โฆษก ภท.โต้กระแสข่าว ปิดดีลตั้งรัฐบาล-ตีกลับ รมต.พท.-วางตัว ครม.

โฆษก ภท.โต้กระแสข่าว ปิดดีลตั้งรัฐบาล-ตีกลับ รมต.พท.-วางตัว ครม.

โฆษก ภท.โต้กระแสข่าว ปิดดีลตั้งรัฐบาล-ตีกลับ รมต.พท.-วางตัว ครม.

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.14 น.

ยังไม่เป็นความจริง! “โฆษกภูมิใจไทย”ออกโรงโต้กระแสข่าว “ปิดดีลตั้งรัฐบาล-ตีกลับ รมต.ค่ายเพื่อไทยเปิดทางรุ่นใหม่-วางตัว ครม.” ย้ำ”อนุทิน”เคยแจ้งรอ กกต.รับรอง สส.ทั้งหมด-ให้การเมืองนิ่งก่อน ถึงจะดำเนินการขั้นต่อไป

26 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวชี้แจงกรณีกระแสข่าวจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ ในส่วนของโควตารัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ถูกตีกลับชื่อรัฐมนตรี ขอเป็นคนรุ่นใหม่ รวมถึงมีการวางตำแหน่งรัฐมนตรีแล้วว่าอยู่กระทรวงนั้นกระทรวงนี้ ว่า ขอยืนยันว่า ยังไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ย้ำจุดยืนว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะเกิดขึ้นได้จริง ต่อเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผล สส.อย่างเป็นทางการทั้งหมด และสถานการณ์การเมืองนิ่งเสียก่อน ยังไม่มีปิดดีลล่วงหน้า ยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน และกลไกตามกฎหมาย

อามินทร์ เผยไลน์คุยให้กำลังใจธรรมนัส ย้ำสส.กล้าธรรม อยู่ไหนก็ได้พร้อมทำงาน ลั่นไม่มีงูเขียว

อามินทร์ เผยไลน์คุยให้กำลังใจธรรมนัส ย้ำสส.กล้าธรรม อยู่ไหนก็ได้พร้อมทำงาน ลั่นไม่มีงูเขียว

อามินทร์ เผยไลน์คุยให้กำลังใจธรรมนัส ย้ำสส.กล้าธรรม อยู่ไหนก็ได้พร้อมทำงาน ลั่นไม่มีงูเขียว

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.01 น.

อามินทร์ เผยไลน์คุยธรรมนัส ให้กำลังใจกัน ย้ำสส.กล้าธรรม อยู่ตรงไหนก็ได้พร้อมทำงาน ลั่นไม่มีงูเขียว มีแต่งูบอล (งูหลามบอล)

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2569 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม เดินทางเข้ากระทรวงเกษตร และสหกรณ์ โดยระบุว่า ตนไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมหลังจากที่ให้ข่าวไปก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับการร่วมรัฐบาลนายอนุทิน 2  และขณะนี้ไม่ได้รับรายงานว่า ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม จะเดินทางเข้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือไม่

เมื่อถามว่า ตั้งแต่ที่ ร้อยเอกธรรมนัส เดินทางกลับมาจากประเทศฟินแลนด์ ได้พูดคุยกันบ้างหรือไม่ นายอามินทร์ กล่าวว่า ได้คุยผ่านไลน์ ต่างคนก็ต่างให้กำลังใจ แต่ยังไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม  และวันนี้ ร้อยเอกธรรมนัส ก็มอบหมายให้ตนมาทำงานตามปกติ และตนได้บอกกับ ร้อยเอกธรรมนัสไป ว่า ตนและเพื่อน สส.อยู่ตรงไหน ก็ได้พร้อมทำงานไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล 

เมื่อถามว่าขณะนี้ชัดเจนแล้วว่า พรรคกล้าธรรม จะเป็นพรรคฝ่ายค้านแล้วใช่หรือไม่ นายอามินทร์ กล่าวว่า ตนยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนปล่อยให้ผู้ใหญ่คุยดีกว่า ส่วนกระแสข่าวซื้อตัวงูเขียว นายอามินทร์ ยืนยันว่า ไม่มีงูเขียว มีแต่งูบอล (งูหลามบอล)  และมั่นใจว่า  สส. ทั้ง 58 เสียง ของพรรคกล้าธรรม จะไปด้วยกัน เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้ ก็เหนื่อยกันมาพอสมควร และ เชื่อว่าร้อยเอกธรรมนัส ดูแล สส.ดี แต่ยอมรับว่าในขณะนี้ ยังไม่ได้พูดคุยซาวด์เสียงกัน 

อย่างไรก็ตาม จนขณะนี้ ในเวลา 14:30 น ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จากร้อยเอกธรรมนัส

ตีกลับ 3 ชื่อ รมต.เพื่อไทย ภูมิใจไทยจี้ส่งคนรุ่นใหม่เสียบแทน

ตีกลับ 3 ชื่อ รมต.เพื่อไทย ภูมิใจไทยจี้ส่งคนรุ่นใหม่เสียบแทน

ตีกลับ 3 ชื่อ รมต.เพื่อไทย ภูมิใจไทยจี้ส่งคนรุ่นใหม่เสียบแทน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.30 น.

