‘กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026’ เปิดรับศักราชใหม่แห่งความสุข รับ ‘สุขแรกของปี’

‘กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026’ เปิดรับศักราชใหม่แห่งความสุข รับ ‘สุขแรกของปี’

‘กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026’ เปิดรับศักราชใหม่แห่งความสุข รับ ‘สุขแรกของปี’

วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เตรียมเพลิดเพลินกับกิจกรรมสุดพิเศษให้คนกรุงเทพมหานคร รับ “สุขแรกของปี” กับ “กรุงเทพดีต่อใจ” Bangkok Bestival 2026”  9 – 11 มกราคม 2569  ณ พื้นที่สวนป่ากลางเมืองกรุงเทพมหานคร ได้แก่ สวนลุมพินี สวนเบญจกิติ อุทยานเบญจสิริ และสวนปทุมวนานุรักษ์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

เทศกาลแห่งความสุขแรกของปี เกิดขึ้นจากการผสานความร่วมมือระหว่าง กรุงเทพมหานคร ร่วมกับเครือข่ายภาคเอกชน นำโดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) วัน แบงค็อก (One Bangkok) พร้อมด้วยพันธมิตรด้านความยั่งยืน มูลนิธิรักษ์ไม้ใหญ่ (BIG Trees Foundation)  เครือข่ายแพลตฟอร์ม Sustainability Expo (SX)  องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ หรือ อพวช. (NSM) เครือข่ายภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคประชาชน ปีนี้ได้ขยายเครือข่ายไปยัง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์  สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และ 100 PLUS PRO เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนเมือง

พบกับกิจกรรมฮีลใจ ฮีลกาย อาทิ ทำบุญ ตักบาตร เสริมบุญ ต้อนรับปีใหม่,  เสียงธรรมยามเช้า เริ่มต้นปีด้วยใจที่สงบ โดย พระเมธีวชิโรดม (ว.วชิรเมธี), Yoga in the Park and Sound Bath, Biodiversity Survey, Kids Climbing, Nature Walk, นิทานและระบายสีกลางสวน ฯลฯ  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมใหม่เกาะกล่อง คือ “One Sense To Nature เปิดประสบการณ์สัมผัส…สัมผัสธรรมชาติ”, กิจกรรมถ่ายภาพนกและธรรมชาติในสวนเบญจกิติ  และ SATI APP “ม้านั่งมีหู”,  FIRST JOY RUN วิ่งรับสุขแรกกับ100PLUS PRO,              ชี่กงในสวน โดย A ROOT by THAI GROUP เป็นต้น

ติดตามรายละเอียดกิจกรรมทั้งหมดได้ที่ Facebook : กรุงเทพดีต่อใจ และร่วมกิจกรรมพิเศษ ยิ่งได้คะแนนใน SX แอปพลิเคชันแลกของที่ระลึกสุด Eco ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ที่ :  iOS AppStore : https://apps.apple.com/us/app/sustainability-expo/id1640414525 Play Store : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.sx2022

คุณแหน: 3 มกราคม 2569

คุณแหน: 3 มกราคม 2569

คุณแหน: 3 มกราคม 2569

วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ll สวัสดีวันเสาร์แรกของ เดือนมกราคม ปี 2569…ขอมอบพรดีๆแด่ทุกท่าน ปีใหม่นี้ ขอให้ได้ดำเนินชีวิตในทุกๆวันอย่างมีคุณค่าต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม รวมทั้งประเทศชาติอันเป็นที่รักของเราต่อไป…

ll เคยประกาศไว้ตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว( 2568 )ว่า จะขอยุติการทำหน้าที่เป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบวิชาต่างๆของ คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ชนิดที่ต้องสอนด้วย ออกข้อสอบและตรวจข้อสอบด้วย ตั้งแต่ ธ.ค.68 เป็นต้นไป ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ บอกว่า ขึ้นปีใหม่ 2569 นี้ ท่านมีแผนปลดเปลื้องตัวเองอีกเรื่องหนึ่งคือ หลังวันเกิด มิ.ย.69 ที่อายุ 71 ปีแล้ว จะลดการบรรยายพิเศษตามสถาบันต่างๆที่เชิญมา ด้วยเหตุผล ใช้เวลามาก เหนื่อยหนักหนามาหลายปีแล้ว…ท่านจึงขอออกข่าวประชาสัมพันธ์ให้ทุกหน่วยได้โปรดทราบโดยทั่วกัน…ส่วนงานเขียนหนังสือ และการประชุมต่างๆยังคงทำได้ตามปกติ …

ll ปฏิบัติเช่นนี้เป็นประจำทุกปี เกษม สนิทวงศ์ฯ ส่ง ส.ค.ส. อวยพรปีใหม่2569 แก่ญาติสนิทและมิตรรักเป็น “ภาพนกในอิริยาบทต่างๆ” ซึ่งช่างภาพกิตติมศักดิ์บรรจงบันทึกภาพด้วยตัวเอง …ใครมีโอกาสได้เป็นผู้รับจึงรู้สึกปลาบปลื้มเป็นที่ยิ่ง…

ll เรื่องราวเก่าๆ ช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา ถาวรสวัสดิ์ ชวะโนทัย ขนครอบครัวไปทริปญี่ปุ่น อบอุ่นเป็นที่สุด…

ll กำหนดการบำเพ็ญกุศลศพ พญ.คุณหญิงสุมนา หนุนภักดี มารดา พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี อดีตผบ.ทหารสูงสุด(ขณะนี้บวชเป็นพระ และธุดงค์อยู่ต่างจังหวัด)มีดังนี้ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ 4 ม.ค.17.00 น.(รดน้ำศพทั่วไป 15.30 น.) ณ ศาลา สารัชถ์-นลินี รัตนาวดี วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน พิธีสวดพระอภิธรรมจัด 4 – 10 ม.ค.18.30 น.และบรรจุศพไว้ก่อน…งานนี้เจ้าภาพงดรับหรีด…

ll ไม่มีเวลาไปไหนกับใคร ได้พูดคุยรับลูกค้าก็สุขใจสุดๆแล้ว ณัฐพร โรจนดิษฐ์ แห่ง เพียงตะวันรีสอร์ท อัมพวา มีแขกประจำเข้าพักเป็นกลุ่มๆ หนาแน่น ตั้งแต่เทศกาลลอยกระทง จนเทศกาลปีใหม่ผ่านไป และเมื่อแขกเริ่มบางตา กลุ่มเพื่อนรักจึงขอนัดพบกันปลายเดือนนี้ ณ รีสอร์ทของคุณเธอ…เจอะเจอเกลอเก่าที่เข้าอกเข้าใจกัน สุขสำราญบานฤทัยหาไหนเทียมทันเลยเทียว…

ll การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน พรทิพย์ สาริกบุตร เตรียมท่องเบอร์พรรคการเมืองในดวงใจ เพื่อไปใช้สิทธิ์ใช้เสียง ตามครรลองประชาธิปไตย โดยพร้อมแล้วไปเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.69…-0- เข้ารับการผ่าตัดสะโพกแล้ว ขนิษฐา สุนทรปักษิน ขอเวลาพักร่างกายให้หายดีก่อนที่จะไป Trip Cruise ให้บันเทิงเริงรมย์ต่อไป…-0- เหตุเกิดจากตื่นขึ้นมาหัวใจหวิวๆ ผลเลือดไม่ดี มีไขมันพอกตับ เบาหวานเตรียมตีสนิท แพรววลัย ตามประทีป จักกะพาก ลูกสาวคนสวยของ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป ผู้ซึ่งติดตามสามี คิด จักกะพาก ไปอยู่ที่สหรัฐฯหลายปีมาแล้ว เล่าให้เพื่อนๆฟังว่าตอนนี้ เธอทำการ downsizing from size 10 to size 4 เมินเสื้อผ้า Plus size แต่โดยดี…ข่าวว่าอยู่ที่สหรัฐฯ หยิบเสื้อผ้าได้แค่ size s เท่านั้น ว่าแล้วก็ยกกล้องในมือถือ มาบันทึกภาพสาวเอวบางร่างน้อยในกระจกเงา…พร้อมรำพึงเบาๆ “สวยจริงนะตัวเรา”(คนข้างกายยืนยันว่า สวยจริงๆ) !!…

บารอนเนส

มูลนิธิมาดามแป้ง มอบเครื่องมือแพทย์ แก่ รพ.สตูล และอุบลราชธานี พร้อมมอบเงินส่วนตัว แก่มูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุขฯ

มูลนิธิมาดามแป้ง มอบเครื่องมือแพทย์ แก่ รพ.สตูล และอุบลราชธานี  พร้อมมอบเงินส่วนตัว แก่มูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุขฯ

มูลนิธิมาดามแป้ง มอบเครื่องมือแพทย์ แก่ รพ.สตูล และอุบลราชธานี พร้อมมอบเงินส่วนตัว แก่มูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุขฯ

วันศุกร์ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.44 น.

