อภิสิทธิ์ สุดปลื้ม! แฟนคลับแห่ต้อนรับกระหึ่มชุมพร ขนาดฝนยังหยุดตกทันตาเห็น

อภิสิทธิ์ สุดปลื้ม! แฟนคลับแห่ต้อนรับกระหึ่มชุมพร ขนาดฝนยังหยุดตกทันตาเห็น

อภิสิทธิ์ สุดปลื้ม! แฟนคลับแห่ต้อนรับกระหึ่มชุมพร ขนาดฝนยังหยุดตกทันตาเห็น

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.20 น.

‘อภิสิทธิ์’ นำทัพ ‘ปชป.’ ลุยชุมพร แฟนคลับรอต้อนรับกระหึ่ม เผยช็อตมหัศจรรย์ ‘พระแม่ธรณี’ บันดาลชัย ฝนหยุดตกทันตาเห็น ย้ำจุดยืนแก้ปัญหาปากท้อง-ต้านโกง

26ม.ค.2569 บรรยากาศการลงพื้นที่จังหวัดชุมพรของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์  พร้อมคณะ เป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะที่ตลาดนัดท่าแซะ ซึ่งมีพี่น้องประชาชนมารอให้การต้อนรับอย่างมืดฟ้ามัวดิน พร้อมเสียงตะโกน “คิดถึงนายกฯ อภิสิทธิ์” ดังสนั่นตลอดเส้นทาง
 
นายอภิสิทธิ์ กล่าวทักทายพี่น้องชาวท่าแซะบนรถขยายเสียง โดยหยิบยกเหตุการณ์น่าอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นทันทีที่เดินทางมาถึง โดยระบุว่าก่อนหน้านี้ในพื้นที่มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเครื่องบินแตะพื้นดินชุมพร ฝนกลับหยุดตกในทันที โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “ทำไมฝนถึงตกแบบนี้ ผมก็อธิบายให้เขาฟังว่า ก่อนผมจะมาแม่พระธรณีเอาน้ำมาไล่พวกเทาไปให้หมดเดี๋ยวฝนก็หยุดเอง ก็หยุดจริงๆน้องครับ”  

สร้างเสียงฮือฮาและรอยยิ้มให้กับชาวบ้านที่มารอฟังปราศรัยเป็นอย่างมาก

 ในช่วงหนึ่งของการพบปะประชาชน นายอภิสิทธิ์ ได้ย้ำถึงเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องกลับมาทำงานรับใช้ประชาชนอีกครั้ง โดยชี้ให้เห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องชาวใต้และคนไทยทั่วประเทศที่ต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ และการเมืองที่มุ่งเน้นแต่เรื่องผลประโยชน์และการทุจริตคอร์รัปชัน โดยยืนยันว่าพรรคพร้อมจะเข้ามาปั๊มหัวใจเศรษฐกิจและคืนความสุจริตให้กับการเมืองไทย

“ขอบคุณสำหรับดอกไม้ ขอบคุณสำหรับพวงมาลัย ขอบคุณหลายๆ คนที่บอกว่าคิดถึงกัน ขอบคุณทุกคนที่กอด คนชุมพรนี่กอดแรงจริงๆ …พี่น้องครับวันนี้ประชาธิปัตย์กลับมาเพราะรู้ว่าพี่น้องที่นี่และพี่น้องคนไทยเดือดร้อน เดือดร้อนจากการที่ประเทศไทยของเราในช่วงที่ผ่านมา เจอกับการเมืองที่มีแต่เรื่องผลประโยชน์ เรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น และทำให้เศรษฐกิจปัญหาปากท้องของพี่น้องรุนแรงขึ้น”นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำ

เรืองไกร ร้อง กกต. สอบนโยบายเพื่อไทย สร้างเศรษฐีเงินล้าน แจ้งก่อนเลือกตั้ง 20 วัน หรือไม่?

เรืองไกร ร้อง กกต. สอบนโยบายเพื่อไทย สร้างเศรษฐีเงินล้าน แจ้งก่อนเลือกตั้ง 20 วัน หรือไม่?

เรืองไกร ร้อง กกต. สอบนโยบายเพื่อไทย สร้างเศรษฐีเงินล้าน แจ้งก่อนเลือกตั้ง 20 วัน หรือไม่?

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.57 น.

‘เรืองไกร’ ร้อง กกต. สอบนโยบาย”พรรคเพื่อไทย”สร้างเศรษฐีเงินล้าน ฝ่าฝืน พรป.พรรคการเมือง ม. 57 ว.2 หรือไม่ ระบุมีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท และปรับเพิ่มวันละ 10,000 บาท จนกว่าจะดำเนินการถูกต้อง

วันที่ 26 มกราคม 2569 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ กกต. ตรวจสอบนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้านของพรรคเพื่อไทย ที่ได้เปิดที่เวทีปราศรัยใหญ่ครั้งที่ 2 ณ ลาน Parc Paragon กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2569 นั้น เป็นการจัดทำนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ได้รายงานต่อ กกต.ก่อนวันเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไปไม่น้อยกว่า 20 วัน ตามประกาศ กกต. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ. 2568 ข้อ 4 วรรคสอง หรือไม่ และหากมีการฝ่าฝืนประกาศฯ ดังกล่าว จะเข้าข่ายความผิดตาม พรป.พรรคการ เมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 วรรคสอง หรือไม่ และจะมีโทษตามมาตรา 121 หรือไม่

