นายกฯเข้าทำเนียบปกติ​ เรียก เสธ.ทบ.ถก​ ตึกไทยคู่ฟ้า​ คาดหารือสถานการณ์​ชายแดน

นายกฯเข้าทำเนียบปกติ​ เรียก เสธ.ทบ.ถก​ ตึกไทยคู่ฟ้า​ คาดหารือสถานการณ์​ชายแดน

นายกฯเข้าทำเนียบปกติ​ เรียก เสธ.ทบ.ถก​ ตึกไทยคู่ฟ้า​ คาดหารือสถานการณ์​ชายแดน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.15 น.

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย​ เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างทำเนียบรัฐบาลในเวลา 8. 50 น โดยได้โดยได้สักการะ รูปจำลององค์นรสิงห์ที่บริเวณระเบียงหน้าตึกไทยคู่ฟ้าที่ปฏิบัติเป็นประจำทุกวัน

ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่าพลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงป​ระพัฒน์​ เสนาธิการทหารบก ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี โดยเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลในเวลา​ 10.30 น.​ โดยคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นการรายงานสถานการณ์ความมั่นคงโดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา และเมียนมา​ รวมไปถึงการดำเนินการด้านการข่าว ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงเดือนรอมฎอน

ขณะที่ใน เวลา 15.00 น.  นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศศรีลังกามาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล

เสรีพิศุทธ์ จ่อยื่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปม อนุทิน แต่งตั้ง ธรรมนัส นั่ง รองนายกฯ – รมว.เกษตรฯ

เสรีพิศุทธ์ จ่อยื่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปม อนุทิน แต่งตั้ง ธรรมนัส นั่ง รองนายกฯ - รมว.เกษตรฯ

เสรีพิศุทธ์ จ่อยื่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปม อนุทิน แต่งตั้ง ธรรมนัส นั่ง รองนายกฯ – รมว.เกษตรฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.01 น.

วันนี้ 26 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่องที่ตนเองจะไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินในวันพรุ่งนี้ เกี่ยวกับการที่นาย อนุทิน ชาญวีรกูล แต่งตั้ง ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “พรุ่งนี้วันศุกร์ที่ 27 เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส จะไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เพื่อขอให้พิจารณาและเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่”

เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

หลังจากที่โพสต์ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียลก็กลายเป็นกระแสร้อนแรงในแวดวงการเมือง ทำเอาชาวเน็ตเข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น

“เอาละครับ..วีรบุรุษนาแก..ออกโรงเองแล้ว..”

“สนับสนุนท่านตลอดคนจริงของประเทศแต่ได้คะแนเสียงมาแค่1ที่นั่งเสียดายจังงวดหน้าเอาใหม่ขอให้ท่านแข็งแรงเข้มแข็งสู้ต่อไปเป็นกำลังใจให้คะ”

“สนับสนุนท่านพลเอกเสรี ค่ะ ขอได้รับความเป็นธรรม”

“แล้วจะได้รู้จริงว่าผู้ถือกฏหมายไทยเลือกข้าง”

“จะเหมือนกับนายกเศรษฐาแต่ตั้งนายพิชิตหรือเปล่า”

เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส
เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส
เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

จี้อัยการฟ้องสแกมเมอร์ กรณ์ เผย เสียงกระซิบ สำนวนอ่อน

จี้อัยการฟ้องสแกมเมอร์ กรณ์ เผย เสียงกระซิบ สำนวนอ่อน

จี้อัยการฟ้องสแกมเมอร์ กรณ์ เผย เสียงกระซิบ สำนวนอ่อน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.53 น.

