Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สาวเจ้าของบ้านช็อก! เจอหมายศาลยึดรถติดประตูหน้าบ้านทั้งที่ชื่อที่อยู่ไม่ตรง คาดติดผิดหลัง

Posted on August 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671095

สาวเจ้าของบ้านช็อก! เจอหมายศาลยึดรถติดประตูหน้าบ้านทั้งที่ชื่อที่อยู่ไม่ตรง คาดติดผิดหลัง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 13.58 น.

สาวเจ้าของบ้านที่อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ทั้งงงและตกใจออกไปขายของเพื่อนบ้านโทร.บอกมีหมายศาลสั่งยึดรถยนต์ฐานผิดนัดชำระแปะประตูหน้าบ้าน รีบขับรถมาดูพบชื่อที่อยู่ไม่ตรงและยันคนในบ้านไม่เคยมีคดีหรือเป็นหนี้ เชื่อปิดหมายผิดบ้าน หลังโพสต์เฟสบุ๊กมีผู้หญิงขับเก๋งมาพูดแค่ “อุ๊ยปิดผิดหลัง” ก่อนแกะหมายออกไปวอน จนท.ชี้แจง

วันที่ 4 ส.ค.65 ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อบัญชี “พนิดา อรุณศรี” โพสต์ภาพหมายศาลที่แปะไว้ประตูหน้าบ้าน พร้อมข้อความว่า “บ้านนี้ไม่มีคนชื่อนี้นะคะ บ้านฉัน บ.95 ม.5 จ้า ใครมาแปะไว้นะอยากเห็นหน้าเด้ ตาบ่เบ่งติ รถเก๋งสีขาว ถ่ายรูปบ้านไปดาอีก แบบนี้ฟ้องได้ไหมคะ”

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบยังบ้านหลังดังกล่าวตามที่มีการโพสต์ในเฟสบุ๊กพบ น.ส.พนิดา อรุณศรี อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นผู้โพสต์และเป็นลูกสาวเจ้าของบ้านที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวกับสามีได้ชี้ให้ดูหมายศาลที่ถูกแปะเอาไว้ที่หน้าบ้าน โดยในหมายศาลดังกล่าวระบุว่า “ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ที่บังคับให้จำเลยส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดีหากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน 830,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษาเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยชำระค่าเสียหายค่าขาดประโยชน์ 45,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 18 เมษายน 2565) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยชำระค่าขาดประโยชน์เดือนละ 3,500 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปแต่ไม่ให้เกิน 12 เดือน

กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ให้ท่านปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งที่กล่าวแล้วภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับคำบังคับนี้เป็นต้นไป ถ้าไม่ปฏิบัติตามคำบังคับภายในระยะเวลาหรือเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น จะต้องถูกยึดทรัพย์ หรือถูกจับและจำขังดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง” พร้อมระบุชื่อที่อยู่จำเลยในหมายดังกล่าวด้วย

แต่จากการตรวจสอบทั้งชื่อที่อยู่ในหมายศาลที่ถูกแปะเอาไว้ ไม่ตรงกับชื่อ-สกุลของคนที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว และที่อยู่เป็นคนละหมู่บ้านกัน

น.ส.พนิดา ลูกสาวเจ้าของบ้าน บอกว่า บ้านหลังดังกล่าวแม่มีชื่อเป็นเจ้าบ้าน แต่ปัจจุบันให้ตนและสามีอาศัยอยู่ เพราะแม่ไปขายของอยู่ที่ร้านและพักอยู่ที่ร้าน แต่ยืนยันว่าคนในบ้านไม่ได้มีคดีหรือติดค้างค่างวดรถยนต์อย่างแน่นอน และเท่าที่ดูในหมายเชื่อว่าน่าจะเป็นการแปะหมายผิดคนผิดบ้านมากกว่า จากกรณีดังกล่าวทำให้คนในบ้านตกใจและเสียหายเพราะชาวบ้านก็เห็นว่ามีหมายมาแปะที่หน้าบ้าน

จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงด้วย ว่าจริงๆ แล้วขั้นตอนการปิดหมายอะไรต่างๆ ในลักษณะนี้หากเจ้าของบ้านไม่อยู่ ควรจะถามผู้ใหญ่บ้าน หรือชาวบ้านในหมู่บ้านหรือไม่ว่าบ้านหลังที่จะติดหมาย เป็นบุคคลที่มีชื่อในหมายหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด อย่างไรก็ตาม หลังจากที่โพสต์ลงในเฟสบุ๊กก็มีผู้หญิงคนหนึ่งขับรถเก๋งสีขาวมาแกะหมายศาลดังกล่าวออก และบอกว่า “อุ๊ยปิดผิดบ้าน” แต่ไม่ได้ชี้แจงหรือขอโทษอะไร

นางบังอร น่วมยิ้ม เพื่อนบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น.วานนี้ (3 ส.ค.) ได้มีรถเก๋งสีขาวซึ่งตนไม่รู้ว่ายี่ห้ออะไร มาจอดที่หน้าบ้านของ น.ส.พนิดา จากนั้นมีผู้หญิงลงมาจากรถแล้วเดินเข้าไปในบ้าน นำกระดาษสีขาวไปแปะไว้ที่หน้าประตูบ้าน ซึ่งไม่รู้ว่าผู้หญิงคนดังกล่าวเป็นใครแล้วนำกระดาษอะไรมาปิด เพราะเขาไม่ได้มาถามอะไร จึงรีบโทรศัพท์ไปบอก น.ส.พนิดา เพราะไม่รู้ว่าเป็นใครหรือเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ เพราะทุกวันนี้มิจฉาชีพเยอะมากและมาในหลากหลายรูปแบบ

กระทั่ง น.ส.พนิดา มาถึงแล้วไปดูถึงรู้ว่าเป็นหมายศาลแต่ชื่อและที่อยู่ก็ไม่ตรงกับคนในบ้านเลย จึงคิดว่าน่าจะเป็นการแปะหมายผิดบ้าน จากกรณีดังกล่าวก็อยากฝากให้เจ้าหน้าที่ทำงานให้รอบคอบมากกว่านี้ ยิ่งการปิดหมายสำคัญแบบนี้น่าจะแจ้งผู้ใหญ่บ้านหรือสอบถามคนใกล้เคียงก็ได้เพื่อจะได้ไม่ผิดพลาด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวหนีตายหลบซุกในรถ ลูกหลงกระสุนพรุนกว่า10นัด กราดยิงอุบลฯ

Posted on August 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671090

สาวหนีตายหลบซุกในรถ ลูกหลงกระสุนพรุนกว่า10นัด กราดยิงอุบลฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 13.23 น.

