คุณสมยศพูดแล้ว คุณสมบัติมีอะไรจะพูดมั้ยคะ? สาวกิจกรรม ขุดอดีต 20 ปี ช่วยงานมูลนิธิฯโดนหลอกฟัน

22 สิงหาคม 2569 เวลา 15:58 น.

FacebookXLineGmailCopy LinkShare

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 จากกรณีมีข่าวนักกิจกรรมผู้หญิงออกมาเปิดโปงพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศโดยนักเคลื่อนไหวอาวุโส ที่เคยเป็นนักโทษคดีม.112 ซึ่งกำลังเป็นเรื่องฉาวโฉ่แวดวงนักกิจกรรมฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย

ต่อมา สมยศ พฤกษาเกษมสุข นักกิจกรรมทางการเมืองชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ขอโทษ ถึงตนเองเข้าใจผิด คิดเพียงฝ่ายเดียวว่า คุณ A ให้ความยินยอม

ล่าสุด ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก “Pornnapa lamsamarn” โพสต์ข้อความว่า เรื่องทำนองนี้ ก็เคยเกิดกับฉันมาก่อนเหมือนกัน… ถ้าเอ่ยชื่อไป… ช็อกกันทั่วเมืองแน่ …

ต่อมาเจ้าของโพสต์ก็ได้โพสต์อีกว่า “คุณสมยศพูดแล้ว คุณสมบัติมีอะไรจะพูดมั้ยคะ?”

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ ผู้โพสต์ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า [เรื่องเล่าจากอดีต: เมื่ออุดมการณ์ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลอกใช้คน]

เรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ออกมาเล่าถึงบาดแผลจากการถูกล่วงละเมิดโดย “นักอุดมการณ์” มันทำให้อดีตของฉันฉายภาพซ้ำทับซ้อนขึ้นมา แทบจะเป็นภาพคัดลอกเดียวกัน… ต่างกันแค่ช่วงเวลา และผู้กระทำที่เป็น “คนดัง” อีกคน

ย้อนกลับไปในปี 2549 ตอนนั้นฉันเป็นเพียงเด็กผู้หญิงวัย 20 ที่หอบหัวใจเปี่ยมอุดมการณ์ ลงจากดอยนางนอน เชียงราย มาร่วมประท้วงการยึดอำนาจที่สนามหลวงเพียงลำพัง ฉันไม่รู้จักใครเลยบนพื้นที่แห่งนั้น นอกจากคนดังคนหนึ่งที่เคยพูดคุยกันผ่านเว็บบอร์ด coup19.org(ถ้าจำไม่ผิดนะ)

ด้วยความปลาบปลื้มในตัวเขา เราติดต่อกันผ่าน MSN จนเริ่มคุ้นเคย และไม่นาน… เหตุการณ์ที่เปลี่ยนมุมมองของฉันไปตลอดกาลก็เกิดขึ้น…

วันนั้น ฉันเข้าไปช่วยงานที่สำนักงานมูลนิธิแถวซอยรางน้ำแบบฟรีๆ ด้วยใจที่อยากขับเคลื่อนขบวนการ เมื่อเสร็จงาน ชายคนนั้นชวนออกไปข้างนอกและอาสาจะไปส่งที่พัก เขาพาฉันเดินขึ้นสถานี BTS แต่ปลายทางกลับไม่ใช่การนั่งรถไฟกลับ… เขาพาฉันเลี้ยวเข้าโรงแรมข้างสถานีแทน

ด้วยความเด็กและไม่ประสีประสา ฉันเก้ๆ กังๆ ทำอะไรไม่ถูก แม้นั่นจะไม่ใช่ครั้งแรกในชีวิต แต่มันคือความช็อกที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น จากคนที่หลอกล่อเรามาด้วยความ “ไว้เนื้อเชื่อใจ”

​สิ่งที่ทำให้รู้สึกถูกลดทอนคุณค่าที่สุด คือก่อนกลับ… เขายื่นเงินให้ฉัน ประหนึ่งว่าเศษเงินนั้นจะสามารถปิดปาก หรือเปลี่ยนสิ่งที่เขาทำเป็นการซื้อขายได้ แน่นอนว่าฉันปฏิเสธ…

ตอนนั้นยอมรับว่าแอบมีความรู้สึกดีๆ ให้เขา แต่สิ่งที่ฉันไม่เคยรู้เลยก็คือ เขามีภรรยาอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่คนในสำนักงานรู้กันหมด แต่เขาแค่ไม่แสดงตัว… มีเพียงฉันคนเดียวที่หน้ามืดตามัวและไม่รู้เรื่องอะไรเลย…

สรุปคือ ฉันโดนหลอกเต็มๆ โดนหลอกให้ไปช่วยงานฟรี โดนหลอกฟันฟรี และสูญเสียความเคารพศรัทธาที่มีต่อคนดังคนนี้ไปจนหมดสิ้น…

ภายนอกฉันอาจดูเหมือนคนมูฟออนไว เรื่องนี้เหมือนจะไม่ได้สร้างบาดแผลทางใจไปมากกว่าความรู้สึกสมเพชตัวเอง แต่เหตุผลที่แท้จริงที่ฉัน “เลือกที่จะเงียบ” เป็นเพราะฉันกลัวว่าขบวนการประชาธิปไตยที่ทุกคนร่วมกันสร้างมาจะพังทลายลง อีกทั้งในโครงสร้างสังคมแบบนี้ พูดไปเหยื่อก็คงไม่พ้นถูกตราหน้าว่า “สมยอม”