ซึ่งนโยบายดังกล่าวถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอย่างนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ร่วมเวที

นายเรืองไกร กล่าวว่า นโยบายนี้ต้องใช้จ่ายเงินงบประมาณจำนวนมาก จากการแจกรางวัลเงินล้านแก่ผู้โชคดีวันละ 9 คน เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเข้าระบบภาษีและเศรษฐกิจในระบบ นอกจากนี้ ที่สำคัญ ตั้งข้อสงสัยว่าพรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการรายงานต่อ กกต. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 20 วันก่อนวันเลือกตั้ง ส.ส. ตามที่กำหนดใน ประกาศ กกต. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ. 2568 ข้อ 4 วรรคสอง หรือไม่ ซึ่งหากว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้แจ้งรายละเอียดตามที่กฎหมายกำหนด เช่น วงเงินที่ใช้ ที่มาของเงิน ความคุ้มค่า ประโยชน์ ผลกระทบ 

พร้อมกันนี้ เรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบว่ากระทำดังกล่าว ซึ่งมีความเสี่ยงอาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 วรรคสอง ซึ่งหาก กกต.ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบการฝ่าฝืนให้ กกต. สั่งให้ดำเนินการให้ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา หากไม่ปฏิบัติตามอาจมีความผิดตาม มาตรา 121 มีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท และปรับเพิ่มวันละ 10,000 บาท จนกว่าจะดำเนินการถูกต้อง

ไปแพคคู่! ไอซ์ รักชนก-โรม บินไปพะเยาขึ้นศาล หลังถูกธรรมนัสฟ้องหมิ่น

ไปแพคคู่!  ไอซ์ รักชนก-โรม บินไปพะเยาขึ้นศาล หลังถูกธรรมนัสฟ้องหมิ่น

ไปแพคคู่! ไอซ์ รักชนก-โรม บินไปพะเยาขึ้นศาล หลังถูกธรรมนัสฟ้องหมิ่น

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.38 น.

วันที่ 26 มกราคม 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก และนายรังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ภาพกำลังเตรียมขึ้นเครื่องบินไปจังหวัดพะเยา  หลังถูกร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกฯ พรรคกล้าธรรม ฟ้องหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 100 ล้าน นัดไต่สวนมูลฟ้องที่ศาลพะเยา 13.00 น.

ซึ่งก่อนหน้านี้  น.ส.รักชนก โพสต์ ข้อความระบุข้อความ “จะได้เจอคุณธรรมนัสไหมนะ อยากถามอะ ไหนบอกนักเลง ฟ้องนักการเมืองไม่ว่า แต่เที่ยวฟ้องประชาชนคนธรรมดาด้วย คนที่เสนอตัวมารับใช้ประชาชน ได้อำนาจ ได้ความไว้วางใจมา อำนาจนั้นเค้ามีไว้ให้ใช้เพื่อยืนเคียงข้างประชาชน ไม่ได้มีไว้ใช้ทำอะไรแบบนี้ แล้วข้อความแค่นี้เรียกร้อยล้านเลยหรอ ไหนบอกใจนักเลง ชาวพะเยาพรุ่งนี้ได้เจอกัน ถึงเปลี่ยนไม่ได้แต่ทำให้หนาวได้แน่นอน อย่ามั่นใจอะไรมาก คนพะเยาอยากเปลี่ยนเยอะ”

ขณะเดี่ยวกันเช้าวันนี้ นายรังสิมันต์ โรม  ได้โพสต์ข้อความว่า “วันนี้บ่ายโมงขึ้นศาลที่พะเยา โปรดอย่าถามว่าใครฟ้อง พี่น้องชาวพะเยาทักครับ แล้วพบกัน”

สมชัย เตือน 3 จุดตาย เลือกตั้งล่วงหน้า ระวังโกง ส่งบัตรผิดเขต

สมชัย เตือน 3 จุดตาย เลือกตั้งล่วงหน้า ระวังโกง ส่งบัตรผิดเขต

สมชัย เตือน 3 จุดตาย เลือกตั้งล่วงหน้า ระวังโกง ส่งบัตรผิดเขต

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.12 น.

