คุณแหน : 27 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 27 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 27 กุมภาพันธ์ 2569

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.39 น.

๐๐ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจาก ม.ศิลปากร ประจำปีการศึกษา 2567 ณ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ม.ศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม ในการนี้ รศ.ดร.สุมนต์ สกลไชย อุปนายกสภามหาวิทยาลัยศิลปากร ทูลเกล้าฯถวายปริญญา เภสัชศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณที่ทรงมีคุณูปการอเนกอนันต์ต่อวงการเภสัชกรรมและการสาธารณสุขไทย ในการส่งเสริมการพัฒนาด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ และการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชสมุนไพร..๐๐

๐๐ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามนวัตกรรมการบริหารจัดการบัญชี – ภาษีดิจิทัลและวิสัยทัศน์การสร้างรากฐานธุรกิจ บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์ สำนักงานจ.ร้อยเอ็ด โดยมี วิทูร สุริยวนากุล ให้การต้อนรับ..๐๐

๐๐ อโรชา นันทมนตรี ผวจ.นครปฐม เป็นประธานเปิดงานประจำปีวัดดอนหวาย นมัสการองค์หลวงพ่อวิไลเลิศ หลวงพ่อวิสาหาร ประจำปี 2569 โดยมี พระเมธีธรรมานันท์ เจ้าอาวาสวัดดอนหวาย พร้อม ปชช.ในพื้นที่ร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก..๐๐

๐๐ เพื่อนๆชาว Digital CEO#4 ยินดีกับ ฉันทานนท์ วรรณเขจร ที่ได้เป็น กรรมการในคณะกรรมการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)..๐๐

๐๐ ขรรค์ ประจวบเหมาะ รับมอบเงินบริจาค จาก ศิริพร แดงสุภา และ อุรชา บูรพาชลทิศน์ บจ.พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม เพื่อร่วมสนับสนุนการจัดงานกาชาดประจำปี 2568 ที่ผ่านมา..๐๐

๐๐ มิตรสหายชาว CDA#1 ร่วมยินดีกับ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ที่ได้เป็น กรรมการ ในคณะกรรมการ ธนาคารออมสิน..๐๐

๐๐ วิศรุจน์ อัศวรักษ์ แม้มีภารกิจมากแต่ยังจัดสรรเวลามาบรรยายให้หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลรุ่น 9..๐๐

๐๐ สุเมธ สุรบถโสภณ วันเกิดปีนี้ฉลองกับครอบครัว และทำบุญช่วยเหลือเด็กพิการของวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์..๐๐

๐๐ สินีนุช โกกนุทาภรณ์ ชวนเพื่อนๆ Net Zero CEO# 1 กิตติสัณห์ ลาภวัฒนะมงคล, เข็มอัปสร สิริสุขะ, จันทร์เพ็ญ เพ็งสมบัติ, จิรยง อนุมานราชธน, นวมินท์ เหล่าธรรมทัศน์, ทอปัด สุบรรณรักษ์, ภรณี เริงประเสริฐวิทย์, สิริน ธนศรีวนิชชัย, อรอุมา สีแสงทอง ไปกราบนมัสการพระอาจารย์ชยสา โร ณ บ้านไร่ทอสี ปากช่อง จ.นครราชสีมา..๐๐

๐๐ ธนชน เคนสิงห์ ผอ.สวนสัตว์นครราชสีมา เป็นประธานเปิดโครงการ “ลานเดิ่นดอก @Korat Zoo” กิจกรรมรับเทศกาลแห่งความสุขและความผูกพัน..๐๐

๐๐ ขอแสดงความเสียใจกับ ดร.กฤตินันท์–ชมศิริ-ภก.ดร.พิสิฐ์วัตร คงสมบูรณ์เวช ที่สูญเสียคุณพ่อ อภิณัณณ์ คงสมบูรณ์เวช ในวัย 68 ปี..๐๐

๐๐ กฤษฎา-วิภาวรรณ มหาดำรงค์กุล ฝากเรียนเชิญร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ คุณแม่กัลยา มหาดำรงค์กุล 28 ก.พ.17.00 น. วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร..๐๐

น้องใหม่

เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ฉลอง 100 ปี น้อมใจภักดิ์แด่พระพันปีหลวง

เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์  ฉลอง 100 ปี น้อมใจภักดิ์แด่พระพันปีหลวง

เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ฉลอง 100 ปี น้อมใจภักดิ์แด่พระพันปีหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.42 น.

สมาคมศิษย์เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับ สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ มูลนิธิเซนต์ฟรัง 35 และโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ จัดงาน “ร้อยปีที่ร้อยใจ สานสายใยเราเซนต์ฟรัง น้อมใจภักดิ์ แด่พระพันปีหลวง” เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นศิษย์เกียรติยศของโรงเรียน พร้อมเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 100 ปี แห่งการสถาปนาโรงเรียน และเพื่อรำลึกถึงพระคุณของสถาบัน คณะเซอร์และคณะคุณครู โดยได้รับเกียรติจาก ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ลานเอนกประสงค์ โรงเรียนเซนต์ฟรังฯ

งานเริ่มด้วย เซอร์มารี หลุยส์ พรฤกษ์งาม อธิการิณีโรงเรียนเซนต์ฟรังฯ กล่าวต้อนรับ ดร.ศศมณฑ์ สงวนสิน นายกสมาคมศิษย์เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ในการรวมพลังศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ผู้ปกครอง ครู และบุคลากร เพื่อสานต่อคุณค่าและจิตวิญญาณของสถาบันการศึกษาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหนึ่งศตวรรษ อีกทั้งส่งเสริมความภาคภูมิใจและสานสายไยมิตรภาพ ระหว่างศิษย์ทุกรุ่น จากนั้นเรียนเชิญทุกท่านร่วมชมวิดีทัศน์เทิดพระเกียรติ “บันทึกความทรงจำถึงศิษย์เกียรติยศ ผู้เป็นปิ่นนารีศรีเซนต์ฟรังฯ” ซึ่งย้อนรอยเรื่องราวความผูกพันและพระเมตตาที่ยังคงหล่อเลี้ยงหัวใจชาวเซนต์ฟรังฯให้งดงาม