เรื่องเล่าที่ว่ามีนักอุดมการณ์หลอกกินฟรี มันมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาตลอด… แต่ไม่เคยมีใครกล้าออกมายอมรับตรงๆ ว่าตัวเองคือหนึ่งในเหยื่อ

วันนี้… ฉันนี่แหละคือ “ใบเสร็จ” ที่เขาตามหากัน

ที่ตัดสินใจออกมาพูด เพราะไม่อยากให้ใครต้องตกเป็นเหยื่อของการใช้อุดมการณ์อันบริสุทธิ์มาเป็นเครื่องมือหลอกลวงอีก

คนที่พร่ำเพ้อเรียกร้องหาความยุติธรรมและความเท่าเทียมให้สังคม กลับเอาอุดมการณ์มาบังหน้าเพื่อตักตวงผลประโยชน์ทาง “กาม” ให้ตัวเอง…

ทุกครั้งที่ฉันเห็นคนคนนี้ในทีวี หรือบนเวทีเสวนา นั่งพูดจาสวยหรูเรื่องความบริสุทธิ์ยุติธรรม… มันทำให้ฉันสะอิดสะเอียนจนแทบอยากจะอาเจียน

“แมงดาแห่งประชาธิปไตย” ที่เล่นกับไฟอุดมการณ์ของผู้คน ไม่ควรมีที่ยืนอีกต่อไป

ไม่ว่าเรื่องในวันนั้นจะดำเนินคดีได้หรือไม่ แต่วันนี้ฉันขอเป็นส่วนหนึ่งที่กระชากหน้ากากคนจอมปลอมพวกนี้ออกมา เพื่อเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ใครต้องมาแตกสลายเพราะคนแบบนี้อีกต่อไป

การเมืองคุกคามทางเพศสมบัติอดีตนักโทษม.112

เอ็ดดี้ ชี้ ออสเตรเลีย มอง ไทย เป็นหุ้นส่วนระดับภูมิภาค

22 สิงหาคม 2569 เวลา 15:39 น.

เอ็ดดี้

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก วิเคราะห์เบื้องหลังและถ้อยแถลงสำคัญ กรณีการเดินทางเยือนกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย ของนายกรัฐมนตรีไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยหยิบยกคำกล่าวของ Anne Aly รัฐมนตรีของรัฐบาลออสเตรเลีย ที่ให้เกียรติมาส่งและอวยพรการเดินทางกลับ พร้อมทั้งเน้นย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในหลากหลายมิติ โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนระดับภูมิภาคของออสเตรเลีย #อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ Anne Aly เป็น ส.ส.พรรค Labor เขต Cowan รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย และเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีซี ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งพร้อมกัน 3 กระทรวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธุรกิจขนาดย่อม (Small Business) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาระหว่างประเทศ (International Development) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพหุวัฒนธรรม (Multicultural Affairs) ของออสเตรเลีย  

เธอเกิดที่อียิปต์และย้ายมาออสเตรเลียตั้งแต่อายุ 2 ขวบ เป็นสตรีมุสลิมคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสภาผู้แทนราษฎรออสเตรเลีย ในปี 2016  ก่อนเข้าสู่การเมืองเธอเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยด้านการต่อต้านการก่อการร้าย

เอ็ดดี้


เธอเรียนปริญญาโทและเอกที่ Edith Cowan University โดยทำงานด้าน counter-terrorism และ countering violent extremism เคยเป็นที่ปรึกษา UN Counter-Terrorism Directorate และเป็นผู้ก่อตั้ง People Against Violent Extremism (PaVE)  

เธอโพสต์ว่า:“ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนระดับภูมิภาคที่เราไว้วางใจ และเป็นมิตรประเทศ โดยมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในด้านการค้า การบังคับใช้กฎหมาย การป้องกันประเทศ และนวัตกรรม
มิตรภาพนี้ตั้งอยู่บนสายสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของสองประเทศ ตั้งแต่ภาคธุรกิจและนักท่องเที่ยว ไปจนถึงนักเรียน นักศึกษา และครอบครัว
นับเป็นเกียรติที่ได้ร่วมต้อนรับนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย ฯพณฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในโอกาสเดินทางเยือนกรุงแคนเบอร์ราในสัปดาห์นี้ และได้มาส่งพร้อมอวยพรให้ท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพในเช้าวันนี้”

ผมอยากชี้ให้เห็นคำสำคัญมาก ๆ คือ “Thailand is a trusted regional partner and friend” ถ้าแปลโดยรักษาน้ำหนักทางการทูต ผมจะใช้ว่า “ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนระดับภูมิภาคที่ออสเตรเลียไว้วางใจ และเป็นมิตรประเทศ” ไม่ใช่เพียง “ประเทศไทยเป็นเพื่อนของออสเตรเลีย” เพราะคำว่า trusted regional partner มีนัยว่ารัฐบาลออสเตรเลียกำลังมองไทยในฐานะ “ผู้เล่นระดับภูมิภาคที่สามารถร่วมมือกันได้” ไม่ใช่เพียงประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันและน่าสังเกตอีกอย่างว่าเธอเลือกเจาะจงความสัมพันธ์ถึง 4 ด้าน Trade การค้า Law enforcement การบังคับใช้กฎหมาย Defence การป้องกันประเทศ/ความมั่นคง Innovation นวัตกรรม ชุดคำนี้สอดคล้องมากกับภาพที่เราเคยวิเคราะห์เรื่องการเยือนออสเตรเลียของนายกฯ อนุทิน เพราะมันครอบคลุมทั้ง เศรษฐกิจ + ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ + ความมั่นคง + เทคโนโลยี ไม่ได้พูดถึงความสัมพันธ์ไทย–ออสเตรเลียเพียงในเชิงมิตรภาพหรือการท่องเที่ยว