สาวหนีตายหลบซุกในรถ โดนกระสุนพรุนกว่า10นัด กราดยิงอุบลฯ

4 สิงหาคม 2565 จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ยิงกันที่บริเวณลานตลาดอุบลสแควร์ ข้างห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เหตุการณ์เกิดเวลาประมาณ 23.53 น. ล่าสุดมีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 5 รายนั้น โดยพบว่าเป็นการนัดเคลียร์ปัญหาแต่ไม่ลงตัว จึงเกิดการยิงปืนสนั่นเกือบ 100 นัด 

ขณะที่ตอนนี้โลกโซเชียลกำลังพูดถึงพฤติกรรมวัยรุ่นแก๊งดังกล่าว รวมถึงมีผู้ได้รับเสียหาย เป็นสาวรายหนึ่งเผยว่า เธอไปกินหมูกระทะในใกล้จุดเกิดเหตุ ระหว่างที่เดินกลับมาที่รถก็เกิดเหตุยิงกัน เธอจึงเข้าไปหลบในรถยนต์ แต่รถยนต์ก็ถูกลูกหลงรัวยิงกว่า 10 นัด 

” เหตุการณ์เมื่อคืน ไปกินหมูกะทะกันที่ลานบิ๊กซี ช่วงระยะที่เดินกลับมา เกิดการยิงกันแบบในหนัง เราก้มหลบในรถ ไม่คิดว่ากระสุนจะมาถึง ตกใจและกลัวมาก ร้องไห้ ผวา สั่น คิดในใจกูคงตายแน่ๆ หน้าลูกลอยมาทันที พนมมือท่วมหัวที่รอดมาได้ ภาพมันติดตา “

” ชีวิตจะมีค่า ก็ต่อเมื่อยังมีพรุ่งนี้ ไปกินหมูกะทะ เกือบเอาชีวิตไม่รอด #ลานบิ๊กซี #รู้เลยนาทีหนีตายของคนมันเป็นยังไง อยู่ในรถหลบกระสุน 10 กว่านัด ” 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ครูศูนย์แรงงานประมงสงขลาสอนเด็กกัมพูชาปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อเป็นวิชาติดตัว

Posted on August 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671088

ครูศูนย์แรงงานประมงสงขลาสอนเด็กกัมพูชาปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อเป็นวิชาติดตัว

วันพฤหัสบดี ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 13.21 น.

ครูศูนย์สวัสดิภาพและธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลา สอนวิชาชีพนักเรียนบุตรหลานแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา ปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้หลากหลายชนิดเพื่อเป็นความรู้ติดตัวไว้เป็นอาชีพเสริม รวมทั้งปลูกไว้กินเอง เพื่อลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง ซึ่งเป็นนักเรียนของห้องเรียนรู้เพื่อเด็กและครอบครัวแรงงานเพื่อนบ้าน

นางสาวพาตีเมาะ หะแว หรือครูมาราตี ครูสอนนักเรียนอยู่ที่ห้องเรียนรู้เพื่อเด็กและครอบครัวแรงงานเพื่อนบ้านของศูนย์สวัสดิภาพและธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลา โดยครูมาราตี มีการสอนเด็กนักเรียนที่เป็นบุตรหลานของแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา ที่เข้ามาทำงานบริเวณท่าเทียบเรือประมงสงขลาทุกคน นอกจากให้อ่านออกเขียนภาษาไทยได้เพื่อเตรียมความพร้อมเด็กเข้าสู่โรงเรียนรัฐบาลขยายโอกาสทางการศึกษาให้เขาได้เข้าโรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือตามเกณฑ์อายุในพื้นที่จังหวัดสงขลา แม้ว่าจะเป็นบุตรหลานของแรงงานต่างด้าวก็ตาม

สำหรับในด้านการเกษตรก็ให้นักเรียนได้ทำการปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้หลากหลายชนิดเพื่อลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง สอนวิธีปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้กันทุกคน โดยใช้บริเวณริมรั้วหน้าห้องเรียน ทำเป็นกระถางตามแนวยาวของรั้วเป็นช่วงๆและปลูกพืชผักหลากหลายชนิดสลับกันไปมีทั้งผักบุ้ง ผักกาด ผักคะน้า ผักชี ตะไคร้ โหระพา ใบกระเพราและอีกหลายชนิดโดยพิเศษกว่านั้น กระถางผักทุกกระถางจะมีตาข่ายครอบปิดอย่างแข็งแรง เพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูพืชเข้ามารบกวนในการขุดและกัดกินพืชผักให้ได้รับความเสียหาย ศัตรูพืชที่พูดถึงก็คือหนู ซึ่งมีเป็นจำนวนมากอยู่บริเวณท่าเทียบเรือประมงสงขลา ทางคุณครูจึงต้องทำตะแกรงตาข่ายครอบบนกระถางอย่างแน่นหนา เพื่อไม่ให้หนูเล็ดลอดเข้ามากัดกินในกระถางได้

สำหรับการปลูกพืชผักสวนครัวรั้วกินได้เพื่อลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ผักที่ปลูกที่นี่จะเป็นเด็กนักเรียนที่ช่วยกันปลูกและช่วยกันดูแล ผักที่ปลูกจะมี ผักบุ้ง ผักกาด ผักคะน้า ผักชีและอีกหลายชนิดรวมทั้งตะไคร้ส่วนใหญ่จะเป็นผักสวนครัวที่ใช้ในครัวเรือนเป็นประจำ

พืชผักสวนครัวทั้งหมดเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว ก็จะช่วยกันเก็บผลผลิตทั้งหมดแบ่งให้กับนักเรียนทุกคนนำกลับไปให้พ่อแม่ผู้ปกครองที่บ้านเพื่อปรุงอาหารเป็นการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของแรงงานต่างด้าวบริเวณท่าเทียบเรือประมงสงขลาที่ส่งบุตรหลานมาเรียนหนังสือที่นี่

นางสาวพาตีเมาะ หะแว หรือครูมาราตี กล่าวว่า การที่เด็กๆมาเรียนที่นี่ ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับทางด้านการเกษตร การปลูกพืชผักสวนครัว ซึ่งส่วนนี้จะเป็นตัวช่วยให้เด็กๆได้เรียนรู้วิธีการปลูก สามารถนำไปใช้ในอนาคตได้ ซึ่งจะเป็นความรู้ที่ติดตัวเด็กตลอดไป โดยในครั้งแรกเด็กจะมาปลูกกันที่โรงเรียนเพื่อให้เขาได้เรียนรู้เขาจะได้รู้จักและเป็นการปลูกจิตสำนึกการปลูกผักและสามารถนำไปปลูกที่บ้านเพื่อการบริโภคต่อไป

สำหรับผักที่เด็กๆ ปลูกเพื่อนำไปใช้บริโภค ไม่ได้นำไปสร้างรายได้ แต่นำไปบริโภคในครัวเรือนและเป็นการลดรายจ่ายผู้ปกครอง ในการที่เด็กๆปลูกผักมีการดูแลผัก เมื่อผักเติบโตก็จะนำผักที่ปลูกนำไปประกอบอาหารที่บ้านกับผู้ปกครอง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แฉภาพแก๊งโจ๋กราดยิงอุบลฯ ชอบโชว์ปืน ตัดพ้อเหมือนพี่น้องฆ่ากันเอง

Posted on August 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671082

แฉภาพแก๊งโจ๋กราดยิงอุบลฯ ชอบโชว์ปืน ตัดพ้อเหมือนพี่น้องฆ่ากันเอง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 12.57 น.