จากนั้น ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ ประธานในพิธีกล่าวเปิดงาน และกล่าวแสดงความความยินดี และได้เวลามงคล เซอร์อักแนส บุญรักษา ศรีตระกูล อธิการิณีเจ้าคณะแขวงประเทศไทย คณะภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร, เซอร์มารี หลุยส์ พรฤกษ์งาม อธิการิณีโรงเรียนเซนต์ฟรังฯ, นุชรี อยู่วิทยา อุปนายกสมาคมศิษย์ฯ และประธานดำเนินงาน, ธวัลพรรษ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา นายกสมาคมผู้ปกครองและครูฯ, และ ส่วน ดวงจันทร์ ประธานมูลนิธิเซนต์ฟรัง 35 ทุกท่านร่วมกันปักเค้กเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี

กิจกรรมภายในงานยังมีการมอบทุนการศึกษา SF Gracious Lady Award แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 12 ทุน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนที่มีคุณสมบัติตามอัตลักษณ์ของศิษย์เซนต์ฟรัง ได้แก่  เป็นสตรีที่สง่างาม ทั้งกริยา และจิตใจ มีมารยาทดีตามแบบแผนกุลสตรี มีเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ และรู้จักการอุทิศตนเพื่อส่วนรวม พิธีมุทิตาจิตต่อคณะเซอร์ และคณะคุณครูเกษียณ  ทำให้บรรยากาศในงานอบอุ่นซาบซึ้งและประทับใจ

ผู้ร่วมงานทุกท่านได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันภายใต้แนวคิด “อิ่มอร่อยครบในงานเดียว” ควบคู่กับการแสดงดนตรีที่หลากหลาย ทั้งดนตรีไทยผสานความยิ่งใหญ่ของบทเพลง Folk Song และ Orchestra จากวง SFO (Saint Francis Xavier Orchestra) สร้างบรรยากาศแห่งความสุขและความภาคภูมิใจ ช่วงบ่ายอัดแน่นด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ อาทิ การจับสลากลุ้นรางวัลพิเศษ การแสดงละครเพลงสุดพิเศษ “ดวงมณี ดวงใจ สายใยเซนต์ฟรัง” การแสดงชุด “สายใยแห่งรัก” จากคุณครูเกษียณ แฟชั่นโชว์ผ้าไทยจากศิษย์เก่าหลายรุ่นในชุด “So Thai, So You” และคอนเสิร์ตจากวงไหนครับผมผมผม Cool Sound ก่อนปิดท้ายด้วยการลุ้นรางวัลใหญ่

งานเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีครั้งนี้ มิได้เป็นเพียงการหวนรำลึกถึงวันเวลาในอดีต หากแต่เป็นการตอกย้ำพลังแห่งความรัก ความผูกพัน และความศรัทธาที่ชาวเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์ทุกยุคทุกสมัยมีร่วมกัน เป็นสายใยที่ถักทอจากรุ่นสู่รุ่น หลอมรวมเป็นหัวใจเดียวกัน และจะยังคงส่องแสงนำทางให้สถาบันแห่งนี้ก้าวเดินต่อไปอย่างสง่างาม มั่นคง และเปี่ยมด้วยคุณค่า ตลอดศตวรรษใหม่ที่กำลังเริ่มต้น

กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว จัดกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว ‘บุพเพร่วมสร้าง พลังรักครอบครัว’

กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว จัดกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว 'บุพเพร่วมสร้าง พลังรักครอบครัว'

กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว จัดกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว ‘บุพเพร่วมสร้าง พลังรักครอบครัว’

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.03 น.

พรนิภา มาสิลีรังสี รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เป็นประธานเปิดกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว “บุพเพร่วมสร้าง พลังรักครอบครัว” พร้อมด้วย ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนา (นางสาวรัตนา โรหิตธรรมพร) ผู้แทนจากกองส่งเสริมสถาบันครอบครัว กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมฯ โดยได้รับความอนุเคราะห์จากท่านพระครูสังฆกิจดิลก ดร.เจ้าอาวาสวัดสารอด ร่วมบรรยายธรรมในหัวข้อ “รักษารักอย่างไรให้รอดในยุคดิจิทัล” พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายความร่วมมือ จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ คณะทำงานและพี่เลี้ยงชุมชนศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนเมืองต้นแบบ เขตราษฎร์บูรณะ สถานีตำรวจนครบาลราษฎร์บูรณะ วิทยาลัยพณิชยการเชตุพน ร่วมด้วย อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เขตราษฎร์บูรณะ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เขตราษฎร์บูรณะ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) แขวงบางปะกอก และเขตราษฎร์บูรณะ  ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และสื่อมวลชน รวมทั้งสิ้น 175 คน เข้าร่วมกิจกรรมฯ ณ วัดสารอด เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร

พรนิภา กล่าวว่า ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นเดือนที่คนรุ่นใหม่นึกถึง คือ วันแห่งความรัก และคำที่เรามักจะได้ยินคือคำว่า บุพเพ มีความหมายว่า สิ่งที่ทำในอดีตชาติที่ส่งผลมาถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เรามาพบกัน  ในวันนี้ และร่วมกันสร้างพลังรักให้ครอบครัวมีความเข้มแข็ง ปัจจุบันสังคมที่เปิดกว้าง เปิดรับกระแสทั้งด้านดีและไม่ดี ผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลั่งไหลมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ครอบครัวเป็นสถาบันพื้นฐานที่มีความสำคัญที่สุดของสังคม เป็นรากเหง้าที่หล่อหลอมคุณค่าชีวิต และบ่มเพาะคุณลักษณะของความเป็นมนุษย์ให้กับสมาชิกในสังคม องค์ประกอบของสถาบันครอบครัว อันได้แก่ สมาชิกของครอบครัวที่มีสถานภาพ ความสัมพันธ์ และบทบาทหน้าที่ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคม ปัจจุบันสถาบันครอบครัวยังถูกคาดหวังจากสังคมในการหล่อหลอมสมาชิกครอบครัวให้เป็นคนดีของสังคมด้วย