26 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคภูมิใจ​ไทย​ (ภท.) ถึงการแต่งตั้งรัฐมนตรี​ “อนุทิน 2/1” โดยสัดส่วนโควตาของพรรคภูมิใจ​ไทย​ นอกจากกลุ่มดรีมทีมเศรษฐกิจ และกลุ่มบ้านใหญ่แล้ว พบว่า พรรคจะจัดสรรให้กับกลุ่มเลือดแท้ ที่ทำงานให้กับพรรคภูมิใจ​ไทย มาโดยตลอด เข้าไปสอดแทรกใน 19 ที่นั่ง ในสัดส่วนภูมิใจไทย (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ภูมิใจไทย เปิดตัว โอกาสใหม่-พปชร. ทำเสียงทะลุ 292 จับตาดีล งูเขียว ไหลหนุนอนุทิน)

ขณะที่มีรายงานข่าวว่า หลังพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดชื่อรัฐมนตรี ซึ่งประกอบด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ , นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ , นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ , นายสมศักดิ์ เทพสุทิน , นายประเสริฐ จันทรรวงทอง แต่ปรากฏ​ว่า พรรคภูมิใจไทย ขอตีกลับ เนื่องจากติด 3 ชื่อหลัง และอยากให้พรรคเพื่อไทย ส่งคนรุ่นใหม่มาร่วมเป็นรัฐมนตรี

อรรถกร เผยคุยธรรมนัสหลังกลับจากดูแสงเหนือแล้ว ยันจุดยืนยังไม่เป็นฝ่ายค้าน

อรรถกร เผยคุยธรรมนัสหลังกลับจากดูแสงเหนือแล้ว ยันจุดยืนยังไม่เป็นฝ่ายค้าน

อรรถกร เผยคุยธรรมนัสหลังกลับจากดูแสงเหนือแล้ว ยันจุดยืนยังไม่เป็นฝ่ายค้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.16 น.

อรรถกร โยนปธ.ที่ปรึกษาฯ และหัวหน้าพรรค ตอบเรื่องร่วมรัฐบาล เผยคุยธรรมนัส หลังกลับดูแสงเหนือฟินแลนด์แล้ว แต่คุยเรื่องงานกล้าธรรม มีจุดยืนตอนนี้เรายังไม่ได้เป็นฝ่ายค้าน

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอรรถกร ศิริลัทยากร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 พรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังมารับหนังสือรับรองจาก กกต. ส่วนการไปรายงานตัวที่รัฐสภาวันไหน พรรคกล้าธรรมนัด สส.ไปพร้อมกัน 57 คน  เราในฐานะ สส. ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนก็มีความพร้อมที่จะทำงานในระดับพื้นที่และระดับประเทศได้

ส่วนความชัดเจนของพรรคกล้าธรรมจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี ตนยืนยันมาตลอดว่าตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งว่าเรามีความเชื่อมั่นว่าเรามีศักยภาพ เรามีบุคลากรที่มีความพร้อม และพร้อมทำทุกหน้าที่ที่สามารถขับเคลื่อนให้ไปข้างหน้าไปข้างหน้าได้

เมื่อถามว่า ร้อยเอก ธรรมนัส  พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้บอกอะไรกับลูกพรรคเกี่ยวกับดีลร่วมรัฐบาล นายอรรถกร กล่าวว่า ทุกคนก็ให้กำลังใจ และบอกว่าเราอยู่ในครอบครัวเดียวกัน   แม้ว่าจะมีหลายพรรคการเมืองรุมโจมตีเราก่อนเลือกตั้ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง แต่เราก็ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ที่เป็นเขตเลือกตั้งก็ 56 เขต ถือว่าเป็นก้าวที่มีความสำคัญ และยืนยันถึงความพร้อมของพรรคที่จะเดินต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคง 

ส่วนที่ล่าสุดมีโผ ครม. ออกมา ไม่มีรายชื่อของพรรคกล้าธรรม นายอรรถกร กล่าวว่า ตนไม่รู้ เพราะทำหน้าที่สมาชิกพรรค และส่วนตัวก็ยังทำหน้าที่รัฐมนตรี และการไปแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ส่วนเรื่องการเจรจาเป็นเรื่องของผู้ใหญ่คือประธานที่ปรึกษาพรรค และหัวหน้าพรรค ซึ่ง สส. ในพรรคก็รู้ดีอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า ถ้าพรรคกล้าธรรมต้องเป็นฝ่ายค้าน สามารถทำงานร่วมกับพรรคประชาชนได้หรือไม่  นายอรรถกร กล่าวว่าเราก็มีคาแรกเตอร์และจุดยืนของเราพอสมควร แต่อย่าเพิ่งคิดเลย เพราะเรายังไม่ได้เป็นฝ่ายค้าน แต่เรามีจุดยืนของเราอยู่แล้ว อะไรที่คิดว่าเกิดประโยชน์ต่อประเทศเราก็ทำ เราไม่จำเป็นต้องตามใคร

