ศุภจี เผย จำหน่ายทุเรียนจันทบุรี ที่ประสบภัยธรรมชาติได้หมดแล้ว

ศุภจี เผย จำหน่ายทุเรียนจันทบุรี ที่ประสบภัยธรรมชาติได้หมดแล้ว

ศุภจี เผย จำหน่ายทุเรียนจันทบุรี ที่ประสบภัยธรรมชาติได้หมดแล้ว

วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.05 น.

“ศุภจี” เผยผลประสานผู้ประกอบการรับซื้อทุเรียนร่วงจากพายุฤดูร้อนในจังหวัดจันทบุรี ล่าสุดจำหน่ายได้หมดแล้ว เดินหน้ามาตรการแปรรูป–คัดคุณภาพ–เชื่อมตลาด ช่วยลดความสูญเสียและพยุงรายได้เกษตรกร

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569  นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Suphajee Suthumpun” ระบุว่า จากสถานการณ์พายุฤดูร้อนที่พัดถล่มพื้นที่สวนทุเรียนจังหวัดจันทบุรี ส่งผลให้ผลผลิตใกล้เก็บเกี่ยวได้รับความเสียหายในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะทุเรียนร่วงจากต้น กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งประสานผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ลงสำรวจความเสียหาย พร้อมจัดการระบายผลผลิตทุเรียนที่ได้รับผลกระทบเข้าสู่ตลาดและการแปรรูป ซึ่งล่าสุดทุเรียนประสบภัยสามารถจำหน่ายได้หมดแล้ว

ทั้งนี้ ผลผลิตทุเรียนร่วงดังกล่าว ประมาณร้อยละ 80 ผู้ประกอบการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมไอศกรีมที่เน้นเนื้อสัมผัส ร้อยละ 10 เป็นทุเรียนแก่สำหรับแปรรูปเป็นทุเรียนกวน และอีกร้อยละ 10 เป็นทุเรียนสิ้นสภาพที่นำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นเช่น การทำปุ๋ย

สำหรับทุเรียนที่ยังมีคุณภาพและสามารถตัดจำหน่ายได้ โดยมีเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งมากกว่า 30% กระทรวงพาณิชย์จะประสานผู้ซื้อและผู้ประกอบการเข้าคัดเลือกผลผลิตจากสวน เพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะทุเรียนทอด เพื่อช่วยลดการสูญเสียและสร้างรายได้ให้เกษตรกร

ขณะเดียวกัน ทุเรียนที่ยังอยู่บนต้นและไม่ได้รับความเสียหาย กรมการค้าภายในจะเข้าไปดูแลเป็นกรณีพิเศษ โดยประสานผู้รับซื้อเข้ารับซื้อผลผลิตโดยตรงจากสวน เพื่อสร้างตลาดรองรับและช่วยให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้อย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูกาล

ส่วนทุเรียนที่ไม่สามารถจำหน่ายหรือแปรรูปได้ จะมีมาตรการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ผลผลิตด้อยคุณภาพปะปนเข้าสู่ตลาด อันจะช่วยรักษามาตรฐานและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อทุเรียนไทย

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ประสานงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อเร่งหารือแนวทางช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอย่างเร่งด่วน

“กระทรวงพาณิชย์ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนทุเรียนทุกพื้นที่ และยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการช่วยเหลือ ดูแล และหามาตรการรองรับผลผลิตอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกษตรกรผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้โดยเร็ว” นางศุภจีกล่าว

สุริยะ หนาว! เรืองไกร ร้อง กกต. ส่งศาลรธน. ชี้ขาดคุณสมบัติ ปมสั่งย้าย อธิบดีกรมฝนหลวง

สุริยะ หนาว! เรืองไกร ร้อง กกต. ส่งศาลรธน. ชี้ขาดคุณสมบัติ ปมสั่งย้าย อธิบดีกรมฝนหลวง

สุริยะ หนาว! เรืองไกร ร้อง กกต. ส่งศาลรธน. ชี้ขาดคุณสมบัติ ปมสั่งย้าย อธิบดีกรมฝนหลวง

วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.53 น.

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ  นักกฎหมาย ยื่นคำร้องทางไปรษณีย์ส่งไปยัง กกต.เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบและส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาวินิจฉัยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรณีโยกย้ายนายราเชน  ศิลปะรายะ จากอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปเป็นผู้ตรวจราชการประจำกระทรวงว่า การกระทำดังกล่าวดังกล่าวเป็นเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นการเฉพาะตัว  ฐานไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนมาตร ฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงอันเป็นลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) ประกอบมาตรา 160 (4)(5) หรือไม่

