พิพัฒน์ จ่อพบม็อบค้าน ‘แลนด์บริดจ์’ หลัง ‘นายกฯ’ สายตรงให้เจรจา สิ่งใดรับได้ -รับไม่ได้

พิพัฒน์ จ่อพบม็อบค้าน 'แลนด์บริดจ์' หลัง 'นายกฯ' สายตรงให้เจรจา สิ่งใดรับได้ -รับไม่ได้

พิพัฒน์ จ่อพบม็อบค้าน ‘แลนด์บริดจ์’ หลัง ‘นายกฯ’ สายตรงให้เจรจา สิ่งใดรับได้ -รับไม่ได้

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.57 น.

“พิพัฒน์”จ่อพบม็อบค้าน”แลนด์บริดจ์” หน้าทำเนียบ บ่ายนี้ หลัง”นายกฯ” สายตรงให้เจรจา สิ่งใดรับได้ -รับไม่ได้

วันนี้ 30 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 9.45 น.ที่รัฐสภา นาย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ว่าเวลา 14.00 น. วันนี้ ตนจะเดินทางไปพบกลุ่มผู้ชุมนุมที่คัดค้านการก่อสร้างโครงการแลนด์บริดจ์ ที่ชุมนุมอยู่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งตนจะไปพูดคุยแลกเปลี่ยนว่าสิ่งใดที่รัฐบาล รับได้และรับไม่ได้  และเมื่อคืนนายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์มาจากฝรั่งเศสโดยมอบหมายให้ตนเข้าไปเจรจา 

พิพัฒน์ รัชกิจประการ

ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อวานมีตัวแทนจาก สส.ในพื้นที่จากพรรคภูมิใจไทยไปเจรจาแต่ล้มเหลว ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมยังคงจะปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลต่อไป นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การเจรจากับกลุ่มผู้แทนในพื้นที่ เป็นคนละมิติกันกับที่ตนจะไปเจรจา เพราะตรงนั้นเป็นการเจรจาในเรื่องของร่างพ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้(SEC )ซึ่งขณะนี้ร่างดังกล่าวยังไม่มีในสภา ซึ่งตนจะไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

พิพัฒน์ รัชกิจประการ

ก.อุตฯ คุมเข้ม ผลิตภัณฑ์ในระบบโซลาร์เซลล์เป็นสินค้าควบคุมเพิ่มเติมอีก 5 มาตรฐาน

ก.อุตฯ คุมเข้ม ผลิตภัณฑ์ในระบบโซลาร์เซลล์เป็นสินค้าควบคุมเพิ่มเติมอีก 5 มาตรฐาน

ก.อุตฯ คุมเข้ม ผลิตภัณฑ์ในระบบโซลาร์เซลล์เป็นสินค้าควบคุมเพิ่มเติมอีก 5 มาตรฐาน

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.49 น.

ก.อุตฯ คุมเข้ม ผลิตภัณฑ์ในระบบโซลาร์เซลล์เป็นสินค้าควบคุมเพิ่มเติมอีก 5 มาตรฐาน ลดเสี่ยงไฟไหม้–ไฟฟ้าลัดวงจร

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้ายกระดับความปลอดภัยระบบโซลาร์เซลล์ โดยการกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบโซลาร์เซลล์เป็นสินค้าควบคุม เพื่อสกัดสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้กำหนดให้แผงโซลาเซลล์ มอก. 61730 เล่ม 2-2567 เป็นสินค้าควบคุมไปแล้ว คาดว่าจะบังคับใช้ภายเดือนกันยายน 2569 นี้ 

นายวราวุธ กล่าวว่า และในการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) หรือ บอร์ด สมอ. เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบให้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบโซลาร์เซลล์เป็นสินค้าควบคุมเพิ่มเติมอีก 5 มาตรฐาน ได้แก่ มอก. 62930-2564 สายไฟฟ้าสำหรับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ , มอก. 63056-2567 แบตเตอรี่ลิเทียมสำหรับระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า , มอก. 60269 เล่ม 6-2567 ฟิวส์แรงดันไฟฟ้าต่ำสำหรับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ , มอก. 2603 เล่ม 2-2556 ตัวผกผันหรืออินเวอร์เตอร์สำหรับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ , มอก. 60947 เล่ม 2-25xx เครื่องตัดวงจรสำหรับไฟฟ้ากระแสตรง

”การกำหนดมาตรฐานควบคุมเพิ่มเติมครั้งนี้ ครอบคลุมสายไฟฟ้าแบตเตอรี่ลิเทียม ฟิวส์แรงดันไฟฟ้าต่ำ ตัวผกผันหรืออินเวอร์เตอร์ และเครื่องตัดวงจรไฟฟ้ากระแสตรง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าการใช้พลังงานสะอาดจะต้องมาพร้อมกับความปลอดภัย ซึ่งสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เตรียมออกกฎกระทรวง ก็คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือนกันยายน 2569“ นายวราวุธระบุ 

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า จะทำให้ระบบโซลาร์เซลล์ได้รับการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยอย่างครบวงจรมากขึ้น ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ การส่งผ่านกระแสไฟฟ้า การแปลงพลังงาน ไปจนถึงการกักเก็บพลังงาน ช่วยลดความเสี่ยงจากไฟไหม้ ไฟฟ้าลัดวงจร และอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากการใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ทั้งนี้การเพิ่มอีก 5 มาตรฐานในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการควบคุมสินค้า แต่เป็นการปิดช่องว่างด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ทั้งระบบ เป็นการวางรากฐานให้ระบบโซลาร์เซลล์ของไทยโตขึ้นอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว เพื่อรองรับการเติบโตของพลังงานสะอาดที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศไทย 