พรนิภา กล่าวต่อว่า กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ได้ดำเนินการขับเคลื่อนภารกิจส่งเสริม พัฒนาศักยภาพ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว รวมถึงการพัฒนาศักยภาพกลไก และเสริมพลังความร่วมมือเครือข่ายการทำงานด้านครอบครัวและชุมชน โดยสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้งศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.)ในระดับพื้นที่ 76 จังหวัด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 โดยปัจจุบันมีจำนวน ศพค. 7,270 แห่งทั่วประเทศ ถือเป็นองค์กรภาคประชาชนที่ร่วมกันทำหน้าที่เฝ้าระวัง ป้องกัน แก้ไขปัญหา ให้คำแนะนำ พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับครอบครัวในชุมชน ทั้งนี้ สค. ได้สนับสนุนทรัพยากร ชุดความรู้ด้านครอบครัว การพัฒนาศักยภาพคณะทำงาน ศพค.    การพัฒนาทีมวิทยากร ด้านครอบครัวระดับจังหวัดให้เป็นพี่เลี้ยงให้แก่ ศพค. รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณ ให้แก่ ศพค. เพื่อดำเนินการจัดกิจกรรมโครงการเพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งของครอบครัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดรับการจัดกิจกรรม ในวันนี้ ณ ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนเมืองต้นแบบ เขตราษฎร์บูรณะ ภายในบริเวณวัดสารอด เกิดขึ้นจากความร่วมมือของพลังเครือข่าย “บวร” โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ร่วมกับภาคเครือข่ายงานครอบครัววัดสารอด เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีความโดดเด่นในการพัฒนาระบบและกลไกในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ถือเป็นพลังรักที่ส่งให้กับทุกครอบครัวในพื้นที่ ด้วยการทำงานที่เข้าถึง เข้าใจ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาร่วมกัน ซึ่งจะเป็นต้นแบบการทำงานที่เข้มแข็ง นำไปสู่การขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ ในเขตกรุงเทพมหานครต่อไป
นางพรนิภา กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรมฯ ในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวและกลไกในระดับพื้นที่แบบบูรณาการ ในการร่วมกันส่งเสริมความรักความผูกพัน สร้างสัมพันธภาพที่ดีภายในครอบครัว มีการทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ กิจกรรมที่น่าสนใจ ประกอบด้วย การเปิดบ้านเยี่ยมชม ศพค.ต้นแบบเขตราษฎร์บูรณะ วัดสารอด การบรรยายธรรมหัวข้อ “รักษารักอย่างไรให้รอดในยุคดิจิทัล”โดยพระครูสังฆกิจดิลก ดร.เจ้าอาวาสวัดสารอด ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปรับ Mindset เปลี่ยนวิธีคิด สร้างสุขให้ครอบครัว โดย พี่เลี้ยงชุมชน Safe Family พร้อมทั้งกิจกรรมสร้างสรรค์ส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว ซึ่งมีกิจกรรมบรรเลงเพลงรัก โดยชมรมผู้สูงอายุเขตราษฎร์บูรณะ กิจกรรมวงล้อสื่อรัก กิจกรรม Work shop ส่งเสริมความรักความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ บ้านเกร็ดตระการ กรุงเทพมหานคร กิจกรรม Work shop จานใบไม้สื่อรัก โดยชมรมผู้สูงอายุวัดสารอด กิจกรรมปลูกต้นรักใต้ลานโพธิ์ กิจกรรมร่วมบุญถวายอาหารเพล เสริมดวงความรักบูธ Family Line โดยกองส่งเสริมสถาบันครอบครัว และบูธคุณธรรมสื่อรักในครอบครัว โดยศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมและต่อต้านการทุจริต                           

สุดท้ายนี้ ดิฉันขอขอบคุณ ผศ.ดร.ขันทอง วัฒนะประดิษฐ์ พระครูสังฆกิจดิลก ดร.เจ้าอาวาสวัดสารอด และทีมงานศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนเมืองต้นแบบเขตราษฎร์บูรณะ วัดสารอด ผู้บริหารสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ สถานีตำรวจนครบาลราษฎร์บูรณะ วิทยาลัยพณิชยการเชตุพน โรงเรียนวัดสารอด ร่วมด้วยอาสาสมัครที่ทำงานด้วยใจ สร้างพลังดูแลครอบครัวและชุมชนในพื้นที่  ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ และสื่อมวลชนทุกท่าน ที่ได้มอบเวลาอันมีค่า มาร่วมกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว “บุพเพร่วมสร้างพลังรักครอบครัว” ในวันนี้ และขอให้กิจกรรมในครั้งนี้ ดำเนินไปด้วยความราบรื่น ประสบผลสำเร็จ และบรรลุตามวัตถุประสงค์ทุกประการ นางพรนิภากล่าวตอนท้าย

ค่ำคืนแห่งเกียรติยศ IDA จัดงานมอบรางวัลการออกแบบนานาชาติ ครั้งที่ 19 ในไทย

ค่ำคืนแห่งเกียรติยศ IDA จัดงานมอบรางวัลการออกแบบนานาชาติ ครั้งที่ 19 ในไทย

ค่ำคืนแห่งเกียรติยศ IDA จัดงานมอบรางวัลการออกแบบนานาชาติ ครั้งที่ 19 ในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.38 น.

หลังจากนำพารางวัลเกียรติยศไปสู่นักออกแบบ นักคิด และสถาปนิกในแวดวงงานสร้างสรรค์มาแล้วทั่วโลกกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ปีนี้ International Design Awards (IDA) จัดงาน IDA Awards Gala ครั้งที่ 19 ที่ กรุงเทพฯ ณ ไอคอนสยาม ภายใต้ความร่วมมือกันกับไอคอนสยาม และ Bangkok Design Week 2026 งานออกแบบสร้างสรรค์ระดับประเทศที่ไปเยือนประเทศต่างๆ มาแล้วทั่วโลก เพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์ขององค์กรในการสนับสนุนและเชิดชูฝีมือของนักออกแบบ นักคิด และสถาปนิกจากทั่วทุกมุมโลก ตั้งแต่ ลอสแอนเจลิส นิวยอร์ก ออสโล ไปจนถึงเซี่ยงไฮ้ สะท้อนบทบาทของเวทีรางวัลที่มีอิทธิพลในระดับนานาชาติในการส่งเสริมนวัตกรรมและแนวคิดสร้างสรรค์ที่กำหนดมาตรฐานในการเป็นศูนย์กลาง โดยรวบรวมความเป็นเลิศของอุตสาหกรรมการออกแบบหลากมิติไว้อย่างเป็นระบบ

การมาเยือนของ IDA และแขกผู้มีเกียรติจากแวดวงงานออกแบบและผู้ชนะรางวัลจากนานาประเทศ กว่า 300 คน นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับวงการออกแบบไทยสู่เวทีโลก และเป็นการเปิดโอกาสให้ชุมชนนักออกแบบไทย ได้แสดงศักยภาพ แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงสร้างสรรค์ รวมถึงสร้างเครือข่ายกับนักออกแบบระดับนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม จุดประสงค์ก็เพื่อมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ และการแลกเปลี่ยนปรัชญาทางศิลปะงานออกแบบอย่างลึกซึ้ง เพื่อผลักดันให้ผลงานสร้างสรรค์ของไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมตอกย้ำบทบาท ของกรุงเทพมหานครในฐานะ “เมืองสร้างสรรค์”  ที่มีพลังและศักยภาพบนแผนที่โลก