นายเรืองไกร  ยังอ้างข้อเท็จจริงที่ปรากฏผ่านสื่อ เช่น การยื่นหนังสือลาออกจากอธิบดีกรมฝนหลวงและการเกษตร  โดยให้เหตุผลเนื่องจากไม่สามารถสนองนโยบายของฝ่ายการเมืองได้ และได้มีการโพสต์ข้อความผ่านทาง facebook ส่วนตัวและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ซึ่งมีข้อเท็จจริงที่จะนำมาเป็นหลักฐานในการไต่สวนความจริงถือว่ามีน้ำหนัก  กรณีดังกล่าวเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของนายสุริยะ ในฐานะรัฐมนตรีไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ และต่อมานายสุริยะก็ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนในกรณีดังกล่าว  โดยยอมรับว่าหลานตัวเองได้ติดต่อไปยังนายราเชน เพื่อขอดูงบประมาณปี70 ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร  แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการโยกย้าย อีกทั้งยังให้สัมภาษณ์ว่าการโยกย้ายเพราะใกล้เกษียณราชการ   

นายเรืองไกร กล่าวว่า จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏผ่านสื่อต่างๆ จึงมีพยานหลักฐานเพียงพอที่เป็นความปรากฏต่อ กกต.  ซึ่ง กกต.มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรค 3 ประกอบมาตรา 82 ที่จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า นายสุริยะเข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามฐานไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ จึงได้ขอให้ กกต. รวบรวมพยานหลักฐานจากผู้ที่เกี่ยวข้อง และมีหนังสือให้นายสุริยะ เข้าให้ข้อเท็จจริงประกอบ เพื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาต่อไป พร้อมขอให้มีคำสั่งให้นายสุริยะหยุดปฏิบัติหน้าที่

ราเชน อธิบดีฝนหลวงฯ พึ่งทางธรรม ลาบวช 1 เดือน ขอจบทุกปัญหา บอกครอบครัวบอบช้ำมากแล้ว

ราเชน อธิบดีฝนหลวงฯ พึ่งทางธรรม ลาบวช 1 เดือน  ขอจบทุกปัญหา บอกครอบครัวบอบช้ำมากแล้ว

ราเชน อธิบดีฝนหลวงฯ พึ่งทางธรรม ลาบวช 1 เดือน ขอจบทุกปัญหา บอกครอบครัวบอบช้ำมากแล้ว

วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.41 น.

“ราเชน”ประกาศเข้าสู่ทางธรรม  ยึดวัดป่าบ้านตาดยุติปัญหา ยื่นลาบวช 1 เดือน บอกครอบครัวบอบช้ำมากแล้ว 

นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยถึงกรณีมีกระแสข่าวว่า เตรียมลาบวช โดยยืนยันว่า เป็นเรื่องจริง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมยื่นหนังสือลาบวชตามสิทธิ์ราชการ โดยมีกำหนดเข้าพิธีอุปสมบทในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 และจะบวชจนถึงวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ณ วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี ซึ่งการบวชครั้งนี้เป็นความตั้งใจเดิมที่ตั้งใจไว้อยู่แล้ว เพื่อฝึกสมาธิและปฏิบัติธรรม โดยปกติตนเองทำบุญอยู่เป็นประจำ

ทั้งนี้ ตนขออยู่เงียบๆ และไม่ต้องการให้มีการพูดอะไรต่อแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมา “ครอบครัวบอบช้ำมากแล้ว”จึงอยากหยุดไว้แค่นี้  

นายกฯ บุกบางใหญ่ ดูสินค้า ไทยช่วยไทย ช็อปกระจาย สส.พรรคส้ม เข็นรถบริการ อนุทิน  

นายกฯ บุกบางใหญ่ ดูสินค้า ไทยช่วยไทย ช็อปกระจาย สส.พรรคส้ม เข็นรถบริการ อนุทิน  

นายกฯ บุกบางใหญ่ ดูสินค้า ไทยช่วยไทย ช็อปกระจาย สส.พรรคส้ม เข็นรถบริการ อนุทิน  

วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.27 น.

นายกฯ บุกบางใหญ่ ดูสินค้า “ไทยช่วยไทย” ช้อปกระจายคิกออฟวันแรก ขณะ สส.พรรคส้ม บริการรถเข็นใส่ของในฐานะเจ้าของพื้นที่ นายกฯหนูเรียกมาใกล้ๆ บอกไม่ใช่ฝ่ายค้านประชาชนช่วยกัน ก่อนโฟนอิน 4 จว.คึกคัก 

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00 น. วันที่ 1 พ.ค. ที่อาคารโดม ตลาดบางใหญ่ซิตี้ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เยี่ยมชมบูธจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ โดยมี น.ส.ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังมี นายสุทัศน์ มีศิริ สส.นนทบุรี เขต 6 บางใหญ่ พรรคประชาชน ร่วมด้วย