แฉภาพแก๊งโจ๋กราดยิงอุบลฯ ชอบโชว์ปืน ตัดพ้อเหมือนพี่น้องฆ่ากันเอง

จากกรณีเมื่อคืนวันที่ 3 สิงหาคม 2565 ตำรวจ สภ.เมือง จ.อุบลราชธานี รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันที่บริเวณลานตลาดอุบลสแควร์ ข้างห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เหตุการณ์เกิดเวลาประมาณ 23.53 น. จึงประสานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ บริเวณลานจอดรถหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. กระสุนปืนกลไม่ทราบชนิด กระสุนปืนลูกซอง ตกกระจายโดยรอบที่เกิดเหตุกว่า 70 นัด พบผู้บาดเจ็บ 5 ราย และผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือด 2 ราย

เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อน จนเกิดแฮชแท็ก #กราดยิงอุบล โลกออนไลน์เผยภาพที่ผู้ใกล้ชิดโพสต์ไว้อาลัยพร้อมแสดงความเสียใจว่าทั้ง 2 ฝ่ายทะเลาะกัน เหมือนพี่น้องกัน ไม่น่าวู่วามที่จะโกรธเคืองกันผิดๆและก่อเหตุแบบนี้ และล่าสุดพบว่า เจ้าตัวชอบถ่ายรูปโชว์ปืนเป็นประจำ ทั้งปืนสั้น ปืนยาว บางภาพก็ยังมีการโชว์ว่าปืนนั้นมีใบอนุญาตถูกต้อง ก่อนที่สุดท้ายเจ้าตัวจะมาก่อเหตุยิงกันกลางเมืองอุบลราชุธานี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รัฐบาลไทยเจ๋ง! ปล่อยให้นำเข้ากุ้งเอกวาดอร์-อินเดีย ไม่เหลียวแลเกษตรกรไทย

Posted on August 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671046

รัฐบาลไทยเจ๋ง! ปล่อยให้นำเข้ากุ้งเอกวาดอร์-อินเดีย ไม่เหลียวแลเกษตรกรไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 10.54 น.

สื่อนอกตีข่าว “กรมประมงไทย อนุมัติให้นำเข้ากุ้งจากฟาร์มกุ้ง 36 ฟาร์มในเอกวาดอร์ อ้างว่าผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัย และ Biosecurity แล้ว และเอกวาดอร์ยังแจ้งว่าประเทศไทยเตรียมที่จะอนุมัติโรงงานแปรรูปกุ้งเพิ่มเติมในอนาคต”

ข่าวที่ออกมานี้ เหมือนสายฟ้าฟาดมากลางใจเกษตรกร ตอกย้ำข่าวเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่สำนักข่าวต่างประเทศออกข่าวว่า ประเทศไทยได้ยกเลิกการแบนกุ้งจากเอกวาดอร์ เพื่อนำมาแปรรูปสำหรับส่งออกไปต่างประเทศ หลังจากประกาศแบนมานานหนึ่งปี หลังจากตรวจพบเชื้อ White spot syndrome virus (WSSV), Infectious hypodermal and hematopoietic necrosis virus (IHHNV) และ Yellow head virus (YHV) ที่ติดมาในตัวอย่างกุ้งจากเอกวาดอร์ รวมถึงข่าวการอนุญาตให้นำเข้ากุ้งทะเลจากอินเดีย

เกษตรกรต้องช้ำใจอย่างหนัก จากข่าวทั้งสองเรื่อง เพราะกรมประมงในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำกลับเป็นคน “เปิดประตู” รับกุ้งจากคู่แข่งสำคัญของไทยเข้ามาขายในประเทศ ทั้งที่ผ่านมาเกษตรกรต้องแบกรับปัญหาราคากุ้งตกต่ำ โดยเฉพาะในช่วงมกราคม-พฤษภาคม 2565 ที่ราคาปรับลดลงต่อเนื่องในทุกๆเดือน เพิ่งจะได้เห็นราคาขยับขึ้นมาได้แค่ช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ที่การบริโภคกระเตื้องขึ้น จากการที่นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณกุ้งในตลาดปรับลดลง เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย สภาพอากาศแปรปรวน มีฝนตกชุกสลับอากาศร้อนจัด ทำให้กุ้งน็อคตายยกบ่อเกิดความเสียหายอย่างหนักในหลายพื้นที่

คนเลี้ยงกุ้งพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ประเทศนี้อยู่ยาก พวกเขาจะเลี้ยงกุ้งไปเพื่ออะไร ในเมื่อกรมประมง หัวเรือใหญ่ที่ควรปกป้องเกษตรกรไทย ปกป้องคนไทย กลายเป็นเหมือนอยู่คนละฝั่ง ไม่ใช่แค่ไม่ดูแล แต่กลับชักศึกเข้าบ้าน เหมือนอยากให้เกษตรกรหมดอาชีพ เพราะนอกจากจะไม่ทำตามคำมั่นสัญญาที่เคยบอกว่า “พร้อมจับมือเกษตรกร พลิกฟื้นกุ้งไทย ให้มีคุณภาพปลอดภัย เพื่อก้าวไกลสู่ความยั่งยืน” เพื่อทวงคืนอุตสาหกรรมกุ้งให้กลับมาผงาด ทวงแชมป์การเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกกุ้ง รวมทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูป อันดับ 1 ของโลก แต่จนแล้วก็ไม่สามารถทำได้ จึงคิดหาทางออกด้วยการนำเข้ามาแทน

เท่ากับกรมประมงมุ่งทำลายอาชีพ “ไม่เหลียวแลคนเลี้ยง” ปล่อยให้ทั้งกุ้งสองประเทศนี้ เข้ามารุมสกรัมเกษตรกรไทยอย่างร้ายแรงที่สุด ทั้งที่เมื่อตอนไทยขอให้ทั้งสองประเทศรับกุ้งไทยบ้าง กลับบ่ายเบี่ยงใช้ข้ออ้างเรื่องการต้องดูแลเกษตรกรในประเทศของตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยไม่คิดจะทำอย่างเขา จึงเปิดประตูให้กุ้งเอกวาดอร์และกุ้งอินเดียสามารถส่งเข้ามาในไทยได้

เรื่องนี้ไม่ต่างอะไรกับการขุดหลุมฝังเกษตรกร เพราะผลผลิตกุ้งจากเอกวาดอร์ที่จะทะลักเข้ามาในไทย ย่อมบิดเบือนกลไกตลาด ทั้งที่เกษตรกรไทยนั้นมี “ความสามารถ” ในการผลิต “กุ้งคุณภาพสูง” เพื่อป้อนความต้องการของคนไทยหรือแม้แต่การแปรรูปเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ

ที่สำคัญการมาถึงของกุ้งเอกวาดอร์ ย่อมนำมาซึ่งภาวะราคากุ้งในประเทศตกต่ำ ทำลายเสถียรภาพราคากุ้งย่อยย้ำ เพราะไม่มีใครตอบได้ว่า กุ้งที่นำเข้ามานั้นจะไม่หลุดรอดมาขายในท้องตลาด และยังมีความเสี่ยงเรื่องโรคที่ติดมากับกุ้ง เป็นการเพิ่มโอกาสเกิดการแพร่กระจายเชื้อก่อโรคข้ามพรมแดนผ่านการนำเข้ากุ้งแช่แข็ง และต้องไม่ลืมว่าประวัติการติดเชื้อของกุ้งจากเอกวาดอร์นี้ก็มีให้เห็นจนถูกแบนมานานนับปีดังกล่าวข้างต้น แล้วจะยอมเสี่ยงเปิดให้กุ้งอมโรคเข้ามาทำลายเกษตรกร อย่างนั้นหรือ?

