ลิฟพลัสชวนดูแลใส่ใจ “ตับ” อย่ารอให้ถึงวันที่ส่งสัญญาณว่า “ไม่ไหว”

17 กันยายน 2569 เวลา 18:01 น.

ถ้าพูดถึงหนึ่งใน “เดอะแบก” ในร่างกายของมนุษย์ หนึ่งในนั้นต้องมี “ตับ” อยู่ด้วยแน่ เพราะเป็นอวัยวะที่อยู่ข้างในไม่โดดเด่น แต่ทำงานทั้งวันทั้งคืน โดยบางโรคอาจไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก จนกว่าวันหนึ่งที่ “เดอะแบก” นี้จะทำงานไม่ไหว ถึงจะมีสัญญาณเตือนบางอย่างออกมา ทำให้หลายคนไม่ทันสังเกตถึงความผิดปกติ การดูแลสุขภาพตับแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า หากเรายังไม่มีอาการตัวเหลืองหรือตาเหลือง ท้องป่องแสดงว่าตับยังแข็งแรงดี แต่ความจริงคือ ตับมีความอดทนสูงมาก จะไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก กว่าจะรู้ว่าเป็นโรคตับอาจจะช้าเกินไป ดังนั้นคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงกับการเป็นโรคตับ ไขมันพอกตับ เช่น ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ทานของมัน ของทอด ของหวาน มีภาวะอ้วนเกินไปหรืออ้วนลงพุง ทานยาติดต่อกันเป็นเวลานาน นอนดึกบ่อย ๆ เครียดเป็นประจำ จึงควรตรวจสุขภาพตับ หรือดูแลตับโดยไม่ต้องรอให้มีอาการ

“ตับ” ต้องแบกรับอะไรบ้าง

ตับเปรียบเสมือนโรงงานและเกราะป้องกันสารพิษขนาดใหญ่ของร่างกาย ซึ่งทำหน้าที่หลักสำคัญ 3 ประการ ได้แก่:

  • การสร้างน้ำดี: ตับมีบทบาทในการสร้างน้ำดี ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการย่อย และดูดซึมไขมันในระบบทางเดินอาหาร
  • การขับสารพิษ: ช่วยเปลี่ยนสารพิษที่ละลายในไขมัน เช่น ยา หรือแอลกอฮอล์ ให้ละลายน้ำและขับออกจากร่างกาย
  • การเผาผลาญและบริหารจัดการพลังงาน: คอยควบคุมและจัดการสารอาหาร และพลังงานที่ร่างกายได้รับ
    ทั้งคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน

ตับทำงานหลัก 3 ด้านนี้อย่างต่อเนื่องในทุก ๆ วัน แม้ในเวลาที่เราใช้ชีวิตปกติ แต่ถ้าเราใช้ชีวิตหนักหน่วงกว่าเดิม ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ความเครียดสะสม หรือมีพฤติกรรมการกินอาหารที่มีไขมันสูงและของหวาน ตลอดจนสังสรรค์ปาร์ตี้ “ตับ” ยิ่งต้องทำงานหนักต่อเนื่อง

เช็กสุขภาพตับได้อย่างไร*

การเช็กสุขภาพตับ อาจทำได้ด้วยการตรวจตับประจำปี ซึ่งสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย* ให้ข้อแนะนำไว้ว่า สำหรับคนทั่วไปที่สุขภาพแข็งแรงและไม่มีปัจจัยเสี่ยง ไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพตับเป็นประจำทุกปี แต่หากมี “ปัจจัยเสี่ยง” ควรเข้ารับการตรวจตับอย่างน้อยทุก 6 เดือนถึง 1 ปี หรือบ่อยกว่านั้นตามการวินิจฉัยของแพทย์ หากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมาก

 ปรับพฤติกรรม–ใส่ใจเลือกสารอาหาร ก่อนวันที่ตับจะ “ไม่ไหว”

การปรับพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในระยะยาว ถนอมตับเอาไว้ให้นาน ๆ นอกจากนี้การเลือกรับประทานอาหารหรือสารอาหารที่ช่วยเสริมการทำงานของร่างกาย ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เช่น อาร์ติโชค มีส่วนช่วยสร้างน้ำดีและส่งเสริมการย่อยไขมัน; แอล-ซิสเท ที่พร้อมยับยั้งการสร้างสารพิษจากเคมีในตับ มีในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว และเมล็ดพืชต่าง ๆ; ชิแซนดร้า เบอร์รี่ ช่วยลดอาการอ่อนเพลียและปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย; เห็ดหลินจือ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงตับ และลดความเครียด; เห็ดชิตาเกะ ช่วยลดคอเลสเตอรอลและต้านมะเร็ง หรือ แดนดิไลออน ที่ช่วยล้างพิษในตับ ขับปัสสาวะ

ทางเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสารสกัดธรรมชาติ

การกินอาหารที่ถูกหลักโภชนาการช่วยเสริมสร้างสุขภาพได้จริง แต่การเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลายและเหมาะสม รวมถึงการเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบตรงกับความต้องการเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวก ซึ่งผลิตภัณฑ์แบรนด์ ลิฟพลัส (LivPlus) เป็นแบรนด์ที่มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสารสกัดธรรมชาติ
มานานเกือบทศวรรษ ผ่านแนวคิด Gut-Liver Axis (แกนลำไส้-ตับ) เพราะตับและลำไส้มีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก ภายใน 1 แคปซูลอัดแน่นด้วยสารสกัดธรรมชาติและสารสำคัญถึง 12 ชนิด ประกอบด้วย:

  • นวัตกรรม LivShield® 4 ส่วนประกอบหลัก ลิขสิทธิ์หนึ่งเดียวจากลิฟพลัส ได้แก่ อาร์ติโชค แอล-ซิสเทอีน
    ชิแซนดร้า และเห็ดหลินจือ
  • สารสกัดเสริมประสิทธิภาพอีก 8 ชนิด ได้แก่ เห็ดชิตาเกะ, แดนดิไลออน, โสมเกาหลีและโสมไซบีเรียผงขมิ้น, แอสตรากาลัส, โคเอ็นไซม์ คิวเท็น (Q10) และวิตามินบี
ตรีจุฑา สรวงท่าไม้