วันนี้ 26 มกราคม พ.ศ. 2569 สมชัย ศรีสุทธิยากร นักวิชาการและอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กชื่นชมการทำงานของกกต. ทั้ง 4 ท่าน ถึงแม้ว่าจอยู่ระหว่างรอการสรรหา กกต.ใหม่ หลังจากอยู่ครบวาระแล้ว เช่น “ทราบว่า กกต. 4 ใน 7 กำลังปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลการใช้สิทธิเลือกตั้งของคนไทยในต่างประเทศอย่างแข็งขัน 2 ท่าน ไปลอสแองเจลลิส สหรัฐอเมริกา 1 ท่าน ไปบรัสเซล เบลเยียม และอีก 1 ท่าน ไปซิดนีย์ ออสเตรเลีย แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่อย่างละเอียดของ กกต. ที่สนใจแม้กระทั่งประเทศเบลเยียม ที่มีคนไทยขอใช้สิทธิเลือกตั้งเพียง 1,036 คน และใช้สิทธิประชามติเพียง 791 คน (จำนวนทั้งหมดรวม 2 ประเทศ คือ เบลเยียมและลักเซมเบิร์ก) 2 ใน 4 ท่าน ที่ไปเบลเบียมและอเมริกา เป็น กกต.ที่อยู่ครบวาระแล้ว อยู่ระหว่างรอการสรรหา กกต.ใหม่ จึงถือว่า ท่านยังรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ทำงานจนถึงนาทีสุดท้าย อย่างไรก็ตาม อีก 6 วันจะมีการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตในประเทศของคนไทย กว่า 2.2 ล้านคน มีเรื่องที่ กกต. อาจต้องเตรียมการ เช่น

สมชัย ศรีสุทธิยากร

1. การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาใช้สิทธิ โดยเฉพาะในหน่วยเลือกตั้งนอกเขต ที่มีผู้ลงทะเบียนหลักหมื่น บางหน่วยมีถึง 5-6 หมื่นคน

2. การป้องการทุจริตเลือกตั้ง ด้วยการขนคนข้ามอำเภอ ข้ามจังหวัด มาใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขต ที่ในอดีตเคยมีรายงานในภาคอีสาน และ มีพรรคการเมืองบางพรรคแถลงว่า คราวนี้ มีสิ่งผิดปกติที่ภาคเหนือ

3. ดูแลเรื่องการส่งบัตรกลับเขตที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้สิทธิ ที่ในอดีต เคยมีปัญหาการจ่าหน้าซองสับสน ทำให้บัตรไม่ถูกส่งกลับไปนับคะแนนได้อย่างถูกต้อง หวังว่า ทั้ง 4 ท่านและ 3 ท่านที่อยู่ในไทย คงเอาจริงเอาจังกับการทำหน้าที่อย่างเต็มที่”

ทำให้ชาวโซเชียลคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันลงมาอย่างมากมาย กับ โพสต์แสดงความชื่นชมของ สมชัย ศรีสุทธิยากร ที่มีต่อ กกต. ทั้ง 4 ท่าน เช่น

“ไปทำไม ผลาญเงิน คนทำหน้าที่ก็มีอยู่”

“รีบผลาญก่อนจะหมดวาระ”

“ทริปยุโรปในฝัน”

“ไปถ่ายวีดีโอหร้างานจะได้ เปิดระบใหม่แปลกๆ”

“มี กกต. และเหมือนทุกชุด!!!!ผลาญงบ ผลาญเงิน ไร้สาระ !!!! นึกว่า อะไรๆ จะดี หลังมี กกต. สุกท้ายห่วย เหมือนเดิม”

สมชัย ศรีสุทธิยากร
สมชัย ศรีสุทธิยากร

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร

เทพไท ถามหา อรรถพล หายไปไหน! ทำไม อนุทิน ชูแค่ 3 รัฐมนตรี หาเสียง

เทพไท ถามหา อรรถพล หายไปไหน! ทำไม อนุทิน ชูแค่ 3 รัฐมนตรี หาเสียง

เทพไท ถามหา อรรถพล หายไปไหน! ทำไม อนุทิน ชูแค่ 3 รัฐมนตรี หาเสียง

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.43 น.

วันที่ 26 มกราคม 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อรรถพล หายไปไหน???

ผมเห็นข่าวนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้กับผู้สมัครส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยหลายเขต เป็นเรื่องที่น่ายินดี เมื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ที่มีเพียง 2 คน คือนายอนุทิน ชาญวีรกุล และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เท่านั้น 

ส่วนอีก 2 คนคือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ซึ่งได้ปฏิเสธการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหลังจากนายอนุทินเคยประกาศว่า จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้กับพรรคภูมิใจไทย แต่ยังรักษาน้ำใจยินยอมเป็นทีมบริหารให้กับพรรคภูมิใจไทยอีก หากพรรคภูมิใจไทยกลับมาเป็นรัฐบาลอีก

ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้ใช้นางศุภจีเป็นจุดขายในการหาเสียงให้กับคนกรุงเทพ เพื่อหวังดึงคะแนนเสียงจากชนชั้นกลาง และกลุ่มอนุรักษ์นิยมบางส่วน โดยออกแคมเปญรักลุงตู่รักลุงหนูด้วย ทั้งที่ทีมบริหารจากบุคคลภายนอกที่ได้เชิญมาร่วมรัฐบาลของนายอนุทินมีทั้งหมด 4 คน คือนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ

แต่ที่น่าแปลกใจ ทำไมพรรคภูมิใจไทย จึงนำเอา 3 คน มาโฆษณาหาเสียง เป็นจุดขายให้กับพรรคภูมิใจไทน ยกเว้นนายอรรถพลเพียงคนเดียว ที่หายสาบสูญจากการโฆษณาหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย หรืออาจจะเป็นเพราะว่าผลงานในกระทรวงพลังงานไม่โดดเด่นเพียงพอ สู้นายพีรพันธ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไม่ได้ จึงไม่กล้าออกมานำเสนอหาเสียงกับประชาชน และพยายามใช้ชื่อของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์เป็นหลัก พร้อมโปรโมทและโฆษณาอย่างเต็มที่