นอกจากเป็นเวทีที่ยกย่องผู้สร้างสรรค์ที่กล้าคิดนอกกรอบในระดับสากลแล้ว IDA ยังเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญที่จะช่วยขยายความเป็นไปได้ของการออกแบบ ผ่านผลงานที่สะท้อนคุณค่าในเชิงแนวคิด       ความงาม และการใช้งาน ซึ่งเป็นหัวใจของ IDA ในการสนับสนุนอนาคตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับโลกในทุกมิติ

รายละเอียดงาน                                                                                                                                   

อีกหนึ่งพันธกิจที่นอกจากจะเป็นเวทีที่เชื่อมโยงผู้คนในวงการออกแบบจากทั่วโลกแล้ว IDA ยังส่งเสริมการเชื่อมโยงความรู้จากมืออาชีพสู่ผู้ที่มีความสนใจในศาสตร์การออกแบบผ่าน IDA Design Talks&Symposium ที่จัดรอบพิเศษขึ้นหนึ่งวันก่อนงานกาลา ที่ The House on Sathorn, W Hotel เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้รับฟังการถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จของเหล่าผู้ชนะรางวัล ผ่านการนำเสนอใน 15 หัวข้อ รวมถึงการแบ่งปันองค์ความรู้ในเชิงลึก อนาคตของเทรนด์การออกแบบหลากมิติ และข้อมูลอินไซต์จากผู้เชี่ยวชาญในเครือข่าย IDA ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการมาอย่างยาวนาน

และเพื่อเป็นการหลอมรวมพหุวัฒนธรรมทางศิลปะการออกแบบที่ไร้พรมแดน ผลงานระดับ “Masterpiece” ที่ชนะรางวัลประจำปี 2568 จากเวที International Design Awards (IDA) และ European Product Design Award (EPDA) กว่า 70 ชิ้น ยังได้รับการนำมาจัดแสดงในงาน Bangkok Design Week 2026 ที่ผ่านมา เพื่อทำหน้าที่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงสร้างสรรค์ รวมถึงช่วยสร้างเครือข่ายกับนักออกแบบระดับ นานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม

หลังจากจบการจัดแสดงงานแล้ว นิทรรศการของผู้ชนะรางวัล IDA × EPDA จะเดินทางต่อไปยังอีกหลายเมืองทั่วโลก ภายใต้เครือข่ายของ House of Lucie ในเมืองต่างๆ อาทิ บูดาเปสต์ (ฮังการี) เอเธนส์(กรีซ) คาชาน (อิหร่าน) และออสตูนี (อิตาลี) สำหรับประเทศไทยจะได้รับการจัดแสดงงานที่เกาะสมุย (Koh Samui)

ภายในค่ำคืนแห่งงานประกาศรางวัลเกียติยศระดับโลกนี้ ยังได้รับเกียรติจากแขกคนพิเศษจากหลากหลายวงการทั่วโลก ทั้งนักคิด นักสร้างสรรค์ นักบริหาร สถาปนิก และผู้คนจากแวดวงงานศิลปะทั้งในและต่างประเทศ อาทิ  ปารีสา จาตนิลพันธุ์ ที่ปรึกษา Corporate Partnership บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, ไชยยง รัตนอังกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA), Ms. Jacqueline Mourot – ตัวแทนจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย,  Ms. Lise Lilian Ferrer Silva ฯพณฯ  เอกอัครราชทูตเม็กซิโกประจำประเทศไทย, Mr. Adam Coin – ตัวแทนจากสถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย, ประธาน ธีระธาดา บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร Art4D

‘Art Department’ เมื่อศิลปะคือส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ เปิดประมูลผลงานมาสเตอร์พีซ-งานศิลป์ร่วมสมัยกว่า 130 ชิ้น

‘Art Department’ เมื่อศิลปะคือส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ เปิดประมูลผลงานมาสเตอร์พีซ-งานศิลป์ร่วมสมัยกว่า 130 ชิ้น

‘Art Department’ เมื่อศิลปะคือส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ เปิดประมูลผลงานมาสเตอร์พีซ-งานศิลป์ร่วมสมัยกว่า 130 ชิ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.33 น.

เมื่อ “ศิลปะ” ไม่ได้สูงส่งเกินเอื้อมคว้า หากหลอมรวมเข้ากับส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ที่สะท้อนตัวตนและรสนิยมของเราได้อย่างลงตัว The Art Auction Center สถาบันการประมูลศิลปะอันดับ 1 ของไทย เปิดตัวโปรเจกต์ใหญ่ต้อนรับปี 2026 ในคอนเซ็ปต์ ‘Art Department’ นิยามใหม่ของการประมูลงานศิลปะ ที่หลอมรวมผลงานมาสเตอร์พีซและศิลปะร่วมสมัยเข้ากับไลฟ์สไตล์ได้อย่างเปี่ยมรสนิยม ภายใต้การออกแบบพื้นที่ที่ผสมผสานประสบการณ์การเสพงานศิลป์ในรูปแบบของนิทรรศการ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และความตื่นเต้นของการประมูลงานศิลปะเข้าด้วยกัน เพื่อทำลายเส้นแบ่งระหว่าง “ศิลปะ” และ “ผู้คน” สู่รูปแบบการใช้ชีวิตที่มีสไตล์ พร้อมเปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 26 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ The Event Hall ชั้น 2 Central Chidlom

ถวัลย์​ ดัชนี

“ศิลปะ” ไม่ใช่เพียงเรื่องของการมองชม แต่คือการ “ใช้ชีวิต” ไปกับมัน

Art Department ได้แรงบันดาลใจจากแนวคิดที่ว่า “ศิลปะไม่ใช่เพียงสิ่งของล้ำค่าที่รอการชื่นชม หากแต่เป็นประสบการณ์ที่เราสามารถเรียงร้อย ถักทอ และกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว” พร้อมรวบรวมผลงานศิลปะล้ำค่าจากศิลปินระดับมาสเตอร์และศิลปินรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงกว่า 130 ชิ้น เพื่อสะท้อนรสนิยม ความสนใจ และวิธีคิดของผู้คนในโลกยุคปัจจุบัน ผ่านรูปแบบการนำเสนอที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมใกล้ชิดงานศิลปะหาชมยากมากกว่าที่เคย พร้อมต่อยอดสู่ประสบการณ์การประมูลงานศิลปะในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ณ Event Hall ชั้น 2 Central Chidlom

