DE-BDE เปิดตัว ‘DE-FENCE’ แอปสกัดโกง! ‘กัน-ก่อน-ลวง’ หวังสกัดกั้น – ตัดวงจรมิจฉาชีพทุกรูปแบบ

DE-BDE เปิดตัว ‘DE-FENCE’ แอปสกัดโกง! ‘กัน-ก่อน-ลวง’ หวังสกัดกั้น - ตัดวงจรมิจฉาชีพทุกรูปแบบ

DE-BDE เปิดตัว ‘DE-FENCE’ แอปสกัดโกง! ‘กัน-ก่อน-ลวง’ หวังสกัดกั้น – ตัดวงจรมิจฉาชีพทุกรูปแบบ

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.23 น.

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) และโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ฝ่ายข้าราชการประจำ เป็นประธานงานแถลงข่าว “เปิดตัวแอปพลิเคชันป้องกันการโทรหลอกลวง” (DE-FENCE) ภายใต้โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวง โดยสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ บูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด และบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด จัดขึ้น ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) และโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) เปิดเผยว่า “กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่มีพันธกิจในการส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล และการปรับใช้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงการสร้างความมั่นคงในโลกไซเบอร์         ได้เดินหน้าปราบปรามภัยออนไลน์อย่างเต็มกำลัง ซึ่งในวันนี้เป็นการเปิดตัวแพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวง หรือ DE-FENCE ซึ่งเป็นเครื่องมือดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นและแจ้ง “กัน-ก่อน-ลวง” เตือนภัยจากมิจฉาชีพที่มีกลโกงรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเป็นการป้องกันมิจฉาชีพที่ใช้การโทรและการส่ง SMS หลอกลวงประชาชน ควบคู่กับมาตรการลงทะเบียนผู้ให้บริการส่ง SMS ใหม่ทั้งระบบ ซึ่งต้องมีการลงทะเบียนทุก ๆ ปี เพื่อให้สามารถระบุว่า ผู้ให้บริการและผู้ส่ง SMS คือใคร รวมทั้งการลงทะเบียนการส่ง SMS แนบลิงก์ จะต้องระบุรายละเอียดของข้อความและลิงก์ เพื่อให้ผู้ให้บริการเครือข่ายตรวจสอบลิงก์ก่อนที่จะส่ง SMS ไปยังผู้ใช้บริการ”

นอกจากนี้ นายเวทางค์ฯ ยังได้กล่าวถึงการทำงานหลักของแอปพลิเคชัน DE-fence ว่า “จุดเด่นของแอปพลิเคชัน คือ สามารถแชร์ฐานข้อมูลของหมายเลขโทรศัพท์ ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในภาครัฐและเอกชน ที่ลงทะเบียนไว้เข้าระบบเป็นเบอร์ที่ลงทะเบียน รวมถึงการแชร์ข้อมูลของเบอร์มิจฉาชีพกับทางฐานข้อมูลของ AOC ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์สายด่วน 1441 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อใช้ในการเตือนประชาชนให้ทราบข้อมูลของผู้โทรเข้าว่าเป็นเบอร์ลงทะเบียนหรือเบอร์มิจฉาชีพหรือไม่ ก่อนรับสายหรืออ่านข้อความ SMS ทั้งนี้ ยังสามารถลิงก์ไปยังระบบแจ้งความออนไลน์ที่ถูกต้อง โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเจอเว็บไซต์ปลอมและยังสามารถโทรศัพท์ขอคำปรึกษา

หรือแจ้งอายัดบัญชีคนร้ายผ่าน AOC ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์สายด่วน 1441 ได้ทันที เพื่อส่งข้อมูลให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย

สำหรับแอปพลิเคชัน DE-fence มีหลักการในการแบ่งสายโทรเข้า และ SMS ที่ได้รับ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ

1. Blacklist หรือ อันตราย คือ หมายเลขโทรศัพท์ที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดการหลอกลวงหรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยข้อมูลดังกล่าว ผ่านการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงาน AOC ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์สายด่วน 1441 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ระบบของแอปพลิเคชัน   DE-fence จะดำเนินการแจ้งเตือนผู้ใช้งานทันทีเมื่อมีสายโทรเข้าหรือข้อความ (SMS) จากหมายเลขในกลุ่ม Blacklist (อันตราย) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นทั้งด้านทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคล

2. Greylist หรือ ระวังต้องสงสัย คือ หมายเลขโทรศัพท์ที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายน่าสงสัย หรือมีความเสี่ยงต่อการหลอกลวง แต่ยังไม่ผ่านการยืนยันว่าเป็นอาชญากรรมโดยตรง เช่น การติดต่อจากหมายเลขแปลกหรือไม่คุ้นเคย การติดต่อจากต่างประเทศ หรือผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหมายเลขที่ประชาชนมีการแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนจำนวนมาก แอปพลิเคชัน DE-fence จะทำหน้าที่แจ้งเตือนระดับความเสี่ยงให้ผู้ใช้งานทราบ พร้อมแสดงสถานะ “ระวังต้องสงสัย” เพื่อให้ผู้ใช้งานใช้วิจารณญาณในการรับสายหรืออ่านข้อความ หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนตัวและการกดลิงก์จากทาง SMS

3. Whitelist หรือ ลงทะเบียน คือ หมายเลขโทรศัพท์ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเป็นหมายเลขของหน่วยงานรัฐหรือที่เป็นหมายเลขที่ผู้ใช้งานได้ทำการลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตนเป็นหมายเลขที่มีความน่าเชื่อถือ หมายเลขในกลุ่ม Whitelist (ลงทะเบียน) โดยจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถแยกแยะการติดต่อ ที่ปลอดภัยออกจากหมายเลขต้องสงสัยได้อย่างชัดเจน เพื่อลดความสับสน และเพิ่มความมั่นใจในการรับสาย หรือข้อความเข้า ปัจจุบันแอปพลิเคชัน DE-fence เปิดให้บริการแล้ว โดยประชาชนสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ทั้งระบบปฏิบัติการ Android ผ่าน Google Play และระบบปฏิบัติการ iOS ผ่าน App Store โดยแอปพลิเคชัน DE-fence เป็นแอปที่ใช้งานได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย เนื่องจากเป็นแอปพลิเคชันเพื่อประชาชนโดยตรง อีกทั้งยังไม่มีโฆษณาภายในแอปพลิเคชัน นับเป็นการร่วมมือของภาครัฐและเอกชน ในการพัฒนาเครื่องมือที่มุ่งหวังสกัดกั้นมิจฉาชีพไซเบอร์ให้ลดลง “กัน-ก่อน-ลวง” ไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทางไซเบอร์ และยังสามารถช่วยลดสถิติอาชญากรรมทางไซเบอร์ จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DE-fence มาใช้กันทุกคน” นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดแพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวง DE-FENCE ได้ที่

