มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตรฯ เตรียมมอบรางวัลเชิดชู 190 คนดีทั่วประเทศ ในงาน ‘วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’ ครั้งที่ 38 วันที่ 18 ต.ค.นี้

18 กันยายน 2569 เวลา 14:23 น.

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิฯ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม ณ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ 

ที่ประชุมรับทราบกำหนดการจัดงาน “วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2569 ตรงกับวันคล้ายวันถึงแก่อนิจกรรมของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” รางวัลสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม

ที่ประชุมยังได้อนุมัติผลการคัดเลือกบุคคลดีเด่นจากสาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวม 190 คน เพื่อรับรางวัลประจำปี 2569 ครอบคลุมผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมจากหลากหลายอาชีพ อาทิ ประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำจังหวัด ตำรวจจราจร พนักงานกวาดถนน พนักงานขับรถโดยสาร ขสมก. และ บขส. ผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พลเมืองดีและจิตอาสา อาจารย์ระดับอุดมศึกษา ครูและเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเยาวชน ตลอดจนคนพิการดีเด่น

นอกจากนี้ ยังมีรางวัล หมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น 12 หมู่บ้าน และ ผู้นำหมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น 2 คน เพื่อยกย่องชุมชนและผู้นำที่มีผลงานโดดเด่น โดยผู้ได้รับรางวัลบางประเภทจะได้รับเงินรางวัลคนละ 10,000 บาท หรือหมู่บ้านละ 10,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำความดีเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง

การมอบรางวัลดังกล่าวเป็นกิจกรรมสำคัญของมูลนิธิฯ เพื่อเชิดชูบุคคลผู้เสียสละและปฏิบัติหน้าที่ด้วยคุณธรรม ตลอดจนสร้างแบบอย่างที่ดีแก่สังคมและคนรุ่นใหม่ ตามเจตนารมณ์ของ หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร ซึ่งองค์การยูเนสโกประกาศยกย่องให้เป็น บุคคลสำคัญของโลก ในวาระครบรอบ 100 ปีชาตกาล เมื่อปี 2558 จากผลงานด้านสังคมสงเคราะห์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาชุมชน และการศึกษาด้านวัฒนธรรม

ตลอดชีวิต หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ได้ริเริ่มและผลักดันงานสาธารณประโยชน์ระดับประเทศจำนวนมาก ทั้งด้านสตรี เยาวชน คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส โดยหลายองค์กรที่ท่านริเริ่มยังคงดำเนินงานและสร้างประโยชน์แก่สังคมไทยอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ฯ  โทร. 08-0404-2439, 095-060-0155 เว็บไซต์: http://www.princessngarmchit.org Facebook: มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ฯ

ZEEKR เปิดรับสมัคร นศ. ร่วมออกแบบ ‘ZEEKR DESIGN LAB’ ภายใต้แนวคิด Imagine Beyond

18 กันยายน 2569 เวลา 13:49 น.

ZEEKR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่ขับเคลื่อนด้วยดีไซน์และนวัตกรรม เปิดตัวโครงการ “ZEEKR DESIGN LAB 2026” ชวนนักศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ ปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์ ภายใต้โจทย์ “BEYOND THE STATE OF IMAGINATION” ก้าวข้ามกรอบเดิม ๆ เปลี่ยนจินตนาการให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใน ZEEKR Collection ที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริง นับเป็นครั้งแรกของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่จัดโครงการออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับนักศึกษาขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับ ZEEKR การออกแบบไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่คือ Design DNA ที่ผสานทั้งนวัตกรรม ฟังก์ชัน เทคโนโลยี และความเข้าใจผู้ใช้งานเข้าด้วยกัน โครงการ ZEEKR DESIGN LAB 2026 เกิดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ทดลองคิด ตั้งคำถาม และสร้างสรรค์ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ผ่านมุมมองของตัวเอง ภายใต้แนวคิด Imagine Beyond ซึ่งผู้สมัครสามารถหยิบแรงบันดาลใจจากทั้ง Brand Identity, Design Language, สีและโทนสีประจำแบรนด์ (Brand Pantone) แนวคิดและปรัชญาของ ZEEKR รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ZEEKR 009, ZEEKR 7X และ The New ZEEKR X มาผสานกับไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี วัฒนธรรม วัสดุ หรือสิ่งใกล้ตัว เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวัน ที่จะอำนวยความสะดวก หรือสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้งาน โดยคำนึงถึงศักยภาพในการนำไปใช้งานจริงและการพัฒนาต่อยอดสู่การผลิตจริง รวมถึงมีคุณค่าและภาพลักษณ์ที่เหมาะสมกับแบรนด์ ทั้งนี้ ZEEKR เปิดกว้างให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างอิสระ ไม่จำกัดประเภทหรือรูปแบบ ผลงานที่ส่งเข้าร่วมจึงสามารถสะท้อนทั้งความคิดสร้างสรรค์ ฟังก์ชัน ความประณีต เทคโนโลยี และความเข้าใจผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง

จากไอเดีย สู่การผลิตผลงานจริง พร้อมโอกาสนำเสนอบนเวที Motor Expo 2026

โครงการ ZEEKR DESIGN LAB 2026 เปิดรับผลงานจากนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชนทั่วประเทศ โดยไม่จำกัดคณะหรือสาขาวิชา สามารถสมัครได้ทั้งแบบเดี่ยวหรือทีม (จำกัดสมาชิกในทีมไม่เกิน 4 คน) และส่งผลงานได้ 1 ผลงานต่อทีม โดยเปิดรับผลงาน ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ ผู้สมัครจะต้องจัดทำ Design Concept Proposal เพื่อนำเสนอแนวคิด แรงบันดาลใจ การตีความโจทย์ กระบวนการออกแบบ รายละเอียดผลิตภัณฑ์ วัสดุ และแนวทางการพัฒนาสู่การผลิตจริง โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ และผู้ทรงคุณวุฒิแบรนด์ผลิตภัณฑ์ชั้นนำระดับประเทศ จะคัดเลือก 5 ผลงาน เพื่อเข้าสู่รอบสุดท้ายโดยจะประกาศผลในวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ผ่าน Facebook Fanpage: ZEEKR Thailand และช่องทางประชาสัมพันธ์อื่น ๆ ของโครงการ โดย 5 ทีมที่เข้ารอบ จะได้เข้าร่วมเวิร์กชอปรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์และการผลิต เพื่อช่วยผลักดันไอเดียจากจินตนาการให้ชัดเจนและเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น จากนั้นทั้ง 5 ทีมจะพัฒนาผลงานต่อสู่รอบ Final Presentation พร้อมนำเสนอ Prototype และ Production & Commercial Plan ต่อคณะกรรมการ โดยผลงานที่ผ่านเข้ารอบทั้ง 5 ผลงาน จะได้รับการจัดแสดงเป็นนิทรรศการพิเศษภายในบูธ ZEEKR ในงาน Motor Expo 2026 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–13 ธันวาคม 2569 (วันสื่อมวลชน 1 ธันวาคม 2569) ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อแสดงผลงานให้ประชาชนที่เข้าร่วมงาน Motor Expo ได้ชื่นชม

ชิงเงินรางวัล พร้อมโอกาสต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ใน ZEEKR Collection

ผู้ชนะเลิศในโครงการ ZEEKR DESIGN LAB 2026 นอกจากจะได้รับเงินรางวัลมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท แล้วผลงานที่ชนะเลิศจะได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อร่วมกับทีม ZEEKR สู่การเป็นผลิตภัณฑ์ใน ZEEKR COLLECTION เพื่อผลิตและจำหน่ายจริง และยังได้รับโอกาสพิเศษเดินทางเข้าเยี่ยมชม ZEEKR HEADQUARTER ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน อีกด้วย

“เพราะสำหรับ ZEEKR คำว่า “IMAGINE BEYOND” ไม่ได้หมายถึงแค่การจินตนาการถึงสิ่งใหม่ แต่คือการกล้าก้าวข้ามสิ่งที่มีอยู่ในวันนี้ เพื่อสร้าง New Possibilities ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง” 

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ZEEKR Design Lab 2026 และสร้างอนาคตของการออกแบบไปด้วยกัน ติดตามเงื่อนไขและรายละเอียดของโครงการได้ที่ http://www.zeekrdesignlab.com  และ Facebook: https://www.facebook.com/ZEEKRTHA/

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ผนึกไทยพีบีเอส ภาคีเครือข่าย ฟื้นฟูโรงเรียนหลังน้ำลด พื้นที่ จ.น่าน

18 กันยายน 2569 เวลา 13:40 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่จังหวัดน่าน มอบสิ่งของจำเป็นแก่โรงเรียนบ้านม่วงตึ๊ด โรงเรียนบ้านปางยาง และชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม ภายใต้โครงการ ไทยพีบีเอสและเครือข่าย ช่วยผู้ประสบภัย 2569

18 กันยายน 2569 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วยทีมงานรายการสถานีประชาชน สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ร่วมกันนำสิ่งของจำเป็นไปมอบให้แก่โรงเรียนบ้านม่วงตึ๊ด ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง และโรงเรียนบ้านปางยาง ต.ภูคา อ.ปัว จังหวัดน่าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนักเรียนและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคและของใช้ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตและการศึกษา อาทิ เครื่องเขียน กระเป๋า เครื่องนุ่งห่ม ขนม และอุปกรณ์กีฬา รวมถึงสิ่งของสำหรับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และภาคเอกชน โดยมีนายพุฒิพงศ์ ศรีคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านม่วงตึ๊ดเป็นผู้รับมอบ

ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ มูลนิธิฯ ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนของนักเรียนและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมที่ผ่านมา โดยเฉพาะโรงเรียนซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการเรียนรู้ พัฒนาเด็กและเยาวชน สิ่งของที่นำมามอบจะช่วยเติมเต็มความจำเป็นในด้านเรียนการสอน การดำรงชีวิต เพื่อให้โรงเรียนสามารถกลับมาดำเนินกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณไทยพีบีเอส ภาคีเครือข่าย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานในจังหวัดน่าน ที่ร่วมกันสนับสนุนและประสานความช่วยเหลือให้เข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

นอกจากการมอบของให้กับนักเรียนและชาวบ้านในพื้นที่แล้ว ทางมูลนิธิยังได้ประสาน นางกรรณิกา ธงยศ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานน่าน พร้อมทีมงาน จัดกิจกรรมสาธิตการฝึกอาชีพรับสมัครการฝึกอาชีพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้กับประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเสริมสร้างทักษะที่สามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว เพิ่มโอกาสในการฟื้นตัว หลังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมอีกด้วย

กระเป๋า Tod’s T Signature ขึ้นแท่นแอคเซสเซอรี่มาแรงที่สุดแห่งฤดูกาล

18 กันยายน 2569 เวลา 11:02 น.

กระเป๋า T Signature สุดไอคอนิกจาก Tod’s ได้กลายเป็นหนึ่งในแอคเซสเซอรี่ที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ปรารถนามากที่สุดแห่งฤดูกาล ดึงดูดความสนใจจากบุคคลในแวดวงแฟชั่นและคนดังทั่วโลก

เหล่าเซเลบริตี้ คนดัง และบุคคลชั้นนำมากมายต่างเลือกถือกระเป๋ารุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Tod’s อย่าง Hyorin Bang รวมถึงนักแสดง Rebecca Patricia Armstrong, Demi Moore, Simone Ashley, Lily James, Lili Reinhart และ Claire Foy ตลอดจนนางแบบชั้นนำอย่าง Laila Hasanovic, Helena Christensen และ Georgia May Jagger สะท้อนให้เห็นว่ากระเป๋า Tod’s T Signature ได้ก้าวขึ้นสู่สถานะของไอคอนร่วมสมัยอย่างรวดเร็ว สามารถจับคู่กับลุคสุภาพเรียบหรูหรือสไตล์เรียบง่ายในชีวิตประจำวัน ดีไซน์เหนือกาลเวลาและงานฝีมืออิตาลีอันประณีตทำให้กระเป๋ารุ่นนี้ กลายเป็นหนึ่งในไอเทมลักชัวรีที่ต้องมี

กระเป๋ารุ่นนี้มาในซิลูเอตที่คมชัดและสง่างาม โดยรังสรรค์จากหนังลูกวัวคุณภาพชั้นเยี่ยม โดดเด่นด้วยดีเทลโลหะตัว “T” อันเป็นเอกลักษณ์ของ Tod’s ซึ่งช่วยขับเน้นความประณีตของรูปทรงกระเป๋า ทั้งยังได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งด้านความงามและการใช้งาน มาพร้อมช่องเก็บของหลากหลาย รวมไปถึงช่องซิปตรงกลาง หูหิ้วด้านบน และสายสะพายที่สามารถถอดออกได้ กลายเป็นกระเป๋าคู่ใจที่เหมาะสำหรับทุกโอกาส ตั้งแต่ช่วงกลางวันไปจนถึงยามค่ำคืน

เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก กระเป๋า Tod’s T Signature ได้ถูกจับจองอย่างรวดเร็วในหลายบูติกทั่วโลก ตอกย้ำสถานะของการเป็นหนึ่งในแอคเซสเซอรี่ที่ได้รับการตามหามากที่สุดแห่งฤดูกาลอย่างแท้จริง ในฐานะสัญลักษณ์แห่งความสง่างามอันเรียบหรู กระเป๋ารุ่นนี้สะท้อนการผสมผสานอันลงตัวระหว่างมรดกแห่งงานฝีมือชั้นเลิศกับเสน่ห์ความร่วมสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ตามไปอัพเดทกระเป๋า Tod’s T Signature ได้ที่  บูติก Tod’s ทั่วโลกและทางออนไลน์ที่ tods.com

พม.จับมือพันธมิตรเปิดโอกาสทางการตลาด ยกระดับ ‘ทอฝัน’ สู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

18 กันยายน 2569 เวลา 10:05 น.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จับมือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดโอกาสทางการตลาด ยกระดับ “ทอฝัน” สู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

นางสาวแนนบุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วย การส่งเสริมช่องทางการตลาดและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการพัฒนาความร่วมมือส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และกระจายสินค้าให้กับบุคคลหรือกลุ่มอาชีพที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการจัดส่ง และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้สินค้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

ทั้งนี้ มีนายกิตติ อินทรกุล รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมลงนาม พร้อมทั้ง นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นางสาวศิริพร โรจนสุกาญจน รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นายฐานวัฒน์ พรนิธิดลวัฒน์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ นางสาวอัจฉพรรณ ทับทิมทอง เลขานุการกรม ผู้บริหาร แขกผู้มีเกียรติ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ณ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก

แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท เปิดประตูต้อนรับนักเดินทางสู่ความมีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ

18 กันยายน 2569 เวลา 09:00 น.

แฟร์มอนท์ โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแอคคอร์ กลุ่มธุรกิจบริการชั้นนำระดับโลก ร่วมกับ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดตัว แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท (Fairmont Bangkok Sukhumvit) อย่างเป็นทางการ และถือเป็นโรงแรมแฟร์มอนท์แห่งแรกในประเทศไทย โดยถูกออกแบบให้เป็น “A blooming stage for celebration” หรือ “เวทีแห่งการเฉลิมฉลองที่กำลังผลิบาน” เพื่อการเฉลิมฉลองใจกลางกรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิดที่ว่าดอกไม้ทุกดอกล้วนผลิบานอย่างมีความหมาย พร้อมนำจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรม การเชื่อมโยงผู้คน และการเฉลิมฉลอง มาสู่ย่านสุขุมวิทที่มีชีวิตชีวาของกรุงเทพฯ

เจอโรม โลบิเยร์ และ พลพัฒน์ อัศวะประภา

แฟร์มอนท์ (Fairmont) ก่อตั้งขึ้นในเมืองซานฟรานซิสโกเมื่อปี ค.ศ. 1907 และมีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะผู้รังสรรค์โรงแรมระดับแลนด์มาร์ก ความใส่ใจในทุกรายละเอียดการบริการ และการเฉลิมฉลองสุดพิเศษที่แต่งแต้มสีสันให้แก่จุดหมายปลายทางต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก โดยภายหลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในกรุงฮานอยและกรุงโตเกียวเมื่อไม่นานมานี้ แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดให้บริการในฐานะโรงแรมลำดับที่ 98 ของแบรนด์ กับตำนานความยิ่งใหญ่สู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก พร้อมปรัชญา “Make Special Happen” ซึ่งเป็นคำนิยามประจำแบรนด์เพื่อสร้างความมุ่งมั่นทุ่มเท         เกินความคาดหมายในทุก ๆ วัน โดยเปลี่ยนทุกความใส่ใจให้กลายเป็นประสบการณ์ที่มีความหมาย ไปจนถึงเนรมิตให้ทุกการ เข้าพักเป็นความทรงจำอันทรงคุณค่าอย่างแท้จริง

Jérôme Lobier (เจอโรม โลบิเยร์) ผู้จัดการทั่วไป แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท กล่าวว่า แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท คือสถานที่ที่หล่อหลอมขึ้นจากพลังของกรุงเทพฯ และจิตวิญญาณของสุขุมวิท ที่นักเดินทางจากทั่วโลกและชุมชนท้องถิ่นสามารถมาพบปะ เชื่อมโยง เฉลิมฉลอง และสัมผัสสิ่งที่ดีที่สุดของเมือง ไม่ว่าจะมาเพื่อประสบการณ์อาหารชั้นเลิศ ช่วงเวลาแห่งการดูแลสุขภาวะ หรือการเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษของชีวิต เราพร้อมต้อนรับด้วยบริการที่จริงใจและอบอุ่นจากหัวใจ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่นิยามความเป็นแฟร์มอนท์มาตลอด โดยยึดถือแกนหลัก (Pillar) 5 ประการ ได้แก่ ศิลปะ (Art), แฟชั่น (Fashion), อาหารและการกินดื่ม (Culinary), ความยั่งยื่น (Sustainability) และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellbeing) ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้หล่อหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์