เมื่อถามถึงกระแสข่าวงูเห่าจากพรรคกล้าธรรมที่อาจจะถูกซื้อตัวจากพรรคอื่น นายอรรถกร กล่าวว่า เรายังคงให้กำลังใจกันอยู่ และสมาชิกยังมีการพูดคุยกันระหว่างและหลังการเลือกตั้ง ทุกคนยืนยันว่าจะเดินไปด้วยกัน    หากมีงูเห่า ก็เกิดจากกระแสข่าวจากสื่อมวลชน ถ้ามีเบาะแสก็ฝากแจ้งมาด้วย 

ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยคัดค้านผลการเลือกตั้งที่ฉะเชิงเทรา  นายอรรถกร กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของพรรคเขา แต่วันนี้พรรคก็ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนชาวฉะเชิงเทรา 3 เขตด้วยกัน ซึ่งคะแนนก็ทิ้งห่าง เราพูดคุยกันตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้วเราจะลงสนามด้วยความพร้อมไม่ว่าจะด้วยผลงานต่างๆที่เราทำงานมา และการแก้ปัญหาให้กับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา  เราก็เชื่อว่าเรามีคาแรกเตอร์พอสมควร   ที่เหลือผู้สมัครก็ต้องใช้ความสามารถของตัวเองในการโน้มน้าวให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าเราสามารถเข้ามาทำงานได้

ส่วนกระแสข่าวพรรคกล้าธรรมจะหักดิบถ้าเป็นฝ่ายค้าน โดยจะไปเสนอพรรคประชาชนเป็นรัฐบาลแข่ง นายอรรถกร กล่าวว่า ยังไม่เคยได้ยินข่าวนี้ และไม่เคยมีการพูดคุยในพรรค ข่าวลือก็มาก ข่าวจริงก็มี ถึงเวลาให้กาลเวลาพิสูจน์ว่าเราจะทำอย่างไรดีกว่า แต่วันนี้การพูดคุยในพรรคยังไม่มี ทั้งนี้ทิศทางการเมืองของพรรคยากทุกครั้ง แต่เชื่อว่าเราเป็นพรรคที่มีศักยภาพ ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนเราก็ทำงานได้ ด้วยคาแรกเตอร์ที่ทำงานถึงลูกถึงคนมาโดยตลอด

เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจแค่ไหนว่าจะไม่มีงูเห่าในพรรค นายอรรถกร ย้ำว่า ไม่มีอรรถกร และเชื่อว่า สส. อีก 57 คน ก็มีแนวคิดเหมือนอรรถกร เพราะลงเรือลำเดียวกันแล้ว

ส่วนถ้าเจองูเห่าจะมีปฏิบัติการตีงูเห่าให้เข้าร่องเข้ารอยหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า อย่าพึ่งไปพูด แต่ถ้ามีจริงๆ ก็เชื่อว่าหนึ่งในเหตุผลที่ประชาชนเลือกมา ก็คือเชื่อมั่นในการทำงาน ส่วนอนาคตถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นประชาชนก็อาจจะชั่งใจว่าเลือกมาแล้วไม่ได้ตามที่ต้องการหรือไม่

นายอรรถกร ยังบอกด้วยว่า หลังจาก ร.อ.ธรรมนัสเดินทางกลับจากดูแสงเหนือได้มีการพูดคุยกัน โดยเป็นการขอคำปรึกษาเรื่องงานในฐานะรองนายกฯ ที่กำกับดูแลกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่มีข่าวพรรคเพื่อไทย จะได้โควตารัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ นายอรรถกร บอกว่า ตนไม่มอง เพราะตั้งแต่สมัย ร.อ.ธรรมนัส นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ จนมาถึงตน งานของกระทรวงเกษตรฯก็มีความต่อเนื่อง เชื่อว่าคนที่จะมานั่งไม่ง่าย แต่ถ้าสานต่องานเดิม ก็จะเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรแน่นอน

ส่วนถ้าเป็นชื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จะง่ายหรือยาก นายอรรถกร กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าใครจะมานั่ง แต่ก็มีโอกาสทั้งหมด ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจว่าใครเหมาะสม พร้อมย้ำว่าตนไม่ได้อยู่ในกระบวนการดีลร่วมรัฐบาลมาตั้งแต่ต้น แต่ก็พร้อมไปกับประธานที่ปรึกษาพรรค

อนุทิน เมินตอบดึง ‘กล้าธรรม’ ร่วมรัฐบาลหรือไม่ ปัดปิดดีลหลังสะพัดจบที่ 292 เสียง

อนุทิน เมินตอบดึง ‘กล้าธรรม’ ร่วมรัฐบาลหรือไม่ ปัดปิดดีลหลังสะพัดจบที่ 292 เสียง

อนุทิน เมินตอบดึง ‘กล้าธรรม’ ร่วมรัฐบาลหรือไม่ ปัดปิดดีลหลังสะพัดจบที่ 292 เสียง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.12 น.