ระบบ iOS : https://apps.apple.com/th/app/de-fence/id6741673813                                               

ระบบ Android : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.mdes.defence.de_fence&hl

กกพ.มอบรางวัลนวัตกรรมทางความคิดเพื่อการบริหารจัดการพลังงานในสถาบันอุดมศึกษา

กกพ.มอบรางวัลนวัตกรรมทางความคิดเพื่อการบริหารจัดการพลังงานในสถาบันอุดมศึกษา

กกพ.มอบรางวัลนวัตกรรมทางความคิดเพื่อการบริหารจัดการพลังงานในสถาบันอุดมศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.17 น.

นายธรณพงศ์ เล็กสกุลดิลก ผู้อำนวยการฝ่ายกองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.)  กล่าวว่า “โครงการ Young Change World Change : คนรุ่นใหม่เปลี่ยนโลก เป็นโครงการที่กองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ได้จัดสรรเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้า มาตรา 97 (5) เพื่อส่งเสริมสังคมและประชาชนให้มีความรู้ ความตระหนัก และมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้า ประจำปีงบประมาณ 2567 ให้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินงานกิจกรรมเฟ้นหานวัตกรรมทางความคิดเพื่อการบริหารจัดการพลังงานในสถาบันอุดมศึกษา เพื่อสร้างพื้นที่ให้นิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ได้นำเสนอแนวคิดนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มจากแนวคิดสู่การนำไปใช้จริงในสถานศึกษาที่ตนเองศึกษาอยู่ และสามารถส่งต่อองค์ความรู้ไปยังพื้นที่อื่น ๆ ได้” 

ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดี ด้านความยั่งยืนและการมีส่วนร่วมของสังคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหัวหน้าโครงการ Young Change World Change : คนรุ่นใหม่เปลี่ยนโลก กล่าวเพิ่มเติมว่า “หลังจากที่เราได้เปิดเวทีให้นิสิตนักศึกษาสมัครเข้าร่วมโครงการ และส่งแนวคิดเพื่อสร้างนวัตกรรมการบริหารจัดการพลังงานในสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมประกวดนั้น บัดนี้เราได้ผลงานที่ชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตลอดระยะเวลาโครงการ เรามีการคัดเลือกอย่างเข้มข้น และอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เริ่มจากการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ ภายใต้กิจกรรม Kick-off “Young Change World Change” for Net Zero Emission การเดินสาย Roadshow ไปยังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จำนวน 15 แห่ง ครอบคลุม 5 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย   เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ ฯ และสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวโน้มและทิศทางด้านพลังงานที่ยั่งยืน ตลอดจนบทบาทภารกิจของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จากนั้นมีกิจกรรม Boot Camp  เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนานวัตกรรมต้นแบบ (Prototype) ให้กับ 10 ทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบ พร้อมมอบทุนพัฒนานวัตกรรมต้นแบบให้ทีมละ 80,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 800,000 บาท 

จากนั้นทั้ง 10 ทีมที่ผ่านเข้ารอบได้พัฒนาแนวคิดให้ออกมาเป็นรูปธรรม โดยใช้เวลา 2 เดือน สร้าง Prototype    ให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ระหว่างการพัฒนามีกิจกรรม Demo Day ให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 10 ทีมรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงนวัตกรรมให้มีความสมบูรณ์มากที่สุด และเข้าสู่กิจกรรมรอบชิงชนะเลิศ Pitching Day นำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการ จนได้ผลตัดสินผู้ชนะการแข่งขันในที่สุด ซึ่งมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 109 ผลงาน จากมหาวิทยาลัย 34 แห่งครับ”

รายชื่อผลงานที่ได้รับรางวัล ดังรายละเอียดต่อไปนี้

รางวัลชนะเลิศ ทุนการศึกษา 100,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล

โครงการ LumiGreen : ระบบท่อแสงอัจฉริยะเพื่ออาคารยั่งยืน (Smart Light Pipe System for Sustainable Buildings)

ทีม LumiGreen มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พื้นที่เขตการศึกษาบางมด กรุงเทพฯ

รองชนะเลิศอันดับ 1 ทุนการศึกษา 70,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล

โครงการระบบอัจฉริยะจากอวกาศเพื่อจัดการพลังงานหมุนเวียนและโหลดอย่างมีประสิทธิภาพ

ทีม AETHER มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พื้นที่เขตการศึกษาบางมด กรุงเทพฯ

รองชนะเลิศอันดับ 2 ทุนการศึกษา 50,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล

โครงการ Recycling Waste Heat into Electrical Power Using a Thermoelectric Generator (TEG)

ทีม CHE_MU มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา จ.นครปฐม

รางวัลชมเชย จำนวน 2 ทุน ทุนละ 20,000 บาท รวมเป็นเงิน 40,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร

โครงการ GreenBike

ทีม GreenBike มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

โครงการ Green Guardian Chatbot : แชตบอทร่วมลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เปลี่ยนมหาวิทยาลัยให้ยั่งยืน

ทีมลูกเจี๊ยบอีสาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.นครราชสีมา

นอกจากนี้ยังมี “รางวัลเชิดชูนวัตกรรม” ภายใต้ “กิจกรรมนำนวัตกรรมทางความคิดเพื่อการบริหารจัดการพลังงานในสถาบันอุดมศึกษาไปใช้งานจริง” โดยทีมที่ชนะเลิศลำดับ 1, 2 และ 3 นำนวัตกรรมต้นแบบไปใช้งานจริงในสถานศึกษาของตนเอง และได้ประชาสัมพันธ์กระจายความรู้ พร้อมประเมินและเก็บผลการสร้างการมีส่วนร่วม เป็นระยะเวลา 2 เดือน รายละเอียดดังนี้