ประเทือง เอมเจริญ

ชาติชาย ปุยเปีย

มือบอญ

ผลงานไฮไลต์ในนิทรรศการและการประมูล “Art Department”

เตรียมพบกับ 11 ผลงานศิลปะล้ำค่า ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจและปรากฎการณ์ใหม่ของวงการประมูลงานศิลปะ เพื่อหลอมรวมศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็น ถวัลย์ ดัชนี ผลงาน ‘Untitled’  (Estimated Price: 3,000,000 – 5,000,000 บาท)  สุเชาว์ ศิษย์คเณศ ผลงาน ‘The Lonely Dream / ฝันเปลี่ยว’ (Estimated Price: 12,000,000 – 13,000,000 บาท)  พิชัย นิรันต์ ผลงาน ‘วัดโพธิ์’ Estimated Price: 600,000 – 800,000 บาท ก้องกาน – กันตภณ เมธีกุล ผลงาน “We are animal” (Estimated Price: 700,000 – 900,000 บาท)  อเล็กซ์ เฟส – พัชรพล แตงรื่น ผลงาน ‘Untitled’ (Estimated Price: 1,200,000 – 1,500,000 บาท)

อเล็กซ์ เฟส – พัชรพล แตงรื่น

ทวี นันทขว้าง ผลงานจิตรกรรมสีน้ำ ‘Untitled’ (Estimated Price: 4,500,000 – 5,000,000 บาท) กรกฤต อรุณานนท์ชัย ผลงาน ‘Untitled’  (Estimated Price: 200,000 – 250,000 บาท)  ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช และ โทมัส วู ผลงาน “EL MIEDO DESGASTA EL ALMA” (Estimated Price: 300,000 – 500,000 บาท) ชาติชาย ปุยเปีย ผลงาน “DEDICATED TO THE ONE I LOVE WITH ROSE” (Estimated Price: 1,800,000 – 2,300,000 บาท) ประเทือง เอมเจริญ ผลงาน ‘Untitled’ Estimated Price: 1,000,000 – 1,500,000 บาท มือบอญ  ผลงาน DI SU NOMBRE! DIEGO FELICE BECERRA SAY HIS NAME! DIEGO FELICE BECERRA (Estimated Price: 800,000 – 1,000,000 บาท)

ก้องกาน – กันตภณ เมธีกุล

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักสะสมตัวยงหรือผู้หลงใหลในงานศิลปะ Art Department คือพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คุณค้นพบแรงบันดาลใจครั้งใหม่ ผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมศิลปะเข้ากับชีวิตร่วมสมัย ทั้งนี้ งานประมูลจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป  ข้อมูลเพิ่มเติม Facebook: https://www.facebook.com/theartauctioncenter

‘South Connect 2026’ เชื่อมโยงสินค้าเกษตรภาคใต้สู่เวทีโลก ชู ‘Carbon Neutral Event’ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

‘South Connect 2026’ เชื่อมโยงสินค้าเกษตรภาคใต้สู่เวทีโลก ชู ‘Carbon Neutral Event’ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

‘South Connect 2026’ เชื่อมโยงสินค้าเกษตรภาคใต้สู่เวทีโลก ชู ‘Carbon Neutral Event’ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.21 น.

โยงเศรษฐกิจฐานรากสู่เวทีโลกกว่า 174 ล้านบาท พร้อมชู Carbon Neutral Event จัดงานช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม 23-27 ก.พ. นี้ ณ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ

กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพร และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภาคใต้ 10 จังหวัด ระดมทัพสินค้าอัตลักษณ์ภาคใต้ และสินค้า GI กว่า 200 ร้านค้า ร่วมเปิดตลาดในงาน “South Connect 2026: เชื่อมเมืองใต้สู่เวทีโลก” ขานรับนโยบายรัฐบาลในการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก พร้อมผลักดันสินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นสู่ตลาดสากล รวมมูลค่ากว่า 174 ล้านบาท พร้อมชูรูปแบบการจัดงานภายใต้แนวคิด Pavilion ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “South Connect 2026: เชื่อมเมืองใต้สู่เวทีโลก” ว่ากระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมตามยุทธศาสตร์ชาติ ด้านเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งภาคใต้ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และหลากหลายทางชีวภาพ การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน รักษารายได้ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าชุมชน เพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ SME ยุคใหม่ก้าวสู่เวทีโลกได้อย่างยั่งยืน

“งาน South Connect 2026 ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่ถือเป็น ‘ยุทธศาสตร์เชิงรุก’ เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานจากท้องถิ่นสู่ตลาดโลก หรือ Local to Global ทั้งนี้ การส่งเสริมช่องทางตลาดและกระจายสินค้าให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพิ่มมูลค่า จะช่วยให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้แก่ชุมชนได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากการออกร้านจำหน่ายสินค้า งานนี้กระทรวงพาณิชย์ยังได้จัดกิจกรรมอีกหลากหลาย ได้แก่ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) การ Pitching สินค้าต่อแพลตฟอร์ม E-commerce และการจำหน่ายสินค้าผ่าน Live โดยร่วมกับ Influencer เพื่อเชื่อมโยงสินค้าภาคใต้สู่ผู้บริโภค และขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมสินค้าอัตลักษณ์ภาคใต้และสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เช่น กาแฟโรบัสต้าและโกโก้คุณภาพ เป็นต้น”

การจัดงานในครั้งนี้ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ยังเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เชื่อมโยงสินค้าเกษตรภาคใต้ เช่น ทุเรียน มังคุด และอื่น ๆ รวมประมาณ 1,800 ตัน รวมมูลค่ากว่า 174 ล้านบาท เพื่อจำหน่ายไปทั่วประเทศและส่งออกไปยังตลาดเป้าหมาย โดยเฉพาะประเทศจีน