‘อนุทิน’ไม่ตอบ ดึง ‘กล้าธรรม’ร่วมรัฐบาลหรือไม่ ปัดปิดดีล หลังสะพัดจบที่ 292 เสียง บอกยังไม่ได้เปิดอะไรเลย

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)รับรองผลแล้ว ขั้นตอนของรัฐบาลต้องดำเนินการอย่างไร ว่า รัฐบาลไม่เกี่ยว ในส่วนของพรรคการเมืองก็ขอให้สส. ไปรับเอกสาร จากนั้นไปรายงานตัวที่สภาผู้แทนราษฎรตามเวลาที่กำหนด

เมื่อถามถึงขั้นตอนการเปิดสภาผู้แทนราษฎร นายกฯกล่าวว่า ไม่ทราบ เป็นเรื่องของขั้นตอนของสภาฯที่เขาจะมีการทำเรื่องกราบบังคมทูลฯเสด็จพระราชดําเนินไปทรงเปิดประชุมรัฐสภาด้วย ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่การดำเนินการของรัฐบาล ในเรื่องสภาฯ รัฐบาลไม่เกี่ยว

เมื่อถามว่าถ้านั่งเก้าอี้รมว.กลาโหมเองชอบหรือไม่ นายกไม่ตอบคำถามดังกล่าว แต่หยิบขนมครกขึ้นมากินและบอกว่า”หวานน้อย“

เมื่อถามย้ำว่าสรุปแล้วพรรคกล้าธรรม(กธ.)มาร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกฯไม่ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนลุกขึ้นและเดินออกจากวงสัมภาษณ์สื่อมวลชนทันที

เมื่อถามอีกว่าดีลรัฐบาลจะปิดที่ 292 เสียงใช่หรือไม่  นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่เปิดอะไรเลยจะปิดอะไรล่ะ

เมื่อถามต่อว่า การเปิดสภาตามขั้นตอนเราต้องแจ้งไปทางสภาด้วยหรือไม่ว่าเรามีความพร้อม นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เกี่ยวอยู่ที่ว่าสส.ไปรายงานตัว ถ้าครบ 95 เปอร์เซ็นต์ ถึงจะเปิดได้ ก็เป็นหน้าที่ของเลขาฯสภา ตนไม่ทราบว่าใครต้องทำเรื่องเรียกประชุม แต่ก่อนหน้านี้ประชุมอะไรก็แล้วแต่ ต้องมีพระราชพิธีเปิดรัฐสภา ตรงนั้นก็มีขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ยิ่งรัฐบาลรักษาการยิ่งไม่เกี่ยวใหญ่เลย

เมื่อถามว่าในฐานะที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต้องดำเนินการรวดเร็วเลยหรือไม่เพราะกกต.รับรองผลแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างมีขั้นตอน พอรับรองสส.แล้ว จะมีพระราชพิธีเปิดประชุมรัฐสภา จากนั้นเป็นขั้นเลือกประธาน และเลือกนายกฯ ก่อนจะมาเรื่องจัดตั้งครม. มันมีหลายออปชั่น

เมื่อถามอีกว่านายกฯเคยบอกว่าหลังกกต.รับรองการจัดตั้งรัฐบาลจะทำอย่างรวดเร็ว นายกฯ กล่าวว่า มันก็มีความพร้อมอยู่ 

เมื่อถามย้ำว่าพร้อมระดับไหนแล้วตอนนี้ นายกฯไม่ตอบคำถาม ก่อนหันมายกแขนเบ่งกล้ามโชว์สื่อมวลชน และเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า

นายกฯ นั่งกินขนมครก-ฝรั่งดอง ข้างรังนักข่าว เผย เสธ.ทบ. เข้าพบคุยเรื่องชายแดน 4 ด้าน

นายกฯ นั่งกินขนมครก-ฝรั่งดอง ข้างรังนักข่าว เผย เสธ.ทบ. เข้าพบคุยเรื่องชายแดน 4 ด้าน

นายกฯ นั่งกินขนมครก-ฝรั่งดอง ข้างรังนักข่าว เผย เสธ.ทบ. เข้าพบคุยเรื่องชายแดน 4 ด้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.59 น.

“อนุทิน” ชิล กินขนมครก-ฝรั่งดอง หน้าห้องนักข่าว เผย ‘เสธ.ทบ.’เข้าพบคุยเรื่องชายแดน 4 ด้าน ไม่ใช่เฉพาะชายแดนกัมพูชา ย้ำ ไม่มีอะไรน่ากังวล แต่ต้องเตรียมความพร้อมช่วงรัฐบาลรักษาการ ชี้ซื้อจัดซื้อยุทโธปกรณ์ กองทัพมีงบปกติอยู่แล้ว

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย  เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ภายหลังกลับจากรับประทานอาหารกลางวัน โดยได้จอดรถยนต์และเดินลงมาพร้อมถือถุงขนมครกเจ้าดังศรีย่านและถุงฝรั่งดองมานั่งกินที่ข้างห้องผู้สื่อข่าว(รังนกกระจอก) และได้ชวนสื่อมวลชนนั่งกินด้วยกัน

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีพล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ได้เข้าพบนายกฯ บนตึกไทยคู่ฟ้าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายกฯ กล่าวว่า มาถามธุระนิดหน่อย และความพร้อมเรื่องชายแดนทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องเฉพาะกัมพูชา แต่ชายแดนทั้ง 4 ด้านเลย