อีกจุดที่มีความหมายคือเมื่อเธอไปส่งนายกรัฐมนตรีไทยถึงเครื่องบิน และเขียนเองว่า “to wish him a safe journey this morning” แสดงว่าเธอมีบทบาทเป็นตัวแทนรัฐบาลออสเตรเลียในการดูแลการเยือนครั้งนี้อย่างเป็นทางการในช่วงท้ายด้วย
อย่างไรก็ตาม,

ประเด็นสแกมออนไลน์และการค้ามนุษย์ที่ถูกหยิบยกขึ้นมา สะท้อนว่าภาพลักษณ์ไทยในสายตาต่างชาติยังผูกติดกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นดาบสองคม 

“ได้ความร่วมมือแต่ก็ตอกย้ำปัญหาที่มีอยู่” ผลลัพธ์เชิงรูปธรรม (FTA, การลงทุนจริง) ยังต้องติดตามในระยะยาว เพราะแถลงการณ์ร่วมกับตัวเลขการลงทุนจริงมักมีช่องว่างเสมอ

โดยรวม การเยือนครั้งนี้ส่งผลบวกต่อไทยในเชิงการยกระดับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์และเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ประโยชน์ที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับการนำข้อตกลง/กลไกความร่วมมือที่ประกาศไว้ (เช่น กลไกกลาโหม การปราบสแกม ความร่วมมือ NSTDA-CSIRO) ไปปฏิบัติจริงต่อไป”

เอ็ดดี้

หลังจากที่โพสต์ของ เอ็ดดี้ เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น 

“สุดยอดครับ เรื่องดีๆแบบนี้ที่ไทยจะได้รับ ต้องนำเสนอเยอะๆครับ ขอบคุณครับ”

“ขอเรียนว่า ๑.มิตรภาพระหว่างไทย-เมกา-จีน-ยุโรป ๒.มิตรภาพออสเตรเลียกับไทย ๓.สรุป=ประเทศใดที่มีมิตรภาพดีสุดๆ(ความสัมพันธ์ทางการทูต การกีดกันทางการค้า กำแพงภาษี ความเจริญทางด้านมนุษยธรรมฯลฯ)..ผมให้ความปลื้มปิติที่ดีมากแต่ออสเตรเลียสุดๆ ครับ.”

“ภาพนี้น่ารักมากๆเป็นความภาคภูมิใจของพี่นะคะในฐานะคนไทยที่อยู่ที่นี่ เขาให้การต้อนรับเราแสนอบอุ่นมากๆ ใครไม่ชอบอะไรก็กลับไปพูดกันในบ้านเรา ในบ้านเขาก็มีเรื่องกันมากมายแต่เขาไม่พูด ทุกคนล้วนมีอารยะของเราแต่ละคนแต่ละประเทศ พลังบวกค่ะ”

“รัฐมนตรีออสเตรเลีย ควบ 3 กระทรวง ขณะนายกหนู ควบได้แค่ 2 กระทรวง คนไทยงอแงซะงั้น”

“สัมพันธไมตรี ที่มั่นคง ยืนยง ยาวนาน ..70 ปีระหว่าง เครือรัฐออสเตรเลีย กับ ราชอาณาจักรไทย”

“ช้วงนี้นายกบินบ่อย ในฐานะนายกฯ แสดงนัยยะเรื่องการ ตปท และเศรษฐกิจ”

“ขอบคุณในข้อมูลค่ะ ทดไว้ในใจแล้วค่ะ ว่านายกรัฐคณะไปคราวนี้ รัฐบาลได้ทำอะไรบ้าง”

“ดีต่อใจอบอุ่นในมุมของพลังบวกค่ะ”

เอ็ดดี้
เอ็ดดี้
เอ็ดดี้
เอ็ดดี้

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์

นักวิชาการอิสระออสเตรเลียอัษฎางค์ ยมนาคเอ็ดดี้

คำขอโทษไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่ปรับปรุงตัว! สมชาย แซ่จิว ฉะ สมยศ ปมคุกคามทางเพศ

22 สิงหาคม 2569 เวลา 15:27 น.

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 จากกรณีมีข่าวนักกิจกรรมผู้หญิงออกมาเปิดโปงพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศโดยนักเคลื่อนไหวอาวุโส ที่เคยเป็นนักโทษคดีม.112 ซึ่งกำลังเป็นเรื่องฉาวโฉ่แวดวงนักกิจกรรมฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย

ต่อมา สมยศ พฤกษาเกษมสุข นักกิจกรรมทางการเมืองชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ขอโทษ ถึงตนเองเข้าใจผิด คิดเพียงฝ่ายเดียวว่า คุณ A ให้ความยินยอม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (สมยศ เคลื่อนไหวแล้ว หลังข่าวฉาวคุกคามทางเพศ ‘ขอโทษที่ผมเข้าใจผิด’ คิดว่าให้ความยินยอม)

ล่าสุด นายสมชาย แซ่จิว นักเขียนชื่อดัง ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีน ได้โพสต์ข้อความถึงเรื่องนี้ว่า เจ้ว่า โพสต์คุณสมยศไม่แฟร์ พยายามจะบอกว่า เป็นเรื่องผัวเมีย โดยไม่พูดปฐมเหตุ ไม่พูดถึงพฤติกรรมในอดีต คำขอโทษไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่ปรับปรุงตัว

คุกคามทางเพศสมยศพฤกษาเกษมสุขอดีตนักโทษม.112

เอกนิติ พบคนไทยในนิวซีแลนด์ ยันรัฐบาล เจรจาเชิงรุกมุ่งเป้าดึงดูดการลงทุน ดันไทยศูนย์กลางกระจายสินค้าในภูมิภาค

22 สิงหาคม 2569 เวลา 14:32 น.