ด้าน นายกอบ ทวนดำ พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้ากลุ่มพาณิชย์ 11 จังหวัดภาคใต้ ในฐานะหน่วยงานผู้รับผิดชอบดำเนินโครงการ กล่าวเสริมถึงจุดเด่นของการจัดงาน South Connect 2026 ว่าเป็นการรวบรวมเสน่ห์ของ 11 จังหวัดภาคใต้มาไว้ในงานเดียว โดยมีไฮไลท์ของงานคือกิจกรรมการจัดแสดงและจัดจำหน่ายสินค้าอัตลักษณ์ภาคใต้ทั้ง 11 จังหวัด สินค้ากาแฟและโกโก้คุณภาพสูง และยังมีสินค้า GI เกรดพรีเมียม และสินค้า Soft Power ที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาใต้ด้วย โดยเน้นการเข้าถึงทั้งตลาดทั้งในรูปแบบออฟไลน์ ส่วนรูปแบบออนไลน์  ยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านช่องทางแพลตฟอร์มของอินฟูเอ็นเซอร์ที่ดัง อาทิ เจนนี่ รัชนก และแก้มบุ๋ม ปรียาดา และยังมีการจัดกิจกรรมการเจรจาธุรกิจ (Business Matching) กิจกรรม Pitching สำหรับผู้ประกอบที่มีศักยภาพโดดเด่นเพื่อนำเสนอกลุ่มธุรกิจ E-Commer รายใหญ่  และกิจกรรมความบันเทิงจากศิลปินชื่อดังตลอดการจัดงาน

“บรรยากาศภายในงาน South Connect 2026 จะแบ่งออกเป็น 6 โซน ได้แก่ โซนร้านกาแฟ โซนร้านอาหารและเครื่องดื่ม โซนสินค้าของใช้และของตกแต่ง โซนเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย โซนสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร และโซนบริการด้านการท่องเที่ยว งานนี้นอกจากจะเป็นการยกระดับสินค้าและส่งเสริมผู้ประกอบการให้ก้าวเข้าสู่เวทีการค้าระดับโลกแล้ว การจัดงานครั้งนี้ยังคำนึงความรับผิดชอบต่อสังคมและปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยรูปแบบการจัดงานโดยมีการชดเชยค่าคาร์บอน (Carbon Neutral Event) ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมภายในงาน เพื่อช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของการจัดงานอีเว้นท์ในปัจจุบัน” พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้ากลุ่มพาณิชย์ 11 จังหวัดภาคใต้ กล่าว

งาน South Connect 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. ขอเชิญชวนประชาชนและนักลงทุนร่วมชมงานและอุดหนุนสินค้าคุณภาพจากผู้ประกอบการ เพื่อร่วมสร้างโอกาสใหม่ให้เศรษฐกิจภาคใต้ไปด้วยกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพร หรือทาง Facebook: MocChumphon

-(016)

สมาคมกงสุลฯ เลี้ยงรับรองเอกอัครราชทูตใหม่ สานสัมพันธ์นานาชาติ

สมาคมกงสุลฯ เลี้ยงรับรองเอกอัครราชทูตใหม่ สานสัมพันธ์นานาชาติ

สมาคมกงสุลฯ เลี้ยงรับรองเอกอัครราชทูตใหม่ สานสัมพันธ์นานาชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.34 น.

สมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ (ประเทศไทย) นำโดย ดร.ชุมพล พรประภา กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ประจำสาธารณรัฐฟิจิ และประธานสมาคมฯ จัดการประชุมคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 โดยมีคณะกรรมการบริหารร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ณ ร้าน Maison Philippe – สุขุมวิท 39

สมาชิกกงสุลฯต้อนรับท่านทูตฮอนดูรัส   H.E. Mr. Harold Burgos

H.E. Mr. Vahe Gevorgyan ท่านทูตอาร์เมเนีย รับช่อดอกไม้จาก ดร.ชุมพล พรประภา ร่วมด้วย อาร์โต้ อาร์ทิเนียน และ ณพ ณรงค์เดช

อนุวัฒน์ บูรพชัยศรี  ณพ ณรงค์เดช และ อานิสา บูรพชัยศรี สมาชิกใหม่ กงสุลฯโปแลนด์  เชียงใหม่

ท่านทูตคาซัคสถาน และ ดร.ชุมพล พรประภา   

ภายหลังเสร็จสิ้นวาระการประชุม สมาคมกงสุลฯ ได้จัดเลี้ยงรับรองและแสดงความยินดีกับเอกอัครราชทูตใหม่ที่เข้าถวายสาส์นตราตั้ง ได้แก่ H.E. Mr. Harold Burgos (เอกอัครราชทูตฮอนดูรัส), H.E. Mr. Vahe Gevorgyan (เอกอัครราชทูตอาร์เมเนีย) และ H.E. Mr. Margulan Baimukhan (เอกอัครราชทูตคาซัคสถาน) โดยได้รับเกียรติจาก จักรพันธ์ ยุวรี ผู้อำนวยการกองลาตินอเมริกา กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ ร่วมต้อนรับ สะท้อนถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีที่แน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและมิตรประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ

(จากซ้าย)จักรพันธ์ ยุวดี ผอ.กองลาตินฯ จักร จามิกรณ์ เลขาธิการสมาคมฯ สุนทร อรุณานนท์ชัย สนั่น อังอุบลกุล กับ ท่านทูตฮอนดูรัส 

ในโอกาสเดียวกัน สมาคมฯ ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ อานิสา บูรพชัยศรี กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐโปแลนด์ ประจำจังหวัดเชียงใหม่

 พร้อมจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ฉลองวันคล้ายวันเกิดให้แก่สมาชิกที่เกิดในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ อาทิ ภัทรา พุฒิพรรณพงศ์ ณพ ณรงค์เดช และ ดร.สิชา สิงห์สมบุญ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยมิตร

ปัจจุบันสมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ฯ ครบรอบ 15 ปี มีสมาชิกจำนวน 68 ท่าน ครอบคลุม 61 ประเทศ และยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับประชาคมนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