ยังไม่นับปัญหาคุณภาพความปลอดภัย และการปนเปื้อนของสารเคมีต้องห้าม รวมถึงยาปฏิชีวนะที่อาจตกค้างมาด้วย ซึ่งไม่เพียงสร้างความเสียหายแก่ผู้เลี้ยงเท่านั้น แต่คนไทยก็มีความเสี่ยงที่จะรับกุ้งอมโรคอมสารตกค้างด้วย

วันนี้ กรมประมง ต้องทำหน้าที่ปกป้องเกษตรกรคนไทย ปกป้องอุตสาหกรรมกุ้งไทย ที่เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเรือธงที่นำเงินตราต่างประเทศเข้ามามากมาย ไม่ใช่ “ขุดหลุมฝังเกษตรกร” ด้วยกุ้งนำเข้าอย่างที่ทำอยู่ เพราะที่สุดแล้วเกษตรกรไทยจะค่อยๆล้มหายตายจาก ซึ่งจะกระทบกับความมั่นคงทางอาหารของประเทศอย่างไม่ต้องสงสัย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รถรางไฟฟ้าฯวิ่งรับส่งนิสิตรอบ ม.มหาสารคามฟรีช่วยนักศึกษาประหยัดเงินในกระเป๋า

Posted on August 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671042

รถรางไฟฟ้าฯวิ่งรับส่งนิสิตรอบ ม.มหาสารคามฟรีช่วยนักศึกษาประหยัดเงินในกระเป๋า

วันพฤหัสบดี ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 10.28 น.

รถรางไฟฟ้าประหยัดพลังงาน วิ่งรับส่งนิสิตรอบมหาวิทยาลัยมหาสารคามฟรี ช่วยนิสิตลดค่าใช้จ่าย ประหยัดเงินในกระเป๋า ไม่ต้องเสียเงิน นั่งสบายรอไม่นาน ออกวิ่งทุก 5 นาที ที่สำคัญ ไม่ต้องเสี่ยงเข้าด่านตำรวจกวดขันวินัยจราจร

พาไปที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เขตพื้นที่ขามเรียง ทางมหาวิทยาลัยได้จัดรถรางไฟฟ้าประหยัดพลังงานวิ่งให้บริการนิสิต และบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยฯ จำนวน 5 คัน  เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางภายในมหาวิทยาลัย ลดค่าใช้จ่ายให้กับนิสิต สามารถเดินทางได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญไม่ต้องขี่รถจักรยานยนต์มาจอดตามอาคารเรียน เสี่ยงรถหาย และที่สำคัญไปกว่านั้น น้อง ๆ นิสิตต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ต้องเสี่ยงด่านตำรวจกวดขันวินัยจราจร

ซึ่งรถรางไฟฟ้า มีทั้งแบบทั่วไป แล้วก็มีลวดลายสีสัน เป็นตัวการ์ตูนรถไฟ  เหมือนการ์ตูนสำหรับเด็ก ที่ร้องกันว่า  “รถไฟบ็อบไปเที่ยวในฟาร์ม E I E I O”  ซึ่งจริง ๆ แล้วจังหวัดมหาสารคาม เป็นจังหวัดที่ไม่มีรถไฟวิ่งผ่าน แต่ก็สามารถพบเห็น รถไฟ ในรูปแบบรถรางไฟฟ้าประหยัดพลังงานได้ที่นี่ ทำให้นิสิตที่มารอขึ้นรถรางไฟฟ้า ต่างก็ตื่นตาตื่นใจ สร้างสีสัน และความแปลกใหม่ให้กับนิสิตเป็นอย่างมาก ซึ่งมีการให้บริการกันทั้งวันไม่ต้องกลัวว่ารถจะขาดช่วง เพราะรถจะออกทุก ๆ 5 นาทีกันเลยทีเดียว

ส่วนน้อง ๆ นิสิต ชั้นปีที่ 2 ที่มาใช้บริการรถรางไฟฟ้า ก็บอกว่า ตนเองอยู่หอพักนอกมหาวิทยาลัย ปกติจะขี่รถจักรยานยนต์มาเรียน แต่วันนี้ให้เพื่อนมารับ จอดรถไว้ที่คณะ  จากนั้นก็ขึ้นรถรางไฟฟ้าของมหาวิทยาลัยฯ มาที่ตลาดน้อย (โรงอาหาร)  มารับประทานอาหารกลางวัน พอทานเสร็จก็มารอขึ้นรถรางไฟฟ้ากลับไปเรียนที่คณะต่อ ซึ่งการที่มหาวิทยาลัยฯ นำรถรางไฟฟ้ามาให้บริการฟรี ก็ช่วยให้นิสิตสามารถประหยัดเงินได้มากขึ้น ไม่ต้องเสียค่าน้ำมัน ไม่ต้องเสียตังค์ ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ไม่ต้องกลัวว่าตำรวจจะตั้งด่านกวดขันวินัยจราจร  เพราะตำรวจจะชอบตั้งด่านก่อนทางเข้ามหาวิทยาลัยฯ   

สำหรับรถรางไฟฟ้าที่ให้บริการมีจุดเริ่มต้นจากข้างหอพักกุดรัง วิ่งตามแผนผังเส้นทางที่กำหนด คือ หลังอาคารบริการกลาง (พลาซ่า),หอพักชื่นชม ,คณะการบัญชีและการจัดการ,อาคารบริการนิสิต,คณะวิทยาศาสตร์ (SC2),คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ฯ,คณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์,ริมคลองป้ายรถเมล์ตรงข้ามคณะการบัญชีฯ,แยกอาคารพลศึกษา,อาคารราชนครินทร์,คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์,วิทยาลัยการเมืองการปกครอง – วิทยาลัยดุริยางคศิลป์,คณะเภสัชศาสตร์ – คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์,คณะพยาบาลศาสตร์,คณะวิทยาการสารสนเทศ – คณะวิศวกรรมศาสตร์ (ตู้ ATM),คณะสาธารณสุขศาสตร์,แยกสะพานคณะเทคโนโลยี,หอพักกันทรวิชัย – ตลาดน้อยและอาคารบริการกลาง (พลาซ่า) ก่อนจะกลับมาที่จุดเริ่มต้นใหม่  รวมทั้งหมด 22 สถานี  ซึ่งการออกรอบ ในวันจันทร์ – ศุกร์ จะออกทุก ๆ 5นาที หรือ 9 นาที ตามช่วงเวลาที่มีการใช้บริการหนาแน่น วันเสาร์-อาทิตย์ ออกทุก ๆ 10 นาที  ซึ่ขณะนี้มีรถให้บริการจำนวน 5 คัน โดยจะให้บริการในวันจันทร์ – ศุกร์  เริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 -20.00 น.และวันเสาร์-อาทิตย์ เริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 -17.00 น. 