ส่วนนายเอกนิติ ก็ออกอาการเก็บตัว นานๆครั้งกว่าจะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน และนายสีหศักดิ์เองแม้ว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตัวจริง ก็เคยเสียรังวัดตอนขึ้นเวทีดีเบตเรื่องMOU43 MOU44 ที่มีความเห็นขัดแย้งกับจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยมาแล้ว 

ดังนั้นพรรคภูมิใจไทย จะมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียง 2 คนเท่านั้น การที่ใช้บทบาทของนายสีหศักดิ์ ออกเดินสายหาเสียงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะบุคคลอื่นไม่ใช่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค จะใช้เป็นตัวแทนพรรค ขึ้นเวทีดีเบตประชันวิสัยทัศน์กับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคอื่นๆ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และเป็นการเอาเปรียบพรรคอื่นๆ ที่ส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีขึ้นดีเบต

สมชัย อัด เพื่อไทย แจกเงินล้าน อย่าติดกับดักสร้างฝัน

สมชัย อัด เพื่อไทย แจกเงินล้าน อย่าติดกับดักสร้างฝัน

สมชัย อัด เพื่อไทย แจกเงินล้าน อย่าติดกับดักสร้างฝัน

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.25 น.

วันนี้ 26 มกราคม 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กเตือนเกี่ยวกับนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองพรรคเพื่อไทย ว่า “อย่าติดกับดักแห่งการสร้างฝันของนักการเมือง ใกล้วันเลือกตั้ง นโยบายแจกเงินสร้างฝันให้แก่ประชาชน เริ่มมีมากขึ้น วันนี้ แจกเงินสดวันละล้าน พรุ่งนี้ อาจแจกทองทุกชั่วโมง ๆ ละ บาท เหตุผลให้ดูดีแล้วแต่จะสรรหา เช่น เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาประเทศ บลา บลา บลา บลา แต่แท้จริง คือ ต้องการคะแนนเสียงโดยไม่ต้องควักเงินจากกระเป๋าตัวเอง ตัวเลข 1 ล้าน ดูมากกว่า 10,000 ขนาดแจกเงินหมื่นยังฮือฮา นี่แจกกันเป็นล้าน ไม่ตลาดแตกก็ให้รู้ไป หากคิดในด้านค่าใช้จ่ายที่รัฐต้องเสีย วันละ 9 คน ๆ ละล้าน เอา 9 ล้านคูณ 365 วัน ก็แค่ 3,285 ล้านบาท ไม่ถึงเสี้ยวของดิจิทัลวอลเล็ตที่แจกไปแล้ว 185,000 ล้านบาท

แต่หากคนไทยรู้จักคิดในเชิงความน่าจะเป็น 1 ปี จะมีคนไทย 1 คน ใน 15,000 คนเท่านั้นที่ได้ และ ต้องใช้เวลา 15,000 ปี กว่าที่ทุกคนจะได้ หรือต้องรอประมาณเกือบ 200 ชั่วคน นโยบายแบบนี้จึงฮือฮาด้วยตัวเลขใหญ่โต แต่ซ่อนเร้นด้วยโอกาสเท่าฝุ่นผงเวลาเราจะลงบัตร จึงไม่ควรเห็นแก่นโยบายนี้เพียงเรื่องเดียว ควรพิจารณานโยบายเรื่องอื่น ๆ รวมถึง ประสบการณ์ ความสามารถและผลงานตามสัญญาในอดีตประกอบด้วย หากจะเอาเรื่องนี้มาประกอบการตัดสินใจก็ไว้เป็นหนึ่งฝุ่นผงของภาพรวมทั้งหมดก็ไม่ขัด”

สมชัย ศรีสุทธิยากร

รองศาสตราจารย์ สมชัย ศรีสุทธิยากร เป็นนักวิชาการ อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการเลือกตั้งและรัฐศาสตร์ ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเมืองและการพัฒนา มหาวิทยาลัยรังสิต และยังเป็นนักวิเคราะห์การเมืองที่ได้รับความสนใจจากการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลและกกต. 

สมชัย ศรีสุทธิยากร
สมชัย ศรีสุทธิยากร

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Somchai Srisutthiyakorn

ไม่กลัวหน้าแหก! เท่าพิภพ ประกาศกร้าว พรรคประชาชน กวาด 319 ที่นั่ง

ไม่กลัวหน้าแหก! เท่าพิภพ ประกาศกร้าว พรรคประชาชน กวาด 319 ที่นั่ง

ไม่กลัวหน้าแหก! เท่าพิภพ ประกาศกร้าว พรรคประชาชน กวาด 319 ที่นั่ง

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.21 น.