เมื่อถามว่ามีด้านไหนมีน่ากังวลหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตอนนี้ไม่มี ท่านก็ยืนยันความพร้อม ตนก็ต้องถามว่าเราอยู่ในช่วงที่งบกลางเหลืออยู่นิดเดียว มันจะมีอะไรที่ไม่คาดฝันหรือไม่ ถ้ามีแล้วจะทำอย่างไรเกี่ยวกับการเงินในช่วงที่เราเป็นรัฐบาลรักษาการณ์อยู่ เราก็ต้องมีความพร้อมทุกอย่าง

เมื่อถามต่อว่าช่วงนี้สามารถจัดซื้อยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นเตรียมพร้อมไว้ได้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “พร้อมครับพร้อม ส่วนไหนพร่องท่านก็บอกว่าในงบประมาณปกติกองทัพเขามีอยู่แล้ว ก็เติมทุกอย่างมีความพร้อม”

ณัฏฐ์ชนน เผยสัมมนา ภูมิใจไทย ไร้คุยวางตัวคนนั่งประธานสภา-คุยการเมือง

ณัฏฐ์ชนน เผยสัมมนา ภูมิใจไทย  ไร้คุยวางตัวคนนั่งประธานสภา-คุยการเมือง

ณัฏฐ์ชนน เผยสัมมนา ภูมิใจไทย ไร้คุยวางตัวคนนั่งประธานสภา-คุยการเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.39 น.

‘เด็กภูมิใจไทย’ ปัดยกพลลุยบุรีรัมย์สัมมนาพรรคสุมหัวคุยการเมือง-วางตัวปธ.สภาฯ-เนวินไร้เอี่ยว แค่ละลายพฤติกรรมทำความรู้จัก – ให้ความรู้บทบาทหน้าที่ ชี้มีหลายคนเหมาะสมนั่ง ‘ประมุขนิติบัญญัติ’ เชื่อเลือกตั้งไม่โมฆะ

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย เดินทางมารายงานตัวเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ก่อนให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคภูมิใจไทยนัดหมายมารายงานตัวเป็นหมู่คณะว่า ตนติดภารกิจในวันดังกล่าว วันนี้จึงไปคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเข้ามารายงานตัวที่สภาฯ เลย

เมื่อถามถึง การสัมมนาพรรคในวันที่ 8-9มี.ค.นี้ ที่ จ.บุรีรัมย์ มีประเด็นที่จะหารือกันเรื่องอะไรบ้าง นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า จริงๆ แล้ว ในการเลือกตั้งแต่ละครั้งก่อนเปิดสมัยประชุม พรรคภูมิใจไทยจะมีการสัมมนาทุกรอบ ตั้งแต่ตนเป็นสส.มา 2 สมัย ส่วนใหญ่เป็นการละลายพฤติกรรมของ สส. ที่ได้รับการเลือกตั้งมา ขณะที่ประเด็นการเมืองส่วนใหญ่จะไม่มีการพูดคุยกัน การสัมมนาของพรรคภูมิใจไทยที่จะเกิดขึ้นเพื่อให้ สส. ได้รู้จักสนิทกัน และรู้บทบาทหน้าที่ รวมถึงการชี้แจงบัญชีทรัพย์สิน การทำบัญชีค่าใช้จ่ายของ กกต. โดยจะเป็นกรณีที่พรรคจะให้ความรู้ และให้ทุกคนได้ทำรายละเอียดส่วนนี้

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยกลายเป็นพรรคใหญ่แล้ว โควตาตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มีการพูดคุยกันอย่างไรบ้าง นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า เราได้รับการรับรองจาก กกต. เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยในส่วนประเด็นของฝ่ายสภาฯ นั้น พรรคยังไม่เรียกประชุม และยังไม่ได้พูดคุยกันว่าใครจะเป็นประธานสภาฯ ใครเป็นรองประธานสภาฯ หรือกรรมาธิการต่างๆ เพราะกระบวนการจะเริ่มได้ต้องมี สส.รายงานตัวกับสภาก่อน และจะมีการเปิดสภา จึงจะเป็นการเลือกประธานสภา โดยกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติน่าจะเริ่มได้ตอนนั้น

เมื่อถามว่า มองว่าใครเหมาะสมบ้างในพรรคภูมิใจไทย นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า มีหลายคน ในพรรคภูมิใจไทย มีผู้อาวุโสหลายคน และการจะมาเป็นประธานสภาฯ ต้องมีความเชี่ยวชาญด้านข้อกฎหมาย และเป็นที่ไว้ใจ เกรงใจของสมาชิก ดังนั้น มีหลายคนที่มีความเหมาะสมของพรรคภูมิใจไทย

เมื่อถามถึง กรณีที่มีชื่อนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรรภูมิใจไทย จะมาเป็นประธานสภาฯ นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า นายโสภณ ยังเป็นรักษาการรองนายกฯ อยู่ ส่วนหากจะมาเป็นนั้น ก็ขึ้นอยู่กับ สส. กรรมการบริหารพรรคว่าจะให้ใครมาเป็นตำแหน่งนี้