จึงขอเชิญชวนนิสิตและบุคลากรมหาวิทยาลัยมหาสารคามทุกคน  มาใช้บริการกันให้เยอะๆ  เป็นการช่วยลดโลกร้อน ลดการใช้นำมัน ปริมาณการใช้รถยนต์และจักรยานยนต์จะได้ลดลง  ลดอุบัติเหตุได้อีกทางหนึ่ง  มาร่วมกันขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  เป็น Green University ต่อไป – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘เร็ว=เสี่ยง’สูญเสียบนถนน บังคับใช้กฎหมายยังมีช่องว่าง

Posted on August 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670960

สกู๊ปพิเศษ : ‘เร็ว=เสี่ยง’สูญเสียบนถนน  บังคับใช้กฎหมายยังมีช่องว่าง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“คำถามคือมันจะส่งผลเสียอะไรต่อไปในอนาคตบ้าง อย่างเริ่มเห็นแล้ว อย่างพอพ้นเขตนี้ไปเขาก็ยังติดพฤติกรรมการใช้ 120 กม./ชม. ต่อไปอีกที่ไม่ใช่เป็นโซนที่ให้ใช้ 120 คราวนี้ปัญหามันจะเกิดแล้ว กลายเป็นว่านโยบายนี้มันเพิ่มหรือมันเปลี่ยนพฤติกรรมคน ทำให้ส่งเสริมให้คนขับรถเร็วมากขึ้นหรือเปล่า? แล้วเขาจะไม่ได้ขับในช่วงนี้แล้ว พอเลยออกจากโซนนี้เขาอาจจะขับเร็วขึ้นไปอีก คือใช้พฤติกรรมเหมือนเดิมเลย”

ข้อสังเกตของ ศ.ดร.กัณวีร์ กนิษฐ์พงศ์ ผู้จัดการศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) จากการได้เห็นผลการศึกษา “การจัดช่องจราจร-สิ่งแวดล้อมรองรับความเร็ว 120 กม./ชม. ประชาชนเข้าใจมากน้อยแค่ไหน?” ซึ่ง กรมทางหลวงนำมาเปิดเผยในวงเสวนา “เร็วให้ถูกเลน ประเมินเป็น เว้นระยะ = ลดความเสี่ยง” จัดโดย สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อช่วงปลายเดือน ก.ค. 2565 ที่ผ่านมา

แม้ผลการศึกษาจะชี้ว่า “ผู้ขับขี่เริ่มปรับตัวได้และใช้ความเร็วได้ถูกช่องจราจร” กล่าวคือ เลนซ้ายสุดไม่เกิน 80 กม./ชม. เลน 2 กับ 3 ไม่เกิน 100 กม./ชม. และเลนขวาสุดไม่เกิน 120 กม./ชม. และไม่ต่ำกว่า 100 กม./ชม.อีกทั้ง “อนุญาตให้ใช้ความเร็ว 120 กม./ชม. ได้เฉพาะพื้นที่ที่ประเมินว่ามีความพร้อมและปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมแล้วเท่านั้น” แต่อีกด้านหนึ่ง “ผู้ขับขี่มีแนวโน้มเคยชินกับการใช้ความเร็วสูงขึ้น” ทั้ง 120 กม./ชม.หรือมากกว่านั้น อีกทั้งบางส่วนยังใช้นอกพื้นที่ที่กำหนด

ซึ่ง ศ.ดร.กัณวีร์ ระบุว่า มูลนิธิไทยโรดส์ (ThaiRoads Foundation) เคยสำรวจพฤติกรรมและทัศนคติของคนไทยเกี่ยวกับการใช้ความเร็ว พบว่า “คนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้มองว่าความเร็วเป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน” เมื่อเทียบกับ “เมาแล้วขับ” หรือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วไปขับขี่ยานพาหนะ โดยมีเพียงร้อยละ 11 ที่เห็นว่าความเร็วเป็นปัญหาอันดับแรกๆ ที่ภาครัฐควรแก้ไข

ทั้งนี้ “การบังคับใช้กฎหมาย” ยังเป็นคำถามสำคัญในประเด็น “ประสิทธิภาพ” เห็นได้จากในปี 2563 มีสถิติการตรวจจับความเร็วในการใช้รถใช้ถนน โดยนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้มากขึ้น ส่งผลให้จำนวนการออกใบสั่งเพิ่มสูงขึ้นมากด้วย อยู่ที่กว่า 6 ล้านใบ อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนซึ่งมีสาเหตุมาจากความเร็วยังสูง หมายถึงยังไม่สามารถลดพฤติกรรมเสี่ยงลงได้

จึงต้องไปดูว่าขั้นตอนมีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่ เพราะหากไปดูความเคลื่อนไหวในสื่อสังคมออนไลน์ จะเห็นการพูดคุยกันทำนองว่า “แม้โดนใบสั่งกี่ใบก็ไม่มีผลอะไรเนื่องจากไม่ต้องไปจ่ายค่าปรับ” บางความเห็นถึงกับโพสต์ภาพโชว์ใบสั่งเป็นปึกๆ แล้วบอกว่าไม่จ่ายก็ไม่เป็นไร หมายถึงการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มข้นจริงจัง ย่อมไม่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคคล

ขณะที่ พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยว่า ในแต่ละปีมีการออกใบสั่งประมาณ 15 ล้านใบ ในจำนวนนี้ประมาณร้อยละ 55 เป็นข้อหาเกี่ยวกับการใช้ความเร็ว โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมาที่เริ่มนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาใช้ตรวจจับ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ คนที่โดนใบสั่งยังกระทำผิดซ้ำ เช่น เคยพบคนคนหนึ่งมีสถิติการทำผิดกฎจราจรตลอดทั้งปีมากถึง 200 ครั้ง เพราะเมื่อประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายมีปัญหา พฤติกรรมการขับขี่ที่ผิดก็กลายเป็นความเคยชิน

โดย “ในปี 2563 มีคนมาเสียค่าปรับตามใบสั่งเพียงร้อยละ 18 ของจำนวนใบสั่งที่ออกไปในปีดังกล่าว และปี 2564 ก็มีแนวโน้มลดลง” ส่วนปัจจุบันอยู่ที่ประมาณร้อยละ 15 แม้จะมีมาตรการอำนวยความสะดวกในการจ่ายค่าปรับมากขึ้นก็ตาม เช่น จากเดิมที่ตำรวจมีอำนาจยึดใบขับขี่ไว้เพื่อให้ผู้ทำผิดกฎหมายไปเสียค่าปรับ แต่ต่อมาเมื่อมีระบบใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ตำรวจก็ไม่ได้ยึดใบขับขี่ได้อย่างเดิมอีก นำไปสู่การยกเลิกการยึดใบขับขี่ ตำรวจจะทำเพียงการออกใบสั่งเท่านั้น แต่ออกมาก็ไม่มีผลอะไรเพราะประชาชนไม่จ่ายก็ยังขับขี่ยานพาหนะได้ตามปกติ