วันที่ 26 มกราคม 2569 ใกล้เข้ามาทุกที… เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ก็จะถึงวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยแต่ละพรรคได้ทำการลงพื้นที่หาเสียงอย่างเข้มข้น

ล่าสุด  นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร  ผู้สมัครสส.กทม.เขต 33 พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความสั้นๆ ระบุว่า “เราจะได้ 319 ที่ในสภาครับ”

หมดเวลาลองผิดลองถูก! อดีตบิ๊ก ศรภ. ชำแหละ 3 พรรคชิงตั้งรัฐบาล ชี้ประเทศไทยอยู่ในมือคุณแล้ว

หมดเวลาลองผิดลองถูก! อดีตบิ๊ก ศรภ. ชำแหละ 3 พรรคชิงตั้งรัฐบาล ชี้ประเทศไทยอยู่ในมือคุณแล้ว

หมดเวลาลองผิดลองถูก! อดีตบิ๊ก ศรภ. ชำแหละ 3 พรรคชิงตั้งรัฐบาล ชี้ประเทศไทยอยู่ในมือคุณแล้ว

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.03 น.

วันที่ 26 มกราคม 2569 พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงเรื่อง  ประเทศไทยอยู่ในมือคุณแล้ว

โลกเราวันนี้ กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกตินะครับ เพราะโลกกำลังเปลี่ยนจากโลกที่มีขั้วอำนาจเดียว มาเป็น โลกหลายขั้วอำนาจ (Multipolar reality) ผลกระทบต่อประเทศที่กำลังพัฒนาแบบไทย จึงรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งด้านการเอารัดเอาเปรียบทางการค้า มหาอำนาจใช้อำนาจทางการทหารที่ไร้รูปแบบ การเป็นสุภาพบุรุษ แบบที่ชาวตะวันตกเคยมี ก็เริ่มหายไป ทางการเมืองก็ขาดคุณธรรม การเจรจาต่อรองผลประโยชน์ของแต่ละชาติจึงกลับมาอยู่ที่ อำนาจของ “เรือปืน” อีกครั้งหนึ่ง เหมือนสมัยล่าอาณานิคมไม่มีผิด สิ่งสำคัญ คือ สหรัฐฯกำลังเปลี่ยนตัวเองจากตำรวจโลก มาเป็นโจรเสียเอง เพื่อปกป้องประเทศตัวเองไม่ให้ล้มละลาย ด้วยการใช้อาวุธนำการเมือง

สถานการณ์ของประเทศไทยก็ไม่ค่อยดีนัก เรามีรัฐบาล ที่เข้ามาทำประโยชน์ให้พวกพ้องมาอย่างต่อเนื่อง ทุจริตคอร์รับชั่น จึงเพิ่มมากขึ้นแทบทุกหัวระแหง คนดีไม่มีโอกาสได้เข้ามาบริหารประเทศ ส่วนคนที่เข้ามาบริหารประเทศแม้จะมีคนดีอยู่บ้าง แต่ก็ขาดอำนาจในการตัดสินใจจริงๆ เหตุการณ์ร้ายทางชายแดนไทยมีขึ้นเกือบทุกด้าน ปัญหาเหล่านี้พร้อมที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นมาทั้งสิ้น

ประเทศไทยจึงต้องการคนที่ทำงานเป็นจริงๆเข้ามาแก้ไข เพราะขนาดรัฐบาลนี้เอาจริงแล้ว ยังมีบริษัทคนไทยไปแอบขายสัญญาณเนต ให้กับริษัทที่เป็นญาติฮุนเซน ได้หน้าตาเฉย ปัญหาทางเศรษฐกิจ ก็อยู่ในภาวะที่พร้อมจะพังได้ทุกเวลา ถ้าก้าวผิดพลาดไป ประเทศไทยหมดเวลาที่จะลองผิดลองถูกแล้วครับ

ผลกระทบจากการกัดกันเองของมหาอำนาจ ก็จะมาถึงไทยแน่ๆไม่ช้าก็เร็ว อยู่ที่ว่าจะตั้งรับกันอย่างไร เท่านั้น

วันนี้ มีพรรคการเมืองที่จะสามารถแข่งขันกันเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้แน่นอน รวม 3 พรรค คือ (1) พรรคประชาชน  (2)พรรคเพื่อไทย  และ (3) พรรคภูมิใจไทย 
หากลองมาดูองค์ประกอบของทั้ง 3 พรรค ให้ละเอียดหน่อย ก็จะพบว่า เราควรเลือกใครเข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

พรรค [ส้ม] การเก็บรายละเอียดผู้ที่มาสมัครเป็น ส.ส.ยังทำไม่ได้เรียบร้อย

จริยธรรมของสมาชิกก็ไม่ได้ดูแลกันอย่างจริงจัง งานใหญ่กว่านี้ จะทำอย่างรอบคอบได้อย่างไร ส่วนนโยบายค่อนข้างเพ้อฝัน จะมาเปลี่ยนแปลงประเทศอะไรกันตอนหน้าสิ่วหน้าขวาน ทหารทุกประเทศเขาเพิ่มงบประมาณป้องกันประเทศกันทั้งนั้น เพราะตระหนักถึงภัยความมั่นคงที่อาจเกิดขึ้น แต่ พรรคนี้กลับมุ่งที่จะดองทหารไว้ ส่วนนโยบายชายแดน ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปทางไหน ปัญหาสถาบันฯก็ไม่ชัดเจน ฯลฯ ควรที่จะหาประสบการณ์เพิ่มซะก่อนดีไหม!

