ลุ้นระทึก 9 เม.ย.นี้! ป.ป.ช.เตรียมส่งศาลฎีกา คดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล หากครบถ้วนสมบูรณ์

ลุ้นระทึก 9 เม.ย.นี้! ป.ป.ช.เตรียมส่งศาลฎีกา คดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล หากครบถ้วนสมบูรณ์

ลุ้นระทึก 9 เม.ย.นี้! ป.ป.ช.เตรียมส่งศาลฎีกา คดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล หากครบถ้วนสมบูรณ์

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.08 น.

เลขาธิการป.ป.ช.ยันคำร้องฟ้องอดีต 44 สส.ก้าวไกล หากครบถ้วนสมบูรณ์  ยื่นศาลฎีกา9เม.ย. ทันที แต่ถ้าเอกสารไม่สมบูรณ์ อาจต้องขยับการส่งคำร้องต่อศาลฎีกาออกไปก่อน 

วันที่ 7 เมษายน 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร  เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งคำร้องต่อศาลฎีกาเอาคดีอดีต 44  สส.พรรคก้าวไกล ผิดจริยธรรมร้ายแรงกรณีเข้าชื่อแก้ไขประ มวลกฎหมายอาญา  มาตรา  112  ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งถ่ายเอกสารประกอบการพิจารณาส่งคำร้อง จำนวน 56 ชุด จำนวนหลายหมื่นแผ่น เพื่อส่งให้องค์คณะศาลฎีกาและฝ่ายเลขานุการศาลฎีกา โดยในวันที่  9  เม.ย. เจ้าหน้าที่จะส่งเอกสารทั้งหมดให้ฝ่ายเลขาธิการ ถ้าเห็นว่าเอก สารประกอบคำร้องต่างๆ มีความครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว จะส่งคำร้องต่อศาลฎีกาได้ในวันที่ 9 เม.ย. แต่ถ้าเอกสารต่างๆจะไม่สมบูรณ์ครบถ้วน  อาจต้องขยับการส่งคำร้องต่อศาลฎีกาออกไปก่อน ยืนยัน  ป.ป.ช.เร่งทำงานเต็มที่  ถ้ามีความพร้อมจะยื่นทันทีในวันที่ 9  เม.ย.แน่นอน

เมื่อถามว่า หาก ป.ป.ช.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาวันที่ 9  เม.ย.จะตรงกับวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาพอดี  นายสุร พงษ์  กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับการเมืองแน่นอน หากมีการยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาในวันดังกล่าวจริง  ตามกระบวนการเป็นแค่การยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา  จากนั้นศาลฎีกาจะตั้งองค์คณะ เพื่อตรวจสอบและพิจารณาคำร้องจาก  ป.ป.ช.ก่อนจะมีคำสั่งจะรับคำร้อง  และให้ผู้ถูกกล่าวหายุติการปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนหรือไม่  ซึ่งยังไม่รู้จะเป็นวันใด เป็นอำนาจวินิจฉัยของศาลฎีกา 

ไม่มีออมมือชำแหละนโยบายรัฐ อรรถกร ลั่น กล้าธรรม จัดเต็มฝ่ายค้าน

ไม่มีออมมือชำแหละนโยบายรัฐ อรรถกร ลั่น กล้าธรรม จัดเต็มฝ่ายค้าน

ไม่มีออมมือชำแหละนโยบายรัฐ อรรถกร ลั่น กล้าธรรม จัดเต็มฝ่ายค้าน

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.02 น.

7 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา(วิปวุฒิสภา) เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมหารือระหว่างประธานรัฐสภา ตัวแทนคณะรัฐมนตรี  (ครม.) ตัวแทนวฝสมาชิกวุฒิสภา(สว.) และตัวแทนสมาชิกสส.ทุกพรรคการเมือง เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เกี่ยวกับเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า วุฒิสภาได้รับการจัดสรรเวลาเหมือนเดิม 4 ชั่วโมง หลังจากเรียกร้องขอเพิ่มเติม เนื่องจากมี สว. ลงชื่ออภิปรายถึง 70 คน เบื้องต้นเตรียมที่จะนัดประชุมวิปวุฒิสภาในวันพรุ่งนี้ (8 เม.ย.) เพื่อกำหนดประเด็นและจำนวนผู้อภิปราย เพื่อตกลงว่าควรลดความซ้ำซ้อนในประเด็นอภิปราย ให้มีเวลาการอภิปรายเพิ่มขึ้น จะได้เนื้อหาสาระ  ทั้งนี้ เชื่อว่าการประชุมจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากทุกฝ่ายยึดระเบียบกติกา ไม่น่าจะมีประเด็นปัญหาอะไร  ตนเชื่อว่าประธานรัฐสภาสามารถควบคุมการประชุมได้ดี 