“ปี 2560 เราก็ไปออกกฎหมายมาว่า ถ้าอย่างนั้นเรามาร่วมมือกันเพื่อประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายกับกรมการขนส่งทางบก โดยการงดออกป้ายภาษี งดออกเอกสารแสดงการเสียภาษี บางคนก็ยังเข้าใจว่างดต่อภาษีซึ่งจริงๆ ไม่ใช่รถท่านต่อภาษีได้แต่ไม่ได้ป้าย เอารถมาขับก็เป็นความผิดอยู่แล้ว ตั้งแต่ปี 2560 ปีนี้ปี 2565 ก็ยังเป็นกฎหมายอยู่ ก็ยังไม่บังคับใช้จริง” พล.ต.ต.เอกราช ระบุ

อีกด้านหนึ่ง “วัฒนธรรมองค์กร” อาจเป็นตัวช่วยกำกับดูแลบุคลากรในสังกัดไม่ให้มีพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่ยานพาหนะ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำหน้าที่พนักงานขับรถรับ-ส่งผู้โดยสารหรือขนส่งสินค้า นอกเหนือจากการบังคับใช้กฎหมายโดยรัฐ ซึ่งในวงเสวนาครั้งนี้ ช่วงท้ายมีการยก 2 ตัวอย่างที่น่าสนใจ อาทิ “ทรู ลีสซิ่ง (True leasing)” บริการรถเช่าพร้อมคนขับ มีระบบตรวจจับการใช้ความเร็วเกิน 90 กม./ชม. ยกเว้นกรณีเร่งความเร็วเพื่อแซงโดยจะมีระยะที่อนุโลมให้ใช้ได้ รวมถึงการเดินทางไกล จะมีคนขับสลับกันทำหน้าที่ ไม่ใช่คนคนเดียวขับขี่ต่อเนื่องยาวนาน

เช่นเดียวกับ “เชลส์ (Shell)” บริษัทชั้นนำด้านน้ำมันเชื้อเพลิง มีหลายมาตรการเช่น รถของบริษัทสำหรับให้พนักงานใช้ขับไปพบลูกค้า จะเป็นรถที่ได้มาตรฐาน NCAP ระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับที่ปลอดภัยที่สุด ขณะเดียวกันยังมีการอบรมพนักงานให้ตระหนักว่ายิ่งใช้ความเร็งสูงขึ้นโอกาสได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตจากอุบัติเหตุก็มากขึ้น ทั้งนี้ ก่อนหน้าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในองค์กร พบใบสั่งจำนวนมากส่งมาถึงบริษัทเนื่องจากเป็นยานพาหนะที่จดทะเบียนในนามบริษัท โดยระบุความเร็วสูงถึง 133 กม./ชม. ชี้ให้เห็นว่าพนักงานขับรถกันเร็วมาก

แต่เมื่อเริ่มเข้มงวดกันอย่างจริงจัง เวลาผ่านไปสถานการณ์ก็ดีขึ้น จำนวนใบสั่งค่อยๆ ลดลงและไม่มีเข้ามาอีก อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ประเทศไทยถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงด้านอุบัติเหตุบนท้องถนน ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) จึงต้องทำมากขึ้นด้วยการติดระบบตรวจจับความเร็วไว้ที่รถยนต์ทั่วไปของบริษัทด้วย ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ใช้ในรถบรรทุก ในระยะแรกๆ พนักงานก็รู้สึกต่อต้าน มองว่าบริษัทจะจับผิดอะไรมากมาย แต่ในเวลาต่อมาก็เริ่มยอมรับและมองว่าบริษัทห่วงใยชีวิตของพนักงาน เป็นต้น

หมายเหตุ : สามารถอ่านสรุปผลการศึกษา“การจัดช่องจราจร-สิ่งแวดล้อมรองรับความเร็ว 120 กม./ชม.ประชาชนเข้าใจมากน้อยแค่ไหน?” โดย ทรงฤทธิ์ ชยานันท์ วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ กรมทางหลวง ในงานเสวนา “เร็วให้ถูกเลน ประเมินเป็น เว้นระยะ = ลดความเสี่ยง” ได้ที่หน้า 5 นสพ.แนวหน้า ฉบับวันอาทิตย์ที่ 31 ก.ค. 2565 (ส่วนทางหน้าเว็บไซต์จะอยู่ที่หมวด Likeสาระในวันเดียวกัน)

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดใจ‘อ้วนพลิ้ว’จอมตีลังกา ทีมไหนชอบลีลาดีลมาได้เลย

Posted on August 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671010

เปิดใจ‘อ้วนพลิ้ว’จอมตีลังกา ทีมไหนชอบลีลาดีลมาได้เลย

วันพุธ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 20.38 น.

เปิดใจ‘อ้วนพลิ้ว’จอมตีลังกา ทีมไหนชอบลีลาดีลมาได้เลย

จากกรณีในการแข่งขันกีฬาฟุตบอล 7 คน ประเภทอาวุโส หรือ VIP-40UP มอมคัพครั้งที่ 1 เชื่อมความสัมพันธ์ชุมชน ที่สนามฟุตบอลหน้าศูนย์ราชการ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยผู้เล่นหมายเลข 35 ของทีม DKK-ติดเลฮิ ยิงประตูขึ้นนำคู่แข่ง ทีมสท.เอส -บ้านพลา เป็นสกอร์ 2-1 หลังจากนั้นดีใจสุดขีด จึงตีลังกาม้วนหน้า 1 รอบ เลียนแบบท่าดีใจของ “ ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง” อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย จนลืมตัวไปว่าตัวเองมีรูปร่างอ้วนท้วม ทำให้ก้นจ้ำเบ้าเข้ากับพื้นสนามจนลุกไม่ขึ้น จึงรีบเปลี่ยนท่ามานั่งแอค โพสต์ท่าให้กล้องที่กำลังไลฟ์สด ก่อนที่จะพยุงตัวเองลุกขึ้นมาแตะมือกับเพื่อนร่วมทีม เรียกเสียงหัวเราะเสียงฮาให้ผู้บรรยายเกมส์ รวมทั้งคนดูรอบสนาม

ล่าสุดวันนี้ (3 ส.ค.65) ทีมข่าวติดต่อไปทาง “คุณนะโม” นักฟุตบอลจอมลีลา ซึ่งหลังจากพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว โดยบอกว่าตอนที่ยิงประตู แล้วเข้า ก็ดีใจมากจนคิดอะไรไม่ทัน ลืมตัว กระโดดตีลังกา จนลืมน้ำหนักของตัวเองไปเลย ท่าที่ออกมาก็เลยหล่นตุ้บ แบบที่เห็น หลังจากตีลังกาก็เจ็บนิดหน่อย ผิดท่าไปหน่อย

สำหรับกีฬาฟุตบอลนั้นตนชื่นชอบมากๆอยู่แล้ว เล่นมาตั้งแต่เด็กๆ จนถึงตอนนี้ก็ยังเล่นอยู่ และจะไม่หยุดเล่น ชอบมากๆ ตอนนี้ที่เจ็บก็หายดีแล้ว พร้อมลงแข่งขัน และยังบอกว่าถ้าที่ไหนสนใจลีลาการเล่นของตน ติดต่อให้ไปเล่นได้เลย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รุมกระทืบผิดคน! ส่งแชทขอโทษ หลังโจ๋หมาหมู่ปืนจ่อหัว-มีดฟันบาดเจ็บ

Posted on August 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670999

รุมกระทืบผิดคน! ส่งแชทขอโทษ หลังโจ๋หมาหมู่ปืนจ่อหัว-มีดฟันบาดเจ็บ

วันพุธ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 20.03 น.

