กรุงเทพประกันภัย จับมือ กรมสุขภาพจิต สร้างสุขภาวะทางใจที่ดี ต่อยอดแนวคิด ‘ยินดีที่ได้รู้ใจ’ รณรงค์ให้ความรู้ภัยเงียบปัญหาสุขภาพจิต

กรุงเทพประกันภัย จับมือ กรมสุขภาพจิต สร้างสุขภาวะทางใจที่ดี ต่อยอดแนวคิด ‘ยินดีที่ได้รู้ใจ’ รณรงค์ให้ความรู้ภัยเงียบปัญหาสุขภาพจิต

กรุงเทพประกันภัย จับมือ กรมสุขภาพจิต สร้างสุขภาวะทางใจที่ดี ต่อยอดแนวคิด ‘ยินดีที่ได้รู้ใจ’ รณรงค์ให้ความรู้ภัยเงียบปัญหาสุขภาพจิต

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.44 น.

ด้วยความตระหนักถึงการส่งเสริมดูแลสุขภาพจิตของเยาวชน บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าโครงการเชิงรุกเพื่อสังคม จัดกิจกรรม กรุงเทพประกันภัย ส่งเสริมสุขภาพใจ ใส่ใจสุขภาพจิต ภายใต้แนวคิด “ยินดีที่ได้รู้ใจ” เพื่อรณรงค์ให้ความรู้ สร้างความตระหนัก และ สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะทางใจ

ในงานได้รับเกียรติจาก ดร. สุภาภรณ์ ศิวกีรัตตนะ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต และนายทัศพงศ์ บุศยพลากร ผู้อำนวยการ ธุรกิจลูกค้ารายย่อย บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นประธานเปิดงาน ณ ห้องประชุมใหญ่ RBAC Hall มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต

กิจกรรมภายในงานมุ่งเน้นไปยังการสร้างความเข้าใจเชิงลึกเพื่อนำไปสู่การตระหนักถึงภัยเงียบของปัญหาสุขภาพจิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะทางใจ การมีสุขภาพจิตที่ดี การทำความเข้าใจต่อภาระทางจิตใจ ซึ่งอาจเกิดจากการถูกคาดหวังหรือความต้องการการยอมรับในโลกโซเชียล การจัดการกับสภาวะอารมณ์ของตัวเอง และการดูแลคนรอบข้างอย่างเหมาะสม ผ่านรูปแบบกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ นิทรรศการให้ความรู้แบบ Interactive และสื่อวิดีโอกราฟิกที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน 4 คาแรกเตอร์ ได้แก่ น้องรู้ใจ น้องใส่ใจ น้องเปิดใจ และน้องเบาใจ

นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนาที่เจาะลึกทั้งการดูแลสุขภาพกายและใจ โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีประสบการณ์ตรง ได้แก่ แพทย์หญิงญานิกา วลีอิทธิกุล รองผู้อำนวยการกองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต ,เขื่อน ภัทรดนัย เสตสุวรรณ นักจิตบำบัดและเจ้าของแคมเปญ “จุดพักใจ” และ หมอฟรัง นรีกุล เกตุประภากร นักแสดงและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมอง แชร์ประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักศึกษา

พญ. ญานิกา วลีอิทธิกุล

พญ. ญานิกา วลีอิทธิกุล กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างอารมณ์เศร้าปกติกับโรคซึมเศร้า รวมถึง ข้อควรระวังในการวินิจฉัยโรคเองจากโซเชียลมีเดียว่า “อารมณ์เศร้าเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องเคยเจอเวลามีเรื่องกระทบจิตใจ แต่โรคซึมเศร้าคือสภาวะที่เศร้าต่อเนื่องยาวนานจนกระทบต่อร่างกาย ความคิด และอารมณ์ ยิ่งตอนนี้วัยรุ่นใช้เวลาอยู่ในโลกโซเชียลค่อนข้างเยอะ ปัญหาคือคนเรามักจะมองหาจุดเชื่อมโยงว่า อาการที่เกิดขึ้นเหมือนจะเป็นโรคซึมเศร้าตามที่ได้ทราบมา ทั้งที่จริงอาจเป็นเพียงความเศร้าชั่วขณะ หากสงสัยว่าตัวเองเข้าข่ายหรือไม่ เราแนะนำให้ปรึกษาจิตแพทย์หรือโทรสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 เพื่อขอคำแนะนำแทนการรีบตีตราตัวเองว่ามีความผิดปกติ”

ส่วนศัพท์ใหม่อย่างเทรนด์ Bed Rotting หรือการนอนเปื่อยอยู่บนเตียงทั้งวัน ซึ่งวัยรุ่นต่างบอกว่า มันคือการชาร์จแบต แต่ผู้ใหญ่กลับมองว่าขี้เกียจ แพทย์หญิงญานิกา แสดงความคิดเห็นว่า “ถ้าทำในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อผ่อนคลายร่างกายและสมองก็ถือว่ามีประโยชน์และช่วยชาร์จพลังได้ แต่ไม่ควรทำติดต่อกันนานเกินไป เพราะอาจส่งผลเสียให้สมองสับสน โดยสมองจะแยกไม่ออกว่าเตียงคือที่นอนหลับหรือที่พักผ่อน หรือหากทำติดต่อกันนานๆ อาจกลายเป็นการนอนเพื่อหนีปัญหา ไม่กล้าเผชิญหน้าความจริง ร่างกายเฉื่อยชา จนสมองแยกไม่ออกระหว่างการพักกับการหนี ไม่เพียงเท่านั้น                    การนอนนานๆ ยังทำให้ความตื่นตัวลดลง ร่างกายเฉื่อยชา ความกระตือรือร้นหรือความอยากทำสิ่งต่างๆ หดหาย และอาจกลายเป็นคนหมดไฟได้ในท้ายที่สุด ดังนั้น เราจึงต้องมีสติรู้ตัวอยู่ตลอดว่าทำเพื่อผ่อนคลายและต้องทำอย่างพอเหมาะ ข้อสำคัญคือต้องไม่กระทบความรับผิดชอบในชีวิตประจำวัน หากทำแล้วหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง ก็ถือว่าอยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ อีกทั้งยังจะช่วยเปลี่ยนมุมมองของผู้ใหญ่ที่มีต่อการกระทำนี้จากความขี้เกียจให้เข้าใจว่าเป็นการพักผ่อนที่มีคุณภาพด้วย”