พรรค [แดง] ตัวแคนนิเดทนายก ดูดีพอใช้ได้ แต่เพิ่งจบเรื่อง“อังเคิล” ไปหยกๆ พรรคกลับกล้าเสนอตัวนายก(เนฟฟิว) ขึ้นมาให้ประชาชนอีก ใน ขณะที่พรรคเองเป็นตัวเร่งรัดเรื่องกาสิโนมาก่อน ตลอดเวลาที่เป็นรัฐบาล จึงไม่ได้ทำอะไรมากนัก คราวนี้ก็เสนอนโยบายแปลกๆ เอาแค่นี้ก็พอพิจารณาได้แล้วกระมั้ง

พรรค [นำเงิน] โดนทั้งเรื่องเขากระโดง / สว.สีน้ำเงิน แต่กลับใช้เวลาแค่ 2 เดือน เข้ามาเป็นรัฐบาลแบบได้จังหวะ ก็สามารถดันทำงาน จนแทบจะแก้ปัญหาบ้านเมืองไปได้มากกว่า 50 % ที่สำคัญคือจบปัญหาชายแดน และ ชัดเจน เรื่องสแกมเมอร์ กาสิโน แล้วยังกล้าพาคนดีนอกพรรค 3 คนมาแย่งโควต้ารัฐมนตรีของพรรคอีก แบบที่ไม่มีพรรคไหนกล้าจะทำ

ลองเลือกกันเองนะครับ ..ชาติรอด เราก็รอด..ครับ
พลโท นันทเดช / 25 มกรา‘69

กรณ์ ซัด เพื่อไทย แจกเงินอาศัยดวง โชว์ เช็คช่วยชาติ ทำได้จริง กู้วิกฤตเศรษฐกิจปี 52

กรณ์ ซัด เพื่อไทย แจกเงินอาศัยดวง โชว์ เช็คช่วยชาติ ทำได้จริง กู้วิกฤตเศรษฐกิจปี 52

กรณ์ ซัด เพื่อไทย แจกเงินอาศัยดวง โชว์ เช็คช่วยชาติ ทำได้จริง กู้วิกฤตเศรษฐกิจปี 52

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 07.29 น.

วันนี้ 26 มกราคม พ.ศ. 2569  กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 2 ในศึกเลือกตั้ง 2569 โพสต์ร่ายยาวผ่านเฟซบุ๊กเช็คช่วยชาติ ปี พ.ศ. 2552 ว่าต่างกันอย่างไรกับนโยบายแจกเงินของพรรคเพื่อไทย ว่า “เรื่อง ‘เช็คช่วยชาติ‘ ของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเรื่องที่มีข้อสรุปไปนานแล้วในแง่ผลบวกต่อการแก้วิกฤตเศรษฐกิจในปี 2552 เป็นโครงการที่ได้ผลชัดเจนและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมได้รับรางวัล Global Finance Minister of the Year แต่วันนี้ มีคนตั้งคำถามว่า ทำไม ‘เช็คช่วยชาติ‘ เราทำได้ มีอะไรต่างกับที่เพื่อไทยหาเสียงสุ่มแจกเงินล้านทุกวัน เห็นได้ชัดว่าเป็นความพยายามโต้กลับแบบไม่ทำการบ้านมาเลย

เมื่อครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งรัฐบาล เราเข้ามาพร้อมกับวิกฤตเศรษฐกิจที่ลามมาจากสหรัฐฯ เรียกว่า วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ เราเข้ามารับช่วงต่อจากรัฐบาล “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ด้วยสภาวะเงินคงคลัง “ติดลบ” หน่วยงานราชการรายงานว่า ไทยเสี่ยงถึงขั้นต้องถูก Shutdown หรือศัพท์เทคนิคคือ หาเงินปิดหีบเงินคงคลังได้ไม่พอ

กรณ์ จาติกวณิช

ตอนนั้น เราออกหลายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงเช็คมูลค่า 2,000 บาท ให้กับผู้มีรายได้ตํ่ากว่า 15,000/เดือน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในระบบประกันสังคม มีผู้ได้รับเช็คกว่า 10 ล้านคน ส่วนนโยบายสุ่มแจกของเพื่อไทย ผู้ได้เงินล้านอาศัย ‘ดวง’ (หรืออะไรก็แล้วแต่) โดยที่จะมีคนไทยเพียง 3,285 คน ที่จะได้รับเงิน หรือคิดเป็น 0.005% ของประชากร ซึ่งในกลุ่มนี้ไม่ได้มีการแยกแยะว่าจะเป็นคนรวยหรือจน ไม่ได้แยกแยะว่าใครเดือดร้อน ใครรวยอยู่แล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงความโปร่งใสว่า วิธีการสุ่มจะทำอย่างไร ชาวบ้านตาดำๆ จะมีโอกาสได้รางวัลจริงหรือไม่