ด้านนายอรรถกร ศิริลัทธิยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ยืนยันว่า การอภิปรายนโยบายรัฐบาลของพรรคกล้าธรรมไม่มีการออมมือ โดยเตรียมประเด็นในการทวงถามนโยบายของพรรครัฐบาลที่ได้หาเสียงเอาไว้กับประชาชน ทั้งพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย ที่เคยประกาศเอาไว้ในช่วงหาเสียง โดยจะประเมินว่านโยบายที่นายกรัฐมนตรีและ ครม. ร่วมกันจัดทำและเสนอต่อรัฐสภาจะสามารถนำไปปฏิบัติจริงได้มากน้อยแค่ไหน

อรรถกร ศิริลัทธิยากร

นายอรรถกร กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้จะไปหารือภายในพรรคกล้าธรรมอีกครั้งหนึ่ง ในการจัดสรรผู้อภิปราย ซึ่งพรรคกล้าธรรมได้เวลาอภิปราย 3.30-4.00 ชั่วโมง โดยไปวางประเด็นไว้ทั้งเรื่องของวิกฤติพลังงาน ภาคการท่องเที่ยว การเกษตร-การศึกษา และภาคสังคมในการดูแลผู้สูงอายุ ยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ ไม่มีออมมือ 

อรรถกร ศิริลัทธิยากร
วุฒิชาติ กัลยาณมิตร
วุฒิชาติ กัลยาณมิตร

หายใจลดต้นคอ! ณัฐพงษ์ จี้ เอกนัฏ กางตัวเลขโรงกลั่นให้โลกเห็น ย้ำต้องมีคนรับผิดชอบ-คืนกำไรส่วนเกินคืนสังคม

หายใจลดต้นคอ! ณัฐพงษ์ จี้ เอกนัฏ กางตัวเลขโรงกลั่นให้โลกเห็น ย้ำต้องมีคนรับผิดชอบ-คืนกำไรส่วนเกินคืนสังคม

หายใจลดต้นคอ! ณัฐพงษ์ จี้ เอกนัฏ กางตัวเลขโรงกลั่นให้โลกเห็น ย้ำต้องมีคนรับผิดชอบ-คืนกำไรส่วนเกินคืนสังคม

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.52 น.

ณัฐพงษ์รีบจัด! จี้ รมว.พลังงาน คนใหม่ กางตัวเลขโรงกลั่นให้โลกเห็น ชี้ต้องสมเหตุสมผล หากพบกำไรสูงเกินจริงต้องดึงเงินคืน ย้ำต้องมีคนรับผิดชอบ-คืนกำไรส่วนเกินคืนสังคม

วันที่ 7 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเปิดโปงไอโม่งกักตุนน้ำมันหรือผู้ที่กระทำผิดว่า อยู่ที่ทางรัฐบาลเองเพราะมีอำนาจเต็มอยู่แล้ว ในเมื่อนายกรัฐมนตรีก็ออกมาแถลงแล้วว่าพบความผิดปกติ ฉะนั้น ควรที่จะนำไปสู่บุคคลที่อยู่เบื้องหลังและได้รับผลประโยชน์ตรงนี้ และมีการดำเนินการลงโทษอย่างจริงจัง

เมื่อถามว่าวันนี้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน จะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน โดยจะมีการเรียกโรงกลั่นเข้ามาคุยด้วย มีข้อเสนอแนะและคาดหวังอะไรหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนคาดหวังคือตัวเลข จากการที่ประเทศไทยทีมโรงกลั่นอาจจะใช้อ้างอิงน้ำมันสำเร็จจากสิงคโปร์ และทำให้เห็นชัดว่าค่าการกลั่น เพิ่มขึ้นสูงในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่ปกติก่อนหน้านี้ ต้นทุน และค่าการกลั่นอาจจะไม่ได้สูงขนาดนี้ เมื่อจะเรียกโรงกลั่น ทุกโรงมาชี้แจงแล้ว หากได้ข้อมูล ข้อเท็จจริง อย่างไรก็ขอให้กางออกมาให้ประชาชนได้เห็น และสิ่งที่จำเป็นในขณะนี้ คือการได้กำไรที่เป็นธรรม และสมเหตุสมผล หากมีตัวเลขที่สูงเกินไป ก็จะต้องมีการเรียกคืนผลประโยชน์ที่โรงกลั่นอาจจะเคยได้ในส่วนนั้นไปก่อนหน้านี้กลับคืนมาบางส่วน รวมถึงมาตรการหรือโครงสร้าง การปรับปรุงที่จะทำอย่างไรให้ค่าการกลั่นต่อจากนี้ ในอนาคตเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องจำนวนตัวเลขของค่าเกินไปแล้วจะมีการเรียกคืนนั้น ขณะนี้ยังไม่มีใครสามารถเปิดเผยออกมาได้ว่าตัวเลขไหนเหมาะหรือไม่เหมาะ เป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม แต่สิ่งที่จะทำให้เราได้คำตอบ คือการเอาเรื่องของตัวเลข ต้นทุน กำไร ของโรงกลั่น ทั้งหมดของโรงกลั่น ตลอดจนซัพพลายเชนมากางให้เห็น ฉะนั้น การที่นายเอกนัฏ เรียกโรงกลั่นมาชี้แจง ผลประชุมในวันนี้ก็ควรที่จะเปิดเผยตัวเลขให้สาธารณะชนได้รับทราบ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เอาจริง! เอกนัฏ สั่งลุยโรงกลั่น ยื่นคำขาด ไม่คืนเงิน เจอสั่งหั่นราคาหน้าโรงกลั่น