ศูนย์กลางแห่งสีสันและสุนทรียรส

แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท เปรียบเสมือนประตูสู่การค้นพบเสน่ห์อันหลากหลายของกรุงเทพฯ โดยมีประสบการณ์ด้านอาหารเป็นหัวใจสำคัญ ที่พร้อมนำเสนอผ่านห้องอาหารและบาร์ ไม่ว่าจะเป็น Harper’s ที่ตีความบราสเซอรีสไตล์อเมริกาเหนือ–ฝรั่งเศสขึ้นใหม่ โดยผสานความสง่างามแบบปารีสเข้ากับความโก้แบบนิวยอร์ก ขณะที่ AELA Social Bar พร้อมเปลี่ยนบรรยากาศจากเลานจ์หรูในช่วงกลางวันสู่ค็อกเทลบาร์ซิกเนเจอร์ของโรงแรมหลังพระอาทิตย์ตก ส่วน CAYA Pool Club ก็นำรสชาติจัดจ้านมีชีวิตชีวาของสตรีทฟู้ดไทยมาตีความผ่านอาหารร่วมสมัยและค็อกเทลสุดสร้างสรรค์ในบรรยากาศผ่อนคลาย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากตลาดกลางคืนอันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ และห้องอาหารอีก 3 แห่งที่จะทยอยเปิดให้บริการตลอดปี 2026 ได้แก่ Wiggle Room จุดหมายแห่งความบันเทิงรูปแบบใหม่ที่มีกำหนดเปิดให้บริการกลางเดือนตุลาคม 2026 โดยผสานเสน่ห์หรูหราของคาบาเรต์คลาสสิกเข้ากับสีสันแบบร่วมสมัยของกรุงเทพฯ ก่อนที่ประสบการณ์ด้านอาหารจะขยายสู่ชั้น 32 และ 33 ของโรงแรม เพื่อเปิดตัวห้องอาหารใหม่อีก 2 คอนเซปต์ ได้แก่ ห้องอาหารที่ผสานอิทธิพลจากอิตาลีและญี่ปุ่นเข้ากับทิวทัศน์เส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ และห้องอาหารไทยร่วมสมัยบนชั้นรูฟท็อป อีกหนึ่งห้องอาหารที่พร้อมถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของอาหารไทยอันรุ่มรวย

เวลเนส คือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่นิยามประสบการณ์ของ แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท ภายใต้แนวคิด Wellness Without Walls ที่ผสานการดูแลด้านสุขภาวะเข้ากับทุกช่วงของการเข้าพักอย่างพิถีพิถัน โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสปาและฟิตเนส ตั้งแต่   ทรีตเมนต์เพื่อการฟื้นฟู การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างมีเป้าหมาย ไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ใส่ใจทั้งภายในห้องพักและทั่วโรงแรม เพื่อช่วยให้ผู้เข้าพักสามารถดูแลสุขภาพและความสมดุลของตนเองได้ตลอดการเข้าพักในจังหวะที่เหมาะกับแต่ละคน

ยูนิฟอร์มสุดพิเศษจาก Asava

พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง Asava Group กล่าวถึงแนวคิดการออกแบบชุดยูนิฟอร์มสำหรับพนักงานว่า  สิ่งสำคัญคือการผสมผสานระหว่างความประณีตและความหรูหราระดับโลก เข้ากับเสน่ห์ความเป็นไทย ผ่านงานฝีมือที่พิถีพิถัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากงานออกแบบภายในของโรงแรมเองที่นำดอกไม้ไทยมาเป็นจุดเด่น จึงถ่ายทอดชุดยูนิฟอร์มออกมาผ่านโทนสีโบราณที่มีความ “กล่ำ” สุกงอมตามธรรมชาติอย่างน้ำตาล โดยจับคู่กับสีเหลืองหรือสีเบอร์กันดี เพื่อสะท้อนบุคลิกที่สะพรั่งด้วยเอกลักษณ์ของความรุ่มรวย และยกระดับให้มีความเป็นสากล ในขณะที่รูปลักษณ์และฟังก์ชันการใช้งานต้องเดินควบคู่กันได้อย่างลงตัว ดังนั้น ตัวชุดจึงไม่ได้ตอบโจทย์แค่ความสวยงามทางสุนทรียศาสตร์หรือความคล่องตัวในการใช้งานจริงเท่านั้น แต่ยังแฝงความอ่อนช้อยในทุกการเคลื่อนไหว สามารถถ่ายทอดศิลปะแห่งการต้อนรับแบบไทย ตลอดจนสะท้อนตัวตนอันหรูหราและทรงคุณค่าของแบรนด์

แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท เปิดรับจองห้องพักผ่าน Fairmont.com และ ALL.com พร้อมสัมผัสสิทธิพิเศษสำหรับการเข้าพักช่วงเปิดตัว Be the First to Stay รับส่วนลด 20% การอัปเกรดห้องพัก อาหารเช้า และเครดิตสำหรับใช้ภายในโรงแรมมูลค่า 3,500 บาท ให้ทุกการเข้าพักเป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์อันน่าประทับใจ ณ แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท

ซีพี-เมจิ ฉลองทศวรรษเวทีแข่งขันกาแฟ ยกระดับบาริสต้าสู่เวทีโลก

18 กันยายน 2569 เวลา 08:10 น.