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า  สำนักงานอัยการต้องยื่นฟ้องกลุ่ม scammer/ฟอกเงินภายในวันจันทร์นี้ มิเช่นนั้นจะต้องปล่อยทรัพย์สินกว่า 10,000 ล้านบาทที่ ปปง. ได้อายัดไว้ คืนให้กับผู้ถูกกล่าวหา เนื่องจากครบ 90 วันหลังจากวันที่ท่านนายกฯ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวการอายัดทรัพย์

ผมยังเชื่อว่าอัยการคงไม่ปล่อยผ่าน แต่มีเสียงกระซิบมาว่าสำนวนคดีอาจจะยังไม่รัดกุมเพียงพอที่จะส่งผลที่ควรในชั้นศาล ผมยอมรับว่าเป็นห่วงตรงนี้ และขอวิงวอนให้ท่านนายกฯ กำกับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องช่วยกันรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมืองอย่างขยันขันแข็ง

และที่ยังเป็นปัญหาคือยังขาดผลการสืบสวนขยายผลจากหลักฐานที่ปรากฏในคดีนี้

กองทุนที่ถูกอายัดไว้ มีธุรกรรมอื่นๆชัดเจนในตลาดหลักทรัพย์ของเรา โดยที่เป็นธุรกรรมที่มีพิรุธมากมาย เรื่องนี้รัฐบาลต้องกำชับให้มีการดำเนินการต่อไปโดยเร็วครับ ผมอยากเห็นรัฐบาลใหม่เป็นรัฐบาลที่เอาจริงกับการปราบปรามทุนเทาจริงจัง

เจี๊ยบ-พิสุทธิ์ ปฏิญาณตนเป็น สว. แล้ว

เจี๊ยบ-พิสุทธิ์ ปฏิญาณตนเป็น สว. แล้ว

เจี๊ยบ-พิสุทธิ์ ปฏิญาณตนเป็น สว. แล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.09 น.

“เจี๊ยบ-พิสุทธิ์”ปฏิญาณตนเป็นสว.แล้ว 

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ โดยนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ซึ่งก่อนเข้าสู่วาระประชุมตามระเบียบวาระ ได้ให้ นายพิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร กล่าวปฏิญาณตนต่อที่ประชุมวุฒิสภาก่อนปฏิบัติหน้าที่ หลังจากที่ได้รับการเลื่อนลำดับในบัญชีสำรองให้เป็น สว. กลุ่มที่ 16 ศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา แทน นายวิเชียร ชัยสถาพร ที่พ้นจากตำแหน่ง สว. 

นายมงคล แจ้งต่อที่ประชุมต่อว่า สำหรับจำนวน สว. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ มีจำนวน 199 คน ดังนั้นองค์ประชุมเกินกึ่งหนึ่ง ต้องมี100 คนขึ้น

สส ใหม่ทยอยรับใบรับรอง ชานนท์ ไทยเศรษฐ์ พรรคภูมิใจไทย ส่งตัวแทนมารับ

สส ใหม่ทยอยรับใบรับรอง ชานนท์ ไทยเศรษฐ์ พรรคภูมิใจไทย ส่งตัวแทนมารับ

สส ใหม่ทยอยรับใบรับรอง ชานนท์ ไทยเศรษฐ์ พรรคภูมิใจไทย ส่งตัวแทนมารับ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.07 น.

วันนี้ ( 26 ก.พ.69)  ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เปิดให้ สส.มารับหนังสือรับรองตั้งแต่เวลา 9.00 น. หลังประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเมื่อวานนี้  396 คน โดยเช้าวันนี้มี สส.ทยอยเดินทางมารับหนังสือรับรอง  
คนแรกที่เดินทางมารับเป็นผู้แทน นาย ชานนท์ ไทยเศรษฐ์ สส.เขต 2 นครสวรรค์ พรรคภูมิใจไทย จากนั้นนางสาวธัญธารีย์ สันตพันธุ์ สส.เขต 6 อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เดินทางมารับด้วยตัวเอง 

น.ส. ธัญธารีย์ กล่าวหลังรับหนังสือรับรองว่า มีความโล่งใจ เพราะพื้นที่ของตนนั้น เป็นเขตที่มีการประท้วงว่ามีความไม่โปร่ง ใสของเจ้าหน้าที่ ดังนั้น การที่กกต. ประกาศรับรองถือว่าโล่งใจจะได้ทำหน้าที่ต่อเป็นในสมัยที่ 2 ซึ่งงานที่จะทำก็เป็นการสานต่องานเดิม ส่วนใหญ่เป็นการเป็นปากเป็นเสียงให้คนในพื้นที่ และการพัฒนางานโครงสร้างถนนหนทาง เพราะบ้านตนอยู่ในพื้นที่อีสานใกล้ริมแม่น้ำโขง ซึ่งยังถือว่าขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงเรื่องแหล่งน้ำ ส่วนงานใหม่ที่อยากจะทำรอบนี้คือการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่

สส.