นายวราวุธ กล่าวว่า ภายหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผู้ประกอบการจะต้องขออนุญาตและปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด ส่งผลให้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเข้าสู่ตลาดได้ยากขึ้น ขณะเดียวกันผู้บริโภคจะได้รับการคุ้มครองมากยิ่งขึ้น และช่วยยกระดับคุณภาพอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล 

นายวราวุธ กล่าวว่า ดังนั้น ขอฝากถึงประชาชนที่กำลังวางแผนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ว่าไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบว่าอุปกรณ์สำคัญในระบบ ไม่ว่าจะเป็นแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ สายไฟ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. หรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งควรเลือกผู้ติดตั้งที่มีความรู้และมีประสบการณ์ เพื่อให้การออกแบบและติดตั้งระบบเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย

“ระบบโซลาร์เซลล์เป็นการลงทุนระยะยาวที่อยู่กับบ้านหรือสถานประกอบการเป็นเวลาหลายสิบปี ดังนั้น การเลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานและติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ อาจมีต้นทุนสูงกว่าในช่วงแรก แต่จะช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง และสร้างความคุ้มค่าในระยะยาว” นายวราวุธ กล่าว

นายวราวุธ กล่าวด้วยว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมรองรับการขยายตัวของการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ซึ่งได้รับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

รุทธพล เผย ผล ป.ป.ส.ค้นห้องแอร์สาว ยังไม่พบเส้นเงินผิดปกติ

รุทธพล เผย ผล ป.ป.ส.ค้นห้องแอร์สาว ยังไม่พบเส้นเงินผิดปกติ

รุทธพล เผย ผล ป.ป.ส.ค้นห้องแอร์สาว ยังไม่พบเส้นเงินผิดปกติ

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.27 น.

รุทธพล เผย ผล ป.ป.ส.ค้นห้องแอร์สาว ยังไม่พบเส้นเงินผิดปกติ รับ ไม่รู้เรทค่าหิ้ว เพราะจะได้รับตอนของถึงปลายทาง

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่อาคารรัฐสภา พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) บุกค้นห้องพักแอร์โฮสเตสไทย สายการบินไทย หลังถูกตำรวจออสเตรเลียจับกุมข้อหาลักลอบนำเฮโรอีนเพื่อขยายผล ว่า ป.ป.ส. ได้เข้าตรวจห้องพักของแอร์โฮสเตสสาว ย่านบางนา ชื่อว่า น.ส.มีนา ได้พบกับแฟนหนุ่มของ น.ส.มีนา ให้ความร่วมมือในการตรวจค้น และประสานงานกับนิติบุคคลคอนโดมิเนียมเพื่อหาพยาน อย่างกล้องวงจร โดย ป.ป.ส. ได้ข้อมูลมาส่วนหนึ่งว่า ตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย. มีชายคนหนึ่งนำของมาส่งให้บริเวณด้านหน้าคอนโดมิเนียม แต่ไม่ได้เข้ามายังภายในคอนโดคอนโดมิเนียม

ส่วนพยานหลักฐานภายในห้องไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย มีเพียงกล่องพัสดุที่ใช้ส่ง จากการสอบถามในเบื้องต้นกับเพื่อนของน.ส.มีนา รับทราบว่า น.ส.มีนา รับหิ้วของเป็นรายได้เสริม เบื้องต้นตรวจสอบเส้นเงินไม่มีเงินอะไรที่ผิดปกติ เงินในบัญชีก็มีอยู่ไม่มาก วันนี้ได้มอบหมายให้ ป.ป.ส. ลงพื้นที่ไปสอบถามมารดาของน.ส.มีนา ที่ จ.พะเยา โดยทางการข่าวที่ออสเตรเลียส่งมา มีกระเป๋าทั้งหมด 12 ใบ แต่พบผิดปกติแค่ 2 ใบ อย่างไรก็ตาม ป.ป.ส. จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม 

เมื่อถามว่า ในชั้นนี้ไม่สามารถยืนยันได้ใช่หรือไม่ว่า แอร์โฮสเตส เป็นผู้รู้เห็น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับน.ส.มีนา ในขั้นต้นทางประเทศออสเตรเลีย ได้จับกุมพร้อมของกลาง แต่ว่า ในการสืบสวนของประเทศไทย ต้องดูพยานหลักฐานอื่นประกอบ

เมื่อถามว่าค่ารับหิ้วของครั้งนี้มีมูลค่าเท่าไหร่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า จะได้รับเงินก็ต่อเมื่อสัมภาระถึงออสเตรเลียแล้ว แต่ในขณะนี้ได้เข้าไปดูเรื่องของบัญชีต่าง ๆ ซึ่งยังไม่ทราบว่า ได้ค่าหิ้วสินค้าราคาเท่าไหร่ เพราะสิ่งของยังไม่ถึงมือปลายทาง

เมื่อถามว่า พฤติกรรมเช่นนี้แปลกหรือไม่ ที่มีการกำหนดให้รับเงินหลังสินค้าไปถึง พล.ต.ท.รุทธพล  กล่าวว่า ในส่วนนี้ก็คงต้องตรวจสอบ เพราะไม่ทราบว่า ระบบของเขาเป็นเช่นไร