ซีพี-เมจิ ฉลองทศวรรษเวทีแข่งขันระดับโลก CP-Meiji World Speed Coffee Art Championship 2026 โดย ลิม ซี ยวน (Lim Zi Yuan) บาริสต้ามาเลเซีย คว้าแชมป์ปีล่าสุด

ซีพี-เมจิ จัด CP-Meiji World Speed Coffee Art Championship 2026 เวทีแข่งขันกาแฟระดับโลก ภายใต้ธีม ‘A decade of crafting champions’ (ทศวรรษแห่งการสร้างแชมเปียนส์) ณ งาน Thailand Coffee Fest 2026 อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อเฉลิมฉลองการเดินทางครบรอบ 10 ปีอย่างสมศักดิ์ศรี

ในปีนี้ ลิม ซี ยวน (Lim Zi Yuan) สุดยอดบาริสต้ามาเลเซีย จาก โชว์ทักษะที่เหนือชั้น ในการสร้างสรรค์ลวดลายลาเต้อาร์ตและการทำเครื่องดื่ม จนคว้าตำแหน่งแชมป์ประจำปี 2026 ไปครองได้สำเร็จ เอาชนะบาริสต้าชั้นนำ 128 คน จากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก

สำหรับไฮไลต์การแข่งขันในปีนี้ คือการนำลายลาเต้อาร์ต ของ 5 บาริสต้าระดับแชมป์และรองแชมป์จากเวทีลาเต้อาร์ตโลกมาเป็นโจทย์ในการเท ซึ่งบาริสต้าทั้ง 5 คนล้วนแต่เคยผ่านเวทีของซีพี-เมจิมาแล้วทั้งสิ้น

นางสาวชาลินี พูนลาภมงคล รองผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และความยั่งยืน บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จของเวทีแข่งขันที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปีว่า “CP-Meiji World Speed Coffee Art Championship เกิดจากความตั้งใจของซีพี-เมจิ ในฐานะผู้นำตลาดนมพาสเจอร์ไรส์ที่เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมกาแฟ ที่จะพัฒนาทักษะและศักยภาพของบาริสต้าไทยให้มีฝีมือทัดเทียมระดับสากล ตลอด 10 ปี การแข่งขันไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อค้นหาผู้ชนะ แต่เราต้องการสร้างพื้นที่ให้บาริสต้าได้ฝึกฝน พัฒนาทักษะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแสดงศักยภาพ เพราะเราเชื่อว่าแชมเปี้ยนไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในวันแข่งขัน แต่เกิดจากการฝึกฝน ความมุ่งมั่น และการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง”

“10 ปีที่ผ่านมา เวทีนี้เติบโตและขยายขอบเขตไปไกลกว่าประเทศไทย ครอบคลุมบาริสต้ากว่า 3,000 คน จากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก กลายเป็นชุมชนคนกาแฟที่เข้มแข็ง หลายคนได้ก้าวสู่การเป็นแชมป์ประเทศ แชมป์โลก เป็นเจ้าของกิจการ ผู้ฝึกสอน และบุคลากรสำคัญในวงการ”

นางสาวชาลินี กล่าวเสริมว่า “ซีพี-เมจิ ตั้งใจให้เวทีนี้เป็นหมุดหมายของบาริสต้าทุกคนที่จะพัฒนา ยกระดับฝีมือและสร้างความก้าวหน้าในวิชาชีพของตัวเอง รวมถึงสร้างการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมกาแฟอย่างยั่งยืน สมกับแนวคิด ‘เวทีสร้างคน บาริสต้าสร้างเมือง’ และเจตนารมณ์ของซีพี-เมจิในการ ‘เพิ่มคุณค่าชีวิต’ ตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างแท้จริง”

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ดึง ‘แบมแบม’ นั่งแท่น The Icon of Xpression Beauty

18 กันยายน 2569 เวลา 07:00 น.

เมิร์ซ เอสเธติกส์ บริษัทชั้นนำระดับโลก ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องอัลเทอร่า และผลิตภัณฑ์ฉีดสำหรับใช้ในคลินิกเสริมความงาม ประกาศแต่งตั้ง “แบมแบม – กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” (BamBam) สู่การเป็น The Icon of Xpression Beauty ครอบคลุม 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย และอินเดีย เพื่อร่วมถ่ายทอดแนวคิด Xpression Beauty – See More Me มุมมองใหม่ของความงามที่ไม่ใช่การเปลี่ยนตัวเราเป็นคนอื่น แต่คือการดูดีขึ้นโดยยังคงสีหน้า แววตา รอยยิ้ม ฟีลลิ่ง และตัวตนที่ทำให้แต่ละคนยังรู้สึกเป็นตัวเอง โดยแคมเปญนี้ตั้งใจเปิดทางเลือกใหม่ในการทำโปรแกรมลดเลือนริ้วรอย สู่ผลลัพธ์ที่ดูดี เป็นธรรมชาติ และยังสามารถสื่ออารมณ์ได้อย่างชัดเจน