“ลิฟพลัสก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 ขายมาแล้วกว่า 25 ล้านเม็ด ต้องขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้าและซื้อลิฟพลัสมาอย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้ทำให้เรายิ่งใส่ใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การควบคุมมาตรฐาน ไปจนถึงการให้ความรู้และดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่าลิฟพลัสจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ ต้องเริ่มจากความจริงใจต่อลูกค้า เราต้องการให้
คำว่า ‘ลิฟพลัส ใส่ใจตับ ใส่ใจคุณ’ ไม่ใช่เพียงคำของแบรนด์ แต่เป็นสิ่งที่ลูกค้าสัมผัสได้จากทุกสิ่งที่เราทำ” ตรีจุฑา สรวงท่าไม้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลิฟพลัส เฮลท์ โซลูชั่น จำกัด กล่าวทิ้งท้าย

“อทิสเมด โกลบอล” ผนึก Media Addict และ รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น จัด Good Health Great Heart ชวนคนไทย “รู้ทัน เสริมภูมิ ลดเสี่ยงเลี่ยงเบาหวาน”

17 กันยายน 2569 เวลา 17:15 น.

จากสถานการณ์เบาหวาน สู่ความร่วมมือเพื่อสร้างความตระหนักด้านสุขภาพ

โรคเบาหวานยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพสำคัญที่คนไทยไม่ควรมองข้าม ท่ามกลางรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การพักผ่อนไม่เพียงพอ การออกกำลังกายที่ลดลง ตลอดจนความเครียดและปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นโจทย์สำคัญของการดูแลสุขภาพในปัจจุบัน

ข้อมูลจาก International Diabetes Federation (IDF) ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวานประมาณ 6.36 ล้านคน หรือคิดเป็น 10.2% ของประชากรวัยผู้ใหญ่ สะท้อนให้เห็นว่าเบาหวานไม่ใช่เรื่องไกลตัว และยิ่งตอกย้ำความสำคัญของการสร้างความรู้ความเข้าใจ การดูแลสุขภาพ และการปรับพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ก่อนเกิดโรค

ขณะเดียวกัน “ภูมิคุ้มกัน” ก็เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญของร่างกาย การดูแลสุขภาพให้สมดุลจึงครอบคลุมตั้งแต่การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การพักผ่อนให้เพียงพอ ตลอดจนการตรวจคัดกรองตามความเหมาะสม

ด้วยความสำคัญดังกล่าว บริษัท อทิสเมด โกลบอล จำกัด จึงร่วมกับ บริษัท มีเดีย แอดดิคท์ จำกัด และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น จัดกิจกรรม “Good Health Great Heart เฮลธ์ตี้ทั้งตัว หัวใจแฮปปี้” เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ด้านสุขภาพที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

ไฮไลท์ Special Talk “รู้ทัน เสริมภูมิ ลดเสี่ยงเลี่ยงเบาหวาน”

ไฮไลท์สำคัญของงานคือ Special Talk ที่นำเรื่องสุขภาพมาพูดคุยในมุมใกล้ตัวและนำไปปรับใช้ได้จริง ตั้งแต่การดูแลสุขภาพในภาพรวม การสร้างพื้นฐานสุขภาพและภูมิคุ้มกันที่ดี ไปจนถึงการปรับพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน ทั้งเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตประจำวัน

ร่วมให้ความรู้โดย พญ.อภิชญา เสียงลือชา (ว.30096) แพทย์ศูนย์สุขภาพผิวและความงาม ในมุมการดูแลสุขภาพตนเองในภาพรวม และ นพ.วันชัย ทวีโภคา (ว.15996) แพทย์ประจำศูนย์อายุรกรรม ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลระบบภูมิคุ้มกัน ตลอดจนการรู้เท่าทันและปรับพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน

เติมสีสันด้วย ดร.อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ แชร์ประสบการณ์การใช้ชีวิตให้มีคุณภาพและการเลือกใช้สารสกัดจากสมุนไพรและธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเอง, อาจารย์ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ ถ่ายทอดแนวคิดการเลือกรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม และ คุณตุ๊กตา อุบลวรรณ บุญรอด แชร์ประสบการณ์การออกกำลังกายอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ

ดำเนินบทสนทนาโดยผู้ดำเนินรายการพิเศษ กาย พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ เชื่อมโยงองค์ความรู้จากแพทย์เข้ากับประสบการณ์จริงของแขกรับเชิญ ทำให้เรื่องสุขภาพเข้าใจง่าย สนุก และใกล้ตัวมากยิ่งขึ้น

Atis amarit ส่งต่อแนวคิดการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งช่วงของกิจกรรมได้รับเกียรติจาก คุณอนัญญา มหาวงศ์ ที่ปรึกษาทีมสุขภาพ บริษัท อทิสเมด โกลบอล จำกัด มาร่วมให้ข้อมูลและแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

พร้อมแนะนำ Atis amarit ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ ในฐานะอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ควบคู่กับการรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตอย่างสมดุล

กิจกรรมในช่วงนี้ยังสะท้อนแนวคิดสำคัญของการดูแลสุขภาพในยุคปัจจุบัน ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการรับมือเมื่อเกิดปัญหาสุขภาพเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างพื้นฐานของการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

บรรยากาศงานและการเดินหน้าส่งต่อสุขภาพดี

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนใจจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมหลากหลายช่วงวัย โดยได้รับเกียรติจาก รศ.นพ.ปิยะ เนตรวิเชียร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น กล่าวเปิดงาน พร้อมส่งต่อข้อคิดเกี่ยวกับความสำคัญของการสร้างความตระหนักรู้และการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม

ร่วมด้วย นพ.จงรัก เจริญทรัพย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น และผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ และ คุณนันทกา สุขสุมิตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น และผู้อำนวยการฝ่ายศูนย์ธุรกิจ ร่วมกิจกรรมและถ่ายภาพกับคณะผู้จัดงาน แพทย์ และแขกรับเชิญ