เมื่อถามว่าการสอบปากคำแฟนหนุ่มเป็นอย่างไร พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ตอนแรกแฟนหนุ่มไม่ทราบเรื่อง ซึ่งเมื่อทราบว่า แฟนหายไปได้ไป จึงไปสอบถามเพื่อนแฟน ถึงทราบว่า ถูกจับกุม และที่ ป.ป.ส.รายงานมาพบว่า ทางออสเตรเลียอนุญาตให้น.ส.มีนา พูดคุยกับมารดาได้เพียงคนเดียว จึงยังไม่ทราบในรายละเอียดเพิ่มเติม และทางออสเตรเลียก็ไม่ได้ให้ข้อมูลมายังไทยมากนัก แต่เราจะรวบรวมพยานหลักฐานภายในประเทศไทย ไปประกอบกับข้อมูลทางออสเตรเลีย 

เมื่อถามว่าจะกำชับไปยังบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ในการตรวจสอบสัมภาระก่อนออกจากประเทศไทยหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า จะต้องมีการพูดคุยกัน อย่างที่ AOT ได้ออกมาพูดแล้วว่า มีข้อจำกัดในแต่ละเรื่องอย่างไร ซึ่งจะต้องแก้ไขในจุดอ่อน และข้อจำกัด 

ปล่อย ป.ป.ช. สางคดีโกงสอบขรก. รุทธพล ชี้ ได้รายละเอียดชัดเจนแล้ว

ปล่อย ป.ป.ช. สางคดีโกงสอบขรก. รุทธพล ชี้ ได้รายละเอียดชัดเจนแล้ว

ปล่อย ป.ป.ช. สางคดีโกงสอบขรก. รุทธพล ชี้ ได้รายละเอียดชัดเจนแล้ว

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.25 น.

 ”รุทธพล“ ชี้ คดีโกงสอบขรก. ป.ป.ช.จัดการให้เสร็จ 

วันนี้ 30 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 09.15 น. ที่รัฐสภา พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีการทุจริตโกงข้อสอบข้าราชการท้องถิ่น จะมีการพิจารณารับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ว่าในส่วนนี้ทางทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับผิดชอบไปแล้ว ก็คงต้องให้ดำเนินการตรงนี้ ก็ให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ เพราะว่ามีการเข้าไปตรวจค้นตั้งแต่แรก ก็น่าจะทราบรายละเอียดที่ชัดเจนแล้ว

รุทธพล

รุทธพล ชี้ หมายจับ อนันต์ เป็นคดีเก่าสหกรณ์คลองจั่น คาดตอนนี้อยู่ต่างประเทศ

รุทธพล ชี้ หมายจับ อนันต์ เป็นคดีเก่าสหกรณ์คลองจั่น คาดตอนนี้อยู่ต่างประเทศ

รุทธพล ชี้ หมายจับ อนันต์ เป็นคดีเก่าสหกรณ์คลองจั่น คาดตอนนี้อยู่ต่างประเทศ

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.21 น.

“รุทธพล” ชี้ หมายจับ “อนันต์” คดีเก่า คาดเจ้าตัวอยู่ต่างประเทศ 

วันนี้ 30 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 09.15 น. ที่รัฐสภา พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีศาลออกหมายจับ นายอนันต์ อัศวโภคิน นักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ในความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ว่า เรื่องนี้เป็นคดีเก่าเรื่องสหกรณ์ยูเนี่ยน คลองจั่น และส่งถึงอัยการแล้ว และจากข้อมูล นายอนันต์ป่วย ได้เลื่อนนัดกับทางอัยการหลายครั้ง จนทางอัยการ มีหนังสื่อถึง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้ส่งตัว ซึ่งทาง DSI จึงจะต้องออกหมายจับ ซึ่งหมายจับนี้ออกตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่เพิ่งปรากฏในตอนนี้

รุทธพล เนาวรัตน์

เมื่อถามว่านายอนันต์ยังอยู่ในเมืองไทยใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น เห็นว่าไปรักษาตัวอยู่ที่ต่างประเทศ ซึ่งจะทำการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง

รุทธพล เนาวรัตน์

ไม่กระทบผู้เลี้ยงโคนม รมช.เกษตรฯ จ่อปรับปรุง เอ็มโอยู อ.ส.ค. รับซื้อน้ำนมดิบ

ไม่กระทบผู้เลี้ยงโคนม รมช.เกษตรฯ จ่อปรับปรุง เอ็มโอยู อ.ส.ค. รับซื้อน้ำนมดิบ

ไม่กระทบผู้เลี้ยงโคนม รมช.เกษตรฯ จ่อปรับปรุง เอ็มโอยู อ.ส.ค. รับซื้อน้ำนมดิบ

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.52 น.