#เช็คช่วยชาติ ”ไม่เคยเป็นนโยบายที่ประกาศออกมาเพื่อการหาเสียง” เราคิดนโยบายนี้เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า (เช่นเดียวกับ ‘คนละครึ่ง‘ ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์) แต่ของพรรคเพื่อไทย เป็นการประกาศออกมาช่วงหาเสียงเพื่อหวังคะแนนนิยมโดยตรง ซึ่งที่ผ่านมาไม่นานก็เคยประกาศแจกเงินดิจิตัล 10,000 บาท แล้วก็ทำไม่ได้ แสดงให้เห็นว่า ไม่มีการศึกษาหาข้อมูลมาก่อนที่จะเอามาหาเสียงเลยว่า ในทางปฏิบัติ สามารถทำได้จริงหรือไม่

กรณ์ จาติกวณิช

ผลจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนั้น ทำให้เศรษฐกิจไทยเกิดความสะพัด เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจจริงจนสิ้นปีกลับมาเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมกว่า 7.5% ปั๊มหัวใจให้ชาวบ้านค้าขายคล่องขึ้น

เรื่องนี้ปรากฏเป็นข่าวไปทั่วโลก และผมต้องขอเรียนว่า Big Data จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าอยู่ในมือของคนที่คิดวิเคราะห์อะไรไม่เป็น

กรณ์ จาติกวณิช

บัตรสีชมพู กาเบอร์ 27 #พรรคประชาธิปัตย์ #ประชาธิปัตย์ #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง2569 #ไทยหายจนด้วยคนทำเป็น #พรรคประชาธิปัตย์27 ผลิตโดย นายกรณ์ จาติกวณิช 67 ถ.เศรษฐศิริ แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน/วันเวลาตามที่ปรากฏส่งมาในครั้งนี้”

ชาวโซเชียลจำนวนมากต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นของ นาย กรณ์ จาติกวณิช ที่ออกมาโพสต์อธิบาย ว่า เช็คช่วยชาติ ต่างจากนโยบานแจกงเงินของพรรคเพื่อไทยยังไง เช่น

“ดีมากค่ะ เป็นคนหนึ่งที่ได้รับเช็คช่วยชาติ”

“เลือกพรรคที่ชอบกาคนที่ใช่27ทั้งใจ เอาไปเลยจ้า”

“คุณกร ครับ เรื่อง..การนำคนรุ่นใหม่ มาหาเสียง แล้วบอกถึง “ฟ้าใหม่ประชาธิปัตย์” ดูเหมือนต่างจังหวัดสื่อออกน้อยไปนะครับ”

“สร้างระบบการเงินไทยอีก1ระบบคือคูปองเงินดิจิทัลช่วยค่าใช้จ่ายตามฐานะ + ระบบเงินสดปัจจุบัน กำลังซื้อภายในปท.เพิ่มขึ้นอีก1เท่าตัว ขอโทษและขอบคุณครับ”

“บ้านเมืองมีคนที่มีความรู้ความสามารถระดับโลกแล้วไม่ถูกนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ถือว่าเสียโอกาสอย่างยิ่ง”

“จริงครับ”

“ดิฉันอายุ69 เลือกปชป.มาทั้งชีวิตค่ะ vote no เมื่อปี66”

กรณ์ จาติกวณิช
กรณ์ จาติกวณิช
กรณ์ จาติกวณิช

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก กรณ์ จาติกวณิช – Korn Chatikavanij

ชูวิทย์ เย้ย พรรคส้ม ดึง พิธา ปั่นกระแสช่วงสุดท้าย เหมือนคบเด็กไว้สร้างบ้าน

ชูวิทย์ เย้ย พรรคส้ม ดึง พิธา ปั่นกระแสช่วงสุดท้าย เหมือนคบเด็กไว้สร้างบ้าน

ชูวิทย์ เย้ย พรรคส้ม ดึง พิธา ปั่นกระแสช่วงสุดท้าย เหมือนคบเด็กไว้สร้างบ้าน

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 07.25 น.

วันที่ 26 มกราคม 2569 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสค์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ปั่นกระแสโค้งสุดท้าย

เข้าสู่โค้งสุดท้ายอีกแค่ 2 อาทิตย์ จะถึงวันเลือกตั้ง

ทุกพรรคพยายาม “ปั่นกระแส” แต่ดูแล้วมีแค่ 3 พรรค ที่ปั่นขึ้น

พรรคน้ำเงิน แดง และส้ม

แน่นอนสำหรับพรรคส้มที่ใช้กระแสเป็นหลัก ไม่มีคะแนนจัดตั้ง ไม่มีเครือข่ายแกนนำแกนรอง

จึงใช้ฐานที่กรุงเทพฯ เมืองหลวงกระเพื่อมกระแสออกไปสู่ปริมณฑล และหัวเมืองต่างจังหวัด