นอกจากกิจกรรมบนเวที ผู้เข้าร่วมงานยังได้รับชุดผลิตภัณฑ์ Atis amarit ติดไม้ติดมือกลับบ้าน พร้อมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากบูทจำหน่ายสินค้าในโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะภายในงาน โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ร่วมงานทุกเพศทุกวัย

ตลอดปี 2026 และในปีต่อ ๆ ไป เตรียมพบกับ “Good Health Great Heart เฮลธ์ตี้ทั้งตัว หัวใจแฮปปี้” ที่จะเดินหน้าส่งต่อความรู้และประสบการณ์ด้านสุขภาพ ณ โรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศ ติดตามข่าวสารและกิจกรรมครั้งต่อไปได้ทาง Facebook Page: MEDIA Addict Thailand https://rb.gy/0bmfv4

‘Bangkok Flower Festival 2026’ เทศกาลดอกไม้ครั้งแรก สัมผัสโลกแห่งดอกไม้ริมเจ้าพระยา ‘ยอดพิมาน – ปากคลองตลาด’

17 กันยายน 2569 เวลา 13:51 น.

Awakening ร่วมกับ ยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค ชวนทุกท่านนับถอยหลังสู่ “Bangkok Flower Festival 2026” เทศกาลดอกไม้ครั้งแรก ชวนคนกรุงเทพฯ นักท่องเที่ยว และคนรักดอกไม้ มาสัมผัส “ปากคลองตลาด” ในมุมใหม่ ระหว่างวันที่ 18–27 กันยายน 2569 เวลา 15.00–22.00 น. ณ ยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค – ปากคลองตลาด เติมสีสันให้ริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยประสบการณ์ที่ผสานดอกไม้เข้ากับ Art, Design, Food และ Lifestyle

ไฮไลต์ภายในงานเริ่มจาก “The Flower Market” ตลาดดอกไม้ในบรรยากาศริมน้ำ พร้อม Flower Flea Market ที่รวมดอกไม้ ของตกแต่งสำหรับคนรักดอกไม้ และ นิทรรศการแรงบันดาลใจจากดอกไม้ โดยศิลปินไทย อาทิ ToSmile และ Flowers in the Mist  ต่อด้วยพื้นที่ที่เปิดให้ผู้ร่วมงานมีส่วนร่วมสร้างสรรค์งานศิลปะด้วยตนเอง

สายกินพบกับ “Flower Food Experience” ที่นำดอกไม้มาสร้างสรรค์เป็นอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม ไปจนถึง Flower Fine Dining โดยเชฟชื่อดัง พร้อมกิจกรรมด้านศิลปะและงานคราฟต์อีกหลากหลายรูปแบบ

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนหลักจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, แฟนต้า, ธนบุรีพานิช, Jubilee Diamond และ อ้วยอันโอสถ ซึ่งร่วมเติมเต็มประสบการณ์และสีสันให้กับเทศกาลตลอด 10 วัน

บัตรเข้าชม 150 บาท ณ ยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค – ปากคลองตลาด ติดตามรายละเอียดกิจกรรมและข้อมูลการจำหน่ายบัตรได้ทาง  Facebook: Bangkokflowerfestival และ YodpimanRiverWalk

กรมส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างแรงบันดาลใจเยาวชนไทยเรียนรู้ผ่านทีมงานระดับโลก

17 กันยายน 2569 เวลา 13:48 น.

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จัดพิธีมอบเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมเพื่อเยาวชน “Student Outreach Program ครั้งที่ 5” ภายใต้งาน “มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 28” ณ ห้องครึ่งวงกลม หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยมี นางโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีมอบป้ายเงินสนับสนุนฯ ให้แก่ นางสาวราซีน่าร์ อูเบรอย กรรมการผู้จัดการบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล คัลเจอรัล โปรโมชั่น จำกัด

(ซ้าย) ราซีน่าร์ อูเบรอย และ โชติกา อัครกิจโสภากุล

การมอบเงินสนับสนุนในครั้งนี้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และทางกิจกรรม“Student Outreach Program” มีเป้าหมายเดียวกันในการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนไทยได้รับการพัฒนาทักษะ เสริมสร้างแรงบันดาลใจ และเปิดโอกาสในการเรียนรู้ประสบการณ์ตรงจากศิลปินระดับโลกโดยไม่มีค่าใช้จ่าย มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางโอกาส และบ่มเพาะเยาวชนไทยให้กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทยในอนาคต

นอกจากพิธีมอบเงินสนันสนุนแล้ว ภายในวันเดียวกันยังมีการจัดกิจกรรม Orchestral Workshop ซึ่งเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของโครงการ โดยได้รับเกียรติจากวาทยกรระดับโลกจาก Bolshoi Theatre of Belarus คณะการแสดงชั้นนำมาร่วมถ่ายทอดเทคนิคการบรรเลงและประสบการณ์ระดับมืออาชีพให้แก่สมาชิก วงดุริยางค์เยาวชนไทย ในพระอุปถัมภ์ฯ (Thai Youth Orchestra – TYO) เพื่อเปิดประตูการเรียนรู้และยกระดับมาตรฐานทางดนตรีของเยาวชนไทยสู่ระดับสากลอย่างแท้จริง

นิทรรศการ ‘เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ทำต่อไป’ การสมัครงานครั้งแรกของ ‘สาธิต กาลวันตวานิช’

17 กันยายน 2569 เวลา 13:45 น.