“เอกนิติ” พบคนไทยในนิวซีแลนด์ ยันรัฐบาลไทยเดินหน้าเจรจาเชิงรุกมุ่งเป้าดึงดูดการลงทุน ยกระดับศักยภาพประเทศ ผ่านความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการเกษตร พลังงานสะอาด พร้อมเจรจากลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ T&G Global ดันไทยเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าในภูมิภาค

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ที่นครโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวระหว่างกิจกรรมพบปะชุมคนไทยในนิวซีแลนด์ว่าในการเดินทางเยือนนิวซีแลนด์ร่วมกับนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้รัฐบาลมุ่งเน้นการเชื่อมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและดึงดูดการลงทุนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมซึ่งจากการพบหารือกับนักธุรกิจนิวซีแลนด์พบว่ามีนักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนในไทยจำนวนมาก ขณะเดียวกันนักลงทุนไทยก็ได้ขยายฐานการลงทุนในนิวซีแลนด์อย่างน่าภาคภูมิใจ เช่น การถือหุ้น 20% ในธุรกิจน้ำผึ้งคุณภาพดี (Comvita) และการเป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรมชั้นนำ เป็นต้น

นายเอกนิติ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลมีนโยบายเปลี่ยนวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพให้เป็นโอกาสโดยการจับมือกับนิวซีแลนด์เพื่อพัฒนาพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เนื่องจากนิวซีแลนด์มีความเชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรม ซึ่งไทยจะนำความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์อาหาร (Food Science) และเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวมาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและยกระดับรายได้ให้เกษตรกรไทย

นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้า โดยเฉพาะแอปเปิลในภูมิภาค โดยอาศัยความร่วมมือกับกลุ่มธุรกิจไทย เช่น กลุ่มเซ็นทรัลที่เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ และได้มีการหารือกับ T&G Global ในการลงทุนตั้งศูนย์กระจายสินค้าในประเทศไทยในเรื่องนี้แล้ว

ในด้านการคมนาคมและการท่องเที่ยว นายเอกนิติกล่าวว่านายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศได้มอบนโยบายให้ยกระดับความร่วมมือผ่านข้อตกลง FTA ไทย-นิวซีแลนด์ ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยเร่งรัดให้การบินไทยกลับมาเปิดเส้นทางบินตรงสู่ประเทศนิวซีแลนด์อีกครั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักธุรกิจและประชาชน ซึ่งได้มีการประสานงานกับประธานบคณะ กรรมการ การบินไทย และ CEO ของท่าอากาศยานโอ๊คแลนด์ (Auckland Airport) เพื่อเตรียมความพร้อมและหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในการเดินทาง โดยต้องดูถึงสล็อตเวลาที่การเดินทางของผู้โดยสารจากทั้งสองประเทศมีความสะดวกที่สุด โดยเมื่อการบินไทยได้เครื่องบินใหม่เข้ามาในฝูงบินจะให้พิจารณาเส้นทางการบินตรง มายังนิวซีแลนด์เป็นลำดับต้นๆ

สำหรับการพัฒนาศักยภาพคนไทย รัฐบาลมุ่งเน้นการดึงทักษะสมัยใหม่ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีมาถ่ายทอดให้กับคนไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจพร้อมทั้งจะนำความดีงามของความเป็นไทยมาเผยแพร่ให้กับชาวนิวซีแลนด์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในทุกมิติ โดยเป้าหมายหลักคือการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทยผ่านนวัตกรรมและการเป็นเจ้าของธุรกิจในระดับสากล

การลงทุนเอกนิติ

โปรดเกล้าฯ ให้นายทหารราชองครักษ์พิเศษ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่

22 สิงหาคม 2569 เวลา 14:20 น.

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศ ให้นายทหารราชองครักษ์พิเศษ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายทหารราชองครักษ์พิเศษ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการถวายความปลอดภัย พ.ศ.2560 มาตรา 6 มาตรา 7 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติราชองครักษ์ พุทธศักราช 2480 และข้อ 6 ของระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการแต่งตั้งราชองครักษ์ พ.ศ.2559

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.ชูฉัตร กำภู ณ อยุธยา นายทหารราชองครักษ์พิเศษ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม พุทธศักราช 2569

ประกาศ ณ วันที่ 21 สิงหาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

ทหารราชองครักษ์พิเศษราชกิจจานุเบกษาโปรดเกล้าฯ

‘สีหศักดิ์’ ประกาศความสำเร็จการทูตไทย ชูสูตร ‘ผู้นำคลิกกัน’ ดันเจรจาออสซี่-นิวซีแลนด์สำเร็จ 80%

22 สิงหาคม 2569 เวลา 14:15 น.

