนอกวงการการเมือง ซึ่งอาสาเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน มุ่งสร้างความอยู่ดี กินดี อย่างเป็นรูปธรรม ที่สวนลุมพินี ในวันและเวลาดังกล่าว

พรรคเป็นธรรม กางนโยบาย ปชช.เป็นใหญ่-ปชต.เป็นธรรม เรียนฟรี มีงาน ดันยกระดับชีวิตคนไทย

พรรคเป็นธรรม กางนโยบาย ปชช.เป็นใหญ่-ปชต.เป็นธรรม เรียนฟรี มีงาน ดันยกระดับชีวิตคนไทย

พรรคเป็นธรรม กางนโยบาย ปชช.เป็นใหญ่-ปชต.เป็นธรรม เรียนฟรี มีงาน ดันยกระดับชีวิตคนไทย

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.00 น.

’พรรคเป็นธรรม‘ โวลั่น ’ทำเป็น–ทำจริง–ทำได้‘ กางนโยบาย ปชช.เป็นใหญ่ -ปชต.เป็นธรรม เรียนฟรี มีงาน ดันยกระดับชีวิตคนไทย

วัที่ 26 มกราคม 2569 นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม กล่าวบนเวทีแสดงวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในงาน “Festival กป.อพช. Kick Off” พร้อมดันนโยบายรื้อโครงสร้างรัฐเพื่อคืนอำนาจให้เจ้าของประเทศตัวจริง พรรคเป็นธรรมยึดถือรากฐานทางความคิดจากผู้นำจิตวิญญาณประชาธิปไตยไทย ทั้งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) และท่านปรีดี พนมยงค์ โดยย้ำว่าอำนาจอธิปไตยต้องเป็นของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง

อำนาจของประชาชนต้องไม่สิ้นสุดเพียงแค่การกาบัตรในคูหาเลือกตั้ง แต่ต้องถูกออกแบบให้ดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องในโครงสร้างรัฐ ผ่านกลไกทางการเมือง กฎหมาย และนโยบายสาธารณะ

นายปิติพงศ์ กล่าวว่า เพื่อตอบโจทย์ทางออกของประเทศ พรรคเป็นธรรมประกาศ 3 จุดยืน 

1. รื้ออำนาจนอกระบบ: ยุติการสืบทอดอำนาจจากคณะปฏิวัติ และปฏิรูปองค์กรอิสระที่ลดทอนเสียงของประชาชน

2. ถอนบทบาทกองทัพ: การเมืองต้องเป็นพื้นที่ของพลเรือน ไม่ใช่กลไกของอำนาจนอกระบบ

3. สร้างรัฐธรรมนูญใหม่: พรรค “เห็นชอบ 100%” กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับโดยเร่งด่วน เพื่อให้กติกาหลักของบ้านเมืองมาจากประชาชน

นายปิติพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนนโยบายด้านความมั่นคงของมนุษย์ ตนเสนอนิยามใหม่ของการศึกษาภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีฟรี มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี” โดยชี้ว่าคำว่า “เรียนฟรี” อย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องเป็นการศึกษาที่เรียนจบแล้วมีงานทำ มีรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้จริงตามมาตรฐานสากล สำหรับปัญหาชายแดนใต้ พรรคเสนอใช้ “เศรษฐกิจนำการเมืองและความมั่นคง” เลิกใช้งบประมาณละลายแม่น้ำไปกับความมั่นคงที่ไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่เน้นสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่

ขณะที่ประเด็นสิ่งแวดล้อม พรรคเป็นธรรมยืนยันว่าจะต้องถูกผนวกเข้าเป็น “กระดูกสันหลัง” ของกฎหมายทุกฉบับและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อความสมดุลยั่งยืนในระยะยาว
“ยืนยันว่านโยบายของพรรคเป็นธรรมคือคำตอบของข้อเรียกร้องภาคประชาชน ภายใต้คำมั่นสัญญาทำเป็น ทำจริง และทำได้พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมกำหนดอนาคตประเทศในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ พรรคเป็นธรรม Party List บัตรสีชมพู เบอร์ 45″นายปิติพงศ์ กล่าว


 

ธรรมนัส แจงถอนฟ้องหมิ่นประมาท ไอซ์ รักชนก เหตุเป็นการแจ้งความซ้ำ ปัดรวยแสนล้าน

ธรรมนัส แจงถอนฟ้องหมิ่นประมาท ไอซ์ รักชนก เหตุเป็นการแจ้งความซ้ำ ปัดรวยแสนล้าน

ธรรมนัส แจงถอนฟ้องหมิ่นประมาท ไอซ์ รักชนก เหตุเป็นการแจ้งความซ้ำ ปัดรวยแสนล้าน

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.41 น.

‘ธรรมนัส’แจงถอนฟ้องหมิ่นประมาท’ไอซ์ รักชนก’เนื่องจากเป็นการแจ้งความซ้ำ พร้อมปฏิเสธกรณีมีทรัพย์สินกว่าแสนล้านบาท

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงจากกรณีที่มีการรายงานว่าได้มีการถอนฟ้อง น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ในฐานหมิ่นประมาท หลังจากวันนี้ น.ส.รักชนก ได้เดินทางรับทราบข้อกล่าวหาที่ จ.พะเยาแล้วนั้น ว่าเรื่องการถอนแจ้งความ เป็นเรื่องที่เข้าใจผิด โดยเท่าที่ทราบว่ามีการถอนแจ้งความเพราะเป็นการแจ้งความซ้ำ จึงต้องมีการถอนแจ้งความ