เขื่อน ภัทรดนัย เสตสุวรรณ

เขื่อน ภัทรดนัย เสตสุวรรณ กล่าวถึงสาเหตุที่โซเชียลมีเดียส่งผลให้เกิดนิสัย People Pleasing การยอมตามใจคนอื่นเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ ซึ่งมีที่มามาจากกลไกทางจิตใจและความกดดันทางสังคมว่า “โซเชียลมีเดียสร้างบรรยากาศที่ทำให้ทุกคนรู้สึกว่า ฉันต้องเก่ง ต้องดัง และต้องเพอร์เฟกต์ เมื่อไม่สามารถทำได้ตามภาพที่เห็นจึงเกิดเป็นความกดดันต่อตัวเองอย่างหนัก คนที่มีแนวโน้มเป็น People Pleaser มักจะผูกคุณค่าและความรู้สึกดีของตัวเองไว้กับการถูกยอมรับ แต่ก็แฝงไปด้วยความกลัวว่าจะไม่ถูกรัก โซเชียลมีเดียจึงกลายเป็นพื้นที่ที่คนกลุ่มนี้พยายามทำทุกอย่างให้คนอื่นชอบและมองว่าตนเองเก่ง ทั้งหมดเพื่อใช้เสียงตอบรับจากคนอื่นเป็นเหมือนกระจกสะท้อนยืนยันคุณค่าในตัวเอง”

นอกจากนี้ เขื่อนได้เสริมถึงการดูแลสุขภาพใจของตัวเองว่า “สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องมีภูมิคุ้มกันและรู้เท่าทันตัวเอง บางคนภายนอกดูยิ้มแย้มแต่ข้างในพังทลาย สิ่งนี้เรียกว่า Smiling Depression หรืออีกคำที่นิยมใช้คือ Duck Syndrome เปรียบเหมือนเป็ดที่กำลังลอยน้ำอย่างสง่างาม แต่ขาต้องตะเกียกตะกายอย่างหนักอยู่ใต้น้ำ ซึ่งมักพบในคนที่มีภาวะเครียด ซึมเศร้า หรือ Burnout สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความกดดันในสังคมโซเชียลมีเดีย ซึ่งจริงๆ เราไม่จำเป็นต้องเก่งตลอดเวลาก็ได้ สำหรับการเป็นมนุษย์คนหนึ่ง การรู้สึกไม่ไหวหรือรู้สึกไม่ดีพอ ถือเป็นเรื่องปกติมาก ถ้าเรารู้สึกว่าใจเราไม่ไหวแล้ว เราสามารถเดินเข้าไปขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญได้เลย เพราะการเอ่ยปากขอความช่วยเหลือไม่ใช่เรื่องน่าอาย”

หมอฟรัง นรีกุล เกตุประภากร บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการดูแลใจและมุมมองต่อความสำเร็จของคนในยุคนี้ที่มักมาพร้อมความกดดันว่า “เราควรหันมาโฟกัสตัวเองมากกว่าเสียงรอบข้าง เพราะสุขภาพใจเป็นสิ่งสำคัญมาก เดิมทีเราก็เคยเป็นคนที่กดดันตัวเองและพยายามทำให้ทุกคนพอใจ จนตัวเองเป็นทุกข์ แต่สุดท้ายก็ได้เรียนรู้ว่าในวันที่ทุกข์ที่สุด คนที่อยู่กับเราก็คือตัวเราเอง เพราะฉะนั้นเราจึงต้องพร้อมปล่อยวางผลลัพธ์ภายนอกที่ไม่เป็นดั่งใจอยู่เสมอ และเมื่อเจอปัญหา อย่ามัวแต่ Zoom In จนเห็นเพียงมุมมองแคบๆ แต่อยากให้ลอง Zoom Out ถอยออกมามองภาพกว้างเพื่อจะได้เห็นว่าชีวิตยังมีด้านดีอื่นๆ อีก เช่น ครอบครัว เพื่อน การมีสุขภาพดี หรือการมีอากาศหายใจ นอกจากนี้ เรายังควรดูแลร่างกาย กินอาหารดีๆ และนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ เพราะบางครั้งการตื่นมาด้วยความสดชื่นก็ช่วยเปลี่ยนมุมมองได้”

ในยุคที่สังคมกดดันให้ต้องรวยเร็วหรือประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย หมอฟรังมองว่า “ภาพความสำเร็จและความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราไม่จำเป็นต้องมีเงิน 100 ล้าน ตอนอายุ 30 เสมอไป เราควรถามตัวเองให้ชัดเจนว่า เป้าหมายจริงๆ คืออะไร การมีความทะเยอทะยานเป็นสิ่งที่ดีหากช่วยให้เราพัฒนาตัวเองและยังมีความสุขได้ แต่ความสุขไม่ควรอยู่ที่ปลายทางเพียงอย่างเดียว มันควรเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางด้วย และการเป็นคนธรรมดาก็ไม่ใช่เรื่องผิด บางทีความสำเร็จอาจเป็นเพียงการได้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีความสุขกับครอบครัว และสิ่งสำคัญที่สุดคือการได้รักตัวเอง” 

กรุงเทพประกันภัย มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเกราะป้องกันทางใจที่แข็งแกร่งให้แก่นักศึกษาและผู้ร่วมกิจกรรม รวมถึงได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนสังคมให้เป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างและ มีความเข้าใจในเรื่องสุขภาพจิตมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการคำปรึกษาด้านสุขภาพจิตสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมสุขภาพจิต โทร. 1323

กลับมาอีกครั้ง Mango Art Festival 2026: ปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์สู่ระดับ ‘ICON’

กลับมาอีกครั้ง Mango Art Festival 2026: ปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์สู่ระดับ 'ICON'

กลับมาอีกครั้ง Mango Art Festival 2026: ปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์สู่ระดับ ‘ICON’

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.41 น.