โดยนายกฯได้เยี่ยมชมและซื้อสินค้าภายในงานไทยช่วยไทย เช่น กระดาษทิชชู น้ำมันหอย น้ำยาล้างจาน น้ำมันพืช ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น ทั้งนี้ระหว่างซื้อสินค้า นายสุทัศน์ สส.พรรคประชาชน ได้ช่วยเข็นรถเข็นช้อปปิ้งให้นายกฯด้วย โดยนายสุทัศน์ระบุว่า วันนี้ พาคณะมาร่วม เป็นสส.ในพื้นที่ ขอเชิญชวนประชาชนให้มาจับจ่ายใช้สอย รัฐบาลได้จัดสินค้าราคาถูกมาเยอะ ผู้สื่อข่าวว่าเป็นการทำงานที่ไม่แบ่งฝ่ายค้านบ่ายฝ่ายรัฐบาลใช่หรือไม่ นายสุทัศน์ กล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดทำสิ่งที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนในพื้นที่ ขณะที่ นายกฯเรียกนายสุทัศน์ ซึ่งกำลังเข็นรถเดินช่วยนายกฯในฐานะเจ้าของพื้นที่ ให้เข้ามาอยู่ใกล้ๆ พร้อมกล่าวว่า ถือว่าไม่ใช่ฝ่ายค้าน ถือว่าเป็นประชาชนมาช่วยกัน ก่อนถ่ายภาพร่วมกัน

จากนั้นนายกฯได้เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของอยู่ในตลาดบางใหญ่ซิตี้ โดยได้แวะซื้อของกินภายในงาน พร้อมอุดหนุนและชิมห่อหมกปลาอินทรีย์ ก่อนสั่งกินคู่ข้าวสวย พร้อมนางศุภจี และชมว่าอร่อย นอกจากนี้ยังซื้อและกินทุเรียนชะนี ชิมไอศกรีม ก่อนเหมามะม่วง แคนตาลูป ทุเรียน ภายในตลาดอีกด้วย

ต่อจากนั้นนายอนุทิน ได้โฟนอินสอบถามความคืบหน้าการคิกออฟโครงการ “ไทยช่วยไทย” ในวันแรกไปยัง 4 จังหวัด ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด และอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ โดยนายกฯ สอบถามบรรยากาศจังหวัดเชียงคึกคักหรือไม่เป็นอย่างไร ขอให้ซื้อของหื้อม่วนนะหมู่เฮา

จากนั้นนายกฯพูดคุยกับทางจังหวัดตราด ถามว่าร้อนหรือไม่ ก่อนกล่าวว่า โอเคหรือไม่ ของเยอะไหม และชาวบ้านเห็นได้เลยหรือไม่ว่าซื้อของได้ราคาปกติ พร้อมกำชับผู้ว่าฯขอให้ดูจริงจัง ไม่ใช่ผู้ว่าฯกลับแล้วกลับกันหมด 

ขณะจังหวัดศรีสะเกษ นายกฯกล่าวกับผู้ว่าฯว่า วันนี้เงินเดือนออกให้เหมาเยอะๆหน่อยและดูแลชาวบ้านด้วย วันนี้ตนก็ใช้ไป 30% ของเงินเดือนแล้ว ก่อนกล่าวอีกว่า งานดูดี คนเยอะ ขอให้ดูแลประชาชนได้ทั่วถึง ของไม่พอยังไงก็ให้รีบติดต่อแจ้งพาณิชย์จังหวัดและแจ้งมาที่ส่วนกลาง

ส่วนที่จังหวัดสงขลา นายกฯกล่าวว่า เดี๋ยวจะไปสัญจรที่แรกที่จังหวัดสงขลา พร้อมถามว่า ตอนนี้นักท่องเที่ยวสุดสัปดาห์เข้ามาเยอะอยู่หรือไม่ ขอให้ดูแลให้ดี 

ภายหลังโฟนอินนายกฯได้เดินเยี่ยมชมร้านค้าภายในตลาดบางใหญ่ซิตี้ต่อ โดยได้ซื้อปลาสวยงามไปเลี้ยง และได้ตักปลาเอง เป็นปลาคาริมายาเรดสปอร์ต 2 ตัว ตัวละ 500 บาท โดยนำไปเลี้ยงเอง 1 ตัว และอีก 1 ตัวมอบให้เด็กชายที่กำลังมาซื้อปลาภายในร้าน โดยนายกฯระบุกับเด็กชายคนดังกล่าวว่า “ให้เลี้ยงแข่งกันนะ มาดูซิว่าใครโตกว่า” และนายกฯยังซื้อตู้ปลาด้วย ก่อนเดินมาอีกร้านซื้อปลาคาฟจักรพรรดิ 4 ตัว จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้ซื้อปลา จะนำไปไว้ที่บ้านหรือไว้ที่ห้องทำงานทำเนียบฯ นายกฯตอบว่า จะซื้อไปใส่ตู้ที่บ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้นายกฯได้นั่งรถยนต์ไฟฟ้า ยี่ห้อ BYD ทะเบียน สน 32 กรุงเทพมหานคร มาเยี่ยมชมบูธจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ โดยหว่างที่นายกฯ เดินชมสินค้าภายในงาน ได้มีประชาชนมาถ่ายรูปกับทะเบียนรถนายกฯ ที่จอดบริเวณงาน โดยบางคนระบุว่า เป็นหัวแล้ว งวดนี้ออกแน่ 

กลาโหมยอมรับ ส่อเลื่อนจัดซื้อเรือฟริเกต ลำที่ 2 ยันไม่กระทบศักยภาพกองทัพเรือ

กลาโหมยอมรับ ส่อเลื่อนจัดซื้อเรือฟริเกต ลำที่ 2 ยันไม่กระทบศักยภาพกองทัพเรือ

กลาโหมยอมรับ ส่อเลื่อนจัดซื้อเรือฟริเกต ลำที่ 2 ยันไม่กระทบศักยภาพกองทัพเรือ

วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.22 น.