บิ๊กดุลย์ ตรวจเยี่ยม สทป. ดันพึ่งพาตนเองด้านอาวุธ ย้ำ บูรณาการศูนย์ฝึกโดรนร่วมเหล่าทัพ

บิ๊กดุลย์ ตรวจเยี่ยม สทป. ดันพึ่งพาตนเองด้านอาวุธ ย้ำ บูรณาการศูนย์ฝึกโดรนร่วมเหล่าทัพ

บิ๊กดุลย์ ตรวจเยี่ยม สทป. ดันพึ่งพาตนเองด้านอาวุธ ย้ำ บูรณาการศูนย์ฝึกโดรนร่วมเหล่าทัพ

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.43 น.

รมว.กห. ตรวจเยี่ยม สปท. ผลักดันนโยบายรัฐบาล พึ่งพาตนเอง  ย้ำ บูรณาการศูนย์ฝึกโดรนร่วมเหล่าทัพ หนุนภารกิจชายแดนไทย-กัมพูชา

วันที่ 7 เมษายน 2569 ที่สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ณ อาคาร สทป. (แจ้งวัฒนะ) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เยี่ยมชมและรับฟังบรรยายสรุป  การพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ โดยเฉพาะการนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ เพื่อให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งเป็นการเดินทางมายังหน่วยงานภายใต้สังกัดของ กระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยแรกหลังเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

โดยสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศได้นำ ยุทโธปกรณ์ ที่กองกองทัพมี รวมถึงที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและกำลังจัดหา เช่น หุ่นยนต์ทางยุทธวิธี ระบบจรวดหลายลำกล้อง รถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์  หุ่นยนต์เก็บคู่วัตถุระเบิด  หุ่นยนต์ตรวจการขนาดพกพา รวมถึง อากาศยานไร้คนขับ ซึ่ง ได้รับการรับรองจากสถาบันฝึกอบรมด้านการบินจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ พลโทอดุลย์ ได้ให้ความสนใจ พร้อมกับสอบถามว่าในช่วงการ สู้รบระหว่างไทย-กัมพูชาได้นำองค์ความรู้ จากศูนย์นี้ ไปปรับใช้หรือมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร พร้อมกันนี้ยังกล่าวถึงแนวทางการบูรณาการศูนย์ดังกล่าวร่วมกับแนวคิด ตั้งฝูงบินอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งกองทัพบก กำลังดำเนินการ เช่น ฝูงบินฟินิกซ์  หน่วยเฉพาะกิจของกองกำลังนเรศวร กองพลทหารราบที่ 4 และเปิดฝึกอบรมนักบินอากาศยานไร้คนขับในส่วนของทหาร มาแล้วมากกว่า 400 คน และในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ก็ได้ส่ง อากาศยานไร้คนขับจำนวนหนึ่งไปปฏิบัติการรบจริงและประสบความสำเร็จมาแล้ว ซึ่งจะมีการบูรณาการร่วมกัน และจะต้องหารือกันอีกครั้งเพื่อให้มองไปในภาพเดียวกัน ไม่เฉพาะแค่อากาศยานไร้คนขับที่ใช้เพื่อความมั่นคงเท่านั้น แต่จะรวมไปถึงใช้เพื่อภัยพิบัติด้วย

รมว.กลาโหม ยังเน้นย้ำว่า สถานการณ์ทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก ดังนั้นหลายประเทศต้องหันมาพึ่งพาตนเอง ซึ่งสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศสามารถวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ต่างๆได้เอง เช่นเครื่องกระสุน หรือแม้แต่อากาศยานไร้คนขับที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง และได้มาตรฐานระดับสากล ทั้งหมดถือเป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะผลักดันให้ประสบความสำเร็จ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาต่างชาติ

ปลัด ศธ. เอาจริง จ้งความดำเนินคดีเพจดัง มือแชร์ บิดเบือนข้อมูลทำเสียชื่อเสียง

ปลัด ศธ. เอาจริง จ้งความดำเนินคดีเพจดัง มือแชร์ บิดเบือนข้อมูลทำเสียชื่อเสียง

ปลัด ศธ. เอาจริง จ้งความดำเนินคดีเพจดัง มือแชร์ บิดเบือนข้อมูลทำเสียชื่อเสียง

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.30 น.