รางวัลทีมที่นำนวัตกรรมของตนเองไปเผยแพร่ได้อย่างดีเด่น รับทุนเชิดชูความตั้งใจ 50,000 บาท ได้แก่  ทีม AETHER มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พื้นที่เขตการศึกษาบางมด กรุงเทพฯ

รางวัล “สถานศึกษาดีเด่นด้านการบริหารจัดการพลังงาน” รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมทุนสนับสนุน จำนวน 50,000 บาท ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พื้นที่เขตการศึกษาบางมด กรุงเทพฯ

สุดท้ายนี้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และโครงการ Young Change World Change : คนรุ่นใหม่เปลี่ยนโลก ขอแสดงความยินดีกับทุกทีมที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่านิสิตนักศึกษาทุกท่านจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเอง แสดงศักยภาพแล้วลงมือทำเพื่อเปลี่ยนโลกนี้ไปด้วยกัน

โลกเปลี่ยนไปทุกวัน นวัตกรรมต่าง ๆ ก็ต้องก้าวตามให้ทัน เราทุกคนจึงต้องร่วมมือกัน change เพราะ เมื่อ Young Change ต้อง World Change สักวันหนึ่งอย่างแน่นอน

-(016)

ต่อยอด ‘GIVEBACK เติมเต็มความสุขให้น้อง’ ครั้งที่ 12 ปั้นพื้นที่เรียนรู้ปลอดภัย สร้างห้องพยาบาล – สนามเด็กเล่นครบวงจร

ต่อยอด ‘GIVEBACK เติมเต็มความสุขให้น้อง’ ครั้งที่ 12 ปั้นพื้นที่เรียนรู้ปลอดภัย สร้างห้องพยาบาล - สนามเด็กเล่นครบวงจร

ต่อยอด ‘GIVEBACK เติมเต็มความสุขให้น้อง’ ครั้งที่ 12 ปั้นพื้นที่เรียนรู้ปลอดภัย สร้างห้องพยาบาล – สนามเด็กเล่นครบวงจร

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อภารกิจสร้างคุณค่าทางสังคมผ่านโครงการ GIVEBACK เติมเต็มความสุขให้น้อง” ครั้งที่ 12 สะท้อนบทบาทแบรนด์ไทยที่เติบโตคู่สังคม ปักหมุดที่โรงเรียนวัดห้วยไร่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โรงเรียนซึ่งมีนักเรียนจากหลายชาติพันธุ์ศึกษาอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นชาวพื้นเมือง ชาวเขาเผ่าต่างๆ และกลุ่มครอบครัวแรงงานอพยพที่ย้านถิ่นเข้ามาทำงานในพื้นที่ ทำให้โรงเรียนแห่งนี้เป็นชุมชนหลากวัฒนธรรมขนาดย่อมที่ต้องการการสนับสนุนทั้งด้านการศึกษา สุขอนามัย และโครงสร้างพื้นฐาน

วรัญญา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.ไทยเทพรส เปิดเผยว่า ไทยเทพรสยึดมั่นแนวคิดการทำงานแบบ CSR เชิงลึก (Deep Impact CSR) ที่ไม่ได้เป็นเพียงการบริจาคสิ่งของ แต่เป็นการออกแบบโครงการร่วมกับโรงเรียน (Co-design) เพื่อให้การช่วยเหลือตรงกับความต้องการจริงของแต่ละพื้นที่ โดยพนักงานจิตอาสาจะลงสำรวจพื้นที่ พูดคุยกับครูและชุมชนก่อนทุกครั้ง ทำให้การสร้างห้องพยาบาล สนามเด็กเล่น รวมถึงสื่อการเรียนการสอน สามารถตอบโจทย์ปัญหาเชิงโครงสร้างของโรงเรียนได้จริง

“โรงเรียนแต่ละแห่งมีบริบทที่แตกต่างกัน บางที่ต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษา บางแห่งต้องการองค์ความรู้ด้านการทำอาหาร ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญของแบรนด์ เราจึงถ่ายทอดทักษะทำอาหารให้นักเรียนเพื่อให้ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน แบรนด์เชื่อว่าความรู้ไม่ควรอยู่แค่ในห้องเรียน เช่นเดียวกับซอสที่ไม่ควรถูกจำกัดแค่บนโต๊ะอาหาร” วรัญญา กล่าว

อีกหนึ่งความพิเศษของปีนี้ คือ การร่วมมือกับ The Yard Hostel เชียงใหม่ โฮสเทลที่อบอุ่นของนักเดินทางทั่วทุกมุมโลก อันเกิดจากความตั้งใจของ ส้ม(เล็ก) – อติพร สังข์เจริญ และ ส้ม (ใหญ่) – อมรรัตน์ อมรศิริชัยรัตน์ ผู้ก่อตั้ง The Yard Hostel นำทีม “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” ที่เคยเข้าร่วม Cooking Class มาร่วมเป็นอาสาสมัครปรุงอาหารไทยสดใหม่ให้น้องๆ ทั้งยังได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับเด็กในชุมชน เกิดเป็นภาพของ Cross-cultural Collaboration เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนท้องถิ่นกับผู้มาเยือนต่างแดน ความร่วมมือนี้สะท้อนว่าการท่องเที่ยวสามารถผสานกับการพัฒนาสังคมได้อย่างสร้างสรรค์และยังช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารไทยสู่สายตาชาวต่างชาติอีกทางหนึ่ง

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไทยเทพรสจัดกิจกรรม CSR ตลอดทั้งปี ทั้งในโอกาสวันพิเศษ อาทิ วันเด็กแห่งชาติ รวมถึงสนับสนุนคุณภาพชีวิตชุมชนโดยรอบโรงงาน และช่วยเหลือสังคมยามเกิดภัยพิบัติและเคียงข้างทุกสถานการณ์ อย่างไรก็ดีกิจกรรมความร่วมมือกับโรงเรียนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศจะดำเนินการอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็น การปรับปรุงอาคารเรียน สนามเด็กเล่น ห้องน้ำ ห้องพยาบาล โรงอาหาร อีกทั้งการถ่ายทอดทักษะด้านอาหารมาตรฐานมืออาชีพแก่เยาวชนในหลายจังหวัดตั้งแต่โรงเรียนในเขตชุมชนเมือง จนถึงพื้นที่ห่างไกล