มูลนิธิมาดามแป้ง นำโดย นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานกรรมการ มูลนิธิมาดามแป้ง และ พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองประธานกรรมการมูลนิธิฯ ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยการมอบเครื่องมือทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลสตูล จ.สตูล โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี และมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์  เพื่อให้คนไทยได้รับบริการทางการแพทย์อย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ณ ห้องประชุมชั้น 14 อาคารเมืองไทยประกันภัย วันที่ 29 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

โดยได้มอบเครื่องช่วยหายใจอัจฉริยะ สำหรับห้องไอซียู ยี่ห้อ HAMILTON MEDICAL รุ่น HAMILTON-C6 มูลค่า 1,000,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลสตูล จ.สตูล โดยมี นางสาวสุดารัตน์ นาคบรรพต แพทย์ชำนาญพิเศษ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ รพ.สตูล และ มอบเครื่องช่วยหายใจพร้อมด้วยเครื่องฟอกไต มูลค่ารวม 1,450,000 บาท แก่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี โดยมีแพทย์หญิงกันตินันท์ มหาสุวีระชัย ผู้อำนวยการ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ เป็นผู้รับมอบ

พร้อมกันนี้ พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ และ นางนวลพรรณ ล่ำซำ ยังมอบเงินส่วนตัว จำนวน 1,000,000 บาท แก่ มูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อยกระดับการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขังในเรือนจำให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น โดยมีพลอากาศตรี วีระพันธ์ ภูวจินดา กรรมการและเหรัญญิก มูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุขฯ เป็นผู้รับมอบ และมี นางปุณฑริกา ใบเงิน กรรมการและเหรัญญิก  นางรัชนีกร มีสมมนต์ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน

มาดามแป้ง กล่าวว่า “เคยมีคุณหมอท่านหนึ่งบอกกับแป้งว่าจะให้ของสิ่งใดกับใคร หรือจะบริจาคเครื่องมือแพทย์กับที่ใด ต้องมั่นใจว่าเครื่องมือนั้นเป็นที่ต้องการและมีผู้เชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมืออยู่ในรพ.นั้นจริงๆ อุปกรณ์ทางการแพทย์ในวันนี้ ทั้งเครื่องช่วยหายใจ และ เครื่องฟอกไต ทั้ง 3 เครื่องจะถูกส่งต่อน้ำใจให้กับพี่น้องใน จ.อุบลราชธานี จ.สตูล และจังหวัดใกล้เคียง”

แพทย์หญิงกันตินันท์ ผอ.รพ.สรรพสิทธิประสงค์ กล่าวว่า “เมื่อปี 2565 มูลนิธิมาดามแป้งได้มอบเครื่องรักษาจอประสาทตาด้วยลำแสงเลเซอร์ให้รพ. จนถึงวันนี้เครื่องนั้นได้ช่วยเหลือดวงตา หลายร้อย หลายพันดวงแล้วค่ะ เครื่องมือที่เราได้รับจากคุณแป้ง ส่งไปก็ได้ใช้ทันที เป็นสิ่งที่เราขอบคุณจริงๆ”

นางสาวสุดารัตน์ แพทย์ชำนาญพิเศษ รองผอ.ฝ่ายการแพทย์ รพ.สตูล กล่าวว่า “ดีใจที่เราได้รับน้ำใจจากมูลนิธิมาดามแป้ง และจะนำไปต่อลมหายใจให้คนไข้ของเราต่อไปได้”

มูลนิธิมาดามแป้ง ก่อตั้งขึ้นในปี 2564 ในวันครบรอบอายุ 55 ปี ของมาดามแป้ง ที่ผ่านมามูลนิธิได้บริจาคเงินเพื่อสาธารณะกุศล ตั้งแต่ปี 2564-2568 เป็นจำนวนเงินรวม 39,257,803 บาท โดยในจำนวนนี้เป็นการบริจาคที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือแพทย์ จำนวน 27,446,938 บาท มูลนิธิฯ ยังคงเดินหน้าเพื่อร่วมแบ่งปันทุกการให้ในสังคมไทย ดังปณิธาน ‘ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน’

2 มกราคม วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี

2 มกราคม วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี

2 มกราคม วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี

วันศุกร์ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี  ​ ทรงเป็นพระราชธิดา พระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และมีพระอนุชา 2 พระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และทรงเป็นสมเด็จพระราชปิตุจฉาในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

ทรงประสูติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6  จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระนามว่า หม่อมเจ้ากัลยาณิวัฒนา (คำว่า “วัฒนา” ในพระนาม ทรงตั้งตามพระนามาภิไธยของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา ก่อนจะได้รับการเฉลิมพระยศเป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ในสมัยรัชกาลที่ 8 และในวาระที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา ในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จึงทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา เป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏ ว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นับว่าทรงเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายในพระองค์แรกและพระองค์เดียวในสมัยรัชกาลที่ 9

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ฯ ทรงจบการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านเคมีจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และทรงมีความเชี่ยวชาญภาษาฝรั่งเศส เมื่อเสด็จนิวัติประเทศไทย    สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจึงทรงแนะนำให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ฯ ใช้ความรู้ทางด้านภาษาให้เป็นประโยชน์ ด้วยทั้งสองพระองค์ทรงเล็งเห็นว่า การศึกษาจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ฯจึงได้ทรงรับตำแหน่งเป็นพระอาจารย์พิเศษสอนวิชาภาษาต่างประเทศที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  โดยเฉพาะที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ทรงดำรงตำแหน่งเป็นพระอาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์นานถึง 8 ปี โดยทรงเป็นหัวหน้าภาควิชาภาษาต่างประเทศ ทรงดูแลและจัดทำหลักสูตรการสอนของอาจารย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทรงจัดทำหลักสูตรปริญญาตรีสาขาภาษาและวรรณคดีฝรั่งเศสสำเร็จ ด้วยการผสมผสานความรู้ด้านภาษาและวรรณคดีให้เข้ากันอย่างเหมาะสม  ทำให้ทรงได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น ศาสตราจารย์พิเศษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2521 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ยังทรงสนพระทัยโครงการจัดส่งเยาวชนไทยไปร่วมแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ ตั้งแต่ปี พ.ศ 2532 โดยได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ และเงินกองทุนสมเด็จย่าสนับสนุนโครงการ  ทรงติดตามความเคลื่อนไหวทุกขั้นตอนการแข่งขัน พระราชทานกำลังใจ และทรงแสดงความยินดีแก่เยาวชนไทยที่ได้รับรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณจากการแข่งขันในทุกๆ ครั้ง ทรงเป็นองค์พระอุปถัมภ์ “มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” (สอวน.) ทำให้บรรดาเยาวชนไทยได้ค้นพบตัวเองและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยติดต่อกันมายาวนานหลายปี ตั้งแต่ปีแรกที่มีการส่งเยาวชนร่วมแข่งขัน ทรงสนพระทัยเรื่องการศึกษาเป็นพิเศษ