เมื่อถามถึงมุมมองการทำงานของกกต.ที่ถูกตั้งคำถามว่าเป็นการเร่งรัดรับรองผลการเลือกตั้งสส. น.ส. ธัญธารี กล่าวว่า เรื่องนี้เชื่อว่าทางกกต.ได้มีการตรวจสอบเบื้องต้นมาแล้ว ว่าสามารถรับรองได้ และคิดว่าน่าจะเป็นรูปแบบเหมือนการเลือกตั้งครั้งที่แล้วที่มีการรับรองก่อนแล้วค่อยสอยที่หลัง

ส่วนกรณีกังวลว่าการเลือกตั้งนั้นเป็นโมฆะหรือไม่นั้น ตนมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของหน่วยงานส่วนเราทำหน้าที่เป็น สส. ปัจจุบันไป มิฉะนั้นเราก็จะเดินหน้าไม่ได้

สส.

สำนักงาน กกต. จะเปิดให้ว่าที่ สส.มารับหนังสือรับรองการได้ตั้งแต่วันนี้  จนถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์  และวันที่  2 – 6  มีนาคม  ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 นาฬิกา  ที่ชั้น 2 ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง   และ ในกรณีที่ผู้สมัครไม่สามารถมารับหนังสือรับรองได้ด้วยตัวเอง ให้ทำหนังสือมอบอำนาจ    พร้อมรับรองสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจมาด้วย

สส.

อัษฎางค์ ยก สีหศักดิ์ การทูตชั้นครู วิเทศสัมพันธ์เชิงรุก โต้เขมรสุภาพแต่เด็ดขาด

อัษฎางค์ ยก สีหศักดิ์ การทูตชั้นครู วิเทศสัมพันธ์เชิงรุก โต้เขมรสุภาพแต่เด็ดขาด

อัษฎางค์ ยก สีหศักดิ์ การทูตชั้นครู วิเทศสัมพันธ์เชิงรุก โต้เขมรสุภาพแต่เด็ดขาด

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.49 น.

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว การทูตชั้นครู: วิเทศสัมพันธ์เชิงรุก 

สุนทรพจน์ของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในที่ประชุม UNHRC ครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างชั้นครูของการดำเนินวิเทศสัมพันธ์เชิงรุก โดยเฉพาะในการจัดการกับประเด็นขัดแย้งทวิภาคีบนเวทีพหุภาคีระดับโลก

เริ่มต้นด้วยการ “สร้างความน่าเชื่อถือ” ก่อนพูดอะไรทั้งนั้น

สิ่งแรกที่ท่านทำคือการย้อนรำลึกถึงบทบาทในอดีตที่เคยดำรงตำแหน่งประธาน UNHRC และมีส่วนร่วมในการปฏิรูปองค์กร ซึ่งฟังดูเหมือนการเกริ่นนำธรรมดา แต่แท้จริงแล้วเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดมาก เพราะมันเปลี่ยนภาพลักษณ์ของไทยจาก “ฝ่ายที่ถูกกล่าวหา” ให้กลายเป็น “ผู้อาวุโสในวงการ” ที่เข้าใจกลไกสิทธิมนุษยชนอย่างถ่องแท้ ส่งผลให้ทุกคำพูดหลังจากนั้นมีน้ำหนักมากกว่าการแก้ต่างทางการเมืองทั่วไปอย่างชัดเจน

การดึงประสบการณ์ที่เคยนำการปฏิรูปองค์กรมาใช้นั้น ช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์จาก “คู่ขัดแย้ง” ให้กลายเป็น “ผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการ” ที่มีความเข้าใจในกลไกสิทธิมนุษยชนอย่างถ่องแท้ ทำให้คำพูดหลังจากนั้นมีน้ำหนักมากกว่าเพียงการแก้ต่างทางการเมืองทั่วไป