“โครงการ GIVEBACK ครั้งที่ 12 ไม่เป็นเพียงกิจกรรมบริจาคสิ่งของ แต่เป็นการผสานความร่วมมือกับหลายภาคส่วนทั้งภาคธุรกิจท่องเที่ยว โรงเรียน ชุมชนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อส่งต่อโอกาสแก่เยาวชน และเป็นโมเดลการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืนในอนาคต” วรัญญา กล่าวทิ้งท้าย

คุณแหน : 15 มกราคม 2569

คุณแหน: 15 มกราคม 2569

คุณแหน: 15 มกราคม 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล  แก่  Dr.Terry Dean King สาขาการแพทย์ และ Prof. Dr. Walter C. Willett สาขาการสาธารณสุข  วันพุธ 28 ม.ค.16.30 น. ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และ 18.30 น. พระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ได้รับรางวัลพระราชทาน ณ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร ในพระบรมมหาราชวัง..๐๐

ll พงศ์เทพ เทพกาญจนา นายกสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญกรรมการและสมาคมนักศึกษาเก่าคณะต่างๆ  รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และหน่วยงานต่างๆ ของ ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมกิจกรรม “ธรรมศาสตร์รวมใจ ชวนคนไทยบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระแม่ของแผ่นดิน” 27-30 ม.ค.ณ ศูนย์บริจาคโลหิต สภากาชาดไทยและหน่วยรับบริจาคโลหิต อาคารพลังโดม รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และหน่วยรับบริจาคโลหิตที่ร่วมโครงการ โดยจะมีพิธีเปิดงาน 27 ม.ค.10.30 น. ณ ศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย..๐๐

ll ยอดผู้ติดตามใน TikTok ของพิชญเทพ ยุกตะเสวี เพิ่มขึ้นทุกวัน เจ้าตัวแบ่งเวลาจากบริหารธุรกิจนมตรามะลิ  ..เลือกสรรทำคอนเท้นท์ดีๆทันสมัย ให้ติดตาม..๐๐

ll คอนเสิร์ตการกุศล “50 ปีร้อยรักสายใจไทย” เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี มูลนิธิสายใจไทยฯ บรรเลงโดยวงดนตรีสุนทราภรณ์(วงคอนเสิร์ต) นำโดย พรศุลี วิชเวช พร้อมนักร้องรับเชิญ ธัช-กิตติธัช,โก๊ะตุลย์-พันธนนท์,อลิศ-ธวัชศลักษณ์ ฯลฯ  ชมนิทรรศการสายใจไทยและบูธจำหน่ายสินค้าสายใจไทย รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปมอบให้มูลนิธิสายใจไทยฯ  เพื่อนำไปช่วยเหลือทหารหาญและผู้ได้รับบาดเจ็บ จากการพิทักษ์แผ่นดินไทย 8 ก.พ.13.30 น. หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมฯ สอบถามจองบัตร ศูนย์บริการสุนทราภรณ์ 081-2851427..๐๐

ll พัชรินทร์ บูรณสมภพ อยากปล่อยคอนโดฯ ห้องใหญ่กลางเมืองเชียงใหม่ ราคากันเอง ..เพื่อนๆ ที่มีเบอร์รู้ข่าวแล้ว รีบติดต่อได้เลย..๐๐

ll รวมพร เกตุทัต   วางมือจากครัวร้านสาระพัน ประชาชื่น ช่วงเทศกาลวันเด็กแห่งชาติ จัดทริปไปสัมผัสอากาศเย็นๆ พักผ่อนหย่อนใจสังสรรค์กับหวานใจคนเดิม เพิ่มเติมด้วยน้องรักหลายคน ที่เขาค้อ เพชรบูรณ์..๐๐ สุทธิกัญญา ไทยเพ็ชร พาคุณแม่ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร ไปแอทมิทที่ รพ.ศิริราชปิยมหาราชการุณย์  ก่อนปีใหม่เพราะเข่าอ่อนทรุดตัวลงไปกระแทกพื้น  ทำให้หัวเข่าที่เปลี่ยนไว้เมื่อ 11 ปีก่อนเคลื่อน.. แพทย์ผ่าตัดดามเหล็กใหม่แผลสวยเรียบร้อย ตอนนี้หายห่วงกลับบ้านแล้ว..๐๐

ซาบีดา เปิดนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระพันปีหลวง

ซาบีดา เปิดนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระพันปีหลวง

ซาบีดา เปิดนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระพันปีหลวง

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.34 น.

กรุงเทพ 14 ม.ค. “ซาบีดา”  เปิดเสวนาเผยแพร่ และถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม และนิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้โครงการส่งเสริมศักยภาพวัฒนธรรมไทยประยุกต์สู่สากล เตรียมความพร้อมดัน “ชุดไทย” ขึ้นทะเบียนยูเนสโก ปลายปีนี้ 2569

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดการเสวนาเผยแพร่ และถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม และนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้โครงการส่งเสริมศักยภาพวัฒนธรรมไทยประยุกต์สู่สากล พร้อมด้วยคณะทูตานุทูต นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม คณะที่ปรึกษาโครงการชุดไทยพระราชนิยมและผ้าไทย นางสาวกิตติพร ใจบุญ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิปัญญา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม นางสาวศิวพร ฉันทไกรวัฒน์ ผู้อำนวยการกลุ่มเผยแพร่และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เข้าร่วมที่ ไอคอนสยาม 

นางสาวซาบีดา  เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเผยแพร่ และถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้รับทราบอย่างกว้างขวาง ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ พร้อมกันนี้ ยังเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งพระองค์ทรงริเริ่มให้มีการศึกษาค้นคว้าเครื่องแต่งกายสตรีไทยสมัยต่าง ๆ ในเวลาต่อมา ได้พระราชทาน “ชุดไทย” ให้เป็นชุดประจำชาติ สำหรับสวมใส่ในวาระโอกาสต่าง ๆ และเพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจ ในการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะศิลปหัตถกรรมผ้าทอไทย นอกจากนี้ ยังเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการพิจารณาขึ้นทะเบียน “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติ การแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” (Chud Thai : The Knowledge, Craftsmanship and Practices of The Thai National Costume) เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ จากองค์การยูเนสโก ซึ่งจะได้รับการพิจารณาในช่วงเดือนธันวาคม 2569นี้