นิทรรศการนี้ไม่ใช่ประวัติชีวิตของชายที่ชื่อ สาธิต กาลวันตวานิช  เพราะในโลกที่ทุกคนพยายามตะเกียกตะกายหาความสำเร็จ ประวัติศาสตร์ส่วนตัวของคนคนหนึ่ง อาจไม่ได้มีความหมายอะไรเลย

ตลอด 66 ปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยทำ Resume หรือ CV อย่างเป็นทางการ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นตำนาน ที่ใครก็รู้จัก แต่เป็นเพราะชีวิตของเขาขับเคลื่อนด้วย ‘โง่ศาสตร์’ — ศาสตร์แห่งการลองทำสิ่งสนุก ๆ ไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีแผนธุรกิจรองรับ และไม่ได้มองถึงเป้าหมายปลายทาง

Resume แผ่นยักษ์ในนิทรรศการนี้จึงไม่ได้มีไว้เพื่ออวยความสำเร็จ ประกาศศักดาของชายนามสาธิต หากแต่จัดทำขึ้นเพื่อเปลือยเปล่าความล้มเหลว ความดื้อรั้น และความโง่เขลา

เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นว่า การเดินทางสร้างสรรค์ที่ยาวนานไม่ได้เกิดจากความฉลาดหลักแหลม แต่เกิดจากใจที่พร้อมจะล้ม แล้วลุกขึ้นมาประสานเครื่องมือธรรมดาอย่าง Head (สมอง) Heart (หัวใจ) และ Hand (สองมือ) ให้ทำงานร่วมกันต่อไป

ผืนผ้าใบในห้องแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนการรวบรวมประสบการณ์ทั้งหมด ที่เขามักเรียกว่า ‘DOT’ หรือ ‘จุด’ ซึ่งถูกนำมาถักทอจนกลายเป็นงานศิลปะที่ใช้ความรู้สึกในแต่ละช่วงชีวิตมาเล่าเรื่อง ส่งต่อจิตวิญญาณ ของคนที่เชื่อว่า ความล้มเหลวในอดีตคือสิ่งเดียวที่หล่อหลอมปัจจุบัน และการลงมือทำในปัจจุบันคือสิ่งเดียว ที่จะกำหนดอนาคต

เพราะบางทีสิ่งที่เราต้องเรียนรู้อาจไม่ใช่ความสำเร็จของผู้ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่การถอดรหัสความฉลาด ของใคร แต่คือความกล้าที่จะโง่และสนุกไปกับชีวิตในแบบของเราเอง

มีคนเคยบอกว่าสาธิตคือคนที่ ‘เกิดขึ้น ตั้งอยู่ เป็นตำนาน’ แต่นิยามเหล่านั้น คงเป็นเรื่อง ไกลตัว เกินไปสำหรับคนแก่ที่ยังรั้นจะทำงานชิ้นตรงหน้า สำหรับเขาแล้ว ชีวิตมีเพียงแค่การ ‘เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ทำต่อไป’  และนิทรรศการครั้งนี้ ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ DOT ต่อไปในชีวิตของเขาเท่านั้น

‘Don’t Stop Me Now เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ทำต่อไป’

กาลเวลา วิกฤตการณ์ หรือแม้กระทั่งความตาย ไม่อาจหยุดยั้งการเดินทางของชายที่ชื่อสาธิตได้ ตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมา คาแรกเตอร์อย่าง Mr. P สะท้อนวัฏจักร ‘เกิด แก่ เกือบตาย’ แต่ก็รอดพ้นและสร้างพลัง ต่อมาได้เสมอ

นิทรรศการ ‘The Resum’ ครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยเติมพลังให้ทุกคนออกเดินทางค้นหา ‘DOT’ ต่อ ๆ ไปในชีวิตของตัวเอง โดยไม่ยอมให้คำว่า ‘อายุมากแล้ว’ หรือ ‘ถึงเวลาเกษียณ’ มาเป็นขอบเขต จำกัดจินตนาการ

เพราะอดีตเป็นตัวกำหนดปัจจุบัน และปัจจุบันคือสิ่งที่เราสร้างเพื่อกำหนดอนาคตของตัวเราเอง “ถ้าสาธิตทำได้ ทุกคนก็ทำได้ แค่สะสม DOT ของคุณไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงวันที่คุณ เป็นตัวเอง ที่มีความเฉพาะตัวที่สุด”

สาธิต กาลวันตวานิช (หรือที่รู้จักในวงการว่า “พี่แก่”) เป็นนักคิด ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ ผู้ก่อตั้งบริษัท สามหน่อ  บริษัท ฟีโนมีนา (production house) และนักออกแบบระดับตำนานของประเทศไทย ผู้สร้างชื่อเสียงในระดับโลกจากการเป็นผู้ให้กำเนิดแบรนด์ดีไซน์ Propaganda และคาแรกเตอร์สุดทะเล้นอย่าง “Mr.P” ก่อตั้ง studio avocado ในช่วงวัย 60 ปี เพื่อนำประสบการณ์ ทั้งหมดมาให้คำปรึกษาที่รู้จักกันในนาม การทำหน้าที่เป็น “Brand narrative” ปัจจุบันในวัย 66 ปี (ข้อมูลปี 2569) เขายังคงโลดแล่นในวงการสร้างสรรค์และได้ผันตัวเข้าสู่วงการศิลปะในฐานะศิลปินหน้าใหม่อย่างเต็มตัวในการทำงานศิลปะ Fine art

ร่วมสัมผัส “DOT” หรือจุดเล็ก ๆ ตลอดเส้นทางชีวิตของ สาธิต กาลวันตวานิช  ในนิทรรศการ  Satit SOLO Exhibition: ‘The Resume’ — ‘เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ทำต่อไป’ ระหว่างวันที่ 10 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569

ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Siam Paragon และ www.siamparagon.co.th

นิทรรศการระดับโลก ‘Vivienne Westwood & Jewellery’ เปิดตัวแล้วครั้งแรกในประเทศไทย

17 กันยายน 2569 เวลา 13:43 น.