คุณแหน : 26 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 26 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 26 กุมภาพันธ์ 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ 93  รูป น้อมอุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์พระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ โดย พล.อ.อ. ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี จะไปเป็นประธานพิธีฯ 2  มี.ค. 07.30 น. ณ อาคารพระสมเด็จองค์ปฐม วัดเทพประทาน อ.สอยดาว จันทบุรี  และ อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สนับสนุนให้คณะรัฐมนตรี มีมติให้ข้าราชการ อุปสมบท โดยไม่ถือว่าเป็นวันลา..
  • สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานเปิดโครงการ สสธวท..สตรีทรงพลัง ในวารครบรอบ 50 ปี สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ 10 ปี เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ประเทศไทย (AWEN Thailand) โดยมี คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์ฯ พร้อมคณะกก.เฝ้ารับเสด็จ 4 มี.ค.12.45 น. รร.แกรนด์ไฮแอท เอราวัณ..
  • สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานออกร้านคณะภริยาทูต ครั้งที่ 59  ภายใต้แนวคิด ‘The Art of Giving ศิลปะแห่งการให้’ จัดโดยสภากาชาดไทยร่วมกับคณะภริยาทูตประจำประเทศไทย 26 ก.พ.08.30 น. รอยัล พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน งานมีถึง 1 มี.ค. เพื่อนำเงินรายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย ..
  • ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม จรัลธาดา กรรณสูต อดีตองคมนตรี 22-28 ก.พ.18.30น.และสวดพระอภิธรรม 1-8 มี.ค.(3 มี.ค.วันมาฆะบูชา งด) ศาลา 100 ปี วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ..
  • สวด พล.ท.นพ.ปัญญา อยู่ประเสริฐ  25-28 ก.พ.18.30 น. ศาลาพุทธรักษา วัดโพธิสมภรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี .. พระราชทานเพลิงศพ 1 มี.ค.16.00 น..
  • พระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงอิสริยาภรณ์ ปัญจมานนท์ วัดเทพศิรินทราวาส  26 ก.พ.17.00 น..
  • เสียใจกับ พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ ที่สูญเสีย คุณแม่ทิพาพร ชวนไชยสิทธิ์ สวด 25-27 ก.พ.18.30 น. ศาลา 28 (ศาลาจุลินทร์-สงวน ล่ำซำ) วัดธาตุทอง..ฌาปนกิจ 28 ก.พ.18.00 น..
  • ทุ่มเททำงานเพื่อสมาคมฯ ในตำแหน่งเลขาธิการมานานจึงไม่แปลกใจที่ โฉมฉาย อรุณฉาน ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีด้วยคณะแนนเอกฉันท์
  • ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ นายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ พร้อมคณะกก.จัดพิธีทำบุญคล้ายวันสถาปนาพุทธสมาคมฯ ครบรอบปีที่ 93 วันที่ 28 ก.พ. 06.45 น.ห้องประชุมหลวงบริบาลเวชกิจ พุทธสมาคมฯ..
  • มูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ จัดกิจกรรม “จิบน้ำชา มาฮีลใจได้สาระ” “รักษ์จิต  รักกาย” วิทยากรโดย นพ.วิโรจน์  ตระการวิจิตร เรียนรู้กระบวนการ วิธีดูแลกายและใจ เพื่อสุขภาพองค์รวม บริจาค 599 บาท เพื่อเด็กป่วยโรคหัวใจจะได้บัตรเข้ารับฟัง 1 ที่นั่ง  10 มี.ค. 14.00 – 16.00 น โรงแรมควีนส์แลนด์ ถ.ศรีอยุธยา กรุงเทพฯ จองบัตรที่ วาสนา  086-3210793..

น้อง

สมาคมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นไทย จับมือ DKSH สร้างการตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหายาก XLH

สมาคมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นไทย จับมือ DKSH  สร้างการตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหายาก XLH

สมาคมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นไทย จับมือ DKSH สร้างการตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหายาก XLH

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.03 น.

สมาคมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ DKSH ประเทศไทย มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก และชมรมผู้ป่วยโรค XLH ร่วมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรค XLH ซึ่งเป็นโรคกระดูกหายากทางพันธุกรรมที่เกิดจากการมีภาวะฟอสเฟตในเลือดต่ำ ส่งผลให้เกิดโรคกระดูกอ่อนและมีกระดูกผิดรูป ตัวเตี้ย ขาโก่งหรือบิดเบี้ยว และอาจมีอาการปวดกระดูกเรื้อรัง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจพบอาการของโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที และเผยถึงความก้าวหน้าด้านการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่มีการพัฒนาขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งช่วยจุดประกายความหวังใหม่ให้แก่ผู้ป่วยและครอบครัว

งาน XLH Day เป็นงานที่วางแผนให้มีการจัดเป็นประจำทุกปี โดยในงานครั้งล่าสุด ได้รับความร่วมมือจากบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย ผู้ดูแลผู้ป่วย และพันธมิตรในแวดวงอุตสาหกรรมการแพทย์และการดูแลสุขภาพ มาร่วมงานสัมมนา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคืบหน้าทางการแพทย์และการดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชาชีพ เพื่อยกระดับผลลัพธ์การรักษาผู้ป่วยโรค XLH ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีความก้าวหน้าด้านการวินิจฉัยและการรักษาผู้ป่วย XLH ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ยังเน้นย้ำให้ผู้ปกครองเฝ้าระวังสังเกตอาการของโรคเพื่อเข้ารับการรักษาตั้งแต่ระยะแรก

ความสำคัญของการตรวจพบโรค XLH ในระยะเริ่มต้น

XLH เป็นโรคกระดูกหายากที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน PHEX ส่งผลให้ระดับไฟโบรบลาสต์โกรทแฟกเตอร์ 23 (FGF 23) สูงขึ้น ทำให้มีการสูญเสียฟอสเฟตทางปัสสาวะ ส่งผลให้มีระดับฟอสเฟตในเลือดต่ำ หากไม่ได้รับการรักษา จะส่งผลให้มีกระดูกผิดรูป ขาโก่ง ตัวเตี้ย ฟันผิดปกติ และมีอาการปวดกระดูกเรื้อรัง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต จิตใจ และการเข้าสังคม

เนื่องจาก XLH เป็นโรคที่พบได้น้อยและยากต่อการวินิจฉัย ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงได้รับการวินิจฉัยล่าช้า ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้กระดูกผิดรูป ดังนั้น หากบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไปมีความรู้และความเข้าใจโรคนี้มากขึ้น จะช่วยให้ตรวจพบอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและให้การดูแลที่เหมาะสมได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว

ความก้าวหน้าด้านการตรวจวินิจฉัยและการรักษา XLH ในไทย

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีศักยภาพในการตรวจทางพันธุกรรมเพิ่มขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัญหาในด้านการเข้าถึงการตรวจ ซึ่งทำได้เฉพาะในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิและโรงเรียนแพทย์ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการตรวจทางพันธุกรรมยังมีราคาสูงและไม่ครอบคลุมจากระบบสุขภาพหลักของประเทศ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ผู้ป่วยต้องเผชิญและต้องการนโยบายสนับสนุนจากทางภาครัฐเพิ่มขึ้น

ในด้านการดูแลรักษา ปัจจุบันมีกุมารแพทย์ต่อมไร้ท่อในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวนอกเขตเมืองใหญ่สามารถเข้าถึงการดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญได้มากขึ้น และสมาคมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นไทยได้สนับสนุนให้มีการดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชาชีพ และหน่วยบริการสนับสนุนครอบครัว เพื่อดูแลผู้ป่วยอย่างครอบคลุมในทุกมิติ