ด้าน นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรมกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดำเนินการโครงการส่งเสริมศักยภาพวัฒนธรรมไทยประยุกต์สู่สากล กิจกรรมการรวบรวม และเผยแพร่องค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวม เผยแพร่ และถ่ายทอดองค์ความรู้ “ชุดไทยพระราชนิยม”ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้อย่างกว้างขวาง ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการสวมใส่ชุดไทยและผ้าไทยในชีวิตประจำวันและในโอกาสสำคัญต่างๆ รวมถึงสร้างความภาคภูมิใจ ตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญ การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ สืบสาน ให้ชุดไทยพระราชนิยมสามารถดำรงอยู่อย่างมีคุณค่าคู่ชาติไทยตลอดไป ที่สำคัญเพื่อให้สอดคล้องกับการเสนอให้ “ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” (Chud Thai : The Knowledge, Craftsmanship and Practices of The Thai National Costume) เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การยูเนสโก

สำหรับโครงการส่งเสริมศักยภาพวัฒนธรรมไทยประยุกต์สู่สากล กิจกรรมการรวบรวมและเผยแพร่องค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม จะเป็นการดำเนินงานในรูปแบบต่าง ๆ คือ จัดทำสื่อองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม โดยจัดทำต้นฉบับหนังสือ วีดิทัศน์ แผ่นพับรวบรวมองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การถ่ายทอดทักษะและองค์ความรู้ในการตัดเย็บและการตกแต่งประดับลวดลายชุดไทยพระราชนิยม จำนวน 2 ครั้ง ซึ่งได้จัดเสร็จสิ้นไปแล้ว โดยครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2568 และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 15 – 17 ธันวาคม 2568 รวมถึงจัดงานเสวนาเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยมและการจัดนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงจำนวน 2 ครั้ง การจัดกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ชุดไทยพระราชนิยมอย่างกว้างขวาง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย ชมการแสดงแฟชั่นโชว์ เดินแบบชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ มรดกแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเสื้อพระราชทาน 3 แบบ สำหรับสุภาพบุรุษ โดยดาราและศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมาย อาทิ ลีน่า ลลินา ชูเอ็ทท์ หมิว ณัชชา เตชะมงคลาภิวัฒน์ กชเบล ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ ซึ่งออกแบบและตัดเย็บชุดไทยพระราชนิยม โดยนายธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (การออกแบบแฟชั่น) พุทธศักราช 2562 และ จารุต ภิญโญกีรติ ดีไซเนอร์ผู้เชี่ยวชาญการตัดเย็บชุดไทย (PetchBoutique – ห้องเสื้อเพชร) และออกแบบและตัดเย็บเสื้อพระราชทานสำหรับสุภาพบุรุษ โดยศิริชัย ทหรานนท์ ดีไซเนอร์และเจ้าของ แบรนด์ Theatre และภาวันต์ หอมศิลป์กุล ดีไซเนอร์และเจ้าของห้องเสื้อ Broadway Tailor

นอกจากนี้ยังมีการเสวนาเรื่อง ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ มรดกแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยผู้ทรงคุณวุฒิและเชี่ยวชาญเรื่องชุดไทยพระราชนิยมได้แก่ อาจารย์ ดร.กรกลด คำสุข อาจารย์ ดร.ศิบดี นพประเสริฐ และนางสาวศาสตรัตน์ มัดดิน ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทั้งนี้ชมนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ระหว่างวันที่ 14-20 มกราคม 2569 ที่ไอคอนสยาม  ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุน ให้ได้รับทราบ รับรู้องค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ที่เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ ซึ่งถือเป็นทุนทางวัฒนธรรม ที่มีศักยภาพ สามารถนำมาสร้างรายได้และมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศต่อไป

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยกทัพแฟรนไชส์บุกเชียงใหม่ สร้างงาน – อาชีพ ให้ประชาชนภาคเหนือ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยกทัพแฟรนไชส์บุกเชียงใหม่ สร้างงาน - อาชีพ ให้ประชาชนภาคเหนือ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยกทัพแฟรนไชส์บุกเชียงใหม่ สร้างงาน – อาชีพ ให้ประชาชนภาคเหนือ

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.26 น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยกทัพแฟรนไชส์คุณภาพกว่า 40 แบรนด์ พร้อมกิจกรรมให้ความรู้และการเจรจาธุรกิจแบบครบวงจร หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับคุณภาพธุรกิจแฟรนไชส์ไทยให้เติบโต ทั่วประเทศ พบกันได้ที่งานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 2 @เซ็นทรัลเชียงใหม่ (เซ็นเฟส) 15-18 มกราคม 2569

กิจกรรมแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 15-18 มกราคม 2569  ณ  ลานโปรโมชั่น ชั้น 1เซ็นทรัลเชียงใหม่ (เซ็นเฟส) ยกขบวนแฟรนไชส์ชั้นนำกว่า 40  แบรนด์  ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม บริการ และค้าปลีก โดยคัดเลือกแฟรนไชส์ที่ผ่านมาตรฐานและเป็นที่ต้องการของตลาด เพื่อให้ประชาชน ผู้ประกอบการ ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ ได้มีโอกาสเข้าถึงการลงทุน พร้อมรับคำปรึกษาจากเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์รวมถึงการเจรจาธุรกิจ (Business Matching) พบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการจากหลากหลายธุรกิจ เพื่อเป็นเวทีในการขยายธุรกิจรวมถึงเปิดรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ

โดยไฮไลต์สำคัญของการจัดงาน คือ การแสดงสินค้าและจำหน่ายสินค้าของธุรกิจแฟรนไชส์ แพ็กเกจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังมีสถาบันการเงินมาร่วมออกบูธให้คำปรึกษาและสนับสนุนเงินทุน พร้อมเงื่อนไขพิเศษแก่ผู้ที่สนใจ โดยสามารถลุ้นรับโปรโมชั่นส่วนลดแฟรนไชส์สุดพิเศษภายในงาน

ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ในพื้นที่จังหวัดที่จัดงานและพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 15-18 มกราคม 2569 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เซ็นทรัลเชียงใหม่ (เซ็นเฟส) เพื่อเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ สายด่วน 1570, โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 5953, e-Mail : franchisedbd@gmail.com

นักศึกษาและคณาจารย์ มจพ. คว้า 3 รางวัล Best Presentation Awards จากการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ณ ประเทศญี่ปุ่น

นักศึกษาและคณาจารย์ มจพ. คว้า 3 รางวัล Best Presentation Awards จากการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ณ ประเทศญี่ปุ่น

นักศึกษาและคณาจารย์ มจพ. คว้า 3 รางวัล Best Presentation Awards จากการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ณ ประเทศญี่ปุ่น

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.55 น.

นักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล หลักสูตรนานาชาติ ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) คว้า 3 รางวัล Best Presentation Awards จากการนำเสนอผลงานในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ระหว่างวันที่ 9–11 มกราคม 2569  ณ Hokkaido University ประเทศญี่ปุ่น โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณฐพร อุตกฤษฏ์ และอาจารย์ ทองพูล หีบไธสง จากภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษา การนำเสนอผลงานในครั้งนี้ เป็นเวทีที่รวบรวมผลงานวิจัย นักวิชาการและนักวิจัยชั้นนำจากทั่วโลกมาร่วมจัดประชุม ซึ่งผลงานของนักศึกษา มจพ. หลักสูตรนานาชาติ จำนวน 30 คน ผ่านการคัดเลือกทั้งหมด 100% จำนวน 7 บทความ ได้รับการตอบรับให้นำเสนอ และสามารถคว้ารางวัล Best Presentation Awards จำนวน 3 รางวัล จากทั้งหมด 6 รางวัล มีดังนี้

1. Enhancing Air Pollution Awareness in Bangkok: A Mobile HCI Approach Integrating Real-Time Alerts and Gamification ผู้นำเสนอ คือ  นางสาววิเวียน เทอรีส บาสโค วิลลาโลบอส

2. Evaluating Adoption of AI-Driven No-Code Using the Technology Acceptance Model (TAM) in Achieving Sustainable Development Goal: The SafeDrive Mobile Application  ผู้นำเสนอ คือ  นายธนธัส ธีรสุนทรวัฒน์

3. LINE Health Today: An n8n Automation Workflow for Accessible Public Health Communication  ผู้นำเสนอ  คือ นายสงวนศักดิ์ สัญเพ็ญ

ผลงานได้รับการตอบรับตีพิมพ์ในฐานข้อมูล Ei Compendex และ Scopus

ผลงานวิจัยจำนวน 5 เรื่อง เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากการเรียนการสอนในรายวิชา Seminar in

Digital Economy ของนักศึกษาชั้นปีที่ 2 (I-BIT67 รุ่น 6)  จำนวน 23 คน ซึ่งได้รับการบ่มเพาะองค์ความรู้ การคิดเชิง วิเคราะห์ และการทำวิจัยอย่างเป็นระบบจากอาจารย์ผู้สอน และไม่ใช่แค่ในฐานะผู้สอน แต่ยังร่วมเป็นผู้ประพันธ์และที่ปรึกษาในเวลาเดียวกัน รายชื่อผลงาน ได้แก่

ผลงาน Critical Infrastructure Security Exploration and Mitigation from Possible Threats: A Case Study of Control Room ผู้แต่ง ได้แก่

1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณฐพร อุตกฤษฏ์

2. อาจารย์ทองพูล หีบไธสง

3. นางสาวธนพร บัวแดง

4. นายตฤณ จันทร์สุวรรณ

5. นายพชร สุมาลานุรักษ์

6. นายอุกฤษฏ์ สนิทใจ

7. นางสาวณัฐลิชา บุ้งทอง

ผลงาน Designing AI-Powered Healthcare Applications with No-Code Tools: A Usability Study Using Design Sprint Methodology ผู้แต่ง ได้แก่

1.   ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณฐพร อุตกฤษฏ์

2.   อาจารย์ทองพูล หีบไธสง

3.   นายสรัล คนสมบูรณ์

4.   นายสุริศักดิ์ ทิวะเจริญโรจน์

5.   นายรชตพล พละหาญ

6.   นายศิธานันช์ คันศร

ผลงาน Enhancing Air Pollution Awareness in Bangkok: A Mobile HCI Approach Integrating Real-Time Alerts and Gamification  ผู้แต่ง ได้แก่

1. อาจารย์ทองพูล หีบไธสง

2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณฐพร อุตกฤษฏ์

3. นางสาววิเวียน เทอรีส บาสโค วิลลาโลบอส

4. นางสาวปิยาพัชร ผลจันทร์

5. นายพงศ์พิสุทธิ์ สมสกุล

6. นายโซนัม นอร์บู

ผลงาน Optimizing Human-AI Collaboration in Portfolio Management: A Performance and Trust Analysis of Hybrid Advisory Systems  ผู้แต่ง ได้แก่

1. อาจารย์ทองพูล หีบไธสง

2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณฐพร อุตกฤษฏ์

3. นายอาชวิต จันทร์เที่ยง

4. นายคาร์มา โยเซอร์

5. นายธรรมรงค์ ประกฤติเวศย์

6. นายโซ แทด

7. นายไนง เลง ออง

ผลงาน Evaluating Adoption of AI-Driven No-Code Using the Technology Acceptance Model (TAM) in Achieving Sustainable Development Goal: The SafeDrive Mobile Application  ผู้แต่ง ได้แก่

1. อาจารย์ทองพูล หีบไธสง

2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณฐพร อุตกฤษฏ์

3. นายธนธัส ธีรสุนทรวัฒน์

4. นางสาวอัลเตีย มาริซ ซูบอง ลินดูกัน

5. นายศตายุ แสงจันทร์

6. นายมานัม สุท จัท อัง

7. นายณัฐพงษ์ งามวิไลพันธ์

ขณะเดียวกัน อีก 2 ผลงานวิจัยมาจากการทำงานภายใต้ ศูนย์วิจัยพหุสหบูรณาการและการออกแบบจัดการองค์กรนวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ (ซินโนเทค ฮับ) ซึ่งมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณฐพร อุตกฤษฏ์ เป็นหัวหน้าศูนย์ โดยมีนักศึกษาชั้นปีที่ 3 (I-BIT66 รุ่น 5) จำนวน 4 คน และนักศึกษา I-BIT ที่สำเร็จการศึกษา  (I-BIT64 รุ่น 3) อีก 3 คน ร่วมพัฒนาโครงการ ได้แก่