‘รมช.เกษตรฯ’ จ่อปรับปรุงเอ็มโอยูอ.ส.ค.รับซื้อน้ำนมดิบ ย้ำต้องไม่กระทบเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม รับอ.ส.ค.ขาดทุนหลายปี นมในสต๊อกคงคลังเหลือเยอะ 

เมื่อเวลา 09.17 น.วันที่ 30 มิ.ย. ที่อาคารรัฐสภา นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งทีมลงพื้นที่สำนักงานองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) จังหวัดปทุมธานี  ตรวจสอบปัญหานมหมดอายุค้างสต็อก กว่า 2.4 ล้านหีบ หรือประมาณ 94 ล้านกล่อง ของ อ.ส.ค. ที่เป็นยอดสะสมตั้งแต่เดือนพ.ย. 2568 – พ.ค. 2569 เนื่องจากประสบปัญหาสภาพคล่องขาดทุนสะสม ว่า  ในอดีตนมของอ.ส.ค. ยี่ห้อไทยเดนมาร์กแบ่งเป็น 3 โซน  คือ โซนเหลือง โซนแดงและโซนเขียว ซึ่งแบ่งเป็นนมที่หมดอายุแล้ว ใกล้หมดอายุและยังอยู่ได้อีกนาน เนื่องจากอ.ส.ค. ประสบปัญหาขาดทุนมาหลายปี นมในสต๊อกคงคลังยังเหลืออยู่เยอะ ดังนั้นนมที่หมดอายุเรานำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น การทำปุ๋ยให้กับกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่เนื่องจาก อ.ส.ค. ได้รายงานตนว่านมที่หมดอายุต้องมีค่าใช้จ่ายในการกำจัด หรือขนย้ายนำไปทิ้ง เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางผู้บริหารอ.ส.ค. อยากนำนมที่หมดอายุมาใช้ประโยชน์มากกว่า แต่ไม่ใช่เป็นการนำไปขายให้ผู้บริโภค 

วัชระพล ขาวขำ

นายวัชระพล กล่าวต่อว่า ในฐานะที่ตนกำกับดูแลอ.ส.ค. ในส่วนของน้ำนมดิบที่เรารับในตัวเอ็มโอยู ปัจจุบันเรารับเกินจากเอ็มโอยู 400 ตันต่อวัน แต่ที่เราใช้บริโภคที่ออกไปทั้งขายและโควตานมโรงเรียนประมาณ 300 กว่าตัน ก็ยังมีช่องว่างที่เราต้องรับมาเพิ่มประมาณ 80 ตัน ซึ่งในส่วนนี้จะนำไปใส่ใน UHT และนำเข้าสต๊อกตามกระบวนการก็จะวนอยู่แบบนั้น โดยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังทบทวนเรื่องการปรับปรุงเอ็มโอยู แต่ต้องไม่ให้กระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม อย่างไรก็ตามถ้าหาก อ.ส.ค. เดินหน้าต่อไปได้เกษตรกรก็เดินต่อไปได้เช่นกัน ย้ำว่ากระทรวงกำลังเร่งดำเนินการไม่ให้เกิดผลกระทบกับเกษตรกรแน่นอน

วัชระพล ขาวขำ

พ.ร.ฎ.เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ มีผลบังคับใช้แล้ว ก้าวสำคัญรัฐบาลดิจิทัล เข้มคุ้มครองข้อมูล ปชช.

พ.ร.ฎ.เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ มีผลบังคับใช้แล้ว ก้าวสำคัญรัฐบาลดิจิทัล เข้มคุ้มครองข้อมูล ปชช.

พ.ร.ฎ.เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ มีผลบังคับใช้แล้ว ก้าวสำคัญรัฐบาลดิจิทัล เข้มคุ้มครองข้อมูล ปชช.

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.25 น.

พระราชกฤษฎีกาเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐมีผลบังคับใช้แล้ว ก้าวสำคัญรัฐบาลดิจิทัล โปร่งใส ตรวจสอบได้ คุ้มครองข้อมูลประชาชนเข้มงวด

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในการควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น มีผลบังคับใช้แล้ว สาระสำคัญคือ

กำหนดให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นเพื่อใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับจัดทำและให้บริการภาครัฐ และจัดสวัสดิการต่างๆให้แก่ประชาชนแบบมุ่งเป้าได้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์อันจะทำให้การกำหนดนโยบายหรือมาตรการต่างๆของราชการ การให้บริการภาครัฐและการจัดสวัสดิการให้แก่ประชาชนอยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดทำและให้บริการของภาครัฐลดภาระแก่ประชาชน สร้างความโปร่งใสในภาครัฐ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย

เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับจัดทำและให้บริการภาครัฐแก่ประชาชนโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐด้วยกันตามที่หน่วยงานของรัฐนั้นร้องขอ

หน่วยงานของรัฐที่ร้องขอมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เปิดเผยระหว่างกันนั้นไว้ไม่ให้มีการเปิดเผยต่อไปยังบุคคลภายนอกไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐหรือไม่

นางสาวรัชดากล่าวว่า กฎหมายนี้เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์การเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน รองรับการนำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์ การตัดสินใจเชิงนโยบาย และการให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การดำเนินการต้องคำนึงถึงความจำเป็นในการใช้ข้อมูล สิทธิของเจ้าของข้อมูล และมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลในทุกขั้นตอน ไม่ให้เกิดการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้เกินวัตถุประสงค์หรือรั่วไหลสู่บุคคลที่ไม่มีอำนาจหน้าที่

“รัฐบาลได้เสนอให้มีการออกกฎหมายดังกล่าวเพื่อปรับระบบราชการให้มีความทันสมัย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือในการยกระดับการบริการประชาชน ลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน ควบคู่กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด ที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานของรัฐจัดเก็บข้อมูลไว้แยกส่วน ทำให้ประชาชนต้องยื่นเอกสารซ้ำหลายครั้ง และเจ้าหน้าที่ไม่สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้การให้บริการล่าช้า สิ้นเปลืองงบประมาณ และเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบบราชการดิจิทัล”นางสาวรัชดา กล่าว

ลุยตรวจ ทุจริตสอบท้องถิ่นปี ป.ป.ช. ขีดเส้นปิดจ็อบใน 3 – 6 เดือน

ลุยตรวจ ทุจริตสอบท้องถิ่นปี ป.ป.ช. ขีดเส้นปิดจ็อบใน 3 - 6 เดือน

ลุยตรวจ ทุจริตสอบท้องถิ่นปี ป.ป.ช. ขีดเส้นปิดจ็อบใน 3 – 6 เดือน

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 07.18 น.