วันที่ 7 เม.ย.2569 นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โพสต์ผ่านเฟชบุ๊ก Suthep Kaengsanthai  ระบุว่า ขออนุญาตใช้สิทธิตามกฏหมายในการปกป้องชื่อเสียงของตนเองจากกรณี ถูกบิดเบือนข้อเท็จจริง เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ  รวมถึง เพจ  ผู้ส่งข้อมูล ให้เพจ ผู้แชร์  ผู้คอมเม้นท์ และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ในคดีสร้างและเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ, หมิ่นประมาท, พรบ. คอมฯ, PDPA ฯลฯ

ทั้งนี้ ผมได้ไปแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว ในส่วนของคดีอาญา และจะมอบหมายให้ทนายดำเนินการในส่วนของคดีแพ่งต่อไปจึงเรียนมาเพื่อทราบครับ

เทพ ปลัดศธ.
เทพ ปลัดศธ.

เท้ง เปิดธีม พอแล้วไม่ไหวแล้ว วาง 20 ขุนพลชำแหละนโยบายรัฐบาล

เท้ง เปิดธีม พอแล้วไม่ไหวแล้ว วาง 20 ขุนพลชำแหละนโยบายรัฐบาล

เท้ง เปิดธีม พอแล้วไม่ไหวแล้ว วาง 20 ขุนพลชำแหละนโยบายรัฐบาล

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.24 น.

’พรรคส้ม‘ เปิดธีมชำแหละนโยบายรัฐบาล! ‘พอแล้วไม่ไหวแล้ว’ วาง ‘20ขุนพล’ ลับมีดรอไม่มีพูดซ้ำซ้อนแน่นอน แตะเบรก ‘รัฐบาล’ ไม่ต้องดักคอ ‘ฝ่ายค้าน’ ทำให้เป็นเวที ‘ซักฟอก’ อัด ‘ครม.อนุทิน’ ไร้ความเชื่อมั่น 

วันที่ 7 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 09.10 น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาว่า การแถลงนโยบายในครั้งนี้ เรามาในธีม “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” ซึ่งพรรคประชาชน พร้อมที่จะเป็นตัวแทนส่งเสียงสะท้อนไปยังรัฐบาลถึงความเดือดร้อนของประชาชน ตนคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลควรทำคือมองไปข้างหน้า หากเรามองวิกฤตที่ผ่านมา ในเรื่องของฝุ่น PM 2.5 และน้ำมัน รัฐบาลมักตามแก้ปัญหาย้อนหลัง ตั้งแต่มีวิกฤตแรกๆ ก็มีประชาชนสะท้อนว่าอยากให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลว่ามีใครกักตุนน้ำมันหรือไม่ ซึ่งตอนแรกรัฐบาลยืนยันว่าไม่มี แต่สุดท้ายก็ออกมาแถลงอีกแบบว่าสุดท้ายคนที่กักตุนน้ำมันแสวงหาผลประโยชน์ บนความเดือดร้อนของประชาชนจริงๆ วิกฤตเรื่องฝุ่นก็เช่นเดียวกันมีการเกิดขึ้นทุกปี 

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า แม้เราเรียกร้องมาโดยตลอดว่าการจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอและการให้สวัสดิการที่ดีและเพียงพอ ประกันกลุ่ม ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ และประกันสุขภาพแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเรามักเห็นการแก้ไขปัญหาย้อนหลัง คือเมื่อเกิดความสูญเสียขึ้น รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องค่อยออกไปแสดงความเสียใจ เราทุกคนมีความเสียใจ แต่จริงๆรัฐบาล ควรบริหารจัดการล่วงหน้าได้ดีกว่านี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสูญเสีย

เมื่อถามว่า จะชู 2 ประเด็นดังกล่าวนี้ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นี่เป็นวิกฤตเฉพาะหน้าที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนมากๆ อยู่ในขณะนี้ แต่จริงๆ ต้องบอกว่าประเทศเรามีวิกฤตเรื่องเศรษฐกิจที่โตรั้งท้าย เช่น ปัญหาด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม หรือตลาดพลังงานที่เราเรียกร้องให้มีการเปิดเสรี การเกณฑ์ทหาร โดยพรรคประชาชนได้เตรียมผู้อภิปรายไว้ไม่ต่ำกว่า 20 คน คงจะอภิปรายทุกอย่างได้อย่างรอบด้าน โดยตนจะเป็นผู้อภิปรายเปิด แล้วตามด้วยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ชุดแรกอาจจะเป็นการเปิดอภิปรายด้วยประเด็นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนรอฟังอยู่ทั้งประเทศ และจะมีการอภิปรายต่อเนื่องจนครบทุกด้าน

เมื่อถามว่า หลังจากได้เห็นตัวร่างนโยบายของรัฐบาลแล้วประเมินว่าเป็นอย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากที่เห็นความพยายามที่จะปรับให้มีอะไรใหม่ๆ เช่น การที่มีการตั้งคลัสเตอร์ ยุทธศาสตร์การบริหารแบบบูรณาการขึ้นมา 5 กลุ่ม ตนเชื่อว่าสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล พยายามทำ คือเขาพยายามที่จะเอานโยบายของพรรคอื่นๆ ที่อาจจะเห็นว่าดีไปมัดรวมกัน ซึ่งหากดูเฉพาะในเรื่องของนโยบายตนคิดว่าในหลักการไม่ได้ติดขัด หลายอย่างพรรคประชาชนก็เคยนำเสนอในส่วนนี้ เช่น เรื่องโครงสร้างของทีมบริหาร 