Automating Gold Market: An N8N–LINE Chatbot Approach ผู้แต่ง ได้แก่

1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณฐพร อุตกฤษฏ์

2. นายวิชญะพันธ์ ไตรทิพธำรงโชค

3. นายพัชรพฤกษ์ อนุรักษ์

4. นายธฤต ปัญญาเรือน

5. นางสาวปริยากร กัลยาวินัย

LINE Health Today: An n8n Automation Workflow for Accessible Public Health Communication ผู้แต่ง ได้แก่

1.  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณฐพร อุตกฤษฏ์

2.  นายสงวนศักดิ์ สัญเพ็ญ

3.  นายเตชะพัฒน์ กมลลาวัณย์

4. นายอัศวภัทร์ ศรีคำภา

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน เวทีประชุมวิชาการนานาชาติที่มีการตีพิมพ์ในฐาน Scopus ส่วนมากเป็นพื้นที่ของอาจารย์ นักวิจัยอาวุโส รวมถึงนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ที่มีความสามารถทางด้านการวิจัยและภาษา ความสำเร็จในครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นว่า นักศึกษาปริญญาตรีหลักสูตรนานาชาติ 100% ที่ผ่านการเรียนการสอนจากอาจารย์ทั้ง 2 ท่าน หรือผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มข้นในศูนย์วิจัยเฉพาะทาง สามารถพัฒนาองค์ความรู้และทักษะการวิจัยในระดับสูงได้จริง ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวไม่เพียงเป็นบทพิสูจน์ถึงความทุ่มเทและบทบาทของอาจารย์ที่ปรึกษาในการถ่ายทอดประสบการณ์อย่างเป็นระบบ หากยังเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ถึง ศักยภาพของนักศึกษาไทยบนเวทีวิชาการนานาชาติ และตอกย้ำว่า “คนไทย” สามารถก้าวสู่มาตรฐานระดับโลกได้อย่างสง่างาม เมื่อได้รับการบ่มเพาะที่ถูกต้องและมีคุณภาพผ่านระยะเวลาที่ต้องทำงานหนักอย่างต่อเนื่องเพื่อพิสูจน์ว่าเด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

S&P Kitchen for Kids ปีที่ 17 ส่งมอบโรงครัวให้โรงเรียน 40 แห่งทั่วไทย

S&P Kitchen for Kids ปีที่ 17  ส่งมอบโรงครัวให้โรงเรียน 40 แห่งทั่วไทย

S&P Kitchen for Kids ปีที่ 17 ส่งมอบโรงครัวให้โรงเรียน 40 แห่งทั่วไทย

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.07 น.

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการตอบแทนสังคมผ่านโครงการ “S&P Kitchen for Kids” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 โดยการส่งมอบโรงครัวที่สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐานสุขอนามัย ให้แก่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารครบ 40 แห่ง ทั่วประเทศ ในปีนี้บริษัทฯ ได้เข้าไปพัฒนาและปรับปรุงโรงครัว มอบอุปกรณ์เครื่องครัวสำหรับการประกอบอาหาร และสนับสนุนโครงการเกษตรที่ยั่งยืนให้แก่โรงเรียน พร้อมทำพิธีส่งมอบโรงครัว ณ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จิตต์อารี ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จ.ลำปาง และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหนองใหญ่ จ.ศรีษะเกษ  เมื่อเร็วๆ นี้

มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการ “S&P Kitchen for Kids” เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2551 โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลให้สามารถเข้าถึงอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ โดยการเข้าไปพัฒนาและปรับปรุงโรงครัว โรงอาหารให้แก่โรงเรียนในเครือราชประชานุเคราะห์ ศึกษาสงเคราะห์ และโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศให้ได้มาตรฐาน พร้อมมอบอุปกรณ์เครื่องครัวที่จำเป็นสำหรับประกอบอาหาร รวมถึงมีผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการมาอบรมให้ความรู้แก่แม่ครัว นักเรียน และบุคลากรของโรงเรียน เพื่อให้มีความรู้และสามารถประกอบอาหารให้แก่นักเรียน ได้อย่างถูกสุขอนามัย ส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา โครงการ “S&P Kitchen for Kids” ได้ดำเนินการพัฒนาและส่งมอบโรงครัวที่มีมาตรฐานให้แก่โรงเรียนครอบคลุมในหลายจังหวัด โดยเน้นการสร้างโรงครัวถาวรที่ยั่งยืนและทางโรงเรียนสามารถดูแลต่อได้ในระยะยาวเพราะเราเชื่อมั่นว่าอาหารที่ดีและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต เราจึงมุ่งมั่นทำโครงการนี้ด้วยความตั้งใจตลอดมา และในปี 2568 นี้ โครงการ “S&P Kitchen for Kids” ได้ส่งมอบ โรงครัวมาตรฐานให้แก่โรงเรียนครบ 40 แห่งทั่วประเทศ และจะยังคงเดินหน้าขยายโครงการไปยังพื้นที่ที่ยังขาดแคลนต่อไป”

เอส แอนด์ พี ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพ โภชนาการ และความเท่าเทียมของเด็กและเยาวชนไทยสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ เสด็จฯ ไปยังสำนักงานใหญ่ห้องเสื้อบัลแมง กรุงปารีส ทรงค้นคว้าข้อมูลฉลองพระองค์ ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’เพื่อเตรียมจัดนิทรรศการ

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ เสด็จฯ ไปยังสำนักงานใหญ่ห้องเสื้อบัลแมง กรุงปารีส  ทรงค้นคว้าข้อมูลฉลองพระองค์ ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’เพื่อเตรียมจัดนิทรรศการ

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ เสด็จฯ ไปยังสำนักงานใหญ่ห้องเสื้อบัลแมง กรุงปารีส ทรงค้นคว้าข้อมูลฉลองพระองค์ ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’เพื่อเตรียมจัดนิทรรศการ