เมื่อถามว่า การประชุมที่บุรีรัมย์จะมีการพูดคุยถึงพรรคการเมืองที่จะร่วมรัฐบาลด้วย ในส่วนของพรรคกล้าธรรมเป็นอย่างไร นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า ไม่มีประเด็นนี้ในกำหนดการพวกเรา ตนเป็น สส. มาสมัยที่ 3 การสัมมนาของพวกเราจะไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เป็นเพียงการละลายพฤติกรรมของ สส.เท่านั้น เพราะในวงใหญ่ไม่น่าพูดคุยถึงเรื่องการเมือง เรามอบอำนาจให้กับหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค เป็นผู้ดำเนินการ

เมื่อถามถึงการไปสัมมนาพรรรภูมิใจไทย ที่จ.บุรีรัมย์ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาจจะเข้ามาร่วมด้วยนนายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า นายเนวินไม่ได้มาเกี่ยวข้องอยู่แล้ว เพราะนายเนวินไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค และกิจกรรมเหล่านี้ ก็จะมีแค่หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค

เมื่อถามย้ำว่า นายเนวินจะไม่ได้มาร่วมงานในงานสัมมนาครั้งนี้ใช่หรือไม่ นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า ยืนยันว่าในกำหนดการยังไม่มีนายเนวินมาพบปะ

เมื่อถามว่า ได้คุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับการประกาศผลการเลือกตั้งและมั่นใจหรือไม่ว่าจากปัญหาที่เกิดขึ้นการเลือกตั้งจะไม่เป็นโมฆะ นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า เป็นเรื่องของ กกต. ซึ่ง กกต.เป็นองค์กรอิสระ ที่จัดการเลือกตั้ง ฉะนั้นการกระทำผิดทั้งผิดกฎหมายหรือผิดระเบียบ ตนมองว่ามีความชัดเจนอยู่แล้วว่าหากทำผิดเหล่านี้ ก็มีโทษในกระบวนการยุติธรรมต่างๆ ซึ่งที่สำคัญคือศาลรัฐธรรมนูญ จะมีส่วนชี้ว่าให้เป็นโมฆะ หรือไม่โมฆะ แต่เราก็มั่นใจ เมื่อสักครู่ตนเองไป กกต. มา ก็ยังมั่นใจในกระบวนการของ กกต. ว่ายังไม่มีผิดกฎหมายที่ได้ดำเนินการๆ

พรรคประชาชน ส่ง วาโย ยื่นฟ้องอาญา กกต. ฟัน ม.157

พรรคประชาชน ส่ง วาโย ยื่นฟ้องอาญา กกต. ฟัน ม.157

พรรคประชาชน ส่ง วาโย ยื่นฟ้องอาญา กกต. ฟัน ม.157

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.30 น.

พรรคประชาชนส่ง “วาโย” ยื่นฟ้องอาญา กกต. ฟัน ม.157 ร่วม พ.ร.ป.กกต.-พ.ร.ป.เลือกตั้ง เตรียมนำกรณี กกต. ฟ้องประชาชนใส่เพิ่ม

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยทีมทนายความ ได้ดำเนินการยื่นฟ้องดำเนินคดีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในฐานะเจ้าพนักงานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นผู้ใด หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งมาตรา 69 เจ้าหน้าที่ละเว้นกระทำการ หรือกระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่, พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส. มาตรา 96 ประกอบมาตรา 164 ทำเครื่องหมายอันเป็นที่สังเกตได้ลงบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีโทษตามมาตรา 164

ซึ่งขณะนี้ได้มีการลงเลขรับคดีไว้แล้ว รอฟังคำสั่งอีกครั้งหนึ่งว่าจะมีคำสั่งให้แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้อง หรือจะมีคำสั่งให้รับฟ้อง หรือไม่รับฟ้อง ภายใน 30 วัน ซึ่งหากมีการรับฟ้อง ก็จะต้องมีการนัดไต่สวนมูลฟ้องต่อไป ซึ่งน่าจะมีการนัดไต่สวนมูลฟ้องได้ภายใน 45-60 วันนับจากวันที่ 24 มีนาคม 2569

รพ.วาโย กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมามีข้อเท็จจริงปรากฏขึ้นจำนวนมาก และมีคดีตัวอย่างแล้วคือกรณี วาสนา เพิ่มลาภ เมื่อปี 2549 ซึ่งมีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาออกมาเมื่อปี 2558 ซึ่งตนและทีมงานได้ศึกษาโดยละเอียดและนำข้อเท็จจริงมาปรับใช้ร่วมกันได้พอสมควร ซึ่งคดีนั้นศาลได้ตัดสินเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.กกต. มาตรา 24 ประกอบมาตรา 42 ซึ่งเทียบเคียงกับปัจจุบันคือ พ.ร.ป.กกต. มาตรา 69 ตามที่ฟ้องไป โดยคดีนี้น่าจะใช้เวลาต่อสู้กันอีกยาวนานถึงชั้นอุทธรณ์และฎีกาแน่นอน สิ้นสุดน่าจะใช้เวลาสัก 10 ปีคล้ายกับกรณีของวาสนา