เรื่องราวอันน่าหลงใหลของเครื่องประดับ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างนิยามให้กับสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Vivienne Westwood เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ แล้ว กับ “Vivienne Westwood & Jewellery” นิทรรศการครั้งสำคัญที่จัดแสดง ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม หลังจากประสบความสำเร็จจากการจัดแสดงในเซี่ยงไฮ้ เฉิงตู และมาเก๊า จิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกและความคิดสร้างสรรค์ของแบรนด์แฟชั่นสัญชาติอังกฤษแห่งนี้ พร้อมถ่ายทอดมิติใหม่ท่ามกลางสีสันทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ

นับตั้งแต่เริ่มต้นเส้นทางอาชีพ Vivienne Westwood ได้นำเครื่องประดับมาใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญและทรงพลังในงานออกแบบ เพื่อเติมเต็มความหมายและถ่ายทอดตัวตนผ่านเรือนร่าง นิทรรศการ“Vivienne Westwood & Jewellery” พาผู้ชมสำรวจภาษาการออกแบบและจิตวิญญาณอันท้าทายขนบของแบรนด์แฟชั่นจากอังกฤษผ่านมุมมองของเครื่องประดับ โดยได้รับการคัดสรรและเรียบเรียงโดยทีม Vivienne Westwood พร้อมนำเสนอเครื่องประดับชิ้นพิเศษจากคลังผลงานและรันเวย์ตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษ ซึ่งถูกรวบรวมมาจัดแสดงร่วมกันเป็นคอลเลกชันเป็นครั้งแรก

พิธีเปิดนิทรรศการจัดขึ้น ณ ห้างเซ็นทรัลชิดลม โดยมี จูเซปเป อาราโกนี (Giuseppe Aragoni) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และ ณัฐธีรา บุญศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ห้างสรรพสินค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมเปิดงาน พร้อมด้วย ธาพิดา นรพัลลภ กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารสินค้าออมนิชาแนล เซ็นทรัล รีเทล ดีพาร์ทเมนท์ สโตร์, รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด เซ็นทรัล รีเทล ดีพาร์ทเมนท์ สโตร์ ตลอดจนแขกคนสำคัญของแบรนด์ ได้แก่ นานิ หิรัญกฤษฎิ์ ช่างคำ, น้ำตาล ทิพนารี วีรวัฒโนดม และมิ้ลค์ พรรษา วอสเบียน 

นิทรรศการ “Vivienne Westwood & Jewellery” เชื้อเชิญผู้ชมดื่มด่ำไปกับประวัติศาสตร์อันยาวนานของงานออกแบบเครื่องประดับโดย Vivienne Westwood ซึ่งสะท้อนมุมมองของ Westwood ที่มีต่อประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ทั้งในอดีตและปัจจุบัน นิทรรศการแบ่งออกเป็น 8 ห้อง แต่ละห้องนำเสนอเอกลักษณ์การออกแบบจากช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นแห่งวัฒนธรรมพังก์ในห้อง Origins จินตนาการเหนือจริงในห้อง Wonderland ปรัชญาด้านสิ่งแวดล้อมในห้อง Do It Yourself การสำรวจหลากหลายวัฒนธรรมและชุดเครื่องประดับแห่งศตวรรษที่ 18 ในห้อง Parure ไปจนถึงห้อง Orb ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของสัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ประจำแบรนด์

นิทรรศการยังนำผลงานจากคอลเลกชันและแฟชั่นโชว์ครั้งสำคัญในอดีตกลับมาถ่ายทอดผ่านบทสนทนาที่ได้รับการร้อยเรียงอย่างพิถีพิถันระหว่างเครื่องประดับและเสื้อผ้า ท่ามกลางองค์ประกอบอันหลากหลาย ทั้งเสียง ลุคจากรันเวย์ คอลลาจกราฟิกบนผนัง ภาพถ่าย และวิดีโอ มอบมุมมองอันโดดเด่นสู่โลกแห่ง Vivienne Westwood

แอนเดรียส ครอนทาเลอร์ (Andreas Kronthaler) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์ Vivienne Westwood  กล่าวว่าเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นนิทรรศการนี้เดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ และน่าตื่นเต้นมากที่เราได้นำนิทรรศการมาจัดแสดงในกรุงเทพฯ เพื่อถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของแฟชั่นเฮาส์ให้ผู้คนที่นี่ได้สัมผัสเครื่องประดับคือองค์ประกอบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อแบรนด์ในเชิงศิลปะ และช่วยทำให้ตัวตนของคุณโดดเด่น ไม่มีสิ่งใดช่วยขับเน้นใบหน้า ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเรือนร่าง และสะท้อนบุคลิกของคุณได้ดีไปกว่าเครื่องประดับทรงพลังและสามารถบรรจุความหมายไว้ได้อย่างลึกซึ้ง ทั้งยังเป็นสิ่งที่บันทึกช่วงเวลาของชีวิตและมอบความสำคัญให้แก่ช่วงเวลาเหล่านั้น

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Westwood ได้สั่งสมผลงานล้ำค่าไว้มากมาย แม้กระทั่งในยุคพังก์ Vivienne ยังนำหมุดโลหะ เข็มกลัดซ่อนปลาย ภาพพินอัป กระป๋อง เศษวัสดุ กระดูก และสิ่งของนานาชนิดมาประดับตกแต่งลงบนเสื้อผ้า

โลโก้ Orb เองก็เปรียบเสมือนอัญมณี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนโลก พร้อมเชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตผ่านวงแหวนดาวเสาร์ ทั้งยังสะท้อนความเป็นอังกฤษและความเป็นVivienne ได้อย่างแท้จริง”

ในฐานะนิทรรศการระดับโลกที่เดินทางจัดแสดงในหลากหลายเมือง ทีมภัณฑารักษ์ ได้รังสรรค์องค์ประกอบและผลงานจัดแสดงใหม่สำหรับแต่ละจุดหมาย เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่างให้ผู้ชมได้ค้นพบและเพลิดเพลิน

สำหรับนิทรรศการ “Vivienne Westwood & Jewellery” ณ กรุงเทพฯ มีการเปิดตัว The Galaxy Room เป็นครั้งแรก พื้นที่จัดแสดงแบบอิมเมอร์ซีฟที่พาผู้ชมเข้าสู่จักรวาลแห่งความคิดสร้างสรรค์ของ Vivienne Westwood ผ่านประสบการณ์อันลึกซึ้งและเป็นส่วนตัว ห้องนี้ได้รับการออกแบบเพื่อจุดประกายความใคร่รู้ที่มีรากฐานจากศิลปะ วัฒนธรรม และการศึกษา พัฒนาขึ้นด้วยความร่วมมือกับ Microsoft