‘สุรพงษ์’ เผยเตรียมนำเสนอข้อมูล “ทุจริตสอบท้องถิ่น” ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาตั้งคณะกรรมการไต่สวนสัปดาห์หน้า พร้อมประสานคณะกรรมการตรวจสอบที่มหาดไทยตั้งเร่งรัดคดีให้แล้วเสร็จภายใน 3 – 6 เดือน

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 69  นายสุรพงษ์  อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงความคืบหน้ากรณีกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐในตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง สังกัดกระทรวงมหาดไทย กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต กรณีดำเนินการโครงการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยทำการกำหนดคุณลักษณะ TOR ในลักษณะที่เอื้อประโยชน์ให้ผู้รับจ้างเป็นผู้ดำเนินการจัดสอบ  ร่วมกันจัดทำผลคะแนน   และแก้ไขคะแนนผลสอบเพื่อให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งได้เข้าเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นกว่า 3,000 ราย และทำการเรียก รับเงินค่าตอบแทนเพื่อบรรจุบุคคลให้เป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น รายละไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท ตามที่ปรากฏเป็นข่าวต่อสื่อมวลชนไปแล้วนั้น   สำนักงาน ป.ป.ช. ขอแถลงว่าการดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นในเรื่องดังกล่าว ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐาน และจะเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการไต่สวนและดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องที่เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และรวมถึงบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ภายในสัปดาห์หน้า

สำหรับคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนตามที่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้น จะได้ประสานงานและมอบหมายให้พนักงานสอบสวน ไปดำเนินการในความผิดที่เกี่ยวข้อง  เกี่ยวกับการปลอมเอกสาร หรือการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์  พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติมต่อไปและในส่วนของธุรกรรมทางการเงินและการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ
ผู้ที่เกี่ยวข้อง จะมีการดำเนินการไปพร้อมกัน

ส่วนกรณีที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่กระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งขึ้นนั้น  จะมีการประสานความร่วมมือและการทำงานร่วมกันตามหน้าที่และอำนาจในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป  การไต่สวนข้อเท็จจริงบุคคลที่เกี่ยวข้องดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ช. วางกรอบการทำงาน  เพื่อเร่งรัดคดีให้แล้วเสร็จภายใน 3 – 6 เดือน เนื่องจากเป็นคดีที่สนใจของประชาชน ส่วนความคืบหน้าของคดีจะแถลงให้ทราบเป็นระยะต่อไป

สุรพงษ์  อินทรถาวร
สุรพงษ์  อินทรถาวร

แห่ร้องโกงสอบท้องถิ่น ข้อมูลทะลัก ปชช.นับร้อยรุมแฉยับ

แห่ร้องโกงสอบท้องถิ่น  ข้อมูลทะลัก  ปชช.นับร้อยรุมแฉยับ

แห่ร้องโกงสอบท้องถิ่น ข้อมูลทะลัก ปชช.นับร้อยรุมแฉยับ

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

แห่ร้องโกงสอบท้องถิ่น ข้อมูลทะลัก ปชช.นับร้อยรุมแฉยับ สปน.ชงนายกฯเช็คบิล ทรงศักดิ์ฟ้อง‘ส้ม-กิจ’ เผยรู้ตัวแล้วว่าเป็นใคร ปลัดมท.แจ้งจับเพจดัง

สะเทือน! ทำเนียบรัฐบาล ชาวบ้านแห่ร้องทุจริตสอบท้องถิ่น แจ้งเบาะแสสอบนับร้อย ที่ศูนย์บริการประชาชน หลังนายกฯสั่งเปิดรับจัดเป็นชั้นความลับ ด้าน “ปลัดมท.”แจ้งความเอาผิด “CSI LA” เผยแพร่ข้อมูลเท็จโยงปมทุจริตสอบท้องถิ่น ทำเสียชื่อเสียง ขณะที่“ทรงศักดิ์ ทองศรี” ดำเนินคดี “ส้ม-กิจ”อัดคลิปพาดพิง สมาคมข้าราชการท้องถิ่นฯ เชื่อบุคคลมีอำนาจบงการเบื้องหลัง ปมโกงสอบท้องถิ่น วอนกันขรก.ผู้น้อยไว้เป็นพยาน “บิ๊กเต่า”ลุยต่อเชือด “ปลัดภูเก็ต”เอี่ยวทุจริตที่ดินสค.เรียกรับเงินรีสอร์ทอีกคดี

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับความคืบหน้าการดำเนินการตามกฎหมายภายหลังจากนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้แถลงถึงกรณีการเผยแพร่ข้อมูลเป็นเท็จผ่านเพจเฟซบุ๊กแฟนเพจ CSI LA ต่อสื่อมวลชนที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ11.00น. ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้นิติกรสำนักกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