ทุกครั้งที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ฯ โดยเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนนี เสด็จออกเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ห่างไกลกับ หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี (พอ.สว.) พระองค์มักจะเสด็จเยี่ยมโรงเรียนต่างๆ สอบถามครูถึงแนวทางการเรียนการสอน พระราชทานกำลังใจ คำแนะนำและอุปกรณ์การเรียนการสอน ของเล่นสร้างเสริมสติปัญญาแก่โรงเรียนเหล่านั้น โดยเฉพาะโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนด้วย อีกทั้งยังทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จาก ทุนการกุศลสมเด็จย่า” และ “ทุนการกุศล กว.” ให้แก่โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนงานการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งทางด้านการศึกษา สาธารณสุขของประชาชนในถิ่นทุรกันดารและบนพื้นที่สูง

นอกจากนี้ ยังทรงรับมูลนิธิและกองทุนการกุศลต่างๆ ทางด้านสาธารณสุขไว้ในพระอุปถัมภ์อีกหลายหน่วยงาน ได้แก่ มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย กองทุนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเพื่อพัฒนาการพยาบาล  ศิริราชมูลนิธิ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิช่วยการสาธารณสุข มูลนิธิส่งเสริมสวัสดิภาพสตรีและเยาวชน มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิช่วยการสาธารณสุข สมาคมพยาบาลสาธารณสุขไทย มูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลราชานุกูล มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มูลนิธิโรงพยาบาลเลิดสิน

และในวาระครบรอบ 100 ปี วันคล้ายวันประสูติ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ประกาศยกย่องพระเกียรติคุณให้ทรงเป็น บุคคลสำคัญของโลกผู้มีผลงานดีเด่นด้านการศึกษา ด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานและคณิตศาสตร์และด้านวัฒนธรรม

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระอิสริยศักดิ์เลื่อนกรมเฉลิมพระนามพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี โดยเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จแทนพระองค์ไปในการจารึกพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระนามพระอัฐิ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม 

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินีสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ.2551 ตลอดพระชนมชีพ ได้ทรงงานสนองสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และงานส่วนพระองค์ในด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของพสกนิกรชาวไทย ซึ่งแม้พระองค์จะสิ้นพระชนม์ไปแล้ว 18 ปี แต่สมาคม มูลนิธิ และองค์กรสาธารณกุศลต่างๆที่ทรงก่อตั้งและทรงอุปถัมภ์ ยังคงดำรงอยู่และมีผู้สืบสานพระปณิธานในการดำเนินงานองค์กรเหล่านั้นต่อไปอย่างมิสิ้นสุด ตามพระดำรัสที่พระราชทานแก่นักเรียนไทย ณ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ว่า “ถ้าคิดถึงฉันนะ ก็ให้ไปคิดบ้างว่าเราจะคิดทำอะไรในสิ่งที่ดี

ในวาระครบ 18 ปี วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2569 จึงขอเชิญปวงพสกนิกรชาวไทยร่วมสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงพระกรณียกิจในด้านต่างๆ เพื่อความสุขแก่พสกนิกรชาวไทยทั่วไปทุกคนตลอดมา 

วันเด็ก’69 ปักหมุด! เดอะมอลล์ เปิดโลกแห่งการเล่นและการเรียนรู้

วันเด็ก’69 ปักหมุด! เดอะมอลล์ เปิดโลกแห่งการเล่นและการเรียนรู้

วันเด็ก’69 ปักหมุด! เดอะมอลล์ เปิดโลกแห่งการเล่นและการเรียนรู้

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ชวนครอบครัวเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติปี 2569 ไปพร้อมกันกับการเปิด “โลกแห่งการเรียนรู้และจินตนาการ” ในงาน THE MALL LIFESTORE KIDS FUNTASIA : WORLD PLAYGROUND ภายใต้แนวคิด “เล่นได้ทุกสิ่ง สร้างได้ทุกฝัน” พื้นที่ที่เด็ก ๆ จะได้สนุกไปกับกิจกรรมเสริมทักษะที่ทั้งเล่นจริง เรียนรู้จริง และช่วยต่อยอดแรงบันดาลใจในอนาคต ระหว่างวันที่ 3-14 มกราคม 2569 ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา และเดอะมอลล์ โคราช

งานนี้พร้อมเปลี่ยนศูนย์การค้าให้กลายเป็น “สนามแห่งจินตนาการ” และ First Destination                 ของครอบครัว ด้วยกิจกรรมธีมพิเศษในแต่ละสาขา ได้แก่

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ วันที่ 3-11 มกราคม 2569 เปิด “โลกฟาร์มแห่งความสนุก” ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ที่มาของอาหาร ตั้งแต่ปลูกผัก เก็บไข่ เลี้ยงสัตว์ พร้อมฝึกทักษะจากธรรมชาติอย่างเพลิดเพลิน และกิจกรรมจาก Kids’ Planet ที่นำแบรนด์ MAJORETTE และPLAY-DOH มาร่วมจัดกิจกรรมความสนุก บริเวณลาน M LIFESTYLE HALL ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ วันที่ 7-11 มกราคม 2569 ร่วมกับ Plan For Kids พาน้องๆ ออกท่องกาแล็กซี กับการผจญภัยใน “ระบบสุริยะจักรวาล” ไปพร้อมตัวการ์ตูนขวัญใจเด็ก “กุ๋งกิ๋ง” เสมือนหลุดเข้าไปอยู่ในนิทานจริง ร่วมผจญภัยในอวกาศ พร้อมไฮไลท์กิจกรรมสุดพิเศษ! ท่องอวกาศกับห้องดูดาวจำลอง สัมผัสประสบการณ์สุดล้ำกับเครื่องเครื่องจำลองแรงหมุนเหวี่ยงระหว่างขึ้นสู่อวกาศ ถ่ายภาพสุดประทับใจกับฐานปล่อยจรวดบอลลูน และกุ๋งกิ๋งสูงกว่า 4 เมตร พบกับกิจกรรมอื่นๆ ภายในงาน และสินค้าอีกมากมาย จาก Plan for Kids, Kid’s Planet, PLAY-DOH และ KIDDO Pacific บริเวณลาน M GRAND HALL ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค วันที่ 7-14 มกราคม 2569  ภารกิจพิชิตเขาวงกต มันส์ไปกับด่านผจญภัย 5 กิจกรรม ใน “เขาวงกตยักษ์” ฐานกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ด่านแฮปปี้จิ๊กซอว์ , ด่านหนูน้อยนักชู๊ต , ด่านภารกิจพิซิตหลุม , ด่านตักไข่หรรษา , ด่านห่วงมหาสนุก ให้เด็กๆ ได้ใช้ความคิดและปล่อยพลังความสนุกเต็มที่ กิจกรรมความสนุกมากมาย จากแบรนด์ชั้นนำ LEGO, MARAYAT FASHION KIDS, BANDAI, HOT WHEELS, UNO และ  BEYBLADE  พร้อมสินค้าของเล่นมากมายจาก Kids’ Planet บริเวณลาน M GRAND HALL ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน วันที่ 8-11 มกราคม 2569 มาสนุกกับดินแดนป่าบอลลูนสุดแฟนตาซี BALLOON SAFARI ผจญภัยในป่าแสนสนุก งานนี้ขนมาทั้งสัตว์ป่าสุดน่ารัก 6 ฐานเกมส์สุดมันส์ กิจกรรมการแสดงสุดคูล และพลาดไม่ได้กับของรางวัลอีกมากมาย พบกับกิจกรรมอื่นๆ ภายในงาน และสินค้าอีกมากมาย จาก DUTCH MILL,  MARAYAT FASHION KIDS, YAMAHA MUSIC SCHOOL, KPN MUSIC ACADEMY, MAJORETTE, CREATIVE CHEFS และ STICKI ROLLS บริเวณหน้า MCC HALL ชั้น 4 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน

เดอะมอลล์ โคราช วันที่ 10-11 มกราคม 2569 ร่วมกับเทศบาลนครนครราชสีมา, ศูนย์การเรียนรู้ TK Park, ธนาคารออมสิน ภาค 13, AIS, พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน, บ้านสวนเดิ่นยิ้ม และ E-SAN COSPLAY เปิดพื้นที่ “โลกแห่งอนาคต” ให้เด็กๆ ทดลองตามรอยความฝันสู่หลากหลายอาชีพ ทั้งจิตรกรน้อย เกษตรกร นักสำรวจ นักแข่งรถ นักบินอวกาศ ทันตแพทย์ และยูทูบเบอร์ตัวน้อย

พิเศษ! เด็กๆ ที่ร่วมกิจกรรม สามารถรับ PASSPORT สะสมแสตมป์ จากแต่ละฐานกิจกรรม เพื่อลุ้นรับของขวัญวันเด็กสุดพิเศษมากมาย บริเวณ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ โคราช

พลาดไม่ได้ ! เทศกาลแห่งความสุขเพื่อเด็ก THE MALL LIFESTORE KIDS FUNTASIA : WORLD PLAYGROUND จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-14 มกราคม 2569 ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา และเดอะมอลล์ โคราช ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: The Mall Group

อย. และ FoSTAT เปิดตัว ‘Smart Kids with Good Health’ เดินหน้าปลูกฝังเยาวชน ฉลาดเลือก กินดี สุขภาพดี

อย. และ FoSTAT เปิดตัว ‘Smart Kids with Good Health’  เดินหน้าปลูกฝังเยาวชน ฉลาดเลือก กินดี สุขภาพดี

อย. และ FoSTAT เปิดตัว ‘Smart Kids with Good Health’ เดินหน้าปลูกฝังเยาวชน ฉลาดเลือก กินดี สุขภาพดี

วันพุธ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) และ สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย (FoSTAT) เปิดตัว “Smart Kids with Good Health” ส่งเสริมโรงเรียนต้นแบบ อย.น้อย เดินหน้าสร้างเยาวชนไทยกินดี สุขภาพดี

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีประกาศความร่วมมือ ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย (FoSTAT) เพื่อขับเคลื่อนการเสริมสร้างความรู้ด้านอาหารและโภชนาการแก่เยาวชนไทย ผ่านกิจกรรม “Smart Kids with Good Health” มุ่งส่งเสริมโรงเรียนต้นแบบ อย.น้อย ปลูกฝังเยาวชน ฉลาดเลือก กินดี สุขภาพดี วางรากฐานการดูแลสุขภาพที่ดีตั้งแต่วัยเรียน และต่อยอดสู่คุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนในอนาคต

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ขับเคลื่อนนโยบาย “รอบรู้ เพื่ออยู่อย่างมีคุณภาพชีวิต” โดยยึดหลัก 3 รู้ อยู่รอด คือ รอบรู้ข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง ตระหนักรู้สถานะสุขภาพของตนเอง และรอบรู้วิธีแก้ปัญหาสุขภาพ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

“การประกาศความร่วมมือระหว่าง อย. และ FoSTAT ในวันนี้ สะท้อนถึงพลังของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการร่วมกันสร้างสังคมแห่งสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน มุ่งยกระดับทักษะชีวิตเพื่อสุขภาวะ (Life Skills for Wellbeing) ของเยาวชนไทย ผ่านการเสริมสร้างความรู้ด้านความปลอดภัยอาหารและโภชนาการที่ถูกต้อง ควบคู่กับการพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อสุขภาวะอย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ ถ่ายทอดต่อ และร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมแห่งการบริโภคอย่างมีความรู้ มีความรับผิดชอบ และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายพัฒนา กล่าว

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเครือข่ายโรงเรียน อย.น้อย อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพแก่เยาวชนไทย ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย (FoSTAT) โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินกิจกรรม “Smart Kids with Good Health” นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกิจกรรม อย.น้อย ในโรงเรียน เพื่อขับเคลื่อนนำไปสู่การพัฒนาเป็นนักสื่อสารผลิตภัณฑ์สุขภาพรุ่นใหม่

‘บิ๊กซี ราชดำริ’ ส่งผ่านความมงคลทุกมิติรับปีใหม่ ด้วยพลังและศรัทธาจาก ‘ครอบครัวมหาเทพ’

‘บิ๊กซี ราชดำริ’ ส่งผ่านความมงคลทุกมิติรับปีใหม่ ด้วยพลังและศรัทธาจาก ‘ครอบครัวมหาเทพ’

‘บิ๊กซี ราชดำริ’ ส่งผ่านความมงคลทุกมิติรับปีใหม่ ด้วยพลังและศรัทธาจาก ‘ครอบครัวมหาเทพ’

วันพุธ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ท่ามกลางจังหวะชีวิตอันเร่งรีบของย่านราชดำริ ใจกลางกรุงเทพมหานคร มีพื้นที่หนึ่งที่ผู้คนจำนวนมากเลือกหยุดพัก ไม่ใช่เพียงเพื่อการจับจ่ายใช้สอย หากแต่เพื่อ “ตั้งจิต ตั้งใจ และตั้งศรัทธา” พื้นที่แห่งนั้นคือ บิ๊กซี ราชดำริ ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้ค่อย ๆ หล่อหลอมบทบาทของตนเองให้เป็นมากกว่าศูนย์การค้า แต่เป็น “ศูนย์รวมศรัทธา” ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับพลังใจ ความหวัง และความเป็นสิริมงคล

จุดเริ่มต้นแห่งศรัทธา : พระแม่อุมาเทวี พลังต้นกำเนิด

เรื่องราวแห่งศรัทธาของ บิ๊กซี ราชดำริ เริ่มต้นจากการประดิษฐาน “พระแม่อุมาเทวี”
ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งพลัง ความรัก ความเมตตา และการประทานพร บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้า ตามคติพราหมณ์ – ฮินดู พระแม่อุมาเทวีคือ “ศักติ” หรือพลังจักรวาล อันเป็นรากฐานของการกำเนิดและการดำรงอยู่ของสรรพสิ่ง การอัญเชิญพระแม่อุมาเทวีมาประดิษฐาน ถือเป็นการวาง “พลังตั้งต้น” ให้พื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยน ความสมดุล และการคุ้มครอง เปรียบเสมือนการโอบอุ้มผู้คนที่ก้าวเข้ามาด้วยความเมตตาและความปรารถนาดี

ความสมดุลแห่งจักรวาล : การประดิษฐานพระศิวะมหาเทพ

ต่อมา บิ๊กซี ราชดำริ ได้ประดิษฐาน “องค์พระศิวะมหาเทพ” ณ เทวสถาน ชั้น 7 พระมหาเทพ
ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งการควบคุม ทำลายล้างความชั่วร้าย และเปลี่ยนผ่านเพื่อการเริ่มต้นใหม่ ตามหลักความเชื่อ พระศิวะจะทรงพลังอย่างสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อมีพระศักติ หรือพระแม่อุมาเทวี เคียงข้าง การมีอยู่ร่วมกันของพระแม่อุมาเทวีและพระศิวะ จึงสะท้อน “สมดุลแห่งจักรวาล” ระหว่างพลังและสภาวะนิ่ง ความเมตตาและการปกป้อง เป็นรากฐานสำคัญก่อนการกำเนิดของพระโอรสทั้งสอง

หมุดหมายสำคัญ : การสถาปนาพระโอรสทั้งสองแห่งครอบครัวมหาเทพ

เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ได้จัดพิธีสถาปนา “องค์พระพิฆเนศปางเด็ก” และ “องค์พระขันธกุมารปางเด็ก” ณ เทวสถานพระศิวะ ชั้น 7 บิ๊กซี ราชดำริ อย่างเป็นทางการ เพื่อประกาศอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ

พิธีศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ นำโดย นายอัศวิน – นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และกรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส พร้อมคณะผู้บริหารกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ศูนย์การค้า พนักงาน และผู้มีจิตศรัทธา  โดยได้รับเกียรติจาก นายซูซีล กูมาร์ ดาห์นูก้า ประธานหอการค้าอินเดีย – ไทย ให้เกียรติร่วมพิธี และดำเนินพิธีโดยพราหมณ์จากประเทศอินเดีย ซึ่งประกอบพิธีตามแบบแผนดั้งเดิมอย่างครบถ้วน สง่างาม และเปี่ยมด้วยพลังศรัทธา