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งกับเทศกาลศิลปะที่เต็มไปด้วยสีสันที่สุดในประเทศไทย Mango Art Festival 2026 ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 อย่างสง่างาม ภายใต้คอนเซปต์ ‘ICON’ พื้นที่รวบรวมปรากฏการณ์ทางศิลปะและการออกแบบที่จะเปลี่ยน “แรงบันดาลใจ” ให้กลายเป็น “ตำนาน”

ในปีนี้ Mango Art Festival มุ่งเน้นการนำเสนอพลังของศิลปะร่วมสมัย เฉลิมฉลองพลังของศิลปะและการออกแบบ  ที่สามารถใช้ผืนผ้าใบ วัสดุ สิ่งธรรมดาต่างๆ หรือแม้กระทั่งความคิดชั่วขณะและแรงบันดาลใจรอบตัว ให้กลายเป็นผลงานที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น (Identity) จนกลายเป็นไอคอนที่ไร้พรมแดนและอยู่เหนือกาลเวลา

ปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นตำนาน! ผ่านศิลปะร่วมสมัย ดีไซน์ แฟชั่น งานคราฟต์ ไปจนถึงการแสดงสดที่ปลุกทุกประสาทสัมผัส จัดแสดงระหว่างวันที่ 4-8 มีนาคม 2569 ณ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

Mango Art Festival 2026 ยังคงยึดมั่นในการเชื่อมต่อศิลปะเข้ากับชีวิตประจำวัน พร้อมเป็นพื้นที่ในการ Cross Over ของความคิดสร้างสรรค์จากศิลปินและนักออกแบบทั้งชาวไทยและต่างชาติ ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะ Vibrant Hub แห่งวัฒนธรรมร่วมสมัยของเอเชีย

ภายในงานแบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 โซนหลัก ที่สะท้อนมุมมองศิลปะหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ Gallery Zone: แหล่งรวมผลงานสร้างสรรค์จากแกลเลอรีชั้นนำทั้งในและต่างประเทศทั้ง YOD TOKYO & Editions จากญี่ปุ่น, gallery. sort of. จากฟิลิปปินส์, A4 ART GALLERY จากมาเลเซีย และอื่นๆ Independent Artist Zone: พื้นที่ปล่อยของสำหรับศิลปินอิสระที่มาพร้อมไอเดียสดใหม่จากหลากหลายพื้นที่ทั่วไทยและต่างประเทศ ปีนี้มีไฮไลท์ทั้ง JOAN CORNELLÀ, Janfive Studio, Bonyuki, BGC Glass Studio, Emon Surakitkoson, Nawat Cubic และอีกมากมายกว่า 100 ศิลปิน

Newcomer Zone: พื้นที่แจ้งเกิดของศิลปินรุ่นใหม่ 95 คน ที่พร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็น ICON คนต่อไป  Craft Zone: การประยุกต์งานหัตถกรรมดั้งเดิม สู่งานดีไซน์ที่ทันสมัยและยั่งยืน  Special Exhibition Zone: นิทรรศการสุดพิเศษ ที่จัดทำขึ้นเฉพาะในงานนี้เท่านั้น ทั้ง Little Man โดย TOR ที่สร้างปรากฏการณ์เมื่อปีที่แล้วในงาน Treasure Discovered 2025 ในช่วง Chiang Mai Design Week และ Special Collection curated by Nim Niyomsin  และ Main Stage: พื้นที่สำหรับการแสดงสดโดย Performer จากหลากหลายแขนง และกิจกรรมพูดคุย (Talk) จากเหล่าผู้ทรงอิทธิพลในวงการสร้างสรรค์

Mango Art Festival ไม่ใช่แค่เทศกาลศิลปะ แต่คือบทสนทนาระหว่างไอเดีย ผู้คน และเมือง พื้นที่ที่ความธรรมดากลายเป็นพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ ที่ทุกคนสามารถค้นหาความหมายของคำว่า ‘ICON’ ในแบบของตัวเอง จัดแสดงวันที่: 4 – 8 มีนาคม 2569  ณ  ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก (River City Bangkok) ชั้น 1 และ 2 ข้อมูลเพิ่มเติมติดตามได้ที่  FB/IG: MangoArtFestival และ Website: https://www.mangoartfestival.com/

ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงบรรยายพิเศษ เรื่อง “การเกิดโรคมะเร็ง” พระราชทานแก่นักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ ๓ คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ ๕

ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงบรรยายพิเศษ เรื่อง “การเกิดโรคมะเร็ง” พระราชทานแก่นักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ ๓ คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ ๕

ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงบรรยายพิเศษ เรื่อง “การเกิดโรคมะเร็ง” พระราชทานแก่นักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ ๓ คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ ๕

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.23 น.

ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปยังอาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ ทรงบรรยายพิเศษ เรื่อง “การเกิดโรคมะเร็ง หรือ Oncogenesis (อองโคจีเนซิส)” พระราชทานแก่นักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๓) ชั้นปีที่ ๓ รุ่นที่ ๔ ภาคการศึกษาที่ ๒ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ ของคณะแพทยศาสตรศรีสวางควัฒน  โดยมีรักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน, ดร.ฐากูร พานิช, นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ และ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีรภัทร อึ้งตระกูล รักษาการคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน  พร้อมผู้บริหารและคณาจารย์ เฝ้ารับเสด็จและเข้าร่วมรับฟังการบรรยาย  รวมจำนวน  ๔๑ คน

 สำหรับครั้งนี้ ทรงบรรยายถึงการใช้เทคโนโลยี CRISPR/Cas9(คริสเปอร์-แคสไนน์) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีตัดต่อยีนในการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นความหวังใหม่ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งที่มีประสิทธิภาพและมีผลข้างเคียงต่ำ ทั้งนี้จากการวิจัย พบว่าการยับยั้งยีน หลายประเภท เช่น CD133 miR3064  สามารถทำให้เซลล์มะเร็งลดการเจริญเติบโตและลดการแพร่กระจายได้จริง รวมทั้งอาจเพิ่ม อัตราการตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดด้วย ทั้งนี้ได้มีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในการรักษาโรคเลือดบางชนิดที่เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม  โดยได้รับรับรองจากองค์การอาหารและยาในยุโรปและอเมริกา  นอกจากนี้อาจนำไปใช้ในการตัดแต่งพันธุกรรมของ T-cell ที่เรียกว่า CAR-T cell therapy เพื่อรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิดได้ด้วย  ในส่วนกลไกการกระตุ้นภูมิคุ้มกันโดยการตัดต่อพันธุกรรมของ T-cells เพื่อรักษามะเร็งชนิดอื่นๆ เช่นมะเร็งปอดหรือมะเร็งกระดูก ยังอยู่ในกระบวนการวิจัยทางคลินิกเช่นกัน แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีความท้าทายอีกหลายประการ ซึ่งความรู้ระดับยีนและ ชีวโมเลกุลของโรคมะเร็ง จะช่วยทำให้ เกิดความเข้าใจ กลไกการเกิดโรคและการรักษาโรคที่ถูกต้อง นำไปสู่การรักษามะเร็งอย่างมีเป้าหมายและเป็นการรักษาเฉพาะบุคคลได้ต่อไปในอนาคต

โอกาสนี้ มีพระดำรัส พระราชทานแก่นักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต  คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ชั้นปีที่ ๓ รุ่น ๔  ความว่า “ถ้าเราพัฒนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น ให้สามารถนำไปใช้ในวิชาชีพการเป็นแพทย์ของเราจะทำให้ประสบความสำเร็จได้มากขึ้น”

คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นโรงเรียนแพทย์ลำดับที่ ๒๓ ของไทย ได้รับการรับรองตามเกณฑ์มาตรฐานสากลของ World Federation for Medical Education โดยสถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาแพทยศาสตร์และแพทยสภา จัดการเรียนการสอนในหลักสูตรที่ทันสมัยทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก เพื่อมุ่งผลิตบัณฑิตแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นผู้นำด้านสุขภาพและการบริการทางการแพทย์ ที่มีความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จเปิดงาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 73

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จเปิดงาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 73

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จเปิดงาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 73

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.16 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ (Bangkok Gems and Jewelry Fair) ครั้งที่ 73 จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ผู้อำนวยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (GIT) ผู้ร่วมจัดงาน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

“บางกอกเจมส์” นับเป็นงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญ 1 ใน 4 ของโลก และเป็นกลไกหลักในการตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของโลก เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยทุกระดับ ได้พบและเจรจาการค้ากับคู่ค้าจากทั่วโลก สร้างเครือข่ายและพันธมิตรทางธุรกิจ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมถึงเป็นเวทีสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทย ช่วยตอกย้ำจุดเด่นของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยในเรื่องคุณภาพ ความประณีต ทักษะฝีมือเชิงช่างชั้นสูง ในระดับโลกอีกด้วย

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงตัดแถบแพรเปิดงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับครั้งที่ 73 และทอดพระเนตรนิทรรศการ ‘TREASURE OF DREAMS’ SIRIVANNAVARI X BEAUTY GEMS ซึ่งเป็นการจัดแสดงคอลเลกชั่นจิวเวลรี่ชั้นสูง ทรงออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสร้างสรรค์โดยช่างฝีมือชั้นสูงของไทย เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่สากล

ศุภจี สุธรรมพันธุ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กราบทูลถวายรายงานความโดยสังเขปว่า อัญมณีและเครื่องประดับไทย ถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นหนึ่งในสามสินค้าส่งออกหลักที่ทำรายได้สูงสุดมาอย่างต่อเนื่อง กว่า 4 แสนล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้เริ่มจัดงานแสดงสินค้า Bangkok Gems and Jewelry Fair เป็นครั้งแรกในปี 2526 ปัจจุบัน งาน Bangkok Gems นับเป็นงานแสดงสินค้าจิวเวลรี่สำคัญ 1 ใน 4 ของโลก

งานแสดงสินค้า Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 73 จัดขึ้นระหว่างนี้จนถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง…เชิญชมลิเกโรงใหญ่ เรื่อง ‘ดวงใจแม่’

โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง...เชิญชมลิเกโรงใหญ่ เรื่อง 'ดวงใจแม่'

โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง…เชิญชมลิเกโรงใหญ่ เรื่อง ‘ดวงใจแม่’

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.12 น.

เชิญชมสุดยอดศิลปวัฒนธรรมการแสดงลิเกพื้นบ้าน โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง จัดการแสดงลิเกโรงใหญ่ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง สืบสานการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านให้คงอยู่ไม่เสื่อมหายไปตามกาลเวลา เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ร่วมชมความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทยผ่านความบันเทิง ความสนุกสนาน ในรูปแบบการแสดงลิเกของบรมครูลิเก “ดอกดิน เสือสง่า” ที่แสดงสืบต่อกันมากว่า 100 ปี จากรุ่นสู่รุ่น  ถ่ายทอดเรื่องราวความรักผ่านสายใย “ดวงใจแม่” แสดงโดยลิเกโรงใหญ่ คณะพงษ์ศักดิ์ สวนศรี เรื่อง “ดวงใจแม่” วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 รอบ 13.00 น. ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง

นำทีมโดยพระเอกลิเกโรงใหญ่ ผู้มีหัวใจรักในการแสดงลิเกเป็นชีวิตจิตใจ อ.พงษ์ศักดิ์ สวนศรี พบกับการรวมตัว พระเอก – นางเอก ลิเกรุ่นใหม่ นีโน่ สุดที่รัก & แน็กกี้ ธเนศพิพัฒ พระเอกจากคณะสองเทพบุตร
สุดที่รัก ต้อม นิรันดร์ พระเอกหน้าหวาน – เสียงมีเสน่ห์ ผู้รักการแสดงลิเกดั่งชีวิต  พระ – นาง The Golden Song : โตโต้ ธนเดช  ม้ามืดแห่งวงการลิเก ขวัญใจแม่ยก  ซาย ภิสา สวนศรี ทายาทผู้สืบทอดลิเกคณะพงษ์ศักดิ์ สวนศรี  บิ๊ก จักริน หนุ่มหน้ามน คนเมืองเหนือเจ้าของฉายา “ลิเกหมอลำ”  พลอย อิสรีย์ภัค นักร้องสาวเสียงใส  นัท มาลิสา อดีตศิลปินที่เคยมีผลงานเพลงที่มียอดรับชมสูงถึง 24 ล้านวิว ร่วมด้วยนักแสดงลิเกมากฝีมือ บลู รุ้งจรัส, แป้ง วนารี, โน๊ต ภูวนัย, เอ ธงชัย, โดนัท สุดที่รัก, แก้วตา สวนศรี, โตโต้ แดนซ์, หลุยส์ ชวนชื่น, โบย่า ฯลฯ บรรเลงโดย วงดนตรีปี่พาทย์พิกุลทอง และวงเฉลิมราชย์ ร่วมด้วย คณะนักแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุง กำกับการแสดงโดย อ.พงษ์ศักดิ์ สวนศรี – ไพรัช สวนศรี

“ดวงใจแม่” การแสดงลิเกโรงใหญ่ “ดวงใจแม่” นำเค้าโครงเรื่องของเมืองสองเมืองที่มีเขตชายแดนติดต่อกัน เมืองหนึ่งคือเมืองโยธการาชธานี เป็นเมืองนักล่าอาณานิคม มีกษัตริย์ฟ้าลั่นเป็นผู้ปกครองเมือง แต่ผิดหวังในความรักจากหญิงหนึ่งมีนามว่า ขัตติยานี ซึ่งนางนั้นมีใจให้กับกษัตริย์วิเชียรรัตน์ แห่งเมืองโกสัมภีราชนิเวศ กษัตริย์ฟ้าลั่นมีความแค้นต่อกษัตริย์ วิเชียรรัตน์ จึงยกกองทัพมาชิงนางถึงเมืองโกสัมภีราชนิเวศ เมื่อเกิดสงครามจึงทำให้เกิดการพลัดพรากจากกัน แต่ดวงชะตาฟ้าลิขิตให้ต้องพบกันอีกครั้ง สอนให้รู้ถึงความรักและคุณของบิดามารดาที่ยิ่งใหญ่ เสียสละและให้อภัยต่อผู้เป็นลูกเสมอ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรติดตามรับชมการแสดงได้ที่เวทีโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง

พลาดไม่ได้ รอบเดียวเท่านั้น!! วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง บัตรราคา 1,200 บาท ทุกที่นั่ง จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่ศาลาเฉลิมกรุง โทร. 0-2225-8757-8 และไทยทิคเก็ตเมเจอร์ http://www.thaiticketmajor.com

ภัยเงียบ ‘หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท’ รักษาไม่ตรงจุดเสี่ยงพิการ

ภัยเงียบ ‘หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท’ รักษาไม่ตรงจุดเสี่ยงพิการ

ภัยเงียบ ‘หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท’ รักษาไม่ตรงจุดเสี่ยงพิการ

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังเผย หากมีอาการปวดคอ ร่วมกับอาการปวดร้าวลงแขน อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท เร่งพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัย รักษาช้า ไม่ตรงจุด เสี่ยงพิการถาวร

นายแพทย์ ฐปนัตว์ จันทราภาส แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส สไปน์ เผยว่า โรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท เป็นโรคที่เกิดจากการที่หมอนรองกระดูกระดับคอมีการเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งปกติ และทำให้เกิดการกดเบียดเส้นประสาท หมอนรองกระดูกคอมีโอกาสเสื่อมก่อนวัยได้ จากการใช้งานคอหนักๆ ทั้งการก้มเงยแบบสุดๆ หรือการโยกคอแรงๆ หรือการก้มหน้าทำงานในยุคปัจจุบัน ล้วนแต่เป็นการใช้งานหมอนรองกระดูกคออย่างหนักทั้งสิ้น

นายแพทย์ ฐปนัตว์ จันทราภาส แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส สไปน์ 

หากคุณรู้สึกตึงๆ ที่หลังคอ ปวดหัวบริเวณท้ายทอย ปวดที่บริเวณสะบักร้าวลงแขน ชาที่นิ้วมือ หรือปวดเหมือนไฟฟ้าช็อต มืออ่อนแรงติดกระดุมไม่ได้ ทานยามานานเกินกว่า 1 เดือน แล้วไม่หาย นี่คือสัญญาณเสี่ยงของโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท หากปล่อยให้เกิดการกดทับไว้นานเท่าไหร่ จะทำให้เกิดอาการชาและอ่อนแรงของแขนและเสียการทรงตัวได้ ทางที่ดีควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และประเมินหาแนวทางรักษา

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท เกิดจากอุบัติเหตุการกระแทกรุนแรง หรือ  เกิดจากการเดิน ยืน นั่ง ที่ผิดท่า หรือการเล่นกีฬาผิดวิธี การนั่งทำงานหรือก้มหน้าเป็นเวลานาน ซึ่งการก้มเงยศีรษะ หัน หรือ บิดคออย่างรวดเร็วรุนแรง จะทำให้เกิดแรงกดไปยังหมอนรองกระดูกคอมากขึ้น ทำให้หมอนรองกระดูกคอต้องรับน้ำหนักมาก และเกิดการบาดเจ็บได้ง่าย

สำหรับการวินิจฉัย หากอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยานานกว่า 1 เดือน แพทย์จะตรวจร่างกาย ตรวจคอและระบบประสาทส่วนคอ ร่วมกับการวินิจฉัยเพิ่มเติม โดยการทำ X-RAY ร่วมกับการทำ MRI เพื่อหาสาเหตุที่แท้แพทย์จะตรวจระบบประสาทส่วนคอด้วยการทำ X-ray ร่วมกับการทำ MRI เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

แนวทางการรักษาโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท ปัจจุบันมีเครื่องมือการรักษาที่ทันสมัยและช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ 1.อาการไม่รุนแรงมาก อันดับแรกหากมีอาการปวดให้ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ถ้าปรับแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์จะใช้ยาแก้ปวด ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดที่เหมาะสม อาการอาจจะดีขึ้นตามลำดับภายในไม่กี่สัปดาห์

2.ผู้ป่วยที่มีข้อบงชี้ในการรักษาด้วยการผ่าตัด ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะมีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ เรื้อรัง หรือ ปวดต้นคอท้ายทอย มานาน รักษาแล้วอาการปวดยังไม่ดีขึ้น ปวดร้าวลงแขน ชาหรืออ่อนแรง ที่มือและแขน ที่เกิดจากการกดทับเส้นประสาท หรือ ไขสันหลังส่วนคอ

การผ่าตัดมีหลายวิธี แต่วิธีใหม่แบบ Minimally lnvasive Spine Surgery หรือ MIS Spine คือ แพทย์จะทำการผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนคอทางด้านหลัง ด้วยเทคนิค PSCD (Percutaneous Stenoscopic Cervical Decompression) เพื่อขยายช่องกระดูกสันหลังส่วนคอ และทำการนำกล้องเอ็นโดสโคป ที่มีความละเอียดสูงเข้าไปในช่องว่างภายในกระดูกคอเพื่อนำหมอนรองกระดูกที่กดทับเส้นประสาทออกมา และขยายโพรงเส้นประสาทที่แคบให้กว้างขึ้น ลดการกดทับไขสันหลังและเส้นประสาท หลังจากได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้วผู้ป่วย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำหลังการผ่าตัด ของแพทย์เพื่อการหายอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดหมอนกระดูกสันหลังส่วนคอ ด้วยเทคนิคแบบ PSCD ถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ ดังนั้นจึงต้องใช้ความเชี่ยวชาญของแพทย์เฉพาะทางควบคู่ในการรักษาผู้ป่วยทำให้ไม่เป็นที่แพร่หลาย และจะพบได้ที่โรงพยาบาลเฉพาะทางที่รักษาโรคกระดูกสันหลังโดยเฉพาะ ทั้งนี้ สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลเอส สไปน์ โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โทร. 02 034 0808