โดยนิติกรผู้รับมอบอำนาจเผยว่าตนได้รับมอบอำนาจจากปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดกรณีที่ได้มีคลิปวีดีโอปรากฏในสื่อออนไลน์ Facebook Fanpage “CSI LA” โดยแอดมินของ Facebook Fanpage ดังกล่าวกับพวก ได้กระทำการโพสต์ข้อความว่า “แฉคลิปเสียงใหม่ ! เมียปลัดกระทรวง ?? ขบวนการโกงสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน คลิปเสียงล่าสุดมันฟ้องว่าคนที่อยู่เบื้องหลังงานนี้ “ใหญ่จริง” ถึงกล้าทำตัวเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน!แต่ตอนนี้มีความพยายามในการ “ตัดตอน” การทุจริตสอบเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่น เพื่อโยนความผิดทั้งหมดไปให้เจ้าหน้าที่ระดับล่างรับจบ! ใครคือตัวการใหญ่ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง? อยากรู้ว่าเป็นใคร ต้องไปฟังกันในคลิปเอง!” และได้โพสต์คลิปวีดีโอเสียงสนทนาเวลาประมาณ 5.02 นาที

ดูหมิ่นทำให้เสียชื่อเสียง

“อันเป็นการใส่ความผู้อื่นในลักษณะเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงต่อบุคคลที่ 3 โดยมีเจตนาที่จะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ด้วยการเผยแพร่ข้อความไปยังสาธารณชนหรือประชาชนทั่วไป และข้อความนั้นตามความรู้สึกของวิญญูชนโดยทั่วไปถึงขั้นทำให้ผู้อื่นนั้นน่าจะเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังโดยมิใช่การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม เป็นเหตุให้ผู้อื่นและปลัดกระทรวงมหาดไทยได้รับความเสียหาย” นิติกรผู้รับมอบอำนาจ กล่าว

ทั้งนี้ ในเบื้องต้น พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้เสียหาย และรับคำร้องทุกข์ไว้เป็นหลักฐานแล้ว หลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ร้องผ่านสายด่วนอีกนับร้อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มีคำสั่งอำนวยความสะดวกในการเสนอเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ได้ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) และให้ปลัดสปน.รายงานผลให้นายกฯทราบอย่างต่อเนื่องนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ได้มีประชาชนทยอยส่งเรื่องร้องเรียนการทุจริตเข้ามาพอสมควร และได้มีการแจ้งเบาะแส โดยส่วนใหญ่เป็นการส่งเรื่องผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์บริการประชาชน ทั้งสายด่วน 1111 ตู้ปณ 1111 ทำเนียบรัฐบาล เว็บไซต์ http://www.1111.go.th. และLine Chatbot โดยยังไม่มีเดินทางเข้ามาร้องเรียนด้วยตัวเอง ทั้งนี้ ณ เวลา 12.00 น.มีการส่งเข้ามาแล้วร้อยกว่าเรื่อง

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดที่ส่งเข้ามาร้องเรียนถูกจัดอยู่ในชั้นความลับ และจะมีการรวบรวมสรุปนำเรียนนายกรัฐมนตรีต่อไป และจะมีการแถลงข่าว

“ทรงศักดิ์”แจ้งจับ“กิจ-ส้ม”

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีให้ฝ่ายกฎหมายเตรียมยื่นฟ้องเอาผิดบุคคลในคลิปเสียงที่สนทนาเกี่ยวกับการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นจนได้รับความเสียหายว่า หลังจากตรวจสอบคลิปเสียงช่วงแรกไม่มีการพูดถึงชื่อตนเหมือนมีการดูดเสียงออกไป แต่คลิปที่ออกมาหลังจากนั้นมีชื่อตนเข้าไปเกี่ยว สมัยที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งตนเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่สมัยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ดำรงตำแหน่งรมว.มหาดไทย ในขณะนั้น จนมาถึงช่วงนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก ควบรมว.มหาดไทย ก็ให้ตนดำรงตำแหน่งรมช.มหาดไทยด้วย และได้มอบหมายให้ตนไปประชุมกองกลาง (ก.) ที่เกี่ยวกับเรื่องท้องถิ่นตนก็ไม่ปฏิเสธ แต่ข่าวที่ออกมาครั้งนี้ทำให้ตนเสียหายเพราะมีเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น ซึ่งตนยืนยันว่า เป็นคนหนึ่งที่ป้องกันไม่ให้มีการทุจริต เวลาไปเป็นประธานการประชุมกองกลางก็กำชับในเรื่องนี้ ถึงขั้นหากตรวจพบว่ามีการทุจริตมหาวิทยาลัยที่ดำเนินการจัดสอบต้องรับผิดชอบ หากมีผู้กระทำความผิดอาจจะต้องไปเป็นคดีพิเศษ

ยืนยันว่าเราหามาตรการป้องกันการทุจริต และไปกำหนดใน TOR เช่น กระดาษคำตอบ ต้องสอบในที่สอบ เราทำทุกอย่างแต่ก็มีคนให้ข่าวว่าตนเข้าไปมีส่วน ซึ่งภาพรวมของคลิปต่างๆที่ออกมาคล้ายว่า มีชื่อตนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการสอบ

“ขอยืนยันว่าผมไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่เป็นการป้องกันไม่ให้มีการทุจริต ข่าวออกมาแล้วหากปมไม่ทำอะไรเลย ทาง ภาษากฎหมาย เขาบอกว่า นิ่งคือการยอมรับ จึงขอใช้สิทธิ์ที่จะฟ้อง โดยในวันพรุ่งนี้ (30 มิถุนายน 2569) ผมจะให้ทีมกฎหมายไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่พูดคุยในคลิป และพาดพิงมาถึงผม ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้องในเวลา 10.00 น. ใครพาดพิงถึงปม และทำให้เสียหายก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย”

รู้ตัวแล้ว“ส้ม-กิจ”เป็นใคร

เมื่อถามว่าในขณะที่มีการจัดสอบนายทรงศักดิ์ กำกับดูแลกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่หรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า นายอนุทิน มอบหมายให้ตนเป็นประธานดูแลกองกลาง แล้วไปเป็นประธานการประชุมตลอด ทั้ง ก.อบจ./ก.เทศบาลและก.อบต.