ความหมายของ “ปางเด็ก” : การเริ่มต้นด้วยความบริสุทธิ์และความหวัง

การเลือกประดิษฐาน “พระพิฆเนศปางเด็ก” เทพแห่งสติปัญญา ความสำเร็จ และการขจัดอุปสรรค และ “พระขันธกุมารปางเด็ก” เทพแห่งพลัง ความกล้าหาญ และการคุ้มครอง สะท้อนความหมายเชิงลึกถึง “การเริ่มต้นที่บริสุทธิ์” การเติบโต และศักยภาพที่ไม่สิ้นสุด เปรียบเสมือนการส่งพลังใจให้ผู้ศรัทธาเริ่มต้นทุกก้าวของชีวิตด้วยความหวังและความเชื่อมั่น

ประกาศความสมบูรณ์แห่ง “ครอบครัวมหาเทพ”

ด้วยการสถาปนาพระโอรสทั้งสองในครั้งนี้ ทำให้ บิ๊กซี ราชดำริ มีการประดิษฐาน “ครอบครัวมหาเทพ” อย่างสมบูรณ์ อันประกอบด้วย พระแม่อุมาเทวี : พลังต้นกำเนิด ความรัก และความเมตตา, พระศิวะมหาเทพ : การปกป้อง การเปลี่ยนผ่าน และการขจัดความชั่วร้าย, พระพิฆเนศ : ความสำเร็จ สติปัญญา และการเปิดทางชีวิต, พระขันธกุมาร : พลัง ความกล้าหาญ และชัยชนะ

ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นตัวแทนของพลังสร้างสรรค์ ความสมดุล และความมงคลในทุกมิติของชีวิตจากศูนย์การค้า สู่ศูนย์รวมศรัทธาใจกลางกรุงเทพฯ อีกทั้ง การประกาศความสมบูรณ์แห่งครอบครัวมหาเทพในครั้งนี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ในการยกระดับพื้นที่ให้เป็นมากกว่าสถานที่ทางเศรษฐกิจ แต่เป็นพื้นที่แห่งศรัทธา ที่ผู้คนสามารถเข้ามาสักการะ ขอพร และเติมพลังใจได้ท่ามกลางวิถีชีวิตเมืองใหญ่

บิ๊กซี ราชดำริ จึงยืนหยัดเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์ก ที่ผสานศรัทธา วัฒนธรรม และชีวิตประจำวันเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน และงดงามอย่างแท้จริง

Life & Health : เรื่องที่คนใช้รถต้องรู้ ก่อนเดินทางไกลอย่างปลอดภัย

Life&Health : เรื่องที่คนใช้รถต้องรู้ ก่อนเดินทางไกลอย่างปลอดภัย

Life&Health : เรื่องที่คนใช้รถต้องรู้ ก่อนเดินทางไกลอย่างปลอดภัย

วันพุธ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ช่วงเทศกาลปีใหม่ถือเป็นช่วงเวลาที่มีการเดินทางไกลด้วยรถยนต์มากที่สุดช่วงหนึ่งของปี ถนนหลายสายเต็มไปด้วยรถที่ต้องวิ่งต่อเนื่องยาวนานกว่าปกติ ขณะที่สถิติอุบัติเหตุและรถเสียกลางทางยังคงเกิดขึ้นทุกปี โดยสาเหตุสำคัญจำนวนไม่น้อยมาจาก “รถไม่พร้อมใช้งาน”

การเตรียมรถให้พร้อมก่อนออกเดินทางจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความอุ่นใจ แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงทั้งต่อผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และเพื่อนร่วมทางบนท้องถนน โดยเฉพาะรถที่ใช้งานในเมืองเป็นหลัก เมื่อถึงช่วงเดินทางไกล รถต้องทำงานหนักและต่อเนื่อง ความเสื่อมสะสมของชิ้นส่วนต่าง ๆ จึงอาจแสดงผลออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว

ดังนั้นเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ตรวจเช็กความพร้อมของรถอย่างเป็นระบบ เสริมความมั่นใจก่อนออกเดินทาง ให้ทุกเส้นทางในช่วงปีใหม่กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย มีคำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับวิธีการดูแลรถ “คนใช้รถต้องรู้ ก่อนเดินทางไกล ปีใหม่กลับถึงบ้านปลอดภัย”

ข้อมูลจาก ชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์มาตรฐานสากลฝีมือคนไทย ภายใต้แบรนด์ “POP” ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมากกว่า 30 ปี ระบุว่า หากมองในภาพรวมปัญหารถเสียระหว่างทางไกลมักไม่ใช่เรื่องเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน  แต่เป็นผลจาก “ความเสื่อมสะสม” ที่ถูกมองข้ามมาเป็นเวลานาน 

ตัวอย่างเช่น ระบบระบายความร้อนที่เริ่มทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แบตเตอรี่ที่แรงดันไฟเริ่มตก หรือยางที่มีสภาพไม่สม่ำเสมอ เมื่อรถต้องทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ความบกพร่องเล็กน้อยเหล่านี้จะถูกขยายผลอย่างรวดเร็ว กล่าวง่าย ๆ คือ รถเสียเพราะไม่ได้ถูกเตรียมให้พร้อมสำหรับภาระการใช้งานแบบเดินทางไกล

ทั้งนี้ ปัญหารถเสียระหว่างทางไม่ได้สะท้อนเพียงพฤติกรรมของผู้ใช้รถเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงช่องว่างระหว่างการใช้งานจริงกับการบำรุงรักษาเชิงระบบ รถส่วนใหญ่มักถูกใช้งานในเมืองระยะสั้น เมื่อถึงเวลาต้องเดินทางไกล รถจะต้องทำงานหนักและต่อเนื่องยาวนาน ความเสื่อมที่สะสมไว้จึงแสดงผลออกมาในช่วงเวลานั้น

ตรวจความพร้อม 4 ระบบหลัก ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

ก่อนเดินทางไกลผู้ใช้รถควรให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของรถอย่างรอบด้าน การตรวจเช็คไม่ควรจำกัดเพียงบางรายการ แต่ควรประเมินความพร้อมของระบบหลักทั้งคัน ซึ่งประกอบด้วย 4 ระบบสำคัญ การตรวจเช็กระบบเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานจะช่วยลดความเสี่ยงระหว่างการเดินทางได้อย่างชัดเจน ได้แก่

1.             ระบบที่ทำให้รถ “ไปได้” เช่น เครื่องยนต์ น้ำมันเครื่อง และของเหลวต่าง ๆ

2.             ระบบที่ทำให้รถ “หยุดได้” เช่น ระบบเบรก ผ้าเบรก และน้ำมันเบรก

3.             ระบบที่ทำให้รถ “ทรงตัวได้” เช่น ยาง ลมยาง และช่วงล่าง

4.             ระบบที่ทำให้รถ “สื่อสารได้” เช่น ระบบไฟส่องสว่าง ไฟเตือน และที่ปัดน้ำฝน

อะไหล่ที่ใกล้หมดอายุควรเปลี่ยนก่อนเดินทางไกล อย่ารอให้ “หมดอายุการใช้งาน” บนถนน

อะไหล่ หรือชิ้นส่วนที่มีอายุการใช้งานตามเวลา ควรเปลี่ยนล่วงหน้าก่อนเดินทางไกล เช่น ยาง สายพาน แบตเตอรี่ หรือผ้าเบรก หากอยู่ในช่วงใกล้ครบอายุการใช้งาน ควรตัดสินใจเปลี่ยนก่อนเดินทาง แม้ยัง “พอใช้งานได้” เพราะต้นทุนของการเปลี่ยนก่อนเดินทาง ต่ำกว่าต้นทุนความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายที่อาจลุกลาม ผลกระทบต่อชีวิต และค่าเสียเวลา เมื่อต้องจอดเสียกลางทางอย่างเทียบไม่ได้ หลักคิดสำคัญคือ อย่ารอให้อะไหล่ “หมดอายุการใช้งาน” บนถนน