ปัจจุบัน มีการรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ ได้แก่ ยาน้ำฟอสเฟต ยาเม็ดวิตามินดีชนิดพร้อมออกฤทธิ์ และยาที่มีฤทธิ์ต้าน FGF 23  ภายในปี 2569 จะมีการนำยาฟอสเฟตชนิดเม็ดมาใช้แทนยาน้ำเนื่องจากยาน้ำฟอสเฟตอาจเป็นเรื่องยากสำหรับเด็ก เพราะยามีรสชาติไม่ดีและต้องรับประทานวันละหลายครั้ง ส่วนยาเม็ดฟอสเฟตจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการรับประทานยา เพราะจำนวนการรับประทานยาในแต่ละวันลดน้อยลง นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรค XLH จำนวน 2 คน ที่เคยได้รับการรักษาด้วยยาต้าน FGF 23 ได้มาเล่าประสบการณ์ภายในงานสัมมนา กล่าวว่าการรักษาด้วยวิธีการดังกล่าว ส่งผลดีต่อการเคลื่อนไหว กระดูกมีรูปร่างปกติ ความหนาแน่นของกระดูกปกติ และช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นโยบายและความร่วมมือในการช่วยเหลือผู้ป่วย

เพื่อพัฒนาคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยโรค XLH ทางสมาคมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นไทย จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การทำระบบลงทะเบียนผู้ป่วยโรค XLH (XLH registration) การพัฒนาด้านการส่งต่อผู้ป่วยและการแพทย์ทางไกล เพื่อลดภาระการเดินทางของผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกล นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญต่อการขยายสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมการตรวจทางพันธุกรรมและยาใหม่ที่ใช้ในการรักษาโรค XLH เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยและการรักษาในอนาคตอย่างยั่งยืน

เสียงสะท้อนจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับ XLH

ศ. นพ. สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ นายกสมาคมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นไทย กล่าวว่า “ความก้าวหน้าในการวินิจฉัยและการรักษา XLH ได้เปลี่ยนแปลงการดูแลผู้ป่วยอย่างมาก นำมาซึ่งความหวังใหม่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สมาคมฯ มุ่งมั่นที่จะสานต่อความก้าวหน้านี้ ด้วยการขยายทางเลือกการรักษาและสร้างการเข้าถึงการดูแลที่ครอบคลุมและเท่าเทียมยิ่งขึ้น”

นางสาวนัยน์ภัค คุณาวิริยะสิริ ประธานชมรมผู้ป่วยโรค XLH แห่งประเทศไทย ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ว่า “โรคนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ ความผิดรูปของกระดูกทำให้รูปร่างของร่างกายเสียไป ผู้ป่วยสูญเสียความมั่นใจ ในฐานะผู้ป่วยคนหนึ่ง อยากให้กำลังใจผู้ป่วย XLH ทุกคนให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดและรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญที่สุดคือการมีทัศนคติเชิงบวก”

ศ. พญ. สมจิตร์ จารุรัตนศิริกุล อุปนายกสมาคมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นไทย กล่าวสรุปว่า “ทุกส่วนยังมีสิ่งที่ต้องกลับไปทำเพิ่มเติม ซึ่งเราจะได้เห็นพัฒนาการในปีหน้าและปีถัด ๆไปในเรื่องของการจัดทำแนวทางเวชปฏิบัติของโรค XLH และในเรื่องของยามุ่งเป้าที่เราต้องช่วยกันผลักดันให้ออกมา ยามุ่งเป้าตัวนี้ควรเป็นมาตรฐานของการรักษาทุกคนที่เป็นโรคนี้”

ด้วยการมุ่งเน้นพันธกิจดูแลผู้ป่วยกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงการรักษา หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ DKSH ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าสนับสนุนการขยายการเข้าถึงการรักษาและนวัตกรรมทางการแพทย์สำหรับโรคหายาก รวมถึงโรค XLH พร้อมเชิญชวนสังคมร่วมสร้างความเข้าใจ และเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมที่เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยโรคหายากสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

ฤดูกาลผลไม้ไทยเริ่มแล้ว !! DITP เตรียมจัดงานจับคู่ธุรกิจใหญ่ 5 มีนาคม นี้

ฤดูกาลผลไม้ไทยเริ่มแล้ว !! DITP เตรียมจัดงานจับคู่ธุรกิจใหญ่ 5 มีนาคม นี้

ฤดูกาลผลไม้ไทยเริ่มแล้ว !! DITP เตรียมจัดงานจับคู่ธุรกิจใหญ่ 5 มีนาคม นี้

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.49 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เตรียมจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจสินค้าผลไม้สด ผลไม้แปรรูป และผลิตภัณฑ์เกษตรอื่นๆ  ปีที่ 7  เพื่อผลักดันผลไม้ไทยสู่ตลาดโลก งานจะจัดขึ้นในที่ 5 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท

สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่าประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์

สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่าประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ภายในงานจะมีการพบปะเจรจาการค้าระหว่างผู้ส่งออกไทยกับผู้นำเข้าจากต่างประเทศ พร้อมกิจกรรมสำคัญอื่น ๆ อาทิ พิธีลงนามซื้อขายสินค้า (MOP) ระหว่างผู้ส่งออกไทยและผู้นำเข้าจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เพื่อขยายฐานการส่งออกผลไม้ไทยในระยะยาว รวมถึงกิจกรรม Agri-Export Stars Pitching Challenge เปิดโอกาสให้ SMEs ดาวรุ่ง 6 บริษัท เข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 เพื่อขยายโอกาสทางการค้าในตลาดต่างประเทศ กิจกรรมส่งเสริมผลไม้และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรร่วมกับพาณิชย์จังหวัดในรูปแบบของดี 6 ภาค กิจกรรมสาธิตการปรุงอาหารและเครื่องดื่มจากผลไม้และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร รวมถึงกิจกรรมให้คำปรึกษาการส่งออกธุรกิจสินค้าผักและผลไม้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อสนับสนุนและเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกของผู้ประกอบการไทย พร้อมทั้งแสดงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตสินค้าเกษตรมาตรฐานส่งออกสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน โดย DITP มุ่งหวังให้งานนี้เป็นเวทีสำคัญในการสร้างเครือข่ายธุรกิจ และเพิ่มโอกาสทางการค้าของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน

สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ http://www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร. 1169