ข้อมูลจาก “The Pillars of Confidence Report 2025” โดย เมิร์ซ เอสเธติกส์ ที่ทำการสำรวจผู้คนกว่า 15,000 คน จาก 15 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย สะท้อนอินไซต์สำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยพบว่า 69%
ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขามีความมั่นใจในความเป็นตัวเอง และสูงถึง 79% มองหาหัตถการความงามที่สามารถช่วยสะท้อนความรู้สึกข้างในออกมาสู่ภายนอกได้ นอกจากนี้ 78% ยังเห็นพ้องว่าการทำหัตถการความงามมีผลต่อมุมมองที่พวกเขามีต่อตัวเอง อินไซต์เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าผู้คนยุคใหม่ไม่ได้ต้องการทำหัตถการเพื่อเปลี่ยนหรือปกปิดใบหน้าเดิม แต่กำลังมองหาทางเลือกที่ตอบโจทย์การแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ด้วยเหตุนี้ แคมเปญ Xpression Beauty ที่มาพร้อมแนวคิด See More Me จึงเข้ามาสร้างมุมมองใหม่ในการรับคำปรึกษาสำหรับโปรแกรมลดเลือนริ้วรอย โดยชวนให้ทุกคนหันมาตั้งคำถามกับแพทย์ผู้ดูแลว่า “นอกจากสิ่งที่อยากปรับ เราอยากเก็บรักษาอะไรไว้ เพื่อให้ความเป็นตัวเรายังคงอยู่” เพื่อตอบรับกับทิศทางความงามยุคใหม่ที่ผู้คนไม่ได้มองหาความสมบูรณ์แบบที่ดูประดิษฐ์หรือไร้ที่ติ แต่ให้คุณค่ากับความงามที่ดูมีชีวิตชีวาและสะท้อนความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง

 “แบมแบม” กับภาพสะท้อนของความงามที่มีชีวิตและทรงพลัง

การแต่งตั้ง แบมแบม ในฐานะ The Icon of Xpression Beauty ไม่ใช่แค่การเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ แต่เป็นการเลือกตัวแทนที่สะท้อนแนวคิด Xpression Beauty ได้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุด ในฐานะศิลปินระดับโลก แบมแบมมีมิติทางอารมณ์ที่หลากหลาย มีเสน่ห์หรือคาริสมาเฉพาะตัว ทั้งผ่านการแสดงออกทางสีหน้า แววตา และรอยยิ้ม โดยเฉพาะเมื่ออยู่บนเวที ทุกความเคลื่อนไหวและสีหน้าของเขาล้วนแสดงออกถึงความเป็นธรรมชาติ ซึ่งทำให้แฟนๆ ทั่วโลกจดจำและหลงรัก แบมแบมจึงเป็นไอคอนที่ช่วยให้ผู้คนเข้าใจว่า ความงามที่แท้จริงคือความงามที่มีมิติและไม่สูญเสียตัวตน

เมิร์ซ เอสเธติกส์ เชื่อมั่นว่าแคมเปญ Xpression Beauty จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ส่งเสริมให้ผู้รับบริการ
และแพทย์ผู้ดูแล ได้พูดคุยเพื่อร่วมออกแบบผลลัพธ์การลดเลือนริ้วรอยที่ให้ความสำคัญกับการสะท้อนตัวตน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมนิยามความงามที่เน้นความปลอดภัยเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างความมั่นใจที่แท้จริงในแบบของตัวเอง (Safety First, Confidence Always)

รอติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของแคมเปญ “Xpression Beauty” พร้อมกิจกรรมมากมายร่วมกับ “แบมแบม”
ได้ผ่านทุกช่องทางของ Merz Aesthetics Thailand

IG: @merzaesthetics_th FB: @MerzAestheticsThailand Line OA: @MerzBeautyConnect

คุณแหน : 18 กันยายน 2569

18 กันยายน 2569 เวลา 06:00 น.

คุณแหน

•• ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานมอบทุนการศึกษาโครงการ “The Future Marketer” ของ มูลนิธิเพื่อการศึกษาของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เป็นทุนต่อเนื่องจนจบ
ปริญญาตรี 32 ทุน โดยมี อนุวัตร เฉลิมไชย, ไพบูลย์
สําราญภูติ, อภิรักษ์ โกษะโยธิน, ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ, ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล,ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, สมพร มาอุทธรณ์ร่วมด้วย..

•• พินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย และ คุณหญิง ปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล พร้อมคณะวงดุริยางค์ ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย กว่า 100 คน ร่วมเดินทางไปงานแสดงดนตรี Beijing International Great Wall Concert 2026 ณ เมืองเหยียนชิ่ง มหานครปักกิ่ง..