รถอายุเกิน 5 ปี หรือระยะทางเกิน 100,000 กิโลเมตร ควรตรวจเช็กเชิงลึก

สำหรับรถที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปี หรือมีระยะทางเกิน 100,000 กิโลเมตร ควรได้รับการตรวจเช็กเชิงลึกในจุดที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น ระบบยางและท่อในห้องเครื่อง ระบบระบายความร้อนทั้งชุด ระบบช่วงล่างและบุชยาง รวมถึงระบบไฟและเซนเซอร์เตือนต่าง ๆ เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้มักเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะทางเพียงอย่างเดียว

หากเกิดเหตุฉุกเฉินกลางทาง สิ่งที่ผู้ใช้ต้องรู้

สิ่งที่ควรทำ ได้แก่ จอดรถในจุดที่ปลอดภัย เปิดไฟฉุกเฉิน ดับเครื่องยนต์ ประเมินอาการจากสัญญาณเตือน และติดต่อผู้เชี่ยวชาญหรือศูนย์บริการก่อนตัดสินใจดำเนินการใดๆ

สิ่งที่ไม่ควรทำ คือ ไม่ควรฝืนขับต่อเมื่อมีไฟเตือนรุนแรง ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำขณะเครื่องยนต์ร้อน และไม่ควรซ่อมแซมเฉพาะหน้า โดยไม่เข้าใจสาเหตุที่แท้จริง

เลือกใช้อะไหล่คุณภาพสูง ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

อะไหล่ไม่ใช่เพียงชิ้นส่วนทดแทน แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบความปลอดภัยโดยตรง อะไหล่คุณภาพไม่ได้วัดจากราคา หรือรูปลักษณ์ภายนอก แต่คือความสามารถในการทำงานได้อย่างสม่ำเสมอภายใต้สภาวะกดดัน การเดินทางไกลถือเป็นบททดสอบที่แท้จริงของอะไหล่ เนื่องจากรถต้องทำงานหนักต่อเนื่อง อะไหล่คุณภาพต่ำอาจใช้งานได้ดีในเมือง แต่อาจไม่ทนต่อความร้อน ความเร็ว และระยะเวลา ซึ่งท้ายที่สุดจะสะท้อนออกมาเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

รถพร้อม คนต้องพร้อมด้วย

ความปลอดภัยบนท้องถนนไม่ใช่เรื่องของรถเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของระบบทั้งหมด ตั้งแต่การเตรียมรถ การเลือกใช้อะไหล่ การวางแผนการเดินทาง ไปจนถึงสภาพร่างกายของผู้ขับขี่ ดังนั้น นอกจากการเตรียมรถแล้ว การเตรียมความพร้อมของผู้ขับขี่เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ผู้ขับขึ่ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ วางแผนเส้นทางและเวลาพัก ไม่ฝืนขับเมื่อร่างกายไม่พร้อม เพราะรถที่พร้อม แต่คนไม่พร้อม ก็ยังไม่ปลอดภัย ซึ่ง‘การเดินทางที่ดี’ คือการเดินทางที่ทุกคนถึงบ้านอย่างปลอดภัย ไม่ใช่แค่ถึงเร็วที่สุด

การตัดสินใจผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจทำให้ความเสียหายลุกลามจากเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ใช้รถต้องยึดสัญญาณเตือนของรถเป็นหลัก ไม่ฝืนใช้งาน และไม่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยขาดข้อมูล เนื่องจากความเสียหายรุนแรงส่วนใหญ่มักเกิดจากการ “ฝืนใช้งานต่อ” ทั้งที่ระบบแจ้งเตือนแล้ว

ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ก่อนเดินทางไกล ผู้ขับขี่ต้องเตรียมรถให้พร้อม และเตรียมคนขับขี่ให้พร้อมด้วย เพื่อกลับถึงจุดหมายปลายทางอย่างราบรื่นปลอดภัยในทุกเส้นทาง สำหรับบริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ของไทย ภายใต้แบรนด์ “POP” ที่ ซึ่งได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างยาวนานมากกว่า 30 ปี  โดยมุ่งเน้นการผลิตชิ้นส่วนที่มีความทนทานและได้มาตรฐานสากล เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการขับขี่ของผู้ใช้รถยนต์ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ส่วนบุคคลจนถึงรถยนต์เพื่อการพาณิชย์   สอบถามรายละเอียด ที่ร้านอะไหล่รถยนต์ชั้นนำ ตัวแทนจำหน่าย หรือเว็บไซต์ https://chalitindustry.com

ผ.ศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

‘สามย่านมิตรทาวน์’ ตอกย้ำการเป็น No.1 ปาร์ตี้เคาน์ทดาวน์โนแอล แท็กทีมพาร์ตเนอร์แบรนด์ดัง ชวนคนรุ่นใหม่‘จิบนมชนแก้วฉลองข้ามปี’

‘สามย่านมิตรทาวน์’ ตอกย้ำการเป็น No.1 ปาร์ตี้เคาน์ทดาวน์โนแอล      แท็กทีมพาร์ตเนอร์แบรนด์ดัง ชวนคนรุ่นใหม่‘จิบนมชนแก้วฉลองข้ามปี’

‘สามย่านมิตรทาวน์’ ตอกย้ำการเป็น No.1 ปาร์ตี้เคาน์ทดาวน์โนแอล แท็กทีมพาร์ตเนอร์แบรนด์ดัง ชวนคนรุ่นใหม่‘จิบนมชนแก้วฉลองข้ามปี’

วันพุธ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

 ถ้าพูดถึงปาร์ตี้ส่งท้ายปีแบบสนุกได้เต็มที่ ไม่ต้องมีแอลกอฮอล์ชื่อของ สามย่านมิตรทาวน์ คือเดสติเนชันที่สายไลฟ์สไตล์นึกถึงเป็นอันดับแรก ซึ่งในปีนี้ สามย่านมิตรทาวน์ ยังคงเดินเกมรุกตอกย้ำการเป็น No.1 No-Alcohol Party Destination ด้วยการแท็กทีมพาร์ตเนอร์แบรนด์ดัง MILO, F&N, KitKat Drink, และ Nesvita เล่นใหญ่จัดเต็มใน “ลานนมสามย่าน 2025” ซิกเนเจอร์อีเวนต์ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ซึ่งปีนี้มาในคอนเซปต์ Milk Club #MitrVibes ชวนทุกคน “จิบนมชนแก้วฉลองข้ามปี” ระหว่างวันที่ 29 – 31 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่ 4 โมงเย็น – 4 ทุ่ม และพิเศษร่วมเคานต์ดาวน์ข้ามปี แบบสุดมันส์ถึงตี 1

ธีรนันท์ กรศรีทิพา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการพัฒนาธุรกิจรีเทล บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความพิเศษของงานว่า “ลานนมสามย่านคือซิกเนเจอร์อีเวนต์ที่เราใช้เป็นแพลตฟอร์มในการพัฒนา ‘ประสบการณ์’ อย่างต่อเนื่อง ปีนี้เราชัดเจนมากขึ้นในการยกระดับงานสู่การเป็น No-Alcohol Party Destination ภายใต้คอนเซปต์ ‘Milk Club’ ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่สนุกได้โดยไม่ต้องพึ่งแอลกอฮอล์