ระหว่างการชมนิทรรศการ ผู้เข้าชมสามารถเลือกและสแกนเครื่องประดับชิ้นที่สะท้อนตัวตนหรือสร้างความประทับใจให้แก่ตนเอง เพื่อรวบรวมเป็นคอลเลกชันส่วนตัวได้สูงสุด 40 ดีไซน์ เครื่องประดับแต่ละชิ้นที่เลือกจะเปรียบเสมือนประตูสู่เรื่องราว แรงบันดาลใจ และกระบวนการตัดสินใจเชิงสร้างสรรค์เบื้องหลังการออกแบบจักรวาลดิจิทัลที่ได้รับการร้อยเรียงขึ้นสำหรับผู้เข้าชมแต่ละคนนี้ สะท้อนถึงคุณค่าที่ Vivienne ยึดมั่น ไม่ว่าจะเป็นความลุ่มลึกทางความคิด ความจริงแท้ งานฝีมือ การขับเคลื่อนสังคมตลอดจนความเชื่อตลอดชีวิตของเธอในพลังแห่งวัฒนธรรมและการศึกษาที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้

ณ ใจกลางของ The Galaxy Room เครื่องประดับที่ผู้เข้าชมเลือกจะกลายเป็นศูนย์กลางของกลุ่มดาวเฉพาะบุคคล ก่อนพัฒนาไปสู่สมุดบันทึกดิจิทัลส่วนตัวที่สะท้อนการเดินทางผ่านโลกของ “Vivienne Westwood & Jewellery” ในรูปแบบที่แตกต่างไม่ซ้ำใคร ผู้เข้าชมสามารถปรับแต่งผลงาน บันทึกองค์ประกอบที่สร้างขึ้น และนำงานศิลปะดิจิทัลกลับไปเป็นที่ระลึก เพื่อสานต่อประสบการณ์จากนิทรรศการให้คงอยู่ต่อไป

ในฐานะบทสรุปทั้งทางอารมณ์และความคิดของนิทรรศการ The Galaxy Room เชื้อเชิญผู้เข้าชมทุกคนก้าวเข้าสู่โลกของ Vivienne Westwood และค้นพบว่าวัฒนธรรมไม่เพียงหล่อหลอมสิ่งที่เราสร้างสรรค์แต่ยังมีส่วนกำหนดว่าเราจะเติบโตไปเป็นใครอีกด้วย

CMG ผนึกกำลังแบรนด์ในเครือ ส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้ขาดแคลน

17 กันยายน 2569 เวลา 13:11 น.

บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด (CMG) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับ โครงการเซ็นทรัลทำ เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการสร้างคุณค่าและส่งต่อสิ่งดีๆ สู่สังคม ด้วยการผนึกกำลังแบรนด์ในเครือ สนับสนุนสินค้าและของใช้จำเป็นหลากหลายประเภท รวมกว่า 3,200 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 5.59 ล้านบาท ให้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อใช้ในกิจการของกระทรวง ส่งต่อไปยังผู้ที่ขาดแคลน กลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มเปราะบางในสังคม รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน

พิชัย จิราธิวัฒน์

การสนับสนุนในครั้งนี้ ครอบคลุมสินค้าหลากหลายหมวด อาทิ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ชุดชั้นใน และรองเท้า จากแบรนด์ชั้นนำภายใต้การดูแลของ CMG ได้แก่ GUESS, Lee, Hush Puppies, Jockey และ John Henry โดย CMG ให้ความสำคัญกับการส่งต่อสินค้าที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตในแต่ละวัน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือ

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด พร้อมด้วย ปิยนุช จิตสง่าเลิศ Head of GUESS Group และ ณัฐมน ศาสตรสาธิต Head of Corporate Marketing เป็นผู้แทน เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (CMG) ร่วมส่งมอบสิ่งของบริจาค โดยได้รับเกียรติจาก ชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ นพ. วัชรากร เลิศด้วยลาภ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้รับมอบ ณ อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

(ซ้าย) ณัฐมน ศาสตรสาธิต,สัมฤทธิ์ อนุภักดิ์, ปิยนุช จิตสง่าเลิศ, พิชัย จิราธิวัฒน์, ชนก จันทาทอง, นพ. วัชรากร เลิศด้วยลาภ และโชคชัย วิเชียรชัยยะ

ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะดำเนินการส่งต่อสิ่งของบริจาคไปยังหน่วยงานและกลุ่มผู้ขาดแคลนทั่วประเทศ เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งต่อความห่วงใยอย่างทั่วถึง สะท้อนความมุ่งมั่นของ CMG และแบรนด์ในเครือ

สินค้าและของใช้จำเป็นหลากหลายประเภทที่ร่วมบริจาค

Maui Jim คว้า ‘เฟย ภัทร เอกแสงกุล’ เปิดตัวแคมเปญใหม่ในประเทศไทย

17 กันยายน 2569 เวลา 13:08 น.

Maui Jim แบรนด์แว่นตากันแดดระดับไฮเอนด์ที่ได้รับการยอมรับในด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีเลนส์อันล้ำสมัย เปิดตัวแคมเปญล่าสุดในประเทศไทย พร้อมนำเสนอเสน่ห์ของการใช้ชีวิตกลางแจ้งที่ผสานประสิทธิภาพ งานออกแบบ และตัวตนของผู้สวมใส่เข้าไว้ด้วยกัน โดยครั้งนี้ได้นักแสดงและพิธีกรมากความสามารถอย่าง “เฟย” ภัทร เอกแสงกุล ผู้โดดเด่นด้วยไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟและรสนิยมการแต่งตัวอันเป็นเอกลักษณ์ มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของแคมเปญผ่านมุมมองและสไตล์ในแบบฉบับของเขา