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า แต่การออกแบบโครงสร้างผังบริหาร นโยบายที่เอาจากพรรคอื่นๆ มามัดรวมกันอาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะสิ่งที่จำเป็นของประเทศไทยในขณะนี้ คือการขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีพลัง นโยบายจะขับเคลื่อนอย่างมีพลังได้ต้องมีการร่วมมือจากทุกส่วน สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคือการไว้เนื้อเชื่อใจ สิ่งที่เป็นปัญหาสูงสุดของรัฐบาลในขณะนี้คือประชาชนและภาคเอกชน ขาดความเชื่อมั่น เชื่อใจในรัฐบาล กับการที่ประชาชนตั้งคำถามว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ที่มาที่ไปของฐานอำนาจของรัฐบาลชุดนี้ ตกลงมาจากไหน

”เราอาจจะเห็นโฉมหน้าของรัฐบาล คณะรัฐมนตรี (ครม.) หลายคนที่อาจจะมีความรู้ความสามารถจริงในบางสาย แต่โดยส่วนใหญ่เรายังเห็นโฉมหน้าของครม.ที่มาจากโควตาทางการเมือง ซึ่งพวกเรายืนยันมาโดยตลอดว่า โฉมหน้าของครม. ลักษณะนี้ต่อให้จะมีนโยบายที่สวยหรูขนาดไหน ก็อาจจะไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างใหญ่ๆ ได้ หากไม่กล้าชนกับคอรัปชั่น ผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง“ นายณัฐพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า จากบริบททางการเมืองหรือนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ประเมินว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ครบเทอม 4 ปีหรืออยู่ได้ยาวหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จะอยู่ครบเทอมหรือไม่ครบเทอม ตนคิดว่าอยู่ที่รัฐบาลจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับให้กับประชาชนหรือไม่ การแถลงนโยบายคือจุดเริ่มต้นสิ่งที่ตนคิดว่าสิ่งสำคัญไม่แพ้คือการทำให้ประชาชนเห็นว่าที่มาของรัฐบาลชุดนี้มีความถูกต้อง ซึ่งความชอบธรรมของรัฐบาลชุดนี้ควรเริ่มต้นมาจากการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม เช่น ความผิดปกติที่จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่เป็นผู้สมัครของสส.พรรคภูมิใจไทย ไม่จำเป็นต้องรอการแสวงหาข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งจริงๆ การตรวจสอบคนในพรรคตัวเอง สามารถดำเนินการทำได้เลย โดยในขณะนี้เราพยายามเดินหน้าทุกช่องทาง และดำเนินการเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินคดีทุกช่องทาง สามารถทำได้ โดยฝ่ายกฎหมายของพรรค นำโดยนพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ดำเนินการเรื่องนี้อยู่ รวมถึงบุคคลที่อยู่ในครม. ต้องไม่มีผลประโยชน์ โดยก่อนหน้านี้เราก็เห็นนายกรัฐมนตรีออกมาปกป้องนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่สุดท้ายเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก แต่ทำไมไม่แสดงความบริสุทธ์ใจก่อนหน้านี้ 

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าฝั่งรัฐบาลจะมองว่าฝ่ายค้านใช้เวทีนี้เป็นเวทีซักฟอก นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเวทีในสภา ทุกเวทีคือเวทีซักฟอกรัฐบาลอยู่แล้ว แต่จะเป็นการซักฟอกหนักแบบอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือซักฟอกแบบปกติที่เราต้องตรวจสอบรัฐบาลทุกวัน ตนคิดว่าเป็นกลไกธรรมดาของรัฐสภาที่เราต้องใช้กลไกไม่ว่าจะเป็นการตั้งกระทู้ถาม การอภิปราย หรือในคณะกรรมาธิการ ในการซักฟอกรัฐบาลทุกอันอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า การอภิปรายจะซ้ำซ้อนหรือไม่ เนื่องจากนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็เคยระบุว่าไม่อยากให้มีการอภิปรายที่ซ้ำซ้อน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ดูที่เนื้อหาเชื่อว่าผู้อภิปราย 20 คน ของพรรคประชาชน เตรียมเนื้อหาการอภิปรายมาอย่างดี แบ่งพาร์ทกันมาอย่างดี ไม่มีการอภิปรายซ้ำซ้อนแน่นอน ส่วนผู้อภิปรายอื่นๆ เพื่อนสมาชิกรัฐสภาควรที่จะพยายามควบคุมเนื้อหาการอภิปรายของตนเองไม่ให้มีความซ้ำซ้อน