ความพิเศษของปีนี้คือการผนึกกำลังกับพาร์ตเนอร์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น พบกับการ Come Back!! ของ ไมโลทาวเวอร์ ในรอบ 6 ปี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสุขที่ทุกคนคิดถึง การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่การทำซ้ำ แต่เป็นการพา ‘ความทรงจำดีๆ’ กลับมามีชีวิตอีกครั้งในพื้นที่ที่ทุกเจเนอเรชันสามารถสร้างประสบการณ์ร่วมกันได้จริง และฟรีคอนเสิร์ตที่จัดเต็มที่สุดตั้งแต่เคยมีมา ขณะเดียวกัน เรายังต่อยอดบทบาทของลานนมสามย่านในฐานะพื้นที่แห่งโอกาสอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดเวทีให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และศิลปินฝึกหัดจากหลากหลายค่าย ได้แสดงศักยภาพบนเวทีเดียวกับศิลปินมืออาชีพเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและคอมมูนิตี้ทางดนตรีที่เติบโตไปพร้อมกัน”

“ลานนมสามย่าน” ยังคงเป็นอีเวนต์ที่รวมทุกเจเนอเรชันไว้ด้วยกัน ตั้งแต่สายปาร์ตี้ สายคอนเสิร์ต สายกิจกรรม ไปจนถึงสายโซเชียล กับไฮไลต์ที่จัดเต็มกว่าทุกปี

ไมโลทาวเวอร์คืนบัลลังก์ไวรัล พร้อมเมนูพิเศษจากพาร์ตเนอร์

ห้ามพลาด! กับการกลับมาของ ไมโลทาวเวอร์ รสชาติในวันวานที่หลายคนคิดถึง เสิร์ฟความเข้มข้นหอมมันเป็นเอกลักษณ์ในไซส์ทาวเวอร์ยักษ์ อร่อยได้แบบไม่ต้องกลัวแฮงก์ เสริมทัพด้วยเมนูพิเศษจากพาร์ตเนอร์ F&N Milk Bar กับเมนูสุดอินเทรนด์ นำโดย ทีพอทชาไทย Slusshy,ข้าวไข่เจียว คาร์เนชัน, นมตราหมี Slusshy นมโคสดแท้ 100%, Magnolia Blue Sky Smoothie, KitKat Drink ช็อกโกแลตร้อนสุดพรีเมียม, Nesvita บิสคอฟ ดีไลท์ หอมคาราเมลกรุบกรอบ และอีกหลากหลายเมนูคาว-หวาน เสิร์ฟความฟินทะลุปรอทกับฟรีคอนเสิร์ต ตลอด 3 วัน จาก 20 ศิลปินดัง พร้อมเปิดพื้นที่เดบิ้วต์ให้กับน้องๆ ได้แสดงความสามารถทางดนตรีบนเวทีเดียวกับศิลปิน

วันที่ 29 ธ.ค. นำโดยศิลปินสายเอนเตอร์เทน นนท์ ธนนท์ และ อะตอม ชนกันต์ ต่อด้วยวันที่ 30 ธ.ค. ร้องเพลงฮิตกันให้ดังสุดเสียงกับวง Scrubb ต่อด้วยวงดนตรีสุดเท่ Tilly Birds ส่งท้ายความสนุกให้สุดใน วันที่ 31 ธ.ค. “นับถอยหลังเคานต์ดาวน์” ก้าวสู่ปี 2026 ไปพร้อมกับเสียงเพลงจากศิลปินสุดยูนีค POLYCAT พร้อมเติมเต็มโมเมนต์ชนนมข้ามปี ด้วย “Confetti fills the air at Samyan Mitrtown หิมะกลางสามย่าน” ซีนส่งท้ายปีเก่า
ที่สามย่านมิตรทาวน์ตั้งใจยกระดับโมเมนต์ข้ามปีให้พิเศษกว่าที่เคย ด้วย Confetti กว่า 300,000 ชิ้น โปรยลงมาปกคลุมพื้นที่ เปลี่ยนค่ำคืนแห่งการเคาท์ดาวน์ให้กลายเป็นพื้นที่ของความสุขและพลังบวก ที่ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้น”

เติมความสนุกด้วยกิจกรรม เปิดวาร์ปมิตรใหม่ มากำจัดทุกความเหงาให้งานนี้ไม่มีเฉา ส่วนใครที่เป็นสายแดนซ์ ห้ามพลาดกับ Random Dance โยกย้ายไปกับจังหวะมันๆ เพลงฮิต ท่าฮอต และยังมีจุดเช็คอินถ่ายรูปเก๋ ๆ รวมถึงเปิดพื้นที่สุดอาร์ตให้ลูกค้าได้ปลดปล่อยจินตนาการความคิดสร้างสรรค์เพื่อตอบโจทย์การเป็น PLACEMAKING SPACE

ความจึ้งของลานนมสามย่านยังไม่หมดเท่านี้ เพราะปีนี้สามย่านมิตรทาวน์จัดเต็มร้านอาหารสุดฮิตติดเทรนด์โซเชียลกว่า 30 ร้าน มารวมตัวให้ชิมกันแบบจุก ๆ พิเศษสำหรับลูกค้า AIS เตรียมใช้พอยต์แลกส่วนลดเพิ่มความฟินสูงสุด 40 บาท ตลอด 3 วันในแคมเปญ “อิ่มฟิน อร่อยฟรี”

นอกจากนี้ สามย่านมิตรทาวน์ ยังวอร์ม Vibe ปาร์ตี้สร้างเซอร์ไพรส์ปล่อยกิจกรรมอุ่นเครื่องความสนุกแจกเครื่องดื่มเมนูไฮไลต์ฟรีจากพาร์ตเนอร์และ “ลานนมสามย่าน TUKTUK CARAVAN” คาราวานตุ๊ก ๆ สุดไอคอนิกวิ่งรอบเส้นทาง สามย่าน-สยาม-บรรทัดทองบูสต์เอเนอร์จีด้วยเสียงเพลง ความคึกคัก และพลังโซเชียล เปลี่ยนท้องถนนให้เต็มไปด้วยความสนุกจากเสียงเพลง เรียกกระแสก่อนเข้าสู่งานใหญ่ปลายปี

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโมเมนต์ที่สนุก อบอุ่น และมีสไตล์ที่สุดในงาน “ลานนมสามย่าน 2025” Milk Club #MitrVibes จิบนมชนแก้วฉลองข้ามปี วันที่ 29 – 31 ธ.ค. นี้! ตั้งแต่ 4 โมงเย็น – 4 ทุ่ม และในวันที่ 31 ธ.ค. ชนนมข้ามปีไปกับ Polycat และซีน Countdown “Confetti fills the air at Samyan Mitrtown หิมะกลางสามย่าน” ที่ปีนี้จัดเต็มด้วย Confetti สุดอลังการกว่า 300,000 ชิ้น ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

สามย่านมิตรทาวน์เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น. พิเศษในวันที่ 31 ธ.ค. จะเปิดให้บริการถึงตี 1 และเพื่อความสะดวกในการเดินทางของชาวมิตร MRT เปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 06.00 – 02.00 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2569

เปิดผลงานคอลแลบส่งท้ายปี ‘Jim Thompson by LISA VON TANG’ เมื่อดีไซเนอร์ระดับโลกหยิบ ‘ผ้าไทย’ มาครีเอต ‘รีสอร์ตแวร์’ ในแบบ East Meets West

เปิดผลงานคอลแลบส่งท้ายปี ‘Jim Thompson by LISA VON TANG’ เมื่อดีไซเนอร์ระดับโลกหยิบ ‘ผ้าไทย’ มาครีเอต ‘รีสอร์ตแวร์’ ในแบบ East Meets West

เปิดผลงานคอลแลบส่งท้ายปี ‘Jim Thompson by LISA VON TANG’ เมื่อดีไซเนอร์ระดับโลกหยิบ ‘ผ้าไทย’ มาครีเอต ‘รีสอร์ตแวร์’ ในแบบ East Meets West

วันพุธ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จิม ทอมป์สัน แบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ระดับโลกจากเมืองไทย ยังคงพาผ้าไทยไปสู่สายตาคนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเผยผลงานคอลแลบแห่งปีร่วมกับ Lisa Von Tang (ลิซ่า วอน แทง) ดีไซเนอร์ชาวจีน-เยอรมันที่ก่อตั้งแบรนด์แฟชั่นที่สิงคโปร์ ในคอลเลกชัน Jim Thompson by LISA VON TANG ร่วมรังสรรค์ผลงานรีสอร์ตแวร์จากผ้าสุดไอคอนิกของจิม ทอมป์สัน พร้อมดึงแรงบันดาลใจในการออกแบบจากศิลปะสไตล์Chinoiserie ที่ผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันตกและตะวันออกได้อย่างน่าสนใจ