เนื้องอกกระดูกสันหลัง กับอาการปวดหลัง แค่ไม่ใช่ปวดหลัง

เนื้องอกกระดูกสันหลัง กับอาการปวดหลัง แค่ไม่ใช่ปวดหลัง

เนื้องอกกระดูกสันหลัง กับอาการปวดหลัง แค่ไม่ใช่ปวดหลัง

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เนื้องอกกระดูกสันหลัง คือก้อนของเซลล์ที่ผิดปกติ ที่อยู่ภายในกระดูกสันหลัง หรือ รอบๆ กระดูกสันหลัง เซลล์ที่ผิดปกตินี้แบ่งตัวอย่างเหนือการควบคุมของร่างกาย เนื้องอกกระดูกสันหลังแบ่งเป็นชนิดเนื้อดีและเนื้อร้าย สามารถแบ่งชนิดตามต้นกำเนิดได้เป็นเนื้องอกปฐมภูมิ คือเนื้องอกที่มีต้นกำเนิดจากกระดูกสันหลัง หรือไขสันหลัง และเนื้องอกทุติยภูมิคือเนื้องอกที่มีต้นกำเนิดจากมะเร็งที่ตำแหน่งอื่น แล้วแพร่กระจายมาที่กระดูกสันหลัง

ผศ.พญ. กัณฐิกา วศินพงศ์วณิช แพทย์ชำนาญการด้านกระดูกสันหลัง สถาบันกระดูกสันหลัง Bumrungrad Spine Institute ให้ข้อมูลว่า เนื้องอกกระดูกสันหลังเป็นโรคที่พบได้น้อยมาก เมื่อเทียบกับโรคกระดูกสันหลังชนิดอื่นๆ โดยปกติแล้วเนื้องอกกระดูกสันหลังจะโตอย่างช้าๆ ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการหลายอย่างรวมกัน และปวดหลัง คืออาการหนึ่งที่พบได้

อาการเนื้องอกกระดูกสันหลัง ผู้ป่วยสามารถแสดงอาการได้หลายแบบ ขึ้นกับขนาดและตำแหน่งของเนื้องอก ดังนี้  ปวดกลางหลังทั่วๆ ไป / ปวดมากตอนกลางคืน, เดินผิดปกติ / สูญเสียการทรงตัว หรือ หกล้มบ่อยๆ, ชา / อ่อนแรง / รู้สึกเสียวที่แขนหรือขา หรือบริเวณลำตัว, เดินลำบากในที่มืด, ควบคุมการอุจจาระ ปัสสาวะไม่ได้, กล้ามเนื้ออ่อนแรง,กระดูกสันหลังคด

อย่างไรก็ตาม เนื้องอกมีโอกาสเกิดได้ในคนทุกคน แต่อุบัติการณ์เกิดต่ำมาก นักวิจัยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดเนื้องอกกระดูกสันหลัง อาจจะเกิดจากไวรัส ยีนที่บกพร่อง การสัมผัสสารเคมี หรือสารพิษบางชนิด และภาวะบกพร่องของภูมิคุ้มกัน

การตรวจเพื่อวินิจฉัย แพทย์จะวินิจฉัยจาก ประวัติผู้ป่วยและอาการ การตรวจร่างกาย โดยประเมินกำลังของกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหวและการควบคุมการเคลื่อนไหว การทรงตัว การรับรู้ที่ผิวหนัง รีเฟล็กซ์  หรือ เอ็กซเรย์ จะมองเห็นโครงสร้างที่เป็นกระดูกชัด แต่ไม่สามารถเห็นโครงสร้างที่เป็นเนื้อเยื่ออื่น ดังนั้น จึงไม่เห็นเนื้องอกโดยตรง ขณะที่ เอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI เป็นเครื่องมือสำคัญในการวินิจฉัย เนื้องอกกระดูกสันหลัง ในผู้ป่วยบางรายอาจจะต้องทำการฉีดสีเพื่อให้แยกชนิด หรือขอบเขตของเนื้องอกได้ชัดเจนมากขึ้น  ส่วนวิธี Positron emission tomography (PET SCAN) เป็นการตรวจการทำงานของเซลล์ทั้งร่างกาย ใช้สำหรับดูว่าเนื้องอกมีการกระจายไปที่ตำแหน่งใดบ้างในร่างกาย

เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์ เมื่อสูญเสียการทรงตัวหรือหกล้มบ่อยๆ สังเกตุว่าเดินลำบาก ก้าวขาลำบาก เนื่องจากเกร็งหรือปวด มีภาวะกล้ามเนื้อขาเกร็ง เสียวขา ชาขาหรือลำตัว ปวดหลัง โดยเฉพาะปวดมากเวลานอนหงาย หรือปวดมากตอนกลางคืน ควบคุมการอุจจาระ หรือปัสสาวะไม่ได้

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดหลังอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า เป็นเนื้องอกกระดูกสันหลัง แนะนำให้มาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อได้รับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากปวดหลังมีสาเหตุได้จากหลายอย่าง และโรคเนื้องอกกระดูกสันหลังกลับเป็นสาเหตุพบได้น้อย ปวดหลังทั่วๆ ไปอาจจะค่อยๆ ดีขึ้น ในขณะที่เนื้องอกกระดูกสันหลังมักปวดกลับมาเป็นซ้ำ ปวดตลอดเวลา หรืออาการปวดแย่ลงเรื่อยๆ

คณะดนตรีเกาเดอมัส ตุนหวง จากฮ่องกง จับมือ ม.มหิดล จัดการแสดง ชุดซีรีส์พิพิธภัณฑ์ : เสียงสะท้อนจากโบราณวัตถุ

คณะดนตรีเกาเดอมัส ตุนหวง จากฮ่องกง จับมือ ม.มหิดล จัดการแสดง ชุดซีรีส์พิพิธภัณฑ์ : เสียงสะท้อนจากโบราณวัตถุ

คณะดนตรีเกาเดอมัส ตุนหวง จากฮ่องกง จับมือ ม.มหิดล จัดการแสดง ชุดซีรีส์พิพิธภัณฑ์ : เสียงสะท้อนจากโบราณวัตถุ

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

คณะดนตรีเกาเดอมัส ตุนหวง ฮ่องกง (Hong Kong Gaudeamus Dunhuang Ensemble) และสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกงประจำกรุงเทพมหานคร (HKETO Bangkok) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล ขอเชิญผู้สนใจเข้าชมการแสดงดนตรี ชุดซีรีส์พิพิธภัณฑ์ : เสียงสะท้อนจากโบราณวัตถุ (Museum Series: The Sounds from Cultural Relics) ซึ่งเป็นโครงการทางวัฒนธรรมอันโดดเด่นที่สะท้อนให้เห็นถึงความลึกซึ้ง และอิทธิพลระดับโลกของมรดกทางวัฒนธรรมจีนผ่านทางดนตรี โดยการแสดงฯ จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 15.00-16.30 น. ณ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม เปิดให้เข้าชมฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