ทั้งนี้ หลายคนอาจมีความกังวลว่ามาตรา 157 มีความเป็นพิเศษ นอกจากการแสดงเจตนาโดยทั่วไปแล้ว โจทก์จะลองสืบให้ได้ว่าจำเลยมีเจตนาพิเศษที่ซ่อน เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้หนึ่งผู้ใด ซึ่งไม่ง่าย คดีตัวอย่างตอนปี 2558 ก็ไม่ได้มีการตัดสินตามมาตรา 157 จึงมีความจำเป็นที่ต้องฟ้องตาม พ.ร.ป.กกต. มาตรา 69 ประกอบด้วย ซึ่งน่าจะสามารถรองรับได้ 

นพ.วาโย ยังได้ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงความแตกต่างของการยื่นฟ้องคดีครั้งนี้จากการยื่นฟ้องคดีตามช่องทางอื่นๆ โดยระบุว่าการยื่นกับผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นเรื่องของการให้เหตุการณ์และข้อเท็จจริงนี้ขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีอำนาจในการวินิจฉัยคดีอาญา แต่จะเป็นเรื่องของตำแหน่งหน้าที่ หรือการมีคำสั่งให้เลือกตั้งนั้นเป็นโมฆะหรือไม่ หรือหากไปที่ศาลปกครอง ก็จะมีอำนาจเกี่ยวกับคำสั่งทางปกครอง สั่งให้มีการเลือกตั้งหรือสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่หรือลงคะแนนใหม่ หรือแม้แต่เป็นแบบพิมพ์บัตรต่างๆ เพราะฉะนั้นแต่ละส่วนไปคนละที่กัน แต่ส่วนที่พวกตนมาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในวันนี้คือคดีอาญา ส่วนเรื่องจะมีการรวมสำนวนหรือไม่เป็นไปตามดุลพินิจของศาล แต่ไม่ใช่การฟ้องซ้ำซ้อนแน่นอน เพราะผู้เสียหายเป็นคนละคนกัน

การที่ราษฎรจะฟ้องคดีอาญาด้วยตัวเองโดยหลักไม่ง่ายอยู่แล้ว ยิ่งเป็นคดีอาญาทุจริตยิ่งยากขึ้น การฟ้องต่อเจ้าพนักงานของรัฐยิ่งยากขึ้นอีก การสืบพยานก็มีกระบวนการวิธีที่แตกต่างกันจากคดีอาญาโดยทั่วไป แต่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนถือได้ว่าเป็นผู้เสียหาย สามารถมีสิทธิโดยชอบที่จะฟ้องคดีแบบนี้ต่อคณะกรรมการ กกต.ได้ ถ้าเทียบเคียงกับกรณีปี 2559 ศาลให้แนวฎีกาไว้แล้วว่าการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม หรือมีการกระทำใดๆ ที่เกิดขึ้นและกระทบต่อสิทธิของประชาชนเป็นวงกว้างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนถือว่าเป็นผู้เสียหายตามนิตินัย โดยหลักคือการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญและในกฎหมายหลายฉบับ ว่าการเลือกตั้งว่าต้องเป็นไปโดยตรงและลับ

นพ.วาโย กล่าวต่อไปว่า ส่วนในฐานะพรรคการเมือง มีทั้งในเรื่องของการเลือกตั้งและความเสียหายทางเศรษฐกิจ ในฐานะที่พรรคการเมืองมีวัตถุประสงค์จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง เพื่อส่งผู้แทนราษฎรลงเลือกตั้ง เสนอนโยบาย และให้ประชาชนเลือกเข้าไปปฏิบัติหน้าที่แทนประชาชน มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทางเศรษฐกิจ มีการดำเนินกิจกรรมต่างๆ มีการใช้บุคลากรจำนวนมาก ย่อมมีความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ไม่ตรง และไม่ลับ

ผู้สื่อข่าวยังได้ถามถึงกรณีที่ กกต.กทม. ฟ้องร้องดำเนินคดีต่อประชาชน ซึ่ง นพ.วาโย ระบุว่า ที่ กกต. อ้างว่าต้องฟ้องร้องประชาชนโดยระบุว่าถ้าไม่ทำจะโดนมาตรา 157 เป็นการกระทำตามหน้าที่และอำนาจ แต่การกระทำของ กกต. นี้เสี่ยงต่อมาตรา 157 มากกว่าด้วยซ้ำ เพราะ กกต. มีสิทธิที่จะสามารถใช้ดุลพินิจในการฟ้องร้องบุคคลใดหรือไม่ก็ได้ ไม่ได้เป็นหน้าที่หรือมีกฎหมายบังคับเฉพาะว่าเมื่อเกิดเหตุนี้แล้วต้องทำ กกต. ต้องประเมินว่าการฟ้องคดีนั้นเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมหรือไม่ 

ตนจึงคิดว่าจะเอาการกระทำนี้ของ กกต. ไปแก้ฟ้องเพิ่มเติมภายใน 15 วัน เพื่อใส่เข้าไปเพิ่มเติมว่าการกระทำแบบนี้เป็นการเลือกปฏิบัติ ไม่ใช่ว่าทำแล้วจะไม่ผิด 157 แต่ทำแล้วจะโดน 157 มากกว่าด้วยซ้ำ เพราะเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดผลเสียต่อผู้หนึ่งผู้ใด การที่ กกต. ดำเนินคดีฟ้องประชาชนที่มาพิสูจน์ความผิดปกติ แต่กลับไม่ตั้งคณะกรรมการตามอำนาจของตัวเองในการไต่สวนเรื่องราวดังกล่าว ย่อมแสดงให้เห็นว่า กกต. มีการเลือกปฏิบัติ ซึ่งสอดคล้องกับข้อเท็จจริงเมื่อปี 2549