3 สิงหาคม 2565 คืบหน้ากรณีกลุ่มวัยรุ่นใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะเกือบ 20 คน ไล่ทำร้ายชาวบ้านในวัยเดียวกัน จำนวน 2 คนจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะพากันหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วันที่ 2 สิงหาคม 2565 ริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 (นครพนม-สกลนคร) หน้าร้านข้าวปุ้นตาหมาย บ้านดอนยานาง หมู่ 8 ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวมีผู้คนใช้ยานพาหนะพลุกพล่าน เนื่องจากเป็นเวลาเลิกงานพอดี แต่กลุ่มวัยรุ่นมีความฮึกเหิมไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก

ล่าสุด วันที่ 3 สิงหาคม 2565 เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ท.วัตรสันณห์ เนตรหาญ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เจ้าของคดีได้ให้ผู้ปกครองของผู้บาดเจ็บทั้งสองมาให้ปากคำ เพื่อติดตามคนที่ลงมือกระทำในครั้งนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ปรากฏว่าผู้ปกครองได้นำตัวเยาวชนชื่อนายปาน (นามสมมติ) อายุ 17 ปี พร้อมด้วยแฟนสาวมาให้ปากคำ โดยนายปาน เล่าว่าเดิมเป็นคนจังหวัดหนองบัวลำภู ได้แฟนชื่อ น.ส.โอ๋ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี เป็นคนบ้านดอนม่วง หมู่ 9 ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม โดยยึดอาชีพรับจ้างกรีดยางอยู่ในหมู่บ้าน

ก่อนเกิดเหตุแฟนสาวขับ จยย.ไปทำธุระในเมืองนครพนม ปรากฏว่ารถน้ำมันหมดอยู่ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม จึงโทรศัพท์ให้ตนไปซื้อน้ำมันมาเติมใส่ถัง ตนได้ชวนนายทิว (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ซ้อนท้าย จยย.มาเป็นเพื่อน ขณะเติมน้ำมันใส่ จยย.แฟนสาว มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งขับ จยย.มาวนเวียนอยู่บริเวณนั้น แต่ตนไม่ได้สนใจอะไรและไม่เคยรู้จักกันมาก่อน 

จากนั้นก็ขับรถเพื่อกลับบ้าน มาถึงสามแยกไฟแดงมหาวิทยาลัยนครพนม บ้านเนินสะอาด ต.นาราชควาย นายทิวสะกิดว่าพวกนั้นขับ จยย.ตามหลังมา ตนก็บอกว่าอย่าคิดมาก เราไม่เคยไปมีเรื่องกับเขา ปรากฏว่าตนคิดผิดเพราะกลุ่มวัยรุ่นขับรถมาประกบข้างแล้วสั่งให้จอด ด้วยความกลัวจึงเร่งเครื่องหนีแต่แก๊งวัยรุ่นกลุ่มนั้นไล่บี้มาทันที่หน้าร้านข้าวปุ้นตาหมาย บ้านดอนยานาง หมู่ 8 ต.นาทราย และไม่พูดพร่ำวัยรุ่นคนหนึ่งได้ชักอาวุธปืนมาจ่อที่ศีรษะ 

ขณะที่อีกคนใช้มีดพร้าดายหญ้าไล่ฟัน ตนเอามือรับสันมีดถูกที่ง่ามมือโป้ขวาบาดเจ็บ ส่วนนายทิว ถูกสันมีดเล่มเดียวกันฟาดที่กลางหลังและแขนซ้าย ระหว่างนั้นมีชาวบ้านละแวกนั้นออกมาดูเหตุการณ์ วัยรุ่นเกือบ 20 คน ก็รีบกันขับ จยย.หลบหนี พลเมืองดีจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยกู้ภัยศรีสัตตนำตัวส่ง รพ.นครพนม

ด้าน น.ส.โอ๋ แฟนสาวของนายปาน เล่าว่า หลังเกิดเหตุมีเพื่อนหญิงคนหนึ่งแซทไลน์มาหา พร้อมกับกล่าวคำขอโทษ ว่าผู้ก่อเหตุมีชื่อเล่นว่านายเม่น เป็นวัยรุ่นอยู่ในหมู่บ้าน ต.โพธิ์ตาก เข้าใจผิดคิดว่า นายปานเป็นคู่อริจึงพากันมารุมทำร้าย ไม่อยากให้เรื่องบานปลายจึงขอร้องไม่ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มนายเม่น โดยทางด้านผู้ปกครองของ น.ส.โอ๋ ได้บอกว่าให้ผู้ก่อเหตุมาซ่อม จยย.ที่พังเสียหาย ส่วนทางด้านคดีให้เป็นไปตามกฎหมาย

ทั้งนี้ กลุ่มวัยรุ่นแก๊งนี้มีประวัติในการก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนมาบ่อยครั้ง เคยยกพวกตีกันกับวัยรุ่นหมู่บ้านข้างเคียง จนตกเป็นข่าวเมื่อปลายปี 2564 โดยใช้อาวุธมีดไล่ฟันหนุ่มพิการครึ่งซีกบาดเจ็บสาหัสมาแล้ว ครั้งนี้ก็ไม่หลาบจำกลับมาก่อเหตุลักษณะเดียวกันอีก และถือว่าเหิมเกริมมากเพราะที่เกิดเหตุอยู่ในเขตชุมชนติดถนนสายหลัก. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สมบัติของโลก ก็ต้องอยู่ในโลก…เมื่อตายไปแล้วจะยึดถือเป็นกรรมสิทธิ์ของเราอีกไม่ได้

Posted on August 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670996

สมบัติของโลก ก็ต้องอยู่ในโลก...เมื่อตายไปแล้วจะยึดถือเป็นกรรมสิทธิ์ของเราอีกไม่ได้

วันพุธ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.54 น.