ตอบโต้กัมพูชาอย่างสุภาพแต่เด็ดขาด 

เมื่อถึงจุดที่ต้องรับมือกับการโจมตีจากกัมพูชา ท่านเลือกใช้เทคนิค “การเปลี่ยนกรอบความคิด” แทนการโต้เถียงตรงๆ

ท่านระบุก่อนเลยว่าเรื่องทวิภาคีไม่ควรถูกนำมา “เสียเวลา” ในเวทีนี้ ซึ่งเป็นการตำหนิอีกฝ่ายอย่างมีชั้นเชิงว่าไม่เข้าใจมารยาทสากล จากนั้นจึงยกประวัติศาสตร์ที่ไทยเคยให้ที่พักพิงและช่วยฟื้นฟูกัมพูชาหลังสงครามกลางเมือง ซึ่งไม่ใช่การอวดดี แต่เป็นการ “เตือนสติ” สังคมโลกถึงบทบาทผู้ให้ของไทย และตั้งคำถามถึงความกตัญญูทางการเมืองของอีกฝ่ายโดยไม่จำเป็นต้องพูดตรงๆ แม้แต่น้อย

การย้อนเกล็ดด้วยประวัติศาสตร์ ด้วยการยกเรื่องที่ไทยเคยให้ที่พักพิงและช่วยฟื้นฟูกัมพูชาหลังสงครามกลางเมือง เป็นการเตือนสติสังคมโลกถึงบทบาท “ผู้ให้” ของไทย และตั้งคำถามถึงความกตัญญูทางการเมืองของอีกฝ่ายโดยไม่ต้องใช้คำหยาบคาย

การโยงเรื่องอธิปไตยเข้ากับมนุษยธรรม แทนที่จะแข็งกร้าวฝ่ายเดียวคือฝีมือระดับสูงที่น่าสังเกตมาก 

แทนที่จะพูดถึงเรื่องเขตแดนอย่างเดียว (ซึ่งอาจทำให้ดูเอาแต่ผลประโยชน์ตัวเอง) ท่านโยงเรื่องการป้องกันประเทศเข้ากับความปลอดภัยของประชาชนและภัยจากทุ่นระเบิด ซึ่งเป็นประเด็นที่สมาชิก UNHRC เข้าใจและเห็นใจได้ง่ายกว่าการโต้เถียงเรื่องแผนที่มาก 

การประกาศว่าไทยจะปกป้องอธิปไตย โดยท่านใช้คำว่า “Defend our sovereignty… at all cost” ก็ทำหน้าที่ส่งสัญญาณว่าไทยจะไม่ถอยในหลักการ ขณะที่ยังเปิดประตูไว้สำหรับการเจรจาควบคู่กันไป

ไฮไลท์สำคัญ คือดึงประเด็น Scam ขึ้นเวทีโลกได้อย่างแยบยล

นี่คือจุดที่น่าชื่นชมที่สุดของสุนทรพจน์ทั้งหมด ท่านไม่ได้มองปัญหา Online Scam ในฐานะประเด็นอาชญากรรมข้ามชาติธรรมดา แต่นำเสนอมันในฐานะ วิกฤตสิทธิมนุษยชนระดับโลก ที่ทุกประเทศควรร่วมกันแก้ไข

ยิ่งไปกว่านั้น การระบุว่าเครือข่ายเหล่านี้เติบโตได้เพราะ “ขาดหลักนิติธรรมในประเทศที่ดำเนินการ” คือการส่งแรงกดดันโดยนัยไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีฐานปฏิบัติการเหล่านี้ โดยใช้กรอบของสิทธิมนุษยชนเป็นเครื่องมือแทน