เมื่อถามย้ำว่า ตอนนั้นมีการระแคะระคายอะไรหรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ก็มีแต่ข่าว แต่ยังไม่มีข้อเท็จจริง เราปิดช่องว่างหมด มี TOR เพื่อป้องกันการทุจริต เช่น การสแกนข้อสอบจริงก่อนนำไปเก็บไว้ในห้องมั่นคง

เมื่อถามว่าขณะนี้ทราบหรือไม่ว่าบุคคลในคลิปเป็นใครบ้าง นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า มีข้อมูลทั้งหมดแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยตรงนี้ พูดได้เพียงชื่อเล่นที่ออกมาในสื่อ ซึ่งเป็นการสนทนากันระหว่าง ผู้หญิงทึ่ชื่อเล่นว่า “ส้ม” และผู้ชาย ชื่อ “กิจ” และตอนนี้เรามีข้อมูลแล้วว่าชื่อจริงชื่ออะไร ซึ่งเมื่อแจ้งความแล้วก็ให้พนักงานสอบสวนเรียกบุคคลเหล่านี้เข้ามาให้ปากคำ ในฐานะที่ทำให้ตนเสียหาย และขอยืนยันว่าไม่รู้จักบุคคลเหล่านี้ ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าเอาชื่อตนไปอ้างได้อย่างไร ตนได้ฟังคลิปหนึ่งบอกว่าไม่รู้จักตน แต่รู้จักคณะทำงาน ตนก็เรียกคณะทำงานมาพูดคุย ก็ไม่มีใครเกี่ยวข้อง ขณะนี้ตนยังไม่รู้ว่าคลิปเสียงที่ออกมาตั้งใจมีจุดประสงค์อะไร เพราะ มีหลายประเด็นพาดพิงหลายบุคคล แต่ที่สรุปได้ คือพูดก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญาการจัดสอบท้องถิ่น

เมื่อถามว่ามีการตรวจสอบหรือไม่ว่าเป็นคลิปจริงหรือเป็นคลิป AI นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจ หากเชิญบุคคลที่อยู่ในคลิปมาให้ข้อมูลและบอกว่าไม่ได้พูด คลิปเสียงที่เกิดขึ้นก็อาจเป็น AI ได้ แต่เมื่อมีชื่อตนเข้าไปเกี่ยวข้อง หากไม่ทำอะไร คนอาจจะมองว่าตนยอมรับ อันนี้ตนไม่ยอมรับ ยืนยันความบริสุทธิ์ไม่เกี่ยวข้องและไม่รู้จักกับบุคคลที่มีมีชื่อดังกล่าว

ส.ขรก.ท้องถิ่นออกโรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง การจัดสอบแข่งขันบุคคลทั่วไปเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาระบุว่า ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เข้าจับบุคคลผู้ต้องสงสัยว่าจะมีการกระทำอันเป็นการทุจริตในการจัดสอบแข่งขันบุคคลทั่วไปเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประจำปี 2568 นั้น สมาคมฯ ในฐานะเป็นองค์กรตัวแทนของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น มีความกังวลใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนทุกท่านที่ได้รับทราบเรื่องดังกล่าว และมีการกล่าวถึงในสื่อต่างๆ อย่างกว้างขวาง ขอเรียนว่าสมาคมฯ ให้ความสำคัญกับระบบคุณธรรม ความโปร่งใส และความถูกต้องในกระบวนการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงขอถือโอกาสนี้เรียนชี้แจงเพื่อความเข้าใจมายังพี่น้องประชาชน ดังนี้

การจัดสอบแข่งขันเข้ารับราชการในครั้งนี้ ดำเนินการโดย คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ.ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.จ./ก.ท./ก.อบต.)โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการ และมีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นฝ่ายเลขานุการรับผิดชอบงานด้านธุรการและการจัดจ้างสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นหน่วยดำเนินการจัดสอบในครั้งนี้

“โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน้าที่เพียงรายงานตำแหน่งว่างและอัตราที่ประสงค์จะให้ กสถ. ดำเนินการสรรหาให้เท่านั้น จึงมิได้มีส่วนรับรู้และเกี่ยวข้องกับการทุจริตที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ดังนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงไม่อาจรับรู้ได้ว่าบุคคลที่ กสถ. สรรหาและจัดส่งมาบรรจุ และแต่งตั้งเป็นข้าราชการในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น มาด้วยความรู้ความสามารถของตนเองหรือมาโดยทุจริตหรือไม่”