สีหศักดิ์

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ที่นครโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ เปิดเผยในงานกิจกรรมพบปะชุมชนคนไทยในนิวซีแลนด์ ว่า ขณะนี้สถานะของประเทศไทยในเวทีโลกปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาประเทศ เช่นเดียวกับทิศทางเศรษฐกิจไทยและบทบาทในเวทีต่าง ๆ กำลังดำเนินไปในทางที่มั่นคง แม้จะยังมีความท้าทายจากสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านที่ยังคงเป็นปัญหาอยู่บ้าง

ทั้งนี้รัฐบาลสามารถเปิดความสัมพันธ์ใหม่กับประเทศเพื่อนบ้านอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายความร่วมมือทางการทูตและการค้าระหว่างภูมิภาค โดยภารกิจด้านต่างประเทศถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญสูงควบคู่ไปกับภารกิจภายในประเทศ ซึ่งต้องอาศัยการขับเคลื่อนที่เข้มข้นจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรัฐบาล

สีหศักดิ์

“หัวใจสำคัญของการดำเนินนโยบายต่างประเทศในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ตัวนโยบายเพียงอย่างเดียวแต่อยู่ที่บทบาทและความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำประเทศ ถ้าผู้นำคลิกกันหลายเรื่องมันก็สำเร็จไปเกือบ 80% และทุกประเทศที่ท่านได้ไปเยือนก็สังเกตได้ว่าสามารถสร้างสิ่งนี้คือความเป็นกันเอง ความสนิทสนม ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างผู้นำโดยความสนิทสนมและไวเนื้อเชื่อใจกันระหว่างผู้นำในการหารือที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นปัจจัยที่ทำให้การเจรจาหลายเรื่องประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย” นายสีหศักดิ์ ระบุ

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ภารกิจหลักที่รัฐบาลจะละเลยไม่ได้คือการดูแลคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศผ่านแนวทางการดำเนินงานที่เรียกว่าการทูตเพื่อประชาชนในเชิงลึก การทำงานในส่วนนี้ไม่ใช่เพียงแค่การอำนวยความสะดวกในเรื่องการทำหนังสือเดินทางหรือเอกสารราชการเท่านั้น แต่เป็นการเข้าถึงความเป็นอยู่ของพลเมือง

สีหศักดิ์

รัฐบาลมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนชาวไทยในต่างแดนเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายและพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงในสังคมต่างชาติ สิ่งสำคัญคือการส่งเสริมให้คนไทยมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องกฎหมายของประเทศที่พำนักอยู่เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตและทำงาน

อย่างไรก็ดีกระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานชุมชนให้แข็งแกร่งเพื่อให้คนไทยในต่างประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดีและได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง โดยสิ่งที่พยายามจะทำให้มากที่สุดคือการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนชาวไทย ให้อยู่สุขสบายสามารถดูแลตัวเองกันได้

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่วว่า รัฐบาลพร้อมขับเคลื่อนการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน แม้จะเป็นรัฐบาลที่ประกอบด้วยพรรคหลักเพียงสองพรรคแต่ยังคงเน้นสร้างความสามัคคีภายในเพื่อรับมือกับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้อย่างความไม่แน่นอนของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา

รัฐบาลพยายามสร้างความเข้มแข็งจากภายในเพื่อให้ประเทศสามารถต่อสู้กับภัยคุกคามภายนอกและสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคอย่างอาเซียนรวมถึงประเทศคู่ค้าหลักอย่างออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ทิศทางการทำงานของรัฐบาลเปรียบเสมือนกุญแจที่เปิดประตูโอกาสให้ภาคเอกชนและประชาชนสามารถตักตวงผลประโยชน์จากการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำที่อยู่ในระดับที่ดีมากได้ทันที

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า นโยบายด้านแรงงานของรัฐบาลมุ่งเน้นการยกระดับความร่วมมือกับนิวซีแลนด์ซึ่งปัจจุบันมีแรงงานไทยเดินทางเข้ามาทำงานในลักษณะแรงงานตามฤดูกาลในภาคการเกษตรเป็นหลักประมาณ 7,800 คนต่อปี กระทรวงแรงงานเตรียมนำประเด็นแรงงานเข้าไปเจรจาควบคู่กับการปรับปรุงหรือรีแวมพ์ข้อตกลงการค้าเสรีฉบับเดิมเพื่อเพิ่มโอกาสและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทยให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

“เราจะเอาเรื่องแรงงานไปเจรจารวมกับการอัปเดตตัว FTA เก่า แต่ว่าจะเอาเรื่องแรงงานผนวกเข้าไปด้วย ซึ่งเราก็จะพูดถึงเรื่องของการขยายโควต้า เราพูดถึงเรื่องของการดูแลสวัสดิภาพสวัสดิการให้กับพี่น้องแรงงาน ดูแลในเรื่องของการลดข้อจำกัดเช่นเรื่องของภาษา”

สำหรับแนวทางการเจรจาที่สำคัญคือการเสนอปรับลดข้อจำกัดด้านทักษะภาษาอังกฤษสำหรับแรงงานบางสาขาอาชีพอาทิภาคการเกษตร เชฟ และพนักงานนวด เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการจ้างงานมากขึ้น โดยจะเสนอให้ลดระดับความต้องการทางภาษาจากระดับวิชาการลงมาเป็นเพียงการสื่อสารขั้นพื้นฐานเพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะการทำงานจริงและสร้างโอกาสการเข้าถึงงานที่กว้างขวาง