หลังจากประสบความล้มเหลวในการปั่นกระแส “The Professional” ที่หายไปอย่างเงียบๆ

พรรคส้มต้องใช้บริการคนหน้าเดิมแค่ไม่กี่คนในพรรค

ไม่สมราคาพรรคใหญ่ที่พุ่งเป้าจะรื้อโครงสร้างประเทศ

ให้โรมไปดีเบตสลับกับวิโรจน์ และช่วยขึ้นเวทีปราศรัย

เท้งก็ไม่ได้ช่วยมาก เหมือนเด็กเพิ่งหัดปราศรัย

ส่วนธนาธรก็วิ่งพล่านขึ้นลงเวที ไปออกรายการจนหน้าเซียว พูดเหมือนท่องจำจากที่อาจารย์บรีฟมาแบบเดิมๆ

มีไอซ์เดินสายหาเสียงโชว์สื่อเลี้ยงกระแสไปวันๆ

แล้วรอ ”พิธา“ มาเป็นตัวช่วย หลังหลบไปนอกให้จางกระแส “ทหารมีไว้ทำไม?“

เมื่อหมดทางก็หวังปั่นกระแส “ดารา” ที่ได้ผล คราวที่แล้ว ให้มาเอาโค้งสุดท้ายเรียกเสียงฮือฮา

แต่พิธาบอบช้ำจากกระแส “รักชาติ” ที่ยังไม่จางหายจากใจคนไทยหัวใจรักชาติ

หากให้เลือกพิธากับทหาร ร้อยทั้งร้อยเลือกมอบพวงมาลัยให้ทหารที่ไปสู้รบที่ชายแดนมากกว่า

พิธาไม่ทำให้กระแสกระเตื้องขึ้นเพราะ ”หมดแสง“ และไม่ใช่ ”นายกฯ ตัวจริง“ ไม่ได้มีเนื้อหาสาระ ยกเว้นเดินโชว์ตัว

The Professional ก็แป๊กเอาดื้อๆ ไม่สามารถช่วยดึงกระแสได้สักนิด

กระแสครั้งนี้คนละกลิ่นกับเลือกตั้ง ปี 2566 อย่างลิบลับ

ที่ประชาชนคนทั่วไปสงสัยคือ พรรคที่จะทำงานให้บ้านเมืองถึงขนาดจะรื้อระบบโครงสร้างทั้งหมดเพื่อทำการเมืองใหม่

ทำไมถึงมีกันอยู่แค่นี้?

พรรคใหญ่อื่นๆ ที่เป็นการเมืองเก่ายังมีฐานข้าราชการ อดีตข้าราชการ ที่มือไม้คุ้นเคยร่วมเป็นองคาพยพที่ใหญ่กว่ามาก

การเมืองเก่าไม่ได้เลวร้าย 100% ไปเสียหมด คนดีก็มี คนเลวก็มี

ข้อเสียมีแน่ แต่จะเลวทั้งหมดยังพูดไม่ได้ บ้านเมืองยังไม่ได้ฉิบหายถึงขนาดที่ธนาธรพูดปั่นทุกเช้าเย็น

เพราะแม้แต่พรรคส้มมีกันแค่ 500 คน ก็ยังมีคนเลวผสมอยู่เสียแล้ว

และที่สำคัญอย่าลืมว่า “พรรคอื่นไม่ได้จะมารื้อโครงสร้างประเทศ” อย่างที่พรรคส้มป่าวประกาศ

สร้างใหม่กับเรโนเวท แตกต่างกันมากจึงเทียบกันไม่ได้

หากพรรคส้มได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียวคงดูไม่จืด

ไอซ์ คงไปคุมเบื้องหลังกระทรวงแรงงาน เพราะเชี่ยวชาญประกันสังคม พูดทั้งตอนตื่นและตอนหลับ

แต่ด้วยวัยยังเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ เพราะอายุแค่ 30 ปี ยังไม่ถึงเกณฑ์

โรม คงได้ไปคุมตำรวจอยู่เบื้องหลังเช่นกัน เพราะรู้เรื่อง “ตั๋วช้าง” และพอรู้เรื่องเทาๆ

ที่จะได้ประโยชน์เต็มๆ คือ ”โจ๊กและอัจฉริยะ“ ที่จะได้ถูมือเป็นที่ปรึกษา ถือว่าไม่เสียแรงเปล่า

วิโรจน์ แน่นอนสุด เพราะรู้เรื่องอาวุธ งบประมาณกองทัพ ต้องไปคุม “กระทรวงกลาโหม” ให้ทหารปลื้มอกปลื้มใจอย่างที่เจ้าตัวว่าไว้

หัวหน้าพรรคเท้ง เป็นนายกรัฐมนตรี และเงี่ยหูหารือ “นายกฯ ตัวจริงเสียงจริง“ คือ ธนาธร

ส่วนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญยกให้อาจารย์ และบรรดานักวิชาการอย่าง พิชาย ศิโรจน์ เป็นทีมที่ปรึกษา

ลองคิดดูว่า ”พรรคส้ม“ จะจัดการรื้อโครงสร้างทั้งระบบสำเร็จได้ไหม กับคนเพียงกระหยิบมือเท่านี้?

การ ”ปั่นกระแสช่วงสุดท้าย“ จึงเหมือน “คบเด็กไว้สร้างบ้าน“ โดยแท้