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาพรรคประชาชนถูกโจมตีมาโดยตลอด มีวิธีการรับมืออย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเราทำหน้าที่ของเราอย่างตรงไปตรงมา หากจะมีการใช้ข้อบังคับหรือเทคนิควิธี เพื่อที่จะพยายามตีรวน กระบวนการในสภาเราเองก็พร้อมที่จะลุกขึ้น วิธีการตอบโต้ แต่ตนไม่อยากให้เวทีสภาที่ประชาชนรอรับฟังว่ารัฐบาลมีนโยบายอะไรบ้าง ตอบโจทย์หรือไม่ตอบโจทย์ สุดท้ายกลายเป็นว่า สมาชิกรัฐสภาในฐานะที่จะต้องตรวจสอบ การทำงานของรัฐบาล มาทะเลาะกันเอง ไม่อยากให้เวทีนี้เป็นเวทีที่ประชาชนติดตามแล้วรู้สึกว่ารัฐสภาไม่ได้ทำหน้าที่ของตนเอง 

ดาชัย ซัด รัฐบาล อวดรถไฟฟ้าของเล่นคนรวย เมินชาวบ้านไม่มีเงินเติมน้ำมัน

ดาชัย ซัด รัฐบาล  อวดรถไฟฟ้าของเล่นคนรวย เมินชาวบ้านไม่มีเงินเติมน้ำมัน

ดาชัย ซัด รัฐบาล อวดรถไฟฟ้าของเล่นคนรวย เมินชาวบ้านไม่มีเงินเติมน้ำมัน

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.22 น.

เมื่อวันที่ 7 เม.ย.เวลา 12.40 น.นายดาชัย เอกปฐพี สส.ลำปาง เขต 2 พรรคกล้าธรรม กล่าวถึงสถานการณ์วิกฤตค่าครองชีพ โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูง กระทบโดยตรงต่อพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัดซึ่งยังต้องพึ่งพารถกระบะดีเซลในการทำมาหากิน แม้ปัจจุบันสถานการณ์น้ำมันจะไม่ได้ขาดแคลน และมีเพียงพอในทุกปั๊ม แต่ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่ราคาน้ำมันที่แพงเกินกำลังของประชาชนฐานราก โดยเฉพาะเกษตรกร พ่อค้าแม่ค้า และแรงงานนอกระบบ ที่ต้องแบกรับต้นทุนเชื้อเพลิงในทุกวัน คนต่างจังหวัดบ้านผม ยังใช้รถกระบะดีเซลทำมาหากินอยู่ ราคาน้ำมันดีเซลแพงไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือความอยู่รอดของคนทั้งประเทศ 

นายดาชัย กล่าวต่อว่า ตนเห็นนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)ออกมาแสดงความชื่นชมนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดปริมาณการใช้พลังงาน สิ่งที่ทำก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่มันสำหรับคนรวยที่จะสามารถซื้อรถยนต์ไฟฟ้าได้ แต่สำหรับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะคนจน ไม่มีทางเลือกนั้น เพราะราคารถไฟฟ้ายังสูงเกินเอื้อม และโครงสร้างพื้นฐานรองรับในต่างจังหวัดก็ยังไม่พร้อมอีกด้วย คนไทยส่วนใหญ่จึงยังต้องดิ้นรนกับต้นทุนพลังงานแบบเดิม

ดาชัย เอกปฐพี

“นี่ไม่ใช่วิกฤตราคาน้ำมัน แต่คือวิกฤตความล้มเหลวของการบริหารประเทศของรัฐบาล วันนี้รัฐบาลกำลังบริหารประเทศเพื่อใครกันแน่ เพราะในขณะที่คนรากหญ้ากำลังหายใจรวยริน กลับมีการผลักดันภาพฝันเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งที่ความจริงคือคนส่วนใหญ่ ไม่มีปัญญาแตะ บางคนแม้แต่จะเอาเงินที่ไหนมาเติมน้ำมันให้พอวิ่งทำงานในวันพรุ่งนี้ก็ยังไม่รู้” นายดาชัย กล่าว

นายดาชัย กล่าวต่อด้วยว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกำลังกัดกินทั้งระบบเศรษฐกิจฐานราก เพราะเมื่อน้ำมันแพง ต้นทุนขนส่งก็เพิ่ม ราคาสินค้าก็ขยับขึ้น สุดท้ายประชาชนทั้งประเทศต้องร่วมรับภาระโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง ชาวบ้านเขาถึงถามพวกท่านว่า รวยกันพอหรือยังครับ ?

ดาชัย เอกปฐพี

สงกรานต์นี้สบายใจได้! รมว.กลาโหม ยันชายแดนไทย-เขมรไร้แววรบ

สงกรานต์นี้สบายใจได้! รมว.กลาโหม ยันชายแดนไทย-เขมรไร้แววรบ

สงกรานต์นี้สบายใจได้! รมว.กลาโหม ยันชายแดนไทย-เขมรไร้แววรบ

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.19 น.