กลาโหม แจงแผนจัดหาเรือฟริเกตก ยอมรับอาจเลื่อนกรอบเวลา แต่ยืนยันไม่กระทบขีดความสามารถโดยรวม

วันที่ 1 พฤษาคม 2569  ที่ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) เมืองทองธานี พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาว่า เป็นความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานและลึกซึ้ง โดยเชื่อว่ายังคงมีความแน่นแฟ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่วนประเด็นการทบทวนความสัมพันธ์นั้น โฆษกระบุว่า เป็นเรื่องในระดับนโยบาย ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะพิจารณาอย่างรอบคอบ

ขณะที่กระทรวงกลาโหม มีบทบาทในการติดตามและสนับสนุนการดำเนินนโยบายด้านการต่างประเทศของรัฐบาล เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยรวม

ขณะที่การจัดทำแผนงบประมาณปี 70 ของเหล่าทัพ อยู่ระหว่างดําเนินการ เพื่อไม่ให้เป็นไปตามนโยบาย รมว.กลาโหม 

ด้าน นาวาเอก นรา คุณโทถม รองโฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า กองทัพเรือมีความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดหาเรือฟริเกต เพื่อเสริมศักยภาพกำลังทางเรือ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาด้านงบประมาณ และการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณมีความเหมาะสม โดยเบื้องต้นอาจมีการปรับเลื่อนกรอบเวลาออกไปจากปีงบประมาณ 2570 แต่ยังต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง

ทั้งนี้ ยืนยันว่าโครงการจัดหาเรือฟริเกตลำที่ 1 ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอน และเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่กำหนด โดยไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการหลัก

พร้อมย้ำว่า แม้การจัดหาเรือใหม่อาจมีการเลื่อนออกไป แต่กองทัพเรือยังสามารถรักษาความพร้อมของกำลังรบจากเรือที่มีอยู่ ให้รองรับภารกิจด้านความมั่นคงได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ นาวาอากาศโท ณัฐนัย จันทร์เปล่ง รองโฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า แผนการจัดหาอากาศยานของกองทัพอากาศยังคงดำเนินการตามแผนงานเดิม

โดยในระยะแรก จะดำเนินการตั้งแต่ปี 2568 ถึง 2572 และจะทยอยนำอากาศยานเข้าประจำการในช่วงปี 2572

ขณะที่แผนระยะที่ 2 ซึ่งกำหนดไว้ในปี 2571 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด ทั้งด้านแผนงานและกระบวนการผลิตจากบริษัทผู้ผลิต ก่อนจะมีการประกาศและดำเนินการอย่างชัดเจนในระยะต่อไป

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ภาพรวมของโครงการยังเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้

ทูตรัสเซียโชว์วิสัยทัศน์ที่ สมช. มุ่งหุ้นส่วนยั่งยืน-แก้โกงออนไลน์

ทูตรัสเซียโชว์วิสัยทัศน์ที่ สมช. มุ่งหุ้นส่วนยั่งยืน-แก้โกงออนไลน์

ทูตรัสเซียโชว์วิสัยทัศน์ที่ สมช. มุ่งหุ้นส่วนยั่งยืน-แก้โกงออนไลน์

วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.19 น.

ทูตรัสเซียโชว์วิสัยทัศน์ที่ สมช. มุ่งหุ้นส่วนยั่งยืน-แก้โกงออนไลน์

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 สถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่รายละเอียดการบรรยายพิเศษของ นายเยฟกินี โทมิคิน เอกอัครราชทูตรัสเซีย ณ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

“เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย นายเยฟกินี โทมิคิน (Evgeny Tomikhin) ได้เดินทางไปบรรยายให้กับเจ้าหน้าที่รุ่นใหม่ของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (Office of the National Security Council) โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานและองค์กรภาครัฐอื่น ๆ ร่วมรับฟังด้วย การบรรยายได้จัดขึ้นในหัวข้อด้านความสัมพันธ์ทางการทูตและความร่วมมือกันระหว่างประเทศรัสเซียและไทย 

การบรรยายได้นำเสนอแนวโน้มในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและไทย โดยเอกอัครราชทูตฯ ได้เล่าถึงช่วงเวลาที่สำคัญของความร่วมมือทวิภาคี โดยได้บรรยายไปถึงรากฐานของความสัมพันธ์รัสเซีย-ไทยในสมัยศตวรรษที่ 19 และความสำคัญของความร่วมมือระหว่างกันในปัจจุบัน เช่น การทำงานร่วมกันทางด้านการเมือง การพัฒนาความสัมพันธ์ทางด้านการค้าและเศรษฐกิจ ความร่วมมือเชิงวัฒนธรรม และปริมาณนักท่องเที่ยวที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น 