การแสดงดังกล่าวฯ ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมระหว่างประชาชน ที่ให้ความสำคัญกับประเพณีทางวัฒนธรรมของจีนเป็นหลัก โดยได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกทางศิลปะและจิตวิญญาณของเมืองโบราณตุนหวง ซึ่งเป็นจุดตัดทางประวัติศาสตร์บนเส้นทางสายไหมที่ได้แสดงให้เห็น ถึงการแลกเปลี่ยนระหว่างอารยธรรมมานานหลายศตวรรษ ผ่านการถ่ายทอดความคิดทางพุทธศาสนาและการปฏิบัติทางศิลปะไปทั่วเอเชีย

ภายในงานจะได้พบกับบทเพลงดั้งเดิม 7 บท ที่วงดนตรีได้ตีความจากโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมจีนออกมาใหม่ในภาษาดนตรีร่วมสมัย ทั้งภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณ สถาปัตยกรรมสมัยจักรวรรดิ และลวดลายเชิงสัญลักษณ์ จะถูกถ่ายทอดออกมาเป็นเสียงดนตรี เพื่อมอบประสบการณ์ทางศิลปะที่ประณีตบรรจงแก่ผู้ชม ที่จะเชื่อมโยงมรดกและนวัตกรรมเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ภาพประกอบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อประกอบการแสดง ก็จะสร้างประสบการณ์ทางสุนทรียภาพที่ผสมผสานรวมกันอย่างลงตัว นำเสนอสมบัติทางวัฒนธรรมของจีนในบริบทโลกยุคใหม่

มากกว่านั้นการแสดงดนตรี ชุดซีรีส์พิพิธภัณฑ์ : เสียงสะท้อนจากโบราณวัตถุ ยังได้สะท้อนพลังของการแสดงออกทางวัฒนธรรมจีน ที่ยังคงเป็นแรงบันดาลใจและเชื่อมโยงผู้คนให้เข้าหากัน ด้วยการเปลี่ยนมรดกทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นการแสดงที่มีชีวิต แสดงให้เห็นถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่ยังคงหล่อหลอมความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย และมีบทบาทสำคัญในการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศ

ไฮไลต์สำคัญของการแสดงคือ การปรากฏตัวของ Han Yan ศิลปินพิณผีผา (pipa) ระดับนานาชาติ ในฐานะศิลปินรับเชิญเดี่ยว ที่จะมาถ่ายทอดพลังและความละเอียดอ่อนของดนตรีจีนอย่างลุ่มลึก ผสานกับวงดนตรีซึ่งประกอบด้วยศิลปินรุ่นใหม่ผู้ทำหน้าที่เป็นทูตวัฒนธรรม เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวแห่งศรัทธา จิตวิญญาณ และการเดินทางของอารยธรรมผ่านเสียงดนตรี ที่ประกอบด้วย 1)แคม ชิง เฮย (Kam Shing Hei) วาทยากร, 2)เฟลิสซา ชาน (Felissa Chan) เครื่องดนตรีผีผา, 3)โมโน เลา (Mono Lau) เครื่องหรวน, 4)เจนนี แปง (Jenny Pang) เครื่องหรวน, 5)ลอริส เยว์ (Loris Yue) เครื่องเซิง, 6)เจนนี ชาน (Jenny Chan) เครื่องดนตรีกู่เจิง, คงโหว 7)นิกกี กวอก (Nicky Kwok) เครื่องดนตรีตี๋จื่อ, เสี่ยว, ซวิ่น 8)อัลวิน ชาน (Alvin Chan)  เครื่องกระทบ, 9)ซิลเวีย แทม (Sylvia Tam) เครื่องกระทบ

สำหรับโครงการฯ นี้จะจัดขึ้น 2 วัน ที่ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม ดังนี้ 1)วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 10.00–16.30 น. ณ MACM Hall วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ เป็นกิจกรรมเวิร์คช็อปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม “จากตุนหวงสู่เวทีโลก : การเดินทางข้ามกาลเวลาเพื่อค้นหาเสียงสะท้อนทางวัฒนธรรมในดนตรี” และการบรรยายพิเศษ “จากตุนหวงสู่เวทีโลก : เสียงแห่งการสืบทอดวัฒนธรรม” โดย ดร.จ้าว เซิ่งเหลียง (Dr. Zhao Shengliang) ประธานคณะกรรมการวิชาการของสถาบันตุนหวง และที่ปรึกษารัฐบาลประชาชนมณฑลกานซู และ 2)วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 15.00–16.30 น. ณ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร เป็นการแสดงดนตรี ชุดซีรีส์พิพิธภัณฑ์ : เสียงสะท้อนจากโบราณวัตถุ (Museum Series: The Sounds from Cultural Relics)

ผู้สนใจเข้าร่วมชมการแสดงดนตรี ในวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 ซึ่งเปิดให้เข้าชมได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (จำนวน 600 ที่นั่ง) กรุณาลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์ม Melon เปิดให้จองทาง https://www.ticketmelon.com/hkgde/thesoundfromculturalrelicsconcert ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จัดสรรตามลำดับการลงทะเบียน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณนัท โทรศัพท์ 064-5413484

คุณแหน : 25 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 25 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 25 กุมภาพันธ์ 2569