“บิ๊กดุลย์” ลั่น หากมีปะทะรอบ3 สู้รบขนาดใหญ่ เชื่อ กัมพูชา ต้องประเมินรบไทยหรือไม่  ขอ ประชาชน อย่ากังวล  เผย “กัน จอมพลัง” ช่วยได้มากช่วงชายแดนวิกฤติ ชี้ ขั้นตอนเบิกจ่ายรัฐบาล 3 เดือน รอไม่ได้  แต่ไม่ควรเกินเลย 

วันที่ 7 เมษายน 2569 ที่สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ณ อาคาร สทป. (แจ้งวัฒนะ) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณี นายสนธยา สวัสดี ยื่นหนังสือขอให้ยุติการสนับสนุนการเคลื่อนไหว กัน จอมพลัง ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และให้ตรวจสอบการใช้เงินของมูลนิธิว่า  ต้องเข้าใจว่าในช่วงการสู้รบมีวิกฤต แม้รัฐบาลจะมีงบประมาณให้ แต่ความต้องการในขณะนั้น ต้องใช้อย่างเร่งด่วน ต้องการความรวดเร็ว แต่รัฐบาลมีขั้นตอนทางราชการที่ต้องใช้เวลา3 เดือน เมื่อมีภาคเอกชนหรือประชาชนมาช่วย เพื่อให้เพื่อความรวดเร็ว เช่น ทำบังเกอร์เพื่อความปลอดภัย ทั้งหมดเป็นเรื่องของความรัก ที่มีให้ทหารที่รักษาอธิปไตย แต่หากเกินเลยไปมากกว่านี้ ก็ต้องไปตรวจสอบ เพราะในสถานการณ์ในขณะนี้รัฐบาลมีงบประมาณให้แล้ว

ส่วนกระแสข่าวการสู้รบในรอบ 3  นั้น ขอให้มั่นใจข้อมูลของทางการและทหารในพื้นที่ หากจะมีการสู้รบจะต้องการแจ้งเตือน และอพยพประชาชน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีการรบกัน โดยมีประชาชนอยู่ในพื้นที่  

ส่วนตัวประเมินว่าหากจะมีการสู้รบอีกครั้งก็จะเป็นการสู้รบขนาดใหญ่ ซึ่งหากเป็นประเทศฝั่งตรงข้ามก็ต้องคิดว่าจะมารบกับเราอีกหรือไม่ ดังนั้นขอให้ประชาชนเชื่อมั่น ทหารทุกระดับชั้น จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เล่นสงกรานต์ให้มีความสุข แต่หากมีการแจ้งเตือน ว่าโอกาสจะมีน้อยมาก ก็มีแผนรองรับอยู่แล้ว 

นอกจากนี้ ตนมีกำหนดการลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ช่วงสงกรานต์ เพื่อเป็นกำลังใจทหารที่อยู่แนวหน้า พร้อมฝากถึงประชาชน ว่าในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนาน ยังมีคนอีกกลุ่ม ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน พร้อมเชิญสื่อมวลชนร่วมลงพื้นที่ชายแดนกับตัวเองด้วย

สส.ปชน. ไล่บี้องค์กรอิสระ จี้เปิดตัวเลขค่าตอบแทนผู้บริหาร

สส.ปชน. ไล่บี้องค์กรอิสระ จี้เปิดตัวเลขค่าตอบแทนผู้บริหาร

สส.ปชน. ไล่บี้องค์กรอิสระ จี้เปิดตัวเลขค่าตอบแทนผู้บริหาร

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.14 น.

7 เม.ย. 2569 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงเรียกร้องให้องค์กรอิสระ เปิดเผยจำนวนค่าตอบแทน และสวัสดิการผู้บริหารองค์กรอิสระว่า  เพื่อให้ประชาชนหมดความกังวล ให้องค์กรดังกล่าว ได้รับการตรวจสอบจากองค์กรอื่น และประชาชนได้ด้วย สำหรับเงินค่าตอบแทน และสวัสดิการต่าง ๆ นั้น เป็นภาษีของประชาชน อาทิ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่มีทั้งผู้เชี่ยวชาญ ที่มีค่าตอบแทนต่อเดือนจำนวน 48,730 บาท เลขานุการที่มีค่าตอบแทนต่อเดือน จำนวน 44,310 บาท และผู้ช่วยเลขานุการที่มีค่าตอบแทนต่อเดือน จำนวน 22,155 บาท  และยังมีสิทธิสวัสดิการกับค่าเดินทางตามระเบียบที่องค์กรสามารถออกเองได้ด้วย  

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า  ส่วนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีตำแหน่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพิเศษได้ไม่เกินจำนวน 3 อัตรา ต่อคน ค่าตอบแทนรวมต่อคนต่อเดือน อยู่ที่จำนวน 25,000 – 31,000 บาท และยังเมื่อประกันสุขภาพให้อีกจำนวน 15,000 บาทต่อคนต่อปี  สำหรับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่มีค่าตอบแทนสูงมากอยู่แล้ว และเมื่อรวมรถประจำตำแหน่งกับสิทธิประกอบอื่น ๆ ค่าตอบแทนสูงเกือบครึ่งล้านบาทต่อเดือน  