เอกอัครราชทูตได้บรรยายถึงการพัฒนาระหว่างรัสเซียและไทยที่จะนำไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต โดยรัสเซียมีความพร้อมที่จะขยายความร่วมมือกับประเทศไทยในเชิงปฏิบัติ การเชื่อมโยงกันระหว่างสถาบันต่าง ๆ และโครงการร่วมกันระยะยาวเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในความสัมพันธ์ทวิภาคี 

นอกจากนั้น เอกอัครราชทูตฯ ยังได้กล่าวถึงความร่วมมือกันในด้านความมั่นคงสารสนเทศระหว่างประเทศทั้งในรูปแบบทวิภาคีและกรอบขององค์การสหประชาชาติ ผู้รับฟังต่างให้ความสนใจกับประสบการณ์ของประเทศรัสเซียในการต่อต้านการฉ้อโกงทางออนไลน์ 

การบรรยายยังได้เน้นไปที่ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์และความร่วมมือพหุภาคีที่จะช่วยยกระดับความร่วมมือกันด้านความมั่นคง รวมถึงการรับมือกับภัยคุกคามข้ามชาติ การเสริมสร้างเสถียรภาพในภูมิภาคภายใต้กรอบความร่วมมือรัสเซียและอาเซียน การพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกัน การหาความร่วมมือใหม่ ๆ ทั้งในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล พลังงาน และด้านการศึกษา เพื่อการวิเคราะห์ไปถึงระดับภูมิภาคและระดับโลก เพิ่มบทบาทของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเวทีการเมือง และเศรษฐกิจโลก ซึ่งแน่นอนว่ารัสเซียให้ความสำคัญต่อการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บนหลักการพื้นฐานของความเท่าเทียม ไม่แทรกแซงกิจการภายใน และคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน 

ก่อนจบการบรรยาย เอกอัครราชทูตฯ ได้กล่าวถึงที่มาของวิกฤติในประเทศยูเครนโดยเริ่มจากปี พ.ศ. 2557 ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้นในกรุงเคียฟของยูเครนและแนวทางที่นำไปสู่การออกห่างจากรัสเซีย เอกอัครราชทูตได้กล่าวถึงท่าทีของรัสเซียต่อปฏิบัติการทางทหารพิเศษ รวมถึงบทบาทของชาติตะวันตกในการเพิ่มความขัดแย้ง แม้ว่ารัสเซียจะเปิดกว้างต่อการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางการเมืองและการทูต แต่ต้องคำนึงถึงรากฐานที่แท้จริงในปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น”

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ไทย-รัสเซีย
รัสเซียข-ไทย
สมช.

ขอขอบคุณข้อมูลเเละรูปภาพจากทางเพจเฟสบุ๊ก สถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย

กรณ์ อัด ภท. หมกเม็ด แลนด์บริดจ์ ย้ำ TDRI ประเมิณไม่คุ้มค่าทางการเงิน

กรณ์ อัด ภท. หมกเม็ด แลนด์บริดจ์ ย้ำ TDRI ประเมิณไม่คุ้มค่าทางการเงิน

กรณ์ อัด ภท. หมกเม็ด แลนด์บริดจ์ ย้ำ TDRI ประเมิณไม่คุ้มค่าทางการเงิน

วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.11 น.

วันนี้ 1 พฤษภาคม 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเปิดโปงเบื้องหลังนโยบายเรือธง Landbridge ที่เคยถูกถอนออกไปในช่วงหาเสียง แต่กลับมาเร่งผลักดันในฐานะรัฐบาล โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “ช่วงก่อนเลือกตั้ง TDRI ได้ออกมาชมเชยพรรคภูมิใจไทยที่ ‘ไม่มี’ นโยบาย Landbridge ปรากฏในชุดนโยบายหาเสียงของพรรค แล้วประเมินว่าใช้ ‘งบประมาณหาเสียงน้อยดี‘ TDRI บอกว่า ดีแล้วที่ถอนเรื่องนี้ออกไป (ทั้งที่เคยเป็นนโยบายเรือธงของพรรคในการเลือกตั้งปี 2566) TDRI ให้เหตุผลว่าโครงการนี้ ‘ไม่คุ้มค่าทางการเงิน และมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ตํ่ามาก’ ตอนนั้นผมได้ออกมาเตือน TDRI ว่าคุณแน่ใจหรือว่า พรรคภูมิใจไทย เขาจะไม่หมกเม็ด ปกปิดรายละเอียดโครงการ โดยมีแผนจะผลักดันอยู่ดีเมื่อกลับมาเป็นรัฐบาล และนี่ก็เป็นสาเหตุว่า แทบทุกเวทีดีเบตที่เราเน้นย้ำมากกับทุกรายละเอียดของนโยบายหาเสียงที่ต้องสอดคล้องกับรายงานที่พรรคการเมืองต้องส่งกกต. วันนี้เราเห็นความจริงแล้วว่า สิ่งที่พูดไม่ได้ทำ แต่สิ่งที่จะทำหมกเม็ดไม่พูดและไม่รายงานตามกฎหมาย”