ด้วยไลฟ์สไตล์ที่แอ็กทีฟ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเดินทาง หรือการทำกิจกรรมกลางแจ้ง เฟยสะท้อนให้เห็นถึงการใช้ชีวิตที่ผสานความหลงใหลในการออกไปสัมผัสธรรมชาติเข้ากับสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของแคมเปญ Maui Jim และแว่นกันแดดที่ออกแบบมาเพื่อมอบทัศนวิสัยที่คมชัดและประสิทธิภาพการมองเห็นในหลากหลายสภาพแวดล้อม

แคมเปญนี้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านหลากหลายโมเมนต์ในแบบฉบับของเฟย ตั้งแต่การใช้ชีวิตในแต่ละวัน การทำกิจกรรมกลางแจ้ง ไปจนถึงการออกรอบตีกอล์ฟ เผยให้เห็นถึงความหลากหลายของแว่น Maui Jim ที่ตอบโจทย์แต่ละกิจกรรมและจังหวะของการใช้ชีวิต พร้อมมอบประสิทธิภาพการมองเห็นระดับพรีเมียมควบคู่ไปกับสไตล์เหนือกาลเวลา

นอกจากนี้ ยังนำเสนอแว่นตาหลากหลายรุ่นจาก Maui Jim ที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น Ho’okipa Ultra, Ho’okipa Ultra G, แว่นทรงมาสก์ Miona รวมถึงกรอบแว่นสายตาจาก Optical Collection ใหม่ล่าสุด แต่ละดีไซน์ได้รับการสร้างสรรค์เพื่อมอบทัศนวิสัยที่คมชัด ความสบายในการสวมใส่ และสไตล์อันโดดเด่น ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Maui Jim ในการผสานนวัตกรรมเทคโนโลยีเลนส์ งานฝีมือระดับพรีเมียม และดีไซน์ร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกัน

Maui Jim ถือกำเนิดขึ้นบนชายหาดของเกาะเมาวี จากแนวคิดในการสร้างสรรค์แว่นกันแดดเพื่อปกป้องดวงตาจากแสงแดดอันเจิดจ้าของเกาะ ก่อนจะเติบโตสู่แบรนด์ระดับโลกที่ปัจจุบันวางจำหน่ายในกว่า 100 ประเทศ และเป็นที่รู้จักจาก “Aloha Spirit” อันเป็นเอกลักษณ์ การบริการที่ใส่ใจ ตลอดจนเทคโนโลยีเลนส์ PolarizedPlus2 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์

แว่นกันแดดทุกรุ่นได้รับการออกแบบให้สามารถป้องกันรังสียูวีที่เป็นอันตราย พร้อมลดแสงสะท้อน เพื่อมอบการมองเห็นที่คมชัดยิ่งขึ้น ทั้งในด้านสีสัน ความชัดเจน และรายละเอียด นอกจากนี้ Maui Jim ยังได้รับตรารับรองจาก Skin Cancer Foundation ในฐานะผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพในการกรองรังสียูวีสำหรับดวงตาและผิวหนังบริเวณรอบดวงตา ในปี 2022 Maui Jim ได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Kering Eyewear ภายใต้ Kering กลุ่มบริษัทลักชัวรีระดับโลก

ไปรษณีย์ไทย x สยามอะเมซิ่งพาร์ค ‘เปิด JiSOO Post Office’ ชวนแฟนทั่วโลกตามรอย ‘CLICK’ บนโลเคชันจริงของมิวสิกวิดีโอ

17 กันยายน 2569 เวลา 13:05 น.

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมกับ บริษัท สยามพาร์ค บางกอก จำกัด ผนึกกำลังร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “CLICK at Siam Amazing Park” นำแรงบันดาลใจจากมิวสิกวิดีโอเพลง “CLICK” ของ JISOO ศิลปิน K-POP ระดับโลกมาต่อยอดสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางมาสัมผัสได้จริง พร้อมตอกย้ำแนวคิด ‘Lifestyle Logistics Brand’ ของไปรษณีย์ไทย ผ่านการนำบริการและศักยภาพขององค์กรเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Fan Experience เพื่อยกระดับประสบการณ์ของแฟนๆ ให้เชื่อมโยงกับศิลปินที่ชื่นชอบมากยิ่งขึ้น หวังดึงพลัง Fandom Economy ต่อยอดสู่การสร้างเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระยะยาว

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือกับสยามอะเมซิ่งพาร์คในครั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยได้นำเอกลักษณ์และศักยภาพขององค์กรมาร่วมสร้างสีสันให้กับ “CLICK at Siam Amazing Park” ผ่านไฮไลต์สำคัญอย่างการเปิด “ปณ. JISOO” และ “ตู้ ปณ. JISOO 10230” เปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้เขียนข้อความ ส่งความรัก ความคิดถึง และกำลังใจไปถึง JISOO ผ่านจดหมายหรือโปสต์การ์ด นอกจากนี้ ยังมีคอลเลกชันพิเศษสำหรับแฟนๆ ทั้ง iStamp, Postcard และ PVC Card จำหน่ายภายใน ปณ. JISOO ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวยังสะท้อนทิศทางของไปรษณีย์ไทยในการก้าวสู่การเป็น Lifestyle Logistics Brand ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงส่งจดหมายหรือพัสดุ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมโยงผู้คนกับสิ่งที่รักและความสัมพันธ์ที่มีความหมาย ผ่านบริการและประสบการณ์ที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์และความสนใจของผู้คนในปัจจุบัน”

ภาพรวมของกิจกรรม “CLICK at Siam Amazing Park” สยามอะเมซิ่งพาร์คได้นำโลเคชันและบรรยากาศที่ปรากฏในมิวสิกวิดีโอ “CLICK” มาสร้างเป็นประสบการณ์ในพื้นที่จริง ให้แฟนๆ ได้ตามรอยสถานที่จากมิวสิกวิดีโอ พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมและจุดแลนด์มาร์กต่าง ๆ ภายในสวนสยาม ทั้งการถ่ายภาพและเก็บความทรงจำจากผลงานที่ชื่นชอบ โดยเปิดพื้นที่ให้แฟน ๆ จากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศได้สัมผัสประสบการณ์ที่เชื่อมโยงโลกบนหน้าจอกับสถานที่จริงในประเทศไทย และต่อยอดความชื่นชอบให้กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลในการเดินทางมาท่องเที่ยว