ภัณฑิล น่วมเจิม

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า จากที่มีคำกล่าวที่ว่า การให้ค่าตอบแทนผู้บริหารองค์กรอิสระต่าง ๆ จำนวนสูงมากจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ  นั้นจริงหรือไม่ หากเปรียบเทียบกับกรณีสินบนทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท ที่ให้กับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ซึ่งตอกย้ำว่า ค่าตอบทนสูงไม่ได้สะท้อนกับความซื่อสัตย์สุจริต แต่อย่างใด เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนของผู้ช่วย สส.จะเห็นภาพชัดทันที ผู้ช่วยดำเนินงานของ สส.ได้ค่าตอบทนจำนวน 15,000 บาทต่อเดือน แต่คนขับรถประจำตำแหน่งของบางองค์กรอิสระ ได้ค่าตอบแทนสูงถึง 19,000 บาทต่อเดือน ยังไม่รวมสวัสดิการอื่น ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้

“ขอเรียกร้องให้องค์กรอิสระ เปิดเผยจำนวนค่าตอบแทน และสวัสดิการผู้บริหารองค์กรอิสระ ให้ประชาชนหมดความกังวล  นอกจากนี้ พรรคประชาชน จะมีการเสนอแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นรายมาตรา เพื่อให้องค์กรดังกล่าว ได้รับการตรวจสอบจากองค์กรอื่น และประชาชนได้ด้วย” นายภัณฑิล กล่าว

ภัณฑิล น่วมเจิม
ภัณฑิล น่วมเจิม

สุขสมรวย รมต.ป้ายแดง เข้าทำเนียบฯ ถือฤกษ์สะดวก พร้อมทำทุกหน้าที่หาก นายกฯ มอบหมาย

สุขสมรวย รมต.ป้ายแดง เข้าทำเนียบฯ ถือฤกษ์สะดวก พร้อมทำทุกหน้าที่หาก นายกฯ มอบหมาย

สุขสมรวย รมต.ป้ายแดง เข้าทำเนียบฯ ถือฤกษ์สะดวก พร้อมทำทุกหน้าที่หาก นายกฯ มอบหมาย

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.57 น.

“สุขสมรวย” รมต.ป้ายแดง เข้าทำเนียบฯ ถือฤกษ์สะดวก พร้อมทำทุกหน้าที่หาก “นายกฯ” มอบหมาย ลั่น ตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด คาดแบ่งงานเร็วๆนี้

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 7 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาลอย่างเป็นทางการ โดยเปิดเผยว่า ทีมงานได้เข้าห้องทำงาน และได้เตรียมอุปกรณ์ทำงานไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 เม.ย. แล้ว และได้อัญเชิญพระมงคลมิ่งเมืองของจังหวัดอำนาจเจริญ มาไว้ที่ห้องทำงานเพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนฤกษ์ที่เข้ามาทำงาน ตนถือฤกษ์สะดวก 

เมื่อถามว่า มีฤกษ์ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาลเมื่อไหร่นั้น นางสุขสำรวยกล่าวว่า ตนมาพร้อมนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ยังไม่ได้มอบภารกิจในการทำงานว่าให้รับผิดชอบงานส่วนใด ซึ่งตนคาดว่า นายกรัฐมนตรีจะมอบหมายงานเร็วๆนี้

เมื่อถามว่า การเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีเป้าหมายการทำงานอย่างไร นางสุขสมรวย กล่าวว่า ทันทีที่ได้รับมอบหมายว่าต้องรับผิดชอบงานใดจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด

เมื่อถามย้ำว่า มีความตั้งใจดูงานส่วนใดเป็นพิเศษหรือไม่ นางสุขสำรวย กล่าวว่า แล้วแต่ผู้ใหญ่ ถ้าผู้ใหญ่เห็นว่าตนทำงานอะไรได้ ตนก็พร้อมศึกษา และรับคำแนะนำจากข้าราชการด้วยหัวใจที่อยากทำงาน ตนเชื่อว่าจะทำได้

เมื่อถามว่า การเป็นรัฐมนตรีครั้งแรกรู้สึกตื่นเต้นหรือไม่ นางสุขสำรวย กล่าวว่า ตนเป็นคนอีสาน ไม่ได้มีพื้นฐานทางด้านการเมือง พ่อจบป.2 เป็นคนฉะเชิงเทรา แม่เป็นคนอำนาจเจริญ เราไม่ได้มีพื้นฐานทางการเมือง แต่วันหนึ่งมาทำงานการเมืองและถูกเลือกโดยนายกฯ และผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย มาทำงาน มาเป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ ตนพกความตื่นเต้น ความกังวล และความภูมิใจเข้ามา

เมื่อถามว่า ประชาชนจะรวยเหมือนชื่อรัฐมนตรีหรือไม่ นางสุขสำรวย หัวเราะ ก่อนกล่าวว่า ชื่อสุขสำรวยเป็นชื่อตั้งแต่เกิด พ่อตั้งชื่อนี้เลย 57 ปี ไม่เคยเปลี่ยนชื่อ เป็นความเชื่อของคนโบราณ คนอีสาน พ่อตนมีลูก 5 คน มีผู้ชาย 4 คน และตนเป็นผู้หญิงคนเดียว พ่อคงมีความตั้งใจเอาทุกประโยคมารวมกันเป็นสุขสำรวย