กรณ์ จาติกวณิช

หลังจากที่โพสต์ของ กรณ์ จาติกวณิช เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียลได้ไม่นาน ชาวเน็ตและแฟนคลับจำนวนมากต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย เช่น

“คุณกรณ์จำแม่นมาก แถมรู้ทันเขาอีก”

“ไม่พูด ก็ทำ”

“แต่ กกตหค ก็มิได้นำพา”

“ไม่คิดว่าจะได้ทำจรืงก็แค่สร้างฝันแล้วบริหารงบส่วนหน้าแจกกระจายไปทุกพื้นที่ทุกสังคมที่เกี่ยวข้อง/พอหมดเงินนี้ก็คาดว่าไม่น้อยนะราวๆพันกว่าล้านนะ/โครงการก็ละลายหายไปเหมือน”คลองไทย””

“ผลประโยชน์ มันเยอะครับ”

“กักตุนที่ดินไว้แล้ว อาจเก็บค่าต๋งกินเปล่าได้อีก”

กรณ์ จาติกวณิช
กรณ์ จาติกวณิช
กรณ์ จาติกวณิช

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก กรณ์ จาติกวณิช – Korn Chatikavanij 

ม็อบแรงงานบุกทำเนียบ ยื่น 9 ข้อ เรียกร้องรัฐบาล แก้พลังงาน หนุนรื้อประกันสังคม ยกเลิกบำนาญสูตร care

ม็อบแรงงานบุกทำเนียบ ยื่น 9 ข้อ เรียกร้องรัฐบาล แก้พลังงาน หนุนรื้อประกันสังคม ยกเลิกบำนาญสูตร care

ม็อบแรงงานบุกทำเนียบ ยื่น 9 ข้อ เรียกร้องรัฐบาล แก้พลังงาน หนุนรื้อประกันสังคม ยกเลิกบำนาญสูตร care

วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.06 น.

ม็อบแรงงานบุกทำเนียบ ยื่น 9 ข้อเรียกร้องต่อ “นายกฯ” จี้ แก้ปัญหาพลังงาน-สินค้าแพง-เพิ่มค่าแรง หนุนรื้อประกันสังคม ยกเลิกบำนาญสูตร care 

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) ร่วมกับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และพรรคสังคมประชาธิปไตย (สปท.) จัดกิจกรรม “วันกรรมกรสากล” เดินขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นข้อเรียกร้องเชิงนโยบายต่อนายกรัฐมนตรี เนื่องในวันกรรมกรสากลประจำปี 2569 

โดยผู้ชุมนุม ได้นำป้ายผ้าที่มีข้อความเรียกร้องสิทธิต่างๆ อาทิ “หยุดตัดสิทธิ์ ลดค่าจ้าง โบนัส จากการตั้งครรภ์” “นำ ปตท.กลับมาเป็นของรัฐ“ ”น้ำมันแพงเพราะนายทุน“ ”บำนาญสูตรสัปดน ทำผู้ประกันตนแตกแยก“ “รัฐอุ้มนายทุน=ไม่เห็นหัวประชาชน”

นอกจากนี้ ผู้ชุมนุมยังการนำโมเดลปั๊มนํ้ามัน ที่มีหุ่นจำลองขนาดใหญ่กำลังถือหัวจ่ายน้ำมัน และตู้หัวจ่ายน้ำมันสีเขียวพร้อมป้ายว่า “รวยไม่ไหวแล้วโว้ยย“

จากนั้น นายมาณพ เกื้อรัตน์ เลขาธิการ สรส. ได้อ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 9 ข้อ ดังนี้ 1.แก้ไขปัญหาเรื่องพลังงาน เช่น น้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้า สินค้าราคาแพง ซึ่งส่งผลผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชน ขอให้รัฐบาลปฏิรูปโครงสร้างพลังงานโดยสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง พร้อมเปิดเผยข้อมูลการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ การขุดเจาะ และการผลิตในประเทศ ว่ามีจำนวนเท่าใด และควบคุมไม่ให้ราคาแพง ต้องสอดคล้องกับความเป็นจริง รวมถึงกำหนดมาตรการที่เข้มข้นในการควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ และการประกอบอาชีพของประชาชน

2.ขอให้รัฐบาลเร่งให้สัตยาบันองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ซึ่งถือเป็นสาระสำคัญในการเจรจาและเข้าเป็นสมาชิก เพื่อให้การค้า การลงทุน เป็นไปตามหลักการว่าด้วยการดำเนินธุรกิจที่ต้องเคารพสิทธิแรงงาน

3.ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงาน ขอให้สนับสนุนส่งเสริมระบบไตรภาคี โดยให้มีการปรับขึ้นราคาค่าจ้างขั้นต่ำที่เป็นทำต่อพี่น้องผู้ใช้งานให้เท่ากันทั้งประเทศ

4.ปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม โดยขอให้รัฐบาลใช้รัฐวิสาหกิจเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และหยุดนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจทุกรูปแบบ

5.หลักประกันทางสังคม โดยต้องปฏิรูประบบประกันสังคมให้เป็นองค์กรอิสระ มีคณะกรรมการที่มีความรู้ ความสามารถ ผ่านการเลือกตั้งของผู้ประกันตนทุกตำแหน่ง ยกเลิกนโยบายลดเงินสมทบประกันสังคม ให้แรงงานทุกคนเข้าสู่ระบบประกันสังคมในมาตรฐานการจ่ายเงินสมทบเดียวกัน รวมถึงยกเลิกการจ่ายบำนาญสูตร care 

6.ความมั่นคงในการทำงาน ยกเลิกการจ้างงานระยะสั้นหรือชั่วคราว และส่งเสริมให้มีการจ้างงานระยะยาว

7.สุขภาพความปลอดภัยของประชาชน รัฐบาลต้องแสดงความจริงใจต่อการแก้ปัญหาฝุ่นท ควันพิษ ด้วยการให้ ครม. ยืนยันให้รัฐสภาหยิบยกร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ขึ้นมาพิจารณาใหม่ภายใน 60 วัน

8.แรงงานนอกระบบ รัฐบาลต้องกำหนดให้มีระบบสวัสดิการรองรับผลกระทบที่แรงงานนอกระบบต้องทำงานกลางแจ้ง เช่น ต้องสามารถเข้าถึงน้ำดื่มสะอาด หรืออุปกรณ์ป้องกันความร้อน 

9.แรงงานข้ามชาติ ต้องกำหนดมาตรการให้ชัดเจน ทั้งกระบวนการนำเข้า การต่อวีซ่า และใบอนุญาตทำงาน ต้องมีความสะดวกรวดเร็ว ลดขั้นตอนที่ยาวยุ่งยาก

จากนั้น นายนพพร บุญแก้ว รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และนายประสิทธิ์ ปาตังคะโร ผู้ตรวจราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้เป็นตัวแทนรัฐบาลมารับมอบหนังสือ โดยนายนพพร กล่าวว่า ตนจะนำข้อเรียกร้องไปยื่นต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อนำข้อสั่งการไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะช่วยติดตาม หากมีอะไรก็จะได้พูดคุยกัน

ก้าวสู่ปีที่ 139 ไทย ญี่ปุ่น ยกระดับความร่วมมือ อาชีวะ KOSEN

ก้าวสู่ปีที่ 139 ไทย ญี่ปุ่น ยกระดับความร่วมมือ อาชีวะ KOSEN

ก้าวสู่ปีที่ 139 ไทย ญี่ปุ่น ยกระดับความร่วมมือ อาชีวะ KOSEN

วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.00 น.

ก้าวสู่ปีที่ 139! ไทย-ญี่ปุ่น ยกระดับความร่วมมือ “อาชีวะ-KOSEN” ดึง AI ช่วยครู ลดภาระงานสอน

วันนี้ 1 พฤษภาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับ นายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งประเทศญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเข้าพบเพื่อยกระดับความร่วมมือทางการศึกษาไทย-ญี่ปุ่น และความสัมพันธ์ในโอกาสสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 139 ปี ณ ห้องดำรงราชานุภาพ กระทรวงศึกษาธิการ

อาชีวะ KOSEN

รมว.ศธ. กล่าวว่า ได้นำเสนอนโยบายการศึกษา 5 ด้านของ ศธ. ที่แถลงต่อรัฐสภา ประกอบด้วย การนำ AI มาลดภาระงานธุรการให้ครูได้ทุ่มเทกับการสอนอย่างเต็มที่ โดยชูห้องปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Lab ของญี่ปุ่นเป็นต้นแบบ การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ด้วยการปรับเพิ่มงบประมาณรายหัวสำหรับเด็กในพื้นที่ห่างไกล ตลอดจนการยกระดับหลักสูตรให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานและเศรษฐกิจยุคใหม่ สร้างโรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยผ่านศูนย์พิทักษ์สิทธินักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา ที่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมนักกฎหมายและนักจิตวิทยาประจำการ และการผลักดัน พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ให้มีผลบังคับใช้ได้จริงในรัฐบาลชุดนี้

นอกจากนี้ รมว.ศธ. ยังได้เสนอแนวทางความร่วมมือในอนาคต 3 ด้าน ได้แก่ การขยายอาชีวศึกษาและสนับสนุนทุนฝึกงานในสถานประกอบการญี่ปุ่น ทั้งในไทยและในญี่ปุ่น การเสริมความแข็งแกร่งโครงการ KOSEN เพื่อแลกเปลี่ยนนักเรียนและองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการสนับสนุนครูอาสาสมัครญี่ปุ่นด้านภาษาและวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนาศักยภาพโรงเรียนวิทยาศาสตร์ไทยอย่างครบวงจร