นพ.วาโย ยังกล่าวต่อไปว่า ขณะนี้เป็นการยากมากที่ประชาชนจะทำอะไรกับผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และเป็นอีกครั้งที่ประชาชนเห็นได้อย่างประจักษ์ชัด เกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ขององค์กรอิสระ และเห็นได้ชัดว่าองค์กรอิสระไม่มีความยึดโยงกับประชาชน และไม่มีกลไกอะไรเลยในการเข้าชื่อหรือแสดงออกในการคัดค้านหรือถอดถอนองค์กรอิสระได้

มติวุฒิสภา เห็นชอบ ‘จิรุตม์ วิศาลวิจิตร’ นั่ง กกต. ใหม่ ปัดตก ‘มณฑล สุดประเสริฐ’

มติวุฒิสภา เห็นชอบ ‘จิรุตม์ วิศาลวิจิตร’  นั่ง กกต. ใหม่ ปัดตก ‘มณฑล สุดประเสริฐ’

มติวุฒิสภา เห็นชอบ ‘จิรุตม์ วิศาลวิจิตร’ นั่ง กกต. ใหม่ ปัดตก ‘มณฑล สุดประเสริฐ’

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.16 น.

ผ่าน1ร่วง1! ‘วุฒิสภา’ ไฟเขียว ‘จิรุตม์’ นั่ง  ‘กกต.’ ใหม่ แต่ปัดตก ‘มณฑล’ ไม่ได้รับความเห็นชอบ

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่2 เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วน คือ ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ที่ได้รับบการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 2 คน คือ นายจิรุตม์ วิศาลวิจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และนายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

โดยหลังการประชุมลับเพื่อตรวจสอบรายงานประวัติ ความประพฤติ  และพฤติกรรมทางจริยธรรรม แล้วเสร็จ  ได้ลงมติ พบว่า นายจิรุตม์ ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมด้วยมติ 144 เสียง ไม่เห็นชอบ 1 เสียง และงดออกเสียง 26 เสียง  

ขณะที่นายมณฑล ไม่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม โดยได้คะแนนเห็นชอบ เพียง 9 เสียง ไม่เห็นชอบ 102 เสียงง และงดออกเสียง 57 เสียง

ครึ่งวันเช้าผ่าน! ภูมิใจไทย-เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ ตบเท้ารายงานตัวต่อเนื่อง

ครึ่งวันเช้าผ่าน! ภูมิใจไทย-เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ ตบเท้ารายงานตัวต่อเนื่อง

ครึ่งวันเช้าผ่าน! ภูมิใจไทย-เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ ตบเท้ารายงานตัวต่อเนื่อง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.08 น.

คิกออฟรายงานตัวผู้แทนฯวันแรก!ครึ่งวันเช้าผ่าน ’ภูมิใจไทย-เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์‘ ตบเท้าทยอยแต่งตัวเป็นสส.ต่อเนื่อง 

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดรับรายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 เป็นวันแรก ที่บริเวณชั้น B1 ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสส.แบบแบ่งเขต จำนวน 396 คน และให้ผู้ได้รับการเลือกตั้งดังกล่าวรับหนังสือรับรอง ตั้งแต่ในช่วงครึ่งวันเช้าเริ่มเป็นไปอย่างคึกคัก มีสส.มารอรายงานตัว ตั้งแต่ก่อนเวลาเปิดรับรายงานตัว คือน.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และได้รายงานตัวเป็นสส.คนแรก ในเวลา 08.50 น.

จากนั้นมีสส.จากแต่ละพรรคการเมือง ทยอยเดินทางเข้ามารายงานตัวอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย อาทิ นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สส.นครสวรรค์ นายบรม เอ่งฉ้วน สส.สกลนคร นายจักรกฤษณ์ ทองศรี สส.บุรีรัมย์ นายธนา กิจไพบูลย์ชัย สส.ศรีสะเกษ นายอรรถพล วงษ์ประยูร สส.สระบุรี ขณะที่พรรคเพื่อไทย อาทิ นายรวี เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์ ซึ่งมารายงานตัวเป็นคนแรกของพรรคเพื่อไทย ตามมาด้วย น.ส.ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ สส.อุบลราชธานี นายเชิงชาย ชาลีรินทร์ สส.ชัยภูมิ นายวัชรพล ขาวขำ สส.อุดรธานี นางหทัยรัตน์ เพชรพนมพร สส.อุดรธานี นายวิรัช พิมพ์พะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เป็นต้น พรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ นายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง 

ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้เปิดให้มีการรายงานตัวเป็นสส.แบบแบ่งเขตทั้ง 396 คน ตั้งแต่วันนี้ (26 ก.พ.) – 27 ก.พ. 69 และระหว่างวันที่ 2 – 6 มี.ค. 69 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. – 16.30 น.