กันขรก.ผู้น้อยไว้เป็นพยาน

กรณีที่ปรากฏข้อมูลจากสื่อมวลชนว่า มีข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นบางส่วนไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตในครั้งนี้นั้น สมาคมฯ ขอเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่กำลังทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวได้มีมาตรการคุ้มครองชีวิตของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเหล่านั้นให้มีความปลอดภัยและกันตัวไว้เป็นพยานสำคัญโดยเร่งด่วน เพราะสมาคมฯมีความเชื่อว่า ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นกลุ่มดังกล่าว ไม่ได้เป็นตัวการหลักในการกระทำทุจริตในครั้งนี้ แต่มีความเชื่อว่ามีกลุ่มบุคคล หรือบุคคลที่มีอำนาจและบารมีที่เหนือขึ้นไปเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง และขอให้หน่วยงานที่ตรวจสอบได้ดำเนินการจับกุมกลุ่มบุคคลหรือบุคคลเหล่านั้นมาลงโทษตามกฎหมายบ้านเมืองโดยเร็วต่อไป เพื่อตัดวงจรกระบวนการทุจริตมิให้มีโอกาสได้กระทำผิดอีกในอนาคต พร้อมทั้งคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และเยียวยาผู้ที่สอบได้โดยสุจริตด้วย

สมาคมฯขอเรียกร้องไปยังคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ให้หยุดกระทำการที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช. เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อการจัดสอบแข่งขันในครั้งนี้ และควรให้บุคคลที่ถูกสังคมตั้งข้อกังขาได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการทุกคณะที่เกี่ยวข้องไว้จนกว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ

“บางบัวทอง”บริสุทธิ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลนครบางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้แถลงการณ์ระบุว่า “แถลงการณ์เทศบาลนครบางบัวทอง” ตามที่ได้ปรากฏข้อมูลข่าวสารในสังคมออนไลน์ในเพจข่าวดังเพจหนึ่งซึ่งมีการเอ่ยชื่อพาดพิงหน่วยงานเทศบาลนครบางบัวทองและได้ส่งผลให้สังคมเข้าใจผิดต่อหน่วยงาน โดยในเพจข่าวได้ให้ข้อมูลว่าเทศบาลนครบางบัวทอง เป็นเครือข่ายกับผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพนักงานเทศบาลท่านหนึ่ง แล้วสามารถช่วยให้พนักงานเทศบาลสอบเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้มากถึง 30 คน ซึ่งที่ผ่านมาพนักงานนครบางบัวทอง ถูกเรียกบรรจุไปไม่ถึง 6 อัตรา เทศบาลนครบางบัวทอง จึงขอแจ้งให้ทราบว่า เทศบาลนครบางบัวทองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดใดกับผู้ทรงคุณวุฒิ การกระทำของเพจข่าวดังกล่าว เป็นการกระทำที่ทำให้สังคมเข้าใจผิดและขอให้ทำการตรวจสอบข้อมูลและแก้ไขการเผยแพร่ทั้งนี้ ควรระมัดระวังในการแชร์ข้อมูลและข่าวสารที่ไม่เป็นความจริงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม”

จ่อฟัน‘ปลัดภูเก็ต’อีกคดี

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีจับกุม นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต เรียกรับเงินแลกบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่นว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การว่ามีการเรียกรับและจ่ายเงินที่เกี่ยวกับการสอบราชการในท้องถิ่นจริง

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ บก.ปปป. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายรายหนึ่ง ที่ถูก นายรุ่งเรือง เรียกรับเงินจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อช่วยดำเนินการแก้ไขเอกสาร ส.ค.1 เกี่ยวกับสิทธิครอบครองที่ดินแปลงหนึ่งใน จ.ภูเก็ต ซึ่งคดียังอยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่า เงินจำนวน 1 ล้านบาท ที่ผู้เสียหายคดีแก้ไขเอกสารที่ดินโอนมานั้น มีเงินจำนวน 9 แสนบาท โอนไปใช้คืนให้กับผู้เสียหายในคดีแรกและเงินส่วนต่าง 1 แสน ก็อยู่ในบัญชีของนายรุ่งเรือง

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า ทั้ง 2 คดี ยังมีผู้เสียหายอีก 3-4 ราย ที่ติดต่อเข้ามายัง บก.ปปป. เพื่อเตรียมร้องทุกข์กล่าวโทษนายรุ่งเรือง ในคดีเรียกรับผลประโยชน์เพิ่มเติม และตอนนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการขยายผลถึงกระบวนการ เนื่องจากพบข้อมูลว่า มีขบวนการที่รวบรวมบุคคลที่จะสอบเข้ารับราชการและส่งมาให้นายรุ่งเรือง

ส่วนกรณี นายพิชิต ข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบูรณ์ ที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ประเด็นนี้ทาง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ดำเนินการ แต่หากมีผู้เกี่ยวข้องรายอื่นร่วมด้วย ทางตำรวจจะดำเนินการ

ขณะที่วันอังคารนี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เตรียมแถลงความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่นอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ทางด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการสวมสิทธิเข้าสอบแทนในการสอบบรรจุข้าราชการของ ปภ.ว่า ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของตำรวจ ทั้งนี้ต้องขยายผลไปถึงตัวผู้ว่าจ้างต่อไป การกระทำในลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“คำแถลงของรัฐบาล รวมถึงเอกสารงบประมาณ เหมือนรู้หลักการสิ่งที่ต้องทำต้องใช้ เช่น ทำงบที่แม่นยำ มุ่งเป้า ตอบโจทย์แก้ปัญหา ทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ แต่เนื้อในของงบประมาณไม่เห็นการตั้งงบแบบมุ่งเป้า หรือเป็นฐานศูนย์อย่างแท้จริง”

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์