อาชีวะ KOSEN

ด้าน นายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น กล่าวชื่นชมนโยบายของ รมว.ศธ. ว่ามีความกว้างขวาง รอบด้าน และสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการพัฒนาการศึกษาอย่างจริงจัง พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ของญี่ปุ่นในหลายมิติ อาทิ การปฏิรูปนโยบายยกเว้นค่าเรียนระดับมัธยมปลายเพื่อบรรเทาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การใช้ AI เสริมประสิทธิภาพและสร้างแรงบันดาลใจให้ครู ตลอดจนการแก้ปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษา ซึ่งญี่ปุ่นเองก็เผชิญความท้าทายในประเด็นนี้เช่นกัน รวมถึงการสนับสนุนของสถานทูตญี่ปุ่นต่อมูลนิธิบ้านพระพรที่ดูแลเด็กไร้บ้านในไทย พร้อมยืนยันความพร้อมของญี่ปุ่นในการสนับสนุนไทยผ่านโครงการ JICA, Japan Foundation และ KOSEN พร้อมเปิดกว้างสำหรับโครงการความร่วมมือเพิ่มเติม เพื่อร่วมกันพัฒนาการศึกษาของทั้งสองประเทศต่อไป

อาชีวะ KOSEN
อาชีวะ KOSEN
อาชีวะ KOSEN
อาชีวะ KOSEN
อาชีวะ KOSEN

สดุดีคนดีศรีการศึกษา รมว.ศธ. มอบโล่เกียรติคุณ 1,360 ราย

สดุดีคนดีศรีการศึกษา รมว.ศธ. มอบโล่เกียรติคุณ 1,360 ราย

สดุดีคนดีศรีการศึกษา รมว.ศธ. มอบโล่เกียรติคุณ 1,360 ราย

วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.50 น.

วานนี้ 30 เมษายน 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาวิชาการ เรื่อง “ฉากทัศน์การศึกษาไทย ในยุคสังคมโลกเปลี่ยน” (Scenarios of Thai Education in an Era of Global Transformation) พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณดีเด่น ประจำปี 2568 กว่า 1,360 คน ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์ จ.อุบลราชธานี โดยมี นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี คณะผู้บริหารระดับสูง ศธ. ให้การต้อนรับและเข้าร่วม

รมว.ศธ. กล่าวว่า จากการรายงานแสดงให้เห็นว่า ที่ผ่านมา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของแต่ละโรงเรียน เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อคุณภาพและความสำเร็จของสถานศึกษา พร้อมทั้งให้ความร่วมมือสนับสนุน ส่งเสริมและขับเคลื่อนการจัดการศึกษา ด้วยความเสียสละ อุทิศตน อย่างเต็มกำลังความสามารถ จึงเป็นผู้สมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณถึงคุณงามความดีต่อวงการศึกษา 

โล่เกียรติคุณ

โดย รมว.ศธ. กล่าวถึง 5 ภารกิจเร่งด่วน ในการผนึกกำลังร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อกู้วิกฤตทุนมนุษย์ เพื่อสร้าง DNA พลเมืองนักคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้ ได้แก่ คืนเวลาให้ครู คืนอนาคตให้เด็ก ด้วยโครงการ Work Smart ยุบรวมโครงการซ้ำซ้อน เตรียมนำร่องระบบ “ครัวกลาง” (Cloud Kitchen) ร่วมกับท้องถิ่น เพื่อไม่ให้ครูต้องทำหน้าที่แม่ครัวหรืองานจัดซื้อจัดจ้าง, รื้อสูตรลดความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณ โดยเตรียมยกเลิกการจัดสรรงบแบบเท่ากันแต่ไม่เป็นธรรม พร้อมผนึกกำลังดันโครงการ Thailand Zero Dropout และยกระดับทุน ODOS เพื่อรับประกันโอกาสที่เท่าเทียม

นอกจากนี้ เตรียมดันหลักสูตรฐานสมรรถนะและนโยบาย “AI for All” เพื่อสร้างเป็นพลเมืองโลกของเด็กไทย และสำหรับการประเมิน PISA 2029 ด้วย และแน่นอนว่า เราให้ความสำคัญกับโรงเรียนต้องเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” และในอนาคตจะตั้ง “ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ” ปกป้องผู้เรียนและบุคลากรจากความรุนแรง รวมทั้ง การผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ ให้เป็น “ธรรมนูญการศึกษา” เพื่อปลดล็อกหลักสูตรและคุ้มครองผู้เรียนอย่างยั่งยืนต่อไป

โล่เกียรติคุณ

ด้านนายปรีชา จิตรสิงห์ นายกสมาคมกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานตอนหนึ่งว่า สมาคมฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2543 เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการปฏิบัติงานของกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนที่ทันสมัยสู่มาตรฐานสากล สำหรับการประชุมทางวิชาการฯ ปี 2568 จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการศึกษา และยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลากรดีเด่น ประจำปี ประกอบด้วย ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน กรรมการและเลขานุการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ศึกษานิเทศก์ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา และครูดีเด่น ตลอดจนเพื่อรายงานผลการดำเนินการของสมาคมฯ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมทางวิชาการและประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 กว่า 1,800 คน

โล่เกียรติคุณ
โล่เกียรติคุณ
โล่เกียรติคุณ
โล่เกียรติคุณ
โล่เกียรติคุณ
โล่เกียรติคุณ