ความจริง “จิตใจ” ของเราเองเป็นตัวก่อทุกข์ สังเกตได้จากพระอรหันตสาวกทั้งหลาย เมื่อท่านมีความรู้ มีปัญญาคุ้มครองรักษาใจท่านดีแล้ว ท่านก็ไม่มีทุกข์ เพราะท่านไม่ปรารถนาในสิ่งต่างๆ เมื่อเราประสบกับรูป กลิ่น เสียง หรืออื่นๆ ก็เพราะใจเรามีตัณหา ปรารถนา ทะเยอทะยาน ยินดียินร้ายในสิ่งเหล่านั้น ทำให้เราเป็นทุกข์

ไม่ใช่ว่า รูป รส กลิ่น เสียง โผฏฐัพพะ หรือสิ่งอื่นๆ ที่จะได้มาเผาเราให้ร้อน เป็นทุกข์ ตัวของเราเองที่เป็นไฟมาคอยเผาตัวเอง

บุคคลที่มีทาน มีศีล แต่ขาดการภาวนานั้น เปรียบเหมือนบุคคลที่มีเสบียงพร้อมแล้ว มีร่างกายที่สมบูรณ์ มีกำลังวังชาที่ดี แต่บุคคลนั้นเป็นบุคคลที่ตาบอด เขาย่อมไม่สามารถจะเดินทางไปสู่พระนิพพานได้

เมื่อจิตใจรวมลงได้ละเอียดเป็นหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะมีสัญญาอยู่บ้างก็ตาม ให้เรากำหนดนิ่งเฉย คำว่า “นิ่งเฉย” เปรียบเหมือนกับนายพรานดักเนื้อ เขาจะนั่งอยู่นิ่งๆ ไม่เคลื่อนไหว แต่ตาของเขาจะมองดูสัตว์ต่างๆ ที่จะดักฉันใด การตั้งสติกำหนดจิตก็ฉันนั้น

ให้พากันสนใจเรื่องการภาวนา เราบังคับจิตใจไว้เป็นของง่าย เพราะเป็นของมีอยู่กับตัว ไม่ต้องซื้อไม่ต้องขอ ไม่ต้องแลกเปลี่ยน เป็นสิ่งมีประโยชน์มาก

ถ้าเราบำเพ็ญความสงบได้แล้ว มีประโยชน์ทั้งทางโลกและทางธรรม

เรื่องของนิมิตนี้จะเกิดหรือไม่เกิดไม่สำคัญ เพราะว่าการที่เราทำสมาธิภาวนา ก็เพื่อมุ่งให้เกิดความสงบภายในจิตใจเท่านั้น

ถ้าผู้ปฏิบัติสามารถทำจิตใจของตนให้สงบเป็นอารมณ์เดียวได้แล้ว ก็พอเท่านั้น ไม่มีนิมิตเกิดขึ้น ก็ไม่เป็นไร การภาวนาท่านต้องการให้เราปราบกิเลสของเราเท่านั้น คือเห็นความโลภ เห็นความโกรธของตน เห็นความหลงของตน เห็นราคะของตน เห็นมานะทิฐิของตน

ถึงแม้ว่าบุคคลใดจะทำสมาธิได้ดี จะได้รับความสุขขนาดไหนก็ตาม หรือจะได้อภิญญาเพียงใดก็ตาม ถ้า “ไตรลักษณญาณ” ยังไม่เกิดแล้ว ก็ยังนับว่าเป็น มิจฉาสมาธิ เป็นสมาธิที่ยังผิด ยังอยู่ในวงเขตที่ผิด

บางคนภาวนาไม่อยากเห็นภาพต่างๆ เช่น นรก สวรรค์ เทวดา เป็นต้น การที่ได้เห็นสิ่งเหล่านี้ไม่มีอะไรแปลก ที่ว่าไม่แปลกก็เพราะว่า เมื่อเราเห็นแล้ว กิเลสของเราก็ยังอยู่เหมือนเดิม บางคนแถมยังทำให้เกิดกิเลสเพิ่มมากขึ้นอีกเสียด้วย

คือถือว่าตนเองเป็นผู้วิเศษ ที่สามารถเห็นสิ่งต่างๆ เหล่านั้นได้ เลยไม่ยอมกราบไหว้ใครทั้งสิ้น จนกลายเป็น สัคคาวรณ์ มัคคาวรณ์ ปิดกั้นทางมรรค ทางผล ทางนิพพาน ไปโดยปริยาย เป็นความเห็นที่ผิดจากหลักศาสนา พวกเราท่านพากันฝึกหัดสติลูบๆ คลำๆ กันอยู่อย่างไรเล่า จึงมิรู้ช่องแนวทางพ้นทุกข์เสียที

ด้วยเหตุนี้ ขอให้พากันยึดหลักสติปัฏฐาน ๔ เป็นหลักฝึกสติให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ นี่แหละ บรรดาสิ่งสมมุติที่เราไปยึดถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของเรานั้น ก็จะได้เพียงชีวิตหนึ่งๆ เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นสามี ภรรยา หรือสมบัติต่างๆ เมื่อเราตายไปแล้ว เราจะยึดถือเป็นกรรมสิทธิ์ของเราอีกไม่ได้ เราจะเอาสิ่งต่างๆ เหล่านั้นติดตามไปสวรรค์ นรก หรือที่ไหนๆ ก็ไม่ได้ตรงกับคำว่า “สมบัติของโลก ก็ต้องอยู่ในโลก”

หนังสือ คติธรรมของหลวงปู่คำดี ปภาโส (พระครูญาณทัสสี) วัดถ้ำผาปู่ อ.เมือง จ.เลย ปี พ.ศ. ๒๔๔๕-๒๕๒๗ ขอบคุณลานธรรมจักร – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,939,278 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เผยโฉมหน้าเยาวชนต้นแบบเก่งและดี ‘TO BE NUMBER ONE IDOL’ รุ่น 16
คุณแหน : 5 พฤษภาคม 2569
ประสิทธิ์ชัย ชี้ แลนด์บริดจ์แค่บังหน้า เป้าหมายคือสร้าง รัฐอิสระต่างชาติ ผ่าน พ.ร.บ. SEC
สุนัขทรงเลี้ยง ‘ย่าเหล’ ‘มิตรแท้’ ในพระราชหฤทัย ร.6
ตาค้างทั้งโซเชียล แน๊ต เกศริน อวดหุ่นสุดสะบึ้มในชุดว่ายน้ำ พร้อมเผยที่มา ความอึ๋ม
Lisa ป่าน ณิชาภัทร ใส่ Robert Wun ดันชื่อเสียงไทยพุ่งไกลระดับโลกใน Met Gala 2026
ครม. มีมติแต่งตั้ง วีระพงษ์ นั่งที่ปรึกษานายกฯ เพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย
บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พระพุทธเจ้ากับความตาย
Rihanna สะกดทุกสายตาในลุค ชุดหอยมุก บนพรมแดง Met Gala 2026
เทพไท เฉลย ทำไมผลโพล 67% คนใต้เอาแลนด์บริดจ์ เหตุไม่รู้ข้อมูล จี้รัฐทำประชามติ 3 ระดับ

Recent Posts

  • บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ขุนศึกกับแมงมุม
  • คุณแหน : 6 พฤษภาคม 2569
  • LIFE & HEALTH : การขับเคลื่อนธุรกิจด้วย เอไอ ต้องใช้งานอย่างรู้เท่าทัน
  • อบก. จับมือภาคี เปิดตัวแคมเปญ ‘VB SAVE+’ ช่วยลดต้นทุนการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์
  • เลโก้ ผนึกกำลัง สยามพารากอน เปิด ‘LEGO® Certified Store’ ยิ่งใหญ่ที่สุด พร้อมปรากฏการณ์อีเว้นท์ ‘LEGO Star Wars The Most Wanted’ หนึ่งเดียวในไทยเท่านั้น!!

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d