สำหรับไฮไลต์สำคัญจากไปรษณีย์ไทยของกิจกรรมในครั้งนี้แฟนๆ ชาวไทย – ชาวต่างชาติสามารถเขียนจดหมายหรือโปสต์การ์ดส่งถึง Jisoo จากที่ไหนก็ได้ทั่วโลก และจ่าหน้าซองส่งมายังตู้ ปณ. Jisoo 10230 หรือ P.O. BOX JISOO THAILAND 10230 โดยไปรษณีย์ไทยจะทำหน้าที่รวบรวมจดหมายเหล่านี้เพื่อส่งต่อให้ Jisoo ต่อไป ทั้งนี้ แฟน ๆ ที่เดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ ณ JISOO Post Office ยังสามารถฝากส่งจดหมาย-โปสต์การ์ด พร้อมประทับตราประจำวันแบบพิเศษ ที่จัดทำขึ้นแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่สยามอะเมซิ่งพาร์คเท่านั้น

นอกจากนี้ ภายใน JISOO Post Office ยังมีคอลเลกชันพิเศษสำหรับแฟนๆ ทั้ง iStamp, Postcard และ PVC Card รวมถึงสินค้าไปรษณีย์ไทยอื่นๆ สำหรับเลือกซื้อและเก็บสะสมเป็นที่ระลึก พร้อมเปิดให้บริการฝากส่งด่วน EMS ในอัตราค่าบริการเหมาจ่ายตามขนาดกล่อง/ ซอง และบริการส่งของแบบเหมากล่องไปต่างประเทศ Travel Lite World รับส่วนลดค่าบริการ 5% ทุกขนาดกล่องและทุกปลายทาง เฉพาะภายในงาน โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น. พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก Post Family สามารถแลกรับส่วนลดเข้าสวนสยาม จากราคา 1,000 บาท เหลือ 300 บาท เที่ยวได้ทั้งสวนน้ำและสวนสนุกแบบไม่อั้นตลอดทั้งวัน

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงครั้งใหม่กับ CLICK at Siam Amazing Park ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด https://www.facebook.com/thailandpost.co.th และ สยามอะเมซิ่งพาร์คhttps://www.facebook.com /siamamazingpark

Balenciaga เปิดตัวกระเป๋า Hourglass พร้อมคอลเล็กชั่น Winter 26

17 กันยายน 2569 เวลา 13:02 น.

Balenciaga เปิดตัวกระเป๋ารุ่น Hourglass Avenue เป็นครั้งแรกพร้อมกับคอลเล็กชั่น Winter 26, ClairObscur ซึ่งเป็นการนำซิลูเอตอันเป็นเอกลักษณ์ของเมซงอย่าง Basque Waist หรือ Hourglass มาตีความใหม่

เริ่มต้นจากการตีความใหม่ของลวดลายพื้นถิ่นโดย Cristóbal Balenciaga ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกทางวัฒนธรรมของแคว้นบาสก์บ้านเกิดของเขา รูปทรง Hourglass ได้กลายเป็นองค์ประกอบที่ปรากฏอย่างต่อเนื่องในเรื่องราวของแบรนด์

กระเป๋ารุ่น Hourglass ของ Balenciaga ซึ่งเปิดตัวพร้อมคอลเล็กชั่น Winter 2019 ในฐานะหนึ่งในไอคอนของแบรนด์ ฐานกระเป๋าที่ได้รับการออกแบบให้มีรูปทรงเฉพาะตัวทำให้กระเป๋าไม่แนบสนิทไปกับพื้นผิวเรียบ สะท้อนแนวคิดดั้งเดิมของโครงสร้างที่ดูเสมือนลอยตัว

ในปี 2026 ซิลูเอตดังกล่าวได้รับการตีความใหม่อีกครั้งโดย Pierpaolo Piccioli ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ ในรูปแบบของ Hourglass Avenue กระเป๋าที่ผสานความสง่างามอันโดดเด่นเข้ากับฟังก์ชันการใช้งาน โดยให้ความสำคัญกับความงดงามของรูปทรงมากกว่าความแข็งเป็นทรง นำเสนอการออกแบบที่มีโครงสร้างลื่นไหลมากขึ้น ขณะเดียวกันยังคงไว้ซึ่งเส้นโค้งอันเป็นเอกลักษณ์ของชื่อ Hourglass กระเป๋า Balenciaga รุ่น Hourglass Avenue โดดเด่นด้วยรูปทรงที่ทั้งคงโครงสร้างและดูผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน พร้อมหูหิ้วแบบบานพับที่เพิ่มความสะดวกในการถือเมื่อใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ

สายสะพายแบบครอสบอดี้ที่สามารถถอดออกได้ ช่วยเพิ่มความอเนกประสงค์และฟังก์ชันการใช้งานให้กับกระเป๋า ฝากระเป๋าด้านบนแบบพับได้มาพร้อมตัวล็อก ซึ่งประกอบด้วยแถบโลหะมินิมัลสองชิ้นพร้อมการสลักข้อความเรียบง่ายว่า “Balenciaga 10 Avenue George V” อันเป็นที่อยู่ห้องเสื้อของ Cristóbal Balenciaga ในกรุงปารีส และยังเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของแบรนด์ในปัจจุบัน

กระเป๋ารุ่นนี้มีสัมผัสนุ่มนวลแต่ยังคงรูปทรงที่มีโครงสร้าง ผลิตจากหนัง Box ที่ผ่านการปรับดีไซน์ใหม่ โดยความเงางามของหนังช่วยขับเน้นรอยย่นตามธรรมชาติและการเคลื่อนไหวของวัสดุ

กระเป๋า Balenciaga รุ่น Hourglass Avenue ในสีดำ สีเรซิ่น สีแดงคามิน สีขาว และหนังลูกวัว Box สีดำเงาพิมพ์ลายภาพถ่าย วางจำหน่ายที่สโตร์ของ Balenciaga ที่ได้รับการคัดเลือกทั่วโลก และบนเว็บไซต์ balenciaga.com