การกล่าวหาตรงๆ ซึ่งทำได้สง่างามและปลอดภัยทางการทูตกว่ามาก

สรุป: สุนทรพจน์ที่บรรลุเป้าหมาย 3 ประการในคราวเดียว

1) สุนทรพจน์นี้ไม่ใช่แค่การอ่านถ้อยแถลง แต่คือ Strategic Communication ที่ทำสำเร็จพร้อมกันทั้งการรักษาหน้าตาประเทศโดยไม่ยอมตกเป็นเป้าโจมตีฝ่ายเดียว 

2) การชิงความพึงพอใจจากประชาคมโลกด้วยการยกประเด็น Scam ที่ทุกคนกำลังเดือดร้อน 

3) การวางสถานะไทยไม่ใช่แค่ผู้ปกป้องตัวเองแต่เป็นผู้เสนอทางออกให้ภูมิภาคด้วย

ในโลกที่การทูตมักดูแห้งแล้งและน่าเบื่อ สุนทรพจน์นี้พิสูจน์ว่าความสุภาพและความเด็ดขาดสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างงดงาม

สุทิน ซูฮก สีหศักดิ์ ตอกหน้าเขมรกลางเวทียูเอ็น คมกริบเจ็บแสบ

สุทิน ซูฮก สีหศักดิ์ ตอกหน้าเขมรกลางเวทียูเอ็น คมกริบเจ็บแสบ

สุทิน ซูฮก สีหศักดิ์ ตอกหน้าเขมรกลางเวทียูเอ็น คมกริบเจ็บแสบ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.48 น.

หลังจากที่ รมว.ต่างประเทศไทย สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ตอกหน้ารมต.เขมรกลางเวทีคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนยูเอ็น ซัดบิดเบือนใส่ร้ายไทย ยั่วยุซ้ำซากแฉซ้ำแทรกแซงการเมืองภายในของไทย ต้นตอแห่งความตึงเครียดชายแดน ถามกลับเขมรจะเลือกสันติภาพและความขัดแย้ง

ล่าสุดวันนี้ 26 กุมภาพันธ์ 2569 กลายประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ เมื่อคนข่าวรุ่นใหญ่ นาย สุทิน วรรณบวร ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแบบเผ็ดร้อน ถึงประเด็นของท่านทูตสีหศักดิ์ถามเขมรในที่ประชุมยูเอนเอชซีโดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “ฟังคลิปทูตสีหศักดิ์ถามเขมรในที่ประชุมยูเอนเอชซีว่า เลือกจะเผชิญหน้าหรือเดินหน้าไปด้วยกันแล้ว ทำให้รำลึกถึงตอนท่านสวนกลับสำนักข่าวยูพีไอ เรื่องมนุษย์เรือเวียดนามแล้วยอมรับว่า “ยังคมกริบเจ็บแสบเหมือนเดิม” “

สุทิน วรรณบวร
สุทิน วรรณบวร

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Sutin Wannabovorn

ประเดิมคนแรก! สุชาดา พรรคภูมิใจไทย รายงานตัว สส.

ประเดิมคนแรก! สุชาดา พรรคภูมิใจไทย รายงานตัว สส.

ประเดิมคนแรก! สุชาดา พรรคภูมิใจไทย รายงานตัว สส.

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.35 น.

แต่ไก่โห่! ‘เด็กภท.‘ ชิงมารอรายงานตัวสส.คนแรก เผยพร้อมทำงานเป็นผู้แทนฯหญิง ผลักดันปัญหา ’โครงสร้างพื้นฐาน-ราคาเกษตร‘

วันที่ 26 กุมภาพันธ์  2569  เวลา 08.30 น. ที่รัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดรายงานตัว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) ชุดที่27 เป็นวันแรก โดยมีน.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย มารอรายรายงานเป็นคนแรก ตั้งแต่เวลา 08.20 น.