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.45 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จฯ ไปทรงศึกษาค้นคว้าข้อมูลฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งออกแบบและตัดเย็บโดยห้องเสื้อบัลแมง จากหอจดหมายเหตุของห้องเสื้อบัลแมงซึ่งเป็นฐานข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่จัดเก็บไว้เกือบ 70 ปี เพื่อประกอบการจัดทำนิทรรศการ LA MODE EN MAJESTÉ, HAUTE COUTURE ET TRADITION À LA COUR DE THAÏLANDE ณ สำนักงานใหญ่ของห้องเสื้อบัลแมง กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส วันที่ 12 มกราคม 2569

ห้องเสื้อบัลแมง ก่อตั้งโดยนายปิแอร์ บัลแมง นักออกแบบชาวฝรั่งเศสผู้ดูแลการตัดเย็บฉลองพระองค์แบบสากลของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงในการโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรไปทรงเยือนสหรัฐอเมริกา และประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2503

นายบัลแมงยังเป็นผู้ดูแลการตัดเย็บฉลองพระองค์ทั้งแบบสากลและแบบไทยของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงในโอกาสต่างๆ สืบต่อมา โดยภายหลังนายบัลแมงถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. 2525 สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ห้องเสื้อบัลแมง ซึ่งมีนายอีริค มอร์เทนเซน เป็นหัวหน้านักออกแบบรับผิดชอบดูแลงานตัดเย็บฉลองพระองค์ต่อไป นับเป็นการสืบทอดงานออกแบบตัดเย็บฉลองพระองค์ที่ยาวนานมากว่าสองทศวรรษ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจในการทรงศึกษาศิลปะและการออกแบบแฟชั่น ทรงตั้งพระทัยมั่นในการสืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงในการส่งเสริมงานออกแบบแฟชั่นไทยและการส่งเสริมผ้าไทยให้มีคุณค่าอย่างยั่งยืน

นิทรรศการ LA MODE EN MAJESTÉ, HAUTE COUTURE ET TRADITION À LA COUR DE THAÏLANDE  มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคม-พฤศจิกายน 2569 เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ณ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

คุณแหน : 14 มกราคม 2569

คุณแหน : 14 มกราคม 2569

คุณแหน : 14 มกราคม 2569

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.54 น.

๐๐ พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี และคณะ ได้เดินทางมายังโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจะกาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.แม่ลาน อ.ลี้ จ.ลำพูน เพื่อติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมี ปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผวจ.ลำพูน ต้อนรับ..๐๐

๐๐ อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ ลงพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ เพื่อติดตามการสำรวจและการซ่อมแซมบ้านเรือน ปชช.ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เสียหายแล้วกว่า 300 หลัง 3 ยินดีกับ นุสรา อัสสกุล บัญญัติ ปิยพจน์ ที่ได้รับเลือกเป็น ประธาน BRAIN 2 คนใหม่ แทน ไพศาล พิสุทธิ์วัชระกุล ที่หมดวาระ..๐๐

๐๐ นพ.ภุชงค์ ชื่นชม พร้อม นพ.กนก พิพัฒน์เวช ผอ.รพ.น่าน ให้การต้อนรับ ชาวคณะ Digital CEO#8 ที่มาร่วมกิจกรรม CSR ของรุ่น เพื่อมอบเงินและสิ่งของสนับสนุน รพ.น่าน โดยมี ภก.ไพศาล พุทธสันติธรรม, ณัฐพงศ์ โกวิทยานันต์, นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์,  ยิ่งศักดิ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา, ณัฐพงศ์ วนวงศ์สวัสดิ์, สมศักดิ์ ตรียากิจ, ธีรพงษ์ วิชญเรืองรมย์, ดร.ศศิมา ทองสมัคร, ดร.วุฒิชัย ปรีพุทธรัตน์, นาลิวัน ชินะผา, นิพัสตราภรณ์ เจียมโชติพัฒนกุล ร่วมด้วย..๐๐

๐๐จรุง เกียรติสุภาพงศ์ วันเกิดปีนี้ได้ไปไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือและเย็นได้ฉลองกับครอบครัวอย่างอบอุ่น..๐๐

๐๐ ธีราวัลย์ ยองใย จัดพิธีบวชให้แก่บุตรชาย ธาม ยองใย เพื่อทดแทนพระคุณบิดามารดา ตามขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและเรียบง่าย มีญาติสนิทมิตรสหาย ตลอดจนผู้ร่วมงานเข้าร่วมแสดงความยินดีและร่วมอนุโมทนาบุญกันอย่างพร้อมเพรียง..๐๐

๐๐ เพื่อนๆ ปธพ.1 ร่วมยินดีกับ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ที่ได้เป็นซีอีโอ ธุรกิจเวลเนส กลุ่มปิยะเวท-ตรัยญา..๐๐

๐๐ สุบิน เนตรสว่าง ให้การต้อนรับ อาณัติ จันดี พร้อมเพื่อนๆนักศึกษาหลักสูตร Digital Jumpstart #3 ไปดูศึกษางานการประยุกติ์ใช้เทคโนโลยี ของ เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี งานนี้ บุญทวี ดวงนิราช, เรือโทภัทธวุฒิ กนกวรรณากร, ดร.สถาพร ลิมป์ปัทมปาณี, เกษสิริ ทรงเดชะ,ชวิศ ยงเห็นเจริญ, วิชัย เพ็ญศักดิ์สงวน, อัศวเมธี เหล่าวิริยภาพ, จิรวัฒน์-อรุชิดา เด่นแดนโดม, ดร.รัชลิตา นาราธิภานนท์, พัทธนันท์ กองบุญมา, อนณ เงาวิริยศิริพงศ์, พีระ เชาว์เฉลิมพงศ์, ปาริฉัตร ธำรงค์อนันต์, สิริพร ธีรปกรณ์, นัฐพงษ์ ทองสะโคม ไม่พลาด..๐๐

๐๐ยามนี้ อานนท์ เลาหะเกษตร ควงมาดาม กุลฤดี ร่วมกิจกรรมขับรถยนต์ปอร์เช่ งานครบรอบ 100ปี ของ Route 66 โดยใช้เวลา 15 วันขับข้ามทวีปตั้งแต่ Santa Monica ไป Chicago route 66..

๐๐ สุเมธ สุรบถโสภณ พร้อมคณะกรรมการ BCC รุ่น 129 ร่วมเสียใจและอาลัยต่อการจากไปของเพื่อนร่วมรุ่น พรต พันธุมสุต..๐๐

น้องใหม่