“ถ้าไม่ได้เรื่องภาษามากก็จะลดระดับลงจากระดับที่เป็น academic level ให้มันลดลงอยู่ในระดับที่เป็นแค่ basic communication ได้ไหม เพื่อสร้างโอกาสให้คนไทยมีโอกาสมายัง นิวซีแลนด์ให้ได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันเราก็ต้องดูแลในเรื่องสวัสดิภาพสวัสดิการคนไทยที่อยู่ที่นี่ด้วย”

การเมืองทูตนิวซีแลนด์สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

‘ยศชนัน’ ระดมสรรพกำลังลุยล้างโคลน เร่งฟื้นฟูหลัง อ.ปัว น้ำลด

22 สิงหาคม 2569 เวลา 14:05 น.

วันที่ 22 ส.ค.69 ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดน่าน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ เป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์และติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน, นายอำเภอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในห้องประชุม และร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference

ที่ประชุมได้รับรายงานความคืบหน้าการจัดกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยมีการจัดส่งทหารช่าง พร้อมเครื่องจักร และอุปกรณ์หนักอำนวยความสะดวก จากจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 40 นาย พร้อมด้วยกำลังพลจากมณฑลทหารบกที่ 38 จำนวน 550 นาย และมณฑลทหารบกที่ 34-35 อีก 80 นาย ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ประสานงานกับทางอำเภอปัว เพื่อกระจายกำลังพลลงพื้นที่และขยายผลการช่วยเหลือไปยังจุดอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในพื้นที่อำเภอปัว เพื่อให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเดินทางเข้าไปช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ประชาชนได้อย่างทันท่วงที

ในส่วนของการฟื้นฟูพื้นที่ กรมชลประทานได้จัดส่งรถบรรทุกน้ำพร้อมกำลังพล เข้าไปสนับสนุนภารกิจทำความสะอาดและฉีดล้างดินโคลนตามบ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ตำบลเจดีย์ชัย และบ้านร้องแง อำเภอปัว พร้อมกันนี้ รองนายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองของจังหวัด ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของอาคารบ้านเรือนเพิ่มเติม เพื่อให้การจัดสรรความช่วยเหลือและการฟื้นฟูเป็นไปอย่างครอบคลุมในทุกมิติ

รองนายกรัฐมนตรียังได้แสดงความห่วงใยต่อสภาพจิตใจของผู้ประสบภัย โดยเฉพาะครอบครัวที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจเมื่อวานนี้ได้พบเห็นสถานการณ์จริง จึงได้มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานในพื้นที่เร่งดูแลเยียวยาจิตใจควบคู่ไปกับการซ่อมแซมบ้านเรือน โดยนายอำเภอจะประสานงานกับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว เพื่อจัดทีมบุคลากรทางการแพทย์เข้าไปประเมินและดูแลสภาพจิตใจของประชาชนอย่างใกล้ชิด

ด้านกระทรวง พม. ได้รายงานเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าในการดูแลกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุและคนพิการ ในพื้นที่ตำบลศิลาแลง และตำบลวรนคร อำเภอปัว ว่าขณะนี้ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าไปดูแลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำกับทุกหน่วยงานว่า หากสามารถเร่งฟื้นฟูบ้านเรือนและชุมชนให้กลับคืนสู่สภาพปกติได้โดยเร็ว จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สภาพจิตใจของประชาชนฟื้นฟูกลับมาดีขึ้นตามไปด้วย

น่านน้ำท่วมยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

กรมชลฯ ลงพื้นที่สุโขทัย เกาะติดน้ำยม วางมาตรการระบายน้ำสอดรับฝนตกหนัก

22 สิงหาคม 2569 เวลา 13:52 น.

กรมชลฯ

วันนี้ (22 สิงหาคม 2569) นายทรงพล สวยสม รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายปิยะ ลืออุติกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 นายชวนินทร์ สุภาษา ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสุโขทัย นายโชค พรินทรากูล ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 4 นายอภินันทร์ จ่าพันดุง ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 4 และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อติดตามสถานการณ์และประเมินแนวโน้มระดับน้ำในแม่น้ำยม พร้อมวางแนวทางบริหารจัดการและระบายน้ำ รองรับปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่กำลังเคลื่อนตัวลงสู่พื้นที่ตอนล่าง

โดยนายทรงพล ได้ กำชับให้สำนักงานชลประทานที่ 4 ติดตามสถานการณ์น้ำและฝนอย่างใกล้ชิด ใช้แผนบริหารจัดการน้ำเชิงรุกตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝนของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะมาตรการในการหน่วงน้ำ ตัดยอดน้ำ และพร่องน้ำล่วงหน้า พร้อมประเมินแนวโน้มปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง รวมทั้งประสานการบริหารจัดการน้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่รับน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสำนักงานชลประทานที่ 3 เพื่อให้การบริหารจัดการและการระบายน้ำเป็นไปอย่างสอดคล้องและเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่พื้นที่ตอนบนลงสู่พื้นที่ตอนล่าง เพื่อควบคุมปริมาณน้ำและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