Lisa Von Tang  และ บี อินทวงศ์

ผลงานคอลเลกชันนี้มี Lisa Von Tang เป็นผู้ออกแบบและได้ บี อินทวงศ์ ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของธุรกิจแฟชั่น แบรนด์จิม ทอมป์สัน ร่วมคัดสรรผ้าที่เหมาะกับดีไซน์และซิลลูเอต โดยคอลเลกชันนี้มาในคอนเซปต์ Resort Wear with an Urban Edge ที่ตั้งใจให้ไอเทมทุกชิ้นสามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์เป็นลุคที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคนี้จริง ๆ ทั้งวันทำงาน ออกงานอีเวนต์ รวมถึงวันไปเที่ยวที่ต้องการบาลานซ์ระหว่างความสบายและสไตล์ที่ดูดี

บี อินทวงศ์ พิถีพิถันในการคัดเลือกผืนผ้าที่สะท้อนความสวยงามและผิวสัมผัสที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวของผ้าจิม ทอมป์สันจากฝีมือคนไทย ทั้งผ้าไหม ลินิน แจ็กการ์ด ที่มอบทั้งความพลิ้วไหวและน้ำหนักที่ทิ้งตัวพอดี สอดรับกับซิลลูเอตสุดชิคของไอเทมในคอลเลกชัน ส่วน Lisa Von Tang ก็ได้พาผ้าไทยไปโลดแล่นบนผลงานคัตติ้งสุดเนี้ยบที่เน้นโชว์ความงามตามธรรมชาติของเนื้อผ้า เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าหัตถศิลป์ไทยและความโมเดิร์นเข้ากันได้อย่างน่าทึ่ง

เล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร

บี อินทวงศ์ ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ ธุรกิจแฟชั่น จิม ทอมป์สัน กล่าวว่า “หัวใจของคอลเลกชันนี้คือ ‘ผ้า’ เพราะนี่คือดีเอ็นเอของจิม ทอมป์สัน ลิซ่านำผ้าจิม ทอมป์สันไปตีความผ่านมุมมองร่วมสมัยในสไตล์ Urban จนได้เป็นดีไซน์ที่สดใหม่ ทั้งการเล่นกับเทกซ์เจอร์ การพับผ้าให้เห็นผืนผ้าทั้งสองด้าน และการโชว์ความสวยแบบดิบ ๆ ของเส้นใย สไตล์ที่มีโมเดิร์นทวิสต์แบบนี้เป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพของผ้าไทยบนรันเวย์โลก เราดีใจที่ได้ร่วมงานกับลิซ่าเพื่อพาหัตถศิลป์เมืองไทยไปสู่ตลาดใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้น”

Lisa Von Tang เสริมว่า “ฉันตั้งใจคือการออกแบบแฟชั่นที่ช่วยส่งพลังและเติมความมั่นใจให้ผู้สวมใส่ ผลงานของฉันมักสะท้อนการหลอมรวมระหว่างประวัติศาสตร์ทรงคุณค่าและโลกยุคใหม่ ตลอดจนการเบลนด์สไตล์ของโลกตะวันออกกับตะวันตก ในคอลเลกชันนี้ เราได้ครีเอตไอเทมที่มีความเป็น ‘City Resort’ ไอเทมทุกชิ้นต้องแมตช์ง่าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทั่วโลกที่ต้องการทั้งสไตล์และความคล่องตัว”

ปรางค์ อภินรา ศรีกาญจนา

คอลเลกชันนี้มาพร้อมไอเทม 14 ชิ้นที่เล่นกับดีเทลสไตล์ Chinoiserie ทั้งคอจีน กระดุมจีน เส้นสายที่มีทรงชัดเจน รังสรรค์จากผ้าจิม ทอมป์สัน ในโทน Soft Neutral แต่ก็แทรกด้วยไอเทมสีฟ้าสะดุดตา นำเสนอทั้งท่อนบน กระโปรง เดรส กางเกง ในผิวสัมผัสและซิลลูเอตที่หลากหลาย

Must-have ชิ้นแรกต้องยกให้ Leo De Janeiro Sleeveless Mini Dress กับผ้าจิม ทอมป์สันลวดลายงานเพนต์เครื่องเคลือบสีน้ำเงิน-ขาว เดรสดีไซน์เข้ารูปและกระโปรงปล่อยชายระบายแบบไม่สมมาตร ตามมาด้วย Sleeveless Mandarin-collar Crop Top เสื้อครอปในลวดลายเดียวกันที่จับคู่กระโปรงสุดไอคอนิก Maxi Draped Skirt กลายเป็นหนึ่งในคีย์ลุคของคอลเลกชันนี้ ถัดมาคือ Linen Maxi เดรสยาวสีเทาโดดเด่นด้วยดีเทลคอจีนและงานถัก Macramé แสนประณีต ผ้าลินินดูดเบาสบายแต่ได้น้ำหนักและอยู่ทรงกำลังพอดี ต่อด้วยโททอลลุคในผ้าแจ็กการ์ดสีงาช้าง ที่นำกางเกงขากว้างทรงสวยมาจับคู่กับเสื้อพอดีตัวคอจีน กลายเป็นลุคเก๋เรียบเท่ นอกจากนี้ยังมี Linen Vest เข้ารูปจับคู่กระโปรงพลีทแบบ Semi-sheer เฉดเดียวกัน ดูพลิ้วไหวมองเพลิน

คอลเลกชันนี้ยังใส่ความเท่และโมเดิร์นเข้ามาซิลลูเอตที่ดูเข้มแข็งมีพลัง แต่แทรกรายละเอียดที่น่าสนใจ อย่าง Double-breasted Blazer สีน้ำตาลทองเข้ารูปทำจากผ้าไหม 100% และ Long-sleeved Mini Dress ดีเทลกระดุมจีนด้านหน้า พร้อมเติมเต็มคอลเลกชันด้วยไอเทมที่ใส่ได้ทุกวันอย่าง กางเกงขากว้าง เสื้อคอจีนแขนกุดพร้อมกระดุมจีน และเสื้อคอจีนแขนสั้น ที่นำมาจับคู่ครีเอตลุคกันได้ง่าย ๆ

ทั้งบี และลิซ่าต่างก็เห็นตรงกันว่า คอลเลกชันนี้เป็นการสร้างสมดุลระหว่างความสง่างามของยุคเก่าและความโมเดิร์นของยุคใหม่ ไอเทมทุกชิ้นช่วยเติมความมั่นใจและบ่งบอกสไตล์ของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี

งานเปิดตัวคอลเลกชัน Jim Thompson by LISA VON TANG จัดขึ้นอย่างอบอุ่นที่พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน พร้อมยังมีการจัดแสดงคอลเลกชันในแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ Jim Thompson Art Center โดยมีดารา นางแบบ เซเลบริตี้ และอินฟลูเอนเซอร์ในวงการแฟชั่นมากมาย ตบเท้าร่วมงานเปิดตัวในครั้งนี้ อาทิ ซินดี้ สิรินยา บิชอพ, พีท ทองเจือ, เจ็ง วิไลลักษณ์ ทองเจือ, ปรางค์ อภินรา ศรีกาญจนา, ดวง วรรณพร โปษยานนท์ และ เล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร

ช้อปคอลเลกชัน Jim Thompson by LISA VON TANG ได้แล้ววันนี้ผ่านช่องทางจำหน่ายของทั้งสองแบรนด์ รวมถึงสโตร์จิม ทอมป์สัน สาขาสุรวงศ์ ไอคอนสยาม สยามพารากอน เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า และทางออนไลน์ที่ www.jimthompson.com และช็อปของ Lisa Von Tang ในสิงคโปร์