น.ส.สุชาดา ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ตั้งใจมารายงานตัวแต่เช้า เพราะวันนี้ต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศ จึงเดินทางมารายงานตัวสส.ให้เรียบร้อยก่อน และในช่วงบ่ายต้องพาลูกอายุ 2 เดือนไปรับวัคซีนในตอนบ่ายด้วย 

น.ส.สุชาดา  กล่าวว่า ตนมีความตั้งใจทำงานในสภาผู้แทนราษฎร เพราะมีหลายปัญหาในพื้นที่เขต 4 จ.ชัยภูมิ เช่นโครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่ได้รับการพัฒนามานานกว่า 30 ปี จะเป็นหนึ่งเรื่องที่จะตั้งกระทู้หารือ เพื่อทำให้เกอดประโยชน์แก่พื้นที่ ขณะเดียวกันก็จะผลักดันประเด็นสินค้าทางการเกษตรด้วย ซึ่งในจ.ชัยภูมิ ประชาชน 70% มีอาชีพเกษตรกรรม มากกว่างานบริการ หรืออื่นๆ จึงตั้งใจ จะใช้ประสบการณ์การทำงานในกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการอุดมศึกษาฯ และกระทรวงดีอี นำความรู้ที่มีในแต่ละกระทรวงมาผลักดันให้ประชาชนมีอาชีพมีรายได้ 

เมื่อถามว่าบทบาทการทำงานในสภาในฐานะสส.หญิง น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ไม่ว่าจะเพศใด ไม่ได้เป็นปัญหาหรืออุปสรรคต่อความตั้งใจในการทำงานขับเคลื่อน โดยตนเองได้ทำงานในกระทรวงอุตสาหกรรมตั้งแต่อายุ 26 ปี ได้เห็นสัดส่วนการทำงานในสภาของผู้หญิง ที่ผู้หญิงนั่งทำงานแถวหน้าน้อย แต่ปัจจุบันเห็นว่าสส.หญิง ที่สามารถทำงานได้มีมากมาย มีบทบาทในการทำงานขับเคลื่อน 

ทั้งนี้ น.ส.สุชาดา ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับบุคคลที่เหมาะสมกับ ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เพียงแต่กล่าวว่า ให้ถามผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทย

อัษฎางค์ สับเละ ตั้งนายกฯ มายุบสภา ประชาธิปไตยภาคพิสดาร ย้อนแย้งตรรกะ-ทำลายระบบนิติรัฐ

อัษฎางค์ สับเละ ตั้งนายกฯ มายุบสภา ประชาธิปไตยภาคพิสดาร ย้อนแย้งตรรกะ-ทำลายระบบนิติรัฐ

อัษฎางค์ สับเละ ตั้งนายกฯ มายุบสภา ประชาธิปไตยภาคพิสดาร ย้อนแย้งตรรกะ-ทำลายระบบนิติรัฐ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.02 น.

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “ประชาธิปไตยภาคพิสดาร?”

การนำข้ออ้างเรื่อง “ความไม่ชอบมาพากลของการเลือกตั้ง” (เช่น เรื่อง QR Code บนบัตรที่อาจละเมิดสิทธิการลงคะแนนลับตาม รธน. มาตรา 85) มาเป็นเหตุผลในการ “ตั้งนายกฯ เพื่อยุบสภา” นั้น หากวิเคราะห์แยกแยะระหว่าง “ตัวปัญหา” กับ “วิธีการแก้ปัญหา” จะพบความย้อนแย้งทางตรรกะและกฎหมายหลายจุด

1) การใช้ “อำนาจบริหาร” แก้ “ปัญหากฎหมาย”

ถ้าการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม หน้าที่ในการสั่งให้ “เลือกตั้งใหม่” คืออำนาจของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” หรือ “กกต.” (แจกใบแดง/ใบส้ม หรือสั่งโมฆะ) ไม่ใช่อำนาจของนายกรัฐมนตรี

การให้นายกฯ ยุบสภา เป็นการแก้ปัญหาด้วยวิถีทางการเมือง ซึ่งเท่ากับยอมรับกลายๆ ว่ากระบวนการยุติธรรมปกติ (ศาล/กกต.) ไม่ทำงาน หรือหวังพึ่งไม่ได้ จึงต้องใช้แท็กติกนี้แทน

2) ปริศนาไก่กับไข่

หากการเลือกตั้งมีปัญหาจนถึงขั้นต้องเลือกตั้งใหม่ “สส. ชุดนี้” (ที่มาจากการเลือกตั้งที่มีปัญหานั้น) เอาความชอบธรรมจากไหนมาโหวตเลือกนายกฯ?