•• รศ.พล.อ.ชุมพล เปี่ยมสมบูรณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ พร้อมด้วย รศ.พล.ต.หญิง ดร.สายสมร
เฉลยกิตติ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ร่วมพิธีมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชาให้แก่นิสิตคณะแพทยศาสตร์ และคณะพยาบาลศาสตร์ม.เกษตรศาสตร์..

•• ภก.ปรีชา พันธุ์ติเวช วันเกิดปีนี้ได้ไปฉลองกับครอบครัวที่สิงคโปร์อย่างอบอุ่น..

•• ไม่ได้เจอกันนาน นพ.นพพร อนุกูลการกุศล ชวนเพื่อนๆ Digital CEO#5 มาสังสรรค์รับทานอาหารอิตาเลี่ยน ณ Azzurro @Prathumwan ริมสระว่ายน้ำ ชั้น 8 รร.ปทุมวันปริ้นเซส โดยมี สุรเดช สร้อยรุ่งเรือง ต้อนรับอย่างอบอุ่น งานนี้ ดร.เอื้อมพร ปัญญาใส, สุพรศรี นาคธนสุกาญจน์, ปารณีย์ อํานวยรักษ์สกุล, ณรงค์ฤทธิ์ โชตินุชิตตระกูล, ดร.โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร, ภูกิจ ดิศธรานนท์, วิศิษฏ์ เตชาวัฒนากูล, ดร.ศิพัตม์ ไตรอุโฆษ, พ.ญ.แคทรียา เทนสิทธิ์, ภาคย์ บุญยุบล, ชโลธร บุญเหลือ, ปริพรรห์ พิณสุรงค์,สมพิศ วงศ์ปัญญา, วัลภา สถิรชวาล, ร้อยโท ดร.ธนกฤษฏ์ เอกโยคยะ, อิสริยา บวรเศรษฐวัฒน์ ไม่พลาด..•• เพื่อนๆ ชาว Digital Jumpstart #3 ร่วมยินดีกับ เรือโทภัทธวุฒิ กนกวรรณากร ได้เป็น ผู้ช่วย ผอ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย สายวิศวกรรม..

•• ภก.ไพศาล พุทธสันติธรรม สุดปลื้มที่วันก่อนไปเล่นกอล์ฟได้โฮลอินวัน ณ เดอะ รอยัล เจมส์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ต คลับ ศาลายา..

•• สมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ขอแสดงความยินดีกับ อนุพาสน์ สุวรรณมงคล BCC128
เนื่องในโอกาสที่ สภา ม.สงขลานครินทร์ มีมติเป็นเอกฉันท์ในการประชุมครั้งที่ 453 ให้ได้รับปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (พัฒนามนุษย์และสังคม) ประจำปี 2569..

•• เพื่อนๆ Digital CEO#3 ยินดีกับ สุวิทัศท์ สุรสิงห์โตทอง ที่ได้รับรางวัลศิษย์เก่าเกียรติยศ KMITL Next 100 ในโอกาสครบรอบ 66 ปี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในงาน KMITL EXPO 2026..

•• สมาคมศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่ แสดงความเสียใจกับการจากไปของ ภก.กุลวัฒน์ วุฒิสารกรสกุล ศิษย์เก่า เภสัช มช. รุ่น 16..••

น้องใหม่

แบรนด์ร้านแว่นตาชื่อดังจากญี่ปุ่น สร้างเซอร์ไพรส์ เดินหน้าสร้างสีสันให้วงการ Beauty Fashion

17 กันยายน 2569 เวลา 18:30 น.

OWNDAYS เปิดตัวพรีเซนเตอร์คนใหม่ : บริษัท โอนเดส์ (ประเทศไทย) จำกัด แบรนด์ร้านแว่นตาชื่อดังจากญี่ปุ่น สร้างเซอร์ไพรส์เดินหน้าสร้างสีสันให้วงการ Beauty, Fashion และ Lifestyle จัดงาน “OWNDAYS MEETS LingLing Kwong” เปิดตัวผลิตภัณฑ์คอนแทคเลนส์ OWNDAYS Clear Vision Comfort อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “The Comfort You Can Feel” งานนี้ได้รับเกียรติจาก
คุณ วู เจีย เทียน  ผู้อำนวยการภูมิภาค (ประเทศไทย กัมพูชา และลาว) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โอนเดส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ที่ 4 จากซ้าย) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนล่าสุด ศิริลักษณ์ คอง (หลิงหลิง) (ที่ 3 จากซ้าย) ที่มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว และสร้างสีสันภายในงานแฟนมีตครั้งนี้ ณ ลานอีเดน (Eden Zone) ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  เมื่อวันก่อน