กรมชลฯ

ขณะที่นายปิยะ ลืออุติกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำยมได้รับอิทธิพลจากฝนที่ตกหนักทั้งบริเวณตอนบนและตอนกลางของลุ่มน้ำ ในช่วงวันที่ 19–20 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอปงและอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ส่งผลให้ปริมาณน้ำท่าที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ Y.31 จังหวัดพะเยา พุ่งสูงสุดถึง 917 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่พื้นที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ อำเภอศรีสัชนาลัย และอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นพื้นที่ตอนกลางของลุ่มน้ำ มีน้ำไหลผ่านที่สถานี Y.14B อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย สูงสุดถึง 688 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงต้องติดตามการเคลื่อนตัวของปริมาณน้ำและระดับน้ำในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด

โดยปัจจุบันสถานีต้นน้ำในจังหวัดพะเยาและแพร่ มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ที่จังหวัดสุโขทัยกำลังรับมือกับปริมาณน้ำที่กำลังจะเดินทางมาถึง โดยสถานการณ์ล่าสุดวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลา 06.00 น. ที่สถานี Y.14B อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย มีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 561 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แนวโน้มทรงตัว ส่วนที่สถานี Y.4 อำเภอเมืองสุโขทัย มีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 278 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งยังต่ำกว่าตลิ่งราว 1.7 เมตร สถานการณ์ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้

กรมชลฯ

อย่างไรก็ตามในส่วนการบริหารจัดการน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 4 ได้ควบคุมและระบายน้ำผ่านท้ายประตูระบายน้ำแม่น้ำยม (บ้านหาดสะพานจันทร์) พร้อมแบ่งน้ำเข้าประตูระบายน้ำคลองหกบาท ลงแม่น้ำยมสายเก่า และผันไปลงคลองยม-น่าน เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านพื้นที่ตัวเมืองสุโขทัย โดยจะปรับการระบายให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำและสถานการณ์ฝนในแต่ละช่วงเวลา
และได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังเจ้าหน้าที่ไว้ตามจุดเสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมแม่น้ำยม พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำและฝน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถปรับแผนการบริหารจัดการและเข้าดำเนินการได้อย่างทันท่วงที

กรมชลประทานน้ำสุโขทัยแม่น้ำยม

กยท. เร่งสำรวจน้ำท่วมน่าน จ่อช่วยเหลือชาวสวนยางรายละ 3,000 บาท

22 สิงหาคม 2569 เวลา 12:53 น.

นายวีริศ อัมระปาล กรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่าน ตนได้หารือกับนายเบญจพล นาคประเสริฐ ประธานกรรมการ กยท. เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง พร้อมรับฟังรายงานสถานการณ์จาก กยท.จังหวัดน่าน พบว่า อุทกภัยส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนของเกษตรกรชาวสวนยางได้รับความเสียหายในหลายอำเภอ อาทิ อำเภอเมืองน่าน อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอเวียงสา อำเภอสันติสุข และอำเภอภูเพียง

โดยคาดว่ามีเกษตรกรชาวสวนยางได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติประมาณ 3,500 ราย พื้นที่ 35,000 ไร่ จากเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ทั้งหมด 16,146 ราย พื้นที่ 170,810.33 ไร่ โดยได้อนุมัติให้ กยท. สนับสนุนปัจจัยยังชีพแก่ครัวเรือนเกษตรกรชาวสวนยางที่ประสบภัยพิบัติ และเตรียมพิจารณาสวัสดิการเงินช่วยเหลือกรณีสวนยางประสบภัย รายละไม่เกิน 3,000 บาท เพื่อให้เกษตรกรสามารถติดต่อขอรับเงินช่วยเหลือได้ภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย

สวนยาง
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ทั้งนี้ในการช่วยเหลือนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยเกษตรกรชาวสวนยางเป็นอย่างมาก และได้สั่งการให้ กยท.เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือและเยียวยาเป็นไปอย่างทันท่วงที เนื่องจากสถานการณ์ครั้งนี้ก่อให้เกิดความเสียหายและสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

นายวีริศ บอกด้วยว่าล่าสุดได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการ กยท.ภาคเหนือ ให้ตรวจสอบความเสียหายในพื้นที่ประสบภัย และเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางเป็นไปอย่างรวดเร็ว และป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น โดยกำหนดมาตรการเร่งด่วน 3 ด้าน ได้แก่

1. ตรวจสอบและประเมินความเสียหายของเกษตรกรชาวสวนยาง และพื้นที่สวนยางใน จ.น่าน ให้รวบรวมข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบที่กำหนดต่อไป

2. เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยพื้นที่สุ่มเสี่ยง อาทิ พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ โดยติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดและกระจายข่าวแจ้งเตือนเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ทันที และ

3. ให้รายงานผลกระทบและความเสียหายให้ทราบ ทุกวันผ่านทางระบบสารบรรณ อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งยืนยันว่า กยท.จะอยู่เคียงข้างพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง และเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

สวนยาง
สวนยาง
สวนยาง
สวนยาง

กยท.น่านน้ำท่วมสวนยางเงินเยียวยา

ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์ เป็นศูนย์กลางประสานข้อมูลน้ำท่วม 6 จังหวัด เชื่อมภาคเอกชนส่งวัตถุดิบถึงโรงครัวกลาง

22 สิงหาคม 2569 เวลา 11:20 น.

ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์

วันนี้ 22 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ต่อยอดการทำงานของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย จังหวัดน่าน หรือ JIC น่าน จากการรายงานสถานการณ์ มาสู่การเป็นศูนย์กลางประสานข้อมูล ทำหน้าที่รวบรวมความต้องการจากพื้นที่ แล้วส่งต่อให้ภาคเอกชนและหน่วยงานที่พร้อมสนับสนุนทราบว่าควรส่งอะไรไปที่ใด โดยล็อตแรกได้ประสานภาคเอกชนสนับสนุนเนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ข้าวสาร ผักสด และเครื่องปรุงรส ส่งมอบให้มูลนิธิในพื้นที่ซึ่งตั้งโรงครัวกลางประกอบอาหารแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยในจังหวัดน่าน และจะขยายการประสานไปยังจังหวัดอื่นที่ยังมีสถานการณ์ตามความต้องการของพื้นที่

การดำเนินการครั้งนี้เป็นการสานต่อนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ห่วงใยพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย และกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งนำความช่วยเหลือถึงมือประชาชนให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะอาหารและน้ำดื่มที่ต้องไม่ขาดในแต่ละมื้อ พร้อมให้หน่วยงานด้านการสื่อสารของรัฐทำหน้าที่เชื่อมภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้าหากัน เพื่อให้ความช่วยเหลือกระจายตรงจุดและไม่ซ้ำซ้อน

ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์

สำหรับความช่วยเหลือล็อตแรกที่ส่งถึงโรงครัวกลางแล้ว ประกอบด้วยเนื้อไก่ เนื้อหมู ไข่ไก่ ข้าวสาร น้ำมันพืช เครื่องปรุงรส และผักสดหลายชนิด ขณะที่โรงครัวกลางแจ้งว่ายังต้องการวัตถุดิบเติมต่อเนื่อง ทั้งเนื้อไก่ ข้าวสาร ผักสด เครื่องปรุงรส และภาชนะบรรจุอาหาร ซึ่งเป็นของที่ต้องใช้ทุกมื้อและหมดเร็วที่สุด

นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้ประสานงานร่วมกับ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทำให้ทราบว่าโรงครัวกลางคือหัวใจของการช่วยเหลือในช่วงนี้ เพราะบ้านเรือนเสียหาย เครื่องครัวถูกน้ำพัดไป ชาวบ้านทำอาหารเองไม่ได้

ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์

“ดิฉันได้ประสานภาคเอกชนที่มีกำลัง จัดส่งวัตถุดิบและของจำเป็นเข้าไปในพื้นที่ให้เร็วที่สุด และให้กรมประชาสัมพันธ์ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูล เชื่อมต่อผู้ที่พร้อมสนับสนุน กับความต้องการจริงของพื้นที่ เพราะความช่วยเหลือที่ดีที่สุดคือความช่วยเหลือที่ไปถึงทันมื้อต่อไป” นางสาวศุภมาสกล่าว

พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับให้กรมประชาสัมพันธ์รายงานสถานการณ์น้ำและจุดที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องทุกช่วงข่าว และให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดในพื้นที่ประสบภัยรวบรวมความต้องการจากศูนย์พักพิงและโรงครัวกลางเป็นรายวัน แล้วแจ้งให้ผู้ที่ประสงค์จะช่วยเหลือทราบว่าขณะนี้ในพื้นที่ต้องการอะไร เพื่อไม่ให้ของบางอย่างล้น ขณะที่ของจำเป็นบางอย่างยังขาด และให้ขยายรูปแบบการทำงานของ JIC น่าน ไปยังจังหวัดที่ยังเผชิญสถานการณ์ ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 18.00 น. ว่าสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัด มีประชาชนได้รับผลกระทบ 25,058 ครัวเรือน รวม 78,241 คน ปัจจุบันยังมีสถานการณ์ใน 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดน่าน สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ และอุบลราชธานี โดยหลายพื้นที่ระดับน้ำลดลงและเข้าสู่ระยะฟื้นฟูแล้ว สำหรับผู้ที่ประสงค์สนับสนุนสิ่งของ สามารถส่งไปยังศูนย์รับบริจาคสิ่งของและเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จังหวัดน่าน ณ บริเวณโถงชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดน่าน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 054-716-414 และ 054-716-409

ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์

“ดิฉันขอขอบคุณภาคเอกชน มูลนิธิ อาสาสมัคร และพี่น้องคนไทยทุกคนที่ส่งน้ำใจไปยังพื้นที่ประสบภัยในเวลานี้ ขณะนี้หลายพื้นที่ระดับน้ำลดลงและเข้าสู่ระยะฟื้นฟูแล้ว ส่วนพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์ ทุกหน่วยงานกำลังทำงานร่วมกันอย่างเต็มกำลัง สิ่งที่ดิฉันอยากฝากคือขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวทางราชการเป็นหลัก เพราะข้อมูลที่ถูกต้องช่วยให้ความช่วยเหลือไปถึงคนที่ต้องการได้ตรงจุดที่สุด และขอยืนยันว่ารัฐบาลจะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนจนกว่าทุกคนจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ” นางสาวศุภมาสกล่าวทิ้งท้าย

ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ได้ทางกรมประชาสัมพันธ์ ช่อง NBT2HD สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย FM 92.5 MHz เฟซบุ๊ก กรมประชาสัมพันธ์ และเฟซบุ๊ก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน โดยศูนย์ JIC น่าน จะอัปเดตสถานการณ์วันละ 2 รอบ เวลา 10.00 น. และ 16.00 น. พร้อมแจ้งเตือนทันทีเมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์
ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์
ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์
ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์
ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์
ศุภมาส สั่ง กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ครัวกลางน้ำท่วมศุภมาส อิศรภักดี