ถ้าการเลือกตั้งเสีย สส. ก็ต้องเสียสถานะไปด้วย การให้ สส. (ซึ่งเป็นผลไม้พิษ) มาโหวตเลือกนายกฯ ย่อมขัดแย้งในตัวเองว่า “คุณยอมรับอำนาจของ สส. ชุดนี้เฉพาะตอนโหวตนายกฯ แต่ไม่ยอมรับผลเลือกตั้งในภาพรวม

3) ความสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

กระบวนการเลือกนายกฯ ต้องมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ถวายสัตย์ฯ ฯลฯ หากทำทั้งหมดนี้เพียงเพื่อจะ “ยุบสภา” ในวันรุ่งขึ้น เป็นการทำให้กระบวนการบริหารราชการแผ่นดินกลายเป็น “พิธีกรรม” ที่สูญเสียทรัพยากรและเวลาโดยไม่จำเป็น สู้รอคำวินิจฉัยศาลให้เลือกตั้งโมฆะจะเป็นทางตรงกว่า

4) การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเพียงเพื่อจะใช้อำนาจนั้น “ยุบสภา” เป็นสถานการณ์ที่ “ผิดเพี้ยน”

ในหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการดูถูกผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และทำให้กระบวนการประชาธิปไตยกลายเป็นเพียงเกมที่นักการเมืองเล่นกันเองโดยไม่สนใจต้นทุนของประเทศ (ค่าจัดการเลือกตั้งแต่ละครั้งหลายพันล้านบาท)

5) การผิดเพี้ยนใน “กลไกการถ่วงดุลอำนาจ”

อำนาจยุบสภา เป็น “วาล์วนิรภัย” ที่นายกรัฐมนตรีใช้เมื่อเกิดทางตันทางการเมือง อำนาจยุบสภาไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็นแท็กติกในการจัดสรรเก้าอี้ดนตรี นี่คือการใช้กฎหมายตามตัวอักษร แต่ขัดแย้งกับ “เจตนารมณ์ของกฎหมาย” อย่างสิ้นเชิง เพราะ

6) การลดทอนคุณค่าของสถาบันนายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรีคือประมุขฝ่ายบริหาร เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติและมีความรับผิดชอบสูงสุด แต่การเสนอชื่อคนมาเป็นนายกฯ เพียงเพื่อเซ็นยุบสภาแล้วจบกันไป เป็นการลดทอนตำแหน่งนายกฯ ให้เหลือเป็นเพียง “ตัวกดปุ่มระเบิด” ขาดความศักดิ์สิทธิ์และความสง่างามในการเป็นผู้นำประเทศ

ตัดขาด! พี่เต้ประกาศไขก๊อกพรรคทางเลือกใหม่ นัดลาออก 2 มี.ค. นี้

ตัดขาด! พี่เต้ประกาศไขก๊อกพรรคทางเลือกใหม่ นัดลาออก 2 มี.ค. นี้

ตัดขาด! พี่เต้ประกาศไขก๊อกพรรคทางเลือกใหม่ นัดลาออก 2 มี.ค. นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.33 น.

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 จากกรณีพรรคทางเลือกใหม่ ได้ออกประกาศคำสั่งพรรค ฉบับที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เรื่อง ระงับการปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการพรรค โดยมีสาระสำคัญคือการสั่งพักงาน นาย มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ จากตำแหน่งเลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่เป็นการชั่วคราว โดยมีผลบังคับใช้ทันที

ล่าสุด  นาย มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า วันจันทร์ ที่ 2 มี.ค.69 เวลา 09.30 น. ผมจะเดินทางไป กกต. เพื่อลาออกจากสมาชิก พรรคทางเลือกใหม่

หลังจากข้อความนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก เช่น  สร้างพรรคใหม่ครับพรรคทางเดินใหม่ , ตั้งเองครับ ผมรอเป็นผู้แทนพี่ , ลงผู้ว่า​ กทม.ครับพี่เต้