อย่างไรก็ตามจะต้องสอบถามกับฝ่ายกฏหมายอีกครั้งถึงความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว เพราะตนเองได้มอบอำนาจให้ฝ่ายกฏหมายเป็นผู้ดำเนินการ

ส่วนประเด็นที่มีการพาดพิงในสังคมออนไลน์ว่าตนเองมีทรัพย์สินกว่แสนล้านบาท ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง แต่ก็ต้องขอบคุณที่ทำให้สังคมมองว่าตนเองเป็นคนรวย

ทูตสหรัฐ โปรยยาหอม สัมพันธ์ไทยแน่นปึ๊กเหนือชาติใดในเอเชีย

ทูตสหรัฐ โปรยยาหอม สัมพันธ์ไทยแน่นปึ๊กเหนือชาติใดในเอเชีย

ทูตสหรัฐ โปรยยาหอม สัมพันธ์ไทยแน่นปึ๊กเหนือชาติใดในเอเชีย

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.30 น.

ทูตสหรัฐ เชื่อ สถานการณ์โลกผันผวน ไม่กระทบสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ ชี้ แน่นปึ๊กกว่าชาติใดในเอเชีย ย้ำ คอบบร้าโกลด์ ใหญ่สุดภูมิภาค หลังฟื้นฟูฝึกกัมพูชา

26 ม.ค.2569 เวลา 08.30 น.ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ  นาย ฌอน เค. โอนีลล์ (SEAN K. O’NEILL) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวถึง  ข้อกังวลต่อสถานการโลกที่มีความผันผวน และภัยคุกคามหลากมิติ จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐว่า 
ไทยและสหรัฐเป็นหุ้นส่วนทางความสัมพันธ์ทางการทูตมาอย่างยาวนาน เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ยิ่งกว่าประเทศอื่นในเอเชีย และนอกจากนี้ประเทศไทยยังเป็นภาคีเดียวในสนธิสัญญาแห่งภาคพื้นทวีปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

เอกอัครราชทูตสหรัฐ ย้ำว่า ความสัมพันธ์นี้ ยั่งยืนยาวนานมาหลายชั่วอายุคนด้วยกัน และในช่วงเวลาที่ผ่านมาเราต้องเผชิญวิกฤตและความท้าทายต่าง ๆ ด้วยกัน ดังนั้นพันธไมตรีระหว่างไทยสหรัฐ ตนจึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่ามีความแข็งแกร่งและความเป็นพันธมิตรร่วมกันนั้นต้องพร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายในทุกๆรูปแบบที่จะเข้ามาในทุกขณะ

พร้อมยกตัวอย่างการฝึกคอบบร้าโกลด์ มีมาถึง 45 ปี เพื่อให้ทหารทั้งไทยและสหรัฐ และทุกภาคีของประเทศนั้นมีความพร้อมที่จะรับมือกับวิกฤติทุกอย่างและความท้าทายทุกอย่างที่จะเข้ามา 
ขอเน้นย้ําอีกครั้งเหตุผลหลักที่เราฝึกร่วมกันเพื่อผดุงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่งคั่งทั้งของไทยและสหรัฐและทุกประเทศในภูมิภาคนี้

เมื่อถามว่า สหรัฐได้ฟื้นฟูการฝึกกัมพูชา ท่ามกลางปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย จะส่งผลกระทบไทยในอนาคตหรือไม่

 นาย ฌอน เค. โอนีลล์ กล่าวว่า
แน่นอนว่าการฝึกคอบบร้าโกลด์ เป็นการฝึกที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นการฝึกที่มีมาอย่างยาวนานที่สุดในภูมิภาค ในระดับพหุภาคี นอกจากนี้ไม่มีประเทศอื่นใดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะมีความแข็งแกร่งในเชิงความสัมพันธ์เทียบเท่ากับประเทศไทยในภาคพื้นทวีปของภูมิภาคนี้ ดังนั้นจึงเป็นสัญญาณอันชัดเจนว่ามีความสําคัญยิ่งต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐ

พร้อมเน้นย้ําอีกว่าความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพไทยและกองทัพสหรัฐนั้นเข้มแข็ง อย่างที่ไม่มีประเทศใดที่เท่าได้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเราฝึกอบรมร่วมกัน รบร่วมกัน ให้การสนับสนุนในเชิงอาวุธยุทโธปกรณ์ร่วมกัน สิ่งเหล่านี้เป็นการยืนยันความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งลึกซึ้งต่อไป แน่นอนว่าเราก็มีเพื่อนร่วมทหารที่มานั่งในโต๊ะแถลงข่าวแห่งนี้ ซึ่งเป็นพยาน ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐมีมาอย่างหลายปี

นาย ฌอน เค. โอนีลล์  ยัง กล่าวถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐ ในการปราบปรามอาชญากรรม ข้ามชาติสแกมเมอร์ ร่วมกับไทยว่า
สแกมเมอร์ สดุดีทหารไทยนอกเหนือจากมิตรความร่วมมืออย่างดีทางด้านการทหารแล้ว เรายังมีความร่วมมืออันดี หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่มีมาร่วมกันหลายปีแล้ว

ดังนั้นที่ผ่านมาไทยและสหรัฐมีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ทั้งการรับมือค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ การเครือข่ายหลอกลวงต่างๆ เหล่านี้ ดังนั้นเรายังมุ่งมั่นต่อไปที่จะร่วมมือประเทศไทยรับมือจัดการอาชญากรรมข้ามชาติต่างๆเหล่านี้ที่ทําให้ผู้เสียหายมีจํานวนมากที่ได้รับผลกระทบทั้งไทยและสหรัฐ