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

  • จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.สุราษฎร์ธานี เป็นประธานพิธีเปิดและร่วมเดินแบบผ้าไทยเพื่อการกุศล “วิจิตรพัสตรา ภูษาศิลป์ งามผ้าถิ่นเมืองคนดี” ในงานสมโภชศาลหลักเมืองและกาชาดสุราษฎร์ธานี ประจำปี 2569..
  • โยธิน ประสงค์ความดี รอง ผวจ.ลำพูน เป็นประธานในพิธี Kick off โครงการป้องกันไฟป่าและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นการผนึกความร่วมมือ ภาครัฐ ชุมชน ภาคเอกชน ณ อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล อ.แม่ทา จ.ลำพูน..
  • ยินดีกับ บุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ที่ได้เป็น ประธานกรรมการ คณะกรรมการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย โดยมี ก.ก.คือ กษาปณ์ เงินรวง, กานตพันธุ์ พิศาลสุขสกุล, ดร.ธีร์ ภวังคนันท์, ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย, วิลาวรรณ พยาน้อย, น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์, สุเมธ สายทอง
  • พ แจ้งว่า แผน สสว. ปี 2569 ถูกออกแบบภายใต้โจทย์สำคัญ “ทำอย่างไรให้ SME อยู่รอด ไปต่อและเติบโตได้จริง” โดย สสว. จะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงหน่วยปฏิบัติการ แต่เป็นศูนย์กลางเชิงนโยบายที่เชื่อมทุกกลไกของรัฐเข้าด้วยกัน เพื่ออุดช่องว่างของระบบส่งเสริม SME ไทยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น..
  • การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ลงนาม MOU เรื่องความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และร่วมมือในการพัฒนางานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ การพัฒนาข้อมูลสารสนเทศระบบดิจิทัล โดยมี ชมนาถ พรสมผล รองผู้ว่าการ กปภ. และ วิโรจน์ บัวคลี่ รองผู้ว่าการ กฟภ. ร่วมด้วย..๐๐
  • ด้วยสปิริตของรุ่นพี่ พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา แม้มีภารกิจยุ่งแต่ก็จัดเวลาบินมาบรรยายสดเรื่อง “กรณีศึกษาการสร้างเมืองอัจฉริยะของเทศบาลนครยะลา” ให้น้องๆหลักสูตร Digital CEO#9..
  • สุรินทร์ ลวกุล มอบเงินบริจาคเพื่ออุปกรณ์การแพทย์ และ กองทุนเพื่อการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดยมี อ.พญ.มัลลิกา ชวนเสงี่ยม และ รศ.พญ. พิมพ์ใจ อันทานนท์ รับมอบ..
  • มิตรสหายชาว Digital CEO#3 ร่วมอนุโมทนาบุญกับ เฉลิม ประดิษฐอาชีพ, บุญญนันท์ พนาพิทักษ์กุล, ประวิทย์ ธงชัยระวีวัฒน์, ณรงค์ แผ้วพลสง ที่ได้ร่วมเดินทางไปแสวงบุญที่ อินเดีย-เนปาล สักการะ 4 สังเวชนียสถานหลัก เป็นครั้งแรก ใช้เวลา 8 วัน..
  • ราชิต ไชยรัตน์ มาบรรยายให้หลักสูตร DJS#3  ตามคำเชิญของ วาฤทธิ์ ศิริพิทยาโรจน์..
  • ทิพาวดี กิตติคุณ ผอ.สวนสัตว์ขอนแก่น เปิดตัวสมาชิกใหม่ของสวนสัตว์ขอนแก่น “ลูกหงส์ดำ” 4 ตัว สัตว์สัญลักษณ์แห่งรักแท้ รักเดียวใจเดียว รับเทศกาลวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ขอเชิญนักท่องเที่ยวไปสัมผัสความน่ารักอย่างใกล้ชิด..
  • กัณธิมา แจ้งวันสุข ซีอีโอ บมจ.สยามราชธานี (SO) บุกงานช่างเปิดตัว “FixManage Plus” หนุนรายได้ Outsource โต..๐๐
  • สวด ลักขณา บุญเลี้ยง อดีต ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ฯ ภริยา พล.อ.อ.ฝังพูม บุญเลี้ยง  22-26 ก.พ.18.30 น.(งดสวด 27 ก.พ.)  ศาลา150 ปี วัดมกุฎกษัตริยาราม และฌาปนกิจ 28 ก.พ.14.30 น..
  • สวด ธวัชชัย สำโรงวัฒนา อดีตอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน 24-28 ก.พ.19.00 น. ศาลารุ่งแสง วัดบางนาใน (เชิงสะพานบางนา) ..พระราชทานเพลิงศพ 1 มี.ค.16.00 น…เจ้าภาพของดหรีด เงินทำบุญทั้งหมดเพื่อบริจาคให้มูลนิธิโรงพยาบาลรามาธิบดี..
  • โลกเปลี่ยนเร็ว ผู้นำต้องก้าวให้ทัน รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ แจ้งเปิดรับสมัครหลักสูตร วิทยาการการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง (วบส.) รุ่นที่ 15 NIDA สมัครได้ถึง 24 เมย. ที่ https://forms.gle/MowoFhbD2JkNcqBYA  หรือโทร 065-580-6651..

น้องใหม่

ส่องลุคดาราดังกับไอเทม Must-have! แบรนด์กระเป๋าไทยที่สร้างปรากฏการณ์ไวรัล

ส่องลุคดาราดังกับไอเทม Must-have! แบรนด์กระเป๋าไทยที่สร้างปรากฏการณ์ไวรัล

ส่องลุคดาราดังกับไอเทม Must-have! แบรนด์กระเป๋าไทยที่สร้างปรากฏการณ์ไวรัล

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.12 น.

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในวงการแฟชั่นทันที เมื่อเหล่าไอคอนสาวไทยระดับซุปตาร์อย่าง หลิงหลิง ศิริลักษณ์, ออม กรณ์นภัส รวมถึงคู่จิ้นสุดฮอต ฟรีน สโรชา และ เบ็คกี้ รีเบคก้า ต่างพร้อมใจกันหยิบกระเป๋า

แบรนด์ไทยดีไซน์เก๋อย่าง HOUSE OF LITTLEBUNNY มาคอมพลีทลุค จนกลายเป็นกระแสที่สาวๆ สายแฟต้องตามหามาครอบครอง เพื่อสะสมในคอลเลคชัน

Celebrity’s Choice: จากลุคหน้ากล้องสู่ไอเทมคู่ใจ

ความโดดเด่นของ HOUSE OF LITTLEBUNNY ไม่ได้อยู่แค่ในรันเวย์ แต่คือการเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ใช้ได้จริง ซึ่งเราได้เห็นเหล่าดาราสาวนำมาแมตช์ในสไตล์ที่แตกต่างกัน:

Sweet & Chic: “หลิงหลิง” มาในลุค Casual สบายๆ ด้วยเชิ้ตโอเวอร์ไซส์สีฟ้า แต่ดูแพงขึ้นทันตาด้วย กระเป๋าซิกเนเจอร์ TREASURE BELT SUEDE สี LITTLEBUNNY PINK

Vibrant Mood:  “ออม กรณ์นภัส” เลือกเล่นกับคู่สีสุดชิค โดยใช้กระเป๋าสี GRASS ตัดกับกางเกงยีนสีน้ำตาลมอคค่าได้อย่างโดดเด่น

Classic Elegance: ส่วนสองสาว “ฟรีน” และ “เบ็คกี้” เลือกหยิบกระเป๋าสี TAN TAUPE มาพรีเซนต์ความหรูหราที่เรียบง่าย แต่เอาอยู่ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นลุคชุดลูกไม้สุดหวานหรือลุคยีนส์สุดซน

A Rotating Collection for Everyday Look: ดีไซน์หลากหลายที่ตอบโจทย์ทุกลุคทุกสไตล์ในทุกวัน